ตอนที่15 การแสดงของเทพธิดา
การแสดงนี้.....มันช่างประหลาดใจและช๊อค!
สิ่งที่น่าทึ่งคือหลิวเย่บนเวที ไม่ได้ใช้เครื่องดนตรีใดๆ เลยเขามีเพียงมือที่ถือบัตรธนาคารชิดริมฝีปากของเขาที่เล่นในท่วงทำนองอ่อนหวานและอ่อนโยนเพื่อให้ความรู้สึกอันสวยงามแก่พวกเขา
มันน่าทึ่งเกินไป!
ดวงตาคู่โตที่สวยงามของเจียงผิงผิงจ้องไปที่หลิวเย่บนเวทีมีความสั่นไหวเล็กน้อยในแววตาของเธอ
เธอคิดไม่ถึงว่าเพียงแค่บัตรธนาคารแตะริมฝีปากจะสามารถเป็เครื่องดนตรีได้มันมีเสียงที่ไพเราะดีมาก
ความสมบูรณ์แบบของสิ่งนี้นั่นคือเสียงเพลงไม่มีความผิดเพี้ยนแต่อย่างใด
นี่เป็ครั้งแรกที่เธอได้เห็นการแสดงแบบนี้ด้วยตาตัวเองเป็เื่ยากที่เธอจะจินตนาการได้ว่าจะมีใครสักคนที่มีความสามารถในการเป่าเพลงจากบัตรธนาคารบทเพลงที่สวยงามยังคงล่องลอยในห้วงแห่งอารมณ์
จางหยวน ที่ยืนอยู่ด้านข้างเจียงผิงผิงมีสีหน้าบิดเบี้ยวด้วยความโกรธเขาไม่ได้คาดหวังว่าหลิวเย่จะมีพร์เช่นนี้การกระทำของหลิวเย่ดึงดูดสายตาของผู้ชมได้มากเกินไป เขาไม่พอใจมัน!
หญิงสาวทั้งหลายอยากมีแฟนหล่อ เก่ง และโดดเด่นกันทั้งนั้น
ในฐานะคนที่แสดงบนเวทีบ่อยๆจางหยวนรู้ดีว่าการแสดงที่สามารถดึงดูดผู้ชมได้นั้นมีอันตรายอย่างไร?
ในขณะนี้หลิวเย่กำลังแสดงอยู่บนเวทีความโด่งดังและรุ่งโรจน์กำลังฉายแสงและเพิ่มเสน่ห์ชายหนุ่ม ทำให้ดึงดูดกลุ่มสาวๆได้อย่างแน่นอน มันเป็การ่ชิงไฟแก๊ซของใครหลายคน
เขาหันไปเหลือบมองเจียงผิงผิง เมื่อเห็นเธอยังคงสงบเป็ปกติเขาก็ถอนหายใจด้วยความโล่งอกในเวลาเดียวกันเขาก็หงุดหงิดตัวเองที่ไม่ได้ขึ้นไปแสดงบนเวทีเขาอาจดึงดูดดอกไม้ที่สวยงามได้อีกหลายคน
แม้ว่าเขาอาจจะไม่ได้แสดงได้ดีเท่าหลิวเย่แต่อย่างน้อยในฐานะประธานสมาพันธ์นักศึกษา ย่อมโดดเด่นและรุ่งโรจน์แน่นอน
ตอนนี้จางหยวนให้ความสนใจกับเจียงผิงผิงเป็อย่างมากนั่นเป็เพราะเขาตกหลุมรักเธอ เขาคาดหวังที่จะได้แต่งงานกับเธอั้แ่แรกเห็น
หลิวนี่นี่รู้สึกตื่นเต้นยินดีเมื่อเห็นการแสดงของหลิวเย่มันดีกว่าการแสดงสาธิตที่ห้องสมุด
โชคดีที่หลิวเย่ไม่มีการประหม่าแต่อย่างใด
อย่างไรก็ตาม หลิวนี่นี่ยังคงขุ่นเคืองเล็กน้อยหลิวเย่แอบซ่อนตัวอยู่ในตอนที่เขาทำการแสดงในห้องสมุด
เพื่อนร่วมหอพักของหลิวเย่เหลียวมองสาวๆ รอบตัว พวกเขาพบว่าเธอเ่าั้สนใจและชื่นชมกับการแสดงของหลิวเย่พวกเขามองหน้ากันและยิ้มอย่างขมขื่น
ดูเหมือนว่าพวกเขาจะเดาได้ถูกต้อง!
