บทที่ 38 เลือดกระเด็นใส่หน้าหมิงชิว
เมื่อมองไปเบื้องหน้า เห็นเพียงผิวน้ำทะเลที่ปั่นป่วนเป็นระลอกคลื่น บ้างก็มีบางสิ่งโผล่พ้นน้ำขึ้นมา
คนทั่วไปอาจคิดว่าเป็นเพียงโขดหินหรือฝูงปลา แต่สำหรับองครักษ์เงาผู้คุ้นเคยกับคมดาบและเลือด พวกเขามองออกทันทีว่ามีบางอย่างซ่อนอยู่ใต้น้ำ
องครักษ์เงาผู้นั้นทำสัญญาณมือรายงานไป๋จี
ไป๋จีก้มตัวลงกล่าวว่า "ท่านอ๋อง ปลากินเบ็ดแล้วขอรับ"
"อืม" ท่านอ๋องเก้าขานรับ ก่อนจะโบกมือออกคำสั่ง
ทันใดนั้น เหล่าองครักษ์เงาและทหารเรือบนเรือก็พากันไปหยิบอาวุธจากคลัง เสียงดังระงมบ่งบอกว่าการต่อสู้ครั้งใหญ่กำลังจะอุบัติขึ้น
เยี่ยถวนถวนยืนกอดอกทำท่าทางราวกับผู้อาวุโส นางส่งเสียง "ฮึ" ทำไมผู้อื่นมี นางกลับไม่มี นางไม่พอใจที่มือของตนเองว่างเปล่า
นางกำลังจะเอ่ยปากร้องขอท่านพ่อให้หาอาวุธคู่กายมาให้ สายลมเย็นยะเยียบก็พลันพัดผ่าน เยี่ยถวนถวนรับรู้ได้ถึงวัตถุบางอย่างในอ้อมกอด เมื่อก้มลงดูก็พบกับขวดใบหนึ่งที่งดงามวิจิตรบรรจง
ภายในขวดใบนั้นบรรจุไปด้วยปลาตากแห้ง ตัวปลานั้นถูกคลุกเคล้าด้วยแป้งบาง ๆ ทอดจนเหลืองกรอบ โรยหน้าด้วยพริกป่น ต้นหอม และงาขาวคั่ว จนได้กลิ่นหอมหวนชวนรับประทาน
เยี่ยถวนถวนเอ่ยกับสายลมที่พัดผ่านไป "ขอบคุณเจ้าค่ะ องครักษ์เงา"
ปากหวานนัก!
เยี่ยจิ่นหานเดินเข้ามาใกล้ ก็ได้ยินเสียงเคี้ยวปลาเสียงดังกรุบกรอบ
ท่านอ๋องเก้ามองด้วยสายตาเอือมระอา ก่อนจะคีบตัวนางไว้ใต้วงแขน แล้วพุ่งทะยานขึ้นไปบนจุดสูงสุดของเรือในพริบตา
เยี่ยถวนถวนทำขวดกระเบื้องเคลือบในมือหล่น "อ๊า! ปลา ๆ"
จางเข่อเหรินรีบวิ่งเข้าไปยื่นมือออกไป "จวิ้นจู่ ข้ารับไว้ได้แล้วเจ้าค่ะ"
เยี่ยถวนถวนถอนหายใจ "ฮู่…"
เพิ่งจะรู้สึกโล่งใจได้ครู่เดียว เสียง "ตึงตัง ๆ" ก็ดังขึ้นเบื้องหน้า โดยไม่รู้ว่ามีเรือลำหนึ่งโผล่ขึ้นมาตั้งแต่เมื่อไหร่
คนบนเรือพากันโยนขอเกี่ยวและหอกยาวมายังเรือ ‘คหบดีเฉียนถวนถวนแห่งชิงหลวน’ เพื่อดึงเรือเข้าไปหา
จากนั้นบุคคลที่แต่งกายราวกับผีพรายก็ไต่เชือกที่ผูกไว้นั้นขึ้นมา
ในปากยังคงร้องตะโกนด้วยภาษาแปลกประหลาดที่ฟังไม่เข้าใจ
"พวกมันพูดว่าอะไรหรือเจ้าคะ" เยี่ยถวนถวนเงยหน้ามองบิดา
"พวกมันว่าผู้ใดกินปลาแห้ง ผู้นั้นคือคนโง่งม"
เยี่ยถวนถวน "?"
