มู่อู่จี๋ได้ยินคำตำหนิของพี่ชายใบหน้าก็แดงก่ำขึ้นมาทันที
"เื่ของตระกูล..."
"ข้าโง่เขลาเอง!"
"ทำให้ท่านพี่ผิดหวังแล้ว"
มู่อู่จี๋พูดประโยคแรกได้เพียงครึ่งเดียวก็รู้ตัวว่าไม่เหมาะสมจึงรีบเปลี่ยนคำพูด
สิบปีที่ผ่านมาในฐานะผู้รักษาการแทนผู้นำตระกูลเขายุ่งทั้งกลางวันกลางคืน บวกกับเื่ของมู่เฉินเขาจึงไม่มีกะจิตกะใจจะฝึกฝนอีกต่อไป
อย่างไรก็ตามความละอายใจทำให้เขาไม่กล้าเอ่ยคำบ่นใดๆ ออกมา ได้แต่ก้มหน้ายอมรับคำตำหนิ
มู่เสินฉวนเห็นท่าทางเช่นนั้นก็พอเข้าใจสถานการณ์คร่าวๆ
เมื่อครู่ระหว่างทางจากโถงบรรพบุรุษมายังโถงประชุมเขาได้ใช้พลังจิตสำรวจโดยรอบ
พบว่าจำนวนสมาชิกในตระกูลลดลงอย่างมากเมื่อเทียบกับก่อนหน้านี้
เหลือเพียงไม่กี่พันคน
ต้องรู้ว่าตระกูลมู่ตั้งรกรากอยู่ในเมืองชิงหยุนมานานหลายร้อยปีมีฐานอำนาจที่มั่นคง มีสาขาย่อยมากมาย จึงไม่น่าจะเหลือคนน้อยขนาดนี้
คิดๆ ดูแล้วคงมีเื่ใหญ่เกิดขึ้นในตระกูล!
"เริ่มประชุม!"
มู่เสินฉวนไม่พูดพร่ำทำเพลงเดินตรงไปยังที่นั่งผู้นำตระกูล
สิ้นเสียง บรรดาผู้าุโที่อยู่ในห้องต่างก็มีสีหน้าเคร่งขรึมรีบกลับไปนั่งประจำที่ของตน
มู่อู่จี๋ก็รีบยกเก้าอี้มาวางข้างๆอย่างคล่องแคล่ว
ในขณะนี้เขาราวกับมีที่ยึดเหนี่ยวจิตใจ
เห็นได้ชัดว่าพี่ชายผู้มีชื่อเสียงเกรียงไกรในเมืองชิงหยุนได้กลับมาแล้ว!
"เล่าเื่ที่เกิดขึ้นใน่สิบปีมานี้ให้ข้าฟังหน่อย"
"ขอแบบละเอียด"
มู่เสินฉวนหรี่ตาลงแววตาเต็มไปด้วยอำนาจ
นับั้แ่ที่เขาได้รับระบบเขาก็รู้เส้นทางชีวิตของตนเองแล้ว
นั่นคือการพัฒนาตระกูลเสริมสร้างความแข็งแกร่ง
โชคชะตาของทั้งสองผูกติดกัน
ได้อย่างเสียอย่างรุ่งเรืองก็รุ่งเรืองด้วยกัน
หากตระกูลล่มสลาย เขาก็ต้องดับสูญไปด้วยเช่นกัน
จากนั้น
บรรดาผู้าุโก็เริ่มรายงานเื่ราวต่างๆที่เกิดขึ้นใน่สิบปีที่ผ่านมา ทั้งเื่ใหญ่เื่เล็ก
ผ่านไปสักพักใหญ่
เมื่อมู่เสินฉวนได้ยินเื่ที่เหมืองแร่เหล็กดำถูกยึดดวงตาของเขาพลันเย็นเยียบ
"ตระกูลหลี่?"
"หึ!ช่างกล้า!"
ในเมืองชิงหยุนมีสี่ตระกูลใหญ่
ตระกูลหวัง ตระกูลมู่ ตระกูลหลี่ และตระกูลซุน
ไม่มีการจัดอันดับ แต่ละตระกูลต่างก็มีฐานอำนาจที่แข็งแกร่ง
เมื่อสามปีก่อน จู่ๆก็มีอสูรร้ายระดับตำหนักม่วงปรากฏตัวขึ้นใกล้เหมืองแร่เหล็กดำของตระกูลมู่ มันสังหารเหล่าศิษย์ที่เฝ้าอยู่จนหมดสิ้นและยึดครองพื้นที่นั้นเป็ที่อยู่อาศัย
ตอนแรกบรรดาผู้าุโของตระกูลมู่คิดว่าเป็ภัยพิบัติทางธรรมชาติ
ใครจะไปคิดว่าต่อมาสมาชิกตระกูลหลี่จะเข้ายึดครองพื้นที่นั้น เหมือนได้ทำข้อตกลงบางอย่างกับอสูรร้ายนั้นและอยู่ร่วมกันอย่างสงบสุข
ทำให้เหล่าผู้าุโตระกูลมู่โมโหจนเืขึ้นหน้าแต่ก็ทำอะไรไม่ได้
ต้องเข้าใจก่อนว่าเหมืองแร่เหล็กดำนั้นให้ผลผลิตที่ดีเป็แหล่งรายได้หลักของตระกูลมู่มาโดยตลอด
แต่เมื่อถูกยึดการเงินของตระกูลก็ย่ำแย่ลง
ด้วยความจำเป็เหล่าผู้าุโจึงต้องปลดสมาชิกสาขาย่อยบางส่วนออกไป
โดยการให้พวกเขาไปหาที่อยู่ใหม่เอาเอง
ทำให้จำนวนสมาชิกในตระกูลลดลงไปกว่าครึ่ง
"ทำไมไม่ลดค่าใช้จ่ายของเหล่าศิษย์สายตรง?"