น้องสี่เก่งกาจมากขึ้นเรื่อยๆ
หลิวเย่ยังคงเล่นบทเพลงต่อไปเหมือนเขาลืมไปเลยว่าอยู่บนเวที
การแสดงของเขาเสมือนว่าในโลกใบนี้ มีเพียงเขาผู้เดียว
อยู่ท่ามกลางหมอกเมฆ
มีกลิ่นความเศร้าจางๆ
ผู้ชมต่างรู้สึกเหมือนอยู่ในยุคโบราณมองเห็นเ้าชายและเทพธิดาในชุดขาว ได้ยินเสียงลมในหุบเขา เสียงน้ำในลำธารมีน้ำพุและสายน้ำไหลคดเคี้ยวบนเนินเขา มีความรักและความเกลียดชังชั่วนิรันดร์มีใครบางคนรอคนรักอยู่ท่ามกลางสายฝนที่โปรยปรายบนแม่น้ำแยงซี
ท่วงทำนองไพเราะ.....
อ่อนหวานและเศร้าสร้อย.....
บทเพลงจบไปแล้ว แต่ทุกคนยังคงหมกมุ่นอยู่ในห้วงอารมณ์ดังกล่าวนับพันปีและไม่มีใครเต็มใจจะลาจาก
เงียบสงัด ไม่มีเสียงพูดคุย
ดูเหมือนว่าพวกเขายังจมอยู่ในบรรยากาศความปรารถนาและความอาลัยอาวรณ์
ในตอนท้ายของบทเพลงเจียงผิงผิงถอนหายใจและเดินออกมาจากหลังเวที ดวงตาของเธอว่างเปล่าและเศร้าเล็กน้อยเธอมีความรู้สึกเหมือนเธอรอคนรักมานับพันปี แต่คนรักของเธออยู่ที่ไหน? ไม่มีใครรู้?
จางหยวนเหลือบมองเจียงผิงผิงด้วยความหลงใหลและดวงตาของเขาไม่มีความพึงพอใจต่อการแสดงของหลิวเย่
นาทีต่อมา ผู้ชมต่างปรบมือ
ทุกคนรู้สึกเพลิดเพลินและประทับใจกับการแสดงทักษะอันยอดเยี่ยมของหลิวเย่!
มันน่าทึ่ง!
ผู้ชมต่างมองไปที่ร่างสูงโปร่งหล่อเหลากลางเวทีด้วยความรู้สึกชื่นชมยินดีไม่รู้จบ
การแสดงที่ใช้บัตรธนาคารใบเดียวเป่าลมออกจากปากเกิดท่วงทำนองแสนไพเราะ
เขาได้มอบประสบการณ์ที่น่าประทับใจให้พวกเขา
พวกเขาไม่อาจหาทำบรรยายใดๆมาพูดได้ มีเพียงเสียงปรบมือดังสนั่น
หลิวเย่ค่อยๆลืมตาขึ้นและยิ้มอย่างมีความสุขที่เขาทำให้ทุกคนประหลาดใจ
ขณะที่เขากำลังแสดงอยู่นั้น หลิวเย่อยู่ในสภาวะความว่างเปล่าเขาเป็ส่วนหนึ่งของบทเพลงนี้
หลิวเย่โค้งคำนับและเดินลงจากเวที
พี่น้องทั้งสามคนในหอพักเหลือบมองเขาเงียบๆและพูดพร้อมกับยกนิ้วโป้งว่า “น้องสี่ คุณประกาศว่าพวกเราเป็คนดี โสดและยังไม่มีแฟน คุณควรจัดการให้พวกเราต่อไปใช่ไหม?” จางไค่พูดด้วยรอยยิ้มเ้าเล่ห์
