นับถอยหลังสู่การประหารราชาปีศาจ (Yaoi) [แปลจบแล้ว]

    ม้วนที่ 4 ปกติกับผิดปกติ เล่มที่ 3 บทที่ 80 กลุ่มทหารรับจ้าง (2)

            “ข้าจะจดทะเบียนกลุ่มทหารรับจ้าง เร็วเข้า!” สัตว์กลายร่างพันธุ์หมีใช้กำปั้นทุบโต๊ะ ทำให้สตรีเผ่าจิ้งจอกทั้งตกใจระคนหวาดกลัว

            “ขออภัย ท่านขาดคุณสมบัติตามที่กิลด์กำหนด ขอให้ท่านมาจดทะเบียนใหม่ในภายหน้าหลังผ่านเกณฑ์แล้ว” ซีนั่วยังคงรักษารอยยิ้มการค้าเอาไว้ได้เป็นอย่างดี ทว่าพยับเมฆในแววตากลับเริ่มแผ่กระจายเสียแล้ว

            “มารดาพวกเจ้าเถอะ มิได้กล่าวว่าต้องมีห้าคนหรืออย่างไร? นี่ก็ครบแล้วมิใช่รึ?” สัตว์กลายร่างพันธุ์หมีชี้ข้ารับใช้ทั้งสี่คนที่อยู่ด้านหลัง ในน้ำเสียงเจือความกดข่มอย่างมิต้องอธิบาย

            ซีนั่วชี้ประกาศบนกำแพง “โปรดอ่านกฎอย่างละเอียด ภายในกลุ่มมินับรวมทาส บ่าวรับใช้และผู้ที่ไร้ความสามารถในการต่อสู้”

            ลาถีเท่อมองโม่จ้านอย่างครุ่นคิด โม่จ้านพยักหน้า เผยสีหน้าเข้าใจทันทีออกมา

            “มารดาเจ้าเถอะ เหตุใดการจดทะเบียนกลุ่มบ้าๆ อย่างทหารรับจ้างจึงมากเรื่องเพียงนี้? แค่ทำให้กิ้งก่าอย่างเจ้ายอมตกลงก็พอใช่หรือไม่!”

            สัตว์กลายร่างพันธุ์หมีร้องคำราม หนึ่งฝ่ามือใหญ่พลันตะปบไปทางซีนั่ว

            มังกรกึ่งมนุษย์แค่นหัวเราะเสียงเย็นก่อนเบี่ยงหลบไปด้านข้างอย่างว่องไว หนึ่งกรงเล็บราวสายฟ้าแลบฉีกขนหนาบริเวณสีข้างของสัตว์กลายร่างพันธุ์หมี ตามด้วยปลายเล็บแหลมคมกรีดเข้าในซี่โครงเปื้อนเลือดเลือนราง เสียงโหยหวนด้วยความเจ็บปวดของสัตว์กลายร่างพันธุ์หมีดังก้องทั่วทั้งห้องโถงใหญ่

            “อ๊ากกกกกกก!!!”

            “จิ๊ๆ คมมิน้อยทีเดียว...”

            โม่จ้านถอยออกจากแนวรบอย่างว่าง่ายพลางล้วงหยิบเอาเนื้อแห้งจากในถุงของเก๋อจือมาเข้าปาก เจียนั่วขมวดคิ้วถอยไปด้านหลังเช่นกัน กำลังคิดว่าภายหน้าจะต้องติดต่อคบค้ากับเหล่าคนอารมณ์ฉุนเฉียวเช่นนี้อย่างไร

            “โยนเขาออกไป” ซีนั่วออกคำสั่งกับเจ้าหน้าที่คุ้มกันที่ตามเข้ามา ก่อนจะล้วงเอาผ้าเช็ดหน้าออกมาจากกระเป๋าแล้วเช็ดคราบเลือดบนมือ

            “เช่นนั้นพวกเราคุยกันต่อได้แล้วหรือไม่?” ลาถีเท่อคลี่ยิ้มพลางจัดเก้าอี้ให้ตรง ก่อนนั่งลงหน้าโต๊ะอีกครั้ง

            มังกรกึ่งมนุษย์พยักหน้าพร้อมกับมอบสายตาฉายแววชื่นชม ทาสเผ่าหมานผู้นี้มีนิสัยใจคอยากพบเจอ นึกมิถึงว่าเรื่องที่เกิดขึ้นเมื่อครู่จะมิส่งผลต่ออารมณ์ของเขา ควรจะไถ่ตัวจากคุณชายน้อยผู้นั้นแล้วพามาอบรมเลี้ยงดูเป็นผู้ใต้บังคับบัญชาของตนดีหรือไม่?

