ทั้งงานเงียบกริบไม่มีแม้แต่เสียงนกเสียงกา
ผู้คนต่างเบียดกันเข้ามาดูหยกที่ซูฮ่าวฝนออกมาทุกคนต่างตื่นตระหนกใและฮือฮากันขึ้นมาทั่วบริเวณ
ด้านในซากหินก้อนนั้นคิดไม่ถึงว่าจะมีหยกจริงๆ ?
ล้อเล่นน่า!
หวางเถี่ยจู้ที่เห็นเหตุการณ์นี้แล้วยิ่งตัวสั่นเทาราวกับถูกฟ้าผ่า ในสายตาของเขาปรากฏอาการเหลือเชื่ออย่างรุนแรง
แสงหยกเข้มข้นที่อยู่ในมือของซูฮ่าวนั้นตบลงบนใบหน้าของเขาอย่างรุนแรง ราวกับถูกพลังที่ไร้รูปตบเข้าที่แก้ม แต่มันกลับรู้สึกเ็ปเป็อย่างมาก
คำพูดที่เขาพูดก่อนหน้านี้ถูกแสงหยกที่เข้มข้นนี้ตบจนแหลก เหลือแค่คำว่าน่าขำตอบกลับเขา
ที่น่าหวาดกลัวที่สุดคือเถ้าแก่แผงลอยก่อนหน้านี้เขาเคยสังเกตซากหินก้อนนี้หลายครั้ง และเคยลงมติหลายครั้งแล้วว่าในหินก้อนนี้ไม่มีหยกอย่างแน่นอน
แต่การสังเกตและลงมติของตนเองกลับถูกหยกที่อยู่ในมือของซูฮ่าวลบล้างจนหมด
ผู้ชายคนนี้ภายใต้สถานการณ์ที่ทุกคนไม่ได้ตั้งความหวังกับเขา เขาก็ยังสงบจิตสงบใจเอาไว้ได้ และเปิดหยกที่ผ่านการรดน้ำฝนหินไปสามครั้งแล้ว
ความมั่นใจเช่นนี้มาจากไหนกัน?
“ในสีเขียวมีสีขาวกึ่งโปร่งใสถึงโปร่งใส ใสแจ๋วเหมือนน้ำ… นี่คือหยกน้ำแข็ง!” คุณลุงที่อยู่ค่อนข้างใกล้กับซูฮ่าวท่านหนึ่งหรี่ตามอง และร้องออกมาอย่างใ
ผู้คนโดยรอบตะลึงงันต่างรีบล้อมเข้ามาอย่างรวดเร็ว สายตามองไปที่หยกซึ่งอยู่ในมือของซูฮ่าวอีกครั้ง
หลังจากเห็นเนื้อหยกที่โปร่งใสแล้วก็อดไม่ได้ที่จะสูดหายใจเข้า
หยกน้ำแข็ง ใสแจ๋วเนื้อดีมาก ความโปร่งใสสูงที่สุด อยู่ในอันดับสองของหยก เป็รองแค่หยกแบบกระจกราคาแพงหูฉี่
“ไม่ใช่นี่คือหยกน้ำแข็งระดับสูง เป็น้ำแข็งชนิดระดับสูง!” มีคนพูดขึ้นมาอย่างใอีกคน
ในหยกน้ำแข็งก็มีคุณภาพดีที่สุดระดับความใสที่สูงที่สุดมักจะถูกสายงานเดียวกันเรียกว่า“ชนิดน้ำแข็งระดับสูง” ความหมายคือเป็ชนิดที่ดีที่สุดของบรรดาชนิดน้ำแข็งแต่ก็ยังไม่ถึงขั้นเป็เนื้อแก้ว
“เป็ชนิดน้ำแข็งระดับสูงจริงๆ !” ผู้คนสังเกตอย่างละเอียดและตื่นตระหนกอีกครั้ง
เถ้าแก่แผงลอยถือแว่นขยายมองทั้งด้านนอกด้านในหนึ่งรอบแล้วสายตาก็เป็ประกายขึ้นมา “ไม่ใช่แค่ชนิดน้ำแข็งระดับสูงด้านในหยกชิ้นนี้มีลวดลายสีฟ้าน้ำแข็งแบบกระเส็นกระสายซ่อนอยู่”
