ความมืดมิดแห่งรัตติกาลยังคงปกคลุมสำนักเมฆาเขียว เยี่ยฉินนั่งขัดสมาธิอยู่บนเตียงไม้ผุพัง ลมหายใจของเขาเข้าออกเป็จังหวะที่สม่ำเสมอแต่ลึกซึ้ง พลังงานสีน้ำเงินเข้มจาก ภูตหยาดน้ำสังหาร หมุนวนอยู่ในแท่นภูตกลางอกของเขา
ในโลกแห่งการฝึกตน พลังวัตรไม่ได้เกิดขึ้นเองะตามธรรมชาติ แต่มันคือการกลั่นกรอง "ปราณฟ้าดิน" ผ่านภูตแกนกลางเพื่อสะสมไว้ในทะเลลมปราณ ยิ่งความจุของทะเลลมปราณสูงเท่าไหร่ การเลื่อนระดับก็ยิ่งรวดเร็วเท่านั้น
‘ระดับน้ำ ความจุ 42%... ช่างเป็ตัวเลขที่น่าสมเพช’ เยี่ยฉินลืมตาขึ้น ดวงตาสีดำสนิททอประกายเ็า ‘ในชาติก่อน ข้าดิ้นรนแทบตายเพื่อชดเชยส่วนต่างนี้ด้วยความขยัน แต่มันช่างไร้สาระนัก ในโลกนี้ ความขยันเป็เพียงข้ออ้างของคนเขลา พลังที่แท้จริงมาจากทรัพยากรและการแย่งชิงต่างหาก’
เช้าวันต่อมา ศิษย์ฝึกหัดทุกคนถูกเรียกมารวมตัวกันที่ลานบรรยาย ผู้าุโมู่เฉิงยืนเด่นตระหง่านอยู่บนแท่นศิลา ในมือของเขามีถุงผ้าขนาดเล็กจำนวนมาก
"พวกเ้าทุกคนได้รับภูตประจำตัวไปแล้ว แต่นั่นเป็เพียงจุดเริ่มต้น" เสียงของมู่เฉิงทรงพลังจนอากาศรอบข้างสั่นะเื "การจะหล่อเลี้ยงภูตและขยายทะเลลมปราณ เ้าจำเป็ต้องมี 'ศิลาจิตภูต' นี่คือทรัพยากรที่มีค่าที่สุดในการฝึกตน"
เขาชูศิลาผลึกใสขนาดเท่าหัวแม่มือขึ้นมา มันเปล่งแสงสีขาวนวลจางๆ ออกมา
"ศิลาจิตภูตหนึ่งก้อน บรรจุพลังปราณบริสุทธิ์ที่ภูตสามารถดูดซับได้โดยตรง สำนักจะแจกจ่ายให้พวกเ้าคนละ 3 ก้อนต่อสัปดาห์ ใครที่อยากได้มากกว่านี้... จงแสดงความสามารถในภารกิจ หรือแย่งชิงมันมาด้วยกฎของผู้อยู่รอด!"
เยี่ยฉินรับถุงศิลาจิตภูตมาด้วยมือที่นิ่งสนิท 3 ก้อน? สำหรับคนที่มีพร์ระดับน้ำอย่างเขา 3 ก้อนนั้นแทบจะไม่พอสำหรับการรักษาเสถียรภาพของภูตหยาดน้ำสังหารด้วยซ้ำ แต่สำหรับอัจฉริยะอย่างเยี่ยฟาน 3 ก้อนอาจเพียงพอที่จะส่งเขาขึ้นสู่ ระดับััปราณ ขั้นที่ 2 ภายในไม่กี่วัน
ระหว่างทางกลับเรือนนอน กลุ่มศิษย์รุ่นพี่ที่นำโดย "จางหู่" ชายร่างกำยำที่มีระดับพลังััปราณ ขั้นที่ 3 เดินเข้ามาขวางทางเยี่ยฉินและเยี่ยฟาน
"โอ้... ดูสิ ใครกัน? อัจฉริยะระดับ์กับพี่ชายขยะระดับน้ำ" จางหู่แสยะยิ้ม สายตาจับจ้องไปที่ถุงศิลาจิตภูตที่ห้อยอยู่ที่เอวของทั้งคู่ "เยี่ยฟานน้องชาย เ้ามีพร์สูงส่ง ศิลาพวกนี้เ้าคงใช้ไม่หมดหรอกกระมัง? ทำไมไม่แบ่งให้รุ่นพี่อย่างข้าช่วย 'เก็บรักษา' ไว้ให้ก่อนล่ะ?"
เยี่ยฟานขมวดคิ้ว "รุ่นพี่จาง สำนักมีกฎห้ามศิษย์แย่งชิงทรัพยากรกันอย่างเปิดเผย ท่านไม่กลัวบทลงโทษหรือ?"
