ท้องฟ้าสว่างไสว พระจันทร์ส่งสว่างั้แ่หัวค่ำค่อย ๆ ลอยสู่กลางท้องฟ้า ศิษย์พี่เหลียงรับคำสั่งเ้าสำนักนำหลินหยวนเข้าพบโดยเร่งด่วน หลินหยวนเพิ่งกลับมาจากการฝึกรู้สึกง่วงเหงาอย่างยิ่ง แต่ยังเดินตามศิษย์พี่ไปยังหน้าห้องของเ้าสำนักอย่างอ่อนล้า เสียงเ้าสำนักหลี่เรียกหลินหยวน “เข้ามา”
"หลินหยวน! เ้าเป็ตัวแทนข้า ลงเขาทางด้านหลังเป็การลับ! ไปหาผู้าุโ 'จื่อเซิน' ที่เมืองลั่วหยาง... เ้าต้องรีบเดินทางั้แ่ตอนนี้่ เดินทางเร็วที่สุด ไม่ว่าจะเกิดอะไรขึ้นห้ามกลับมา! ….. จำไว้ห้ามหันหลังกลับมาเด็ดขาด!"
หลินหยวนรับฟังจนรู้สึกงุนงง แต่เ้าสำนักหลี่ไม่ปล่อยเวลาให้ล่วงเลยไปด้วยความว่างเปล่า เ้าสำนักหลี่ส่งเสียงด้วยปราณอีกครั้ง "ไป..ป.ป!!" หลินหยวนสะดุ้งตื่น อาการง่วงหายเป็ปลิดทิ้ง เขาสะพายห่อผ้าวิ่งออกจากสำนักทางด้านหลังตามคำสั่งของเ้าสำนักด้วยความสงสัย แต่เส้นทางด้านหลังสำนักทำให้เขาต้องหยุดความคิดทุกอย่างไว้ เขาไต่หน้าผาสูงชันลงไป มุดไปตามรอยแยก ทางเดินที่แคบเลียบไปกับหน้าผาชัน ท่ามกลางความมืดมิดเขาไม่มีเวลาจะเหลียวหน้ากลับไปมอง เส้นทางลดหลั่นลงมาเรื่อย ๆ เขามุดออกจากป่ารก...ยืนปาดเหงื่อตรงหน้าผากก่อนก้าวเดินบนเส้นทางรถม้าเข้าสู่เขตชุมชน แสงตะวันค่อย ๆ โผล่ขึ้นจากขอบฟ้า เงาสีดำจาง ๆ กระจายไปทั่ว เขาเดินทางต่อไปตามเส้นทางหลักทั้งเหน็ดเหนื่อยและมึนงง
………….
นักฆ่าทั้งแปดผูกสายจูงม้าที่หน้าประตูสำนัก ต่างเหลือบมองป้ายสำนักขนาดใหญ่ตรงกลางลาน ทั้งหมดสบตากันวูบหนึ่งก่อนพากันะโข้ามกำแพงเข้าไปอย่างรวดเร็ว อาศัยเงามืดของอาคารไปเข้าไปถึงส่วนในโดยไร้เสียง เห็นหน้าต่างเปิดแง้ม จึงฉวยโอกาสบุกเข้าไปอุดปากบรรดาศิษย์ที่กำลังหลับเสียบปลายกระบี่ตัดขั้วหัวใจนอนจมกองเืโดยไม่รู้ตัว
เรีอนนอนของเหล่าศิษย์มีเพียงสองหลัง ทั้งอยู่ห่างกันโดยมีลานหินกว้างอยู่ตรงกลาง จึงปราศจากเสียงผิดปกติอันใด นักฆ่าทั้งแปดทยอยออกจากเรีอนนอนที่อยู่ติดกัน ต่างกระจายตัวออกไปมุ่งสู่เรือนหลักที่อยู่อีกด้านหนึ่งของลานกว้าง
นักฆ่าผมขาวคนหนึ่งค่อย ๆ ผลักประตูเข้าไปช้า ๆ ก่อนพุ่งตัวผ่านประตูเข้าไป ฉับพลัน กระบี่ไร้เงาเมฆา แผ่ประกายแสงสีขาวราวกับสายฟ้ากระแทกร่างของนักฆ่าผู้นี้กระแทกประตูออกมาสิ้นใจตายแบบไม่ทันตั้งตัว
