ซุนหลิงมัวแต่ตกตะลึงกับภาพตรงหน้า นางมองสตรีผู้ช่วยชีวิตด้วยแววตาสับสนระคนใด้วยเพราะสิ่งที่เห็นนั้นน่าเหลือเชื่ออย่างไม่สามารถหาเหตุผลมาอธิบายได้ แน่นอนว่านางเคยเห็นผู้เป็วรยุทธ์มาบ้าง แต่การเคลื่อนไหวเช่นนี้นางไม่เคยเห็นและไม่เคยแม้แต่จะได้ยินด้วยซ้ำ
ยิ่งการลงมือปลิดชีพโจรชั่วให้ตกตายโดยไม่กะพริบตาด้วยแล้ว ภายในใจของซุนหลิงยิ่งเกิดความกลัวขึ้นมาจนเผลอถอยหลังไปหลายก้าว กลับไม่รู้ตัวเลยว่าบัดนี้มีอันตรายอื่นกำลังเข้าใกล้ตัวนางแล้ว
ชายฉกรรจ์รู้ตัวว่าอย่างไรเขาก็ไม่อาจรอดจากเงื้อมมือสตรีประหลาดเป็แน่ ดังนั้นั้แ่ผลักลูกน้องไปหานาง ก็คิดไว้แล้วว่าจะจับซุนหลิงเป็ตัวประกันเอาไว้ และเขาก็ทำมันสำเร็จจนได้ เมื่อในตอนนี้ซุนหลิงอยู่ในมือของเขาแล้ว
“ลองเข้ามาสิ นางนี่ได้ตายแน่” เขาประกาศกร้าวในขณะที่จับตัวซุนหลิงเอาไว้ ทั้งยังใช้มีดจ่อไปที่ลำคอ
“ปล่อย...ปล่อยข้านะ” ซุนหลิงกลัวจับใจจนน้ำตาไหลออกมา สำนึกผิดแล้วที่นางนึกกลัวสตรีแปลกหน้าเมื่อครู่ ทั้งที่คนที่สมควรระวังมากที่สุดคือชายชั่วผู้นี้
ทันทีที่เห็นว่าอีกฝ่ายจับตัวหญิงสาวเป็ตัวประกัน นางผู้มาจากอีกโลกก็ไม่ได้เดือดเนื้อร้อนใจ ทำเพียงยืนมองด้วยสีหน้าเรียบเฉยเช่นเดิมก่อนจะพูดขึ้น “ฆ่านางสิ”
ชายฉกรรจ์ได้ยินดังนั้นก็รู้สึกเหนือความคาดหมายเป็อย่างมาก จึงถามขึ้นด้วยความสงสัย “เ้าตั้งใจช่วยแม่นางคนนี้ไม่ใช่หรือ” เขาหวังว่าจะเห็นร่องรอยบางอย่างในดวงตาคู่นั้น
แต่ไม่เลย ดวงตาของนางลุ่มลึกจนประเมินสิ่งใดไม่ได้ เขามองตามอากัปกิริยานั้นก็เห็นว่านางทำท่าทีสบายๆ และเดินไปยืนอิงที่ต้นไม้ต้นหนึ่งไม่ใกล้ไม่ไกลนัก แต่สายตาคู่นั้นก็ยังคงมองมาเช่นเดิม
“ข้าไม่ได้ช่วยนาง เ้าอยากฆ่าก็ฆ่าเสียเร็วๆ จะได้มีเวลามาเล่นกับข้าต่อ” น้ำเสียงเยียบเย็นเอ่ยอย่างไม่สะทกสะท้าน
เมื่อซุนหลิงได้ฟังดังนั้นก็ยิ่งกลัว เพราะรู้ดีว่าที่ชายชั่วผู้นี้จับนางเอาไว้ก็เพื่อใช้ต่อรองกับสตรีแปลกหน้าให้เขาได้รอดชีวิต กลับกลายเป็ว่าแม่นางผู้นั้นไม่สนใจนางด้วยซ้ำ
“ข้า...ข้าไม่เชื่อ” ประกายความกังวลเริ่มฉายชัดในดวงตาของเขา แม้ปากบอกไม่เชื่อแต่มือกลับเริ่มสั่นอย่างหวาดกลัว เพราะท่าทางไม่รู้ร้อนรู้หนาวของนางบ่งบอกว่าสิ่งที่พูดนั้นคือความจริง
