ในโลกแห่งหนึ่งซึ่งมนุษย์สามารถใช้เวทมนตร์ได้ โดยมีหลายเผ่าพันธ์นอกเหนือจากมนุษย์อาศัยอยู่ด้วย เื่ราวได้เริ่มต้นขึ้นที่อาณาจักรแห่งหนึ่งที่ชื่อว่า “อาณาจักรดรัม” ซึ่งเป็อาณาจักรที่โดดเด่นในด้านทรัพยากร กำลังทหาร วิทยาศาสตร์ วัฒนธรรม และศาสนาเหนือกว่าอาณาจักรอื่นๆ มาก
มีคำกล่าวว่า หากเกิดาขึ้น อาณาจักรดรัมย่อมสามารถทำลายอาณาจักรอื่นๆ ได้ภายในเวลาเพียง 3 วันเท่านั้น
อาณาจักรดรัมมีภูมิประเทศที่หลากหลาย โดยเมืองหลวงที่มีชื่อว่า “แองเจิลไซส์” มีความเจริญรุ่งเรืองมากกว่าในเมืองอื่น ๆ ในอาณาจักรนี้ เมืองแต่ละเมืองจะถูกเรียกว่า รัฐ ซึ่งรัฐแต่ละแห่งมีลักษณะภูมิประเทศที่แตกต่างกันออกไป ตัวอย่างเช่น บางรัฐอาจเต็มไปด้วยหิมะ ในขณะที่บางรัฐอาจมีทิวทัศน์แบบทะเลทราย เนื่องจากอาณาจักรดรัมมีขนาดใหญ่มหาศาล และมีการปกครองในรูปแบบของเ้านครรัฐที่ดูแลแต่ละรัฐเป็หลัก
ในยุคสมัยนั้น ตำแหน่งาาไม่ได้รับอำนาจที่เบ็ดเสร็จในทุกเื่ และไม่สามารถตัดสินใจได้ตามใจชอบ โดยเฉพาะในรัฐที่มีกำลังทหารเข้มแข็ง ซึ่งสามารถยึดครองเมืองของาาได้อย่างง่ายดาย ส่งผลให้เ้านครรัฐมีอำนาจที่สูงขึ้น าาจึงต้องรับฟังความคิดเห็นและเสียงของเ้านครรัฐด้วยเช่นกัน
ถ้ากล่าวถึงเื่เผ่าพันธ์ เผ่าพันธ์มนุษย์จะมีอำนาจมากที่สุด และมนุษย์ทุกคนจะมีพลังเวทย์อยู่ในตัวแต่การที่จะเป็นักเวทย์และร่ายเวทย์ออกมาได้นั้นต้องอาศัยการฝึกฝนอย่างหนัก และต้องมีพร์ทางสายเืด้วยเช่นกัน ดังนั้นคนส่วนใหญ่จึงทำอาชีพค้าขายเป็หลัก รองลงมาจะเป็อาชีพทหาร และสุดท้ายคือ *นักแก้ปัญหา
*หรืออาจจะเรียกว่านักผจญภัยก็ได้ แต่ในโลกนี้ไม่ได้มีมอนสเตอร์ หรือเผ่าปิศาจ หรือจอมมารมาให้กำจัด ทำให้อาชีพนี้ถูกเรียกว่า นักแก้ปัญหา แทนนั่นเอง
โดยจะมีการแบ่งชั้นทางสังคม: ในโลกนี้ สังคมมนุษย์อาจจะแบ่งชั้นออกตามความสามารถทางเวทย์มนตร์ และอาชีพที่เลือกประกอบเป็หลัก
ชั้นสูง (House of Arcane) - ประกอบด้วยครอบครัวที่มีสายเืนักเวทย์ที่ทรงพลัง มีบทบาทสำคัญในการปกครองและวางกฎเกณฑ์ของโลก พวกเขาอาจจะเป็ผู้ดูแลวิหารหรือสถานที่ฝึกฝนการใช้เวทย์มนตร์
ชั้นกลาง (Guildsmen) - ผู้ที่มีความสามารถทางเวทย์บางส่วน แต่ไม่ได้มีสายเืพิเศษ พวกเขามักจะทำงานเป็พ่อค้า นักประดิษฐ์อาวุธเวทย์ หรือนักแก้ปัญหา
ชั้นล่าง (Commonfolk) - กลุ่มคนที่ไม่มีพลังเวทย์หรือมีน้อยมาก อาศัยการฝึกฝนทางร่างกายและใช้ชีวิตในอาชีพที่ไม่เกี่ยวข้องกับ
เวทมนตร์มากนัก เช่น ทหาร หรือชาวนา
