ตอนที่ 24
ดินแดนมายา
ลานกว้างภายในสำนักอักษร์หลังจากที่เหล่าศิษย์ของสำนักโดนเคลื่อนย้ายไปที่ดินแดนมายาด้วยค่ายกลของผู้าุโสาม ภายในลานกว้างนั้นก็เหลือแต่เพียงผู้าุโสามและศิษย์ผู้ช่วยอีกหนึ่งคนที่ยืนอยู่ด้านหลัง
ลานกว้างสุดลูกหูลูกตาสายลมเย็นๆพัดผ่านพาความเงียบงันกลับมาสู่สถานที่แห่งนี้อีกครั้ง ดวงตาที่ประดับอยู่บนใบหน้าอันดุดันเงยขึ้นมองบนท้องฟ้าพลันนึกคิดอันใดบางอย่าง
“ ท่านผู้าุโเหตุใดถึงไม่ลงโทษลู่หานหรือขอรับ ” ศิษย์ผู้ช่วยที่ยืนอยู่ด้านหลังเอ่ยถามขึ้นมาด้วยความฉงน
ไม่ใช่เพียงแค่ศิษย์เ่าั้เท่านั้นที่ประหลาดใจที่ท่านผู้าุโสามปล่อยผ่านเื่นั้นไป แต่ตัวของมันเองก็สงสัยเกี่ยวกับเื่ที่ท่านาุโสามแสดงราวกับว่าไม่รู้ไม่เห็นเกี่ยวกับเื่ที่เกิดขึ้น
“ ท่านเ้าสำนักบอกกล่าวกับข้าเอาไว้ก่อนแล้วว่าลู่หานอาจจะมาสายซะหน่อย ” ผู้าุโสามตอบกลับไป
“ เ้าสำนักงั้นรึขอรับ!!!! ” ศิษย์ผู้นั้นตื่นตระหนกยิ่งนักเมื่อท่านผู้าุโสามเอ่ยถึงท่านเ้าสำนัก ในยามทั่วไปเหล่าศิษย์ขั้นที่ 1 แทบจะไม่เคยได้พบเห็นท่านเ้าสำนักเลยนอกจากจะมีพิธีใหญ่ๆของสำนัก
“ นี่เ้ารู้สึกว่าลู่หานแตกต่างไปหรือเปล่า ” ผู้าุโสามที่กำลังยืนมองท้องนภาในยามเที่ยงวันอยู่เอ่ยถามกับศิษย์ด้านหลัง
“ ลู่หานงั้นหรือขอรับ หรือว่าท่านจะพูดถึงพลังิญญาที่รุกหน้าไปอย่างรวดเร็วเื่นั้นข้าเองก็สามารถััได้ขอรับ ”
“ ไม่ใช่!!! ”
“ เอ๊ะ!!!! ”
“ ข้าหมายถึงบรรยากาศรอบกายของลู่หานต่างหาก กลิ่นอายที่แผ่ซ่านออกมาจากทั่วทั้งกายมันดูแตกต่างไปจากลู่หานที่ข้าเคยพบเห็น ท่านเ้าสำนักกระทำอันใดกับเ้านั้นกันแน่ ” ใบหน้าของผู้าุโสามเต็มไปด้วยความสงสัย
ก่อนหน้านี้ทั้งผู้าุโทั้ง 4 และเหล่าศิษย์ที่อยู่มานานพอสมควรก็ล่วงรู้ถึงตัวตนของลู่หานว่าเขานั้นเป็คนที่มีท่าทางห้าวหาญแต่ว่าไม่มีท่าทางและกลิ่นไอการต่อสู้เช่นนั้น เมื่อครู่เมื่อได้เห็นกับตาผู้าุโสามก็สามารถััได้ทันทีว่าท่าทางของลู่หานมันเปลี่ยนไปจากยามแรกจริงๆ มันเลยกลายเป็ข้อให้เขาตั้งความสงสัยไม่ได้ว่าภายใน 1 เดือนมันเกิดอะไรขึ้น
