“แหวนนี่ พี่ให้ไว้เป็ตัวแทนอาจไม่มีค่ามากนักแต่มาจากใจ”
ใครบางคืนยกมือเนตราขึ้นสวมแหวนสีทองสุกปลั่งบนนิ้วนางข้างซ้าย ในใจเธอปั่นป่วนน้ำหนักของแหวนมากเหลือเกิน จนเธอหน่วงไปทั้งใจ
“ใส่เล่นๆ ไปก่อน แหวนหมั้นแหวนแต่งพี่จะให้ทีหลัง”
“ไม่เอาละค่ะ เกรงใจดาวไม่ชอบใส่เครื่องประดับกลัวทำหาย”
เธอพยายามเพ่งว่าเขาคือใครแต่เห็นเพียงรอยยิ้ม ใบหน้าส่วนบนเขายังเต็มไปด้วยสีดำสนิท เหมือนใครเอาหมึกมาราด
“กลัวหายก็ร้อยใส่สร้อยคอสิ มา...พี่ทำให้”
เขายื่นมือมาถอดสร้อยเธอออกคล้องแหวนไว้ในนั้น
“เก็บไว้ใกล้ๆ หัวใจนะ”
ไม่ใช่ชวินทร์แน่เขาไม่มีทางพูดหวานเยิ้มแบบนี้ สรรพนามที่เธอเรียกก็ไม่ใช่ ผู้ชายคนนี้เป็ใคร!
ดวงตาเนตราลืมขึ้นโดยพลัน ศีรษะกลับมาปวดหนึบร่างเมื่อยขบราวโดนรถบดถนนทับ เธอยันตัวขึ้นจากเตียง
ผ้าห่มไปกองอยู่ที่หน้าตักพร้อมแขนบางคนที่ถือวิสาสะพาดไว้กับเอวเธอ ปทุมถันเปลือยเปล่าััอากาศจึงรู้ว่าตัวเองไร้อาภรณ์คลุมกาย
ข้างกันมีเสียงหายใจยาวลึกสม่ำเสมอชวินทร์ยังอยู่บนหมอน ตาหลับสนิท เนตรายกมือไขว้กันปิดหน้าอก มองเขาสลับตัวเอง
ใจเย็นๆ เธอบอกตัวเองสมองค่อยเรียบเรียงเหตุการณ์ เมื่อคืนเขาและเธอทานมื้อค่ำด้วยกัน ชวินทร์เมามาส่งที่หน้าห้อง แล้วก็จูบ จากนั้นเธอกับเขาก็...
เนตราหน้าแดงจัดเธอปล่อยให้มันเกิดขึ้นได้อย่างไร ทั้งที่ตัวเองเป็คนตั้งป้อมกับเขาก่อนแท้ๆ
“นอนต่ออีกหน่อยก็ได้ ยังเช้าอยู่เลย”
ชวินทร์งึมงำทั้งตาหลับ แต่มือไขว่คว้าดึงคนตื่นเร็วกว่ามานอนแนบอก
“ไม่เอา ปล่อยฉันสิโน้ต”
พยายามฝืนขัดขืนตัว แต่เขาแรงเยอะเหลือเกินขนาดหลับอยู่นะนี่
“ดาวก็อย่าดิ้นสิ”
“ใครจะไปหลับต่อลงล่ะจำได้ไหมอะไรเกิดขึ้นเมื่อคืนนี้”
เธอท้วง ซึ่งเสียงอาจแรงไปหน่อยจนชวินทร์ลืมตามองเธอนิ่ง
“ที่เรามีอะไรกันน่ะเหรอ”
แม้ครั้งแรกเคยมีแล้วและนี่อาจเป็ครั้งที่สอง ...อย่างน้อยที่จำได้ขณะนี้ เนตราก็ยังเขินทั้งผลักทั้งดันอกคู่กรณีให้ห่าง
“ดาวใจร้าย ได้ผมแล้วจะชิ่ง”
ชวินทร์ตัดพ้อ ขยับวงแขนแน่นขึ้นทำให้อกเธอเบียดกับเขาโดยปริยาย ปลายถันครูดเนื้อแน่นหนั่น เสียวสาบทั่วท้องน้อย
“นายเมา”
“บอกให้เรียกโน้ต ดาวไม่จำเลยคนดื้อต้องโดนลงโทษนะ”
เขาศีรษะลงต่ำ ฉกวูบจุมพิตบางปาก เนตราตาโตตัวแข็งทื่อ ชวินทร์ไม่เพียงจูบเท่านั้น เขายังทักทายรับอรุณด้วยลิ้นอุ่นนุ่มขโมยลมหายใจเธออีกครา
“อื้อ!”