“นั่นอะไร ฉันจะจัดการให้คุณได้อย่างไร?” หลิวเย่รู้สึกไม่ดีทันที
“นั่นมันง่ายจัง” ซุนเอ้อพูดอย่างตื่นเต้น“แค่ดูจากการแสดงของคุณตอนนี้ คุณต้องประชาสัมพันธ์ห้องพักของเราอย่างเต็มที่”
“นั่นฉันพูดไปแล้ว ที่เหลือพวกคุณต้องใช้ความสามารถของตัวเอง”หลิวเย่ปฏิเสธเสียงแข็ง
หลิวเย่ขมวดคิ้วและเขาตั้งใจว่าจะไม่เข้าไปยุ่งเกี่ยวกับเื่นี้อีกไม่เช่นนั้นจะมีปัญหาตามมาอีกไม่รู้จบ
ในเวลานี้พิธีกรได้ขึ้นบนเวทีเพื่อประกาศการแสดงลำดับต่อไป“ต่อไปเราจะเชิญ เจียงผิงผิง ตัวแทนนักศึกษาวิชาเอกฝังเข็ม-รมยามาร้องเพลง Attention”
เพื่อนทั้งสามคนของหลิวเย่ใเมื่อได้ยินประกาศพวกเขาโห่ร้องและแสดงความตื่นเต้น
ชายหนุ่มทั้งหลายต่างยืดคอรอการแสดงของเทพธิดาเจียงผิงผิงขึ้นเวที
เมื่อเจียงผิงผิงเดินขึ้นบนเวทีพร้อมกับไมโครโฟน ผู้ชมต่างใ
มีเสียงะโทุกประเภทดังขึ้นทันทีเสียงนกหวีดก็ไพเราะยิ่งขึ้นไปอีก หลายคนยืนขึ้นโบกมืออย่างแรง
“เจียงผิงผิง!”
“เจียงผิงผิง!”
“เจียงผิงผิง!”
เกิดความโกลาหลขึ้นเพราะแถวหน้ายืนขึ้นทำให้บดบังวิวของแถวหลัง มีการด่าทอและตวาดดังลั่น ผู้ชมแถวหลังส่งเสียงไม่พอใจ
ผู้ช่วยอาจารย์แต่ละวิชาเอกต่างพากันจัดระเบียบของแต่ละชั้นปีมีทั้งดึงนักเรียนให้นั่งลง ชี้นิ้วสั่งการ และต่อว่า
เจียงผิงผิงมาที่หน้าเวทีพร้อมรอยยิ้มแสงไฟทั้งหมดพุ่งไปที่เธอทันที และเธอก็เริ่มร้องเพลง
มันสวยงามมาก!
หลิวเย่มองภาพนั้นด้วยใจที่สั่นไหว
บทเพลงที่สวยงาม
เหมือนสายลมพัดผ่านหัวใจของทุกคน
ไฟบนเวทีค่อยๆหรี่ลงจนเกือบสลัวเหมือนตอบรับมนต์ขลังแห่งบทเพลง
ทันใดนั้นเครื่องเล่นดนตรีประกอบเกิดขัดข้องขึ้นอย่างกะทันหัน
มีเพียงเสียงร้องเดี่ยวของเจียงผิงผิง แต่ขาดเสียงดนตรี
นี่คือ.....งานเลี้ยงปฐมนิเทศนักศึกษาใหม่!
นี่คือ.....่เวลาแห่งความสนุกสนานของนักศึกษา!
เกิดเหตุเครื่องเล่นดนตรีพัง!
ผู้ชมต่างแสดงความโกรธแค้นออกมา “บัดซบ! ทำไมเครื่องเล่นดนตรีมาพังเอาตอนนี้!”