เสียงประตูกระตุ้นให้ผู้าุโิกระโจนออกมาจากห้องข้าง ยังไม่ทันร้องถามว่าเกิดอันใดขึ้นก็ใช้ฝ่ามือสยบวารีส่งปราณเย็นะเืต้านทานกระบี่อสรพิษอันชั่วร้ายของนักฆ่าอีกคนหนึ่งเอาไว้แบบฉุกละหุก นักฆ่าที่เหลือเตรียมกระโจนเข้ากลุ้มรุม ผู้าุโจ้าวและผู้าุโซุนออกจากห้องอีกข้างหนึ่งประสานกำลังด้วยวิชา “เพลงทวนเก้าตะวัน” ไล่ล้อมกักนักฆ่าทั้งสี่คนไว้ตรงกลางลาน
ระดับการฝึกฝนของนักฆ่าทั้งสี่สูงยิ่ง เสียงปะทะกันของอาวุธรุนแรงและฉับไว ฝ่ายนักฆ่าแม้มีจำนวนมากกว่า แต่ไม่อาจต้านทานการประสานทวนของผู้าุโทั้งสองได้ อึดใจต่อมาเ้าสำนักก็พริ้วกายเข้าร่วมวงกับผู้อาวุสโสทั้งสอง กลายเป็ชักนำนักฆ่าอีกสองคนเข้ามาในวงต่อสู้ คลื่นพลังปะทะกันแรงเพิ่มขึ้น เดิมนักฆ่าทั้งสี่คนกำลังจะต้านทานต่อไปไม่ไหว ตอนนี้มีนักฆ่ากระโจนเข้ามาร่วมวงอีกสองคน ช่วยลดแรงกดดัน แต่หลักจากกระบี่ไร้เงาเมฆาปลิดชีพนักฆ่าลงอีกคน เหล่านักฆ่าพยัคฆ์ทมิฬแปดคนบัดนี้เหลือเพียงห้าคน
หัวหน้านักฆ่ามีสีหน้าไม่พอใจจึงแค่นเสียงออกมา “หึ! ฆ่าพวกมันให้หมด!”
นักฆ่าที่เหลืออยู่ทั้งห้าคนทุ่มกำลังต่อสู้อย่างไม่สนใจชีวิต หัวหน้านักฆ่าที่กำลังกลิ้งตัวหลบทวนเก้าตะวัน เหลือบเห็นศิษย์สำนักคนหนึ่งซุกตัวซ่อนอยู่ในพุ่มไม้ข้างลานหินด้วยความหวาดกลัว ในเวลาเดียวกันนั้นเ้าสำนักหลี่ปลิดชีพนักฆ่าไปอีก 2 คน จึงหยุดดูทวนเก้าตะวันพุ่งเข้าใส่นักฆ่าทั้งสามที่เหลืออยู่
“ไอ้หนู… มานี่!” หัวหน้านักฆ่ากระชากเด็กหนุ่มออกมาจากพุ่มไม้ หัวหน้านักฆ่าจดจำสายลับของพยัคฆ์ทมิฬได้เนื่องจากมันเป็คนเลือกเองกับมือ
“หยุดมือ” หัวหน้านักฆ่าสบตากับเด็กหนุ่มพร้อมแสร้งใช้มีดบินปักลงบนบ่าในจุดที่ไม่สำคัญอย่างจงใจ ศิษย์ผู้นั้นแสร้งแสดงอาการเ็ปรุนแรง นักฆ่าที่ยังรอดอยู่รีบเคลื่อนกายมายังด้านหลังหัวหน้านักฆ่าอย่างรวดเร็ว
ผู้าุโจ้าวมีจิตใจอ่อนไหว จึงร้องะโออกมาด้วยความโกรธว่า “เ้าสัตว์นรก!” แล้วร่ายรำเพลงทวนเก้าตะวันพุ่งทะยานออกจากค่ายกลด้วยความร้อนใจ ผู้าุโท่านอื่น ๆ ยังไม่ทันร้องห้าม เข็มพิษดอกเหมยพุ่งออกมาจากมือศิษย์ผู้นั้นในมุมลับพุ่งเข้าใส่จุดตายของผู้าุโจ้าวอย่างแม่นยำ
ฉึก! “เดียรฉาน” ผู้าุโจ้าวร้องครวญเสียงเบา ๆ ร่างกายก็แปรเปลี่ยนเป็สีม่วงคล้ำแล้วล้มลงขาดใจตายทันที สร้างความโกลาหลให้แก่ฝ่ายสำนักอินอวิ๋นซง เข็มพิษดอกเหมยพุ่งฝ่าอากาศเข้าหาผู้าุโซุนในเวลาที่ทุกคนกำลังตะลึงกับการตายของผู้อาวุสโสจ้าว เ้าสำนักหลี่สะบัดกระบี่สะท้อนเข็มพิษออกไป
