แสงกลับมาถึงเมืองปางด้วยสีผมและทรงผมที่เปลี่ยนไปของเขา พร้อมกับสไตล์การแต่งตัวที่มิดชิดและหน้ากากอนามัย ซึ่งเพียงพอที่จะทำให้คนส่วนใหญ่จำเขาไม่ได้ แม้การเดินทางไปต่างจังหวัดออกจากเมืองหลวงจะมีการตรวจค้นตั้งด่านมากเป็พิเศษ แต่แสงมักใช้การไปรับงานขับรถบรรทุกส่งสินค้าในการข้ามเมือง เนื่องจากพวรถบรรทุกนั้นจะมีการจ่ายเงินเพื่อขนของเกินน้ำหนักที่กฎหมายกำหนด แม้ว่ามันจะเป็เื่ที่ผิดแต่เ้าหน้าที่ส่วนใหญ่ก็มักหลับตาข้างหนึ่งเพื่อรับผลประโยชน์ เพราะสินบนพวกนี้แสงจึงมักได้รับการตรวจค้นแบบพอเป็พิธี และในบางครั้งเขาก็แทบไม่ต้องถูกตรวจค้นแล้วขับผ่านไปได้เลย สำหรับแสงที่เคยเป็ตำรวจเขาเกลียดการรับสินบนของเพื่อนร่วมงานเขามาก แต่น่าขำที่เขากลับได้ประโยชน์จากคนรับสินบนในเวลาที่เขาพยายามปกปิดตัวตนแบบนี้
ในที่สุดแสงก็มาถึงเมืองปาง เขาแวะส่งของนิดหน่อยก่อนขับไปหาชาติ
"ไงชาติ ได้ของที่ให้เตรียมไว้ไหม" แสงเดินเข้าไปในตึกเช่าแห่งหนึ่งพร้อมกับคุยกับเพื่อน
"เจอหน้ากันก็ทวงงานกันเลยรึไง" ชาติตอบกลับ ก่อนจะยื่นแฟ้มบางๆ แฟ้มหนึ่งให้แสง
"หาได้แค่สามคนเหรอ" แสงเปิดดูพร้อมกับเริ่มถาม
"เท่าที่ไว้ใจได้นะ แถมมีประวัติเคยเข้าไปเล่นในบ่อนพนันนานๆ ครั้ง" ชาติตอบ
"แล้ว่ที่ผ่านมาได้ให้เงินพวกมันไปทำตามแผนไหม" แสงถาม
"ก็คำขอของแกมันค่อนข้างกะทันหันนะ ตอนนี้ฉันให้พวกมันไปสัปดาห์ละครั้ง" ชาติตอบ
"แบบนั้นก็ดี ค่อยๆ ทำไป ฉันคงต้องหลบอยู่ที่นี่อีกสองสามเดือนแน่ๆ กว่าจะทำให้แผนสำเร็จ" แสงพูด
"จะดีเหรอที่จะทิ้งไอ้เด็กนั่นไว้เป็เดือนๆ" ชาติถาม
"ก็น่าห่วงไม่น้อยไม่รู้ว่าเด็กนั่นจะไปหาเื่อะไรใส่ตัวรึเปล่า แต่อย่างน้อยๆ ทไวท์อยู่ที่นั่นก็คงพอช่วยอะไรได้บ้าง" แสงตอบ
"นั่นสินะ เราก็ต้องค่อยๆ ใช้เวลาเพิ่มความถี่ให้พวกนั้นไปบ่อนบ่อยขึ้นเรื่อยๆ แผนจะสำเร็จเมื่อไหร่ก็ไม่รู้" ชาติพูด
"เฮ้อ ช่วยหาคนไปส่งรถขนส่งให้ฉันทีสิ ถ้าปล่อยมันไว้ที่เมืองนี้นานไปมันน่าสงสัย" แสงหันไปขอชาติ
"เื่นั้นไม่ได้ยากหรอก แล้วระหว่างนี้นายจะทำอะไร" ชาติถาม
"มีครัวไหม นายไปตลาดซื้อผักให้ฉันหน่อยสิ" แสงพูด
