บทที่ 5
“คุณทำไร่กุหลาบมานานแค่ไหนแล้วคะ”
หลังจากอิ่มท้อง ยอดภูผาก็พาว่าที่เมียไปดูแปลงกุหลาบในไร่เขาเล่าให้หล่อนฟังด้วยน้ำเสียงภูมิใจ
“ผมทำไร่กุหลาบที่นี่มาสักหกปีกว่า ทุกอย่างลองผิดลองถูกเอาเองซึ่งเอาจริงๆที่บ้านผมไม่สนับสนุนหรอก อยากให้ผมไปช่วยธุรกิจทางบ้าน แต่ผมมันเป็พวกแหกคอกอย่างที่เห็นไม่ชอบเข้าสังคม อยากทำอะไรห่ามๆตามความชอบ ยิ่งมีคนห้ามผมก็ยิ่งดื้อสุดท้ายทุกคนก็ปล่อยเลยตามเลย”
หล่อนว่าเขาพูดถึงตัวเองถูกทุกอย่าง เท่าที่รู้จักเขาแค่ข้ามคืนเขาเป็คนประเภทนั้นจริงๆ ที่เห็นชัดๆก็ผมเผ้ายาวกระเซิง หนวดเครามันรกตาเสื้อผ้าก็ใส่ลายสก๊อตซีดเก่า กางเกงยีนก็ขาดๆแถมตอนนี้เปลี่ยนเป็รองเท้าบูทยางช่างเข้ากับหนุ่มชาวไร่แสนดื้อจริงๆ
หล่อนมองไปยังแปลงกุหลาบข้างหน้าสุดลูกหูลูกตาเห็นคนงานในไร่ต่างทำหน้าที่ของตัวเองอย่างขมีขมันก็เลยอยากถามถึงข้อมูลในไร่ไว้บ้าง เพราะเชื่อว่าตัวเองก็คงต้องมาช่วยงานในส่วนนี้อย่างที่เขาตั้งประกาศไว้ว่าทำไร่ปลูกดอกไม้เป็นี่สินะที่เขาบอกต้องมาเห็นกับตาตัวเอง
จริงๆหล่อนเป็คนชอบดอกไม้ทุกชนิด กับดอกกุหลาบก็ชอบตามประสาผู้หญิงแต่ไม่เคยคิดว่าจะมาลงมือปลูกอะไรเทือกนั้น
“นึกยังไงถึงปลูกดอกกุหลาบคะ!?”
“คุณว่ามันสวยไหมล่ะ?”
นอกจากไม่ตอบ เขายังย้อนถาม
“ฉันคิดว่าผู้หญิงทุกคนน่าจะชอบดอกกุหลาบนะ”
“อื้อ”
“อย่าบอกนะคะว่าคิดจะปลูกกุหลาบเอาใจผู้หญิง”
เขาไม่ตอบอีกตามเคย แต่กลับเล่าถึงการเริ่มต้นต่อเนื่องจากที่ค้างไว้“กุหลาบที่สวนนี้ผมนำเข้ามาจากต่างประเทศ มีทั้งกุหลาบอังกฤษ กุหลาบเลื้อยแล้วก็ขยายพันธุ์แบบมาตรฐานสากล ที่เขาเรียกว่ากุหลาบล้างราก คุณเคยได้ยินไหม”
“ไม่เคยค่ะ เป็ไงคะ”
“มันมีข้อหลักๆอยู่สี่อย่าง คือ การขยายพันธุ์ที่มีการติดตาการขยายพันธุ์ในไร่ อายุของกุหลาบต้องครบสองปีขึ้นไปแล้วก็ต้องขุดมาพักตัวก่อนที่จะจำหน่ายไอ้วิธีแบบนี้ เวลาส่งออกต่างประเทศ มันจะไม่มีดินติดไปกับรากของกุหลาบ ทำให้สะอาดส่วนเวลาปลูกกุหลาบป่าในแปลงใช้สำหรับเป็ต้นตอในการติดตา จะดูแลประมาณหกเดือน”