            หากเก๋อจือรู้ว่ายามนี้ในหัวของเขาคิดสิ่งใด เกรงว่าคงจะผูกความอาฆาตเสียแล้ว

            “หรือจะบอกว่า ความหมายของท่านหัวหน้ากิลด์สาขาย่อยก็คือ ‘คิดจะทำเพียงภารกิจที่ไม่ต้องเสี่ยงอันตรายแล้วยังอยากเสพสุข กลุ่มทหารรับจ้างที่เพียงอยากรวมคนให้ครบจำนวนเช่นนี้ พวกเรามิต้องการ’ ใช่หรือไม่?”

            ลาถีเท่อยกยิ้มเผยฟันแปดซี่อย่างได้มาตรฐานพลางเหลือบมองกระดานที่เขียนภารกิจเอาไว้จนเต็มปราดหนึ่ง

            “ข้ากลับประหลาดใจยิ่งนัก นึกมิถึงว่าระดับค่าเฉลี่ยความยากของภารกิจที่นี่จะสูงถึงเพียงนี้”

            น้ำเสียงของเด็กหนุ่มเผ่าหมานฟังดูค่อนข้างแปลกประหลาด หัวคิ้วของซีนั่วกระตุกเล็กน้อยอย่างมิอาจสังเกต

            “คุณผู้หญิงจี๋เอ่อร์ โปรดขึ้นทะเบียนกลุ่มชั่วคราวให้พวกเขาด้วย”

            ลาถีเท่อกรอกข้อมูลอย่างไม่ลังเล โบกมือไปทางสตรีเผ่าจิ้งจอกที่ยังสติมิอยู่กับเนื้อกับตัวพลางเอ่ยกับตนเอง

            “เฮ้อ ความสามารถของพวกเรายังไม่แข็งแกร่งพอจริงๆ คาดว่าต่อให้มีมาเพิ่มอีกคนก็ยังคงมิกล้าเสี่ยงอันตรายเสียด้วยซ้ำ”

            กลุ่มด้านหลังถึงกับกระสับกระส่ายอยู่บ้าง เหล่าทหารรับจ้างที่รอจดทะเบียนต่างพากันถกเถียงเสียงเบา --- ท่วงท่ายืนหลังตรงอยู่ด้านข้างของเจียนั่ว มองปราดเดียวก็รู้แล้วว่ามาจากกองทัพทางการ โม่จ้านที่รองลงมาก็เป็นอัศวินที่ได้รับตราเกียรติยศอย่างเป็นทางการ อีกทั้งตราจอมเวทระดับกลางบนหน้าอกของเก๋อจือยิ่งดึงดูดสายตาผู้คน หากศักยภาพของกลุ่มเช่นนี้ยังมิถึงระดับ “กลางค่อนสูง” เช่นนั้นพวกตนยังจะมีความสามารถอยู่สักเท่าใด?

            หากความยากของภารกิจสูงลิ่วเพียงนี้ เช่นนั้นควรวิ่งหนีเสียแต่เนิ่นๆ เพื่อความปลอดภัย

            “...... ดูคล้ายว่าท่านจะคุ้นเคยกับกฎของกิลด์เป็นอย่างมาก”

            เมื่อเห็นกลุ่มคนด้านหลังจิตใจกระสับกระส่าย ซีนั่วถึงกับรู้สึกประหลาดใจอยู่บ้าง ทว่ารอยยิ้มระดับมืออาชีพบนใบหน้าของเขายังคงเช่นเดิม

            ลาถีเท่อหรี่ตาพลางยักไหล่ แสดงสีหน้าท่าทางว่า 'เจ้าไปจัดการเอาตามสมควรเถอะ'

