หลินฮั่วอินเหมือนูเาไฟที่กำลังจะปะทุ เธอสูญเสียการควบคุมไปอย่างหมดสิ้น.........
เธอกำลังจะบ้าคลั่งเพราะเซียวเจิ้ง!
ในยุคสมัยนี้ยังมีผู้ชายที่น่าหงุดหงิดพรรค์นี้อยู่อีกเหรอ? สไตล์การแต่งตัวใกล้เคียงกับยุค 80 ดูเชยและล้าสมัยมาก คำพูดคำจาก็รุนแรงหยาบคาย มารยาทยังเข้าขั้นย่ำแย่ ไหนจะดวงตาที่ทั้งบวมทั้งแดงก่ำเหมือนไม่ได้นอนมาสามวันสามคืนนั่นอีก ั้แ่หัวจรดปลายเท้าดูเป็คนเหลาะแหละ ใจร้อน โทรมเหมือนคนจรจัดข้างถนน
นี่คือผู้ชายที่กำลังจะจดทะเบียนสมรสกับเธอจริง ๆ เหรอ?
พอคิดว่าในคืนนั้นเธอได้นอนร่วมเตียงกับขยะสังคมพรรค์นี้ อีกทั้งยังถูก่ชิงความบริสุทธิ์อันมีค่าที่เธอเก็บรักษามานานกว่า 27 ปี ความโกรธของหลินฮั่วอินก็ยิ่งพุ่งทะยาน เธอรู้สึกว่าชีวิตนี้หมดสิ้นความหวังแล้ว
เป็ที่ทราบกันดีว่าเศรษฐีนีชื่อดังอย่างเธอขึ้นชื่อว่าเกลียดผู้ชายมาก ตามปกติแล้ว อย่าได้พูดถึงเื่ติดต่อผู้ชายมากเกินความจำเป็เลย เพียงแค่มองก็เป็เื่ที่น่าขยะแขยงแล้ว คุณชายไฮโซหลายคนที่หลงเสน่ห์หลินฮั่วอินต่างไม่เชื่อ และทำทุกวิถีทางเพื่อหาโอกาสได้ใกล้ชิดกับเธอ แต่สุดท้ายพวกเขาก็ถูกสาดด้วยน้ำเย็น จนยกธงขาวยอมแพ้ไปตาม ๆ กัน
ในบรรดาพนักงานกว่าพันคนของกลุ่มบริษัทซินอ้าวมีผู้ชายอยู่ไม่ถึง 50 คน ครั้งหนึ่งที่นี่ถูกเรียกว่าเป็สรวง์ของผู้ชาย เื่นี้แสดงให้เห็นว่าหลินฮั่วอินปฏิเสธผู้ชายในระดับไหน
แต่ว่าในตอนนี้ หลินฮั่วอินผู้มีรัศมีแห่งความงามอันดับหนึ่งในิจู ไม่ใช่แค่ถูกเซียวเจิ้งพรากเอาสิ่งที่ล้ำค่ามากที่สุดไปและถูกบีบบังคับให้จดทะเบียนสมรสกับเขาอย่างไม่มีทางเลือก แต่เธอยังถูกเซียวเจิ้งวิพากษ์วิจารณ์อย่างรุนแรงไร้กาละเทศะ เจอแบบนี้จะไม่ให้ผู้หญิงที่มีความภาคภูมิใจสูงเสียดฟ้าอย่างหลิวฮั่วอินโมโหได้ยังไง?
