เด็กมัธยมปลายปกติที่ย้ายเข้ามาเรียนในกรุงเทพฯอาจจะต้องพักโรงเรียนประจำ ต้องไปเบียดเสียดกับเพื่อนนักเรียนคนอื่นที่ไม่รู้จัก แต่ไม่ใช่สำหรับนิล ทายาทคนเดียวของดุรงค์คุณากร พ่อของเขาจองคอนโดไว้ให้ แม้จะไม่หรูหรามากก็ตาม
“ถึงแล้วครับคุณหนู” คนขับรถพูดอย่างสุภาพ ก่อนจะแวะเข้าที่จอดรถในคอนโด
“ถึงแล้วเหรอ” นิลว่าพลางบิดี้เี เขาหลับมาตลอดทางเพราะเมื่อคืนมัวแต่ตื่นเต้นจนนอนไม่หลับ
“ลงเร็วๆค่ะ” ป้านิ่มเร่ง
นิลลงจากรถ ท้ายรถเปิดออก นิล นิ่มและชาติต่างช่วยกันขนของมาวางไว้ที่พื้น
“ค่อยๆทยอยยกกันไปนะคะ” นิ่มว่า ก่อนจะหิ้วกระเป๋าเดินทางขึ้นมาสองใบ นิลกับคนขับรถทำตาม
ขณะที่ป้านิ่มกับนิลเดินทอดน่องกันตามสบาย คนขับรถกลับเดินเร็วมากเสียจนทั้งสองตามไม่ทัน พอเข้ามาในเขตคอนโด เขาก็หายตัวไปเสียแล้ว
เมื่อนิลกับนิ่มมาถึงเคาน์เตอร์ให้บริการลูกค้า ป้านิ่มก็เข้าไปแจ้งชื่อและนามสกุลของนิล พนักงานที่เคาน์เตอร์ตรวจสอบรายชื่ออยู่สักพัก ก่อนจะเงยหน้าขึ้น
“คุณนิลั ดุรงค์คุณากร พักที่ห้อง804 ค่ะ ขึ้นลิฟต์ทางซ้ายมือได้เลยค่ะ นี่กุญแจค่ะ” เธอพูดอย่างสุภาพ ยิ้มแย้มแจ่มใส
“ไปกันเถอะครับ ป้านิ่ม” นิลว่า ก่อนจะเดินอย่างกระฉับกระเฉง หลังจากที่หลับมาตลอดการเดินทาง แบตของนิลก็ชาร์จเต็มเรียบร้อยแล้ว พร้อมจะลุยทุกสถานการณ์
ป้านิ่มพยายามก้าวเท้าให้ยาวขึ้นเพื่อให้ทันคุณหนูของเธอที่กำลังจะขึ้นมัธยมปลายแล้ว ยังะโโลดเต้นเหมือนเด็กๆ
“คุณนิลเดินช้าหน่อยค่ะ” ป้านิ่มว่า เมื่อก้าวอย่างไรก็ตามไม่ทัน ทำให้นิลผ่อนฝีเท้าลง
“ทะเล ไปช่วยคุณป้าเขายกของหน่อยสิลูก” เสียงของพนักงานต้อนรับคนเดิมดังขึ้น
“ครับแม่” เสียงของเด็กหนุ่มที่คาดว่าเป็ทะเลตอบ
ทะเลเดินเข้ามาหาป้านิ่ม ก่อนจะยื่นมือ “ให้ผมช่วยถือนะครับ”
นิลหันไปมอง เขาพบกับเด็กที่ผิวขาวที่สุดเท่าที่เขาเคยเห็น อาจจะเป็เพราะเขาเป็เด็กชอบวิ่งเล่นท่ามกลางสายลมและแสงแดดจึงมีผิวคล้ำ แต่เด็กหนุ่มที่ชื่อทะเลนี่ผิวเนียนสวย คงจะไม่ค่อยได้ออกไปไหน
“ขอบใจนะลูก” ป้านิ่มว่า “ป้าขอนั่งพักหน่อยละกัน ที่นี่มีที่ไหนให้นั่งได้บ้าง”
“ป้านั่งตรงเก้าอี้ตรงนั้นก็ได้ครับ” ทะเลว่า ก่อนจะชี้ไปที่เก้าอี้นวมหน้าเคาน์เตอร์
