“อะเออ…..หนิงเหอ หนิงเหอจ๊ะ เราพอแค่นี้ก่อนไหม”
ตงฟางส่งยิ้มแห้งๆไปให้น้องสาว ั้แ่เที่ยงจนพระอาทิตย์ใกล้ตกดินเขาเดินตามน้องสาวตลอดเวลา ไม่มีโอกาสได้ใช้งานพลังโจมตีเลยสักครั้งเดียว มีเพียงน้องสาวของเขาปลดปล่อยทักษะผ่านฝ่ามือที่เปลี่ยนให้กลายเป็กรงเล็บฟีนิกส์ ไม่ว่าจะเป็สัตว์อสูรระดับ 1 หรือ ระดับ 2 ล้วนกลายเป็เถ้าถ่านจากการโจมตีของเธอ ยังดีที่พวกเขาไม่เจอระดับ 3 จึงไม่รู้ว่าจะฆ่ามันได้ในการโจมตีครั้งเดียวหรือไม่
“ค่ะ เรากลับกันเถอะพี่ตงฟาง ตอนนี้หนูเข้าใจพลังทั้งหมดแล้ว”
“นะ…นั่นสินะ เข้าใจแล้วก็ดี” ตงฟางยังคงส่งยิ้มแห้งๆไปให้น้องสาวพร้อมกับกระตุกคิ้วให้กับรอยยิ้มน้อยๆของเธอที่ส่งมาให้ ด้วยรอยยิ้มของหนิงเหอมันทำให้เขารู้สึกอันตรายกับรอยยิ้มเป็อย่างมาก
“พี่ตงฟาง แล้วแกนพลังิญญาพวกมันล่ะ เราจะเอายังไง”
“หนิงเหอนำไปดูซับเลย”
“เอาแบบนี้ดีกว่าหนูตัดสินใจแล้ว ให้พี่ตงฟางทั้งหมดเลยเพราะพวกมันไม่จำเป็สำหรับหนูแล้ว ต่อให้จะดูดซับหนูก็ไม่ได้อะไรจากพวกมัน ถ้าไม่ใช่สัตว์อสูรระดับ 3 หนูคงไม่ได้ประโยชน์จากการดูดซับ”
“ขอบคุณมากๆนะ พี่จะรับพวกมันไว้ก็แล้วกัน”
ตงฟางรับแกนพลังิญญาทั้ง 23 ก้อนพลางลูบหัวน้องสาวเพื่อกล่าวขอบคุณ ก่อนที่พวกเขาจะพากันวิ่งกลับบ้านไปทำข้าวเย็น
“ตาแก่ กลับมาแล้ว ตาแก่~!”
เสียงร้องเรียกก้องไปทั่วบ้าน ตอนนี้ในหมู่บ้านเริ่มเห็นแสงไฟแล้ว มีเพียงบ้านของเขาเท่านั้นยังคงมืด ตงฟางจึงรู้สึกสงสัยไม่น้อยว่าพ่อของตัวเองหายไปไหนไม่บอกกล่าว ตอนนี้ก็เย็นมากแล้วเขายังไม่เห็นพ่อของตัวเองเลย
“พี่ตงฟาง หนูไปทำกับข้าวก่อนนะ”
“มา..เดี๋ยวพี่ช่วยอีกแรง”
