ทะลุมิติมาทั้งตระกูลด้วยสกิลเพิ่มพูนความเป็นเศรษฐี 【จบ】

เล่มที่ 6 บทที่ 174 สาบานว่าจะสู้จนถึงที่สุด

        หลังจากร้านอาหารปิดทำการในยามค่ำระหว่างที่ทุกคนกำลังกลับไปยังที่พัก ซูอี้หว่านก็ต้องแปลกใจเมื่อสังเกตเห็นว่าคนจากบ้านใหญ่เหล่านั้น กลับมิได้อยู่ที่เดิมเสียแล้ว

        เรื่องนี้ออกจะแปลกไปสักหน่อยยาของนางมีฤทธิ์ร้ายแรงเพียงใด ซูอี้หว่านย่อมรู้ดีแก่ใจอีกทั้งท่าทางของคนเหล่านั้นก่อนหน้านี้ ก็เห็นชัดว่าถูกทรมานจนแทบสิ้นสติเมื่อเป็นเช่นนี้ พวกเขาย่อมไม่มีแรงที่จะลุกจากไปเองได้

        แต่คนเหล่านั้นกลับอันตรธานหายไปอย่างไร้ร่องรอยซูอี้หว่านและซูอี้โจวถึงกับพยายามตามหาในละแวกนั้น ทว่าสุดท้ายก็ไม่มีแม้แต่เงา

        ถึงจะเกิดความใคร่รู้ว่าผู้ใดกันพาพวกเขาไปทว่าซูอี้หว่านมิได้ใส่ใจที่จะสืบสาวอย่างไรเสียคนเหล่านั้นก็เป็นเพียงมดปลวกที่ไม่สำคัญในสายตาของนาง

        ช่วงหลังมานี้กิจการของร้านอาหารดีขึ้นเรื่อยๆเหล่าลูกค้าต่างเสนอแนะให้พวกเขาขยายร้านพวกซูอี้หว่านจึงหารือกันแล้วมีความเห็นพ้องต้องกันซูอี้โจวจึงใช้เวลาในช่วงหลายวันนี้ไปกับการวุ่นวายกับการหาซื้อตึกแถวที่เหมาะสม

        เมื่อตัดสินใจขยายกิจการสิ่งสำคัญคือต้องมองหาพื้นที่กว้างขวางแต่เนิ่นๆเพื่อเลี่ยงปัญหาจุกจิกที่อาจเกิดจากการเปลี่ยนแปลงในภายภาคหน้า

        ตึกแถวเช่นนี้ในเมืองอวิ๋นเฉิงก็มีไม่น้อยแต่การจะหาตึกที่ต้องการจะขายนั้นกลับมิใช่เรื่องง่าย

        ในช่วงสองสามวันนี้ซูอี้โจวติดตามลูกจ้างของสำนักงานที่ดินไปมาก็พบเจอร้านหนึ่งที่นับว่าเหมาะสมอยู่บ้างทว่ากลับอยู่ห่างจากร้านอาหารในปัจจุบันไปเสียหน่อยอยู่ทางฝั่งตะวันออกของถนนอีกสายหนึ่ง

        เดิมทีร้านนั้นเปิดเป็นโรงน้ำชาแต่ช่วงหลังมานี้กิจการกลับซบเซาลงเรื่อยๆ แทบจะดำเนินกิจการต่อไปไม่ไหวแล้วเถ้าแก่ได้ไล่ลูกจ้างออกไปหลายคนตอนนี้ถึงแม้จะยังคงพยายามประคองกิจการอย่างยากลำบากก็เป็นเพียงเพื่อที่จะรีบหาผู้ซื้อเท่านั้น

        ร้านนั้นขายอย่างเดียวมิได้ให้เช่าราคาอยู่ที่หนึ่งพันหนึ่งร้อยตำลึงเงิน จำนวนเงินนี้สำหรับพวกเขาแล้วก็นับว่ามิใช่น้อย แต่ก็มิได้เกินกำลังที่จะรับได้

        ตอนนี้ร้านอาหารของพวกเขามีกำไรต่อเดือนอยู่ที่ประมาณหนึ่งพันห้าร้อยตำลึงหากต้องการซื้อโรงน้ำชานั้น ก็เทียบเท่ากับเงินที่ร้านอาหารหาได้ในหนึ่งเดือน