ทะเลกับนิลจึงเดินมาด้วยกันแค่สองคน ระหว่างที่ขึ้นลิฟต์ ทะเลไม่พูดอะไรเลยจนนิลเริ่มรู้สึกอึดอัด
“นายเรียนโรงเรียนอะไรเหรอ” นิลถามเพื่อลดบรรยากาศมาคุ
“อโณทัย” ทะเลตอบ
“โรงเรียนเดียวกันเลย” นิลว่า ดีจริงที่จะได้มีเพื่อน “นายอยู่ชั้นอะไร”
“ม.4” ทะเลตอบ
“เราก็อยู่ม.4” นิลว่า “เรามาเป็เพื่อนกันไหม”
แต่ครั้งนี้ทะเลไม่ตอบ ความเงียบน่าอึดอัดปกคลุมอยู่นานจนในที่สุดทะเลก็พูดขึ้นมาว่า
“รอให้ถึงวันเปิดเทอมก่อน ถ้าถึงตอนนั้นคุณยังอยากเป็เพื่อนกับผม ค่อยมาว่ากัน”
นิลขมวดคิ้ว เขาอาจจะพูดสุภาพกับคนที่ไม่สนิทก็จริง แต่ไม่ถึงขนาดพูดผม-คุณ ทะเลเป็เด็กแปลกไม่ใช่เล่น
“ไม่ต้องเรียกเราว่าคุณก็ได้” นิลว่า
“ผมชินแบบนี้ครับ” ทะเลตอบ
“ที่คอนโดนี้มีสระว่ายน้ำไหม” นิลถาม ตัดสินใจเปลี่ยนเื่เพื่อไม่ให้เสียบรรยากาศ เขาเป็คนชอบออกกำลังกาย ตอนอยู่บ้านที่ต่างจังหวัด เขาขี่ม้าและว่ายน้ำเป็ประจำ
“มีครับ” ทะเลว่า
“งั้นเดี๋ยวว่างๆ เราไปว่ายน้ำด้วยกันไหม” นิลชวน
“ผมไม่ชอบว่ายน้ำ” ทะเลพูด
“ว่ายไม่แข็งเหรอ” นิลว่า “ไม่เป็ไรหรอก เราก็ไม่ค่อยแข็ง”
“ผมไม่ได้บอกว่าผมว่ายไม่แข็ง” ทะเลพูดเสียงเย็น “ผมแค่บอกว่าไม่ชอบว่ายน้ำ
ก่อนที่นิลจะทันพูดอะไรกลับไป ลิฟต์ก็หยุดลง ทั้งคู่เดินออกจากลิฟต์ ตรงเข้าไปยังห้องพัก
ทางด้านล่างนิ่มกำลังคุยกับพนักงานต้อนรับอย่างออกรส
“มาทำงานที่นี่นานหรือยังคะ” นิ่มชวนคุย
“เพิ่งปีเดียวเองค่ะ”
“แล้วก่อนหน้านี้ทำอะไรอยู่ล่ะคะ”
“เป็ครูสอนว่ายน้ำค่ะ”
“แล้วทำไมถึงเลิกทำเสียล่ะคะ”
“ฉันประสบอุบัติเหตุจนต้องตัดขาทั้งสองข้างทิ้งน่ะค่ะ ก็เลยสอนว่ายน้ำต่อไปไม่ได้แล้ว”
“ขอโทษนะคะ” นิ่มว่าอย่างรู้สึกผิด
“ไม่เป็ไรหรอกค่ะ เื่ก็ผ่านมาตั้งนานแล้ว”
“คุยกันตั้งนานยังไม่ได้แนะนำตัวเลย” นิ่มว่า “ฉันชื่อนิ่มนะคะ แล้วคุณล่ะคะ”
“จ๋อมค่ะ”
พวกเขาคุยกันเพลินจนไม่ทันสังเกตเด็กหนุ่มทั้งสองที่มายืนฟังอยู่นานแล้ว
“แม่นายเคยเป็ครูสอนว่ายน้ำเหรอ” นิลถาม เขาพอเข้าใจแล้วว่าทำไมทะเลถึงไม่อยากว่ายน้ำ
ทะเลไม่ตอบ แต่นิลก็ไม่ได้กดดันอะไร
