โอ๊ยยย หิวโว๊ยยย !!
พวกเด็กบ้าเอ้ยไปทะเลาะกันไกล ๆ หน่อยไม่ได้รึไง กว่าจะฝ่าออกมาได้หิวจะตายอยู่แล้ว แถมยังยกพวกตีกันด้วยเื่ไม่เป็เื่อีก แค่เื่แย่งผู้หญิงกันนี่นะ ผู้หญิงมีเยอะแยะจะไปแย่งกันทำไม เจริญพรจริง ๆ ทำอะไรไม่คิดกันเลย
อ๊ะ... ถึงตลาดละ กินอะไรดีนะ กินก๋วยเตี๋ยวร้านเจ้พินดีกว่า
“เจ้ เส้นเล็กต้มยำเผ็ดน้อยพิเศษใส่ผักเยอะ ๆ 1 ค่ะ ”
หวานนั่งลงที่โต๊ะแล้วะโสั่งก๋วยเตี๋ยวด้วยความหิวโหย พร้อมทั้งครุ่นคิดอยู่ในใจว่า สั่งแค่นี้จะพอกินรึป่าวนะ ไม่เป็ไร ไม่พอกินค่อยสั่งใหม่ละกัน อิอิ
“ ได้ ๆ รอเดี๋ยวนะ อาหวาน วันนี้ทำไมกลับดึกจังล่ะ สภาพก็โทรมมาก ดูซิเหมือนไปฟัดกับหมามาเลย ” เจ้พินพูดจบก็หัวเราะออกมา
“ จะไม่ให้สภาพเป็งี้ได้ไงอะเจ้ ตอนนี้เป็่สิ้นเดือนต้องรีบเคลียร์งาน หัวหน้าก็ใช้งานยังกับนางทาส เหอะ อยากลาออกแล้วเนี้ยะ ” หญิงสาวทำหน้ายู่และระบายออกมาด้วยความหงุดหงิดใจ
“ เอาน่า ๆ ทำไปก่อน ่นี้งานหายากนะ เศรษฐกิจแบบนี้มีงานให้ทำมีเงินเดือนให้ใช้ก็บุญแล้ว บางคนไม่มีทั้งงานไม่มีทั้งเงิน น่าสงสารมาก เห้อ... ”
เจ้เ้าของร้าน พูดไปก็ถอนหายใจไปด้วยความปลงตกกับชีวิตในปัจจุบัน เพราะว่านอกจากต้องเผชิญกับโรคโควิดแล้ว ยังจะมีภัยน้ำท่วมและไฟไหม้มาซ้ำเติมอีก ก็ได้แต่หวังว่าเหตุการณ์เหล่านี้จะผ่านพ้นไปได้ด้วยดี
“ก็จริงของเจ้อะนะ แต่ที่น่าโมโหกว่านั้นอะไรรู้ไหมเจ้” เธอพูดขึ้นด้วยอารมณ์โมโหและหงุดหงิดปรี๊ดแตกอีกครั้ง
“อะไรล่ะ” เจ้พินหันกลับมาตั้งใจฟังในสิ่งที่เธอกำลังจะพูด เพราะก่อนหน้านี้พูดกับหญิงสาวไปก็ลวกเส้นทำก๋วยเตี๋ยวไปด้วยพร้อมกัน ทำให้ฟังไม่ค่อยถนัดเท่าไหร่
“ก็เจอเด็กวัยรุ่นยกพวกตีกันอะดิเจ้ ตีกันด้วยเื่ไร้สาระมาก สภาพฉันเลยโทรมและเยินมากกว่าเดิม เพราะกว่าจะหลบหลีกออกมาได้ก็นาน หิวก็หิว โมโหก็โมโหอะ หึ้ย...มันน่าตีหัวให้แตกนัก” หวานพูดระบายและใส่อารมณ์เต็มที่ พร้อมทั้งออกท่าทางให้ดูไปด้วย
“แกนี่หน่า บ่นเยอะจริง ๆ เดี๋ยวเจ้จะเร่งทำให้แบบด่วน ๆ เลย รอเดี๋ยวนะ”
เจ้พินพูดและหัวเราะขำกับท่าทางของหวานไปด้วย แต่ก็เร่งมือทำก๋วยเตี๋ยวให้เพราะสงสารสภาพที่เหมือนคนไม่ได้ทานอะไรมาหลายวัน โทรมจริง ๆ
“ขอบคุณคร้า ขออร่อย ๆ นะเจ้ อิอิ”
“ร้านเจ้อร่อยทุกอย่างยะ” เจ้พินพูดและมองค้อนให้หญิงสาวไปด้วย
“ ^^ ”