ตงฟางรีบวิ่งไปจุดตะเกียงภายในบ้านเพื่อให้แสงสว่างรอพ่อกลับมา ถึงเขาอยากจะตามหาพ่อเขากลับทำไม่ได้ แม้เขาจะเป็ผู้ใช้พลังจิตสามารถกระจายพลังออกไปได้ไกลเป็กิโลเมตร พ่อของเขายังคงเป็ตัวตนลึกลับในสายตาของเขาเช่นเดิม เพราะเขาไม่เคยใช้พลังจิตตรวจสอบพ่อของตัวเองได้เลยสักครั้ง เขาจึงไม่คิดตามหา หากอยากจะกลับมาพ่อของเขาจะกลับมาเอง
“ยังไม่กลับมาอีกเหรอคะ”
หนิงเหอมองจ้องนาฬิกาพบว่ามันดึกแล้วลุงหลี่หยุนยังไม่เดินทางกลับมา เธอจึงเก็บข้าวไปไว้ในตู้ให้ลุงหลี่หยุน
“ใช่ หายไปไหนไม่รู้ คงไม่กลับมาวันนี้หรอก”
“น่าจะออกไปตามหาสมุนไพรหายากนะคะ พี่ตงฟางรีบนอนด้วยนะคะเดี๋ยวจะไม่สบาย”
“จ้า หนิงเหอก็เช่นกัน พี่ขอดูดซับพลังก่อนแล้วค่อยนอน”
“ค่ะ ฝันดีนะคะ”
หนิงเหอเดินกลับเข้าไปในห้องปล่อยให้ตงฟางนั่งอยู่ในห้องครัวเพียงคนเดียวเท่านั้น
“เอาล่ะ ได้เวลาเพิ่มพลังิญญาแล้ว”
การเพิ่มระดับพลังิญญาทำได้หลายวิธีด้วยกัน ไม่ว่าจะเป็ดูดซับแกนพลังิญญาของสัตว์อสูรเข้าสู่ร่างกาย การดื่มยามากมาย หรือจะเป็การใช้ของวิเศษจากสถานที่ลึกลับต่างๆ บางครั้งเพียงแค่เข้าไปในพื้นที่เต็มไปด้วยพลังิญญาก็เพิ่มพลังิญญาได้แล้ว ถึงอย่างนั้นทุกอย่างกลับมีกฎหนึ่งอย่างที่ผู้ใช้จิติญญาต้องทำ กฎนั้นคือการใช้งานทักษะควบคู่ไปด้วย จะทำให้ดูดซับได้ดียิ่งขึ้น
หากให้เปรียบเทียบการดูดซับพลังงานระหว่างผู้มีทักษะดูดซับพลังกับผู้ไม่มีทักษะ ถ้าตรงหน้ามีน้ำแก้วหนึ่ง ผู้มีทักษะก็เปรียบเสมือนผู้มีหลอด สามารถดื่มน้ำผ่านหลอดได้ สำหรับผู้ไม่มีทักษะเขาทำได้เพียงแค่ใช่นิ้วจุ่มลงไปในแก้วแล้วรอเลียน้ำที่ติดมาตามนิ้วเท่านั้น เป็ความต่างที่เห็นได้ชัดเจน สำหรับตงฟางก็เช่นกัน เขาไม่มีทักษะดูดซับพลังงาน จึงใช้ปริมาณแกนพลังิญญาจำนวนมากเข้าสู้เพื่อให้ก้าวข้ามระดับชำระชีพจรขั้น 9 ไปให้ได้
วูฟ~!