“ป้านิ่มครับ” นิลเรียก “คุยกันเสร็จหรือยังครับ ผมว่าเราขึ้นไปพักผ่อนได้แล้วล่ะ เหนื่อยมาทั้งวันแล้ว” นิลไม่ได้ต่อว่าป้านิ่มที่ไม่ช่วยขนของ แม้เธอจะเป็พี่เลี้ยงของเขา แต่ก็แก่แล้ว ถ้าไม่เหนือบ่ากว่าแรงจริงๆ นิลก็ไม่อยากให้ป้านิ่มทำอะไรเลย เขาอยากดูแลเธอ ตอบแทนที่ดูแลเขามาหลายปี
“ขนของเสร็จแล้วเหรอคะ” นิ่มว่า “แล้วตาชาติไปไหนล่ะ ไม่มาช่วยกันเลย”เธอบ่น
ชาติปรากฏตัวขึ้น สีหน้าอิดโรย “ขอโทษจริงๆครับ ส้มตำเมื่อวานมันทำพิษกับผม เล่นเอาท้องร่วง แต่ตอนนี้ดีขึ้นแล้ว ผมว่าผมพร้อมช่วยยกแล้วล่ะครับ
“ลุงชาติไม่ต้องช่วยยกหรอก” นิลว่า เมื่อเห็นสีหน้าอิดโรยของคนขับรถ “นั่งพักเถอะครับ เดี๋ยวผมยกเอง มีแค่ไม่กี่ใบแล้ว”
“ขอบคุณจริงๆครับ” ชาติตอบ “แต่ผมขออนุญาตตีรถกลับเลยได้ไหมครับ ไม่อยากขับมืดๆมันอันตราย”
“ท้องเสียอยู่ไม่ใช่รึ ตาชาติ” นิ่มว่า
“ไม่เป็ไรหรอก นิ่ม ฉันแวะซื้อยาหยุดถ่ายเอาก็ได้ ไม่อยากขับรถดึกๆจริงๆ”
“ลุงพักที่นี่สักคืนก็ได้นี่ครับ” นิลเสนอ “พรุ่งนี้ค่อยกลับ”
“ไม่ได้หรอกครับคุณหนู” ชาติปฏิเสธ “พรุ่งนี้คุณผู้ชายท่านมีธุระต้องใช้รถ”
“งั้นโชคดีนะครับ” นิลอวยพร
“ไปกันเถอะครับ” นิลชวน เขาเดินไปที่รถ นิ่มกับทะเลเดินตามมา
ทั้งสามต่างช่วยกันขนของลงจากรถ หลังจากที่ตรวจแล้วว่าไม่ลืมอะไร ชาติก็ขับรถกลับฟาร์ม
เมื่อนิลเห็นท่าทางของทะเลที่พยายามยกกระเป๋าก็อดสงสารไม่ได้ เขายืนเซเพราะน้ำหนักของกระเป๋า
“นายไม่ต้องขนหรอก” นิลว่า “เรากับป้านิ่มช่วยกันขนแป๊บเดียวเดี๋ยวก็เสร็จ เราไม่รีบ”
“มันเป็หน้าที่ของผมครับ” ทะเลตอบเสียงหนักแน่น เขารู้สึกซาบซึ้งที่เ้าของคอนโดยอมรับแม่เข้าทำงานและให้ค่าจ้างเท่ากับคนที่ไม่ได้พิการซึ่งหายากมากเพราะเ้าของธุรกิจส่วนใหญ่เมื่อเห็นว่าพิการก็มักปฏิเสธไม่ยอมให้ทำงานเพราะกลัวจะทำงานได้ไม่เต็มที่หรือถ้ารับก็ต่อรองจ่ายเงินเดือนน้อยลง แต่เ้าของคอนโดนี้ไม่ได้เป็แบบนั้น นอกจากเขาจะให้เงินเดือนและสวัสดิการพนักงานให้แม่โดยไม่มีต่อรองแล้ว เขายังให้ทะเลกับแม่พักที่คอนโดนี้โดยไม่คิดค่าเช่าอีกด้วย เพื่อเป็การตอบแทนความมีน้ำใจของเ้าของ ทะเลจึงตั้งใจบริการลูกค้าทุกคนให้ดีที่สุด
