ตำนานยอดหญิงซูเจิน

    ตอนพิเศษ เป็นจือเหลียงไม่ง่าย


    หลังจากเรื่องวุ่นวายเล็กน้อยนั่นแล้วก็มิมีผู้ใดมาก่อกวนพวกนางอีก ซูเจินดื่มกินอาหารอย่างสำราญโดยมีสองสาวใช้คอยปรนนิบัติไม่ห่าง นายหญิงไม่เอ่ยปากพวกนางก็มิอาจร่วมโต๊ะอาหารได้เช่นจือเหลียง แม้เดิมทีจือเหลียงจะมีสถานะที่นับว่าด้อยกว่าพวกนางที่เป็นลูกหลานของหัวหน้าหมู่บ้านเพราะเขาเป็นเพียงคนนอก แต่พอนายหญิงกลับมาก็ยกให้เขารับใช้ข้างกาย ผู้ใดก็รู้ว่าเขามีน้ำหนักในใจของนายหญิงนักสถานะของเขาจึงนับว่าสูงกว่าพวกนางหลังจากทานอาหารอิ่มแล้วจือเหลียงก็นำทางไปยังห้องพัก แม้ตอนนี้จะมีสาวใช้ถึงสองคนแต่เรื่องการกินอยู่ ตระเตรียมของใช้ส่วนตัวของซูเจินก็ยังคงเป็นจือเหลียงที่ลงมือทำเองทั้งหมด แล้วค่อยให้สองสาวใช้ปรนนิบัติอาบน้ำแต่งตัว หลังจากนายหญิงพักผ่อนเรียบร้อยแล้วจึงให้สาวใช้คอยอยู่รับใช้ ส่วนตัวเองก็ออกมาจัดการเรื่องอาหารของม้าอสูรทั้งสองตัว พวกมันไม่เหมือนกับม้าธรรมดาอาหารของมันคือเนื้อสด ดังนั้นจือเหลืองจึงต้องเป็นผู้หามาให้พวกมันเองม้าอสูรทั้งสองตัวผูกอยู่ใต้ต้นไม้ใหญ่ใกล้ๆกับคอกม้าของโรงเตี้ยม มันดุร้ายกับผู้อื่นมากจึงมิมีใครสามารถเข้าใกล้พวกมันได้แล้วก็คงมิมีผู้ใดอยากเข้าใกล้นัก อย่างมากก็แค่มองดูอยู่ห่างๆเท่านั้น อีกทั้งยังไม่อาจเข้าไปอยู่ในคอกรวมกับม้าตัวอื่นได้ ขนาดผูกมันอยู่ข้างนอกพวกม้าข้างในยังกลัวจนหัวหด หมอบลงตัวสั่นอยู่อย่างนั้นหวาดกลัวพวกมันอย่างยิ่งให้อาหารม้าเสร็จยังต้องไปจัดหาเสบียงเตรียมไว้ให้พร้อมก่อนออกเดินทางในวันพรุ่งนี้ จือเหลียงเดินซื้อของอยู่นานตลอดทางก็ยังคงถามข่าวอยู่ตลอด ตั้งแต่นายหญิงจะเปิดสำนักข่าวเขาก็กลายเป็นพวกอยากรู้อยากเห็นไปเสียทุกเรื่องสตรีที่มีปากเสียงกับนายหญิงนั้นเขาก็ถามไปถามมา จนรู้ว่าคือคุณหนูรองสกุลมู่จากแคว้นหนานเจียง บรรลุขั้นแรกตั้งแต่อายุแปดขวบปี ทั้งยังมีพรสวรรค์ด้านการปรุงยา มีพลังเวทธาตุไม้ธาตุรองธาตุไฟ นับว่ามีพรสวรรค์อย่างยิ่งถูกเรียกว่าอัจฉริยะหญิงเลยทีเดียวแต่ถึงอย่างไรเขาก็เห็นว่านายหญิงดีกว่าอยู่ดี อย่างนางไม่มีทางมาเทียบกับนายหญิงของเขาได้หรอก แต่มีข่าวลือแปลกๆว่านางเป็นว่าที่ศิษย์เอกของสำนักโอสถสวรรค์คงจะเดินทางมาตามประกาศเสียกระมัง