ครอบครัวของหลินฮั่วอินแยกทางกันตอนที่เธออายุ 14 ปี ความกลัวในการแต่งงานและความเป็ปรปักษ์ต่อผู้ชายฝังอยู่ในจิตใจของเธอเล็กน้อย
หลังจากนั้น 13 ปี ไม่ใช่แค่ทัศนคติต่อการแต่งงานและผู้ชายจะไม่พัฒนา แต่มันกลับยิ่งรุนแรงมากขึ้น เธอตัดสินใจอย่างดันทุรังว่าจะไม่แต่งงานสร้างครอบครัวไปตลอดชีวิต และอุทิศตัวให้กับการทำงานอย่างเต็มที่ แต่สิ่งต่าง ๆ กลับไม่เป็อย่างใจคิด
ในค่ำคืนที่มืดมิดไร้แสงจันทร์มีลมพัดแรง เป็เพราะอารมณ์ที่จมดิ่งของเธอ เธอได้ขึ้นเกี้ยวเ้าสาวออกไปผับเพื่อใช้แอลกอฮอล์มาดับสลายความกังวลใจของตัวเองเป็ครั้งแรก และเพราะเหตุนี้เธอถึงได้มาพบกับผู้ชายที่น่าหงุดหงิด และมีความสัมพันธ์กับเขาหลังจากที่ดื่มจนเมามาย
สิ่งที่เป็อันตรายที่สุดก็คือ หลังจากที่เธอปรึกษาแพทย์และคำนวณซ้ำแล้วซ้ำเล่า ทำให้หลินฮั่วอินแน่ใจว่า คืนนั้นเป็คืนที่มีอัตราการตั้งครรภ์สูงที่สุดในรอบเดือน
“ตราบใดที่ชายหญิงมีสุขภาพแข็งแรง โอกาสในการตั้งครรภ์จะสูงถึง 90%”
ข้อสรุปที่แพทย์มอบให้เธอด้วยความมั่นใจได้ผลักหลินฮั่วอินลงไปในเหวลึก เธอว้าวุ่นใจเป็อย่างยิ่ง
ตั้งครรภ์? มีลูก?
ถ้าทุกสิ่งทุกอย่างผ่านไปอย่างราบรื่น เธอจะต้องเดินไปบนเส้นทางของการแต่งงานอย่างหันหลังกลับไม่ได้
เงาในวัยเด็กทำให้เธอกลัวการแต่งงานและเกลียดชังผู้ชายมากขึ้นเรื่อย ๆ ถ้าเธอตั้งครรภ์ขึ้นมาจริง ๆ เธอจะต้องทำให้ลูกของเธอมีครอบครัวที่สมบูรณ์ อยู่พร้อมหน้าพร้อมตากัน เธอไม่อยากให้ลูกเดินอยู่บนเส้นทางเดียวกับเธอ และใช้ชีวิตอยู่ในก้นบึ้งของความเ็ปอย่างไม่รู้จบ
ดังนั้นเธอจึงตามหาตัวเซียวเจิ้ง ผู้ชายที่ใช้เวลายามค่ำคืนร่วมกับเธอและยื่นข้อเสนอให้เขาเซ็นสัญญาการสมรส
ระยะเวลาในการเฝ้าระวังถูกกำหนดเอาไว้ที่สองเดือน ถ้าหากเธอไม่ได้ตั้งครรภ์ สัญญาจะสิ้นสุดลงโดยอัตโนมัติ ทั้งสองฝ่ายจะแยกทางกันไปในทิศทางของตัวเอง ไม่มีอะไรติดค้างกันอีก
แต่ถ้าหากตั้งครรภ์ขึ้นมา...
หลิวฮั่วอินก็จะยอมรับชะตากรรม สร้างครอบครัวกับผู้ชายที่ทำให้เธอเกลียดชังมากกว่าผู้ชายทั่วไปคนนี้ เพื่อให้ลูกได้มีวัยเด็กที่มีความสุข
ในท้องของหลินฮั่วอินเต็มไปด้วยความขมขื่นมากพออยู่แล้ว แต่ผู้ชายเฮงซวยคนนี้ก็ยังมาท้าทายความอดทนของเธอซ้ำแล้วซ้ำเล่า ยั่วยุเธอด้วยวาจา แสดงสีหน้าแววตาอย่างไม่เหมาะสม เื่นี้ทำให้หลินฮั่วอินผู้ไม่ยอมใครและมักจะทำงานด้วยความเด็ดขาด อยู่ในตำแหน่งที่สูงส่งมานานเดือดดาลเป็อย่างมาก เธอเกิดความคิดที่จะต่อสู้กันให้ตายไปทั้งสองฝ่าย
ในเมื่อนายสร้างความอัปยศอดสูให้กับฉัน งั้นฉันก็จะทิ้งชีวิตและพังพินาศไปพร้อมกับนาย!