“เทพธิดากำลังร้องเพลง ทำไมมาพังเอาตอนนี้หาเครื่องใหม่เดี๋ยวนี้ แก้ไขทันที”
“อะไรกัน ทำไมต้องมาพังตอนนี้”
“ฝ่ายควบคุมเสียงพวกคุณทำอะไร จัดการทันที”
อธิการบดี คณบดี และอาจารย์แต่ละวิชาเอกต่างพากันกระสับกระส่ายอธิการบดีขมวดคิ้วพลางถามเ้าหน้าที่ “เกิดอะไรขึ้น? ทำไมจู่ๆ เครื่องเล่นดนตรีพังแบบนี้”
พนักงานรีบตอบทันทีว่า “สถานการณ์ตอนนี้ยังไม่ชัดเจนผู้ที่เกี่ยวข้องกำลังตรวจสอบ มันไม่ใช่ปัญหาของการสะดุดหรือไฟฟ้าลัดวงจรแต่อย่างใดอาจจะเป็ที่ตัวเครื่องเล่นดนตรีเพียงอย่างเดียว เดี๋ยวฉันจะเช็ครายละเอียดอีกที” เมื่อพูดจบเขาก็รีบจากไปทันที
หลังจากพนักงานจากไป คณบดียืนขึ้นเขาจำเป็ต้องระงับเหตุวุ่นวายตอนนี้
เจียงผิงผิงบนเวทีได้ะโให้ผู้ชมเงียบลง แต่เสียงของไมโครโฟนในตอนนี้ไม่สามารถสู้เสียงความโกลาหลจากคนจำนวนมากได้เลย
อนิจจา!ไม่มีใครได้ยินเสียงของเธอเลย เธอยืนอยู่คนเดียวบนเวที
ทันใดนั้นเกิดเสียงเหมือนมีการกระแทกอย่างรุนแรงหลังเวทีดังสนั่น“เพล๊ง! ตู้ม!”
ท่ามกลางความตื่นตระหนกจากเสียงดังสนั่นนั้น เสียงโวยวายจากผู้คนเงียบลงทันที
เจียงผิงผิงเห็นดังนั้น เธอจึงรีบพูดใส่ไมโครโฟนทันที“ขอให้ทุกคนเงียบก่อนนะ”
เมื่อทุกคนได้ยินว่าเป็เทพธิดาขอร้องให้เงียบเสียงทุกคนก็ทำตาม
คณบดีนั่งลงด้วยความโล่งอกในความเงียบสงบนี้
“ขอบคุณทุกคน” เจียงผิงผิงโค้งคำนับเล็กน้อยและพยายามพูดให้ดังที่สุดว่า“ฉันร้องเพลง attention ต่อไปได้แต่ไม่มีเครื่องดนตรีที่จะร่วมไปกับการแสดงนี้ มีใครจะอาสาบ้างไหม?”
“.....” ไม่มีใครตอบ เห็นชัดว่าไม่มีอาสาสมัคร
ความจริงจางหยวนสามารถเล่นกีต้าร์ได้ และเขาอยากจะขึ้นไปบนเวทีกับเทพธิดาแต่เขากลับไม่คุ้นเคยกับเพลงนี้เลย เขารู้สึกหงุดหงิดในใจที่ไม่สามารถขึ้นไปบนเวทีได้หากเขาสามารถเล่นเพลงนี้ได้อย่างคล่องแคล่ว เขาจะไม่ยืนรีรออยู่ตรงนี้แน่นอน
ทันใดนั้นมีเสียงจากฝูงชนดังขึ้น
“หลิวเย่ทำได้”
หลิวเย่ตกตะลึงเมื่อได้ยินคำพูดนั้น
แต่ทุกคนก็เปล่งประกายและพยักหน้าเห็นด้วยเมื่อพวกเขายืนเคียงคู่กันบนเวที เหมือนเทพธิดาและเทพบุตร มันช่างสวยงาม
พวกเขาประทับใจกับการแสดงของหลิวเย่ก่อนหน้านี้ หากเขาได้แสดงคู่กับเทพธิดาเจียงผิงผิงมันจะเป็คู่ที่สมบูรณ์แบบมากที่สุด
“หลิวเย่!”
“หลิวเย่!”
“หลิวเย่!”
ผู้ชมทั้งหลายต่างส่งเสียงเชียร์อย่างกะทันหัน
ทุกคนต่างหันหน้ามามองทางแถวที่นั่งของชั้นปีหนึ่งของหลิวเย่
หลิวเย่มองไปรอบๆ ด้วยสายตาว่างเปล่า
เขาแปลกใจที่ทุกคนคิดถึงเขา เกิดอะไรขึ้น?
บนเวที เจียงผิงผิงมองไปที่ตำแหน่งที่นั่งของหลิวเย่ในความทรงจำด้วยความคาดหวังและถามว่า
“เพื่อนร่วมชั้นหลิวเย่ คุณสามารถเล่นเพลง attention ได้หรือไม่?”