ผู้คนต่างหยุดชะงักและมีแววตาประหลาดใจ
ในหยกน้ำแข็งหากคือสีฟ้าที่มีลักษณะกระเส็นกระสายหรือลักษณะเส้นโลหิตที่ต่อเนื่องกันก็เรียกหยกน้ำแข็งอย่างนี้ว่าน้ำแข็งดอกกล้วยไม้ คำโบราณเรียกว่าน้ำแข็งฟ้า
น้ำแข็งฟ้ากับน้ำแข็งมีระดับสูงเหมือนกันล้วนคือแบบที่หายากในหยกน้ำแข็ง มักจะนำมาทำเป็กำไลหรือจี้ ราคาทางการค้าสูงมาก
แค่ฉับพลันสายตาที่ทุกคนมองซูฮ่าวล้วนเป็ความอิจฉา แต่ไม่มีการดูถูกและเยาะเย้ยอีก
มูลค่าของหยกน้ำแข็งในตลาดก็สูงมากยิ่งไปกว่านั้นหยกน้ำแข็งชิ้นนี้ยังเป็การผสานกันของหยกน้ำแข็งระดับสูงกับน้ำแข็งฟ้าก็พูดได้เลยว่าร้อยปีก็ยากที่จะได้พบ
เครื่องประดับที่ใช้หยกน้ำแข็งระดับนี้ทำมูลค่าอย่างน้อยก็เกินสิบล้าน แม้กระทั่งมีเงินก็หาซื้อไม่ได้
สิ่งที่ทำให้ผู้คนพูดไม่ออกนั่นก็คือซูฮ่าวซื้อซากหินก้อนนี้ในราคาแค่สามพันหยวน
สามพันหยวนแลกกับมูลค่านับสิบล้าน
ค่าลงทุนกับค่าตอบแทนนี้มันก็ห่างไกลกันจนเกินจริงไปแล้ว??
อีกด้านหนึ่งเจิงจื่อโหยวจ้องหยกน้ำแข็งที่อยู่ในมือของซูฮ่าว ในตาก็เป็ประกายขึ้นมาทันที
สีน่าจะเป็ปัจจัยแรกของราคาหยกส่วนมาตรฐานสีที่ดีคือต้องเข้มข้น โปร่งใส สม่ำเสมอ
หยกน้ำแข็งที่ซูฮ่าวฝนออกมานั้นสีเขียวบริสุทธิ์ ความเข้มข้นของสีเขียวสูงถึงร้อยละเจ็ดสิบแปดสิบ ใสแจ๋ว สีมีความสม่ำเสมอคือหยกชั้นดีของชนิดน้ำแข็ง
ขนาดคือปัจจัยที่สองของหยกยิ่งมีขนาดใหญ่เท่าไร ราคาก็ยิ่งสูง
หยกน้ำแข็งที่อยู่ในมือของซูฮ่าวนั้นขนาดเท่ากับลูกรักบี้ ทำกำไลได้เจ็ดแปดวง ถือเป็เครื่องประดับที่สุดยอดที่ดูสุขุมดูเงียบสงบ เหมือนผู้หญิงที่มีความเป็ผู้ใหญ่ จะทำป้ายหยกน้ำแข็งก็ได้ขับความสุขุมของผู้ชายให้โดดเด่นขึ้น
ไม่ว่าจะเป็สีหรือขนาดหยกน้ำแข็งชิ้นนี้ก็ไร้ที่ติ ราคาอย่างน้อยก็ห้าสิบล้านขึ้นไป
“ต้องเอาหยกน้ำแข็งชิ้นนี้มาให้ได้” เขาสูดหายใจลึกและพุ่งเข้ามาทางซูฮ่าวทันที
อีกด้านหนึ่งพ่อค้าหยกที่สวมหมวกคนหนึ่งกลอกตาไปมา และถามซูฮ่าวพลางหัวเราะว่า “สหายฉันให้สิบล้าน ขายหยกน้ำแข็งที่อยู่ในมือนายให้ฉันได้ไหม?”
