‘แต่แล้วอย่างไร ถ้าหมอฟานยอมเจรจาด้วยดีเื่สตรีผ่านมือชายมิใช่เื่ใหญ่ แค่มิมีใครพูด ก็จบ’
“รัชทายาทเพคะ” หรานหลิน สนมขั้นเฟยเดินเข้าไปหาบุรุษวัยฉกรรจ์รูปงามที่มักมากเทียบเท่ากับฮ่องเต้ ด้วยชุดคลุมตัวบางแนบเนื้อ นางเดินไปนั่งบนตักแกร่งจูบซับแผงอกเปลือยเปล่าของพระองค์พร้อมกับเอ่ยคำหวานหู “พระองค์มีหม่อมฉันและสนมอีกมากมาย อย่าไปสนใจสตรีที่ไม่บริสุทธิ์ผุดผ่องเลยนะเพคะ นางแค่งดงามแต่มิมีสิ่งใดเหมาะสมกับพระองค์ อีกทั้งยังเป็ฮูหยินของผู้อื่น” ลูบแผงคอบุรุษผู้เป็ที่รัก “เจอหนึ่งครั้ง ลืมหนึ่งครั้งหาใช่เื่ยาก มาเถอะเพคะหม่อมฉันจะช่วยพระองค์คลายกำหนัดและลืมใบหน้าของนางผู้นั้นเอง”
รัชทายาทรูปงามคิดตามสนมรัก ผู้อื่นอาจเป็เช่นนั้นแต่พระองค์ ไม่ สิ่งที่พระองค์พบยามนี้คือเจอหนึ่งครั้งแต่เหตุใดถึงลืมไม่ลง มือหนาจับหน้าอกอวบอิ่มแล้วขยำมันเต็มแรง
“อ๊า!”
“ไม่ได้หรอกสนมรัก ข้าลืมนางไม่ลงจริงๆ” ผลักหรานหลินลงจากตักก่่อนจะเดินออกไปด้านนอก “แค่ครั้งแรกและครั้งเดียวที่ข้ามีภาพของนางติดตา สตรีที่ข้าพึงใจหาใช่สตรีพระราชทานเช่นพวกเ้า” รัชทายาทวัยสิบเจ็ดชันษาเดินหายลับไปในเงามืด ทิ้งร่างงามเอาไว้ตรงนั้น
หรานหลินกำหมัดแน่น จากสมรสพระราชทานโดยฝ่ายบิดาของนางนั้นเป็ถึงเสนาบดีฝ่ายซ้ายกุมอำนาจหนึ่งในสิบจากฮ่องเต้ แน่นอนว่าสตรีมากมายในวังหลังย่อมเกรงใจนางมากกว่าครึ่ง แม้ไร้ความรักแต่อำนาจย่อมมาก่อนแล้วเหตุใดรัชทายาทจึงไม่ตระหนักถึงข้อนี้ ‘หากสตรีมีมลทินนางนั้นได้เข้ามา ข้าจะไม่ยอมให้นางผู้นั้นได้มีบทบาทในวังหลังแน่!’
