“หมัดมหาพยัคฆ์เหมียว”
ทันทีที่เด็กหนุ่มใช้วิชาออกมาเขาก็ต่อยหมัดตรงเข้าไปหาต้นกาบวิเศษ
ต้นกาบวิเศษ มันมีปากดักจับสัตว์ที่สามารถย่อยกระต่ายได้ทั้งตัวถึงสามปาก และดูน่ากลัว แต่หมัดของเ้าไม่จำเป็ต้องถึงตัวของมันเลยเพราะเพียงแค่เขาต่อยหมัดออกไปที่ต้นกาบวิเศษ อุ้งมือแมวก็ได้พุ่งเข้าไปตะปบมันที่ฝังรากตัวเองไว้กับพื้นและไม่สามารถเคลื่อนที่ไปไหนได้
ด้วยพลังที่น้อยนิดของเ้าที่อยู่ในระดับขั้นสะสม เมื่อต้นกาบวิเศษในระดับต้นปราณชั้นต้นโดนโจมตี ก็ทำให้มันแค่รู้สึกงุนงงเล็กน้อยเท่านั้นก่อนที่จะสะบัดปากที่ใหญ่ที่สุดตรงกลางซึ่งเป็ใบหน้าของมันไปมาเพื่อคลายความมึนงงของตัวเอง และใช้ปากทั้งสองปากที่แยกออกไปด้านข้าง ที่จริงๆ แล้วคือหมัดของมันมาตั้งการ์ดเตรียมต่อสู้กับเด็กหนุ่มที่โจมตีมันทีเผลอ
แต่นี่ไม่ใช่ครั้งแรกที่เ้าได้ต่อสู้กับมัน หลายวันผ่านมาที่เขาได้อยู่ในป่า ผู้ช่วยฝึกฝนของเขาก็ได้พาเขามาสู้กับมันอยู่หลายครั้ง และใช้ผลปราณของมันพัฒนาเ้าจนขึ้นมาเป็ขั้นสะสมชั้นปลายได้
เมื่อต้นกาบวิเศษยืดกิ่งก้านของตนที่มีปากขนาดใหญ่อยู่พุ่งมาหาเ้า เขาก็พลิกตัวหลบมันได้อย่างง่ายดายพร้อมกับใช้วิชาของตัวเองสวนกลับไป
“หมัดมหาพยัคฆ์เหมียว”
ด้วยความคล่องแคล่วที่เ้ามีต่างจากแต่ก่อนมาก เขาเริ่มเคยชินกับการเคลื่อนไหวร่างกายในการต่อสู้ ทำให้เขาสามารถหลบปากของต้นกาบวิเศษที่พุ่งมาได้อย่างง่ายดายหลายต่อหลายครั้ง…แต่ความผิดพลาดมันก็มักจะเกิดขึ้นให้เห็นได้อย่างง่ายดาย
เมื่อต้นกาบวิเศษจับทางของเ้าได้ ในขณะที่เ้าพลิกตัวหลบปากของมัน ปากนั้นก็ได้โค้งตามตัวของเ้าและงับเข้าไปที่แขนของเด็กหนุ่มอย่างน่ากลัว
แต่นี่ก็เป็อีกเหตุผลหนึ่งที่ฮ่าฮ่ากล้าปล่อยให้เ้าต่อสู้กับต้นกาบวิเศษที่ถือว่าอ่อนแอมากในป่าหมื่นปราณ ก็เพราะเมื่อมันงับเข้ามาที่แขนของเ้า เขาก็เพียงแค่ดึงแขนตัวเองออกจากปากที่ไม่มีฟันของมันและมีเพียงตะแกรงที่ไว้ดักจับสัตว์เล็กก็เท่านั้น
เ้าค่อยๆ เทน้ำที่เขาเตรียมไว้ล้างไปที่แขนของตนที่มีเมือกของมันอยู่ เพราะถ้าทิ้งไว้มันอาจจะกัดิัของเขาจนเกิดความหายและแสบร้อนได้
เขาค่อยๆ ใช้มือถูแขนล้างเมือกของมันออกอย่างไม่รีบร้อนมากนัก ด้วยร่างกายของคู่ต่อสู้ที่ไม่สามารถพุ่งเข้ามาโจมตีเขาได้และเขาก็อยู่ในระยะปลอดภัยจากการยืดกิ่งก้านของมัน จนเมื่อเ้าแน่ใจแล้วว่าแขนของเขาสะอาดดีแล้ว เขาก็ได้พุ่งเข้าไปต่อสู้กับมันต่อ จนมันทนการโจมตีนับครั้งไม่ถ้วนของเ้าไม่ไหวและห่อเหี่ยวสิ้นชีวิตลง ปล่อยให้ผลปราณของตัวเองส่องแสงออกมา