            ซีนั่วถอนหายใจอย่างจนปัญญา จงใจเอ่ยด้วยน้ำเสียงที่ดังขึ้น

            “เหตุที่กิลด์กั้นธรณีประตูสูงก็เพื่อตามหาผู้แข็งแกร่ง แน่นอนว่าสามารถยืดหยุ่น การขึ้นทะเบียนกลุ่มเล็กค่อนข้างจะเป็นกรณีพิเศษ จำต้องมีสมาชิกระดับกลางสามคนขึ้นไป ดังนั้นข้าจึงขอกระทำการยกเว้นเพื่ออนุญาตให้มีการขึ้นทะเบียนกลุ่มทหารรับจ้างราชาปีศาจ ณ ที่นี้”

            เสียงผู้คนในโถงใหญ่ดังวุ่นวาย มีเสียงอุทานด้วยความตกตะลึงดังให้ได้ยินมิขาดสาย ผู้ที่ล้อมดูต่างคิดอยากจะเบียดเข้ามาด้านหน้าเพื่อดูว่าต้องเป็นกลุ่มเล็กที่แข็งแกร่งเพียงใด ถึงขั้นทำให้หัวหน้ากิลด์สาขาย่อยยอมให้เป็นข้อยกเว้น

            หันกลับมาทางพวกโม่จ้าน คล้ายกับบรรยากาศภายในกลุ่มเล็กจะถูกแช่เย็นภายในเสี้ยววินาที

            “อ๊ะ....ลาถีเท่อ นี่มันชื่อบ้าบออันใด?!” เก๋อจือยกมือกุมแก้มเต้นเร่าๆ ด้วยความเจ็บเพราะตกใจจนถึงกับกัดลิ้นตนเอง

            “...ลาถีเท่อ เจ้ายังไม่ผ่านวัยหลงผิดคิดตนเขื่องงั้นหรือ?” มุมปากของโม่จ้านกระตุกอย่างห้ามมิอยู่ ส่วนเจียนั่วที่อยู่ด้านข้างเบิกตาอ้าปากค้างเสียแล้ว

            ลาถีเท่อมองโม่จ้านด้วยใบหน้าใสซื่อ “นี่มิใช่ชื่อที่เจ้าบอกข้าเองงั้นรึ?”

            “หา? ข้า?” โม่จ้านคลำหาสมองมิเจอ “เหตุใดข้าจึงจำมิได้?”

            “เย็นวันนั้นหลังจากตัดสินใจจะมาอาณาจักรข่ายเจ๋อ เจ้าเป็นผู้เอ่ยกับข้าเอง”

            ดวงตาที่กำลังมองโม่จ้านของลาถีเท่อเป็นประกายกระจ่างใส ไม่มีท่าทีหยอกล้อแม้แต่น้อย เพียงแต่มุมปากที่หยักยกของเด็กหนุ่มเผ่าหมานได้เปิดเผยสิ่งที่อยู่ในใจของเขาออกมา

            โม่จ้านถึงกับหายใจมิออกจนเกือบจะทำตนเองกลั้นใจตาย --- วันนั้นตนขาดความยั้งคิดอีกครั้งเพราะได้ยินเรื่องของสันตะสำนัก ทำให้อารมณ์มิดีอย่างมาก ยามคนทั้งสามกินข้าวด้วยกัน ลาถีเท่อเอ่ยถึงกลุ่มทหารรับจ้าง เก๋อจือจึงโวยวายจะตั้งชื่อให้กลุ่มทหารรับจ้าง

            ความคิดแหวกแนวของเก๋อจือมีมากยิ่งนัก เปลี่ยนไปสิบกว่าชื่อก็ยังมิพอใจ โม่จ้านอดจนเหลืออดจึงทิ้งท้ายหนึ่งประโยคว่า “กระทั่งเทพแห่งแสงยังคุมปากของเจ้ามิได้ เช่นนั้นก็ให้ชื่อว่าราชาปีศาจไปเสีย” จากนั้นจึงปิดประตูกลับเข้าห้องนอน

            ทำตนเอง รนหาเรื่องใส่ตน ทำเช่นไรก็รับผลเช่นนั้น

            คำกล่าวทั้งสามวนเวียนอยู่ในหัวของโม่จ้าน คล้ายกับร่างทั้งร่างจะเป็นลม

            “เอาล่ะ นี่คือหลักฐานยืนยันและคู่มือสมาชิก ส่วนเรื่องตราสัญลักษณ์ ขอให้พวกท่านแจ้งทางกิลด์หลังจากคิดภาพสัญลักษณ์เสร็จสิ้น”