มู่เสินฉวนเอ่ยถามเสียงเ็า
"เกรงว่า... เกรงว่าจะส่งผลต่อการฝึกฝนของเหล่าศิษย์สายตรง"
ผู้าุโสาม มู่ผิงหยาง และผู้าุโอีกสองคนลุกขึ้นยืนตอบด้วยสีหน้าขมขื่น
"โอ้?"
"ถ้าอย่างนั้นทำไมข้าถึงไม่รู้สึกถึงพลังของศิษย์รุ่นเยาว์ที่โดดเด่นเลยตลอดทางที่เดินมาจากโถงบรรพบุรุษ?"
มู่เสินฉวนเหน็บแนมกลับ ซึ่งก็ตรงประเด็นสำคัญ
"เอ่อ..."
เหล่าผู้าุโอึกอักพูดไม่ออก ไม่กล้าโต้แย้ง
"หึ!"
"ก่อนที่ข้าจะปิดด่านฝึกตน ข้าได้มอบหมายเื่การดูแลตระกูลให้กับมู่อู่จี๋"
"ตั้งสภาผู้าุโขึ้นมาเพื่อช่วยในการบริหารตระกูลก็เพราะกลัวว่าเขาคนเดียวจะตัดสินใจผิดพลาด"
"ใครจะไปคิดว่าพวกเ้าเองก็โง่เขลาเช่นกัน"
"ทรัพยากรการฝึกตนเป็เพียงสิ่งภายนอกการให้ความสำคัญกับคนในตระกูลต่างหากคือ สิ่งที่จะทำให้ตระกูลเจริญรุ่งเรือง!"
"ศิษย์สายตรงสายรอง สาขาย่อย ล้วนเป็คนของตระกูลมู่ ทุกคนควรได้รับการปฏิบัติอย่างเท่าเทียมกัน!"
มู่เสินฉวนรู้สึกไม่พอใจจึงได้ตำหนิออกไปอย่างรุนแรง
ทั้งนี้ทั้งนั้น ในใจเขาก็รู้ดีว่าต้องมีเื้ับางอย่างอยู่แล้ว
เื่การใช้อำนาจในทางมิชอบคงมีไม่น้อย
อย่างไรก็ตามตระกูลมู่มีสายสัมพันธ์ที่ซับซ้อนมากมาย
การทำให้ผู้าุโทุกคนมีความคิดเหมือนผู้นำตระกูลคงเป็ไปไม่ได้
แต่ในตอนนี้เขาไม่อยากจะเอาเื่เอาราวอะไรอีก จึงพูดด้วยน้ำเสียงเรียบนิ่ง
"นับจากนี้เป็ต้นไปยกเลิกอำนาจการตัดสินใจของสภาผู้าุโ ข้าจะเป็ผู้ตัดสินใจแต่เพียงผู้เดียว!"
"ผู้าุโสามผู้าุโห้า ผู้าุโหก ถูกตัดเบี้ยเลี้ยงห้าปี เพื่อเป็การปลอบขวัญเหล่าสมาชิกสาขาย่อย!"
"มีใครคัดค้านหรือไม่?"
เหล่าผู้าุโที่ได้ยินอย่างนั้นต่างก็มีสีหน้าขมขื่น แต่ก็ไม่กล้าโต้แย้งอะไร ได้แต่ตอบรับคำไปอย่างรวดเร็ว
"มิกล้า"
"ขึ้นอยู่กับการตัดสินใจของผู้นำตระกูล!"
มู่เสินฉวนพยักหน้า "มีเื่อื่นอีกหรือไม่?"
สิ้นเสียง
เหล่าผู้าุโต่างก็ส่ายหน้าแต่ในวินาทีถัดมา ก็หันไปมองมู่อู่จี๋
มู่อู่จี๋รีบลุกขึ้น เขาเดินไปที่กลางห้องโถงคำนับไปยังที่นั่งผู้นำตระกูล
"ผู้นำตระกูล"
"มู่เฉินบุตรชายของข้า เมื่อสามปีก่อนไม่รู้ว่าเกิดอะไรขึ้น จนถึงตอนนี้การฝึกฝนของเขาไม่ก้าวหน้าเอาเสียเลย"
"เมื่อเร็วๆนี้ มีข่าวลือในเมืองชิงหยุนว่า หวังเยี่ยนหรัน ธิดาของตระกูลหวังได้กลับมาจากถ้ำหลิงซูแล้ว และจะมาที่ตระกูลของเราในไม่ช้าเพื่อขอถอนหมั้น!"
"หากเป็เช่นนั้นจริงเกรงว่าจะทำให้ตระกูลเสียหน้า!"
"ขอให้ผู้นำตระกูลตัดสินใจด้วย!"