เ้าเอาแต่จ้องมองไปที่ต้นกาบวิเศษที่พ่ายแพ้อยู่ตรงหน้าเขาอย่างภูมิใจ เพราะมันถือเป็ตัวแรกที่เขาสามารถเอาชนะได้โดยที่ฮ่าฮ่าไม่ได้คอยคุ้มกันเขาอยู่
เพราะเมื่อไหร่ก็ตามที่เ้าต่อสู้กับสัตว์วิเศษตัวไหน ฮ่าฮ่าก็จะคอยสลายพลังปราณของมันเมื่อเ้าพลาดพลั้ง จนทำให้การอยู่ในป่าของเ้าหลายวันมานี้เขาไม่มีาแจากการต่อสู้เลย
หลังจากที่เด็กหนุ่มจ้องมองผลงานของตัวเองจนพอใจแล้ว เ้าก็รีบเดินไปเก็บผลปราณนั้นด้วยความดีใจ ก่อนที่จะวิ่งกลับไปหาผู้ช่วยฝึกฝนของตนที่กำลังนอนจิบชาชมวิวของน้ำตก ที่เขาย้ายมาตั้งที่นอนอยู่แถวนี้
วันแล้ววันเล่าที่เริ่มฝึกฝนกันมา ถึงจะมีหน้าที่เดียวของฮ่าฮ่าที่พูดได้เต็มปากว่าเป็การรับใช้นายน้อยของเขาอย่างการเตรียมน้ำให้เขาล้างหน้าและให้เขาดื่มในตอนเช้า แต่เมื่อเวลาผ่านไปฮ่าฮ่าก็หยุดทำมันลงและเริ่มเพิ่มหน้าที่ใช้งานให้กับนายน้อยเ้าของเขาไปเรื่อยๆ จนเ้าแทบไม่รู้ตัวเลย
“ได้ผลปราณมาแล้ววววววว”
เด็กหนุ่มที่วิ่งมาพร้อมกับความดีใจของเขาจากการต่อสู้ด้วยตัวเองครั้งแรก เขารีบส่งผลปราณที่ได้มานั้นให้กับฮ่าฮ่าไปเก็บไว้ด้วยสีหน้ามีความสุข ก่อนที่ฮ่าฮ่าจะยื่นแก้วน้ำชา กลับมาให้กับเ้าเพื่อให้เขาเดินไปเติมน้ำชาที่ต้มอยู่และเอามันกลับมาให้กับตัวของเขาเอง
“เก่งมากเลยครับนายน้อย…แต่ว่าถ้าไปสู้เองครั้งหน้าแล้วหาต้นกาบวิเศษรอบๆนี้ไม่เจอ ก็อย่าไปไหนไกลนะครับเดี๋ยวไปเจอสัตว์วิเศษตัวอื่นเข้ามันจะอันตราย”
“อืมๆ”
เพราะความก้าวหน้าในการฝึกฝนของตนเองที่เริ่มจะเลื่อนระดับขั้นไปเป็ต้นปราณแล้วมันก็ทำให้เ้ารีบจดจ่อไปที่การฝึกฝนของตนและเชื่อฟังฮ่าฮ่าอย่างดี
ถึงแม้หลายวันที่ผ่านมาการสะกดจิตของฮ่าฮ่าด้วยการกระซิบไปที่ข้างหูของเ้าในตอนนอนจะไม่ได้ผลเท่าไหร่และเด็กหนุ่มก็ยังไม่ได้รู้สึกที่อยากจะเก่งขึ้นเพื่อแก้แค้นใคร
แต่ประชาชนของประเทศดีอาดูเอล ก็รู้ดีว่าถ้าพวกเขามีระดับขั้นพลังปราณที่เก่งกาจมากขนาดไหน การใช้ชีวิตของพวกเขาก็จะง่ายดายขึ้น ไม่ว่าการงานที่มีเงินเดือนมหาศาลรองรับมากมาย หรือกระทั่งถูกเชื้อเชิญให้เข้ากลุ่มแก๊งต่างๆ เพื่อกลายเป็ผู้มีอิทธิพลก็ล้วนแล้วแต่เป็ผลดีต่อชีวิตของพวกเขาทั้งนั้น ท่ามกลางระบบการปกครองที่ไม่ได้เอื้อประโยชน์ต่อคนธรรมดา พลังปราณก็เป็ทางออกเดียวของพวกเขา
