เกิดเหตุครั้งนี้เป็นการรวมใจทหารและปลุกจิตสำนึกของพวกเขาให้กลับมาอย่างมาก ร่วมเจ็บด้วยกัน ตอนแม่ทัพหยางบอกให้โบยเขา เพราะจะรับโทษน้อยกว่ารองแม่ทัพและนายกองได้อย่างไรนั้น ความรู้สึกผิดก็เกาะกุมหัวใจของเหล่าทหารที่อยู่ในเหตุการณ์
เหตุแห่งความมักง่าย เกือบทำให้พวกเขาแพ้สงคราม เกือบทำให้ท่านแม่ทัพต้องบาดเจ็บหนักจากการถูกโบย
“รู้งี้น่าจะรอให้ท่านแม่ทัพออกมาก่อนก็ดี” หยวนอิงที่ตอนนี้นอนระบมให้แม่ทัพเอาขี้ผึ้งบัวหิมะทาที่หลังของเขาอยู่ บนหลังของเขาเองก็มีรอยโบยอยู่ถึงห้าสิบไม้เช่นกัน จะให้เขาโดนโบยน้อยกว่าลูกน้องได้อย่างไร
"เอาล่ะ ตอนนี้ก็พักเยอะๆ ตอนนี้คงไม่เป็นอะไรมากแล้ว
“ท่านแม่ทัพข้ายังไม่ได้ทายาให้ท่านเลย” หยวนอิงพยายามลุกขึ้นนั่ง
“ไม่ต้อง เจ้าพักเถอะ” ความแข็งแกร่งของหยวนอิงกับแม่ทัพหยางนั้นต่างกันมากจริงๆ โดนโบยเท่ากันหยวนอิงแทบเดินไม่เป็นแต่แม่ทัพกลับเดินได้ปกติิ
แต่เมื่อกลับเข้าถึงห้องเขาก็เข่าอ่อน เขาฝืนความเจ็บไว้ ตอนนั่งทายาให้หยวนอิงนั้นมันทรมานมาก กว่าจะฝืนเดินกลับมาถึงห้องก็แทบหมดแรง
“อันดา” เขาเรียกเธอได้แค่นั้นก็หมดสติไป
เมื่อตื่นขี้นมาก็พบว่าตัวเองอยู่บนเตียง มีขวดยาน้ำเล็กและมีจดหมายที่มีอักษรตัวเล็กๆ น่ารักเขียนไว้ว่า
“กินยาด้วยไม่อย่างนั้นคืนนี้เป็นไข้แน่ จากคนที่ไม่เกี่ยวกับท่าน” แค่เห็นก็รู้ว่าโดนโกรธแล้ว ขนาดโกรธเขาขนาดนี้ยังดูแลเขาอีก อดไม่ได้ที่จะรู้สึกอบอุ่นใจ
“อันดา” เขาเรียกชื่อเธอเพราะรู้ว่าเธออยู่แถวนี้
“อย่าขยับตัว” อันดายืนจ้องหน้าคนโง่งี่เง่าเต่าตุ่น น่าตบที่สุดในสามโลก ตอนนี้เธอฉุนจัดถึงแม้จะตกใจที่เขาหมดสติไป แต่พอเห็นตื่นขึ้นมาแล้วยังจะมีหน้ายิ้มระรื่น ความโกรธระดับเฮอร์ริเคนก็กลับมา
“อย่าไปไหนนะ ข้าไม่มีแรงจับเจ้า” แม่ทัพหยางคว้ามือได้ก็จำแน่น
“นี่แน่ะ” อันดาหยิกเนื้อตรงบั้นเองแล้วบิดสุดแรง
“โอ๊ย!” แม่ทัพหยางร้องเสียงดัง
“สมควรแล้ว บอกว่าอย่าขยับ” อันดาดึงมือไม่ออก ยิ่งเจ็บยิ่งจับแน่นขึ้นเหมือนกลัวเธอจะหนีไปจริงๆ
“มือข้าจะแหลกในมือท่านแล้วนะ” อันดาพยายามดึงมือ
“ขอโทษเจ็บหรือไม่ โอ๊ย” เพราะตกใจที่ทำให้นางเจ็บแม่ทัพหยางดันตัวขึ้นมาจึงสะเทือนแผล