“อ๊ออก..ซ” เด็กหนุ่มสายลับในมือหัวหน้านักฆ่าถูกเข็มพิษที่เ้าสำนักหลี่กระแทกย้อนทวนเสียบทะลุหน้าผากล้มลงสิ้นใจ นักฆ่าทั้งสองทางด้านหลังมีปฏิกิริยาฉับไว กระโจนไปด้านข้างร่ายรำกระบี่ใสผู้อาวุสโสิที่ด้านหลังเ้าสำนักหลี่
หัวหน้านักฆ่า หลบเลี่ยงการปะทะกับผู้าุโิ อาศัยความรวดเร็วทั้งปาดทั้งจิ้มแทง ทั่วทั้งร่างกายเ้าสำนักหลี่โชกเืจากการาเ็จากการป้องกัน “อ๊าก…” เสียงผู้อาวุสโสิคำรามเป็คำสุดท้ายก่อนล้มลง
หัวหน้านักฆ่าพาดกระบี่ที่คอเ้าสำนักหลี่ “เอาโซ่มา!” เขากวาดสายตาไปยังนักฆ่าอีกคนที่เหลือ
“หากท่านอยากมีชีวิตต่อไปก็บอกมาว่าศิลาวารีอยู่ที่ไหน”
“แกร๊ก …” เสียงโซ่ถูกลากโยงขึ้นไปบนขื่อคานในห้องเ้าสำนัก แสงจันทร์ที่กำลังคล้อยต่ำลงยังคงส่องแสงสว่างจ้าส่องผ่านประตูต้องร่างเ้าสำนักหลี่ที่ถูกแขวนด้วยโซ่อยู่ภายในห้อง
…..
หลินหยวนทิ้งตัวลงจากโขดหินก้อนใหญ่ที่เชิงเขา เขารู้สึกเหน็ดเหนื่อยจนลืมตาแทบจะไม่ขึ้น เดินไปทรุดตัวลงใต้ต้นไม้ใหญ่กลางลานหินโล่ง ๆ ทัศนียภาพไกลออกไปได้อย่างชัดเจน แต่หลินหยวนเหน็ดเหนื่อยเกินไปจึงเอนหลังพิงต้นไม้งีบหลับไป
แสงอาทิตย์ยามเช้าแยงตาไม่ถึงสองเค่อหลินหยวนก็ลืมตาขึ้นมามองย้อนกลับไปยังที่ตั้งของสำนัก ภาพที่เห็นทำให้เขาสั่นสะท้าน
เปลวไฟขนาดใหญ่ลุกโชน ควันดำทมึนโชยพุ่งขึ้นบนฟ้า ยามนี้หัวใจของหลินหยวนตกไปถึงตาตุ่ม ถึงกับะโลั่นออกไปว่า "ไม่! อาจารย์!"
หลินหยวนใช้เส้นทางราบวิ่งตะบึงกลับไปที่สำนักด้วยความเป็ห่วง ลืมคำสั่งเ้าสำนักหลี่ไปจนหมดสิ้น
แม้่ชีวิตตลอดมาจะถูกกลั่นแกล้งแต่เขายังพึงพอใจในชีวิตเช่นนี้ อีกทั้งผู้อาวุสโสิก็ดูแลเอาใจใส่เป็อย่างดี ทุกก้าวที่วิ่งตะบึง ความเป็ห่วงยิ่งมากขึ้น
เขาอาศัยเส้นทางหลักกลับไปยังด้านหน้าสำนัก ม้าแปดตัวเดินกระจายไปทั่ว เปลวไฟเริ่มลุกไหม้บนซุ้มประตูสำนัก หยินหยวนส่งเสียงหอบหายใจอย่างหนัก เขามองเปลวไฟลุกไหม้ขณะย่างก้าวเข้าประตูสำนัก สำนักที่เคยสงบสุขกลายเป็ทะเลเพลิง สายตาที่กวาดออกไป เห็นซากศพศิษย์พี่และผู้าุโนอนเกลื่อนกลาด เ้าสำนักหลี่ถูกโซ่ผูกโยงไว้กับขื่อคานภายในห้องที่ปราศจากประตู
หัวหน้านักฆ่าของพยัคฆ์ทมิฬยืนเฝ้าเค้นถามเ้าสำนักหลี่จนลืมเลือนเวลา นักฆ่าอีกคนตะเวณค้นหาทั่วทั้งสำนักแต่ยังไม่พบอะไร จึงเดินกลับมา
เสียงไฟลุกโหมไหม้สำนักถูกสายลมพัดวูบหายไป หัวหน้านักฆ่า ได้ยินเสียงหายใจของหลินหยวน จึงเหลียวหน้ากลับมากล่าวกับนักฆ่าอีกคนด้วยน้ำเสียงเหี้ยมเกรียม "หึ... ยังมีหนูหลงเหลืออีกตัวหรือ? ฆ่ามัน!"
