จูบของแอกโซเยอร์ประทับบนต่อมที่ลำคอของไป๋จื่อหรู เขาสั่นเทิ้มไปทั้งตัว ถูกพลังกดดันที่บอกไม่ถูกตรึงร่างกายทั้งร่างไว้ ไม่สามารถหนีพ้นได้โดยสิ้นเชิง
อยู่ในตำแหน่งด้อยกว่า กลายเป็สายพันธุ์ที่ต่ำที่สุดในห่วงโซ่อาหาร ความกลัวผุดขึ้นมา ปฏิกิริยาประหลาดนี้ทำให้ไป๋จื่อหรูรู้สึกว่านี่ไม่ใช่ร่างกายของเขาจริงๆ
แต่ถึงแม้เพราะการผสมของยีนทำให้เขากลายเป็ชาวดาวเคอลัวร์ที่อยู่ไกลโพ้นจากโลก แต่เขารู้ว่าอย่างน้อยตัวเองครึ่งหนึ่งยังคงเป็ตัวเอง
เวลานั้นแอกโซเยอร์อ้าปาก กัดลงไปที่ท้ายทอยของไป๋จื่อหรู ฟันเขี้ยวแหลมคมแทงเข้าไปในเนื้อเนียนที่ท้ายทอยของเด็กหนุ่ม วินาทีนั้น กลิ่นกุหลาบที่ฟุ้งออกมาจากในเืก็ทำให้แอกโซเยอร์เสียสติสัมปชัญญะในพริบตา
เวลานี้น้ำแข็งเรียวบางที่ถูกบีบอัดจนเหมือนกับเข็มจำนวนนับไม่ถ้วนก่อตัวล้อมรอบทั้งสองคน หมุนวนด้วยความเร็วสูงประดุจพายุทอร์นาโด และแทงตรงไปที่แอกโซเยอร์
จำนวนมวลเท่าเดิม แต่ระดับการสังหารหลังบีบอัดกลับเพิ่มขึ้นเหมือนอนุกรมเรขาคณิต ทะลุผ่านชุดทหารสีดำ แทงเข้าในร่างของแอกโซเยอร์โดยตรง
น้ำแข็งแท่งแล้วแท่งเล่าะเิในร่างของแอกโซเยอร์ประหนึ่งะุอย่างไร้ปรานี ไม่ว่าเขาอยากทำอะไรกับไป๋จื่อหรู ตอนนี้ก็ได้แต่ต้องถูกบีบให้ปล่อยมือ
แอกโซเยอร์คำรามต่ำหนึ่งเสียง ร่างกายซวนเซ พยุงร่างของตัวเองไม่ไหว เข่าทรุดลงหนึ่งข้าง
ไป๋จื่อหรูรีบวิ่งห่างออกไปหลายก้าว แล้วหันไปมองแอกโซเยอร์ เขาหอบเสียงต่ำ มือลูบท้ายทอย ผลคือลูบโดนเืเต็มมือ ฉับพลันนั้นเขาก็โกรธจัด “นายเกิดปีหมารึไง กล้ากัดฉันเฉยเลย!”
แอกโซเยอร์เงยหน้ามองคนตรงหน้า แววตาเปี่ยมความ้าเหมือนตอนที่ไป๋จื่อหรูอยากดูดเืคนไม่มีผิด
ดวงตาของทั้งสองคนเต็มไปด้วยเืหล่อเลี้ยงจนแดงก่ำ ระยะห่างไม่กี่เมตร กลิ่นเืวนเวียนในอากาศ กลิ่นหอมของกุหลาบแดนรกร้างยังคงเบาบาง ทว่ากลับทำให้คนไม่อาจถอนตัว
แอกโซเยอร์ยืนขึ้นมาราวกับการโจมตีเต็มกำลังของไป๋จื่อหรูเมื่อครู่นี้ไม่ได้สร้างาแให้เขาอย่างไรอย่างนั้น
ไป๋จื่อหรูสั่นเทา นี่นับเป็ตัวอะไรหา เหมือนกับแวมไพร์ตัวหนึ่งถูกแวมไพร์อีกตัวจ้อง แถมแวมไพร์ที่จ้องเขาตัวนี้ยังแข็งแกร่งกว่าเขา!
การเคลื่อนไหวที่รวดเร็วจนแทบเหลือแค่เงาติดตา แอกโซเยอร์มาตรงหน้าไป๋จื่อหรูอีกครั้ง ดวงตาที่ดำมืดเหมือนท้องฟ้ายามราตรีของเขาสะท้อนแต่เงาร่างของไป๋จื่อหรู เป็การจดจ่อที่ไม่มีอะไรนอกเหนือจากนี้ อีกฝ่ายยื่นนิ้วออกไปหาเขาช้าๆ จากนั้นก็พูดด้วยเสียงต่ำแหบพร่า “จงหลับ…”
แอกโซเยอร์รู้สึกแค่ว่าวินาทีถัดมาร่างกายของตัวเองก็ขัดต่อเจตจำนงของเขา สติพลันถูกดึงห่าง ฉากตรงหน้าพร่ามัวขึ้นมา
เขาหลับตาและสลบลงไปในวินาทีที่กำลังจะแตะโดนไป๋จื่อหรู จากนั้นก็ไม่รู้สึกถึงการเคลื่อนไหวใดๆ ในโลกอีก มีแค่กลิ่นกุหลาบสายนั้นที่ยังคงเวียนวนตรงโพรงจมูกเขา เนิ่นนานไม่จางหาย
“ฉันควรฆ่าหมอนั่นได้แล้ว ไม่ว่าหมอนั่นจะเป็ใคร…”
ไป๋จื่อหรูนั่งลงข้างกองไฟ สีหน้าซีดขาวจนเผยสีน้ำเงิน เขากอดเข่านั่งอยู่บนพื้น ครึ่งตัวซ่อนอยู่ในความมืดยามราตรี ทั้งร่างแผ่กลิ่นอายคนแปลกหน้าห้ามเข้าใกล้
เขาพึมพำกับตัวเอง พูดเื่ของแอกโซเยอร์ซ้ำไปซ้ำมา
“ไม่ใช่ว่ายังไม่มีใครเคยกล้ากัดฉัน แต่ถูกฉันกำจัดไปหมดแล้ว…”
“ฉันต้องฉันฆ่าเ้าหมอนี่”
“มีสิทธิ์อะไรกัน”
“เพื่อนที่ดีต้องคบหากันดีๆ อย่างรักใคร่ปรองดองสิ จิ๊ มีเพื่อนสนิทที่แข็งขึ้นมากับเพื่อนสนิทด้วยเรอะ ที่นายพูดมันคู่เกย์ดีๆ เหอะ!”