        แต่โรงน้ำชานั้นก็มีปัญหาอยู่บ้างอย่างแรกคือทำเลที่ตั้งมิได้ดีเป็นพิเศษ สองคือการตกแต่งภายในค่อนข้างเก่าหากรับช่วงต่อมาแล้ว พวกเขาจะต้องตกแต่งใหม่ซึ่งค่าตกแต่งนั้นก็คงมิใช่น้อยเช่นกัน

        หลังอาหารค่ำคนในครอบครัวกล่าวถึงเรื่องของสาขาใหญ่สองสามคำจากนั้นก็ปรึกษาหารือกันถึงเรื่องการซื้อโรงสุรา

        ด้วยสถานะของตระกูลหลงในเมืองอวิ๋นเฉิงในเมืองอวิ๋นเฉิงทั้งเมือง นอกจากโรงสุราประตูมังกรแล้วจึงไม่มีโรงสุราที่มีขนาดใหญ่เท่านี้อีก มีเพียงร้านอาหาร และแผงขายอาหารเล็กๆน้อยๆ เท่านั้น

        ท้ายที่สุดแล้วโรงสุราประตูมังกรเป็นธุรกิจหลักของตระกูลหลงในเมืองอวิ๋นเฉิงนี้จึงมิมีผู้ใดกล้าเป็นศัตรูกับตระกูลหลงอย่างเปิดเผย

        ก่อนหน้านี้เคยมีแต่โรงสุราเหล่านั้นหลังจากเปิดกิจการไปแล้ว อยู่ได้ไม่ถึงครึ่งปีก็ต้องปิดตัวลงหลังจากนั้นจึงไม่มีผู้ใดกล้าที่จะลองเสี่ยงดูอีก

        ซูอี้หว่านมิได้ใส่ใจที่จะต้องเป็นศัตรูกับตระกูลหลงเพราะอย่างไรเสียตอนนี้พวกเขาก็ได้มีเรื่องบาดหมางกับโรงสุราประตูมังกรไปแล้วและเป็นความขัดแย้งที่มิอาจแก้ไขได้

        ในเรื่องนี้ไม่ตระกูลหลงก้มหัว ก็พวกเขาต้องก้มหัว ไม่ว่าแบบใดก็ล้วนเป็นไปไม่ได้ดังนั้นวิธีที่น่าเชื่อถือจึงมีเพียงอย่างเดียวนั่นก็คือการสู้กับตระกูลหลงจนถึงที่สุด

        ถึงอย่างไรก็ได้ล่วงเกินไปแล้วการที่ต้องหวาดกลัวจนเป็นที่เยาะเย้ยของศัตรูก็สู้ทำในสิ่งที่ตนเองต้องการอย่างเปิดเผย สร้างกิจการให้ยิ่งใหญ่ไปเสียเลย

        ก้าวแรกนี้ก็คือการเปิดโรงสุราขนาดใหญ่ที่สามารถเทียบเคียงกับโรงสุราประตูมังกรได้ ชื่อนั้นพวกเขาคิดไว้แล้ว นั่นก็คือโรงสุราตระกูลซู!

        ตอนนี้ก้าวแรกยังมิได้เริ่มต้นขึ้นกระนั้น พวกเขาก็ยังคงอดทนรอคอยได้

        "อย่างไรเสียตอนนี้ก็ยังมิได้คนครัวมา ส่วนคนที่ข้าฝึกฝนมาเหล่านั้นก็ยังมิอาจลงมือทำงานด้วยตัวเองได้ดังนั้นเรื่องการซื้อโรงสุราจึงยังมิต้องรีบร้อนเกินไป" ต่อให้ต้องตกแต่งใหม่ แค่เวลาหนึ่งเดือนก็คงเพียงพอทว่าสำหรับคนใต้บังคับบัญชาของนางการจะไปถึงระดับที่สามารถรับผิดชอบงานทั้งหมดได้นั้นอย่างน้อยก็ต้องใช้เวลาสองสามเดือน