“บอกว่าให้อยู่นิ่งๆ ถ้าขยับอีกข้าจะไปแล้วนะ” อันดาอุตส่าห์ทำแผลให้เลือดซึมออกมาจากแผลจนได้
“ก็เจ้าโกรธข้าอยู่ ข้าก็เลยรอให้เจ้าง้อไม่ไหว” แม่ทัพหยางอ้อน
“เป็นข้อตกลงที่น่าอึดอัดใจจริงๆเล้ย” จะบ่นมากก็ไม่ได้เพราะเป็นคนที่ตั้งข้อตกลงขึ้นมาเอง
“เจ้าช่างแสนดี” เขาตั้งใจจะชมนางแต่คนฟังรู้สึกเหมือนถูกเย้ย
“รู้หรือไม่ว่าข้าโกรธอยู่ ข้าจะง้อท่านเมื่อข้าหายโกรธแต่ตอนนี้ยัง ทางที่จะทำให้ข้าไม่ฆ่าท่านคือเงียบปากและครั้งสุดท้ายห้ามขยับ” อันดากัดฟันข่มใจที่จะไม่ฟาดลงไปที่แผล
“….” แม่ทัพหยางเชื่อฟัง
“รับคำก่อนเงียบสิ” อันดา
“ขอรับ” แม่ทัพหยางเสียงจ๋อย ตอนนี้ไม่ว่าจะทำหรือไม่ทำอะไรก็เป็นเรื่องสุ่มเสี่ยงทั้งสิ้น
อันดาค่อยเช็ดเลือดที่ซึมและทาขี้ผึ้งให้เขา ตัวยาของเธอเพิ่มสมุนไพรที่ช่วยลดอักเสบเข้มข้น ดังนั้นแผลของแม่ทัพจึงไม่บวมแดงจนน่ากลัวนัก
อันดาถึงแม้จะโกรธแต่ก็ไม่ไปไหน นั่งขีดเขียนอะไรบางอย่าง เดินเข้าเดินออกระหว่างห้องแม่ทัพและมิติของเธอ แม่ทัพหยางที่ทำได้แค่มอง เขาอยากให้เธอมาพูดดีๆ กับเขา แต่ก็รู้ว่าเธอยังโกรธอยู่ ที่เธอยังนั่งอยู่ในห้องทั้งที่จริงต้องเข้าไปทำงานในมิติก็รู้อยู่แล้วว่าเป็นห่วงเขา
“ถามได้หรือไม่” แม่ทัพหยางรวบรวมความกล้าถามขึ้นมา
“ว่ามา” อันดากำลังคำนวณอะไรบางอย่างอยู่
“ทำอะไร” แม่ทัพหยาง
“ไลท์เซเบอร์และต้องการสมาธิ” อันดาตอบห้วนๆ
เธอคำนวณจนเสร็จแล้วเงยหน้าขึ้นมาถาม
“หิวหรือยัง” อันดาถามแม่ทัพที่นอนหน้าจ๋อย
“ไม่เป็นไรเจ้าทำงานของเจ้าไปเถอะ” หงอยจริงๆ
“เสร็จแล้ว ข้าอบคุกกี้ไว้ ใส่แยมสตรอเบอรี่ไว้ด้านบน” เนื้อคุกกี้เนยสดร่วนหอม มีแยมสตรอเบอรี่สีแดงเข้มหวานอมเปรี้ยวเนื้อหนึบอยู่ด้านบน
“คุกกี้หรือ” แม่ทัพหยางเข้าใจแล้วว่าที่เธอเดินเข้าๆ ออกๆ มิติเพราะเธอกำลังทำขนมให้เขากินอยู่นั่นเอง
“ลองชิมดู ถ้ากินกับนมแล้วจะอร่อยมาก” อันดาวางจากใส่ขนมสีเหลืองอ่อนที่ด้านบนคล้ายมีน้ำตาลเชื่อมสีแดงอยู่ตรงกลางดูน่ากิน
อันดาพยุงให้เขาค่อยๆ ลุก ขี้ผึ้งที่ผสมน้ำอมฤตช่วยให้แผลของเขาหายเร็วขึ้น ตอนนี้มีเพียงความเจ็บนิดหน่อยทำให้เขาลุกขึ้นเองได้ แต่คนตัวใหญ่ทำเป็นหมดแรง ดูน่าสงสาร
“อร่อยจัง” ข้อดีของคนรูปหล่อ แค่ยิ้มเดียวก็ทำให้คนโกรธหายโกรธแล้ว