มันทำให้ผลลัพธ์ของการฝึกฝนที่เขาไม่เคยมีเวลาให้มัน แต่เ้าก็รู้ดีว่าการฝึกฝนของตัวเองนั้นเป็ไปอย่างรวดเร็วมากกว่าคนธรรมดาเหลือเกิน และมันเป็เพราะชายหนุ่มผู้ช่วยฝึกฝนของตนเอง
ถ้าการฝึกฝนของเขายังเป็ไปได้ด้วยดี เขาก็ไม่ต้องกลับไปใช้ชีวิตเป็คนรับใช้อีกต่อไป ถึงแม้ว่าเ้ากำลังเตรียมอาหารไว้ให้กับคนที่ยกย่องเขาเป็นายน้อย เพื่อจะได้ออกไปฝึกฝนต่อก็ตาม
“อีกอย่างนะครับนายน้อย ถ้านายน้อยจะไปล่าต้นกาบวิเศษอีก ก็ล่าแค่ตัวเดียวพอนะครับ น่าจะพอให้นายน้อยได้เลื่อนขั้นเป็ระดับต้นปราณแล้ว”
“ว่ายังไงนะ!”
ถึงแม้ว่าเ้าจะเตรียมอาหารให้กับฮ่าฮ่าอยู่ แต่เมื่อเขาได้ยินว่าถ้าใช้ผลปราณของต้นกาบวิเศษอีกแค่อันเดียวก็จะเลื่อนขั้นเป็ต้นปราณได้แล้ว เขาก็รีบลุกขึ้นจนเตะน้ำชาที่เตรียมจะชงให้กับฮ่าฮ่าทิ้งไปและรีบวิ่งหายเข้าไปในป่าทันที
จนทำให้ฮ่าฮ่าที่เห็นน้ำชาของตัวเองหกลงพื้นไปหมดแล้ว ก็รีบใช้มือประคองถ้วยชาในมือของเขาอย่างหวงแหนก่อนที่จะเติมนมลงไปแล้วจิบมันทีละนิดๆ ไม่ให้หมด เพราะความี้เีที่จะต้องลุกไปชงเองของเขา
“เร็วๆๆๆๆๆๆๆ”
ไม่นานหลังจากที่เ้าเข้าป่าไปเขาก็กลับมาพร้อมกับผลปราณของต้นกาบวิเศษอย่างรวดเร็วและรีบพุ่งเข้าไปหาผู้ช่วยฝึกฝนของตัวเองทันทีเพื่อให้เขาช่วยซึมซับผลปราณให้
หลังจากที่เขย่าไปที่ตัวของชายที่ดูเฉื่อยแฉะอย่างฮ่าฮ่าจนหนำใจ เ้าก็วิ่งไปนั่งลงพร้อมกับท่าทางตื่นเต้นของเขาเพื่อรอการเลื่อนขั้น
แต่ฮ่าฮ่ากลับไม่ได้ดูตื่นเต้นอะไรเลยเขาค่อยๆ ดื่มชานมหยดสุดท้ายในแก้วจนหมดแล้วถึงค่อยเดินมาหาเด็กหนุ่มที่รอเขาอยู่
หลังจากที่ฮ่าฮ่าเริ่มดำเนินการช่วยซึมซับผลปราณให้กับเ้าเหมือนทุกครั้ง เ้าก็เข้าใจท่าทีที่ไม่ตื่นเต้นของฮ่าฮ่าขึ้นมา
ทุกความรู้สึกตื่นเต้น ทุกพลังปราณที่เขามาในร่างกายเขา พลังปราณที่เข้ามาขยายเส้นพลังปราณต่างๆ ในร่างกาย พลังปราณที่ทะลักออกมามากมายจนฮ่าฮ่าต้องเก็บมันไว้ที่มือของตนและเติมเต็มให้กับเด็กหนุ่มใหม่อีกรอบ
ความรู้สึกตื่นเต้นที่มี มันบิ้วอารมณ์ทุกอย่างของเ้าให้มากขึ้นไปกว่าเดิม ก่อนที่เขาจะรู้ตัวว่าหลังจากการซึมซับพลังปราณจบลง … มันก็เหมือนกับทุกครั้งที่ผ่านมาจนเขาต้องหันไปมองฮ่าฮ่าด้วยความสงสัย
“ไหนนายบอกว่าฉันจะเลื่อนขั้นไง…แค่นี้เหรอ”
“ก็แค่นี้แหละครับนายน้อย พลังปราณมันก็คือพลังปราณยิ่งมีมากนายน้อยก็ยิ่งเก่งขึ้น ไอ้ระดับขั้นเป็แค่ชื่อที่ตั้งขึ้นมาเพื่อจัดระดับกันเฉยๆนะครับ…หรือนายน้อยคิดว่าพอนายน้อยเลื่อนขั้นแล้วจะมีแสงส่องประกายออกมาจากตัวนายน้อยอย่างงั้นหรอครับ...
