บนหลังม้าตัวใหญ่ได้มีหญิงสาวหนึ่งคนกำลังขี่ม้ามาตามถนนจนเกือบจะถึงบริเวณเหลาสุราชื่อดังของเมืองลั่วหยาง นามของหญิงสาวคนนี้คือ เย่หลิงเอ๋อร์ เป็บุตรตรีเพียงคนเดียวของตระกูลเย่ เย่หลิงเอ๋อร์ เป็หญิงสาวที่มีรูปร่างหน้าตาที่สวยงามเป็อันดับต้นๆของเมืองลั่วหยาง คะแนนเต็มสิบ เธอคนนี้คงได้ไปถึงหนึ่งร้อยคะแนน เพราะว่าเธองดงามไร้ที่ติ แต่ก็เหมือนคำโบราณที่ว่าไว้ ดอกไม้ที่สวยงาม มักจะมีพิษซ่อนอยู่
“พ่อบ้านจางหญิงสาวที่อยู่บนหลังม้าคือใคร”
หลิวจ้านก็ได้ชี้มือไปที่หญิงสาวที่อยู่บนหลังม้าให้พ่อบ้านจางดู
“อ๋อ หญิงสาวที่อยู่บนหลังมาคือบุตรตรีเพียงคนเดียวของตระกูลเย่ ชื่อ เย่หลิงเอ๋อร์ ตระกูลเย่ก็คือคนที่ทราบสำนักคุ้มภัยที่คุณชายได้ถามผู้น้อยตอนอยู่บนรถม้า”
“เย่หลิงเอ๋อร์คนนี้ได้ฝึกวรยุทธหรือไม่”
“เรียนคุณชาย ต้องบอกว่าคุณหนูเย่คนนี้เป็ยอดฝีมืออันดับต้นๆของสำนักคุ้มภัยเลยก็ว่าได้ เพราะฝีมือของคุณหนูเย่เป็รองเพียงแค่หัวหน้าตระกูลเย่ ส่วนหัวหน้าตระกูลเย่ก็คือพ่อของเธอ”
“แล้วไอ้วรยุทธที่ว่านี้ มันมีระดับหรือว่าขั้นหรือเปล่า”
“เรียนคุณชาย สำหรับขั้นของวรยุทธนั้น แบ่งได้ทั้งหมด 9 ขั้น และระดับ ปราชญ์ คือระดับสูงสุด”
“แล้วเ้าคิดว่า แม่นางเย่คนนี้ อยู่ขั้นไหน”
“เรียนคุณชาย มีข่าวลือว่าคุณหนูเย่น่าจะอยู่ขั้นที่ 9 ขอรับ”
“ห้ะ อยู่ขั้นที่ 9 ถ้าเป็เเบบนี้ก็แสดงว่าหัวหน้าตระกูลเย่ก็คงอยู่ระดับปราชญ์”
“ถูกต้องแล้วคุณชาย”
เมื่อเย่หลิงเอ๋อร์มาถึงเธอก็ได้ขึ้นมาที่เหลาสุราแห่งนี้ และได้เดินมานั่งลงที่โต๊ะที่ติดกับพวกหลิวจ้าน จากนั้นเธอก็ได้สั่งอาหารพร้อมกับสุรา โดยที่เธอก็ไม่ได้สนใจคนที่อยู่บนเหลาสุราซักคน ในตอนที่คุณหนูเย่เดินขึ้นมาบนเหลาสุรา หลิวจ้านก็พยายามที่จะยืดอกเพื่อให้คุณหนูเย่สนใจ ต้องบอกว่ารูปร่างหน้าตาของหลิวจ้านก็ไม่ได้ขี้เหร่ แต่แค่เขาเป็ผู้ชายที่ค่อนข้างผอมไปบ้าง เลยทำให้เขาเหมือนคนที่ไม่ค่อยมีแรง ส่วนหน้าตาก็จัดได้ว่าหล่อเหลาเอาการ แม้ว่าหลิวจ้านจะพยายามดึงความสนใจขนาดไหน คุณหนูเย่ ก็ไม่ได้สนใจเขาสักนิด พ่อบ้านจางพอมองเห็นการกระทำของหลิวจ้านเขาก็รู้สึกตลกขบขันและนั่งยิ้มอยู่คนเดียว