        เมื่อได้ยินนางกล่าวเช่นนี้ซูอี้โจวก็พยักหน้ารับ “ก็ไม่แย่นักที่จริงโรงน้ำชานั่น ถ้าไม่ติดเรื่องทำเลกับสภาพที่เก่าไปหน่อย ก็ถือว่าใช้ได้แต่ราคานี้ยังสูงเกินไปหน่อย"

        หากไม่รีบร้อนพวกเขาคงรอกันอีกสักพัก บางทีราคาของโรงน้ำชานั้นอาจจะลดลงมาอีก

        ช่วงเวลาที่ผ่านมาซูอี้โจวได้ทำการสำรวจร้านค้าไปไม่น้อย เขาก็ค่อยๆ สังเกตเห็นอะไรบางอย่างการปล่อยเช่าตึกแถวในเมืองอวิ๋นเฉิงนั้นง่าย แต่การขายออกไปนั้นกลับยากเย็น

        โดยเฉพาะอย่างยิ่งกับโรงน้ำชาที่ใหญ่โตขนาดนั้นการจะหาคนมาซื้อต่อได้นั้นแทบจะเป็นไปไม่ได้

        ดังนั้นพวกเขาจึงมิต้องกังวลว่าจะมีคนมาตัดหน้า

        จางอ้ายหลินก็คิดเช่นนี้"ในเมื่อเป็นเช่นนั้น พวกเราก็รอก่อนเถอะหากเกิดอะไรผิดพลาดขึ้นมา ก็ค่อยหาใหม่"

        ซูอี้หว่านย่อมไม่มีความเห็นจึงพยักหน้าเห็นด้วย

        ในขณะนั้นเองเสียงเคาะประตูก็ดังขึ้น ทำให้ซูอี้หว่านประหลาดใจ ที่แท้ผู้ที่มาคือท่านหมอเฉียน

        เมื่อเห็นเขาซูอี้หว่านจึงเพิ่งนึกขึ้นมาได้ว่า ช่วงหลังมานี้ร้านอาหารยุ่งมากนางจึงไม่ได้ไปที่สถานพยาบาลแห่งนั้นมาสามสี่วันแล้ว

        ท้ายที่สุดแล้วสถานพยาบาลแห่งนี้ตนเองก็เป็นคนเปิดตอนนี้กลับเป็นท่านหมอเฉียนที่ช่วยดูแล นางกลับทำตัวเป็นเจ้าของที่ละเลยหน้าที่ซูอี้หว่านจึงอดมิได้ที่จะรู้สึกผิดเล็กน้อย นางลูบจมูกก่อนจะรีบเชิญคนเข้ามา

        ท่านหมอเฉียนก็มิใช่คนพูดจาอ้อมค้อมหลังจากดื่มชาไปสองอึก ก็เปิดประเด็นโดยตรง "หนูหว่านหว่านหากมีเวลาว่างเมื่อใด จงไปที่สถานพยาบาลสักครั้งเถิด"

        "แค่กๆๆ..."

        ซูอี้หว่านพยักหน้าด้วยความรู้สึกผิดก่อนที่นางจะได้กล่าวสิ่งใด ท่านหมอเฉียนก็กล่าวต่อ "มิใช่เรื่องอื่นใด เพียงแต่ว่า คู่สามีภรรยาที่เจ้าเคยตรวจให้ก่อนหน้านี้ภรรยาผู้นั้นตอนนี้ได้ตั้งครรภ์แล้ว เรื่องนี้ล่วงรู้ไปถึงหูผู้คนมากมายบัดนี้จึงมีผู้คนเดินทางมายังสำนักหมอ เจาะจงให้เจ้าเป็นผู้ตรวจรักษา"

        เมื่อกล่าวถึงเรื่องนี้ท่านหมอเฉียนก็ค่อนข้างจนปัญญา โรคของสตรีที่ทำให้ยากต่อการตั้งครรภ์นั้นเขาก็มีความเชี่ยวชาญอยู่บ้าง ปัญหาบางประการของบุรุษ เขาก็พอจะมีความรู้เพียงแต่ว่าเพราะอยู่ในวังหลวง มิได้สัมผัสกับอาการป่วยเหล่านี้บ่อยนักโรคของคนบางจำพวก เขาจึงมิอาจวินิจฉัยได้อย่างแม่นยำ

        ทุกครั้งที่เป็นเช่นนี้เขาก็อดมิได้ที่จะรู้สึกละอายใจ ตลอดหลายปีมานี้เขาดำรงตำแหน่งหัวหน้าสำนักหมอหลวง กลับมิถนัดการรักษาโรคเช่นนี้นับว่าน่าละอายยิ่งนัก!

