เขาหลับตาลง น้ำตาไหลคลอ พลางหอบหายใจ หางปลาเพริศพริ้งสีฟ้าอมม่วงเกี่ยวรัดที่เอว หนุ่มรูปงามผู้ถูกพันธนาการเต็มไปด้วยความงามของการถูกข่มเหง
รูจีบชื้นแฉะเพราะการเลียของอันเหลิ่ง ซูหลิงอินดิ้นเพียงเล็กน้อยก็ถูกอีกฝ่ายจับพลิกกาย กดให้นอนคว่ำบนหางปลามหึมา
สติของเขากลับมาบ้างแล้วระหว่างหอบหายใจ ก่อนจะเกยหน้าผากกับเกล็ดบนหางปลา
เขารู้สึกเหมือนได้เห็นแสงอ่อนบางสะท้อนขึ้นมากลางแผ่นเกล็ด ราวกับตาฝาด เสมือนกุหลาบม่วงที่เปล่งประกายเพียงแวบเดียวในจักรวาลอันไพศาล สวยจนเขาตกอยู่ในห้วงภวังค์
ซูหลิงอินหลับตา รู้สึกละเหี่ยใจ นี่เขาเริ่มเกิดภาพหลอนแล้วหรือ…
อันเหลิ่งนั้นตรงกันข้าม แทบจะถูกความเป็สัตว์ในตัวครอบงำสติ
เขาจับเอวซูหลิงอิน อวัยวะที่ปกติซ่อนอยู่ใต้เกล็ดผงาดออกมา รั้งรอตรงปากถ้ำเพียงครู่เดียว ถูไถไปมาพอเป็พิธีก็ตอกเข้าไปอย่างรวดเร็วไร้เมตตา
“อือ อ๊ะ…!” ซูหลิงอินร้องเสียงหลงเพราะไม่ทันตั้งตัว หยาดน้ำตาที่เดิมทีคลออยู่ตรงขอบตาพลันไหลพรูลงมา ความเย็นชื้นหยดลงเกล็ดหางปลา ส่งเสียงใสกังวานเบาๆ
เจ็บ…เจ็บเหลือเกิน…
เขาไม่เคยมีอะไรกับุ์มาก่อน ไม่รู้เลยว่าอวัยวะที่ใช้ร่วมรักยังต่างกันปานนี้ตามเผ่าพันธุ์ ความยิ่งใหญ่หลังผงาดราวกับเคยผ่าตัดยัดเอาสิ่งที่ช่วยค้ำชูเข้าไปเสียอย่างนั้น เกินเื่จนเหลือเชื่อ
“ฮือ…เจ็บ เจ็บมาก นายช้าหน่อย ช้าหน่อยนะ…ฮือ…” ซูหลิงอินเจ็บจนสะดุ้งโหยง ปวดจนมีสติขึ้นวูบหนึ่งอย่างที่ไม่เคยเป็มาก่อน ร่างสั่นเทิ้มน้อยๆ อย่างควบคุมไม่อยู่ กัดฟันยื่นมือไปผลักอันเหลิ่ง
‘ไม่รู้ตัวบ้างเลยเหรอ ใหญ่ขนาดนี้ดันสอดเข้ามาดื้อๆ’
น่าเสียดาย อสูรที่จมดิ่งในห้วงสวาทนั้นไม่ยอมฟังเหตุผลแม้แต่น้อย
อวัยวะอันใหญ่โตนั้นเพิ่งแทงส่วนหัวใส่ถ้ำก็พบกับแรงกีดขวางอย่างที่ไม่เคยเป็มาก่อน อันเหลิ่งกลับไม่รู้สึกตัวสักนิด จับเอวซูหลิงอินไว้แล้วฝืนสอดเข้าไป
รอยจ้ำแดงจากนิ้วอีกฝ่ายตามผิวขาวเนียนของซูหลิงอินค่อยๆ แปรเปลี่ยนเป็เขียวช้ำ
ซูหลิงอินไม่มีอารมณ์ไปสนใจเื่นั้น ถูกอันเหลิ่งตรึงร่างไว้บนหางปลาอย่างแ่า รับรู้ถึงการคืบคลานเข้ามาทีละน้อยของอวัยวะั์ใหญ่ผิดมนุษย์นั่นอย่างชัดเจน
รูจีบอ่อนนุ่มถูกอ้าออกอย่างรุนแรง ซูหลิงอินเจ็บจนเหงื่อเย็นไหลซึมตามไรผม ไอหมอกจากหยาดน้ำตาฟุ้งออกมาเป็ความงามอันร้าวราน
“ฮือๆ…อย่าเข้ามามากกว่านี้…อ๊ะ!!” ม่านตาเขาหรี่ลงฉับพลัน ความเ็ปแสนสาหัสกะทันหันนี้ส่งผลให้เ้าตัวแทบจะหมดสติ
ร่องที่เคยแคบถูกบังคับให้อ้ากว้าง ต่อให้ก่อนหน้านี้จะขยายมาบ้างแล้ว ทั้งยังมีสารคัดหลั่งของอันเหลิ่งช่วยเพิ่มความหล่อลื่น กระนั้นยังคงหนักหนาเกินไป