จางหยวนมองไปที่ชั้นปีหนึ่งอย่างประหม่าและวิตกกังวลเขาไม่อยากให้หลิวเย่รู้จักเพลงนี้มากนัก ถ้าเขารู้จักเพลงนี้ มันจะเพิ่มความประทับใจในหัวใจของเจียงผิงผิงนั่นใม่ใช่สิ่งที่เขา้าเลย
แต่หลิวเย่ตอบว่า “ได้”
แม้ว่าเสียงตอบของหลิวเย่จะไม่ดังมากแต่ในความเงียบนั้นทุกคนได้ยินอย่างชัดเจน
“ดังนั้น ฉันขอให้คุณมาร่วมเล่นเพลงนี้กับฉันได้ไหม?” เจียงผิงผิงถามด้วยความยินดีและคาดหวังในใจ
สามพี่น้องของหลิวเย่ต่างหันหน้ามองหลิวเย่ด้วยสายตาคมแหลม
พวกเขาคิดในใจว่า “ถ้าคุณไม่ตกลง พวกเราจะฆ่าคุณอย่างแน่นอน”
ภายใต้ความสนใจของทุกคน หลิวเย่ค่อยๆลุกขึ้นจากที่นั่งและเดินไปที่เวทีด้วยรอยยิ้ม “เป็เกียรติอย่างยิ่งด้วยความยินดี”
“ปรบมือ ปรบมือ ปรบมือ”
เมื่อจางหยวนเห็นหลิวเย่เดินไปที่เวทีพร้อมกับเสียงปรบมืออันอบอุ่นหัวใจของเขาก็แข็งเกร็ง หัวใจเขารู้สึกขมขื่นเล็กน้อย
ดูเหมือนว่าวันนี้ลิขิตมาให้หลิวเย่โดดเด่น!
หลิวเย่เดินมาใต้เวทีและก้าวะโขึ้นเวทีอย่างรวดเร็ว
เมื่อเจียงผิงผิงมองเห็นหลิวเย่ เธอกล่าวขอบคุณเขาทันที“ขอบคุณนะเพื่อนร่วมชั้นหลิวเย่” พร้อมกับโค้งคำนับเพื่อขอบคุณ
“ไม่เป็ไร” หลิวเย่โค้งคำนับตอบกลับ
เจียงผิงผิงมองหลิวเย่ด้วยความซาบซึ้งที่ตอนนี้เขาได้อาสามาช่วยเหลือเธอ
ภายใต้แสงจันทร์อันเจิดจ้าและไฟบนเวทียังคงหรี่ลงจนสลัว ทั้งสองมองเห็นสีหน้าของกันและกันอย่างชัดเจน
หลิวเย่กล่าว “งั้นเรามาเริ่มกันเลย”
เจียงผิงผิงหันหน้าไปหาผู้ชมและกล่าวว่า“ได้โปรดสนุกไปกับเพลงนี้ด้วยกัน ฉันและหลิวเย่อาจจะเสียงเบาไปหน่อยฉันขอให้ทุกคนช่วย
กันรับฟังด้วย”
“ตกลง!”หลายคนในกลุ่มผู้ชมกล่าวตอบ
เจียงผิงผิงยิ้มเล็กน้อยแล้วพยักหน้าให้หลิวเย่
หลิวเย่เข้าใจ จากนั้นเขาหยิบบัตรธนาคารออกมาแล้ววางไว้ที่ปาก ท่วงทำนองที่สวยงามค่อยๆดังขึ้นออกจากปากของเขา ท่ามกลางความเงียบสงบ เสียงเป่าบัตรธนาคารเล่นได้ดีมาก
การร้องเพลงที่สวยงามของเจียงผิงผิงก็ฟังดูผ่อนคลายเช่นกัน “รู้ว่าชุดนั้นเป็….. น้ำหอม…..คุณทำให้ฉันคิดถึงเมื่อคุณเป็ของฉัน
โอ้.....และตอนนี้ฉันพร้อมแล้วคุณคาดหวังอะไร.....แต่คืนนี้เธอไม่กลับบ้านกับฉัน”
แม้จะร้องเพลงเพียงไม่กี่ประโยค แต่ผู้ชมก็ช็อค
มันฟังดูดีมาก!