“นี้..พ่อบ้านจาง ทานว่าทำไมคุณหนูเย่ไม่สนใจข้าสักนิด”
“คุณชาย ผู้น้อยจะบอกอะไรให้ท่านได้ฟัง”
“ว่ามาสิ”
“คุณหนูเย่นั้น เธอเป็แบบนี้มาตั้งนานแล้ว เธอมีนิสัยเหมือนผู้ชาย ชอบดื่มสุรา ก็เลยไม่มีผู้ชายตระกูลไหนกล้าที่จะแต่งเธอเข้าบ้าน จึงเป็สาเหตุที่ทำให้เธอ หาสามีไม่ได้ถึงแม้ว่าเธอจะสวยก็ตามและอายุของเธอนั้นตอนนี้ก็น่าจะ 20 ปีแล้ว”
หลิวจ้านพอได้ยินแบบนี้แทนที่เขาจะถอยเหมือนกับผู้ชายคนอื่นๆ แต่ไม่เลย ในยุคที่หลิวจ้านจากมา ผู้หญิงอายุ 30+ ก็ยังไม่แต่งงานก็มีเยอะเเยะไป แต่ใครจะคิดได้เหมือนหลิวจ้าน ในความคิดของหลิวจ้านหากว่าเขาได้เธอมาเป็ภรรยาของเขาจะเป็การดีมากเพราะว่าเขาก็ไม่ต้องกลัวที่จะมีคนมารอบทำร้ายเพราะว่าคุณหนูตระกูลเย่มีวรยุทธขั้น9
และยังมีพ่อตาที่อยู่ขั้นสูงที่สุดอีก เมือหลิวจ้านคิดได้แบบนี้ก็เกิดความคิดขึ้นมา ว่าจะทำยังไงถึงจะได้แต่งงานกับคุณหนูเย่
“พ่อบ้านจางต้องทำยังไงถึงจะได้คุณหนูเย่มาเป็ภรรยา”
ตอนที่หลิวจ้านถามพ่อบ้านจาง หลิวจ้านก็พูดแบบไม่อายใคร แถมยังพูดเสียงดังจนคนในเหลาสุราต่างมองมาที่เขาแม้แต่คุณหนูเย่ก็ยังมองมาที่เขา พ่อบ้านจางพอได้ยินคำถามก็รีบตอบคุณชายของเขาไปว่า
“เรียนคุณชายจะแต่งกับคุณหนูเย่มันไม่ยาก หากว่าคุณชายสามารถทำให้คุณหนูเย่เมาได้คุณชายจะได้แต่งานกับเธอ เพราะคุณหนูเย่เคยตั้งกฎข้อนี้เอาไว้กับหัวหน้าตระกูลเย่”
พอหลิวจ้านได้ยินแบบนั้นเขาก็ได้ลุกขึ้นจากโต๊ะของตัวเองและเดินไปนั่งที่โต๊ะของคุณหนูเย่ในทันที แม้แต่คุณหนูเย่ก็ยังไม่เชื่อว่าในโลกนี้จะมีผู้ชายที่หน้าหนาขนาดนี้ หลิวจ้านพอนั่งลงที่โต๊ะเขาก็ได้มองหน้าของคุณหนูเย่ชัดๆ
“พระเ้าช่วยั้แ่เกิดมาไม่เคยเจอใครสวยเท่าท่านมาก่อน”
คุณหนูเย่พอได้ฟังคำพูดจากปากของหลิวจ้านเธอก็รู้สึกว่าผู้ชายคนนี้ช่างหน้าหนา และใจกล้าจริงๆ
“ว่าแต่ท่านเป็ใคร ทำไมถึงมานั่งที่โต๊ะของข้าไม่กลัวว่าข้าจะลงมือกับท่านหรอ”
“ข้าคิดว่าท่านคงไม่ลงมือกับคนที่ไม่รู้วรยุทธและคนที่กำลังจะเป็สามีของท่านในอนาคตหรอกนะ”