“นานจังค่ะ”
“ถ้าจะเปรียบกับความรัก มันก็คงต้องใช้เวลา ไม่ใช่แค่วันสองวัน”
จู่ๆคนเถื่อนก็พูดเข้าเื่โรแมนติกทำให้หล่อนซึ่งยืนฟังด้วยความตั้งใจจ้องตาเขาอย่างสงสัย จึงแกล้งหยอกเขา
“คุณนี่ไม่ใช่แค่ผู้ชายผีบ้านะคะ”
เขามองหล่อนพลางย่นหัวคิ้ว “จะบอกอะไร”
“เปล่าค่ะ”
หล่อนแกล้งทำเมินแล้วเดินนำเข้าไปกลางแปลงกุหลาบด้วยรองเท้าบูทเช่นเดียวกับเขาไปยังโครงไม้ไผ่ขนาดสูงท่วมหัวเป็หย่อมๆ มีดอกกุหลาบสีแดงเข้มกลีบดอกซ้อนเป็ชั้นบานสะพรั่งจนทั่ว แต่ละดอกใหญ่เท่าฝ่ามือ
“คุณเองก็ชอบดอกกุหลาบใช่ไหม”
หล่อนปรายตามองเขาพลางระบายยิ้ม โน้มใบหน้าเข้าหากุหลาบดอกใกล้มือปลายจมูกสูดกลิ่นหอมจรุงใจหลับตาพริ้มจนไม่ได้สังเกตว่าผู้ชายที่ยืนข้างกันก็แอบมองหล่อนด้วยสายตาแห่งความลึกซึ้ง
เขาพาเดินไปดูกุหลาบอีกหลายสายพันธุ์ก่อนจะวนกลับมายังแปลงหนึ่งซึ่งสะดุดตาหล่อนั้แ่ไกล จนต้องย่ำเท้าเข้าไปมองใกล้ๆให้เร็วขึ้นแสดงความตื่นเต้นออกมาทางสีหน้าชัดเจน
“คุณคนเถื่อน นี่มันดอกกุหลาบสีน้ำเงินนี่คะ”
“เป็ไง”
“สวยจังเลยค่ะ ฉันเคยเห็นแต่ในภาพ ไม่คิดว่าจะเจอของจริง”
“มันหายาก ผมเพิ่งนำเข้ามาทดลองเพาะพันธุ์นี่ก็เพิ่งจะออกดอกไม่มากเท่าไหร่ คุณชอบไหมละ”
“ชอบสิคะถามได้ แต่เคยอ่านเจอว่าความหมายของมันเศร้ามาก”
“ยังไง”
“เขาว่ากันว่า ความหมายของมันคือการปฏิเสธ การบอกลาหรือการไม่สมหวังน่ะค่ะ ฟังแล้วดูเศร้านะคะ”
“งั้นคุณคงไม่รู้ ตอนนี้ความหมายของมันถูกเปลี่ยนไปละมันหมายถึงความสมหวัง การรอคอยด้วยความอดทน ความมั่นคงในความรักต่างหากอย่างน้อยก็ผมคนหนึ่งละ ที่เชื่อในอย่างหลัง”
“หวังว่าคุณคงไม่ได้ปลูกมันเพราะ้าสื่อความหมายอะไรหรอกใช่ไหมคะ”
แล้วหล่อนก็เดินออกมาจากจุดตรงนั้นเริ่มรู้สึกถึงสายตาที่เขามองมาแต่ละครั้งมันวูบวาบหวามไหวสื่อความหมายบางอย่างที่ไม่ใช่แค่ความดิบเถื่อนอย่างทีแรกใจของหล่อนก็โอนอ่อนขึ้นมาเสียดื้อๆ