พลังงานจากตันเถียนส่งมายังฝ่ามือเพื่อดึงพลังงานในแกนพลังิญญาเข้าไปเก็บในตันเถียน การลงมือของตงฟางกลับมีพลังเพียงแค่ 1 ใน 10 เท่านั้นที่พุ่งเข้าไปสะสมในร่างกายของเขาจากการพยายามดูดซับแกนพลังิญญา
“ให้ตายสิ ต่างจากหนิงเหอจริงๆ”
หากเป็หนิงเหอ พลังงานในแกนพลังิญญาในมือของเขาจะต้องไหลเข้าไปเก็บสะสมในตันเถียนทั้งหมดอย่างแน่นอน ตงฟางจึงทำได้เพียงแค่ถอนหายใจ ยังดีที่พลังจิตของเขาเหนือกว่าระดับพลังิญญาไปไกล ทำให้เขาปกป้องตัวเองได้
จากการทดสอบของเขาหลังจากเห็นหนิงเหอใช้พลังในวันนี้ ทำให้เขากล้าเปรียบเทียบพลังจิตกับพลังิญญาของผู้คนในโลกนี้
ระดับชำระชีพจรขั้น 9 เขาเปรียบเทียบมันกับพลังจิตเลเวล 1 จากพลังที่ใช้ออกมามันเท่าๆกัน ความสามารถในการยกของหนักราว 3 ตัน พลังทั้งสองแสดงออกมาเท่ากันแทบไม่ต่าง
ระดับััชีพจรขั้น 9 เขาเปรียบเทียบกับพลังจิตเลเวล 2 ด้วยความสามารถยกน้ำหนักได้ 6 ตันเท่าๆกันจึงทำให้เขาคิดว่าถ้าผู้ใช้พลังจิตเลเวล 2 ปะทะกับผู้ใช้จิติญญาระดับััิญญาขั้น 9 พวกเขาทั้งสองจะต้องเสมอกันอย่างแน่นอน การตัดสินรู้ผลแพ้ชนะคงทำได้เพียงวัดลูกเล่นของพวกเขาทั้งสอง ทางฝั่งผู้ใช้พลังจิตหากมีรูปแบบพลังจิตหลายอย่างเขาอาจจะเป็ผู้ชนะการต่อสู้
สำหรับทางฝั่งผู้ใช้พลังิญญาก็มีสิ่งที่ทำให้เหนือกว่าผู้ใช้พลังจิตเช่นกันอย่างเช่นทักษะของพวกเขา ไม่ว่าจะเป็การเพิ่มความสามารถในการเคลื่อนไหวผ่านทักษะเท้า การเพิ่มความสามารถในการโจมตีผ่านทักษะ การโจมตีด้วยมือเปล่าหรือทักษะอาวุธ ทำให้ผู้ใช้พลังจิตที่มีเพียงพลังทำลายดูด้อยกว่าเล็กน้อยหากปะทะกัน
ถึงอย่างนั้นหากเป็ผู้ใช้พลังจิตเลเวล 10 ก็อาจจะแตกต่างเพราะพวกเขาสามารถควบคุมดินฟ้าอากาศ ควบคุมธาตุได้อย่างใจนึก ไม่ต่างจากฝั่งของผู้ใช้พลังิญญาเลยสักนิดเดียว
ระดับก่อตั้งิญญาขั้น 9 ตงฟางเปรียบเทียบกับเขาในตอนนี้ที่เป็ผู้ใช้พลังจิตเลเวล 3 หากเขาต่อสู้กับระดับก่อตั้งิญญาเขาคิดว่าตัวเองมีโอกาสฆ่าอีกฝ่ายได้แน่นอน ยกเว้นหนิงเหอ ด้วยการที่เธอมีสายเืจักรพรรดิเพลิง มีิญญายุทธ์นกฟีนิกส์ แม้เธอจะเป็เพียงแค่ระดับก่อตั้งขั้น 5 การเปิดใช้งานพลังขั้นสุดของเธอ กลับเทียบเท่าเขาใช้พลังจิตเต็มกำลัง
“พูดคุยผ่านจิต รับรู้อารมณ์ของผู้อื่น ตาทิพย์ หูทิพย์ สะกดจิต ควบคุมวัตถุ มีอะไรพลิกแพลงได้ไหมหว่า”