“ถ้าอย่างนั้นก็เอาใบนี้ไป” นิลว่า ก่อนจะสลับกระเป๋าของเขากับทะเล “มันเบากว่า”
ทะเลอ้าปากจะประท้วง แต่นิลขัดว่า “นายตัวเล็กก็ต้องหิ้วกระเป๋าใบเล็ก”
ทะเลได้แต่บ่นงึมงำ พวกเขาทั้งสามขนกระเป๋าไปที่ห้อง หลังจากถึงห้องทะเลก็ขอตัว ฝ่ายนิลก็อดะโขึ้นเตียงไม่ได้ทำให้ป้านิ่มดุ
“คุณนิลไปล้างเท้าก่อนสิคะ เท้าเลอะๆมาะโขึ้นเตียงได้ไง” นิ่มว่า
นิลถอนหายใจ แต่ก็ยอมทำตาม แม้จะคิดว่าเท้าเขาจะเลอะได้อย่างไรเพราะใส่รองเท้ามาตลอดทางก็เถอะ แต่เขาคิดว่ายอมทำตามที่นิ่มบอกง่ายกว่าเยอะ
“เด็กคนนั้นดูแปลกๆนะครับ” นิลชวนคุยหลังจากล้างเท้าเรียบร้อยแล้ว “เขาดูไม่ค่อยอยากเป็เพื่อนกับผมสักเท่าไหร่” เื่นี้ทำเอานิลเสียความมั่นใจอยู่ไม่ใช่น้อย ก็สมัยตอนอยู่บ้านฟาร์ม ใครๆก็อยากเป็เพื่อนกับเขาทั้งนั้นนี่
“คุณนิลของป้าน่ารักอย่างนี้ เดี๋ยวไปโรงเรียนก็มีเพื่อนเยอะแยะเองแหละค่ะ”นิ่มปลอบ
“ผมไม่ได้กังวลเื่ตัวเองครับ” นิลว่า “ผมเป็ห่วงเขา เขาพูดจาแปลกๆ”
“แปลกยังไงคะ” นิ่มซัก
“เขาใช้สรรพนามแทนตัวเองว่าผมแล้วเรียกผมว่าคุณ” นิลว่า “แล้วเขาก็พูดประมาณว่า’รอให้ถึงวันเปิดเทอมก่อน ถ้าถึงตอนนั้นคุณยังอยากเป็เพื่อนกับผม ค่อยมาว่ากัน’”
นิ่มขมวดคิ้ว จากประสบการณ์ที่ได้จากการดูละครและอ่านนิยายมามากของเธอ พอเดาได้ว่าเกิดอะไรขึ้นกับทะเล เธอได้แต่ภาวนาว่าไม่เป็ความจริง โลกนี้คงไม่โหดร้ายเหมือนในละครหรอก
“ป้าคิดอะไรอยู่เหรอครับ” นิลถามหลังจากที่คู่สนทนาเงียบไปนาน
“ป้าคิดว่าเด็กทะเลนั่นอาจจะโดนกลั่นแกล้งที่โรงเรียนจ้ะ” นิ่มตอบ
“ป้าคิดมากไปแล้วล่ะครับ” นิลหัวเราะ “ทะเลหน้าตาก็ดี พูดจาก็สุภาพ ผมรู้จักเขาแป๊บเดียวก็ยังชอบเลย ใครจะมารังแกเขาได้”
นิ่มได้แต่ภาวนาให้คุณหนูของเธอพูดถูก เด็กหนุ่มคนนั้นน่ารักจริงๆ ไม่ใช่ด้านหน้าตาแต่เป็ลักษณะนิสัย ถ้ามีใครกล้ารังแกเขาก็คงไม่ใช่คนดี แต่ความจริงแล้วคนที่รังแกคนอื่นก็ไม่ใช่คนดีทั้งนั้นแหละ ไม่สำคัญหรอกว่าฝ่ายที่ถูกรังแกเป็ใคร หน้าตาแบบไหน นิสัยยังไง แต่ทะเลมีเสน่ห์บางอย่างทำให้นิ่มอยากจัดการคนที่มารังแกเขามากกว่าใครที่เธอเคยรู้จัก เธอไม่เคยเห็นเด็กที่ไหนน่ารักขนาดนี้มาก่อนเลย
