่ค่ำ ณ เมืองซู ภายในห้องประชุมของสถานีโทรทัศน์
"ฉันทะลุมิติมาเหรอ?"
เจียงเจ๋อนั่งอยู่ในห้องประชุม พลางจ้องมองเหล่าผู้เข้าสัมภาษณ์คนอื่น ๆ ที่สวมสูทภูมิฐานด้วยสีหน้ามึนงง
ทั้งที่เมื่อกี้เขายังบรรยายเื่ ‘แกรนด์ฟาเธอร์ พาราด็อกซ์[*1]’ ให้เหล่านักศึกษาฟังในคาบเรียนสาธารณะของมหาวิทยาลัยอยู่เลย ใครจะไปคิดว่าพอเลิกเรียนปุ๊บก็จะทะลุมิติมาปั๊บ
ทันใดนั้นความรู้สึกวิงเวียนก็จู่โจมเข้ามา เขาเอามือกุมหน้าผากและในไม่ช้าความทรงจำก็หลอมรวมกันจนเสร็จสิ้น
จากความทรงจำทำให้เขารู้ว่าโลกใบนี้มีความคล้ายคลึงกับโลกเดิมของเขามาก เพียงแต่ที่นี่เป็โลกที่ทฤษฎีทางวิทยาศาสตร์ยังไม่พัฒนามากนัก ศาสตร์แห่งความย้อนแย้งทางวิทยาศาสตร์กลับเพิ่งจะเริ่มเป็ที่นิยมและโด่งดังขึ้นมา
ไม่ว่าจะเป็ทฤษฎีแกรนด์ฟาเธอร์พาราด็อกซ์ แิความฝันของผีเสื้อ[*2] ไปจนถึงปริศนาเรือเธเซอุส[*3] และเื่อื่น ๆ อีกจำนวนมาก สิ่งเหล่านี้ถูกหยิบยกขึ้นมานำเสนอใน่ไม่กี่ปีที่ผ่านมาของศตวรรษที่ 21
‘เรเน่ บาร์จาเวล’ นักเขียนนวนิยายชาวฝรั่งเศสจากศตวรรษก่อนผู้เสนอทฤษฎี 'แกรนด์ฟาเธอร์ พาราด็อกซ์' กลับกลายเป็นักเขียนนิยายวิทยาศาสตร์ขายดีรุ่นเยาว์ของประเทศฝรั่งเศสในยุคปัจจุบันเสียได้
แม้แต่ ‘จวงจื่อ’ ผู้เสนอ 'ความฝันของผีเสื้อ' ก็ไม่ใช่คนในยุครัฐา แต่เป็ศาสตราจารย์เหรียญทองภาควิชาปรัชญาแห่งมหาวิทยาลัยหัวชิง เมืองจิงตูในยุคปัจจุบันที่มีตัวตนอยู่จริง ๆ
และผู้ที่เสนอ 'ปริศนาเรือเธเซอุส' ก็ไม่ใช่ศาสตราจารย์ชาวกรีกโบราณ แต่เป็นักปรัชญาชาวประเทศกรีซในยุคปัจจุบันที่มีชื่อและนามสกุลเดียวกันนั่นคือพลูตาร์ค!
การใช้วิธีทดลองทางความคิดที่ทำลายการรับรู้แบบดั้งเดิมเช่นนี้ ได้จุดประกายให้เกิดกระแสการตื่นตัวในการเรียนรู้ขึ้นทั่วทั้งประเทศอย่างรวดเร็ว
แม้แต่ในมหาวิทยาลัยยังถึงขั้นมีการเปิด 'ศาสตร์แห่งความย้อนแย้ง' เป็สาขาวิชาใหม่ ซึ่งดึงดูดให้นักเรียนชั้นมัธยมปีที่ 6 จำนวนมหาศาลให้แห่กันมาสมัครเรียนอีกด้วย
สำหรับเจียงเจ๋อผู้ซึ่งในร่างเดิมมีตำแหน่งเป็ทั้งศาสตราจารย์ด้านปรัชญาและศาสตราจารย์ด้านวิทยาศาสตร์ นี่มันคือ์ชัด ๆ
"ในโลกก่อน ฉันสามารถหยิบเอาปฏิทรรศน์[*4] ทางวิทยาศาสตร์และปรัชญามาเล่นสนุกได้ดั่งใจนึก แต่โลกใบนี้ปริศนาง่าย ๆ พวกนี้เพิ่งจะเริ่มเป็ที่นิยม… ด้วยข้อมูลมหาศาลที่ฉันมี ฉันจะเป็เพียงคนเดียวที่อยู่จุดสูงสุดของห่วงโซ่ของโลกใบนี้"
ทว่าตื่นเต้นได้เพียงวินาทีเดียว เมื่อเขามองไปยังกระดาษคำตอบที่สอบตก สีหน้าก็ฉายแววหดหู่ขึ้นมาทันที
ใน่ไม่กี่ปีที่ผ่านมา รายการเผยแพร่ความรู้ทางวิทยาศาสตร์ได้รับความนิยมอย่างล้นหลามไปทั่วประเทศ ส่งผลให้เรตติ้งในเมืองซูซึ่งเป็เมืองที่เน้นอุตสาหกรรมหนักย่ำแย่ลง ประชาชนในเมืองต่างวุ่นวายกับการทำงาน ใครจะอยากดูรายการวิชาการที่แสนจืดชืดและไร้จุดดึงดูดกันเล่า?