            ซีนั่วรับกระดาษแข็งลงตราประทับกับสมุดเล่มเล็กมาจากมือของสตรีเผ่าจิ้งจอก ลังเลอยู่ครู่หนึ่งด้วยมิรู้ว่าควรจะมอบให้ผู้ใด

            ยามนี้ตนรู้แล้วว่าเด็กหนุ่มเผ่าหมานผู้นั้นมิใช่ข้ารับใช้แต่อย่างใด มิสู้เอ่ยว่าคนทั้งกลุ่มนี้แต่ละคนล้วนมิใช่ตะเกียงประหยัดน้ำมัน

            “ถ้าเช่นนั้นข้ารับมาก่อนนะ โม่เจ๋อเอ่อร์”

            ลาถีเท่อหันไปบอกกล่าวแก่โม่จ้านก่อนจะรับสมุดมาอย่างเป็นธรรมชาติ ตามด้วยแสร้งทำเป็นส่ายหน้า

            “พวกผู้ใหญ่พึ่งมิได้สักคน ยังต้องให้เด็กน้อยรับหน้า”

            เจ้าเป็นเด็กเสียเมื่อใด เรียกได้ว่าเป็นผู้ที่ปั่นหัวคนเก่งราวกับสั่งสมประสบการณ์มานับสิบปีเสียด้วยซ้ำ ซีนั่วลอบวิจารณ์ในใจ

            ลาถีเท่อหยัดกายลุกขึ้นพลางโบกมือลาซีนั่ว ก่อนจากไปยังมิลืมทิ้งสายตาหยอกล้อเอาไว้ หากถกเรื่องความสามารถในการต่อสู้ ยามนี้ตนยังรั้งอันดับสุดท้ายเป็นการชั่วคราว ทว่าหากถกเรื่องการเจรจาและขั้นตอนการทำงาน ตนเป็นถึงผู้ที่ได้พบเห็นผ่านหูผ่านตาอยู่ในกิลด์นักดาบพเนจรมาตั้งแต่เด็ก ดังนั้นไม่มีผู้ใดรู้ดีไปมากกว่าตนอีกแล้ว

            หลังจากนี้คือช่วงเวลาของภารกิจอันแสนสุข

            ท่าทีที่โม่จ้านมีต่อภารกิจคือ 'ระยะเริ่มต้นกิจการ ทำได้ทุกงานไม่มีเกี่ยง' ให้ความสำคัญกับการสั่งสมชื่อเสียงเป็นอันดับแรก หากมีภารกิจที่เหมาะสมก็รีบรับไว้ทันที อย่าได้ทะเยอทะยานเกินตัว ด้วยเหตุนี้กลุ่มเล็กจึงสำเร็จภารกิจเล็กๆ จำนวนสี่ภารกิจภายในระยะเวลาครึ่งวัน แบ่งเป็นเก็บบุปผา จับสุนัข รับเด็กและส่งวัตถุดิบทำอาหาร

            หากจะให้โม่จ้านเอ่ย ในช่วงแรกของการตั้งกลุ่มควรทำภารกิจยิบย่อยให้มาก ประการแรกเป็นการบ่มเพาะความเชี่ยวชาญในการทํางาน ประการที่สองเป็นการเพิ่มความเข้ากันได้ของกลุ่ม ส่วนประการที่สามคือ “เงินที่หามาได้โดยง่ายเช่นนี้ยังเอามามิได้ ยังจะหวังให้พวกเจ้าไปหาเงินก้อนใหญ่อีกงั้นหรือ?”