"กฎ? กฎมีไว้บังคับคนอ่อนแอ!" จางหู่หัวเราะลั่น "ข้าไม่ได้แย่งชิง ข้าแค่ 'ขอยืม' และถ้าเ้าไม่ให้... ป่าหมื่นอสูรพรุ่งนี้อาจจะมีอุบัติเหตุเกิดขึ้นกับพวกเ้าก็ได้นะ"
ในขณะที่เยี่ยฟานกำลังจะโต้ตอบ เยี่ยฉินกลับก้าวออกมาข้างหน้า ใบหน้าของเขามีรอยยิ้มจางๆ ที่ดูไร้พิษสง ซึ่งขัดกับสายตาที่ลึกดุจเหว
"รุ่นพี่จางพูดมีเหตุผล" เยี่ยฉินกล่าวด้วยน้ำเสียงนุ่มนวล "น้องชายของข้าเป็คนใจแคบไปหน่อย ท่านโปรดอย่าถือสา ในฐานะพี่ชาย ข้าจะมอบศิลาจิตภูตของข้าให้ท่าน 1 ก้อน เพื่อเป็การผูกมิตร หวังว่าในป่าหมื่นอสูร ท่านจะช่วยดูแลพวกเรา"
เขาส่งศิลาจิตภูตให้จางหู่อย่างง่ายดาย จางหู่รับไปด้วยความงุนงงก่อนจะหัวเราะชอบใจ "ฮ่าๆ! เ้านี่มันรู้ความกว่าน้องชายเยอะเลยเยี่ยฉิน! ตกลง... พรุ่งนี้ข้าจะดูแลเ้า 'เป็พิเศษ'!"
หลังจากจางหู่เดินจากไป เยี่ยฟานหันมามองพี่ชายด้วยสายตาผิดหวัง "ท่านพี่! ทำไมท่านถึงขลาดเขลาเช่นนี้? ศิลานั่นสำคัญต่อการฝึกตนของท่านมากนะ!"
เยี่ยฉินไม่หยุดเดิน เขาตอบกลับโดยไม่หันมามอง "เยี่ยฟาน เ้ามองเห็นแต่ศิลาหนึ่งก้อนที่เสียไป แต่ข้ามองเห็นโอกาสที่จะมีชีวิตรอดเพื่อแย่งชิงศิลาอีกนับร้อยก้อนคืนมา"
‘จางหู่... เ้าจงดีใจกับเหยื่อล่อก้อนนั้นไปเถอะ’ เยี่ยฉินคิดในใจ ‘ในป่าหมื่นอสูร น้ำหยดเดียวที่ข้ามอบให้เ้า... จะกลายเป็พิษที่กัดกร่อนจิติญญาของเ้าจนไม่เหลือซาก’
เขารู้ดีว่าด้วยระดับพลังปัจจุบัน เขาไม่สามารถปะทะตรงๆ กับจางหู่ที่มีภูตสายพละกำลังได้ แต่ภูตหยาดน้ำสังหารของเขามีคุณสมบัติพิเศษที่ไม่มีใครในยุคนี้รู้จัก
เมื่อกลับถึงห้อง เยี่ยฉินหยิบศิลาจิตภูตที่เหลืออีก 2 ก้อนออกมา เขาไม่ได้ใช้มันเพื่อเพิ่มระดับพลังวัตรอย่างที่ศิษย์คนอื่นทำ แต่เขากลับนำมันมาวางไว้บนพื้นดิน และเริ่มใช้ภูตหยาดน้ำวาดลวดลายแปลกประหลาดลงบนผิวของศิลา
เขากำลังสร้าง "กับดักปราณภูต"
"ประสบการณ์ห้าร้อยปีสอนข้าว่า ความแข็งแกร่งไม่ได้วัดกันที่พลังทำลายเพียงอย่างเดียว แต่วัดกันที่ใครจะเหลือรอดเป็คนสุดท้าย"
เขามองดูศิลาจิตภูตที่ถูกย้อมด้วยไอสีน้ำเงินเข้มจนดูเหมือนอัญมณีต้องสาป ชาติก่อนเขาเคยถูกจางหู่ซ้อมจนปางตายในป่าหมื่นอสูรและถูกชิงศิลาไปจนหมด ทำให้เขาเสียเวลาฝึกตนไปหลายเดือนจนตามคนอื่นไม่ทัน
แต่ในชาตินี้... ประวัติศาสตร์จะไม่ซ้ำรอย
เยี่ยฉินหลับตาลงเพื่อพักผ่อน สติของเขาเข้าสู่สภาวะสงบนิ่ง ท่ามกลางความเงียบสงัด แสงสีทองจาก ภูตแกนกลางกาลเวลา สั่นไหวเล็กน้อยคล้ายกับจะตอบรับเจตจำนงสังหารของเขา
พรุ่งนี้ แสงแดดในป่าหมื่นอสูรจะอาบไปด้วยสีเื และเยี่ยฉินจะพิสูจน์ให้เห็นว่า แม้จะมีพร์ระดับต่ำ แต่หากมีหัวใจของจอมมาร ทั่วทั้งปฐีก็ต้องสยบแทบเท้า
"ข้าคือเยี่ยฉิน... ผู้ที่จะกลายเป็เ้าแห่งกาลเวลาและชีวิตทั้งปวง" เสียงพึมพำสุดท้ายหายไปในความมืด พร้อมกับความแค้นที่รอกา
รชำระในรุ่งอรุณที่กำลังจะมาถึง