มีดตัดกระดาษที่หลินฮั่วอินพกติดตัวได้เปิดเผยนิสัยอันรุนแรงของเธออย่างไม่ต้องสงสัย อีกทั้งยังเป็การประกาศกร้าวว่าถึงตาย เธอก็จะไม่ยอมเสื่อมเสียเกียรติ
เมื่อเห็นว่าเ้านายชักมีดออกมา ทนายเติ้งก็ก้าวถอยหลังไปสองก้าวด้วยความตื่นตระหนก ด้วยกลัวว่าตัวเองจะโดนลูกหลงไปด้วย แต่เซียวเจิ้งกลับมองร่างบอบบางที่กำลังสั่นสะท้านนั้นด้วยรอยยิ้ม แล้วกล่าวชมหลินฮั่วอินที่หน้าซีดเป็ขี้เถ้าอย่างจริงใจ
“แม้แต่ตอนโกรธ เธอก็ยังสวยเลย ฉันคิดว่าฉันถูกเธอล่อลวงจนหาทางออกไม่ได้ซะแล้ว”
“ฉันจะสู้กับนาย’’
ขวับ!
ทั้ง ๆ ที่ไม่เห็นว่าเซียวเจิ้งเคลื่อนไหว แต่มีดตัดกระดาษที่หลิวฮั่วอินกำไว้แน่นกลับหายไปอย่างไร้ร่องรอย
“เห็นผู้หญิงสวย ๆ อย่างเธอมาเล่นมีดแบบนี้ มันส่งผลกระทบต่อการชื่นชมความงามจริง ๆ”
เซียวเจิ้งยึดเอามีดตัดกระดาษเล่มนั้นไป แล้วกล่าวอย่างไม่ใส่ใจ
“โอเค กลับเข้าเื่กันได้แล้ว ฉันยอมรับเงื่อนไขทั้งหมดในสัญญา ขอปากกาหน่อย”
เมื่อหลินฮั่วอินได้ยินแบบนี้ เธอก็ตัวสั่นสะท้าน กลับไปนั่งลงบนโซฟาแล้วกล่าวอย่างเ็า
“ทนายเติ้ง ปากกา”
ทนายเติ้งที่ถอยหลังไป รีบหยิบปากกาเจลออกมายื่นให้เซียวเจิ้ง
“คุณเซียว คุณเซ็นชื่อในสัญญาหน้าสุดท้ายได้เลยครับ”
เซียวเจิ้งรับปากกาเจลมาเขียนชื่อด้วยตัวอักษรที่หนักแน่นมีพลัง
เมื่อทนายเติ้งเห็นว่าการเจรจามาถึงจุดสิ้นสุด เขาก็ดันแว่นบนสันจมูก แล้วเอ่ยถามอย่างระมัดระวังว่า
“คุณเซียว เ้านายของพวกเราได้ให้ข้อมูลทั้งหมดกับคุณแล้ว ผมหวังว่าคุณจะเตรียมข้อมูลส่วนตัวของคุณมาให้พวกเราด้วย ถึงยังไงระยะเวลาของสัญญาก็จำกัดอยู่ที่สองเดือน ถ้าทั้งสองฝ่ายรู้จักกันมากขึ้น มันจะช่วยลดทอนความเข้าใจผิดที่ไม่จำเป็ลงได้ครับ”
“ข้อมูลส่วนตัวของผม?”
เซียวเจิ้งลูบคางตัวเอง แล้วโพล่งออกมาราวกับเป็เื่ที่คุ้นเคยดีอยู่แล้ว
“สูง 180 เิเ ครึ่งหนึ่งคือความยาวของขา สุขภาพแข็งแรง ไม่มีพฤติกรรมไม่ดีอะไร”
เซียวเจิ้งจุดบุหรี่ แล้วพูดต่อไปว่า
“ปกติผมชอบปลูกดอกไม้และเลี้ยงสัตว์ตัวเล็ก ๆ เวลาว่างจะฝึกคัดลายมือ อ่านหนังสือชื่อดังระดับโลก ส่วนวีรกรรมในอดีตอย่างการเห็นความไม่เป็ธรรม แล้วชักดาบออกมาช่วยเหลือสาวงามมันผ่านไปนานแล้ว ปล่อยให้มันหายไปในสายน้ำแห่งประวัติศาสตร์อันยาวนานพร้อมกับความทรงจำของผมดีกว่า อืม สรุปสั้น ๆ เลยว่าใช้ประโยคนี้มาอธิบายตัวผมจะเหมาะสมที่สุด จับปากกาสร้างสันติภาพแก่แผ่นดิน ขึ้นม้าต่อสู้กำหนดชะตากรรมแก่ใต้หล้า”
“.........”