นางนึกสงสัยว่าบิดากำลังล้อเล่น
องครักษ์เงาผู้คุ้มกันอยู่ด้านใน เมื่อได้ยินเช่นนั้นก็ร้องออกมาเบา ๆ ว่า "โอ้" ท่านอ๋องผู้มีสีหน้าเย็นชาผู้นี้ กลับสามารถล้อเล่นได้เช่นนี้หรือ ช่างน่าประหลาดยิ่งนัก!
เยี่ยถวนถวนกอดขวดปลาแห้งที่จางเข่อเหรินนำมาให้ไว้ ก่อนจะกัดกินเสียงดัง "กร๊อบ! กร๊อบ!"
เยี่ยจิ่นหานได้แต่นิ่งเงียบ
ณ บนดาดฟ้าเรือ ทหารเรือและองครักษ์เงากำลังต่อสู้กับเหล่าโจรสลัด เสียงดาบกระทบกันดังสนั่น แต่โชคดีที่เสียงคลื่นซัดสาดกลบเสียงเหล่านั้นไปได้
สองพ่อลูกนั่งอยู่บนจุดที่สูงที่สุด พูดคุยกันด้วยเรื่องราวไร้สาระ
"พวกมันกินไม่ได้หรอก"
"อ้อ" ถวนถวนดูผิดหวังเล็กน้อย
"เช่นนั้น ท่านพ่ออยากกินปลาตากแห้งสักหน่อยหรือไม่เจ้าคะ" ของที่องครักษ์เงาให้มานั้นล้วนอร่อยยิ่งนัก
"ไม่กิน" บิดาเอ่ยปฏิเสธอย่างไม่ไยดี
"แต่อันนี้อร่อยมากนะเจ้าคะ" เด็กน้อยพยายามคะยั้นคะยอ
"ไม่กิน"
"ท่านพ่อ..."
ขณะที่เยี่ยจิ่นหานกำลังรู้สึกปวดหนึบที่ขมับ องครักษ์เงาบนดาดฟ้าก็ฟันศีรษะของโจรสลัดคนหนึ่งขาดกระเด็น
ศีรษะนั้นลอยละลิ่วตรงมายังเยี่ยถวนถวน
ดูท่าแล้วคงจะตกลงไปในขวดที่เยี่ยถวนถวนถืออยู่แน่ ๆ
เพียงได้ยินเสียง "ซู่!" แว่วมา เงาร่างหนึ่งก็พุ่งผ่านตัดหน้า ศีรษะนั้นถูกสกัดไว้เพียงครึ่งก้าวจากเยี่ยถวนถวน
ครั้นได้ยินเสียง "ซู่" ดังขึ้น ในโถของเยี่ยถวนถวนก็มีปลาตากแห้งเพิ่มมาอีกกำมือ "เจ้าช่างสลับสับเปลี่ยนได้แนบเนียนยิ่งนัก!"
เยี่ยถวนถวน ร้อง "ว้าว! ยังเติมได้เองอีกด้วย"
องครักษ์เงาในเงามืดเอ่ย "แน่สิขอรับ!"
เยี่ยจิ่นหานได้แต่นิ่งงัน "... "
ไม่ถึงเค่อหนึ่ง คราบเลือดบนดาดฟ้าก็ถูกชำระล้างจนสะอาดหมดจด
ไป๋จีรายงาน “โจรสลัดสิ้นชีพเก้าในสิบเอ็ด แลกมาด้วยสองชีวิต”
เยี่ยจิ่นหานพยักหน้า รับบุตรสาวน้อยลงมาจากหลังม้า
เยี่ยถวนถวนกอดขวดปลาแห้งไว้แนบอก นางกวาดตามองสอง ‘ผีพราย’ ที่คุกเข่าอยู่ตรงหน้า
ผิวของทั้งสองดำคล้ำ บนหลังคอจนถึงใต้คางมีเกล็ดสีเขียวคล้ายตะไคร่น้ำขึ้นเต็มไปหมด
เยี่ยถวนถวนเอ่ยถามอย่างซื่อบริสุทธิ์ “พวกเจ้าเป็นมนุษย์หรือไม่”
ทว่าคำถามของนางกลับฟังดูเหมือนคำดูถูกในหูของสองผีพราย พวกมันแยกเขี้ยวข่มขู่เยี่ยถวนถวน หมายจะเข้ามาขย้ำให้จมเขี้ยว
แต่ยังไม่ทันที่พวกมันจะได้อ้าปากจนสุด ก็ถูกคมดาบฟาดเข้าที่ศีรษะอย่างจัง “อยากตายหรือ! ” กล้าดีอย่างไรถึงได้ขู่จะกัดจวิ้นจู่น้อย!