ฮ่าๆๆๆๆ อย่าบอกนะครับว่านายน้อยคิดอย่างนั้นจริงๆ”
“หยุดหัวเราะไปเลยยย”
หลังจากที่ได้ทราบความจริงจากปากของฮ่าฮ่าความตื่นเต้นที่มีทั้งหมดมันกลับกลายเป็สร้างความอับอายให้กับท่าทีตื่นเต้นก่อนหน้านี้ที่เขาแสดงออกไป บวกกับเสียงหัวเราะของชายตรงหน้า มันก็ยิ่งทำให้เ้าเขินกับความคิดของตนขึ้นไปอีก ก่อนที่เมื่อความเขินอายลดลงเ้าจะนั่งมองเหม่อลอยด้วยความผิดหวัง ถึงแม้ว่าเขาจะเลื่อนขั้นแล้วก็ตามแต่มันกลับไม่ได้ดูอลังการเหมือนที่เขาคิดไว้เลย
“นายน้อยไม่ต้องเศร้าหรอกขับ รีบพักผ่อนเก็บแรงไว้พรุ่งนี้เถอะ เดี๋ยวพรุ่งนี้ผมจะพาไปสู้กับลิงลมวิเศษ”
“อะไรนะ! นั่นมันสัตว์วิเศษขั้นนักรบไม่ใช่เหรอ”
“ตายแล้ว ตายแน่ๆเลย ฉันจะตายวันนี้แล้วววว”
เ้าได้แต่โวยวายออกมาอย่างสิ้นหวัง เมื่อเขาอยู่ต่อหน้าลิงลมวิเศษที่เคลื่อนไหวอย่างรวดเร็วไปมาอยู่รอบตัวเขา ทุกครั้งที่มันะโขึ้นไปบนต้นไม้มันก็จะพุ่งเข้ามาใช้กรงเล็บที่แหลมคมที่เต็มไปด้วยปราณตะปบไปที่เด็กหนุ่ม
สิ่งเดียวที่เ้าทำได้คือคอยหลบการโจมตีของมันอย่างหวาดกลัวและร้องะโออกมาอย่างสิ้นหวัง
“พอได้แล้ว หยุดเถอะครับคุณลิงลม”
“เจี๊ยกกกก”
“พอได้แล้วววว”
ยิ่งเห็นท่าทีที่สิ้นหวังของเด็กหนุ่มเท่าไหร่สัญชาตญาณของผู้ที่อยู่เหนือกว่าอย่างลิงลมวิเศษ มันก็ยิ่งสร้างความสนุกสนานให้กับมันในการสร้างความหวาดกลัวให้กับเด็กหนุ่ม
ด้วยประสบการณ์การต่อสู้ที่ต่างกันราวฟ้ากับเหว คงมีแค่ความโชคดีไม่กี่ครั้งเท่านั้นที่เ้าจะหลบกรงเล็บของมันได้ แต่ที่เขายังสามารถร้องโวยวายได้อยู่อย่างนั้นเพราะเมื่อเขาพลาดพลั้ง ฮ่าฮ่าที่อยู่ไม่ห่างจากเขามากนักก็จะคอยดึงวิเศษในร่างกายของเ้าออกมาปัดป้องการโจมตีนั้นแทนให้
แต่สิ่งเดียวที่เขาไม่ยอมทำ คือการดึงเ้าออกมาจากคู่ต่อสู้ที่เขาไม่มีทางชนะได้เลย
“พอแล้วฮ่าฮ่า เอาฉันออกไปจากตรงนี้ที”
“นายน้อยสู้มันกลับไปบ้างสิครับ มันก็แค่ลิง”
“มันลิงแค่หน้าตาาาาา ลิงที่ไหนใช้ปราณได้กันเล่า”
“สู้ๆ ครับนายน้อย”
“ไม่เอาาาาา”
เสียงร้องครั้งแล้วครั้งเล่าที่เ้าคิดว่าตัวเองจะต้องตกตายลงในมือของลิงลมวิเศษ ถึงแม้จะมีพลังปราณคอยป้องกันตอนพลาดพลั้งก็ตาม แต่เขาจะทิ้งความกลัวทั้งหมดและฝากความเชื่อใจไว้กับผู้ช่วยฝึกฝนที่เพิ่งรู้จักกันไม่นานได้อย่างไร