ทำท่าทางบริสุทธิ์อ่อนโยนแต่ก็ทะเยอทะยานไม่เบา ให้คนสืบเรื่องของนางเผื่อเอาไว้หน่อยแล้วกันกว่าจะจัดการทุกอย่างเรียบร้อยก็ล่วงเลยจนดึกดื่นแล้ว จือเหลียงกลับมายังโรงเตี้ยมเดินขึ้นไปยังห้องพักยัง ไม่ทันได้เข้าห้องก็เห็นสาวน้อยทั้งสองเดินออกมาจากห้องของนายหญิง พวกนางเห็นเขาเข้าก็เผยสีหน้ายินดีรีบเดินเข้ามาหา“ท่านจือเหลียงท่านมาก็ดีแล้ว นายหญิงกำลังถามหาท่านอยู่เลยเจ้าค่ะ” สตรีหน้าตาจิ้มลิ้มที่เขาจำได้ว่าชื่อหนิงจูเอ่ยขึ้น เขาแปลกใจกับคำเรียกที่ดูให้เกียรติของนาง แต่ไหนคนในหมู่บ้านต่างก็เห็นพวกเขาพี่น้องเป็นคนนอก ไฉนวันนี้ถึงได้ดูนอบน้อมกับเขานัก?...แปลกจริง“ถามหาข้า? มีอันใดหรือ?”“นายหญิงอยากจะอาบน้ำเจ้าค่ะ พวกข้าจัดเตรียมไว้แล้วแต่ไม่รู้ว่าน้ำมันหอมระเหยผสมน้ำอาบที่นายหญิงต้องการอยู่ที่ไหน?” พวกนางหาเท่าไหร่ก็หาไม่เจอ นายหญิงก็จะไม่ยอมอาบถ้าไม่มีมัน พวกนางกระวนกระวายจะแย่ กำลังคิดจะไปตามหาอีกฝ่ายพอดีจือเหลียงพยักหน้าเข้าใจ “รอสักครู่”ของใช้ส่วนตัวจำพวกแป้ง ชาด หรือพวกเครื่องหอมเขาจะเป็นคนเก็บไว้ แต่แรกมีเพียงเขาที่ดูแลนายหญิงคนเดียวเรื่องพวกนี้เขาจึงเป็นคนจัดการทั้งหมดนายหญิงชอบน้ำมันหอมระเหยที่ทำจากดอกเหมยแดง ทุกครั้งก็จะผสมก่อนที่จะอาบน้ำเสมอ ในหนึ่งวันนายหญิงจะอาบน้ำอย่างน้อยวันละสองรอบ วันไหนร้อนมากก็จะอาบสามรอบ ไม่ว่าจะร้อนหรือหนาวก็จะต้องอาบน้ำเสมอ ผิดแปลกจากคนทั่วไปนักเขาเข้าไปหยิบเอาขวบน้ำมันหอมระเหยออกมาพร้อมกับผ้าสีขาวสะอาด ผืนใหญ่หนึ่งผืน ผืนเล็กหนึ่งผืนออกมายื่นให้ทั้งสอง “นายหญิงรักสะอาด วันหนึ่งอาบน้ำสองรอบ ตื่นนอนหนึ่งรอบก่อนนอนหนึ่งรอบ ทุกครั้งต้องเตรียมผ้าสองผืน ผืนใหญ่ใช้ซับน้ำหลังอาบเสร็จ หากนายหญิงไม่ได้จะสระผ้าให้ใช้ผ้าผืนเล็กครอบผมไว้นายหญิงไม่ชอบให้ผมเปียก น้ำที่อาบต้องผสมน้ำมันหอมระเหยจากดอกเหมยแดงทุกครั้ง...อ่ะเอานี่ไป แล้วพวกเจ้าก็คอยดูแลนายหญิงอาบน้ำเถอะ”ก่อนหน้านี้นายหญิงต้องอาบน้ำเอง ในที่สุดก็มีสาวใช้คอยปรนนิบัตินายหญิงอาบน้ำเสียทีสองสาวใช้หนิงจูกับเสวี่ยซูรับเอาของมาจากท่านจือเหลียงอย่างงงๆ สมองก็กำลังทบทวนในสิ่งที่อีกฝ่ายบอก แค่อาบน้ำยังมีรายละเอียดมากมายถึงเพียงนี้ อดทึ่งอีกฝ่ายไม่ได้จริงๆ เขาเป็นบุรุษแท้ๆแต่ต้องคอยปรนนิบัติรับใช้นายหญิงผู้เดียว ทั้งยังละเอียดลออจดจำได้แม้แต่เรื่องเล็กๆน้อยๆ มิน่านายหญิงถึงโปรดปรานเขานัก“อ่อ...