"นี่นายเห็นเพื่อนตัวเองเป็ตัวอะไรกันแน่เนี่ย" ชาติพูดด้วยความเหนื่อยใจ
ร้านเหล้าทไวท์
หลังจากที่ทไวท์เขาให้คนไปสืบหาว่าใครเป็คนปล่อยยาเสพติดในเมืองนี้ก็ผ่านไปแล้วสามสี่วัน อีกไม่นานเขาคงได้อะไรกลับมาบ้าง วันนี้หมอกก็มาที่ร้านด้วย
"นี่ไม่ใช่ที่สำหรับเด็กนะ" ทไวท์หันไปบ่นใส่หมอก
"ไม่เอานะ วันนี้ฉันได้พักจากการไปฝึกมานะ พี่จะมาบ่นใส่ฉันทำไม" หมอกตอบกลับไป
"อย่ามาพูดกลบเกลื่อน คิดเหรอว่าฉันไม่รู้ว่านายมาหาฉันทำไม" ทไวท์พูดแต่มือเขาแทบไม่ได้หยุดพักในการชงเครื่องดื่ม
"แสดงว่าเื่ที่ลุงฝากให้จัดการคืบหน้าแล้วเหรอ" หมอกถามถึงความคืบหน้าของเื่ยาเสพติด
"ฉันไม่บอกนายหรอก คิดเหรอว่าฉันจะให้นายไปยุ่งกับเื่พวกนั้น" ทไวท์ตอบกลับ
เพล้ง!! เสียงแก้วตกแตกพร้อมกับเสียงเอะอะโวยวายดังขึ้นจากโต๊ะของลูกค้ากลุ่มหนึ่งที่มีคนนั่งอยู่สามคน
"อย่าทำเป็เล่นตัวเลยนะ นางนี่แค่ถามว่าเท่าไหร่จะโกรธอะไรหนักหนา" คนหนึ่งในกลุ่มนั้นเริ่มคุยเสียงดัง
"ไอ้เวรนี่ ถ้าเมาแล้วก็กลับบ้านไปซะ อย่ามากัดคนไปทั่ว" สาเริ่มพูดด้วยความโกรธ
"นี่มึงหาว่าพวกกูเป็หมาเหรอ มึงกล้าด่าลูกค้าแบบนี้เหรอวะ" คนในกลุ่มเริ่มะโเสียงดังขึ้นด้วยเหมือนกัน
"..." สาพยายามกดความโกรธเอาไว้ก่อนจะพยายามเดินออกจากตรงนั้น
"เดี๋ยว แก้วแตกแล้วเห็นไหมไปเอามาเปลี่ยน" คนในกลุ่มที่ทำตัวเหมือนเป็หัวหน้ากลุ่มคว้าแขนของสาเอาไว้
"เดี๋ยวฉันให้คนอื่นมาเปลี่ยนให้" สาตอบกลับพร้อมกับสะบัดแขนทิ้ง
"ฮ่า ฮ่า ก็ฟังภาษาคนรู้เื่นี่หว่า เพียะ!!" ไอ้หัวหน้ากลุ่มพูดจบพร้อมกับใช้มือตบสะโพกของสาจนมีเสียงดัง
"ไอ้เวรนี้" สาที่หันไปหมายจะซัดหน้าอีกฝ่ายด้วยหมัด ก็ถูกจับข้อมือหยุดเอาไว้ก่อน ก่อนที่เธอจะหันมาเจอทไวท์ ทไวท์ส่ายหน้าให้เธอเล็กน้อยก่อนที่เขาจะทำหน้ายิ้มให้อีกฝ่ายพร้อมกับวางแก้วใบใหม่และเก็บกวาดเศษแก้วบนโต๊ะจนเสร็จ หมอกใมากเขารู้ดีว่าทไวท์กับลุงของเขาไม่ธรรมดา แต่เขาไม่รู้ตัวเลยว่าทไวท์หายจากข้างเขาไปโผล่ที่จุดที่สายืนอยู่ได้ยังไง
"ต้องขอโทษแทนพนักงานของเราด้วยนะครับ ผมเปลี่ยนให้คุณลูกค้าเรียบร้อยแล้วนะครับ" ทไวท์ยังยิ้มและพูดอย่างใจเย็น