พอเขาเดินคล้อยหลังตามมา หล่อนก็เปลี่ยนเื่ถาม
“แล้วเื่งานที่บ้านนั่น ตกลงคุณไม่ได้จ้างแม่บ้านไว้ใช่ไหมคะฉันจะได้รู้ว่าควรจัดการตามหน้าที่ของตัวเองยังไงดี”
“งานบ้านที่ผมบอกน่ะ ปกติผมมีแม่บ้านประจำแต่่นี้ป้ากิ่งแกหยุดพักมาอาทิตย์กว่าละ แกไม่ค่อยสบายป่วยเป็นั่นเป็นี่อยู่เรื่อย แกก็เลยให้ดอกแก้ว หลานของแกมาช่วยทำความสะอาดตามเวลาที่ว่างน่ะ”
“ดอกแก้วนี่ใครกันคะ”
“ก็พี่เลี้ยงที่ช่วยดูลูกชายผมคนที่มารับส่งเมื่อเช้านี้ก็ดอกแก้วนั่นแหละ”
“ถ้างั้นระหว่างนี้ ฉันจะเป็คนช่วยจัดการงานในบ้านให้นะคะส่วนเื่น้องเมฆ ลูกชายคุณ ฉันก็จะช่วยแบ่งเบาให้อีกแรง”
ทว่าเขาแซว “แต่เื่ผัวๆเมียๆ ให้คนอื่นมาทำแทนไม่ได้นะ”
สุดท้ายก็วกกลับมาเื่ทะลึ่งจนได้ ก็เลยมองค้อนกลับแต่เพิ่งสังเกตว่าเขายืนเกร็งมีพิรุธ มือสองข้างไพล่หลังเหมือนซ่อนอะไรเอาไว้
“คุณถืออะไรไว้ข้างหลังคะ”
เขายิ้มั์ตาพราวแสงในตอนกลางวัน ยื่นมือมาสุดแขนจนสิ่งที่หล่อนสงสัยมาอยู่ใกล้แค่เอื้อม
“สำหรับคุณ”
มันคือดอกกุหลาบสีน้ำเงิน จนหล่อนฉงนใจ
“ตัดออกมาทำไมคะ มันอยู่บนต้นก็สวยดีอยู่แล้วค่ะ”
แล้วเขาก็พูดในสิ่งที่หล่อนไม่คิดว่าจะได้ยิน
“ผมรู้ว่าการที่เราสองคนจะมาเป็ผัวเมียกันทั้งที่ไม่รู้จักมันอาจฟังแล้วประหลาด ไม่ว่าจะเกิดขึ้นเพราะเหตุผลอะไรคุณอาจมีปัญหาส่วนตัวเลยจำยอม ส่วนผมก็แค่ผู้ชายผีบ้าอย่างที่คุณบอก แต่เอาจริงๆนะแค่ผมเจอคุณวันสองวัน ผมกลับรู้สึกถูกชะตา เอางี้ ผมถือว่าตอนนี้ก็จีบคุณไปพลางก่อน...คุณจะได้หลงเสน่ห์ผม...ตอนเราเอากันคุณจะได้รู้สึกชอบผมบ้าง ไม่ได้คิดจะทำแค่หน้าที่เมียให้จบๆไป
หล่อนคว้ากุหลาบสีน้ำเงินดอกนั้นมาถือไว้
“ฉันบอกเลยนะคะ ถ้าคุณจะจีบผู้หญิงแล้วปากหมาขนาดนี้ไม่ผ่านแน่ค่ะ”
“ต้องยังไงพูดคุณลาครับงั้นงี้ทุกประโยคเหรอ”
“โอ๊ยคุณ แค่เรียกชื่อฉันว่าลาฉันก็โกรธแล้วค่ะ ฟังเหมือนฉันเป็เ้าลาแสนโง่ยังไงก็ไม่รู้”
“ทีลูกชายผมยังเรียกได้”
“นั่นข้อยกเว้นค่ะ”
////////////////////////////////////////////