“นี่มิลเช็กสตรอเบอรี่ ค่อยๆ กิน ใช้หลอดนี่ดูด ดูดเบาๆ เดี๋ยวสำลัก” ของเด็ดที่เตรียมไว้เอาใจคนป่วย
ส่วนคนแกล้งป่วยนั้นหัวใจฟู ไม่ใช่เพราะคุกกี้กับมิลค์เช็กอร่อยเท่านั้น แต่เพราะเธอใส่ใจเขา ทำให้ของที่อยู่ตรงหน้าอร่อยจนเขากินทีเดียวหมด
“มีอีกหรือไม่” น้ำสีชมพูอ่อนหอมหวานกำลังดี รู้สึกว่ากินเท่าไหร่ก็ไม่พอ
“ท่านเพิ่งจะหายจากแผล กินหวานมากไม่ดี เดี๋ยวอาการอักเสบจะไม่หายสนิท รอแผลหายก่อนข้าจะทำให้กินเป็นเหยือกเลย” อันดายิ้มออก คนที่ชอบของที่เธอทำจะโกรธลงได้อย่างไร
“ยิ้มแล้ว ข้าขอโทษที่ทำให้เจ้าโกรธจริงๆ นะ” แม่ทัพหยางขอโทษเธอบ่อยมากเลยช่วงนี้
“รู้หรือไม่ว่าข้าโกรธท่านเรื่องอะไร” อันดาถาม
“ที่ข้าบอกว่าเจ้าไม่เกี่ยวใช่หรือไม่ ตอนนั้นเห็นน้ำตาเจ้าข้าทำอะไรไม่ถูกเลย” คนหัดรักยังต้องฝึกอีกเยอะ
“ท่านพูดถูกกึ่งเดียว นั่นข้าเข้าใจได้ ในเรื่องของกองทัพข้าเข้าใจได้ แต่เรื่องนี้ข้าที่เป็นเจ้าของอาวุธจะว่าข้าไม่เกี่ยวได้หรือ และที่สำคัญจำได้หรือไม่ว่าข้าอยากให้ท่านถนอมตัว แต่ท่านเอาตัวเองไปรับไม้ถึงสามร้อยครั้ง เหมือนท่านจงใจให้ข้าเจ็บ” อันดาพอนึกถึงว่าเขาอาจจะตายเพราะถูกโบยสายร้อยครั้ง ก็น้ำตาแทบร่วง
“ไม่เอานะคนดี ข้าผิดเองที่ไม่รอบคอบ แต่เหตุการณ์นี้คงทำให้ทุกคนกลับมาเคร่งครัดวินัยได้เหมือนเดิม จากนี้ไปพวกเขาจะระวังมากขึ้น” แม่ทัพหยาง
“อ้อท่านรู้หรือไม่ว่ามีคนวางยาที่บ่อน้ำ” อันดาถาม
“รู้แล้วล่ะ พวกมันต้องการเบี่ยงเบนความสนใจเท่านั้น” แม่ทัพหยางตอบ
“แล้วทำไมมันไม่วางยาพิษล่ะ” อันดาไม่เข้าใจ
“ยาพิษมีผลเร็ว แต่มันต้องการใช้เวลาในการแอบเข้าไปวางเพลิง หากมีคนตายพวกที่เหลือจะระวังตัวแล้วไปคุ้มกันคลังอาวุธทันที แต่หากทำให้ดูเหมือนอาหารเป็นพิษ ผู้คนก็จะวุ่นวายในการรักษาแล้วสืบหาว่าอาหารอะไรที่ทำให้เกิดอาหารเป็นพิษ โชคดีของเราที่ทุกคนกินอาหารผงของเจ้าดังนั้นจึงรู้ได้ทันทีว่าน้ำมีปัญหา” แม่ทัพหยางตอบ
“อ้อเป็นเช่นนี้นีี่เอง” อันดาพยักหน้าเข้าใจ
“เอ้านี่ของเจ้า” แม่ทัพหยางเอาหีบใบหนึ่งที่หนักมากมาให้เธอ
“อะไรน่ะ หนักจัง” อันดามองหน้าเขา
“ค่าอาวุธของเจ้า” แม่ทัพหยางตอบ
______________________________