ระหว่างที่รอก๋วยเตี๋ยวฉันขอแนะนำตัวสักหน่อยละกัน ฉันชื่อ น้ำหวาน ทำงานเป็ผู้ช่วยนักวิจัยเกี่ยวกับพันธุ์พืชการเกษตรแต่ก็ครอบคลุมถึงพืชพันธุ์อื่น ๆ ด้วย เช่น ดอกไม้ ต้นไม้ต่าง ๆ ซึ่งหน้าที่ของฉันคือทำทุกอย่างที่หัวหน้าสั่ง ทำั้แ่สากกระเบือยันเรือรบกันเลยทีเดียว หึหึ (เธอหัวเราะประชดใช่ไหม บอกมา/ไรท์)
ระหว่างที่หญิงสาวกำลังคิดในใจเพลิน ๆ นั้นก็รู้สึกถึงอะไรแปลก ๆ ขึ้นมา
เอ๊ะ!! ทำไมเสียงของพวกเด็กที่ยกพวกตีกันถึงดังขึ้น ๆ เหมือนใกล้เข้ามาเรื่อย ๆ เลยล่ะ จะตีกันไปถึงไหนนะ เดือดร้อนคนอื่นไม่รู้รึไง ความเกรงอกเกรงใจไม่เคยจะมีกันเลยเด็กพวกนี้นี่ ขณะที่เธอบ่นในใจและกำลังจะหันไปดูนั้น
ปัง ปัง ปัง !!!
“เชี้ย !!!” หวานอุทานและยกมือขึ้นทาบอกด้วยความใ
เสียงอะไรน่ะ ใครมายิงปืนหรือจุดประทัดเล่นแถวนี้ แต่เดี๋ยวนะ ทำไมรู้สึกเจ็บที่ท้องล่ะ
หวานเอามือคลำลงไปที่ท้องของตนก็ััได้ถึงความชื้นแฉะ จึงค่อย ๆ ยกมือขึ้นมาดู และเธอถึงกับใช็อคหน้าซีดพูดไม่ออกได้แต่สบถอยู่ในใจ
‘เื…เื… มาได้ไง ไม่นะ นี่.. นี่.. ฉันถูกยิงเหรอ ไม่… ม่ายยยยยย ฉันยังไม่อยากตาย ไอ้พวกเด็กเวรรรรรร !! ถ้ารอดไปได้ฉันจะแจ้งตำรวจให้จับพวกแกให้หมดเลย’
หวานทั้งโมโห สับสนและหวาดกลัวความตาย เพราะเธอมีอะไรอีกหลายอย่างที่ยังไม่ได้ทำ นิยายก็ยังอ่านไม่จบ ต้นไม้ที่เพาะพันธุ์ไว้ก็ยังไม่ได้ปลูก ไหนจะดอกไม้อีกมันยังไม่ทันโตเลย
“ช่วยด้วย... ช่วยด้วย !!! มีคนถูกยิง เรียกรถพยาบาลเร็วเข้า ใครก็ได้ช่วยเรียกรถพยาบาลที อาหวานทำใจดี ๆ ไว้นะ อย่าเพิ่งเป็อะไรแข็งใจไว้ก่อน เดี๋ยวรถพยาบาลก็มาแล้วนะ หายใจเข้าลึก ๆ อย่าเพิ่งหลับนะอาหวาน” เจ้พินที่ตั้งสติได้ไวกว่าใครรีบะโขอความช่วยเหลือและพุ่งเข้ามาหาร่างของหวานที่นอนจมกองเืในทันที
“อะ…. จะ... เจ็บจังเลย”
หวานเห็นเจ้พินและคนอื่น ๆ ในร้านกำลังวิ่งเข้ามาช่วยเธอ ภาพตรงหน้าทั้งวุ่นวายและสับสนไปหมด
เธออยากจะพูดนะ แต่ตอนนี้เธอใกล้หมดแรงแล้วจริง ๆ ตาก็เริ่มพร่ามัวและเลือนลาง หูได้ยินเสียงเบา ๆ แต่จับใจความไม่ได้ อาการของคนใกล้ตายคงจะเป็แบบนี้ซินะ เธอทำได้แค่ปลงกับชีวิต
ทุกอย่างมีเกิดแก่เจ็บตายเป็เื่สัจธรรม โชคดีที่เธอไม่มีครอบครัวหรืออะไรให้ห่วงมากนัก เธอก็ได้แต่หวังว่าบุญกุศลที่เคยทำมาจะส่งเสริมให้ได้ไปสู่ภพภูมิที่ดี เมื่อเธอคิดได้ดังนั้น ความรู้สึกและภาพทุกอย่างก็ค่อย ๆ มืดดับลงไป