        เห็นทีคนที่เป็นหมอก็ควรจะเดินทางไปทั่วสารทิศอย่างแรกคือช่วยผู้ป่วยให้มากขึ้น อย่างที่สองคือการเพิ่มพูนความรู้ของตนเองได้สัมผัสกับกลุ่มอาการต่างๆ เพิ่มพูนความสามารถทางการแพทย์ของตนเอง

        ตลอดหลายปีที่ติดอยู่ในรั้วพระราชวังความสามารถทางการแพทย์ของเขากลับมิได้พัฒนาไปมากนักยังดีที่ตระหนักได้ในครานี้ยังไม่ช้าเกินการณ์

        ก็เพราะเหตุผลนี้ท่านหมอเฉียนตอนนี้จึงใช้เวลาอยู่ที่สถานพยาบาลมากขึ้นเรื่อยๆตอนที่ตรวจให้ผู้ป่วยก็ใส่ใจเป็นพิเศษ หวังว่าจะช่วยผู้ป่วยได้ในขณะเดียวกันก็สามารถพัฒนาตนเองได้

        ท่านหมอเฉียนรู้สึกว่าเด็กสาวซูอี้หว่านผู้นี้มิอาจมองข้ามได้จริงๆ!

         

คล้ายกับเรื่องทะลุมิติมาทั้งตระกูลด้วยสกิลเพิ่มพูนความเป็นเศรษฐี 【จบ】 ที่คุณอ่าน

เกิดใหม่เป็นคุณหนูจิ้งจอกของท่านอ๋อง (แปลจบแล้ว)

เกิดใหม่เป็นคุณหนูจิ้งจอกของท่านอ๋อง (แปลจบแล้ว)

นิยาย รัก
149K 452
ย้อนเวลามาเป็นท่านอ๋องน้อย [แปลจบแล้ว]

ย้อนเวลามาเป็นท่านอ๋องน้อย [แปลจบแล้ว]

นิยาย Y (Yaoi)
931K 592
ยามสกุณาหวนคืนขับขาน โผทะยานสู่ยุค 80

ยามสกุณาหวนคืนขับขาน โผทะยานสู่ยุค 80

นิยาย รัก
627K 1276
ฮูหยินของท่านจอมยุทธ์ในตำนาน [แปลจบแล้ว]

ฮูหยินของท่านจอมยุทธ์ในตำนาน [แปลจบแล้ว]

นิยาย Y (Yaoi)
579K 730
สาวแกลที่มาสารภาพรักกับคนมืดมนอย่างผมเพราะเกมลงโทษ ดูยังไงก็หลงผมหัวปักหัวปำเลยครับ

สาวแกลที่มาสารภาพรักกับคนมืดมนอย่างผมเพราะเกมลงโทษ ดูยังไงก็หลงผมหัวปักหัวปำเลยครับ

นิยาย รัก
85K 245
ชีวิตมหัศจรรย์สองชาติภพ [แปลจบแล้ว]

ชีวิตมหัศจรรย์สองชาติภพ [แปลจบแล้ว]

นิยาย Y (Yaoi)
386K 808
อลวนรักหมอหญิงชิงลั่ว (จบ)

อลวนรักหมอหญิงชิงลั่ว (จบ)

นิยาย ย้อนยุค,อนาคต
213K 1367
ข้ามเวลานางพญาแพทย์พิษ 【จบ】

ข้ามเวลานางพญาแพทย์พิษ 【จบ】

นิยาย รัก
570K 4473
ราชาสิบสองนักษัตร ศึกรวมสุโขทัย

ราชาสิบสองนักษัตร ศึกรวมสุโขทัย

นิยาย ย้อนยุค,อนาคต
207K 185
ข้ามมิติลิขิตรักนายตัวเบี้ย [แปลจบแล้ว]

ข้ามมิติลิขิตรักนายตัวเบี้ย [แปลจบแล้ว]

นิยาย Y (Yaoi)
525K 663