ในสมัยที่หยกเนื้อแก้วขาดแคลนอย่างปัจจุบันนี้หยกน้ำแข็งก็ะโข้ามไปเป็ชั้นดีได้แล้วหากร้านเครื่องประดับมีหยกน้ำแข็งติดร้านสองสามชิ้น ก็สามารถประคับประคองสถานการณ์ของร้านหยกได้
โดยเฉพาะอย่างยิ่งหยกน้ำแข็งที่อยู่ในมือของซูฮ่าวยังรวมลักษณะเด่นของชนิดน้ำแข็งระดับสูงกับชนิดน้ำแข็งฟ้าสองแบบเข้าด้วยกัน ใช้เงินสิบล้านซื้อก็ได้กำไรอย่างแน่นอน
“ฮ่าๆแค่สิบล้านก็ยังหวังว่าจะได้หยกน้ำแข็งที่ดีขนาดนี้หรือ?” พ่อค้าหยกคิ้วหนาอีกท่านหนึ่งกลอกตาใส่และพูดกับซูฮ่าวอย่างใจกว้างว่า “สหาย ฉันให้นายยี่สิบล้านขายให้ฉันเถอะ”
“เฮ้ ฉันเห็นก่อนนายนะ มาตัดหน้าแบบนี้ นายหมายความว่าอย่างไร?” พ่อค้าหยกที่สวมหมวกสีหน้าบูดบึ้งและไม่พอใจมาก
พ่อค้าหยกคิ้วหนาก็ดูถูกว่า “นายเห็นก่อนจะมีประโยชน์อะไรการซื้อขายหยก คนที่ให้ราคาสูงก็ได้ไปหากจ่ายไม่ไหว ก็อย่ามารบกวนฉันกับสหายท่านนี้คุยธุรกิจกัน”
“ใครไม่มีเงินเล่าฉันให้ยี่สิบห้าล้าน สหาย หยกน้ำแข็งชิ้นนี้ให้ฉันเถอะ” พ่อค้าหยกที่ใส่หมวกมีสีหน้าบูดบึ้งและกัดฟันพูด
พ่อค้าหยกคิ้วหนาผลักเขาออกและมองซูฮ่าว เขาพูดพร้อมกับหัวเราะว่า “สหายไม่ต้องสนใจยาจกคนนี้ ฉันให้สามสิบล้าน!”
“โอ๊ย ผลักฉันหรือ? อยากมีเื่หรือ?”
“ใช่ แล้วอย่างไร?”
………………..
ทั้งสองคนทะเลาะกันไม่หยุดสุดท้ายก็ไปถึงขั้นต่อสู้กัน ซูฮ่าวเห็นแล้วก็อึดอัดจริงๆ
พ่อค้าหยกคนอื่นๆ กลอกตาไปมา ต่างคนต่างแย่งกันเสนอราคาเพราะอยากได้หยกน้ำแข็งที่อยู่ในมือของซูฮ่าว
พวกเขาล้วนไม่ใช่คนโง่ ต่างก็รู้ดีว่าการซื้อหยกชั้นดีระดับนี้ไม่เพียงแต่ขยายการจำหน่ายของร้านได้แต่มันยังสามารถช่วยประคับประคองสถานการณ์ของร้านตนได้ ภายใต้การโฆษณาที่มากมาย ผลกำไรที่ได้ย่อมไม่ต่ำแน่นอน
เวลานี้หากพลาดไป ภายหน้าก็คงไม่มีโอกาสแล้ว
หวางเถี่ยจู้มองสถานการณ์นี้ด้วยสีหน้ามืดมนทันที สีหน้าของเขาราวกับกินอุจจาระลงไปก็ไม่ปาน
ก่อนหน้านี้ตนเองเอาแต่เยาะเย้ยซูฮ่าวไม่หยุดด่าทออีกฝ่ายว่าสายตาแย่ แต่สุดท้ายผลลัพธ์ของซูฮ่าวกลับเปลี่ยนไปอย่างสิ้นเชิงเขาได้หยกชั้นดีจากซากหินก้อนนั้น
สุดท้ายคนที่สายตาแย่จริงๆ กลับเป็ตัวเขาเอง
มันช่างน่าขำขนาดไหนกัน?
คนที่แย่กว่าเขายังมีอีกหนึ่งคนนั่นก็คือเถ้าแก่แผงลอย
ซากหินที่เก็บมาได้ก้อนนั้น ด้านในกลับเป็หยกชั้นดี...