ใน่ที่กระแสแิปฏิทรรศน์กำลังมาแรงทั่วโลก ทำให้เหล่าจ้าวผู้รับผิดชอบสถานีโทรทัศน์เมืองซูจึงเลือกเดินหมากต่างออกไป โดยการเปลี่ยนแนวทางเป็ ‘ถอดรหัสปริศนา’
ในเมื่อสู้กับเมืองอื่นอย่างตรงไปตรงมาไม่ได้ ก็สู้เปลี่ยนแนวทางมาสร้างความโดดเด่นด้วยตัวเองดีกว่า อย่างเช่น นำแิเื่ความย้อนแย้งของการเดินทางข้ามเวลาที่เป็เื่คลาสสิกอย่าง แกรนด์ฟาเธอร์ พาราด็อกซ์ มาใช้…
จุดย้อนแย้งหลักคือฉันทะลุมิติกลับไปในอดีตเพื่อฆ่าปู่ของตัวเองได้จริง ๆ หรือไม่?
สำหรับทุกคนในโลกนี้ นี่คือโจทย์ยากที่ไม่มีวันแก้ไขได้ แต่สำหรับเจียงเจ๋อแล้วมันง่ายนิดเดียว!
ก่อนหน้านี้เหล่าจ้าวผู้รับผิดชอบสถานีโทรทัศน์ได้ทุ่มเงินมหาศาลดึงตัวผู้เชี่ยวชาญทั้งห้าคนมาจากเมืองจิงตู ซึ่งในนั้นมีทั้งศาสตราจารย์ด้านฟิสิกส์ ปรัชญา จิตวิทยา และสาขาอื่น ๆ ในตอนแรกประชาชนก็เข้ามาดูเพราะความแปลกใหม่ทำให้เรตติ้งถือว่าใช้ได้
แต่ใครจะไปคิดว่าพอเผยแพร่ความรู้ได้เพียงสองสามครั้ง ศาสตราจารย์เ่าั้ก็หมดไฟไปเสียก่อน
ภายใต้คำโฆษณาว่า ‘ถอดรหัสปริศนา’ ผู้ชมที่กดเข้ามาดูกลับต้องพบเหล่าผู้สูงอายุทั้งห้าคนนั่งคุยเื่สัพเพเหระในครอบครัว สุดท้ายในระหว่างการคุยเล่นพวกเขาก็รับเงินเดือนไปอย่างมีความสุข
ด้วยเหตุนี้สถานีโทรทัศน์เมืองซูจึงเริ่มปรับกลยุทธ์ โดยการรับสมัครบัณฑิตจบใหม่ที่มีคุณสมบัติเหมาะสมมาดำเนินรายการแทน แต่ใครจะไปคิดว่าเจียงเจ๋อในร่างเดิมกลับถูกปัดตกในขั้นตอนการสอบข้อเขียนซะอย่างนั้น
เจียงเจ๋อมองไปรอบ ๆ แล้วมองกระดาษคำตอบที่ระบุว่า ‘ไม่ผ่าน’ อย่างจนใจ
เหนื่อยใจ เหนื่อยมาก! เขาอยากเป็พิธีกรแต่ก็ไร้กำลัง เพราะแม้แต่ข้อเขียนยังสอบตก
ในขณะที่เขากำลังจะลุกขึ้นจากที่นั่น เสียงแจ้งเตือนเ็าของระบบก็ดังขึ้นในหัวของเจียงเจ๋อ
[ติ๊ง ระบบสรรค์สร้างความรู้สู่ความจริงถูกปลดล็อกแล้ว!]
"ระบบสรรค์สร้างความรู้สู่ความจริง?" เจียงเจ๋อชะงักไป สายตาจดจ่อ หัวใจเต้นระรัว "หมายความว่ายังไง?"