ตงฟางเลิกดูดซับพลางสำรวจพลังจิตของตัวเอง แม้เขาจะมีพลังจิตถึง 6 อย่างหลักๆด้วยกัน ในตัวของเขากลับมีพลังที่ไม่สมบูรณ์อีกหลายอย่างสามารถใช้งานได้
แม้เขาจะไม่สามารถก่อเปลวไฟ สร้างน้ำ สร้างไฟฟ้า หรือควบคุมธาตุต่างๆ ไม่สามารถเทเลพอร์ต เขากลับมีความสามารถในการส่งพลังเข้าไปกระตุ้นการเติบโตของต้นไม้ได้ รวมไปถึงกระตุ้นเซลล์บางอย่างในร่างกายให้มันรักษาตัวเองตอนมีาแ แล้วเขายังควบคุมอุณหภูมิภายในวัตถุให้ร้อนจนเกือบถึงจุดหลอมเหลวหรือถึงจุดเยือกแข็งได้ ตงฟางจึงคิดหาทางทำอะไรสักอย่างกับสิ่งเล็กๆน้อยๆที่เขามองข้ามไป
“ลองดูก็ไม่เสียหายนี่”
พลังจิตหลั่งไหลออกมาจากสมองเข้าไปคลุมแกนพลังิญญาในมือ จนกระทั่งเขารู้สึกว่าตัวเองใช้มือจับพลังิญญาผ่านการใช้พลังจิตได้แล้วจึงดึงพวกมันออกมาจากแกนพลังงานแล้วนำพวกมันซึมเข้าสู่ิัส่งผ่านไปตามเส้นทางส่งพลังิญญาเข้าสู่ตันเถียน
ภายใต้การดึงพลังงานออกมาจากแกนพลังิญญาในครั้งเดียวเพื่อส่งเข้าไปในตันเถียนทำเอาตงฟางเบิกตากว้างออกมา เพราะพลังงานิญญาที่เขาได้รับมันมากกว่าดูดซับผ่านฝ่ามือหลายเท่า เขากล้าพูดเลยว่าพลังงานทุกหยดในแกนพลังิญญาไหลเข้าสู่ตันเถียนของเขา
วูฟ~!
การดึงพลังงานด้วยพลังจิตออกมาจากแกนพลังิญญาเริ่มขึ้นอีกครั้ง เขาไม่จำเป็ต้องพึ่งทักษะเลยด้วยซ้ำ การใช้พลังจิตทำให้เขาดูดซับพลังงานได้ทั้งหมดไม่มีตกหล่นเลยสักนิด
ตงฟางรู้สึกดีใจมาก เขาไม่คิดว่าพลังจิตจะอำนวยความสะดวกให้เขามากขนาดนี้กับการดูดซับพลังงาน เขาไม่เคยคิดทำมาก่อน เพราะการเป็ระดับชำระล้างชีพจรขั้น 9 ของเขาั้แ่อายุ 5 ขวบ ทำให้เขาติดอยู่ในคอขวด
ตงฟางจึงไม่คิดหาวิธีดูดซับพลังงาน ต่างจากน้องสาวที่มีทักษะและพร์สามารถเก็บพลังงานไปสะสมไว้ใช้เลื่อนระดับพลังได้ เขาจึงปล่อยให้น้องสาวเป็ฝ่ายดูดซับแกนพลังิญญาตลอด 10 ปีที่แอบฆ่าสัตว์อสูรวันละตัวเพื่อกินในตอนเที่ยงวัน
บู้ม~!
พลังงานมหาศาลไหลทะลักออกมาจากร่างกายของตงฟาง สร้างความรู้สึกดีใจให้เขาไม่น้อย ตอนนี้เขาไม่จำเป็ต้องพึ่งพลังจิตแล้วหากจะยกของหนัก ด้วยร่างกายของเขาตอนนี้ของน้ำหนัก 4 ตันไม่ใช่ปัญหาอีกต่อไป ถึงอย่างนั้นพลังจิตของเขาก็ยังแข็งแกร่งกว่าเพราะมันยกน้ำหนักได้ถึง 12 ตันด้วยกัน
วูฟ~!