"ฮ่ะ ฮ่ะ ฮ่า ฮ่า" ทุกคนในโต๊ะหัวเราะก่อนที่เ้าคนที่เป็หัวหน้าจะหยิบเอาแก้วที่มีเหล้าใบใหม่ที่ทไวท์เพิ่งเสิร์ฟให้ ลุกขึ้นก่อนจะเทเหล้าใส่หัวของทไวท์ หมอกถึงกับเกือบพุ่งตัวเข้าไปซัดหน้าคนที่ทำแบบนั้น แต่เขาไม่เข้าใจว่าทไวท์จะทนทำไม
"ทำไม ไอ้ไก่อ่อน ถ้ามีปัญหาก็ลองสู้หน่อยสิวะ" แม้คนที่เป็หัวหน้าจะท้าทายทไวท์
"ฮ่ะ ฮ่า คุณลูกค้ามีอารมณ์ขันจังนะครับ แต่แก้วเมื่อกี้ผมคงต้องคิดราคาตามปกตินะครับ ถึงคุณลูกค้าจะไม่ได้กิน" ทไวท์พูด
"ไอ้เวรนี้" หัวหน้ากลุ่มคว้าคอเสื้อของทไวท์ แต่เขากลับรู้สึกเหมือนมีมีดจ่ออยู่ที่คอ แถมคนในร้านก็เริ่มมองพวกเขาด้วยสายตาที่ไม่สบอารมณ์ เขาคิดว่าสถานการณ์คงเริ่มไม่ดีแล้ว ยังไงก็ตามเขาแค่อยากก่อกวนร้านเล็กน้อยเท่านั้น เขาผลักทไวท์ออกไปเล็กน้อย ก่อนจะะโว่า "ร้านที่บริการห่วยๆ แบบนี้จะจ่ายเงินทำไม กลับกันเถอะเสียอารมณ์ว่ะ" ก่อนที่คนในโต๊ะจะลุกขึ้นพร้อมกันก่อนเดินออกจากร้านไปโดยที่ไม่จ่ายเงินและไม่สนสายตาของคนในร้าน หลังจากนั้นก็มีชายตัวใหญ่กับชายตัวเล็กเดินออกจากร้านตามไปก่อนจะหันมาะโว่า "ค่าเหล้าอยู่บนโต๊ะนะเถ้าแก่"
"ฉันเอาอยู่" สาพูด
"ฉันรู้ เก็บโต๊ะเถอะเรายังมีลูกค้าอีกหลายคน" ทไวท์ตอบกลับ
กลุ่มคนที่เพิ่งไปป่วนร้านทไวท์มา พวกเขาขับรถมาโกดังเก่าๆ โกดังหนึ่ง ในโกดังนี้เป็โกดังที่มีคนคอยยืนตรวจทางเข้าออก ในโกดังเต็มไปด้วยคนสิบกว่าคน มีทั้งคนที่ถืออาวุธ คนที่กำลังเอายาเสพติดใส่ซอง และคนที่กำลังผลิตยา พวกเขาเดินเข้าไปหาชายวัยกลางคนคนหนึ่ง เขานั่งสูบบุหรี่พร้อมกับนับเงินแบ่งเป็ก้อนๆ
"เป็ไงบ้าง" ชายนั่งสูบบุหรี่ถามในขณะที่เขายังนับเงินอยู่
"มันไม่ตอบโต้อะไรเลยครับ มันอาจไม่เกี่ยวกับที่่นี้มีคนมาคอยตามเราก็ได้ครับ" คนที่ไปก่อกวนร้านทไวท์พูด
"มันอาจแค่ยังไม่อยากเผยเขี้ยวเล็บก็ได้" คนสูบบุหรี่ยังนับเงินอย่างไม่ทุกข์ร้อน
"แล้วถ้าคนที่ตามเราเป็ตำรวจล่ะครับลูกพี่" คนที่ไปก่อกวนร้านทไวท์ถาม
"ถ้าเป็ตำรวจเดี๋ยวมันสืบว่าเราเป็ใคร เดี๋ยวมันก็เลิกไปเอง ถ้ามันไม่เลิกจัดการกับพวกมันก็ไม่ได้ยากขนาดนั้น ปัญหาคือพวกต่างถิ่นที่มันมาป้วนเปี้ยนเรานั่นแหละที่น่ารำคาญ ถ้ามันมาหาเงินในถิ่นเราก็หมายความว่าเราจะหาเงินได้น้อยลง แล้วถ้าเราหาเงินได้น้อยลง นั่นแหละพวกตำรวจมันถึงจะเป็ปัญหา" คนที่เป็ลูกพี่พูด