            โม่จ้านลั่นเหตุผลเถียงข้างๆ คูๆ ทำเอาลาถีเท่ออดหัวเราะมิได้ ทุกคราที่เก๋อจือเอ่ยว่าภารกิจเล็กน้อยได้ค่าตอบแทนเพียงนิด โม่จ้านก็จะใช้คำว่า 'เจียนั่วยังมิเห็นถือสา' มาปิดปากเก๋อจือ จะว่าไปก็น่าแปลก เจียนั่วมีตำแหน่งเป็นถึงอัศวิน ยามอยู่จวนเจ้าเมืองก็ได้ทำงานด้านการบริหารจัดการ ยามนี้ต้องมาทำงานด้านการดูแลที่อยู่แนวหลัง นึกมิถึงว่าจะมิบ่นแม้แต่คำเดียว

            “รักษาความอ่อนน้อมถ่อมตนคือคุณธรรมอันดีงามของอัศวิน หากนึกรังเกียจเพียงเพราะเป็นภารกิจเล็ก จะทำให้เสียชื่อเสียงของอัศวิน” นี่คือคำกล่าวที่มิได้ผ่านการปรุงแต่งของเจียนั่ว

            เพียงแต่โม่จ้านกับเจียนั่วยังคงมีท่าทีกระอักกระอ่วนต่อกันดังเดิม เรื่องนี้ทำให้ลาถีเท่อปวดหัวอย่างหนัก หลายวันผ่านไป คนทั้งสองค่อยๆ เริ่มพูดคุยกัน ทว่ายังคงไม่มองตากันดังเดิม ยามลาถีเท่อไปแลกเปลี่ยนความคิดเห็นที่ห้องของพวกเขาเป็นครั้งคราว พบเพียงแค่ว่าคนทั้งสองนอนนิ่งอยู่บนเตียง สายตาจ้องมองเพดานมิต่างกัน




    คล้ายกับเรื่องนับถอยหลังสู่การประหารราชาปีศาจ (Yaoi) [แปลจบแล้ว] ที่คุณอ่าน

    ชีวิตมหัศจรรย์สองชาติภพ [แปลจบแล้ว]

    ชีวิตมหัศจรรย์สองชาติภพ [แปลจบแล้ว]

    นิยาย Y (Yaoi)
    386K 808
    การเกิดใหม่ของบุตรีภรรยาเอกผู้งามล่มเมือง [แปลจบแล้ว]

    การเกิดใหม่ของบุตรีภรรยาเอกผู้งามล่มเมือง [แปลจบแล้ว]

    นิยาย รัก
    289K 908
    ข้ามมิติลิขิตรักนายตัวเบี้ย [แปลจบแล้ว]

    ข้ามมิติลิขิตรักนายตัวเบี้ย [แปลจบแล้ว]

    นิยาย Y (Yaoi)
    525K 663
    ทะลุมิติมาเป็นนางร้าย เปลี่ยนชีวิตใหม่ด้วยมิติห้างสรรพสินค้าในยุค 70【จบ】

    ทะลุมิติมาเป็นนางร้าย เปลี่ยนชีวิตใหม่ด้วยมิติห้างสรรพสินค้าในยุค 70【จบ】

    นิยาย รัก
    989K 1570
    ฮูหยินของท่านจอมยุทธ์ในตำนาน [แปลจบแล้ว]

    ฮูหยินของท่านจอมยุทธ์ในตำนาน [แปลจบแล้ว]

    นิยาย Y (Yaoi)
    579K 730
    [จบ] แม่ปากร้ายยุค​ 80

    [จบ] แม่ปากร้ายยุค​ 80

    นิยาย ย้อนยุค,อนาคต
    94K 1199
    ไม่เป็นแล้วโสมพันปี เกิดใหม่ชาตินี้ขอเป็นคุณหนูหกที่ได้แต่งงาน! [จบ]

    ไม่เป็นแล้วโสมพันปี เกิดใหม่ชาตินี้ขอเป็นคุณหนูหกที่ได้แต่งงาน! [จบ]

    นิยาย รัก
    421K 828
    ย้อนเวลามาเป็นท่านอ๋องน้อย [แปลจบแล้ว]

    ย้อนเวลามาเป็นท่านอ๋องน้อย [แปลจบแล้ว]

    นิยาย Y (Yaoi)
    931K 592
    เกิดใหม่ครั้งนี้ต้องมีความสุข

    เกิดใหม่ครั้งนี้ต้องมีความสุข

    นิยาย ย้อนยุค,อนาคต
    85K 247
    ทะลุมิติไปเป็นแพทย์หญิงชนบทตัวน้อยๆ [วางจำหน่ายถึงวันที่ 31-10-2569]

    ทะลุมิติไปเป็นแพทย์หญิงชนบทตัวน้อยๆ [วางจำหน่ายถึงวันที่ 31-10-2569]

    นิยาย รัก
    862K 774