ทุก่เวลาที่ชีวิตเกือบจะถูกพรากไปมันยังคงสร้างความหวาดกลัวให้กับเขา…จนกระทั่งเขาเริ่มเคยชินกับมัน
ยิ่งเ้าหันมองไปที่ผู้ช่วยฝึกฝนของตนเองที่ลิงลมวิเศษไม่ยอมไปโจมตีเลย เขาก็ยิ่งเห็นแต่รอยยิ้มประจำตัวของฮ่าฮ่าที่บ่งบอกได้เป็อย่างดีว่าเขาไม่ได้มีความคิดที่จะหยุดการต่อสู้ของเด็กหนุ่มลง
เ้าเริ่มรู้ตัวว่าคำที่บอกว่าจะให้ต่อสู้กับลิงลมวิเศษนั้นจริงจังมากขนาดไหนและถ้าเขาไม่สามารถเอาชนะเ้าลิงลมวิเศษได้ การต่อสู้นี้ก็คงไม่จบลง
“หมัดมหาพยัคฆ์เหมียว”
ทันทีที่เ้าเห็นการโจมตีของลิงลมวิเศษกำลังพุ่งเข้ามา เ้าก็รีบใช้วิชาสวนกลับไปจนมีอุ้งมือแมวตะปบสวนไปที่ตัวของมันพอดี
แต่อุ้งมือแมวนั้นก็ทำได้แต่เพียงสร้างความใให้กับเ้าลิงลมวิเศษจนมันสะดุ้งหยุดการโจมตีลง แต่ไม่ได้สร้างความเสียหายให้มันเลย
ลิงลมวิเศษเมื่อเห็นการตอบโต้ของเด็กหนุ่ม มันก็เริ่มระวังตัวขึ้นและเปลี่ยนการโจมตีของตัวเองให้ซับซ้อนกว่าเดิม เช่นพุ่งลงข้างๆ ของเด็กหนุ่มเพื่อแกล้งโจมตีพลาดก่อนจะดีดตัวพุ่งเข้าหา
จนเด็กหนุ่มต้องคิดหาวิธีโจมตีกลับไป แต่ไม่ใช่เพื่อเอาชนะลิงวิเศษแต่เพื่อจนกว่าผู้ช่วยฝึกฝนของเขาจะพอใจ
ทุกการฝึกฝนการต่อสู้ที่เด็กหนุ่มควรจะได้ฝึก เขากับเสียมันไปเวลาให้มันไปหมดกับชีวิตในการเป็คนรับใช้ของเขา แต่เพียงการต่อสู้นี้เพียงครั้งเดียวก็สามารถแทนที่วันเวลาที่สูญเสียไปเ่าั้ได้
แม้ระดับขั้นปราณของลิงลมวิเศษจะไม่ได้สูงมากนัก แต่เพราะความไวและความฉลาดของมัน ต่อให้เป็ระดับนักรบด้วยกันก็ต้องยุ่งยากและใช้เวลากว่าจะเอาชนะมันได้
ท่วงท่าการต่อสู้ รูปแบบ แผนพลิกแผง ความคิดที่จะเอาชนะ ทุกอย่างมันถูกปลุกขึ้นมาให้แก่เ้า ยิ่งเขาถูกลิงลมวิเศษบีบคั้นเท่าไหร่ ความสามารถเหล่านี้ก็ยิ่งมากขึ้น
เ้าที่เริ่มตามความเร็วของลิงลมวิเศษได้ทันและเริ่มรับมือกับการโจมตีที่พลิกแพลงของมันได้เขาก็เริ่มรู้สึกสนุกกับการต่อสู้ขึ้นมา โดยที่ไม่ได้รู้เลยว่า จริงๆ แล้วยังมีการโจมตีอีกหลายครั้งของลิงลมวิเศษที่มาถึงตัวของเ้าอย่างไม่รู้ตัว และฮ่าฮ่าต้องดึงพลังปราณมาป้องกันการโจมตีนั้นไว้ จนพลังปราณของเขาเหลือน้อยลงมาก