หญิงสาวประท้วง ต่อต้านการรุกรานเต็มที่เท่าที่แรงมีแต่ชวินทร์เหลือร้าย พอเนตราใช้ฟันงับ เขาก็รีบถอนริมฝีปากออกเปลี่ยนมาลิ้มชิมรสแก้มแดงปลั่ง
“ไม่เอา ปล่อยฉันได้แล้ว”
แม้พยายามเบี่ยงหลบเลี่ยงยังมิวายผิวถูกจมูกโด่งดอมดม เนตรารู้สึกตัวเองเป็ลูกไก่ในกำมือเขา ยิ่งขยับหนีเขายิ่งกระชับให้กลับมาแนบชิด มือพยายามปัดป้อง แต่ชวินทร์ก็แทะเล็มทุกสัดส่วน
“ปล่อยฉันเถอะโน้ต”
เ้าของชื่อยิ้มพึงใจ คลายวงแขนออกเนตราเด้งลงมาข้างเตียง สองมือดึงผ้าห่มปิดกายเป็ผลให้เห็นร่างเปลือยโล่งโจ้งของเ้าของบ้าน
“ออกไปก่อน”
คนอายหลับตาปี๋ ขณะอีกฝ่ายแกล้งหาวหวอดบิดี้เีทั้งยังโป๊
“อะไรกัน ได้เราแล้วก็ไล่ น้อยใจนะเนี่ย”
ชวินทร์เสียงรื่นไม่มีแววเลย ความน้อยใจที่เ้าตัวว่า
“ออกไปก่อน ให้ฉันจัดการกับตัวเองก่อนแล้วไปเจอกันข้างล่าง”
เนตราหยีตาส่องเขาจากง่ามนิ้วมือ เท้าก็ขยับพยายามให้ห่างเตียงมากที่สุด
“โอเคๆ งั้นเดี๋ยวเจอกันข้างล่างนะ”
ชวินทร์ยักไหล่ เปิดประตูเดินตัวเปล่าออกไปเนตราหมดแรงทรุดตัวลงกับพื้น โอเคๆ เมื่อคืนไม่มีใครบังคับเขาและเธอสมยอมกันทั้งคู่ ชวินทร์เป็ฝ่ายจู่โจมก่อนด้วยซ้ำแถมเช้านี้เขายังทำตัวสบายๆ เหมือนเหตุการณ์นี้เกิดขึ้นซ้ำกันหลายต่อหลายครั้งแล้ว
หรือจะจริงอย่างที่เขาพูดเธอกับเขาเป็แฟนกัน แล้วผู้ชายที่ฝันถึงล่ะ คนที่เธอเรียกเขาว่าพี่ ...แหวนและความตะขิดตะขวงในใจ เนตราหน้าเผือดเมื่อไพล่ไปถึงบางอย่างที่เป็วงๆ
ชวินทร์ผิวปากขณะเดินลงบันไดสู่ห้องนั่งเล่นผิดกับเนตราที่เดินวนกลับไปมาเป็หนูติดจั่น
“เวียนหัวไหมนั่น”
เธอสวมเสื้อยืดพอดีตัวกับกางเกงยีนขายาวผมที่เคยสยายเมื่อคืนกลับรวบตึงไว้
“พาฉันไปซื้อของที”
ชวินทร์เลิกคิ้ว
“เราต้องป้องกันเมื่อคืนนายไม่ได้สวมถุงยางใช่ไหม”
เนตราส่งเสียงที่ดังกว่ากระซิบนิดหน่อยเขาลืมข้อนี้ไปเหมือนกัน
“พาฉันไปร้านยาที่ใกล้ที่สุด”
แม้จะพลาดกับเขาแต่เธอจะไม่พลาดให้เด็กเกิดขึ้นมาเพราะสถานการณ์นี้หรอก
“กินข้าวเช้าก่อนค่อยไป”
ชวินทร์หันหลังมุ่งไปห้องอาหาร
“ฉันกินไม่ลง รีบพาไปเถอะนายคงไม่อยากมีเด็กตอนนี้หรอกใช่ไหม”
“เดี๋ยวพาไป กินข้าวก่อน”
เขานั่งลงบนเก้าอี้ เธอยังยืนอยู่ที่เดิมคนของเขาอยู่เยื้องโต๊ะไป รีๆ รอๆ ว่าจะเสริ์ฟอาหารดีหรือไม่เนื่องจากยังไม่ครบองค์ประชุม
“ดาวมากินข้าว”
“ฉันไม่หิว นายกินเถอะฉันจะนั่งรออยู่ตรงนี้”
เธอกลับไปนั่งบนโซฟายาวในห้องรับแขกมือประสานกัน นิ้วบีบแน่นจนเห็นข้อขาว เวลาแต่ละวินาทีผ่านไปเชื่องช้าเหลือเกิน
“เราจะไม่ไปไหนทั้งนั้นถ้าคุณไม่มากินข้าว”
เขาบอกเธอด้วยเสียงทุ้มลึก
“หรืออยากให้ผมลงโทษคุณที่ดื้อเหมือนตอนอยู่ข้างบน”
แม้นั่งห่างกันคนละห้องเนตรายังจับได้ถึงความมาคุ ชวินทร์ไม่ได้พูดเล่นๆ เหมือนตอนบนเตียง
“ดาว...”