ณ ดินแดนมายา
ดินแดนมายาคือสถานที่ที่เกิดขึ้นด้วยพลังของท่านมหาปราชญ์แห่งยุคหวังเซียนฉิง มันคือสถานที่ฝึกฝนระดับกลางของสำนักอักษร์ สถานที่ถูกสร้างขึ้นมาด้วยค่ายกลโดยมีสัตว์อสูรที่ถูกสร้างขึ้นด้วยพลังบ่มเพาะของหวังเซียนฉิงนับร้อยชนิดอาศัยอยู่
ดวงอาทิตย์บนฟากฟ้าเปล่งประกายทอแสงสีส้มทองสาดส่องลงมาที่ดินแดนเขียวขจี ผืนป่ากว้างใหญ่ที่มีต้นไม้สูงกว่าต้นไม้ทั่วไปประมาณ 2-3 เท่าเรียงต่อกันจนปกคลุมหนา
ดวงตาทั้งสองข้างที่กำลังพับปิดอยู่ได้ลืมเปิดขึ้นมา ใบหน้าของบุรุษอันหล่อเหลาเป็ทุนเดิมสวมใส่อาภรณ์สีขาวงามสง่ากวาดมองทัศนียภาพรอบกาย
ลู่หานรู้สึกตัวอีกทีตอนนี้เขาก็อยู่ในสถานที่ที่แตกต่างออกไป รอบกายล้อมรอบด้วยต้นไม้สูงใหญ่มากมายภายในป่าแห่งนี้มีสายลมอ่อนๆพัดโชยให้ความร่มเย็นอยู่ตลอดเวลา กระนั้นแม้ว่าจะกวาดมองรอบกายสัก 2 หรือ 3 รอบก็ไม่เห็นสิ่งมีชีวิตอยู่เลย
ก่อนหน้านี้ลู่หานจำได้ว่าตนเองนั้นถูกเคลื่อนย้ายมาด้วยค่ายกล นั้นแสดงว่าสถานที่แห่งนี้คือดินแดนมายาที่ท่านผู้าุโสามกล่าวถึง
แม้จะรู้ว่าสถานที่แห่งนี้เป็สถานที่ที่อันตรายมากพอสมควรแต่ว่าลู่หานก็ยังยืนอยู่ได้อย่างสงบใจ เขาพยายามใช้ความสุขุมครุ่นคิดถึงสิ่งที่จะทำให้ตนเองสามารถรอดจากดินแดนแห่งนี้ไปได้
ภายในนิยายเื่จ้าว์สยบฟ้าที่เขาเคยอ่านมันไม่ได้มีรายละเอียดเกี่ยวกับดินแดนแห่งนี้บอกอย่างแน่ชัด เพราะว่าตัวเอกอย่างเยี่ยหวนไม่ได้เป็ผู้เข้าร่วมแต่นักเขียนก็เคยจะกล่าวถึงดินแดนแห่งนี้อยู่ประโยคนึง
โดยทางนักเขียนอธิบายว่าดินแดนแห่งนี้กำเนิดขึ้นด้วยพลังของท่านมหาปราชญ์โดยมีสัตว์อสูรนับร้อยอาศัยอยู่ มันถือเป็ดินแดนการฝึกที่อันตรายระดับกลางของสำนักอักษร์
ดวงตาทั้งสองกวาดมองรอบกายอีกครั้งหนึ่ง ในเมื่อผู้าุโสามบอกว่าขอเพียงแค่มีชีวิตรอดลู่หานเองก็เห็นว่าการจะเอาชีวิตรอดที่ดีที่สุดมันคือการซ่อนกาย
เมื่อตัดสินใจได้แล้วว่าตนเองจะหลบซ่อนจนกว่าจะผ่านพ้นไป 1 วันเพื่อให้จบการทดสอบเขาก็เริ่มมองหาสถานที่ที่น่าจะปลอดภัยพอ