วันต่อมา 05.20
ชิงเซียนตื่นนอนพร้อมกับความเมื่อยขบ แต่นั่นหาใช่ประเด็นที่นางจะต้องสนใจเทียบเท่ากับบุรุษบนเตียงนอน ฟุ่บ!! กายบางรีบลุกขึ้นแอบมองฟานอวี้ถงซึ่งยังคงนอนหลับสนิท พลันคิดในใจว่า ‘นางคงเป็ตัวถ่วงของท่านหมอดูไม่มากก็น้อย’ ดังนั้นต่อจากนี้นางควรเริ่มหาหนทางใดสักหนทางหนึ่งเพื่อที่ตัวเองจะได้มีชีวิตรอดปลอดภัยในภายภาคหน้า ต้องหัดอยู่ได้ด้วยกำลังของตัวเองท่านหมอฟานอวี้ถงจะได้ไม่ลำบากใจ ซึ่งทั้งหมดที่คิดนั้นถ้านางมีคนชี้แนะมันคงดีกว่านี้ “แมวน้อย เ้าไปอยู่ที่ใดนะ” คิดถึงแมวสีดำตัวอ้วนที่ทิ้งนางไปนานนับเดือน ตัวช่วยแรกที่แม้จะทะเลาะกันแต่นางก็อุ่นใจที่มีมันอยู่ ‘ยามนี้จะเป็ตายร้ายดีอย่างไร นางนั้นอยากจะรู้นัก’
บุรุษบนเตียงนอนหลับตาฟังนางรำพึงรำพัน ก่อนจะรู้สึกได้ว่านางแกะปมผ้าที่ผูกมัดเอาไว้ออก คาดว่านางคงไปยังห้องชำระล้าง ความมืดด้านนอกบอกได้ว่านี่คือยามเหม่า (05.20) เขาลุกนั่งแล้วเดินออกไปจากห้องเพื่อสำรวจ ซากศพ ด้านหลัง ไฟสีน้ำเงินคงมอดดับไปแล้วจะเหลือทิ้งไว้แค่รอยไหม้เพียงนิดดังที่เขาคิดไว้ ฟานอวี้ถงมองขึ้นไปบนต้นไม้ ไม่ใช่ไม่รู้ว่ามีคนจับตาดูอยู่ ส่วนสาเหตุนั้นคงจะเป็เื่อะไรไม่ได้ถ้าไม่ใช่ ตึ่กๆๆ เสียงวิ่งจากด้านหลังนั้นคือสาเหตุสำคัญ
“ท่านหมอเ้าขา อยู่ที่ใดเ้าคะ!!” ชิงเซียนวิ่งวุ่นไปทั่วร้านเล็กๆ จนเจอเข้ากับแผ่นหลังแกร่งที่มีเส้นผมสีดำยาวสยายปกคลุม กำลังยืนอยู่นอกประตูหลังร้าน นางโผเข้ากอดร่างหนานั้นอย่างไม่ลังเล สวบ!!! เสียงหอบหายใจของนางสะท้อนดังอยู่ในอก กลิ่นกายบุรุษที่นางคุ้นชินบ่งบอกได้ว่านางมิได้กอดผิดคน ไม่ว่าสถานที่แห่งนี้จะต้องรักษามารยาทสตรีเพียงใด นางก็เลือกที่จะไม่สน ‘อย่างน้อยแค่ยามนี้’ “ท่านจะยังไม่ทิ้งข้าใช่หรือไม่” คำถามเดิมออกมาจากปากอีกครั้งในยามที่ตนเองยังไม่พร้อมที่จะออกไปใช้ชีวิตคนเดียว ‘รอแค่เพียงไม่นาน ข้าจะหัดใช้ชีวิตในภพนี้ให้เป็ เพื่อที่จะได้ไม่ต้องเป็ภาระ...รอก่อนนะเ้าคะ’
“อืม” เขาครางตอบรับในลำคอ เหม่อมองออกไปยังความมืด…ราวกับย้ำไปถึงใครบางคนที่คิดจะชิงนาง…ชิง ทั้งๆ ที่พบเจอกันเพียงครั้งเดียว!
ยามซื่อ (09.30)
ชิงเซียนนั่งอยู่หน้าร้านหมอดูเรียงลำดับคนตรวจดวงชะตา ซึ่งด้านในมีท่านป้าผู้หนึ่งเข้าไปใช้บริการ ที่เหลือตรงหน้านางมีอีกสามคน ค่าบริการต่อครั้งนั้นแล้วแต่ผู้มาดูดวงจะมอบให้ จากที่อยู่ตรงนี้มาสี่ห้าวันรายได้ของท่านหมอของนางไม่น้อยเลยทีเดียว แต่เหตุใดเขาจึงไม่ขยับขยายที่ทางให้มันดีกว่านี้ นางไม่เข้าใจ ‘บุรุษรูปงามกับบ้านน้อยที่มีห้องนอนห้องเดียว’ ไม่เข้าใจๆ
“แม่นางน้อย”
ชิงเซียนหันมองท่านลุงผู้นั่งรอคิวอยู่และเรียกนาง “เ้าคะท่านลุง”
“เมื่อหลายเดือนก่อนที่ลุงมาหาท่านหมอดูฟาน ลุงจำได้ว่ามิเคยเห็นเ้าอยู่ในร้านนี้จะมีเพียงป้ายบอกไว้ว่าท่านว่างหรือไม่ว่างและให้หยิบลำดับมาก่อนหลังเท่านั้น หรือลุงจำผิด”
ยิ้ม ^^ “ไม่ผิดหรอกเ้าค่ะ ข้าเพิ่งมาอยู่กับท่านหมอดูฟานได้ห้าวันเท่านั้น”
“เป็ญาติหรือฮูหยินใช่หรือไม่”
“มิใช่เลยสักอย่างเ้าค่ะ ข้าแค่สตรีหลงทางไม่มีที่ไป ไม่รู้จักผู้ใดเลยแม้แต่หมอฟาน แต่เพราะท่านจิตใจดีจึงรับข้าไว้” แม้ก่อนนั้นเขาจะเคยพานางไปทิ้ง...แต่มันก็ผ่านไปแล้ว
“เช่นนั้นรึ” ลุงม่อยังคงทำหน้าไม่เข้าใจ ‘ไม่ได้เป็อะไร แต่เหตุใดอยู่ด้วยกัน’ มิใช่ว่านางก็ถูกสอนมาให้รักนวลสงวนตัวหรืออย่างไร?