"เข้าใจแล้วครับลูกพี่" หัวหน้าคนที่ไปก่อกวนร้านทไวท์ตอบรับ
"ปล่อยไปก่อนอีกสักวันสองวันค่อยไปลองก่อกวนมันใหม่ ถ้าทำสักเดือนสองเดือนแล้วไม่มีอะไรค่อยปล่อยมันไป" คนที่เป็ลูกพี่หันมาสั่งก่อนที่เขาจะจัดเงินใส่ตู้เซฟ
หลังจากนั้นก็ผ่านไปเกือบสี่สัปดาห์ ทไวท์ก็โดนก่อกวนอีกหลายครั้ง บางวันก็มาถึงสองสามครั้ง ลูกค้าทั่วไปก็เริ่มหายจากร้านใน่นี้เพราะไม่้าเจอการก่อกวน แต่ทไวท์กลับไม่ยอมทำอะไรตอบกลับเลยสักครั้ง จนหมอกทนไม่ไหววันนี้เขาเลยมาหาทไวท์
"ทไวท์ พอเถอะนะ นายจะยอมแบบนี้ไปอีกนานแค่ไหน" หมอกเข้ามาโวยวายใส่ทไวท์
"หนวกหูน่า นี่ไม่ใช่เื่ที่เด็กอย่างนายจะมายุ่งนะ" ทไวท์ตอบกลับพร้อมกับลุกขึ้นบิดี้เีจากโซฟา
"ไม่เอาน่าทไวท์ นายจะรอให้พี่สาโดนลูกหลงเข้าในสักวันรึไง อย่าทำเป็ตัวเองสู้ไม่ได้หน่อยเลยนะ" หมอกพยายามพูด
"ยายสาอะนะ มีแต่ฉันต้องจ่ายค่ารักษาพยาบาลให้คนที่มาหาเื่เธอน่ะสิไม่ว่า ฮ่า ฮ่า" ทไวท์หัวเราะกลบเกลื่อน
"นายเลิกแกล้งหมอกได้แล้วนะมีอะไรก็บอกเด็กมันไปเถอะ" สาพูดขึ้นในขณะที่เธอยังคงเตรียมร้านอยู่เหมือนเดิม
"นั่นไง นายวางแผนไว้อยู่แล้วใช่ไหม" หมอกถาม
"มันไม่ได้อยู่ที่ฉัน เวลาที่จะโต้กลับน่ะ" ทไวท์พูด ทันใดนั้น ก็มีคนสองคนเดินเข้ามาในร้าน คนหนึ่งเป็ชายตัวใหญ่ ส่วนอีกคนเป็ชายตัวเล็ก
"เราเตรียมพร้อมเสร็จแล้วครับบอส" ชายตัวใหญ่พูด
"นั่นไงเวลาโต้กลับที่พูดถึง" ทไวท์หันมาพูดกับหมอกเมื่อชายสองคนเดินเข้ามา
"ความหมายว่าไง" หมอกยังไม่เข้าใจกับสถานการณ์
"คืนนี้ฉันปิดร้านนะ ถ้าเกิดนายอยากเปลี่ยนบรรยากาศ จะตามพวกฉันไปเที่ยวก็ได้ แต่ภาพมันไม่ได้น่าดูหรอกนะ" ทไวท์พูด
โกดังเก่าที่เป็แหล่งผลิตยาเสพติด
วันนี้สำหรับพวกเขาก็เป็เพียงวันเงียบๆ แม้วันนี้พวกเขาจะรู้สึกเงียบผิดปกติ แต่ไม่ทันรู้ตัวอยู่ๆ ก็มีคนเดินมาล้อมโกดังพร้อมกันเกือบร้อยคน ทันใดนั้นคนที่เป็คนยืนเฝ้าโกดังก็ะโเรียกคนด้านในให้ออกมานอกโกดัง ทุกคนถ้าไม่ถือมีดเล่มใหญ่ ก็ถือไม้หรือไม่ก็กระบอง พวกเขาไม่ได้ใช้ปืนบางทีเขาคงไม่อยากให้มันมีเสียงดัง แต่ฝ่ายที่มาล้อมโกดังก็ไม่ได้มีคนที่ใช้ปืนเหมือนกัน คนที่เป็ลูกพี่เดินออกมาก่อนะโออกไป