แอกโซเยอร์ดิ้นรนลืมตาขึ้นมาจากอาการหลับลึก เมื่อตื่นขึ้นมาก็ได้ยินคำบ่นของไป๋จื่อหรู
เขาที่แผ่อยู่บนพื้นไกลออกมาจากกองไฟฟังเสียงของไป๋จื่อหรูเงียบๆ ความร้อนผิดปกติบนร่างถดถอยไปบ้างแล้ว เขาแค่ลืมตาก็เห็นสายตาของเด็กหนุ่มมองมายังตัวเอง
แววตายังคงมีท่าทีอยากฆ่าคนเหมือนก่อนหน้านี้ ความเกลียดเขาไม่เคยถดถอยไป
แต่ต่อให้เป็แบบนี้ ขอแค่ได้ยินความรู้สึกที่มีต่อตัวเองจากปากของคนคนนี้ ไม่ว่าอะไร ก็มักทำให้แอกโซเยอร์ไม่อาจเพิกเฉยและดีใจขึ้นมา
เขาอยู่ในใจของอีกฝ่ายแล้ว แถมตอนนี้อีกฝ่ายก็คิดถึงเขาแล้วด้วย ลำพังแค่นี้ก็ทำให้มีความสุขแล้วละ
ทั้งตัวแอกโซเยอร์แทบจะเต็มไปด้วยเหงื่อเย็น อุณหภูมิของดาวรกร้างสูงมาก แม้ดวงอาทิตย์จะลับแล้ว หินทรายบนพื้นก็ยังคงร้อนระอุ
ไป๋จื่อหรูมองคนตรงหน้าอย่างสงสัย กลิ่นอายเงียบสงบในตอนแรกของแอกโซเยอร์เริ่มเดือดพล่านขึ้นอีกครั้ง ยิ่งผ่านไปหน้าอกยิ่งกระเพื่อมแรงขึ้น
ไป๋จื่อหรูถลึงตาแรงใส่เขา แอกโซเยอร์จึงค่อยพยายามทำให้ตัวเองสงบลง รู้ว่าตัวเองห้ามเป็แบบนั้น จะทำให้เด็กน้อยกลัวได้
“่รัตน่ะ” แอกโซเยอร์พูด
“คืออะไร” ไป๋จื่อหรูโยนคำถามจากที่ไกลๆ
“่รัตมาถึงก่อนเวลา” แอกโซเยอร์เช็ดหน้า เวลานี้จึงค่อยพบว่าใบหน้าตัวเองเต็มไปด้วยเหงื่อเย็น “ยิ่งยีนแข็งแกร่งก็ยิ่งควบคุมยาก ถึงฉันกัดนายแต่ไม่ได้ฉีดฟีโรโมนเข้าไป ไม่ได้ทำสัญลักษณ์นาย…”
แอกโซเยอร์หยุดเล็กน้อย พูดตามตรงอย่างไม่ได้เสียใจกับการกระทำของตัวเองแม้แต่น้อย “ฉันชอบกลิ่นของนาย ครั้งถัดไปฉันจะทำสัญลักษณ์ นายอายุเท่าไรแล้ว”
ไป๋จื่อหรูถูกคำพูดของแอกโซเยอร์ทำสับสนแล้ว เขาพูดอย่างไม่พอใจ “นายฟังไม่เข้าใจเหรอ ฉันไม่เข้าใจว่านายพูดอะไร ่รัตคือบ้าอะไร อยู่ใน่รัตก็กัดคนได้เหรอ นายเกิดปีหมา จับคนได้ก็กัดรึไง”
แอกโซเยอร์ที่หน้าไร้อารมณ์เสมอมาคราวนี้ตะลึงแล้ว สีหน้าของเขาเปลี่ยนไป เห็นได้ชัดว่ามองไป๋จื่อหรูอย่างแปลกใจ “นายไม่รู้จัก่รัตเหรอ”
“ไม่รู้จัก” ไป๋จื่อหรูควบแน่นน้ำในอากาศจนเป็น้ำแข็งแท่งยาวแล้วเขี่ยกองไฟอย่างไม่เป็สุข อุณหภูมิของน้ำแข็งต่ำจนไม่น่าเชื่อ แถมยังทนทานถึงขั้นที่โดนเปลวไฟธรรมดาก็ไม่ละลายแล้ว
บนกองไฟมีแท่งน้ำแข็งที่ขาวจนโปร่งใสอยู่หลายแท่ง บนแท่งน้ำแข็งเสียบเนื้อสิงโตเบียบีที่สุกจนส่งกลิ่นหอมหลายชิ้น นั่นคือสิงโตเบียบีตัวที่สี่ในภารกิจของไป๋จื่อหรู