นิลชอบกรุงเทพฯ เขาเป็เด็กช่างสำรวจและกรุงเทพฯก็เป็เมืองใหญ่มีที่ให้เที่ยวเล่นมากมาย วันแรกๆเขาสำรวจคอนโดอย่างละเอียด
“คอนโดนี้กว้างดีนะครับ” นิลชวนจ๋อมคุย “สระว่ายน้ำก็ใซ้ใส”
“จ้ะ” จ๋อมว่า “ป้าเห็นแล้วก็อยากว่ายทุกที แต่..” เธอนิ่ง คิดถึงอดีตที่เ็ป
“ผมขอโทษครับ” นิลว่า
จ๋อมโบกมือ “อย่าไปคิดมากเลยจ้ะ”
ขณะนั้นทะเลก็ลงมาพอดี “แม่ครับ ผมจะไปข้างนอกนะครับ”
จ๋อมขมวดคิ้ว “ไปไหนล่ะ ทะเล”
“ไปเที่ยวเล่นแถวนี้แหละครับ” ทะเลตอบเลี่ยงๆไม่ยอมสบตาผู้เป็แม่
“รีบไปรีบกลับล่ะ” จ๋อมกำชับ หลังจากทะเลไปแล้วเธอก็หันมาปรับทุกข์กับนิล
“่นี้เขาชอบไปไหนก็ไม่รู้ ไม่ค่อยอยู่บ้าน”
“บางทีเขาอาจจะเบื่อมั้งครับ” นิลสันนิษฐาน ขนาดเขามาอยู่แค่ไม่กี่วันก็สำรวจคอนโดครบหมดแล้ว ทะเลอยู่ก่อนหน้าเขาเป็ปีๆ จะอยากหาอะไรใหม่ๆทำก็ไม่ใช่เื่แปลก
จ๋อมส่ายหน้า “ทะเลไม่ใช่เด็กชอบสำรวจ ตอนพาไปเที่ยวห้างเขาก็ชอบอยู่แต่ร้านหนังสือ แต่ก็ไม่แน่โตแล้วนิสัยอาจจะเปลี่ยนก็ได้”
นิลคิดว่าครั้งต่อไปเขาจะขอทะเลไปเที่ยวด้วยให้ได้ แต่ต้องรอให้สนิทกว่านี้ก่อน ยังไงไปเที่ยวกันสองคนคงสนุกกว่าไปเที่ยวคนเดียวแน่นอน
หลังจากที่สำรวจคอนโดจนละเอียด นิลก็เริ่มขยายไปสำรวจซอยข้างๆคอนโด ่แรกๆป้านิ่มตามเขามาด้วย แต่หลังจากที่นิลเห็นเธอตามไปหอบไปเพราะวิ่งตามเขาไม่ทัน เขาก็ขอร้องให้เธอกลับคอนโดก่อน ตอนแรกนิ่มไม่ยอม แต่เมื่อนิลสัญญาว่าจะไม่ปิดมือถือและจะรับสายเมื่อนิลโทรมา แล้วถ้าฟ้าเริ่มมืดแล้วจะกลับคอนโดทันที นิ่มก็อนุญาตให้นิลเที่ยวต่อตามลำพังได้ นิ่มไว้ใจว่านิลไม่ใช่เด็กเหลวไหล
จากการสำรวจซอยทำให้นิลรู้ว่าซอยนี้มีร้านก๋วยเตี๋ยวเ้าเด็ด นิลจึงตัดสินใจไปลองดู อยากรู้ว่าจะอร่อยสู้แถวบ้านได้ไหม
“มากี่ท่านครับ” เด็กหนุ่มในร้านถาม
“คนเดียวครับ” นิลตอบ
“เชิญด้านในเลยครับ” เด็กหนุ่มว่า ก่อนจะะโสั่งงาน “เล พาคุณเขาไปโต๊ะหน่อย”
“ครับ” เสียงอันคุ้นหูดังขึ้นแล้วทะเลก็เดินออกมา เขาชะงักไปนิดหนึ่งเมื่อเห็นนิล แต่ก็ยังคงรักษาท่าทางบริกรได้ดีสมเป็มืออาชีพ “เชิญเลยครับ” เขาเดินนำนิลเข้าไปในร้าน