บุรุษที่มีรูปร่างหน้าตาหล่อเหลาเป็ทุนเดิมพากายที่สวมใส่อาภรณ์สีขาวอันเป็ชุดของศิษย์ขั้นที่สองเริ่มเดินสำรวจภายในป่าอย่างระมัดระวัง
ลู่หานพยายามเดินไปอย่างช้าๆพร้อมกับสองตาที่เริ่มมองหาสถานที่ปลอดภัยพอที่ตนเองจะสามารถหลบซ่อนด้าย เขาไม่จำเป็ต้องออกไปสู้รบกับใคร จงอย่างลืมว่าเขานั้นเป็ตัวประกอบไม่ใช่ตัวเอกที่จะต้องแสดงตัวตนให้ตนเองดูเด่นตลอดเวลา เขาไม่มีความสามารถซ่อนเร้นเหมือนเยี่ยหวน ทักษะระดับมนุษย์ พร์ระดับมนุษย์และก็ยังมีกายาระดับมนุษย์ จะให้ไปสู้กับศิษย์ผู้อื่นที่ให้เหนื่อยก็ขอผ่านดีกว่า
ลู่หานเองก็ตระหนักได้ว่าในเมื่อกฏมันเป็แค่การเอาชีวิตรอดเขาก็ขอนอนอยู่เฉยๆจนจบการทดสอบดีกว่า
เดินไปเดินมาลู่หานเองก็เห็นที่ที่เขาพอจะหลบซ่อนได้แล้ว มุมปากทั้งสองที่ประดับอยู่บนใบหน้าฉีกยิ้มออกมาอย่างพึงพอใจ
และแล้วการทดสอบก็ยังเป็ไปอย่างต่อเนื่องมีผู้เข้าร่วมทดสอบหลายคนที่พบเจอกับสัตว์อสูรที่ถูกสร้างขึ้นโดยพลังบ่มเพาะของท่านมหาปราชญ์แห่งยุคแน่นอนว่าพวกเขาไม่สามารถต่อกรกับมันได้
สัตว์อสูรเ่าั้มันถูกสร้างขึ้นมาโดยให้ผู้ที่มีพลังทักษะบ่มเพาะรากฐานมากกว่าระดับบรรลุแห่งการบ่มเพาะเท่านั้นถึงจะสามารถสังหารได้ แต่ผู้ที่เข้าร่วมการทดสอบครั้งนี้มีแต่ผู้ที่อยู่ในระดับเส้นทางแห่งการบ่มเพาะ
เมื่อผ่านไป 1 ชั่วยามเหล่าศิษย์เริ่มรวมตัวกันเพื่อจับกลุ่มเอาชีวิตรอด ในเมื่อกติกาการแข่งขันครั้งนี้มันเพียงแค่้าให้เอาตัวรอด 1 วันไม่จำเป็ต้องต่อสู้หรือเข็นฆ่ากันเอง พวกเขาก็เลยร่วมมือกันเพื่อให้ผ่านพ้นราตรีที่กำลังจะมาถึงไปได้
ที่สำนักอักษร์ผู้าุโสามและศิษย์ผู้ช่วยกำลังนั่งชมภาพภายในดินแดนมายาผ่านทางค่ายกลที่ถูกสร้างขึ้นมาให้เป็ราวกับดวงตาที่สามที่คอยสอดส่องการทดสอบ
“ ดูเหมือนว่าการทดสอบครั้งนี้จะง่ายกว่าทุกครั้งนะขอรับ ” ศิษย์ผู้ช่วยเอ่ยขึ้นหลังจากที่เขานั้นดูการทดสอบมาสักพัก
“ อันใดที่เ้าว่าง่าย ”