ฮ่าฮ่าที่ดูการต่อสู้อยู่ตลอดได้กะจังหวะในการดึงพลังปราณสุดท้ายของเ้าออกมา และใช้มันเป็การโจมตีไปที่ลิงลมวิเศษที่รวดเร็ว แต่เขาก็โจมตีมันได้อย่างแม่นยำ จนมันโดนวิเศษกระแทกกระเด็นไปไกล พร้อมกับเ้าที่ยิ้มออกมาอย่างหมดแรงเพราะในที่สุดฮ่าฮ่าก็เข้ามาช่วยเขาสักที
เมื่อเ้าลิงลมวิเศษที่ใจากการโจมตีที่ไม่คาดคิด มันก็จ้องมองไปที่ชายน่าเกรงขามที่เข้ามาแทรกการต่อสู้ของมัน และเดินจ้องมองมาที่มันด้วยสายตาน่ากลัวก่อนที่จะหยุดลงข้างๆ ของเด็กหนุ่มที่มันสู้อยู่
“ฮ่าๆๆ หยุดซ่าไปเลยสิ ไอ้ลิงบ้า”
คำพูดที่ดูถูกและถากถางลิงลมวิเศษ แทนที่จะออกมาจากปากของฮ่าฮ่าที่เพิ่งปรากฏตัว แต่มันกลับออกมาจากปากของเ้าที่หมดแรงนั่งลงอยู่และเคยร้องะโด้วยความกลัวเพราะลิงนั้นขนาดไหน
ถึงแม้สัตว์วิเศษจะไม่สามารถเข้าใจภาษามนุษย์ได้ แต่ด้วยท่าทีที่เ้าแสดงออกมา มันก็รับรู้ได้ว่า ตัวมันกำลังโดนยั่วยุจากเด็กหนุ่มอ่อนแอ ทำให้มันร้องขู่คำรามเกรี้ยวกราดไปที่เด็กหนุ่มด้วยความโมโห
“เจี๊ยก เจี๊ยก เจี๊ยกกกกกก”
“การต่อสู้มันจบแล้วไอ้ลิงบ้าาา”
เ้าในตอนนี้ไม่ได้กลัวลิงลมวิเศษนั้นเลย เพราะเขารู้ความสามารถของผู้ช่วยฝึกฝนตัวเองดีที่สามารถใช้ปราณของเขาในการปกป้องตัวพวกเขาได้ ยิ่งท่าทีของลิงลมที่ตั้งใจจะกลั่นแกล้งเขาระหว่างต่อสู้มันก็ทำให้เ้ารู้สึกซะใจที่เห็นมันไม่สามารถแกล้งเขาได้อีก….ก่อนที่เ้าจะนึกบางอย่างออกมาได้
ใช้ปราณของเขา ใช้ปราณของเขา เมื่อเ้ารู้ตัวว่าพลังปราณของตัวเองหมดไปแล้ว และชายหนุ่มผู้ช่วยฝึกฝนก็ต้องใช้พลังปราณของเ้าเองในการช่วยเหลือต่างๆ เ้าก็หันไปหาฮ่าฮ่าด้วยสีหน้าวิตกกังวล
“รู้ตัวแล้วใช่มั้ยครับนายน้อย”
เ้าทำได้เพียงแต่พยักหน้าให้กับผู้ช่วยฝึกฝนที่มองเขาอย่างวิตกกังวลเช่นกัน เพราะเขาเพิ่งเข้าใจท่าทีของฮ่าฮ่าที่ทำตัวให้ดูน่าเกรงขาม เพื่อจะได้ขู่ขวัญของลิงลมให้หนีไป แต่เขากลับไปยั่วยุมันจนมันทำท่าทีจะวิ่งเข้ามาหาพวกเขาอยู่
“เจี๊ยกกกกกกกก”
สิ่งเดียวที่เ้ารับรู้หลังจากที่มันส่งเสียงร้องออกมา ก็คือฮ่าฮ่าที่รีบหิ้วร่างไร้เรี่ยวแรงของเขา วิ่งหนีอย่างหวาดกลัวพร้อมกับเสียงร้องของลิงลมที่ร้องขู่ตามหลังพวกเขาอยู่ตลอด