การต่อสู้ส่วนใหญ่จะใช้ดาบเป็หลัก รองลงก็เป็อาวุธระยะไกลอย่างธนู แต่อาวุธในเื่นี้จะมีพลังเวทย์อยู่ด้วยทำให้การโจมตีมีพลังทำลายสูงมาก ไม่ต่างจากการยิงปืนในยุคปัจจุบันเลย ส่วนนักเวทย์ที่ใช้คทานั้นมีจำนวนเพียงหยิบมือเท่านั้น เพราะประชาชนส่วนใหญ่ไม่นิยมที่จะฝึกและอยากเป็นักเวทย์เพราะไม่ได้แข็งแกร่งเสี่ยงต่อการตายสูง แถมตอนที่ขณะร่ายเวทมนตร์ ยิ่งพลังทำลายสูงก็ยิ่งต้องใช้เวลาร่ายนานเท่านั้น ทำให้เป็อาชีพที่ไม่นิยม หากแต่คนที่มีสายเืนักเวทย์ที่ยิ่งใหญ่ ก็จะมีพลังเหนืุ์เอามากๆ เรียกได้ว่าเกิดมาเพื่อเป็นักเวทย์
ในการต่อสู้ด้วยพลังเวทย์ในเื่นี้จะต้องมีการวางแผนและคิดมาอย่างดี มิฉะนั้นก็อาจจะโดนทหารที่ถือดาบเวทย์กระจอกๆ แค่คนเดียวฟันตายในดาบเดียวนั่นเอง
ในอดีตอันไกลโพ้น เมื่อครั้งที่โลกยังอยู่ภายใต้เงื้อมมือของเผ่านางฟ้าและเผ่าปิศาจ ทั้งสองเผ่าพันธุ์ต่างก็ยิ่งใหญ่เกรียงไกร ทรงพลังเหนือเผ่าใดๆทั้งปวง นางฟ้าผู้มีปีกแสงสว่างและความงดงามเหนือธรรมชาติ พวกเธอคือผู้พิทักษ์แห่งแสงสว่างและความดีงาม ส่วนปิศาจผู้ปกครองความมืดมิด พวกเขามีพลังอำนาจที่น่าสะพรึงกลัวและความฉลาดแกมโกง พวกเขาถือว่าโลกนี้เป็สมบัติที่ต้องชิงมาไว้ใน
าที่ยืดเยื้อระหว่างเผ่านางฟ้าและเผ่าปิศาจได้ทวีความรุนแรงขึ้นจนกระทั่งกลายเป็าที่ไร้จุดสิ้นสุด การต่อสู้ครั้งแล้วครั้งเล่าทำให้ทั้งสองเผ่าต่างอ่อนแอลงอย่างไม่อาจหลีกเลี่ยง ความหายนะครั้งนี้ไม่ได้เพียงแต่ทำลายพวกเขาเอง แต่ยังส่งผลให้โลกทั้งใบเข้าสู่ยุคแห่งความมืดมิดและความสูญเสีย
ท่ามกลางความโกลาหลนั้น เผ่ามนุษย์ ผู้ที่เคยเป็เพียงแค่เผ่าพันธุ์ที่อยู่เื้ั คอยสนับสนุนเผ่านางฟ้าอย่างภักดี กลับพบโอกาสที่จะลุกขึ้นมาเมื่อยามที่เผ่านางฟ้าและเผ่าปิศาจต่างพ่ายแพ้จากา การล่มสลายของพลังอำนาจเก่าเปิดทางให้มนุษย์ขึ้นครองบัลลังก์แห่งโลก
มนุษย์ใช้ความชาญฉลาดและจำนวนที่มากกว่าเผ่าพันธ์ุอื่นๆปกครองโลกนี้อย่างหมดจด แม้ว่าในยุคปัจจุบันนี้จะยังคงมีนางฟ้าและปิศาจที่รอดพ้นจากาครั้งนั้นหลงเหลืออยู่บ้าง แต่พวกเขาก็กลายเป็เผ่าพันธุ์ที่หายาก ทรงพลังแต่โดดเดี่ยว ไม่มีสิ่งใดสามารถเอาชนะความจริงที่ว่า "จำนวน" คือสิ่งที่สำคัญที่สุดในโลกใบนี้
มนุษย์ยืนหยัดอยู่บนจุดสูงสุดของห่วงโซ่แห่งอำนาจ พวกเขากลายเป็ผู้ปกครองโลกและกำหนดกฎเกณฑ์ที่ไม่มีใครกล้าท้าทาย ส่วนเผ่านางฟ้าและเผ่าปิศาจที่เคยเป็ใหญ่ในอดีตนั้น ตอนนี้เหลือเพียงตำนานที่เล่าขานกันต่อๆมา และความหวังอันริบหรี่ที่วันหนึ่งพวกเขาอาจกลับมายิ่งใหญ่อีกครั้ง แต่วันนั้นยังไม่มาถึง...