และนั่นก็หมายความว่า ไม่ว่าเขาจะทำอย่างไรกับซุนหลิง เขาก็จะต้องตกตายอยู่ที่นี่อยู่ดี
ซุนหลิงเห็นว่าเขากำลังเกิดอาการสับสนจนละความสนใจจากนางไปชั่วขณะ นางจึงใช้โอกาสนี้กัดเข้าไปที่มือของเขาอย่างเต็มแรงและคว้ามีดเล่มนั้นมาไว้ในมือตน ก่อนจะหลุดออกจากการควบคุม
ชายฉกรรจ์ตื่นใเมื่อเห็นว่าซุนหลิงชี้มีดเล่มนั้นมาทางเขา ในขณะที่สตรีอีกนางยืนกอดอกพิงต้นไม้และลอบยิ้มที่มุมปาก
“คิดว่ามีมีดในมือแล้วเ้าจะเอาชนะข้าได้หรือ” เขาค่อยๆ ก้าวเข้าใกล้ซุนหลิงที่กำลังถือมีดชี้มาทางเขาด้วยมือสั่นๆ
“อย่า...อย่าเข้ามานะ” ซุนหลิงเอ่ยตะกุกตะกัก แต่เมื่อนึกถึงบิดาที่ตายไปด้วยน้ำมืออีกฝ่ายนางก็ยิ่งเคียดแค้นคนตรงหน้า นางกับบิดาไม่เคยรู้จักชายชั่วผู้นี้ ไม่เคยมีเื่บาดหมางด้วยซ้ำ แต่เพียงเพื่อ้าสนองตัณหากลับปลิดชีพบิดาของนางไปอย่างง่ายดาย
เมื่อความแค้นคับอกจนระบายออกมาไม่หมด ดังนั้นซุนหลิงจึงกำมีดเล่มนั้นในมือแน่นก่อนจะฟาดฟันไปเบื้องหน้าโดยมีเป้าหมายเป็ชายชั่ว ทว่าเขากลับหลบมันได้ทั้งหมด ซึ่งทั้งหมดนี้อยู่ในสายตาของสตรีผู้มาจากต่างมิติโดยตลอด
นางเริ่มขยับกายในท่าพิงต้นไม้มายืนตัวตรง อีกฝ่ายก็เหมือนนางในอดีตที่ไร้กำลังจะต่อต้าน แต่สิ่งที่แตกต่างอย่างเห็นได้ชัด นั่นคือในขณะที่อีกฝ่ายพยายามลุกขึ้นสู้ แต่นางในตอนนั้นกลับยอมศิโรราบอย่างโง่เขลา ช่างเป็เื่ที่น่าขันสิ้นดี
ในชั่วพริบตาเดียวขณะที่ชายฉกรรจ์กำลังพยายามหลบหลีกคมมีด สตรีที่เคยมองอยู่ไกลๆ ก็เข้าประชิดตัวของเขาโดยไม่รู้ตัว กว่าจะรู้ตัวอีกทีก็ถูกสกัดจุดทั่วร่างจนขยับเขยื้อนไม่ได้ ความชาหน่วงแล่นปราดไปทั่วร่างจนเข่าทรุดลงกระแทกพื้นในท่านั่ง
ซุนหลิงมองตัวต้นเหตุด้วยความใก่อนจะเริ่มเอ่ยเสียงสั่น “เ้า...ช่วยข้าหรือ”
“ข้าแค่ขัดใจ รู้ว่าสู้ไม่ได้ก็ยังดันทุรัง” นางตอบสั้นๆ
“หากไม่สู้ ข้าก็ต้องตายอยู่ดี” ซุนหลิงเอ่ยเสียงสั่น ทั้งตัวของนางสั่นไปหมดด้วยความกลัว ความโกรธ ความเคียดแค้น ทุกอย่างผสมปนเปไปหมด
ในขณะที่ทั้งสองพูดคุยกัน เสียงอู้อี้ในลำคอของคนที่คุกเข่ายังคงดังขึ้นอย่างต่อเนื่อง เขาขยับร่างกายไม่ได้แม้แต่จะส่งเสียงพูดยังไม่อาจทำได้ มีเพียงดวงตาที่กลอกมองสตรีทั้งสองสลับกันไปมา