[ความหมายตรงตามชื่อเลย เมื่อคุณถอดรหัสปริศนาได้สำเร็จ และได้รับความยอมรับจากผู้ชมรายการถึง 80% จะเป็การสะสมค่าความคืบหน้า!]
[เมื่อค่าความคืบหน้าในการถอดรหัสของคุณถึง 100% ปริศนาที่คุณถอดรหัสจะกลายเป็ดันเจี้ยนในโลกความเป็จริง เพื่อให้ผู้ที่ได้รับเลือกจากทั่วโลกเข้ามาท้าทายและพิชิตมัน เพื่อพิสูจน์ว่าการถอดรหัสปริศนาของคุณนั้นใช้ได้จริงหรือไม่!]
เมื่อข้อความแจ้งเตือนสีฟ้าอ่อนปรากฏขึ้นต่อเนื่อง ลูกกระเดือกของเจียงเจ๋อก็ขยับขึ้นลงอย่างห้ามไม่ได้ อานุภาพของระบบสรรค์สร้างความรู้สู่ความจริงช่างทรงพลังยิ่งนัก
ขอเพียงถอดรหัสอย่างต่อเนื่องและสะสมค่าความคืบหน้า ในอนาคตเขาก็จะสามารถเปลี่ยนแปลงโลกทั้งใบได้ ได้เกิดใหม่ในชาตินี้บางทีเขาอาจจะเดินบนเส้นทางสายใหม่ เหมือนกับผู้รับผิดชอบสถานีโทรทัศน์แห่งนี้ก็ได้
เขาทำจิตใจให้สงบ แล้วเปิดดูแผงควบคุมของระบบ
[ความคืบหน้าปัจจุบัน : 0%]
[อาชีพปัจจุบัน : ไม่มี]
[ข้อมูลส่วนตัว : เจียงเจ๋ออายุ 24 ปี]
[ขอให้โฮสต์รีบเป็พิธีกรรายการเผยแพร่ความรู้โดยเร็ว เพื่อเก็บค่าอารมณ์จากผู้อื่น ซึ่งค่าอารมณ์สามารถนำไปแลกไอเทมต่าง ๆ ในร้านค้าได้!]
"ฉันเองก็อยากเป็นะ แต่ฉันตกรอบไปแล้ว!"
หลังจากถูกสถานีโทรทัศน์ของเมืองนี้ปัดตกรอบ ทางเลือกเดียวคือต้องเปลี่ยนเมืองเพื่อสัมภาษณ์ใหม่ แต่นั่นต้องรออีก 1 ปี…
เวลา 1 ปี เขาเสียเวลาขนาดนั้นไม่ได้
ในขณะที่กำลังจนปัญญา ประตูห้องประชุมก็ถูกผลักเปิดออกอย่างแรง ด้วยชายวัยกลางคนสวมสูทอายุเกินสี่สิบปีวิ่งพรวดพราดเข้ามา เขาก้มมองนาฬิกาบนข้อมือและพูดด้วยสีหน้ากระวนกระวาย
"ใกล้ถึงเวลาเริ่มรายการแล้ว หัวข้อของสถานีโทรทัศน์เราในวันนี้คือ ‘แกรนด์ฟาเธอร์ พาราด็อกซ์’ แต่พิธีกรรุ่นเยาว์คนก่อนเกิดอาการตื่นเวที ตอนนี้หายตัวไปอย่างไร้ร่องรอยแล้ว เรา้าตัวแทนด่วน"
"ฉันไม่สนว่าพวกคุณจะสอบข้อเขียนหรือสอบสัมภาษณ์ผ่านหรือไม่ ตอนนี้เวลาจะหมดแล้ว! ใครก็ได้สักคน ขอแค่คุณคิดว่าคุณทำได้และคุณรับได้หากต้องเสียชื่อเสียง! เร็วเข้า!"
คนที่พูดคือหวังกั๋วเซิ่งผู้รับผิดชอบแผนกกระจายเสียง คำพูดเหล่านี้แสดงให้เห็นชัดเจนว่าหวังกั๋วเซิ่งไม่เชื่อมั่นในตัวเหล่าผู้สมัครที่อยู่ในห้องนี้เลย
คนในที่นี้เป็เพียงพิธีกรสำรองที่ไม่มีทั้งประสบการณ์และระดับฝีมือ แต่เกิดเหตุฉุกเฉินจึงจำเป็ต้องมีคนขึ้นมาแทน ผู้สมัครทุกคนมีสีหน้าประหลาดใจและดีใจจนหัวใจเต้นแรงขึ้น
"ให้ตายสิ! แกรนด์ฟาเธอร์ พาราด็อกซ์ ใครจะแก้ได้วะ ขนาดนักฟิสิกส์ทั่วโลกยังแก้ไม่ได้เลย"
"บ้าเอ๊ย! ปริศนานี้ยากเกินไป พอตรรกะมันวนลูปก็ไม่มีใครรู้ว่าใครเป็คนฆ่าปู่ โอกาสนี้ฉันคว้าไว้ไม่ได้หรอก!"