"พวกแกเป็ใคร อยากบอกชื่อกันหน่อยไหม" คนที่เป็ลูกพี่ (คนคุมโกดัง) ะโขึ้น
"พอดีมีคนส่งคนไปเชิญที่ร้าน ก็เลยว่าจะแวะมาทักทายนะ" ทไวท์เดินออกมาพูดพร้อมกับหมอกและสาที่ยืนอยู่ด้านหลัง
"ว้าว เถ้าแก่ร้านเหล้านี่เอง ว่าแล้วเชียวว่าต้องเป็คนในโลกเดียวกัน" คนคุมโกดังพูด
"ก็ไม่ผิดซะทีเดียว" ทไวท์พูด
"แล้วทำไมถึงมาลงมือตอนนี้ล่ะ ปล่อยให้คนของฉันต้องไปแสดงละครตั้งนาน" คนคุมโกดังพูด
"ก็ไม่ทำไม มัวแต่จัดการกับปลาซิวปลาสร้อยมันน่ารำคาญ จะให้แน่ใจว่าเหยื่อตัวใหญ่เลยต้องใช้เวลาสักหน่อย" ทไวท์ตอบ
"เล็งตอนที่ฉันมาอยู่ที่โกดังแล้วเก็บกวาดทีเดียวสินะ ไม่โลภมากไปหน่อยเหรอ" คนคุมโกดังพูด
"ก็ไม่นะ โดยเฉพาะไอ้คนที่ยืนตรงนั้นนะ" ทไวท์ชี้ไปที่คนที่ลวนลามสา "หมอนั่นฉันอาจมีบัญชีให้คิดเยอะหน่อย แต่คนอื่นฉันก็ไม่ได้ใส่ใจขนาดนั้น" ทไวท์เน้นย้ำ
"เอาเถอะมาทำให้มันจบๆ ไป" คนคุมโกดังพูดจบเขาก็หายไปในโกดังก่อนที่จะมีคนออกมาจากโกดังเพิ่ม ทำให้ตอนนี้คนของฝ่ายโกดังมีมากกว่าคนของทไวท์ แต่ถึงแบบนั้นทั้งสองฝ่ายก็พุ่งเข้าใส่กันอยู่ดี
"ดูเหมือนจะเยอะกว่าที่คิดนะ บอส" ชายตัวใหญ่ที่ยืนอยู่กับพวกทไวท์พูดขึ้น
"นั่นสินะ ไอ้หมี ฉันให้นายอยู่ที่นี่แล้วกัน ส่วนไอ้นกฮูกแกไปกับพวกฉัน เราจะอ้อมไปด้านหลังกัน" ทไวท์สั่ง
"ได้ครับบอส / ได้ครับลูกพี่" ไอ้หมีกับไอ้นกฮูกชายตัวเล็กที่มักไปไหนมาไหนกับหมีตอบรับ หลังจากนั้นพวกเขาก็แยกย้าย
คนคุมโกดังสั่งให้เก็บกวาดเงินและยาจำนวนหนึ่ง พวกเขาจะหนีออกทางด้านหลัง ทันใดนั้นเขาสั่งให้ชายวัยกลางคนคนหนึ่งที่ดูเหมือนพ่อบ้าน ให้คอยปกป้องเขาและเงิน แต่พอเดินไปจะออกประตูหลังเพื่อไปขึ้นรถ เขากลับเจอเข้ากับพวกทไวท์ที่ยืนรออยู่
"ว่าไงเถ้าแก่ เจอกันอีกแล้วนะ" คนคุมโกดังพูด
"จะรีบไปไหนล่ะ ทั้งที่เป็คนเริ่มเื่ก่อนแท้ๆ" ทไวท์ตอบกลับ
"ก็ไม่จำเป็ต้องอยู่ดูชัยชนะ ที่แน่นอนอยู่แล้วนี่นา" คนคุมโกดังพูด