ภายใต้การแข่งเสนอราคาของพ่อค้าหยกราคาก็สูงขึ้นเรื่อยๆ คิดไม่ถึงว่าจะสูงถึงสี่สิบล้าน…
พอคิดว่าตนเองขายหยกชั้นดีชิ้นนี้ในราคาสามพันหยวนเถ้าแก่แผงลอยก็อยากฆ่าตัวตายแล้ว
การเสนอราคาของนักธุรกิจหยกบริเวณรอบๆ มีอย่างต่อเนื่อง แต่ซูฮ่าวกลับไม่หวั่นไหวแม้แต่น้อยเขามองเจิงจื่อโหยวที่เบียดกลุ่มคนเดินเข้ามาทางเขา
เขาหยุดชะงักไป และพูดกับพ่อค้าหยกที่อยู่รอบๆ ว่า “ทุกท่าน หยกน้ำแข็งชิ้นนี้ผมไม่ขายให้คนอื่นครับ ต้องขอโทษจริงๆ ”
พ่อค้าหยกพวกนี้ได้ยินแล้วก็มีสีหน้าผิดหวังทันที
หยกระดับสูงเช่นนี้ กลับเอามาไม่ได้ ช่างเป็เื่ที่น่าเสียใจจริงๆ
ซูฮ่าวขอโทษต่อฝูงชนพลางหัวเราะและมอบหยกน้ำแข็งให้กับเจิงจื่อโหยวที่อยู่ข้างกายเขา “จื่อโจว ฉันให้นาย”
เจิงจื่อโหยวมองหยกน้ำแข็งที่อยู่ในมือก็ตะลึงงันทันที
ให้เขาหรือ?
หลังจากผ่านการเสนอราคาของเหล่าพ่อค้าหยก มูลค่าของหยกน้ำแข็งชิ้นนี้ก็พุ่งสูงถึงสี่สิบล้าน ด้วยนิสัยใจแคบของซูฮ่าวในอดีตนั้น ไม่น่าจะมอบให้ตนเองอย่างใจกว้างเช่นนี้ได้
“หรือว่า… ” เจิงจื่อโหยวราวกับคิดอะไรออกก็เอามือปิดบังร่างกายของตัวเองไว้ และพูดอย่างยืนกรานว่า“ซูฮ่าว ร่างกายที่บริสุทธิ์ของฉันจะไม่ยอมให้นายย่ำยีเพราะหยกชิ้นนี้หรอกนะ”
“สหายนายคิดมากไปแล้วจริงๆ !” ซูฮ่าวหางตากระตุก หมดคำจะพูดจริงๆ
“หยกนี้ไม่มีประโยชน์กับฉันนายเอากลับไปแจ้งคุณลุงกับคุณป้าเถอะ”
เจิงจื่อโหยวได้ยินอย่างนี้แล้ว ก็หยุดชะงัก
เขาจ้องซูฮ่าวด้วยสีหน้าประหลาดมักจะรู้สึกว่าซูฮ่าวต่างจากเมื่อก่อนมาก
หากเป็ซูฮ่าวคนก่อน เมื่อพูดถึงเื่เงิน นั่นเขาจะยอมทำทุกอย่างโดยไม่ลังเลเพื่อให้ตนไม่เสียเปรียบ
แต่วันนี้คิดไม่ถึงว่าซูฮ่าวจะมอบหยกน้ำแข็งที่ราคาหลายสิบล้านให้ตนเองการกระทำที่ใจกว้างปานนี้ ทำให้เขารู้สึกเหลือเชื่อจริงๆ
สีหน้าของเจิงจื่อโหยวแปรเปลี่ยนทันทีสักพักใหญ่ ในที่สุดก็พยักหน้าด้วยใบหน้าที่ซับซ้อน “ซูฮ่าวบุญคุณของนายในครั้งนี้ ฉันจะจดจำเอาไว้ ต่อไปหากมีเื่อะไรก็เรียกใช้ฉันได้ทุกเมื่อ!”
“ไม่ต้องหรอก ถือว่าฉันตอบแทนบุญคุณนายแล้วกัน” ซูฮ่าวส่ายหน้า
เจิงจื่อโหยวมีใบหน้างงงัน“ตอบแทนบุญคุณฉันหรือ?”