พวกมันพูดอะไรบางอย่างออกมา แต่ฟังไม่ออกเลยแม้แต่น้อย
หมิงชิวเดินเข้ามาพร้อมกับกระบี่ในมือ "กระดูกพวกนี้แข็งเหลือเกิน แถมฝีมือยังร้ายกาจยิ่งนัก ทหารเรือที่ข้านำมาถูกฆ่าตายไปสี่คน ข้าตั้งใจจะสอบถามที่มาที่ไปของพวกมัน แต่กลับสื่อสารกันไม่รู้เรื่อง"
เยี่ยจิ่นหานเลิกคิ้วขึ้นเล็กน้อย ทหารเรือสี่คน...
แม้ค่ายหมิงหวังจะเป็นเพียงค่ายเล็ก ๆ แต่ทหารเรือภายใต้การนำของหมิงชิวล้วนได้รับการฝึกฝนในรูปแบบเดียวกันกับองครักษ์เงาประจำจวนอ๋องเก้า เพียงแต่กลุ่มหนึ่งเชี่ยวชาญการรบบนบก ส่วนอีกกลุ่มเชี่ยวชาญการรบทางน้ำเท่านั้น
พวกมันสามารถฆ่าทหารเรือได้ถึงสี่คน ดูท่าศักยภาพในการต่อสู้ของพวกมันต้องร้ายกาจไม่ธรรมดา
ทั้งสองกำลังสนทนากันอยู่ พอหันกลับไปก็เห็นเยี่ยถวนถวนกำลังป้อนปลาตากแห้งให้พวกผีพราย
"อันตราย จวิ้นจู่น้อย!"
"เยี่ยถวนถวน!"
เสียงร้องเตือนด้วยความตื่นตระหนกของบุรุษทั้งสองทำเอาเยี่ยถวนถวนสะดุ้งโหยง ปลาตากแห้งน้อย ๆ ในมือหลุดร่วงลงพื้น
สายตาของผีพรายทั้งสองพลันเบนจากมือของเยี่ยถวนถวนลงมายังพื้นดิน
ทุกคนต่างนิ่งอึ้ง
ผีพรายดุร้ายคู่นั้น แท้จริงแล้วกลับต้องการปลาตากแห้งของจวิ้นจู่น้อย!
"นี่มันเรื่องบ้าบออะไรกัน!"
ขณะที่ทุกคนกำลังสับสน องครักษ์เงาที่สังเกตการณ์บนยอดเสากระโดงก็ส่งเสียงร้องเตือนดังลั่น
"เบื้องหน้าน่านน้ำผิดปกติขอรับ!"
ผืนน้ำเบื้องหน้ามืดดำไร้แสงสะท้อน มิใช่น้ำทะเลตามธรรมชาติ
สิ้นคำ ทันใดนั้นก็มีเสียง "ฟิ่ว! ฟิ่ว!" สองเสียงดังขึ้น ลูกธนูสองดอกพุ่งมาจากท้องทะเลมืด พุ่งปักอกผีพรายล้มลงสิ้นใจ เลือดไหลนอง
พวกมันฆ่ากันเอง!