นักฆ่ากระโจนออกไป ยกดาบในมือเป็แนวตรงก่อนตวัดออกคล้ายจงใจหลอกล่อหลินหยวน
หลินหยวนสะกดอาการเหนื่อยหอบเก็บกระบี่บนพื้นใกล้เท้าขึ้นมาฟันอากาศ ปะทะกับเงาดาบที่ฟาดเข้ามาอย่างรวดเร็ว แรงปะทะกดทับหลินหยวนจนต้องคุกเข่าลง จากนั้นเห็นดาบตวัดมาจากด้านล่าง ต้องะโขึ้นรับ พลังดาบส่งเขาลอยกลางอากาศไปกระแทกกำแพงประตูจนพังทลาย
เขาไม่เคยถูกทำร้ายรุนแรงเช่นนี้มาก่อน สัญชาตญาณบอกให้เขากระเสือกระสนลุกขึ้น ความเ็ปพุ่งขึ้นจนสมองไม่สามารถครุ่นคิดอย่างรวดเร็วได้ การต่อสู้ที่ยากลำบากเช่นนี้ทำให้การหลบหลีกคมดาบเป็ไปอย่างทุลักทุเล ตัวเขาไม่ใช่คู่ต่อสู้ของนักฆ่ามืออาชีพ ภาพต่าง ๆ ผุดขึ้นมาอย่างรวดเร็ว ในห้วงเวลาเฉียดตายเช่นนี้ ... วิชาเมฆาเร้นลักษณ์ทำงาน! ร่างกายเขาขยับไปเองตามสัญชาตญาณ ความเคลื่อนไหวของเขากลายเป็เงาหลบหลีกไปตามช่องว่าของคมดาบที่ฟันเข้าใส่ต่อเนื่องจนถึงดาบที่แปด การตวัดดาบของนักฆ่าเชื่องช้าลงเล็กน้อย
หลินหยวนเสือกแทงกระบี่เฉียงไปในช่องว่างของคมดาบเสียงฉึก! ดาบแทงทะลุหน้าอกของนักฆ่าไปครึ่งกระบี่ นักฆ่านั้นฝืนใจถีบตัวถอยหลังหลุดจากคมกระบี่ไปแล้วย้อนกลับมาใหม่ หลินหยวนกำลังหอบหายใจ เห็นนักฆ่าย้อนทวนกลับมาใหม่ เขาระงับอาการใหลับตาย่อกายตั้งหลักกำกระบี่ในมือขวาแน่นแทงสวนออกไปสุดแรงอย่างไม่คิดชีวิต
ดาบของนักฆ่ากรีดผ่านแขนซ้ายของหลินหยวนจนเืสาดกระจาย แต่กระบี่ในมืออีกข้างของหลินหยวนเสียบทะลุร่างนักฆ่าด้วยความบังเอิญถึงกับแม่นยำได้ถูกเวลาพอดี หัวหน้านักฆ่ามิได้ลงมือเนื่องจากอาการสาหัส พริบตาที่นักฆ่าอีกคนถูกโจมตีปามีดบินใส่แล้วหนีหายไปในความมืด... ทิ้งให้หลินหยวนยืนโดดเดี่ยวท่ามกลางกองซากศพและเปลวเพลิง น้ำตาแห่งความสูญเสียไหลริน ชะล้างคราบเืบนใบหน้า... และชะล้างความเป็เด็กหนุ่มผู้ไร้เดียงสาให้หายไปตลอดกาล