“ใช่… ” ซูฮ่าวเงยหน้าหัวเราะอย่างทอดถอนใจ
ชาติก่อนหลังจากที่บริษัทล้มละลายไป๋เหวินหลิงก็ะโตึกฆ่าตัวตายหนี้สินทั้งหมดตกอยู่ที่เขา หากไม่ใช่เจิงจื่อโหยวที่พยายามช่วยเขาอย่างเต็มที่ เขาอาจจะเดินทางผิดแล้วก็เป็ได้
แต่น่าเสียดายเจิงจื่อโหยวอยู่ไม่ถึงวันที่เขาจะตอบแทนบุญคุณ กลับถูกฟันตายเพราะผู้หญิงคนหนึ่งและเสียชีวิตก่อนวัยอันควร
ชาตินี้ เขาพาระบบเสแสร้งกลับมาด้วย บุญคุณของเจิงจื่อโหยวที่อยู่ในใจเขาต่อให้ต้องแลกชีวิตก็ต้องตอบแทนให้ได้
เจิงจื่อโหยวเห็นสีหน้าที่ซูฮ่าวแสดงออกมาดูไม่เหมือนคนกำลังล้อเล่น ดังนั้นเขาจึงรู้สึกงุนงง
เหมือนว่าตนเองยังไม่ได้ช่วยเหลืออะไรซูฮ่าวเลยด้วยซ้ำ?
เื่ที่เคยช่วยซูฮ่าวมีเพียงอย่างเดียวและเื่นั้นก็ยังเป็เื่ไม่ดีเวลานั้นเขาให้ถุงยางอนามัยกับซูฮ่าว อืม… แต่มันก็หมดอายุแล้วด้วย
จำได้รางๆว่าในหนึ่งอาทิตย์นั้นซูฮ่าวต้องหนีบขาอยู่ตลอด
เดิมทีก็อยากจะถามไถ่ แต่ซูฮ่าวเหมือนไม่อยากพูดถึงเื่นี้ เขาจึงทำได้แค่หยุดเท่านั้น
ผู้คนโดยรอบมองเ้าของหยกชั้นดีและต่างก็แยกย้ายกันออกไปอย่างรู้สึกเสียดาย
กู่กว่างคุนเดินเข้ามาจ้องหยกน้ำแข็งที่อยู่ในมือเจิงจื่อโหยวพลางทำเสียงจุ๊ๆ และพูดอย่างประหลาดใจว่า “หยกน้ำแข็งที่รวมลักษณะเด่นสองอย่างมีแบบน้ำแข็งระดับสูงกับแบบน้ำแข็งสีฟ้าผมเพิ่งเคยเห็นเป็ครั้งแรก”
เขาเงยหน้ามองซูฮ่าวพลางพูดอย่างทอดถอนใจ “สายตาของคุณซูไม่ธรรมดาจริงๆ คิดไม่ถึงว่าคุณจะผ่าได้หยกชั้นดีเช่นนี้ออกมาได้ ผมพนันหินมาสิบกว่าปีสายตากลับยังสูงสู้คุณซูไม่ได้ ช่างน่าละอายใจจริงๆ ”
“อาจารย์กู่ชมเกินไปแล้วผมก็แค่โชคดีเท่านั้น” ซูฮ่าวโบกมือ สายตากลับชำเลืองไปที่หวางเถี่ยจู้ที่อยู่ข้างๆและหัวเราะขึ้นมาทันที “จะว่าไปแล้ว ก็ยังต้องขอบคุณคุณหวางมากั้แ่ผมเริ่มซื้อซากหินก้อนนี้ก็คอยอยู่ข้างกายผมไม่ห่าง”
“เพื่อบอกว่าหินที่ผมซื้อไม่ใช่ซากหินเขาใช้วิธีการเหน็บแนม เยาะเย้ยผมไม่หยุด ทำให้ทุกคนคิดว่าที่อยู่ในมือของผมเป็แค่ซากหินก้อนหนึ่งจึงดึงดูดความสนใจของผู้คนมากมาย ล่อให้ทุกคนมาเย้ยหยันผม และทำให้ผมมีโอกาสพิสูจน์ตนเอง”
“บุคลิกที่สูงส่งเช่นนี้ของคุณหวาง ช่างน่าประทับใจจริงๆ ในสังคมที่เงินทองเป็วัตถุนิยมอย่างตอนนี้คิดไม่ถึงว่าจะได้พบคนที่มีนิสัยใจคออย่างคุณหวางเป็ความโชคดีที่สุดของทั้งชีวิตผมเลยก็ว่าได้ ทำให้ผมรู้สึกถึงความยิ่งใหญ่ของการเป็มนุษย์ ”
ซูฮ่าวพูดเช่นนี้ออกมา ไม่มีคำหยาบแต่หลังจากที่พูดออกมาแล้ว ทั้งใบหน้าของหวางเถี่ยจู้ก็มืดมนเหมือนกับทาก้นหม้อ
เขาจะไม่รู้ได้อย่างไรว่าซูฮ่าวเยาะเย้ยเขากลับ?