"ฉันรับความเสี่ยงเื่ชื่อเสียงไม่ไหว ฉันทำไม่ได้ ฉันยังไม่เคยดำเนินรายการด้วยตัวเองเลย"
"..."
เสียงวิพากษ์วิจารณ์ดังระงม สัมภาษณ์ครั้งแรกแต่ได้เข้าทำงานทันทีเลยเหรอ
แน่นอนว่ามีบางคนที่อยากลอง แต่พอมองดูสถานการณ์ที่ตึงเครียดในที่แห่งนี้พวกเขาก็ถอดใจอย่างง่ายดาย พวกเขาไม่คิดว่าพิธีกรหน้าใหม่จะสามารถควบคุมสถานการณ์ใหญ่ขนาดนี้ได้
ไม่มีใครอยากเอาชื่อเสียงไปเสี่ยงกับอนาคต เพราะถ้าครั้งนี้จบลงด้วยความล้มเหลวในอนาคตพวกเขาอาจจะหมดโอกาสในอาชีพพิธีกรไปเลย
ทันใดนั้นสายตาของพิธีกรสำรองทุกคนที่ผ่านการสัมภาษณ์ต่างหันมามองที่เจียงเจ๋อเป็ตาเดียว เพราะที่นี่มีเพียงเขาคนเดียวที่สอบตกในขั้นตอนข้อเขียน
"พี่ชาย ยังไงนายก็สอบตกข้อเขียนแล้ว ต่อไปก็ไม่มีโอกาสแล้วด้วย"
"ใช่แล้ว คว้าโอกาสนี้ไว้สิ จะได้ก้าวหน้าแบบก้าวะโ"
"..."
แม้ปากจะพูดแบบนั้น แต่ใบหน้าของทุกคนกลับเต็มไปด้วยความเย้ยหยัน
คนที่สอบข้อเขียนยังตก… ขนาดคนที่สอบผ่านยังไม่มีใครกล้าขึ้นไป แล้วนับประสาอะไรกับคนที่สอบตก
เมื่อเห็นดังนั้นมุมปากของเจียงเจ๋อก็ยกขึ้นเล็กน้อย เขาไม่ถือสา ‘เด็ก ๆ ’ เหล่านี้หรอก เพราะดูเหมือนว่าความสามารถของเขาจะไม่ยอมให้เจียงเจ๋อต้องขายหน้า
"นายชื่ออะไร?"
"เจียงเจ๋อ"
เมื่อสังเกตเห็นว่าสายตาทุกคู่จับจ้องไปที่เจียงเจ๋อ หวังกั๋วเซิ่งจึงรีบถามอย่างใจร้อนว่า "พ่อหนุ่ม นายอยากลองดูไหม?"
เจียงเจ๋อไม่เสียเวลาคิด เขารีบลุกขึ้นยืนและพูดด้วยสีหน้าจริงจังว่า "ปล่อยให้เป็หน้าที่ของผมได้เลย"
[1] Grandfather Paradox เป็แิทางปรัชญาและฟิสิกส์เชิงทฤษฎีที่ตั้งคำถามถึงความเป็ไปได้ของการเดินทางข้ามเวลา
[2] The Butterfly Dream เป็หนึ่งในปรัชญาที่โด่งดังและลึกซึ้งที่สุดของโลกตะวันออก ปรากฏอยู่ในคัมภีร์จวงจื่อโดยนักปราชญ์ชาวจีน
[3] Ship of Theseus เป็หนึ่งในการทดลองทางความคิดที่มีชื่อเสียงที่สุดในเชิงปรัชญา เพื่อตั้งคำถามเกี่ยวกับตัวตนและการเปลี่ยนแปลง
[4] ปฏิทรรศน์ หมายถึงตรรกะที่เกิดจากเหตุการณ์หรือถ้อยความที่ดูย้อนแย้งกับสามัญสำนึก ซึ่งสามารถใช้การทดลองทางความคิดมาเป็เครื่องมือสำคัญในการตีความได้