เขาเรียกเธอราวผู้ใหญ่เรียกเด็ก ไร้การตอบรับเนตรายังนั่งนิ่ง
คนของเขามองหน้าเ้านายกับแขกเลิ่กลั่กอาหารในถาดชักจะทำพิษ มันหนักขึ้นเรื่อยๆ าประสาทดำเนินไปอีกสามนาทีชวินทร์ก็หมดความอดทน ลุกเดินดุ่มมาตรงหน้าเธอ
“กินข้าว”
เขาคว้าข้อมือดึงไปทางห้องอาหาร
“บอกแล้วไงว่าฉันไม่หิว”
เนตราพยายามแกะมือที่แข็งปานคีมเหล็กออกหนักๆ เข้าก็ทุบเอาเสียเลย
“ปล่อยฉัน”
คราวนี้ไม่ใช่แค่มือชวินทร์ยกตัวเธอขึ้นพาดบ่า ท่ามกลางเสียงโวยร้องหาอิสระเขาวางเธอลงบนเก้าอี้ตัวข้างเขาดังตุบ
เนตราเด้งตัวลุกจะขยับหนีเขารวบมือเธอไว้ด้วยกัน กดมันไว้ที่หัวเข่า ทำให้เธอลุกไม่ได้เนตราอ้าปากจะประท้วง ชวินทร์พยักหน้าให้คนของเขาวางอาหารลงบนโต๊ะมื้อเช้าวันนี้เป็ข้าวต้มทะเล
“ถ้าดาวไม่กิน ผมจะไม่พาไปไหนทั้งนั้น”ตาคมมีแสงแววโรจน์
“จะกินดีๆ หรือให้ผมป้อน”
ชวินทร์ตักปลาหมึกหั่นแว่นจากชามข้าวต้มเธอมาจ่อปากกลิ่นกระเทียมเจียวลอยวนใต้จมูก น้ำลายเธอเริ่มสอ
“งั้นก็กินคำใหญ่ๆ เลย”
ช้อนข้าวต้มพูนแตะริมฝีปากชวินทร์เตรียมจะทำตามที่พูด
“ฉันกินเองได้ ปล่อยซะที”
นั่นแหละเขาจึงมอบอิสระคืนแก่เธอ
“ดีมาก”
เธอชักเกลียดรอยยิ้มแบบนี้ของเขาเสียแล้วสิ
“แล้วกินยาซะ ผมถึงจะพาไปที่ๆ คุณอยากไป”
เนตราทานอาหารเช้าแบบเสียไม่ได้หนักไปทางใช้ช้อนคนเล่นมากกว่าส่วนชวินทร์ตักอาหารเข้าปากอย่างสบายอารมณ์พลางอ่านข่าวในไอแพด
“ฉันอิ่มแล้ว”
เธอวางช้อนยกน้ำขึ้นจิบ
“งั้นไปกินยา เราจะไปกันในอีกสิบนาที”
รถคันงามของชวินทร์แล่นปรูดปราดบนถนนเลียบชายหาดดวงอาทิตย์กลมโตยังทอแสงอ่อน ลมรำเพยพัดกลิ่นอายทะเลสดชื่น
ในใจเนตราร้อนรนไม่อนาทรต่อบรรยากาศยามเช้าดีๆ เธอมองออกไปนอกกระจกหวังจะได้เจอร้านยาโดยเร็ว
“ลองไปตลาดสดดู ที่นั่นเปิดเช้า น่าจะมีร้านยาอยู่ด้วย”
เธอเห็นอยู่ร้านหนึ่ง แต่ประตูเหล็กปิดไว้อันเป็สัญญาณว่ายังไม่เปิด
ชวินทร์พารถแล่นเข้าสู่ถนนอีกเส้นมีรถทะเบียนประจวบคีรีขันธ์วิ่งสวนมาหลายคัน ผู้คนเริ่มเยอะขึ้นจนเห็นรถมอเตอร์ไซด์จอดเรียงกันข้างทางเดิน