พวกเจ้าเตรียมชุดไว้ให้พร้อมด้วยนะ ชุดที่จะใส่นอนเป็นชุดสีดำผ้ามันลื่น” จือเหลียงรีบบอกก่อนที่พวกนางจะไป พวกนางพยักหน้าเข้าใจก่อนจะจากไปอีกครั้งจือเหลียงก็เอ่ยเรียกไว้อีกครั้ง “พวกเจ้าอย่าให้นายหญิงแช่น้ำนานเกินไปล่ะ ระวังนายหญิงจะหลับคาอ่างด้วย”หากนายหญิงหลับแล้วจะปลุกยากมาก อีกอย่างนายหญิงชอบแช่น้ำนานๆ เขากลัวเหลือเกินว่านางจะไม่สบายเอาได้...พอไม่ได้เป็นคนทำเองก็อดกังวลขึ้นมาไม่ได้หนิงจูกับเสวี่ยซูมองหน้ากันก่อนจะรับคำของท่านจือเหลียงเขาช่าง...ละเอียดลออยิ่งนักแม้จะมีสาวใช้ทั้งสองคอยช่วยเหลืองานต่างๆ แต่จือเหลียงก็ยังต้องคอยสอนงานต่างๆให้กับทั้งสองอีกมาก แต่นั่นก็เรื่องในอนาคต ตอนนี้เขายังต้องลงมือจัดการเองเสียส่วนใหญ่“จือเหลียงข้าเมื่อย” หลังอาบน้ำเสร็จนายหญิงก็มานั่งที่ตั่งตัวยาวริมหน้าต่าง นายหญิงเป็นคนนอนค่อนข้างดึกแต่ตื่นเช้า นางจึงชื่นชอบการอ่านหนังสือหรือไม่ก็นั่งชมวิวยามค่ำคืนเช่นนี้“ถ้าเช่นนั้นข้าจะให้หนิงจูกับเสวี่ยซูนวดให้นะขอรับ” ซูเจินพยักหน้าให้กับทั้งคู่ให้เข้าไปบีบนวดให้นายหญิง เมื่อก่อนเขาได้แต่บ่ายเบี่ยง อย่างไรเขาก็เป็นบุรุษจะให้แตะต้องกายนายหญิงเกินงามย่อมไม่ดี“หนิงจูกับเสวี่ยซู?”“พวกนางคือหนิงจูกับเสวี่ยซูขอรับ”“ข้าคือหนิงจูเจ้าค่ะ” หนิงจูตอบอย่างร่าเริงสดใส“ข้าเสวี่ยซูเจ้าค่ะ” เสวี่ยซูนั้นเป็นคนนิ่งเงียบ“อ่อ...เจ้าคือหนิงจู ส่วนเจ้าเสวี่ยซูสินะ” นายหญิงพยักหน้ารับก่อนจะพูดกับตัวเองเสียงเบา “คนน่ารักคือหนิงจู คนสวยๆคือเสวี่ยซู”แม้นายหญิงจะพูดเสียงเบาแต่พวกนางก็ได้ยิน ทำเอาเด็กสาวทั้งสองเขินอายหน้าแดง“หนิงจูมาบีบที่ไหล่ให้ข้าที ข้าปวดไหล่” หนิงจูลุกขึ้นย้ายจากขามาที่ไหล่“แบบนี้ใช่หรือไม่เจ้าคะ?”“อ่าตรงนั้นแหละ...แรงๆหน่อย” นายหญิงบอก “นี่....จือเหลียงข้าหิวจังเลย”หลังได้ยินเขาก็พยักหน้ากับตัวเองสองสามที คิดถูกจริงๆที่ซื้อขนมกลับมาจากตลาดด้วย จือเหลียงเดินไปนำจานขนมที่เตรียมเอาไว้มาให้นายหญิง นางตาโตหยิบจานทั้งสองใบมาวางข้างๆ อีกใบก็วางที่โต๊ะใกล้ๆกัน“ทำไมต้องเตรียมให้นายหญิงถึงสองจานหรือท่านจือเหลียง?” หนิงจูที่เดินไปรินน้ำชามาเตรียมจะให้นายหญิงเดินเข้ามากระซิบถามอย่างสงสัย “อีกอย่าง...