“เข้าโจมตี!” ไป๋จี ตะโกนก้อง องครักษ์เงาและทหารเรือพลันรวมพลอีกครั้ง
ทว่าครานี้ เหล่าโจรสลัดบุกประชิดเข้ามาอย่างเกรี้ยวกราด คลื่นมนุษย์โถมเข้าซัดกระหน่ำ ‘คหบดีเฉียนถวนถวนแห่งชิงหลวน’ อย่างบ้าคลั่ง
ตามหลังเกลียวคลื่นคือเหล่าโจรสลัดที่กรูกันเข้ามาหมายปลิดชีพ
“คุ้มกันจวิ้นจู่!” เหล่าองครักษ์เงาล้อมวงป้องป้องท่านอ๋องเก้าและจวิ้นจู่น้อยไว้ตรงกลาง
เยี่ยจ้านและหมิงชิวแบ่งกำลังโจมตีซ้ายขวาหมายจะเปิดศึกใหญ่
ใครเลยจะคาดคิด... คลื่นโจรสลัดชุดนี้กลับอ่อนแออย่างยิ่ง
เพียงองครักษ์เงาสามนายกับทหารเรือสองนายก็สามารถจัดการพวกมันได้ราบคาบ
แม้แต่ปลาแห้งตัวที่สอง เยี่ยถวนถวนยังมิทันได้แตะลิ้มรส การต่อสู้ก็สิ้นสุดลงเสียแล้ว
เหล่าผู้คนต่างพากันแปลกใจ "เหตุใดกองกำลังชุดนี้จึงอ่อนแอเช่นนี้"
ยิ่งไปกว่านั้น พวกมันยังไร้ซึ่งสัจจะ "ไว้ชีวิตข้า ไว้ชีวิตข้าด้วย เหล่าวีรบุรุษทั้งหลาย โปรดไว้ชีวิตข้า"
เหล่าโจรสลัดที่ถูกจับเป็น ๆ คุกเข่าอยู่บนดาดฟ้า โขกศีรษะลงกับพื้นอย่างบ้าคลั่ง
คิ้วของหมิงชิวขมวดขึ้นเล็กน้อย อ้อ พวกนี้พูดภาษาคนได้
เช่นนั้นก็ง่ายหน่อย
หมิงชิวเผยรอยยิ้มออกมา จากนั้นก็สะบัดกระบี่ในมืออย่างรวดเร็ว
ลิ้นของผู้นั้นร่วงหล่นลงบนพื้นทันที
เหล่าโจรสลัดที่ยืนอยู่ด้านข้างเห็นหมิงชิวตัดลิ้นโดยไม่พูดพร่ำทำเพลง ต่างพากันตาเหลือกเป็นลมล้มพับกันไป
โจรสลัดที่เหลือต่างพากันเอามือปิดปาก ไม่แม้แต่จะร้องขอชีวิต
หมิงชิวพยักหน้าให้คนของเขาลากเก้าอี้มานั่ง เมื่อมองไปที่ลายปักของค่ายหมิงหวังบนเสื้อของพวกมัน เขาก็โกรธจนแทบจะระเบิดออกมา
"ว่ามา พวกเจ้ามีรังอยู่ที่ไหน แล้วเหตุใดจึงปลอมตัวเป็นคนของค่ายหมิงหวัง"
ทันทีที่ได้ยินคำว่า ‘ค่ายหมิงหวัง’ แวตาของโจรสลัดพวกนั้นก็เป็นประกาย
"ใครบอกว่าพวกข้าปลอมตัว พวกเราเป็นคนของค่ายหมิงหวัง สาขาหนึ่ง พวกเจ้าพ่อค้าหน้าเลือดรีบปล่อยพวกข้าไปซะดีกว่า พวกเจ้ารู้หรือไม่ว่าหัวหน้าของพวกข้ากับท่านอ๋องเก้าสนิทสนมกันเพียงใด"
หมิงชิวแทบจะหลุดขำออกมาด้วยความโมโห หัวหน้าค่ายก็นั่งอยู่ตรงนี้แท้ ๆ วันนี้เขาจะมารอดูว่าพวกมันจะยังปากเก่งได้สักแค่ไหนก่อนตาย
หมิงชิวเหลือบมองเยี่ยจิ่วที่นั่งอย่างใจเย็นอยู่ข้าง ๆ ก่อนจะเอ่ยถามด้วยน้ำเสียงติดตลก "ว่าอย่างไรเล่า พวกเขามีความสัมพันธ์เช่นไรกัน"
หัวหน้าโจรสลัดตะโกนลั่นอย่างองอาจ "หัวหน้าของข้ากับท่านอ๋องเก้าเป็นคู่หลงหยาง*[1] รักใคร่ชอบพอกัน หากเจ้ากล้าแตะต้องเขาแม้แต่ปลายเล็บ…อั้ก!"
ยังไม่ทันสิ้นคำ ใบไม้สีทองอาบยาพิษก็พุ่งปักเข้าที่ลำคอของมันอย่างแม่นยำ
ตายอย่างน่าอนาถ เลือดสาดกระเซ็นเปรอะเปื้อนใบหน้าของหมิงชิวเต็มไปหมด
[1] หลงหยาง หมายถึง รสนิยมชายรักชาย