ทนายเติ้งรู้สึกว่าตัวเองถามในสิ่งที่ไม่ควรจะถาม ช่างน่าอายจริงๆ ถ้าไม่มีอะไร เขาจะถามข้อมูลส่วนตัวของเด็กคนนี้ไปเพื่ออะไร? ประธานหลินก็ไม่บอกล่วงหน้าเลยว่าอีกฝ่ายจะช่างพูดจาแบบนี้!
“นายมีงานทำไหม?”
หลินฮั่วอินพยายามระงับความโกรธที่กำลังจะพุ่งทะยานแล้วเอ่ยถามอย่างเ็า ฟังจากน้ำเสียงแล้วเหมือนกำลังสอบสวนนักโทษอยู่
“ตอนนี้มีบริษัทจัดหางานมากมายติดต่อฉันมา พวกเขาเสนอตำแหน่ง CEO, COO, CFO มาให้ฉันเลือก แต่ด้วยนิสัยในการใช้ชีวิตของฉัน ฉันไม่สามารถรับงานที่หนักเกินไปและไม่มีพื้นที่ส่วนตัวได้ ดังนั้นฉันถึงยังไม่ได้ตอบรับอย่างเป็ทางการ”
เซียวเจิ้งกล่าวด้วยน้ำเสียงเคร่งขรึม
“งั้นก็แปลว่าไม่มีงานทำ?” หลินฮั่วอินพูดแทงใจดำ
เซียวเจิ้งกล่าวเน้นย้ำ “แค่ชั่วคราวเท่านั้น”
“ทนายเติ้ง ตรวจสอบตำแหน่งงานว่างในบริษัทให้ที” หลินฮั่วอินกล่าวอย่างเ็า
“เฮ้ เธอจะทำอะไร? ดูถูกฉันเหรอ? อยากจะให้ทานฉัน? ฉันยังไม่มีความคิดที่จะทำตัวเป็แมงดานะ!”
เซียวเจิ้งกล่าวโต้แย้งด้วยความกล้าหาญ แต่ไม่ได้รับการตอบสนองใด ๆ
ทนายเติ้งรีบตรวจสอบตำแหน่งงานว่างในบริษัทอย่างรวดเร็ว แล้วกล่าวอธิบาย
“แผนกบุคคลขาดผู้จัดการฝึกอบรมหนึ่งตำแหน่ง แผนกการเงินขาดพนักงานรับและจ่ายเงินหนึ่งตำแหน่ง แผนกรักษาความปลอดภัยขาดเ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัยหนึ่งตำแหน่ง นี่คือตำแหน่งงานว่างสามตำแหน่งที่ต้องเร่งดำเนินการให้เร็วที่สุดในตอนนี้ครับ”
“ทักษะในการเป็ผู้นำอันโดดเด่นเผยออกมาั้แ่ฉันยังเป็เด็ก ฉันคือผู้นำโดยกำเนิด”
เซียวเจิ้งกล่าวขัดการตัดสินใจของหลินฮั่วอิน
“ถึงตำแหน่งผู้จัดการฝึกอบรมจะถือว่าใช้คนไม่เหมาะสมกับงานไปบ้าง แต่มันก็ใกล้เคียงกับความสามารถที่แท้จริงของฉันมากที่สุดในสามตำแหน่งนั้นแล้ว”
“ไม่มีตำแหน่งอื่นแล้วเหรอ?”
หลินฮั่วอินขมวดคิ้วเล็กน้อย เห็นได้ชัดว่าเธอไม่คิดว่าเซียวเจิ้งจะมีคุณสมบัติเหมาะสมสำหรับสามตำแหน่งที่กล่าวมา
“มีป้าแม่บ้านในแผนกการตลาดลาออกไป เพราะลูกสะใภ้ของเธอตั้งท้องครับ ่นี้พนักงานในแผนกเลยพากันบ่นถึงสภาพแวดล้อมในที่ทำงาน”
“เฮ้! จะให้ผู้ชายที่สูงส่งอย่างฉันไปเป็พนักงานทำความสะอาดได้ยังไง? แบบนี้มันเป็การดูถูกบุคลิกภาพของฉันชัด ๆ!”