“ ก็การที่ให้เอาชีวิตรอด 1 วันอย่างไรล่ะขอรับ แค่เหล่าศิษย์รวมตัวกันแค่นั้นมันก็น่าจะเอาชีวิตรอดภายในดินแดนแห่งนั้นได้แล้ว ท่านผู้าุโน่าจะเพิ่มไปซัก 3 วันหรือ 7 วันนะขอรับ ” เขาเอ่ยออกมาตามความคิดของตนเองบททดสอบเช่นนี้เพียงแค่การจับกลุ่มกันเยอะๆก็สามารถผ่านไปได้อย่างง่ายดายแล้ว
“ มันไม่ง่ายอย่างที่คิดหรอกบางทีราตรีที่กำลังจะมาถึงมันอาจจะไม่มีผู้ใดสามารถผ่านบททดสอบครั้งนี้ได้เลยก็ได้ ” ผู้าุโสามกล่าวอย่างมีเลศนัยบางอย่างซ่อนเร้นเอาไว้
และแล้วราตรีภายในดินแดนมายาก็มาถึงท้องนภามืดมิด ราตรีนี้ไม่มีแม้ม่านเมฆที่จะบดบังแสงสว่างจากจันทราและดวงดาราทำให้พวกมันสามารถเปล่งแสงทอประกายสว่างไสวไปได้ทั่วทั้งท้องนภา
เหล่าศิษย์จำนวนมากของสำนักอักษร์เกาะกลุ่มกันอยู่ใจกลางผืนป่าของดินแดนมายาแห่งนี้ยามราตรี กองไฟขนาดใหญ่ถูกจุดขึ้นมาเพื่อปัดเป่าความหนาวเย็นที่กำลังกัดกินร่างกาย
มองจากสายตาแล้วเหล่าศิษย์ที่กำลังเกาะกลุ่มกันอยู่น่าจะมีจำนวนมากกว่าครึ่งของศิษย์ทั้งหมด รอบกองไฟวงสนทนาของเหล่าศิษย์ก็ได้เริ่มขึ้น
“ ข้าไม่คิดเลยว่าบททดสอบนี้จะผ่านไปได้ง่ายดายเช่นนี้ ”
“ เทียบแล้วครั้งก่อนยากกว่าอีกเ้าว่ามั้ย ”
“ ใช่ๆ ”
พวกมันกำลังรื่นเริงใจเกี่ยวกับสถานการณ์ภายในตอนนี้ กระนั้นก็ไม่มีผู้ใดสามารถััได้เลยว่าตอนนี้บางอย่างมันกำลังพุ่งเข้ามาโจมตีพวกมันโดยไม่รู้ตัว
สติของเหล่าศิษย์สำนักอักษร์พวกนั้นเริ่มหลุดลอยออกไป ดวงตาทั้งสองข้างของพวกมันเริ่มพร่ามัว จนกระทั่งเมื่อภาพชัดเจนขึ้นอีกครั้งกลับมองเห็นว่ารอบกายถูกรุมล้อมด้วยสัตว์อสูรมากมาย
ท่าทางร้อนรนราวกับคนเสียสติชักกระบี่ออกมาเพื่อฟาดฟันใส่ร่างของสัตว์อสูรที่อยู่เบื้องหน้า ตอนนี้ภาพที่พวกเห็นคือพวกมันกำลังฟาดฟันใส่เหล่าสัตว์อสูรรอบกายอยู่ แต่ว่าภาพที่ผู้าุโสามและศิษย์ผู้ช่วยกำลังเฝ้าดูผ่านค่ายกลขนาดใหญ่อยู่มันคือเหล่าศิษย์กำลังฟาดฟันกันเอง
บัดนี้ศิษย์ผู้ช่วยผู้นั้นสุดแสนจะตื่นตระหนกมันมองภาพที่ปรากฏขึ้นภายในค่ายกลสอดส่องด้วยความสับสน
“ นี่มันอันใดขอรับท่านผู้าุโ!!! ”