เขาอยากคัดค้าน แต่พออ้าปากแล้วกลับไม่รู้ว่าจะพูดอะไร ทำได้แค่เงียบอย่างคับข้องใจ
แน่นอนว่ากู่กว่างคุนก็รู้ในสิ่งที่ซูฮ่าวอยากจะสื่อ สีหน้าเขาจึงดูกระอักกระอ่วนขึ้นมา
ไม่ว่าอย่างไรซูฮ่าวก็เปิดพบหยกน้ำแข็งที่มีราคามากกว่าสี่สิบล้านส่วนหวางเถี่ยจู้ตามตนเองมา ไม่ได้ทำอะไร แถมยังเอาแต่กล่าวหาคนอื่นตลอด พอเทียบกันแล้ว ความเป็คนของทั้งสองดูต่างกันชัดเจนมาก
เจิงจื่อโหยวที่อยู่ข้างๆก็ไม่พอใจหวางเถี่ยจู้นานแล้ว แต่ติดที่เห็นแก่หน้ากู่กว่างคุนจึงไม่ได้แสดงอาการอะไรออกไปเท่านั้น เวลานี้แม้ว่าจะเห็นบรรยากาศผิดปกติ แต่เพราะคำพูดของซูฮ่าวเขากลับไม่โกรธหวางเถี่ยจู้ แต่เลือกที่จะเปลี่ยนเื่คุยแทน
“อาจารย์กู่คุณหวาง ได้ยินว่าแถวนี้มีร้านเครื่องดื่มเย็นๆ เปิดใหม่หนึ่งร้านพวกเราไปดื่มให้หนำใจสักหน่อย ดีไหม?”
กู่กว่างคุนมองหวางเถี่ยจู้เขาพยักหน้าอย่างลำบากใจ
สายตาของเจิงจื่อโหยวมองไปที่ซูฮ่าวพร้อมยักคิ้ว “ซูฮ่าวฉันรู้ว่านายจะไปแน่นอน”
เดิมทีซูฮ่าวอยากปฏิเสธแต่เมื่อเห็นสายตาจริงจังของเจิงจื่อโหยวแล้วก็ทำได้แค่ตกลงอย่างเลี่ยงไม่ได้
“ติ๊งต่องยินดีด้วยโฮสต์เสแสร้ง เนื่องจากการตบหน้าอย่างไร้ความปรานีเช่นนี้ โฮสต์ได้รับรางวัลเป็แต้มเสแสร้งหกสิบแต้ม ps : ฉันเกลือกกลิ้งอยู่ในโลกมาหลายปี เคยพบคนมานับไม่ถ้วนถึงไม่เคยเห็นหมูเดิน แต่ก็ย่อมเข้าใจว่าเนื้อหมูมีรสชาติอย่างไร แต่เมื่อได้เห็นท่าทางที่โฮสต์เสแสร้งแสดงออกมาแล้ว ฉันก็รู้สึกว่าโฮสต์มีความต่างจากพวกนักเลงปลายแถวที่เอาแต่กร่างอยู่ในโลกอันกว้างใหญ่ไพศาลนี้
ท่าทางที่ได้อารมณ์นั้น สีหน้าที่ค่อยๆ เปลี่ยนไปตามสภาพแวดล้อมนั้น ไหนจะถ้อยสำนวนที่สูงส่งนั้น มันช่างไม่มีประโยชน์ โฮสต์ แม้ว่าโฮสต์จะเป็เพียงสิ่งมีชีวิตที่ร่างกายกึ่งพิการ ทำให้ในหัวของโฮสต์เหมือนกับท่อระบายน้ำที่มีแต่น้ำมัน แต่การเสแสร้งของโฮสต์ก็ยังทำให้ผู้คนจำนวนไม่น้อยจำโฮสต์ได้ สู้ๆ นะ ฉันเชื่อว่าโฮสต์จะต้องเป็าาแห่งการเสแสร้งที่แข็งแกร่งที่สุดในตำนานอย่างแน่นอน!”
“ระบบโลงศพของคุณ้าแบบเปิดฝาโลงหรือเลื่อนฝาโลง?”
“มีแบบััไหม?”
“ … ”