ดอกไม้ของมหาวิทยาลัยร้องเพลงเพราะมาก!
ไม่แย่ไปกว่านักร้องมืออาชีพ
และเสริมกับการบรรเลงขลุ่ยบัตรธนาคารของหลิวเย่
การจับคู่ของทั้งสองคนนั้นสวยงามยิ่งนัก!
แม้ว่าผู้ชมจะ้าปรบมือชมเชยทั้งคู่เป็อย่างมากแต่พวกเขาต้องอดกลั้นเอาไว้โดยไม่พูดอะไร เพราะหากพวกเขาส่งเสียง คนอื่นๆจะไม่ได้ยินเสียงเพลงที่ไพเราะนี้เลย ดังนั้นทุกคนจึงตั้งใจฟังอย่างเงียบๆ
หลิวเย่ส่งพลังปราณสายหนึ่งออกไปรอบๆบริเวณเพื่อสร้างประกายพร่างพราวเหมือนดวงดาวในท่ามกลางความมืดมิด
ในเวลานี้นักศึกษาบางคนเห็นแสงวิบวับรอบเวที พวกเขาต่างหยิบโทรศัพท์มือถือออกมาถ่ายรูปเก็บภาพความสวยงามนั้นไว้และมีบางคนเปิดไฟฉายพร้อมกับโบกมือเงียบๆ
ในไม่ช้าสนามเด็กเล่นทั้งหมดก็กลายเป็ทะเลแห่งแสงสว่างดูคล้ายกับดวงดาวและหิ่งห้อยในท้องฟ้ายามค่ำคืน ซึ่งงดงามตระการตามาก
หลิวเย่ไม่คิดว่าเจียงผิงผิง จะร้องเพลงได้ไพเราะมากโดยเฉพาะอย่างยิ่งเสียงที่ใสกังวาน ชัดเจน และไร้ที่ติของเธอทำให้เพลงนี้เต็มไปด้วยพลังอันอบอุ่นและน่าหลงใหล
พวกเขายังคงเล่นบทเพลงต่อไป.....
ด้วยบทเพลงที่อบอุ่นมีรอยยิ้มเกิดขึ้นที่ริมฝีปากของทุกคนโดยไม่รู้ตัว
“แค่้าความสนใจไม่้าใจฉัน บางทีคุณอาจจะเกลียดความคิดของฉันที่มีคนใหม่ ใช่เธอแค่้าความสนใจ ฉันรู้ั้แ่แรก คุณแค่ทำให้แน่ใจว่าฉันจะไม่มีวันเอาชนะคุณ…..”
ความรักของชายหนุ่มและหญิงสาวนั้นบอบบางและเปราะบางอยู่เสมอและมันเป็เื่ง่ายที่จะกล่าวคำอ่อนไหวเมื่อพวกเขาพบกัน
ทุกคนอดไม่ได้ที่จะถอนหายใจให้กับความรักในหัวใจของพวกเขา
มีทั้งความสุข ความเศร้า ความผิดหวัง ความเหงา ความตั้งใจความสนใจ ความขมขื่น ความฝัน
ทุกคนต่างนึกถึงประสบการณ์ความรักของพวกเขาไม่ว่าจะเป็ความรักของครอบครัว เพื่อน ญาติ คนรักบางทีการพลัดพรากอาจ
เป็การเติมเต็มส่วนขาด ฉันมีเธอชิดใกล้ชั่วระยะเวลาหนึ่งนั่นอาจเพียงพอแล้ว
รักยังคงอยู่ในใจฉันตลอดไป ไม่มีหมดอายุ ไม่มีกำหนดชั่วนิจนิรันดร์
ไม่ว่าคุณจะอยู่ที่ไหนในหนแห่งใดของโลก
คุณจะอยู่ในใจฉันเสมอ…
หลังจากร้องเพลงท่อนนี้แล้ว เจียงผิงผิง ใช้มือจับลำคอเธอลูบเบาๆส่วนอีกมือที่ถือไมโครโฟนชี้ไปทางหลิวเย่และทำหน้าแปลกๆ ภายใต้สายตาที่ประหลาดใจของทุกคน
หลิวเย่รู้สึกแปลกใจอย่างเห็นได้ชัดกับการกระทำนี้ แต่เขามองเห็นสายตาขอร้องของเจียงผิงผิงและมือของเธอที่ลูบลำคอขาวผ่องสวยงามนั้นอยู่อย่างแ่เบา
เขาเข้าใจความ้าของเจียงผิงผิงในทันทีว่าเธอ้าอะไร?