“ข้าให้เวลาเ้าหนึ่งเค่อ ฆ่าคนผู้นี้เสีย หากทำไม่ได้และเกินระยะเวลาต่อจากนี้ ข้าจะไม่ช่วยเ้าอีก รู้ใช่ไหมว่าหากไม่ทำคนที่ต้องตายก็คือเ้าเอง” น้ำเสียงเด็ดขาดถูกเอ่ยออกมา นางคิดว่าจะได้เห็นความลังเลในดวงตาคู่นั้นของซุนหลิง ทว่ากลับตรงกันข้าม
ซุนหลิงมีความแน่วแน่ส่อประกายชัดในดวงตา นางกำมีดเล่มนั้นแน่นในขณะที่เดินเข้าไปใกล้ชายชั่วที่พรากชีวิตบิดาของนางไป และหากไม่ได้การช่วยเหลือจากสตรีแปลกหน้า นางคงถูกย่ำยีจนมีชีวิตอยู่ไม่สู้ตาย
“อื้อ...อื้ออื้อ...” ชายคู่กรณีร้องท้วงในลำคอ ความกลัวเริ่มกัดกินหัวใจเมื่อเห็นคนที่เคยคิดว่าเป็เหยื่อกำลังเข้ามาใกล้เรื่อยๆ
“เ้ามันเดรัจฉาน ข้ากับพ่อข้าไม่เคยบาดหมางกับเ้า เ้ากลับลงมือได้อย่างเืเย็น” ซุนหลิงเอ่ยอย่างเคียดแค้น นางง้างมือที่ถือมีดแทงเข้าไปที่ไหล่ด้านซ้ายของเขาจนอีกฝ่ายส่งเสียงร้องด้วยความเ็ป
“เ้าคิดจะย่ำยีข้า เ้ามันชั่วช้า” มีดเล่มเดิมจ้วงแทงไปที่กึ่งกลางกายของชายชั่วอย่างไม่ปรานี
“อื้ออื้อ...อื้อ...” เขาส่งเสียงร้องในลำคอด้วยความเ็ปอย่างแสนสาหัส ดวงตากลิ้งกลอกมองเืที่ไหลซึมออกมาจากหว่างขา น้ำหูน้ำตาไหลพรากจนน่าสมเพช
ซุนหลิงเหลือบสายตามองคนที่เคยคิดจะย่ำยีนางอีกครั้ง แววตาของนางยังคงแน่วแน่เช่นเดิม ก่อนจะลงมือใช้มีดเสียบแทงทะลุหัวใจของชายฉกรรจ์ตรงหน้า
ร่างใหญ่โตเบิกตาค้าง สติเริ่มพร่าเลือน สุดท้ายก็ตกตายไปเช่นนั้น...
ซุนหลิงทิ้งมีดลงบนพื้น นางเนื้อตัวสั่นเทาจ้องมองศพที่นางเพิ่งสังหารลงไปด้วยความกลัว ไม่นานก็เลื่อนสายตามองไปยังสตรีอีกคน “ข้า...ข้าจะทำเช่นไร ข้าฆ่าคนตายแล้ว คนตายแล้ว...”
ในระหว่างที่ซุนหลิงกำลังพึมพำทำสิ่งใดไม่ถูก สตรีที่มาจากต่างโลกก็ไม่ได้ให้ความสนใจนางอีก และทำการนำศพเ่าั้ไปโยนทิ้งในหุบเหวลึกที่แม้แต่ดวงตาของนางจะมองได้ไกลถึงสิบลี้ก็ไม่อาจมองเห็นพื้นเบื้องล่างได้ หลังจากนั้นก็กลับมาหาซุนหลิงเพื่อถามอะไรบางอย่าง
“ที่นี่คือที่ใด” แม้นางจะคุ้นเคยกับภาษาการพูดและการแต่งกายที่เหมือนกับโลกในชาติที่แล้วของนาง แต่ก็ต้องถามให้แน่ใจแม้นางไม่ได้คาดหวังว่าจะเป็โลกแห่งนั้นก็ตาม ไม่คาดคิดว่าคำตอบที่ได้จะทำให้นางตาโตขึ้นอย่างแทบไม่อยากเชื่อ
“ที่นี่ก็เขตชายแดนเมืองหลวงแคว้นเว่ยอย่างไรเล่า”
เมื่อได้รับคำตอบแล้วก็ได้แต่หวนคิด นางทะลุมิติกลับมาในโลกเดิมเช่นนั้นหรือ โชคชะตาช่างเล่นตลกกับนางยิ่งนัก...