นิลได้แต่สับสน ทำไมทะเลถึงมาทำงานเป็เด็กเสิร์ฟได้ เด็กอายุเท่าเขาไม่ใช่ควรเรียนหนังสืออย่างเดียวหรือ แต่บางทีทะเลอาจอยากมาหาประสบการณ์ใหม่ๆก็ได้ แต่ทำไมจะต้องโกหกป้าจ๋อมด้วยล่ะ
“คุณมีอะไรจะถามผมหรือเปล่าครับ” ทะเลถามราวกับอ่านใจนิลได้
“ทำไมนายถึงมาทำงานล่ะ” นิลถาม
“เงินครับ” ทะเลตอบง่ายๆ มองนิลเหมือนกับจะถามว่า เื่แค่นี้จะต้องถามอีกเหรอ
“เงินนายไม่พอใช้หรือ” นิลถามอีก
“ตอนนี้ยังพออยู่ครับ” ทะเลตอบ “ผมเก็บไว้เพื่อมหา’ลัย
นิลอึ้ง “นายเพิ่งม.4เองนะ ไม่เร็วเกินไปหรือ”
“ไม่เร็วหรอกครับ” ทะเลพูดอย่างจริงจังพลางเดินนำทางไปด้วย นิลเดินตาม “ค่าสมัครต่างๆแพงมากนะครับ อีกอย่างไม่มีใครรู้อนาคตหรอก ถึงโต๊ะแล้วครับ”
นิลนั่งลง ก่อนที่เขาจะพูดอะไร ทะเลก็ขัดขึ้น
“ขอร้องนะครับ อย่าบอกแม่ว่าผมมาทำงานที่นี่”
“ทำไมล่ะ” นิลถาม
“ผมไม่อยากให้แม่รู้ แม่บอกว่าให้เรียนหนังสืออย่างเดียว แต่ผมอยากแบ่งเบาภาระให้แม่บ้าง”
นิลพยักหน้า เขาไม่ใช่คนชอบยุ่งเื่คนอื่นอยู่แล้ว
“แล้วจะรับอะไรดีครับ” ทะเลถาม
“อะไรเด็ดๆก็เอามาเลย” นิลว่า
“ที่เด็ดสุดก็คงเป็ทะเล”
“อะไรนะ” นิลว่า โชคดีที่ไม่ได้ดื่มน้ำอยู่ ไม่งั้นคงสำลักไปแล้ว
“ผมหมายถึงก๋วยเตี๋ยวต้มยำทะเลน่ะครับ” ทะเลรีบอธิบาย
“งั้นเอามาชามนึง เส้นเล็กนะ” นิลว่า ให้ตาย ใจหายใจคว่ำหมด นึกว่าโดนหยอดเสียแล้ว ต่อไปนี้ต้องเลิกดูซีรีส์วายเป็เพื่อนป้านิ่มเสียที
“ครับ” ทะเลว่าก่อนจะเดินไปบอกออเดอร์แก่พ่อครัว
นิลหยิบมือถือขึ้นมาเล่นเกมเพื่อรออาหาร เล่นไปได้สักพักเขาก็ยินเสียงโวยวาย
“เฮ้ย สั่งไปตั้งนานแล้วทำไมยังไม่ได้อีก” ชายร่างใหญ่คนหนึ่งพูดขึ้นเสียงดัง
นิลเงยหน้ามอง พลางขมวดคิ้ว ไม่ใช่หมอนี่มาทีหลังเขาหรอกหรือแถมเพิ่งเข้ามาได้แป๊บเดียวแท้ๆ โวยวายอย่างกับรอมาแล้วเป็ชั่วโมง
“ขอโทษจริงๆครับ” ทะเลว่า “เผอิญลูกค้าเราเยอะ เดี๋ยวผมจะเร่งพ่อครัวให้นะครับ”
“เออ” ลูกค้าคนนั้นว่าอย่างใส่อารมณ์ “ถ้ารู้ว่าทำช้าจะมาเปิดร้านก๋วยเตี๋ยวทำไมวะ”
“ขอโทษจริงๆครับ” ทะเลว่า
“เอาน้ำเป๊ปซี่มาขวดนึงดิ เย็นๆนะ” ชายร่างใหญ่พูดต่อ “จะมากินดับโมโหสักหน่อย”
“ครับ” ทะเลว่า หมุนตัวไปหยิบน้ำเป๊ปซี่ พอเขาเอามาเสิร์ฟ ชายร่างใหญ่ก็เปิดขวดแต่แทนที่เขาจะกิน เขากลับสาดน้ำอัดลมใส่ทะเล ทำเอาเด็กหนุ่มเปียกไปทั้งตัว