พลังิญญาดึงออกมาจากตันเถียนคลุมฝ่ามือจนเกิดเป็แสงสีขาว ระดับััิญญาขั้น 1 ทำให้เขาสามารถใช้งานพลังิญญาได้แล้วในตอนนี้ ไม่จำเป็ต้องใช้ร่างกายอีกต่อไป
ตงฟางกลับคิดว่าการใช้พลังิญญาของเขาในตอนนี้มันยังไร้ประโยชน์เช่นเดิม การใช้งานพลังิญญาได้ ไม่ได้แปลว่าเขาจะแข็งแกร่ง หากไร้ทักษะมันก็เป็เพียงพลังที่เคลือบมือของเขาเท่านั้น เขาไม่สามารถะเิพลังหรือตบใครให้ตายได้ด้วยพลังิญญาบนฝ่ามือ
“เอาเถอะ ถือเป็จุดเริ่มต้นที่ดีในต่างโลก”
รอยยิ้มฉีกกว้างเผยออกมาบนใบหน้าของตงฟาง นอกจากพละกำลังจะเพิ่มขึ้นมาก เขายังรับรู้ได้ถึงวงแหวนิญญาในตัวของเขาเพิ่มขึ้นมาเช่นเดียวกัน
โดยวงแหวนิญญาเป็หนึ่งในลูกเล่นของผู้ใช้จิติญญา หากเติมเต็มวงแหวนิญญาที่ว่างเปล่าของเขาด้วยวงแหวนิญญาของสัตว์อสูร จะทำให้เขาใช้พลังงานได้หลากหลายมากยิ่งขึ้น ยกตัวอย่างเช่น หนิงเหอได้ดูดซับวงแหวนิญญาของสัตว์อสูรธาตุไฟมีความสามารถในการยิงลำแสงออกจากปาก เธอก็จะสามารถยิงลำแสงออกไปได้เช่นเดียวกัน
ตงฟางกลับยังไม่คิดจะเพิ่มมันในตอนนี้ เขารู้สึกว่าตัวเองพิเศษ ยังไม่จำเป็ต้องเพิ่มวงแหวนิญญา ไว้เขาเจอสัตว์อสูรระดับสูงมันถึงจะเหมาะสม
“เื่นี้ต้องบอกหนิงเหอด้วย ไม่อย่างนั้นเธอจะกลายเป็คนอ่อนแอ”
ตงฟางเปิดประตูไปห้องน้องสาวเพื่อเตือน เขากลัวว่าหากเก็บไว้บอกพรุ่งนี้ตัวของเขาจะลืมมันไป
“หนิงเหอ”
“พี่ตงฟาง พี่มีอะไรอย่างนั้นเหรอคะ” ท่าทางงัวเงียจากน้องสาวที่พึ่งนอนส่งมายังตงฟาง เขาจึงกล่าวขอโทษแต่ก็ไม่ลืมบอกสิ่งที่เขารับรู้
“หนิงเหอ จำวงแหวนิญญาได้ไหม”
“ค่ะ หนูจำได้ ตอนนี้หนูมี 3 วงแล้ว มีอะไรหรือเปล่าคะ”
“อย่าพึ่งทำสัญญากับสัตว์อสูรนะ รอไปเจอตัวที่มันระดับสูงๆถึงจะคุ้ม”
“แต่หนูทำสัญญาไปแล้วค่ะ” ตงฟางมองจ้องน้องสาวด้วยท่าทางใ
“หนิงเหอ หนูไปทำสัญญาตอนไหน ทำไมไม่บอก”
“จี้หยกนี้มันมอบวงแหวนให้หนูเองค่ะ ตอนนี้ทั้ง 3 วงแหวนทำสัญญาทั้งหมดแล้ว ไม่เพียงเท่านั้นมันยังเป็วงแหวนที่ดีมากๆอีกด้วย”
ตงฟางมองจ้องไปยังจี้ห้อยคอของน้องสาว มันเป็สิ่งลึกลับมาก นอกจากมอบทักษะให้น้องสาวของเขาแล้วมันยังมอบวงแหวนสัตว์อสูรให้อีก เขาจึงพยักหน้าบอกฝันดี การที่จี้มอบวงแหวนให้คงจะเป็ของดีไม่ต่างจากทักษะก่อนหน้าที่น้องเขาฝึก