“ กลิ่นหอมจากต้นไม้ลวงหลอก ” ผู้าุโสามตอบกลับข้อสงสัยของศิษย์ผู้นั้นไป
“ ต้นไม้ลวงหลอกหรือขอรับ... ” ศิษย์ผู้นั้นประหลาดใจอยู่ไม่น้อย ด้วยระดับความรู้ของมันไม่เคยพบเห็นหรือรู้จักต้นไม้ชนิดนี้มาก่อน
“ ใช่..เ้าไม่ได้สังเกตเลยงั้นเหรอว่าต้นไม้ที่ดินแดนมายามันแตกต่างจากต้นไม้ทั่วไป มันคือต้นไม้ลวงหลอกที่อยู่ภายในดินแดนมาร ท่านเ้าสำนักใช้พลังบ่มเพาะสร้างมันขึ้นมาให้มันมีความสามารถเหมือนกับต้นจริงๆ ”
“ ตัวของต้นไม้ลวงหลอกมันมีความสามารถในการปล่อยกลิ่นหอมที่จะสร้างภาพลวงตาในยามค่ำคืน แต่ก็ดูเหมือนว่าจะมีผู้ที่ฉลาดอยู่บ้าง ” ผู้าุโสามได้สะบัดมือไปหนึ่งครั้งเพื่อเปลี่ยนภาพที่แสดงอยู่บนค่ายกล
มีร่างของศิษย์ของสำนักอักษร์สามคนที่กำลังเดินอยู่ภายในป่าโดยพวกเขาใช้ผ้าผืนใหญ่ปิดบังจมูกอาไว้เพื่อไม่ให้ได้กลิ่นหอมที่ลอยออกมาจากต้นไม้ลวงหลอก พวกนี้คือผู้ฝึกยุทธที่มีทักษะบ่มเพาะรากฐานอยู่ในระดับเส้นทางแห่งการบ่มเพาะระดับสีทอง
บุรุษที่เดินนำหน้าคือชายที่มีร่างกายกำยำล่ำสันถือกระบี่เอาไว้ภายในมือซ้ายโดยสองตาของมันนั้นกวาดมองไปรอบกายเพื่อหาอันใดบางอย่าง ส่วนบุรุษอีกสองผู้ที่เดินตามหลังคือบุรุษที่มีร่างกายใกล้เคียงกับสหายที่เดินนำหน้าอยู่มือหนึ่งข้างของพวกมันถือกระบี่ส่วนอีกหนึ่งข้างก็ถือคบเพลิงขนาดใหญ่เพื่อให้แสงสว่าง
ภายในป่าที่มืดมิดแสงไฟจากเปลวเพลิงที่สว่างไสวออกมาจากคบเพลิงทั้งสอง เคลื่อนที่ไปด้านหน้าอย่างช้าๆด้วยจุดประสงค์อันใดบางอย่าง
“ เฮ้ย!!! เอาจริงงั้นหรอ ” เสียงของสหายมันที่เดินตามหลังเอ่ยถามขึ้น
“ อ่า..ถ้าเ้าลู่หานมันตายในการทดสอบก็คงไม่มีผู้ใดรู้หรอกน่า พวกเ้าไม่รู้สึกอันใดหรือยังไงทั้งที่มันอ่อนแอขนาดนั้นแต่ก็ยังมีฐานะสูงกว่าพวกเรา ” ชายผู้ที่เดินนำหน้าอยู่หันไปเอ่ยกับสหายของมัน
เหล่าศิษย์ภายในสำนักอักษร์ก็ล้วนแล้วแต่มีความคิดเช่นนี้ทั้งนั้น
“ หาข้าอยู่งั้นเหรอ ”
จบตอน
วันนี้วันเกิดไรท์แหละขอให้นักอ่านทุกท่านมีสุขภาพแข็งแรงและมีความสุขมากๆนะครับ ขอบคุณที่ยังติดตามไรท์มาเรื่อยๆ