ตอนอาบน้ำข้าได้ยินนายหญิงพูดพึมพำคนเดียวด้วย นายหญิงพูดกับใครหรือท่าน?”“ข้าก็ไม่รู้...” จือเหลียงตอบตามความจริง “นายหญิงไม่ดื่มชาตอนกลางคืนรินแค่น้ำเปล่ามาก็พอ”“เอ๊ะ...เจ้าค่ะๆ”จือเหลียงไม่ได้โกหกเด็กสาวเลยแม้แต่น้อยเขาไม่รู้จริงๆว่านายหญิงพูดกับใคร เพราะเขาไม่เคยเห็นบางครั้งนางก็พูดคนเดียว บางครั้งนางก็หัวเราะ หากอยู่ในห้องก็ต้องเตรียมอาหารไว้สองชุด นายหญิงของเขาค่อนข้างจะแปลกประหลาดและเอาใจยากพอสมควรมีนิสัยชอบทำย้ำๆ อย่างของอันนู้นต้องคู่อันนี้ ของแบบนี้ต้องกินอย่างนี้ หากจะรับใช้นายหญิงก็ต้องจดจำรายละเอียดเล็กๆน้อยๆพวกนี้ให้ได้ นิสัยบางอย่างก็ดูจะเรื่อยเปื่อยเฉื่อยแฉะอยู่บ้าง แต่ดีที่นางไม่เป็นคนโกรธง่ายและไม่ถือตัว ดังนั้นบางเรื่องที่เห็นว่าไม่ดีต่อตัวนางก็สามารถเอ่ยเตือนได้เลย นายหญิงไม่เคยถือสาเรื่องเช่นนี้“นายหญิงจะพักผ่อนแล้วพวกเจ้าก็เตรียมตัวนอนเถิด”“เอ่อ...แล้วจะให้พวกข้านอนที่ไหน?”ได้ยินพวกนางเอ่ยถามก็นึกขึ้นได้ ตอนแรกเขาทำเรื่องห้องพักไว้เพียงสองห้องเท่านั้น ตอนนี้ห้องก็คงจะเต็มหมดแล้ว “พวกเจ้าจะนอนที่ห้องของข้าก็ได้”“แล้ว...แล้วท่านจะไปนอนที่ไหนกันล่ะเจ้าคะ?” หนิงจูถาม“อะ...เออนั่นน่ะสิ” จือเหลียงคิดหนักอีกครั้ง “หรือข้าควรจะนอนห้องนางหญิงดี?...”“ไม่ดีเจ้าค่ะ!” สองสาวใช้เอ่ยขึ้นพร้อมกัน“เอาเช่นนี้ดีกว่าเจ้าค่ะ...พวกข้าสองคนขอยืมห้องท่านอาบน้ำสักครู่ แล้วพวกข้าจะมานอนที่ห้องนายหญิงเอง”“เอาเช่นนั้นหรือ?”“เอาเช่นนั้นแหละเจ้าค่ะ”เขาจึงต้องมานั่งรอพวกนางอาบน้ำอยู่หน้าห้องนี่กระไร หูก็ได้ยินพวกนางพูดคุยหยอกล้อพร้อมเสียงน้ำกระเซ็นไปมา หันมองดูที่หน้าต่างที่ติดอยู่สุดทางเดินแล้วก็ได้แต่ถอนหายใจ ดวงจันทร์ลอยเลยครึ่งฟ้าแล้วเขาก็ยังไม่ได้พักผ่อน พรุ่งนี้เขายังต้องตระเตรียมข้าวของอีกมากมาย ทั้งยังต้องเตรียมของไว้เอาใจนายหญิงอีก หวังว่านายหญิงจะไม่ต้องการสิ่งใดมากมายนักหรอกนะ เขาเหนื่อยที่ต้องเดาใจนายหญิงในแต่ละวันจริงๆเฮ้อ.... เป็นข้านี่ไม่ง่ายเลย