“ขอโทษที” ลูกค้ายิ้มร้าย “เผอิญหลุดมือน่ะ”
ทะเลกำหมัดแน่น ในใจอยากจะร้องประท้วงความอยุติธรรม แต่จะประสบการณ์ที่เขาได้เจอมา ในโลกนี้ไม่มีความยุติธรรมจริงๆหรอก
“มีปัญหาอะไร”คนพาลยิ้มกวน
“ไม่มีครับ” ทะเลตอบอย่างสุภาพแม้จะไม่อยากสุภาพด้วยเลยก็ตาม
“ก็ดี” ชายคนนั้นตอบ “เป็แค่บ๋อย อย่าทำสะเออะ”
นิลทนฟังไม่ไหวอีกต่อไปแล้ว เป็บ๋อยแล้วยังไง คนทำมาหากินสุจริตต้องมาเจอเื่แบบนี้หรือ เขาลุกขึ้นยืน ตั้งใจจะไปช่วยเพื่อน แต่ก็ยังช้ากว่าชายอีกคนนึง เขาแต่งตัวราวกับหลุดมาจากนิยายมาเฟียก็ไม่ปาน เปล่งรัศมีของคำว่าอย่ามาแหยมไว้รอบกาย เขาเดินย่างสามขุมเข้าไปหาลูกค้าเ้าปัญหา
“ขอโทษนะครับ” มาเฟียพูดอย่างสุภาพ “ที่นี่เป็ร้านอาหาร ไม่ใช่ที่คุณจะมาพูดจาแบบนี้ได้นะครับ”
“แล้วไง” ชายร่างใหญ่ที่ดูเหมือนจะตัวหดล็กน้อยเมื่อเผชิญหน้ากับคนจริงพูดท้าทาย “กับอีแค่บ๋อยคนหนึ่ง”
“ทุกคนเป็ฟันเฟืองที่สำคัญของร้านนี้ครับ” มาเฟียว่า ก่อนจะหันไปพูดกับทะเลอย่างอ่อนโยน “ไปเปลี่ยนชุดเถอะ”
“ครับ” ทะเลว่าก่อนจะเดินไปหลังร้านเพื่อเปลี่ยนชุด
“แล้วผมก็ขอเชิญคุณออกจากร้านด้วยครับ”
“ไล่ลูกค้าอย่างนี้ได้ไงวะ ไปตามเ้าของร้านมาทีสิ”
“ผมนี่แหละครับเ้าของร้าน” มาเฟียกดเสียงต่ำ “ผมไม่ยินดีต้อนรับลูกค้าอย่างคุณหรอกครับ”
“เดี๋ยวกูจะไปรีวิวเลยว่าร้านนี้มันแย่แค่ไหน” ลูกค้าจอมป่วนยังไม่ยอมแพ้ “ทำอาหารก็ช้าแถมยังมาไล่ลูกค้าอีก”
“ลื้อจะไปดีๆหรือจะให้อั๊วช่วยพาออกไป” อาแปะที่กำลังกินก๋วยเตี๋ยวต้มยำพูดอย่างอดรนทนไม่ได้ “ลื้อมารอแค่ไม่ถึงห้านาทีก็บ่นว่าช้า แถมยังสาดน้ำใส่อาเลมันอีก อาตี๋มันขยันแค่ไหน ใครๆก็เห็น”
“แล้วเจ๊กอย่างแกมายุ่งอะไรด้วย”
“พอได้แล้ว” เ้าของร้านว่า “ขอเชิญออกไปด้วยครับ ไม่อย่างนั้น..” เขาเปิดชายเสื้อให้ดูแวบนึง เผยให้เห็นปืนพก ที่เสียบไว้ตรงเข็มขัด
ลูกค้าผู้ดีแต่ปากและเก่งแต่กับเด็กและคนชรารีบเผ่นแน่บไปทันที
นิลมองฉากตรงหน้าอย่างสนใจ คิดไปถึงพล็อตนิยายสืบสวนสอบสวนที่เขาเคยอ่าน เื่ชักจะเข้มข้นขึ้นเรื่อยๆแล้วสิ หวังว่าเขากับทะเลคงปลอดภัยนะ