"ชัยชนะที่แน่นอนเหรอ น่าสนใจแต่ฉันชอบอยู่ซ้ำเติมคนแพ้มากกว่านะ นิสัยเสียสุดๆ ไปเลยว่าไหม" ทไวท์พูดจบเ้านกฮูกก็พุ่งเข้าไปแต่เขาต้องเจอเข้ากับชายวัยกลางคนที่แต่งตัวเหมือนพ่อบ้านมารับการโจมตีก่อนจะผลักเ้านกฮูกกลับไป
ทันใดนั้นสาพุ่งตัวเข้าไปลุยเดี่ยวกับเ้าพ่อบ้าน สาเร็วกว่าแต่เธอก็มีแรงที่น้อยกว่าอีกฝ่าย ส่วนฝ่ายพ่อบ้านก็ตั้งรับอย่างใจเย็น เ้านกฮูกเข้าไปช่วยด้วยอีกแรง แต่สถานการณ์แทบไม่ต่างจากเดิม หมอกที่กำลังจะเข้าไปช่วยแต่เขากลับถูกทไวท์ห้ามเอาไว้
"นายไม่ต้อง ยืนดูก็พอ การต่อสู้นี้มันยังเร็วไปสำหรับนาย" ทไวท์พูดกับหมอก
สากับเ้านกฮูกหยิบมีดสั้นขึ้นมาคนละสองเล่ม ส่วนเ้าพ่อบ้านเขาใส่ถุงมือหนังกับหยิบเอามีดออกมาเล่มหนึ่ง สากับเ้านกฮูกพุ่งเข้าไปพร้อมกันแต่ไม่ทันไรเ้านกฮูกก็โดนะโถีบใส่จนเขากระเด็นไปชนลังสินค้าจนสลบ สาพุ่งเข้าไปเฉือนแขนของเ้าพ่อบ้านได้หนึ่งข้างก่อนที่เธอจะตวัดหันหลังกลับด้านใช้มีดแทงเข้าลำตัว แต่เ้าพ่อบ้านใช้มือจับมีดเอาไว้ได้ ก่อนที่เขาจะใช้หัวโขกใส่จังๆ ก่อนที่เขาจะใช้มือทั้งสองข้างจับหัวของสากระแทกใส่เข่า สาล้มลงด้วยความเ็ปแต่พ่อบ้านก็โดนมีดแทงต้นขา่ที่เขาใช้เข่ากระแทกใส่สาเมื่อครู่นี้ พ่อบ้านดึงมีดออกก่อนที่เขาจะใช้มีดฉีกเสื้อนอกมาพันแผล สาลุกขึ้นส่ายหน้าเพื่อสลัดความมึนงงทิ้ง ตอนนี้ทั้งสองฝ่ายเหลือมีดคนละเล่ม สาพุ่งเข้าใส่หมายจะใช้มีดแทงอีกฝ่ายก่อนจะเปลี่ยนไปใช้ท่าเตะ เตะใส่มีดอีกฝ่ายจนมีดกระเด็นหลุดมือ สาะโถอยหลังวิ่งอ้อมไปด้านหลังจากฝั่งซ้ายที่อีกฝ่ายถูกแทงเข้าที่ขาซ้าย ทำให้ใช้ขาหมุนตัวไม่ถนัด สาะโพุ่งเข้าไปถีบก่อนจะตวัดกลับหลังเปลี่ยนเป็ลูกเตะ กำลังจะเตะเข้าหลังอีกฝ่าย ฝั่งพ่อบ้านแทนที่เขาจะหันตามสาแต่กลับหันไปฝั่งตรงข้ามด้วยขาข้างที่ไม่ได้รับาเ็จนแทบเป็วงกลมทำให้หลุดจากลูกเตะของสาได้ เขาพุ่งตัวเข้าไปคว้าคอสาจับกระแทกลงกับพื้น สาร้องออกมาด้วยความเ็ปครู่หนึ่งก่อนที่เธอจะใช้ขาทั้งสองข้างกดไหล่อีกฝ่ายเป็รูปกากบาทจนพ่อบ้านร้องออกมาด้วยความเ็ป ตอนนี้เป็การวัดความอดทนระหว่างไหล่ของพ่อบ้านกับคอของสาที่ถูกบีบอยู่ สาจะหมดลมหายใจก่อนหรืออีกฝ่ายจะเจ็บจนยอมปล่อยมือก่อน สุดท้ายสาเป็ฝ่ายชนะแม้จะเป็แบบนั้น แต่สาก็ดูไม่ค่อยพอใจนัก สาค่อยๆ ปล่อยอีกฝ่ายก่อนที่เธอจะลุกขึ้นยืน ปัง!! เสียงปืนดังขึ้นะุยิงเข้าขาของสา จนเธอล้มลง