มีคนถือถุงพลาสติกใส่ผักบ้างอาหารทะเลบ้างเดินขวักไขว่อยู่ข้างหน้าเนตราเห็นป้ายกางเขนสีเขียวหน้าร้านหนึ่งบริเวณตึกแถวข้างตลาด
“ตรงนั้นไง”
เธอชี้ใจค่อยโล่งหน่อยที่ร้านห้อยป้ายว่าเปิด
“อย่าเพิ่งะโลงจากรถล่ะให้ผมวนหาที่จอดก่อน”
เนตราค้อน นี่ชวินทร์คิดว่าเธอเป็คนยังไงเื่พื้นฐานความปลอดภัยง่ายๆ แบบนี้เธอรู้หรอกน่า
“ซื้อยาคุมฉุกเฉินค่ะ”
เภสัชกรสาวใหญ่หน้านิ่งหันหลังไปหยิบยามายื่นให้
“หกสิบบาทค่ะ รับอะไรคะคุณ”
เธอถามด้วยเห็นชวินทร์เพิ่งผลักประตูตามหลังเข้ามา
“มาด้วยกันครับ”
เขาบุ้ยปากไปทางเนตรา
“ต้องกินภายในเจ็ดสิบสองชั่วโมงหลังมีอะไรกันนะคะยาถึงจะมีประสิทธิภาพดีที่สุด”
เธอก้มหน้าหงุดมองยาไม่กล้าสบสายตาใครเลย
“รับยาคุมไปด้วยไหมคะ”
ชวินทร์พยักหน้าหยิบกระเป๋าควักธนบัตรมาจ่ายเงิน
“ยาคุมฉุกเฉินกินสองเม็ดทีเดียวเลยกันลืมนะคะ”
เธอออกจากร้านนำหน้าเขาไปไกลแต่ชวินทร์ก็เร่งฝีเท้าให้เร็วพอจะมาเดินเคียงได้ เขายื่นขวดน้ำให้ไม่มีใครพูดอะไรกัน เธอเข้านั่งในรถ แกะยา เอาเข้าปาก แล้วดื่มน้ำตาม
“คนขายบอกมันมีผลข้างเคียง อาจคลื่นไส้ปวดหัว”
เนตราไม่ตอบ หลับตาลง จิตจดจ่อกับยาติดตามการเคลื่อนที่ของมันั้แ่ลำคอลงสู่กระเพาะ
“ถ้าดาวสบายใจแล้ว เราขับรถเล่นกันนะ”
“พาฉันกลับบ้านเถอะ”
“ยังเช้าอยู่ อุตส่าห์ออกมาแล้วทั้งที”
ชวินทร์ทำน้ำเสียงเสียดายไม่ได้สำนึกผิดเลยว่าตนเองเป็ต้นเหตุให้ต้องมาร้านยาั้แ่เช้า
“ฉันปวดหัว อยากนอนพัก”
เธอโกหก ตายังหลับอยู่ รถเคลื่อนออกและแล่นไปช้าๆลมเย็นจากเครื่องปรับอากาศรถช่วยให้เธอรู้สึกดี ชวินทร์ไม่พูดอะไรให้เสียอารมณ์เนตราจึงรู้สึกสงบตกอยู่ในภวังค์จวนจะเคลิ้มหลับไป
รถหยุดลงพร้อมกับตาเธอที่ลืมขึ้นชวินทร์ไม่ได้พามาที่บ้าน แต่เป็บ้านสีขาวประตูกระจกหลังหนึ่งระหว่างทางเดินจากลานจอดรถไปตัวบ้าน มีซุ้มเฟื่องฟ้าชมพูสดปลิวล้อลมไสว
“แวะกินกาแฟกันก่อน”
“ฉันจะรออยู่ที่รถ”
“ไม่เอาน่าดาว อย่าดื้อ”
ชวินทร์ใช้เสียงแบบผู้ใหญ่ใช้กับเด็ก
“ฉันไม่อยากดื่มกาแฟ อยากกลับบา...”