ความปวดร้าวประหนึ่งร่างถูกแยกออกนี้กระตุ้นให้ซูหลิงอินเบิกตากว้าง ริมฝีปากแดงอ้าเล็กน้อย ส่งเสียงร้องออกมาไม่ไหว เสียงนั้นราวกับถูกกลืนหายไปหมด
น้ำตาหลั่งรินดั่งสายฝน ความมืดมิดทวีความสิ้นหวังของเขาให้เพิ่มขึ้น
เขาร้องไห้ตัวโยน เอื้อมแตะบั้นท้ายัักับของเหลวเหนียวลื่นตามคาด กลิ่นคาวเืคละคลุ้งค่อยๆ แผ่กำจาย
เขาไม่ได้ดึงมือกลับ เพียงใช้ประสาทััที่มือแทนการมอง อวัยวะสืบพันธุ์ของอันเหลิ่งอยู่ใกล้แค่คืบ ตนกลับคลำแท่นมหึมาแทบไม่เจอ เหลือเพียงพวงเนื้อสองข้างที่แทบแนบชิดแก้มก้นตน
ส่วนหัวและท่อนสงวนคงจะเข้าไปในรูจีบของเขาทั้งแท่งโดยไม่ผ่อนแรง ซูหลิงอินที่ค้นพบเื่นี้แทบไม่อยากเชื่อ รู้สึกถึงการถูกของบางอย่างยัดเข้ามาเต็มโพรงหลัง ความเ็ปอันเสียดกระดูกทำให้เขาเริ่มด้านชา คิดไม่ถึงเลยว่าอันเหลิ่งจะวิปริตขนาดนี้
ซูหลิงอินป้ายเืที่มือใส่หางปลาของอันเหลิ่ง กำลังจะส่งเสียง ทว่าอวัยวะที่สอดอยู่ในโพรงหลังกลับขยับเข้าออกฉับพลัน อาศัยความลื่นจากหยดเืคลายแรงกีดขวาง การเคลื่อนไหวนั้นทวีความรุนแรงขึ้นเรื่อยๆ
“อือ อ๊ะ…” ซูหลิงอินครวญครางด้วยความเ็ป เสียงแหบพร่าเพราะแรงกระแทก ร่ำไห้แทบไม่เป็เสียง ถึงเขาจะไม่เคยคาดหวังความเสียวซ่านจากเงือก แต่ก็ไม่คิดว่าจะทรมานเพียงนี้ แผลฉีกขาดที่ถูกอวัยวะของอีกฝ่ายเสียดสี ส่งผลให้สติของเขาพร่าเลือนสลับแจ่มแจ้ง…ทั้งหมดเป็เพราะความเจ็บ
แต่เขารู้สึกว่ามีบางอย่างผิดปกติ…
“ฮือ…อ๊ะ อือ…อันเหลิ่ง อันเหลิ่ง นาย นายมองฉันสิ…นายทำลงเหรอ ฮือ…” ซูหลิงอินสะอื้น พยายามเรียกอันเหลิ่งด้วยน้ำเสียงขาดห้วง ตัวสั่นระริกเพราะร้องไห้และเ็ป
อันเหลิ่งกลับทำเหมือนไม่ได้ยิน เคลื่อนไหวถี่รัวหนักหน่วงประหนึ่งเครื่องจักร
ซูหลิงอินกำมือ พยายามเกาะเกล็ดสีฟ้าอมม่วงบนหางปลา ครวญครางอย่างดำดิ่งชนิดห้ามไม่อยู่ ได้แต่พยายามใช้ความคิดระหว่างที่ได้สติ
ผิดปกติ…
ตรรกะของเื่ราวทั้งหมดนี้ดูจะย้อนแย้งกันเอง…
ตรรกะ…ตรรกะ
ในที่สุดซูหลิงอินก็ค้นพบแล้วว่าพิลึกตรงไหน เขามองอะไรไม่เห็นในความมืด ได้แต่คาดเดาเอาเอง จึงตกหล่นรายละเอียดยิบย่อยที่เชื่อมต่อกันอย่างเลี่ยงไม่ได้
หากอันเหลิ่งแค่อยากมีอะไรกับเขา ไม่ว่าตนาเ็หรือไม่ การเลียเมื่อครู่ก็ไม่จำเป็ ไหนจะความลึกซึ้งจริงใจที่ดูไม่เสแสร้งนั่นอีก แม้จะดูเบาปัญญาจนน่าขำ…
ซูหลิงอินครวญครางขณะหอบหายใจ กลับเข้าใจแล้วว่าอันเหลิ่งคงสูญเสียการควบคุมด้วยเหตุผลบางอย่าง เขาครางสะอื้นต่ออย่างหมดสภาพ ยังคงพยายามแม้จะทำได้แค่เอียงกาย หมายจะเอื้อมมือไปเกี่ยวคออันเหลิ่ง
กลับคว้ามาได้แค่เส้นผมสีเงินยวงไม่กี่เส้น ซ้ำยังเลื่อนหายไปอย่างเบาหวิว