คุณหนูเย่เมื่อได้ยินหลิวจ้านพูดแบบนี้เธอก็รู้สึกโกธขึ้นมาทันที เพราะว่าเธอไม่ชอบการแต่งงาน ไม่ชอบที่จะต้องเชื่อฟังสามี ไม่ชอบอยู่ที่บ้านคอยรับใช้แม่สามี ที่เธอเคยพูดไว้ว่าหากว่าใครทำให้เธอเมาได้เธอจะยอมแต่งงานกับเขาคนนั้นเพราะเธอคิดว่าในโลกนี้คงไม่มีใครทำให้เธอเมาได้ เพราะเธอก็ดื่มเก่งไม่แพ้ใคร ก่อนที่คุณหนูเย่จะทันได้ซักกระบี่ หลิวจ้านก็ชิงพูดขึ้นก่อนว่า
“นี้ท่านจะทำร้ายข้าได้ลงจริงๆหรอ หากว่าท่านทำร้ายข้าจริงๆ ไม่ใช่แค่ท่านที่ต้องเสื่อมเสียชื่อเสียง แม้แต่ตระกูลท่าน สำนักคุ้มภัยของท่าน ที่สำคัญก็คือพ่อของท่าน หากว่าข่าวที่ท่านทำร้ายข้าแพร่สะพัดออกไปว่าตระกูลเย่ ที่ประตระกูลปราชญ์อับดับหนึ่ง ทำร้ายชาวบ้านตาดำๆที่ไม่รู้วรยุทธ ท่านคิดว่าชาวยุทธด้วยกันจะคิดยังไง ชาวบ้านจะคิดยังไง บ้านเมืองมีกฎหมาย ใคร่ว่าใครจะอยากทำร้ายคนก็ได้”
พอคุณหนูเย่ได้ฟังสิ่งที่หลิวจ้านร่ายยาวออกมา เธอก็ได้วางกระบีในมือลง
“แล้วเ้า้าอะไร”
“ก็อย่างที่ข้าบอกกับท่านยังไงละ ข้าจะเอาท่านมาเป็ภรรยาของข้าให้ได้”
“นี้เ้า…หึๆๆๆ ดีๆๆ แล้วเ้าชื่ออะไร อายุเท่าไร”
“อันว่าตัวข้านั้น ชื่อว่า หลิวจ้าน คนตระกูลหลิว อายุ 17 ปี”
พอหลิวจ้านเเนะนำตัวเองออกไป คนที่นั่งอยู่บนเหลาสุราก็หัวเราะขึ้นมา และมีคนพูดขึ้นว่า นี้มันหลิวจ้าน ลูกล้างลูกผลานของตระกูลหลิวนี้ พอทุกคนได้ยินแบบนั้นก็หัวเราะกันเสียงดังกว่าเดิม แต่สำหรับหลิวจ้านนั้นเขาก็ไม่ได้รู้สึกอะไรเพราะว่านั้นคือหลิวจ้านคนเก่า ส่วนคุณหนูเย่เธอก็ไม่ได้รู้สึกอะไรแต่ก็พอได้ยินเื่นี้มาบ้าง
“แล้วเ้าชอบคนที่มีอายุมากกว่าเ้าหรือยังไง”
“สำหรับตัวข้านั้นไม่เคยติดเื่อายุ เอาเป็ว่ามาคุยเื่กฎที่ท่านตั้งไว้ดีกว่าเราจะได้ตกลงกันได้”
“ถ้าเอาแบบนั้นเ้าก็เอาเหล้ามาสิจะได้ตัดสินกันไปเลย แต่ถ้าเ้าแพ้เ้าจะต้องโดนข้าตัดลิ้น"
“ได้แต่ถ้าข้าชนะท่านต้องติดตามรับใช้ข้าไม่ว่าข้าจะสั่งอะไรท่านก็ต้องเชื่อฟัง”
คุณหนูเย่ได้ยินข้อตกลงแบบนี้เธอรู้สึกแปลกใจอยู่บ้างแต่ก็ไม่ได้คิดอะไร ส่วนหลิวจ้านได้แต่บ่นในใจว่า นี้เ้าคิดจะตัดลิ้นสามีของเ้าในอนาคต เดียวเราจะได้เห็นดีกัน เ้าคงไม่รู้จักสินะคำว่าอยู่ก่อนแต่งมันเป็ยังไง ข้าจะทำให้เ้าอับอายซะบ้าง