แสดงว่าเธอ้าให้เขาร้องเพลงช่วยในขณะที่เธอเจ็บคอ?
เธอปล่อยให้เขาร่วมร้องเพลง ในตอนนี้มันไม่ใช่เป็เพลงร้องเดี่ยวอีกแล้วเป็เพราะว่าเจียงผิงผิงเจ็บคอ?
หลิวเย่ไม่มีเวลาคิดเื่นี้อีกเขาเริ่มเปิดปากร้องเพลงคลอไปกับเธอ
“แค่้าความสนใจไม่้าใจฉัน บางทีคุณอาจจะเกลียดความคิดของฉันที่มีคนใหม่ ใช่เธอแค่้าความสนใจ ฉันรู้ั้แ่แรก คุณแค่ทำให้แน่ใจว่าฉันจะไม่มีวันเอาชนะคุณ…..”
“ว้าว!”
ช็อค!
ทุกคนตื่นตะลึง พวกเขายอมคุกเข่าจริงๆพวกเขาประหลาดใจมากที่สุดเพราะเสียงร้องของหลิวเย่ไม่ได้แย่ไปกว่าเจียงผิงผิงเลยปรากฏว่าเสียงร้องของหลิวเย่เป็เหมือนสายลมที่พลิ้วไหว มีความไพเราะอ่อนโยน เสียงคลอของเทพธิดาแ่เบาลงเสียงที่ใสก้องกังวานของหลิวเย่เติมเต็มให้บทเพลงมีความสมบูรณ์มากยิ่งขึ้น
หลิวเย่พยายามตะเบ็งเสียงร้องให้ดังกว่าของเจียงผิงผิงเขารู้ว่าในตอนนี้เธอเสียงแหบสั่นมาก
รุ่นพี่หลิวนี่นี่ตอนนี้เธอไม่รู้ว่าจะรู้สึกอย่างไรกับหลิวเย่
รุ่นน้องคนนี้ แอบซ่อนความสามารถไว้มากมาย แอบซ่อนเก่งเกินไปแล้ว!
ใบหน้าของจางหยวนบิดเบี้ยวน่าเกลียดมากยิ่งขึ้นเขารู้สึกเกียจชังหลิวเย่มากขึ้นหลิวเย่มีความสามารถมากกว่าที่เขาคิดทำให้เขารู้สึกกดดันกับความรักระหว่างเขากับเทพธิดาเจียงผิงผิง
เจียงผิงผิงมองไปที่หลิวเย่ด้วยความประหลาดใจ เธอไม่คิดว่าหลิวเย่จะร้องเพลงได้ดีขนาดนี้แต่การที่ปล่อยให้หลิวเย่เล่นเดี่ยวเป่าบทเพลงจากบัตรธนาคารซึ่งจะช่วยเสริมการร้องเพลงก่อนหน้าได้ดี
แต่บังเอิญว่าหลิวเย่เข้าใจท่าทางที่เธอแสดงออก และทำให้เขาช่วยเธอร้องเพลงด้วยกัน
นั่นทำให้การร้องเพลงของเขาดีกว่าการเล่นเป่าบทเพลงจากบัตรแบบเดี่ยวๆ
แม้ว่าจะไม่มีเสียงเพลงประกอบเสริมแต่แค่เสียงร้องของหลิวเย่ก็ทำให้บทเพลงนี้สวยงามมากขึ้น
มันฟังดูน่าทึ่ง!
สายตาของสาวๆ ในกลุ่มผู้ชมที่เฝ้ามองหลิวเย่นั้นกำลังจ้องมองอยู่แล้ว
ในทางกลับกัน ชายหนุ่มทั้งหลายอยากให้พวกเขาเป็หลิวเย่บนเวทีแทน
ผู้ชายคนนี้ เท่ห์เกินไป! หยิ่งเกินไป!