พูดไม่ทันจบประโยคริมฝีปากเนตราก็ถูกโดยเขา เธอกำหมัดทุบอกเขาประท้วงแต่กายเขาทำจากหินหรือไร ไม่สะทกสะท้านเอาเสียเลย
มือชวินทร์ยกขึ้นประคองท้ายทอยเธอไว้มั่นปิดทางหนีเธอ เขาลงโทษโดยทำให้เธอเกือบหมดลมหายใจจากรสจูบที่ล้วงลึกแทรกไปทุกอณูในเรียวปาก
“จะเดินไปกับผมดีๆ หรือจะให้อุ้มไป”
เขากระซิบเนตรารู้สึกผิวร้อน กล้ามเนื้อบนใบหน้าเต้นตุบตับ
“นายเผด็จการ ชอบบังคับคนเป็แฟนกันเขาทำยังงี้เหรอ”
“ดาวทำตัวไม่มีเหตุผลผมเลยต้องจัดการในวิธีของผม”
“นายทำงี้กับฉันตลอดใช่ไหม”
“บางทีผมก็อยากจับคุณมาตีก้น ให้หายดื้อนัก”ชวินทร์เข่นเขี้ยว
“นายมันบ้า”
“จะยิ่งบ้าขึ้นอีกนะ ถ้าดาวไม่ยอมสงบลง”
ทั้งแววตาทั้งท่าทาง เธอรู้สึกว่าชวินทร์ไม่ได้พูดเล่น
“ลงจากรถ ไปกับผมดีๆ ซะ ผมตามใจดาวแล้วต่อไปดาวต้องตามใจผมบ้าง”
“ก็ได้ ปล่อยก่อนสิ”
เขาทำตามเธอขอเนตราจึงยอมออกจากรถเดินไปกับเขาแต่โดยดีร้านกาแฟมีคนอยู่พอประมาณทั้งลานล้อมด้วยสวนสวยหน้าร้านและบริเวณภายในห้องปรับอากาศเย็นฉ่ำ
ชวินทร์สั่งคาปูชิโน่เย็นของตนเองและสั่งชาไทยเย็นให้เธอ ระหว่างรอรับกาแฟเนตราเห็นประตูเชื่อมไปยังร้านขายของที่ระลึก
คิวกาแฟยาวพอตัวอยู่เธอจึงแก้เบื่อด้วยการเดินไปดูของในร้านขายของที่ระลึก ตาสะดุดกับแหวนประดับมุกในกระบะแล้วสมองก็ฉายภาพเมื่อเช้า ผู้ชายที่ซื้อแหวนให้เธอ
“อยากได้เหรอ”
ชวินทร์ที่เบื่อรอคิวแล้วเช่นกันตามเข้ามา
“นายเห็นแหวนฉันไหม แหวนทองเกลี้ยงๆ”
“ผมไม่เห็นของอย่างนั้น ทำไมเหรอ”
ปลายเสียงเข้มโดยไม่รู้ตัว
“มันเป็ของฉันน่ะสิ ปรกติจะใส่ไว้ในสร้อยคอแต่ไม่รู้หายไปไหน”
“เดี๋ยวผมซื้อให้ใหม่”
“แต่มันของที่ได้รับจาก...”
ชื่อใครบางคนติดอยู่ที่ริมฝีปากใครบางคนที่เธอเรียกเขาว่า ‘พี่’
“ผมไม่เคยให้ของอย่างนั้น แต่จะให้ที่ดีกว่า”
มีไฟลุกโชนในดวงตาคู่นั้นบ่งบอกว่าเ้าตัวกำลังอารมณ์ขึ้น
“กาแฟน่ะ ได้แล้วมั้ง”
เนตราพยักหน้าไปทางอีกร้านชวินทร์จับมือเธอกุมและพาเดินออกไป