ชิงเซียนไม่กล่าวสิ่งใดอีก นอกจากนั่งรับลูกค้าคนต่อไปที่เดินเข้ามา ลูกค้าที่นางไม่คิดว่าจะเจอ รัชทายาท!!
หวงหลงจื้อมองสตรีตัวน้อยเสมือนตกหลุมรัก วันนี้นางมัดผมไว้ด้านหลังราวกับหางม้า หน้าผากโหนกนูนเนียนใสรับกับคิ้วโก่งดั่งคันศร ริมฝีปากบางสีแดงระเรื่อราวกับหลอกล่อให้เขาเข้าไปลิ้มรส นางทำให้พระองค์นอนไม่หลับ ยิ่งตอนนี้นางทำท่าตื่นตระหนกใราวกับกระต่ายน้อย ‘เขาจะทำเช่นใดดี จึงจะได้นางมาอยู่ข้างกาย’
“ถวายพระพร…ระ” ตะกุกตะกัก แต่ก้มหน้าเพราะไม่อยากสบสายตาหวานเชื่อมนั้น
“อย่าได้มากพิธี” รีบปรี่ไปหาสาวงามคล้ายจะพยายามแตะต้องเนื้อนวลแช่มช้อย แต่อีกฝ่ายกลับถอยร่นไปด้านหลัง ตัวเขาจึงแสร้งทำเป็ยืนนิ่งเพื่อรักษากิริยา “หมอฟานมีลูกค้าอยู่ใช่หรือไม่”
ชิงเซียนเม้มปากพร้อมกับพยักหน้า “เ้าค่ะ” นางมองท่านลุงกับท่านป้าที่รออยู่อีกสามคนอย่างหนักใจ แต่จะให้รัชทายาทลัดคิวก่อนคงจะไม่เหมาะ “ก่อนหน้าที่ท่านจะมา มีท่านลุงและท่านป้ามารออยู่ได้สักครู่แล้ว รบกวนรัชทายาทรอตามลำดับได้หรือไม่เ้าคะ” แอบมองรัชทายาทรูปงามอย่างหวาดกลัว
‘หึหึ’ “ข้ามีเวลามากมาย ระหว่างรอ ข้าจะนั่งสนทนากับเ้าเพื่อฆ่าเวลา” คำพูดนั้นหาใช่ถามความเห็นแต่เป็การบอกเหมือนสั่ง
ความลำบากใจตกอยู่ที่ชิงเซียน ด้านนอกนั้นมีบุรุษรูปร่างกำยำเฝ้าอยู่มากกว่าสิบคน ซึ่งการคุ้มครองรัชทายาทถือเป็เื่ปกติ จะไม่ปกติตรงที่ท่านลุงและท่านป้าต่างมีท่าทีหวาดกลัว ใน่ที่นางกำลังลำบากใจอยู่นั้น ลูกค้าที่เข้าไปตรวจดวงชะตาก็เดินออกมา สตรีกลางคนผู้นั้นยิ้มใส่นางและลอบมองรัชทายาทผู้มาในชุดบัณฑิตอย่างสนใจ แต่แล้วเื่ไม่คาดคิดกลับเกิดขึ้นเมื่อบุรุษด้านนอกเดินเข้ามาหิ้วปีกสตรีนางนั้นราวกับนักโทษ
“กรี๊ด!!!” เสียงร้องลั่นทำให้ลูกค้าอีกสามคนที่เหลือรีบเดินหนีออกจากร้านหมอดู