เซียวเจิ้งกล่าวด้วยความโมโห
“ถึงพวกเธออยากจะให้ฉันเริ่มต้นจากระดับพื้นฐาน อย่างมากที่สุดไม่ต้องให้ตำแหน่งผู้จัดการฝึกอบรมกับฉัน แต่ให้ฉันไปทำงานอยู่ในแผนกการเงินก็ได้นี่? พูดตรง ๆ แบบไม่ปิดบัง ตอนที่ฉันอยู่ป.5 ฉันได้รางวัลชนะเลิศในการแข่งขันคำนวนโดยใช้ลูกคิดของเมืองเชียวนะ!”
ไม่รู้ว่าหลินฮั่วอินเบื่อหน่ายในคำพูดพล่อย ๆ ของเซียวเจิ้ง หรือคำว่า ‘ลูกสะใภ้ตั้งท้อง’ ได้ทิ่มแทงสภาพจิตใจอันอ่อนไหวของเธอ หลินฮั่วอินกล่าวด้วยน้ำเสียงเ็าว่า
“ไปรายงานตัวกับแผนกรักษาความปลอดภัย แล้วเริ่มงานอย่างเป็ทางการวันนี้เลย”
เซียวเจิ้งถอนหายใจออกมาเฮือกใหญ่ และแอบคิดว่าตนฟลุคมากทีเดียว ถึงจะไม่ได้เป็ผู้จัดการฝึกอบรมอย่างที่ใจหวัง แต่เ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัยก็ไม่ได้เลวร้ายอะไร อย่างน้อยงานนี้ก็เป็งานสบาย ไม่ต้องกังวลอะไร สอดคล้องกับวิถีชีวิตอันแสนี้เีของเซียวเจิ้งอย่างแท้จริง
สายตาที่หญิงสาวูเาน้ำแข็งมองมายังเซียวเจิ้งนั้นเผยความเหยียดหยาม เบื่อหน่าย และมีแต่ความรังเกียจ ในใจเซียวเจิ้งนึกโมโหขึ้นมาทันที นอนด้วยกันไม่ใช่เหรอ? ไม่มีใครเขาบังคับเธอสักหน่อย ถ้าเธอไม่เต็มใจ ฉันจะฝืนบังคับได้หรือไง? แบบนี้ยังมองว่าฉันเป็คนโรคจิต บาปหนา ให้อภัยไม่ได้อีกเหรอ?
เซียวเจิ้งรู้ถึงเจตนาที่หลินฮั่วอินให้งานนี้แก่เขา เธอกลัวว่าเขาจะแอบหนีและหายตัวไป ฝ่ายเซียวเจิ้งที่ทุกข์ทรมานกับการหางานทำจึงไม่ปฏิเสธ และเลือกใช้ประโยชน์จากสถานการณ์นี้ กลายมาเป็เ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัยผู้มีเกียรติในบริษัทที่ได้ชื่อว่าเป็ ‘อาณาจักรของผู้หญิง’
แต่ด้วยความไม่พอใจ เซียวเจิ้งได้นั่งตัวตรง จ้องมองหลินฮั่วอินผู้เข้มงวดด้วยสีหน้าสงบนิ่ง
“ในเมื่อตอนนี้พวกเราทำสัญญากันแล้ว เธอจะรังเกียจไหมถ้าฉันจะถามอะไรสักข้อ?”
“ว่ามา”
น้ำเสียงของหลินฮั่วอินยังคงเ็าเช่นเดิม
“เธอเกิดราศีอะไร?”
เซียวเจิ้งเอ่ยถามด้วยความสงสัย แสงสว่างวาบในแววตาหายไป ไม่ทิ้งร่องรอยให้หลงเหลือ
หลินฮั่วอินผงะไปเล็กน้อยกับคำถามที่ยากจะทำความเข้าใจของเซียวเจิ้ง แต่เพื่อขับไล่อันธพาลปากสุนัขออกไปให้เร็วที่สุด เธอจึงพูดออกไปโดยไม่ยั้งคิด
“ราศีกันย์”
“เธอไม่ใช่อีกต่อไปแล้ว” เซียวเจิ้งแย้มยิ้ม
*สัญลักษณ์ของราศีกันย์คือหญิงพรหมจรรย์*