"เล่นกันมาพอแล้ว" คนคุมโกดังพูด พร้อมกับหันปืนมาใส่ทไวท์
"นั่นสิ ่นี้ฉันก็หลับไม่พอซะด้วย" ทไวท์พูดพร้อมกับดันซองะุเข้าปืนขึ้นลำแล้วชี้อีกฝ่ายด้วยเหมือนกัน
"โทษที แต่ฉันพูดจริงวางปืนซะ" คนคุมโกดังพูด พร้อมหันปืนไปหาสา
"ไม่โรแมนติกเอาซะเลย" ทไวท์หันปืนขึ้นฟ้าพร้อมกับเอานิ้วออกจากไกปืน ค่อยๆ ทำท่าวางปืนลงกับพื้นก่อนจะหันปลายกระบอกปืนไปทางอีกฝ่ายเล็กน้อยก่อนที่ ปัง!! ะุจากปืนของทไวท์พุ่งออกไปใส่อีกฝ่ายจนปืนหลุดจากมือโดยที่นิ้วของทไวท์ไม่ได้ลั่นไกปืนด้วยซ้ำ
"ได้ยังไง นิ้วแกไม่ได้อยู่ในไกปืนนี่" คนคุมโกดังพูด
"Type 94 Nambu ปืนที่ญี่ปุ่นเคยใช้ใน่าจนได้ฉายาว่า surrender pistol เป็ปืนที่ไม่ผ่านกฎหมายความปลอดภัยของปืนสมัยใหม่ แต่มันก็เป็ปืนที่เหมาะกับคนแบบฉัน" ทไวท์พูดจบเขาก็ปลดซองะุออกพร้อมกับยิงะุที่ค้างในลังเพลิงทิ้ง โดยตั้งใจยิงขู่ไปบริเวณใกล้เคียงอีกฝ่าย
"ว่าแล้วเชียวนายมันคนนิสัยแย่ แย่จนเกินเยียวยาจริงๆ" สาพูดพร้อมกับเผยยิ้มออกมา
หลังจากนั้นไม่นานเ้าหมีก็บุกเข้าไปในโกดังจนได้ เขาเข้ามาพร้อมกับจับคนที่ไปป่วนร้านของทไวท์มาคุกเข่าหน้า รวมถึงคนที่ลวนลามสาก็ถูกจับมาด้วย ทไวท์เดินเข้าไปหาคนที่เคยลวนลามสาก่อนที่เขาจะถีบใส่หน้าอีกฝ่ายจังๆ
"อยากระบายแค้นใส่มันไหม" ทไวท์หันมาหาสา
"ยกให้เลย" สาพูดพร้อมกับหมอกที่เข้ามาประคองลุกขึ้นยืน
"นายโชคดีนะที่ยัยนั่นไม่จัดการเอง" ทไวท์ยิ้มก่อนที่จะระบายความโกรธใน่ที่ผ่านมาใส่
หลังจากนั้นพวกทไวท์จับทุกคนมัดทิ้งไว้ที่โกดัง พร้อมกับของกลาง เขาโทรแจ้งตำรวจให้มาที่เกิดเหตุ แถมยังปล่อยข่าวให้นักข่าวมารอทำข่าวด้วยว่าจับคนค้ายาเสพติดได้ แน่นอนว่าตอนนั้นพวกทไวท์คงไม่อยู่แล้วรวมถึงเงินทั้งหมดทไวท์ก็เก็บไว้เองทั้งหมด ส่วนพ่อบ้านทไวท์ค่อนข้างถูกใจในตัวเขาไม่น้อย เลยไม่ได้ส่งเข้าคุกเหมือนกับคนอื่นแต่ส่งไปให้หมอที่รู้จักรักษาอาการพร้อมกับสา ส่วนหมอกหลังจากที่เขาเห็นเหตุการณ์ทั้งหมดเขารู้ทันทีว่าเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นเมื่อคืนนั้นมันรุนแรงมากจะเกิดการเสียชีวิตก็ไม่แปลกเหตุผลที่ทไวท์ให้เขาตามไปเขาคงรู้ว่าครั้งนี้ไม่ได้มีอาวุธปืนเป็อาวุธหลักในการต่อสู้ แม้จะเป็แบบนั้นจากการต่อสู้ของสาหมอกรู้ทันทีว่าเขาคงไม่ต่างจากคนที่ชื่อนกฮูก บางทีอาจแย่ยิ่งกว่านั้น
"ทไวท์ พี่รู้ได้ไงว่าหัวหน้าของพวกมันจะมาวันนั้น แล้วหาที่นั่นเจอได้ยังไง" หมอกถาม
"นายจำวันแรกที่มีคนมาก่อกวนที่ร้านได้ใช่ไหม นั่นเป็เพราะพวกฉันเริ่มสืบที่ผลิตยา พอพวกมันเริ่มรู้ตัว พวกมันก็เลยส่งคนมาเช็คที่ร้านเพราะฉันเป็คนแปลกหน้าในเมืองที่มาเปิดร้านจะสงสัยก็ไม่แปลก พอมันมาก่อกวนฉันก็ส่งเ้าหมีกับเ้านกฮูกสะกดรอยตามไปจนเจอโกดัง" ทไวท์พูด
"แล้วอีกเื่ล่ะ" หมอกถามซ้ำ
"พวกมันต้องทำยาที่นั่นมันเลยต้องส่งทั้งสารเคมี น้ำดื่มและอาหารเข้าออกตลอด และเพราะเป็คนขี้ระวังตัวเลยชอบสั่งร้านเดิมซ้ำๆ ฉันเลยต้องส่งคนเข้าไปเป็ทั้งพนักงานส่งน้ำ และพนักงานส่งสารเคมี บวกกับการคอยสังเกตการเข้าออกของรถจากโกดังเก่า เพราะต้องค่อยๆ รวบรวมข้อมูลเลยต้องเสียเวลาเกือบเดือน แต่ที่ทนได้เพราะพวกนั้นก็ไม่ได้มั่นใจว่าเป็คนของเราก็เลยแค่ส่งคนมาก่อกวนเพื่อดูท่าที ถึงของในร้านจะเสียหายไปบ้างก็พอทนได้แหละ ถ้ามากกว่านั้นฉันก็อาจทนไม่ไหวเหมือนกัน"
มุมมองนักเขียน
นี่เป็อีกหนึ่งตอนที่ผมได้นำเสนอคาแรคเตอร์ของทไวท์ แน่นอนว่าผมชอบในคาแรคเตอร์ของเขามากๆ รวมถึงสาคนที่จะคอยอยู่เคียงข้างเขาด้วย ผมหวังว่าในอนาคตจะได้เขียนการต่อสู้ของแก๊งอาชญากรรมอีกในอนาคตและหวังว่าในอนาคตนั้นจะได้เขียนการต่อสู้ของแก๊งอาชญากรรมที่มีขนาดใหญ่และมีรายละเอียดให้ลงมากกว่านี้ เอาละครับตอนหน้าฝั่งแสงคงมีความคืบหน้าขึ้นมาบ้าง รออ่านกันได้ในตอนต่อไปนะครับ
ผมได้สร้างเพจทุกคนสามารถมาติดตามเพจ Facebook : K.tonsai ผมจะขอใช้เป็ช่องทางติดต่อสื่อสารและแจ้งรายละเอียดต่างๆ ทั้งความคืบหน้าของนิยายหรือการเปิดตัวของนิยายเื่ใหม่
https://www.facebook.com/profile.php?id=61555274791874