หลังจากอาจารย์ขนอมได้น้ำมันพรายจากผีตายทั้งกลมมาแล้ว รีบปิดห้องทำพิธีปลุกเสกข้ามวันข้ามคืนโดยมีผวนคอยเฝ้าหน้าห้องด้วยใจฮึกเหิม นึกเห็นแต่เหลงนางในดวงใจ เพียงไม่นานเขาจะทำให้เธอรักมากยิ่งขึ้นเชื่อว่าอิทธิฤทธิ์ของน้ำมันพรายจะทำให้สมใจปรารถนา แม้ว่าพ่อแม่ของฝ่ายหญิงไม่ชมชอบในตัวเขาเพราะรู้ว่าเป็ศิษย์หมอผีชาวเขมร ถ้าหากว่าได้เสียกันแล้วยากที่จะเลี่ยงไม่ยอมรับเป็เขย
เที่ยงของอีกวันประตูห้องอาจารย์ขนอมเปิดออกพร้อมกับใบหน้าซีดโผล่ตามมาผวนถลาเข้าไปหาด้วยความเป็ห่วง
“อาจารย์ของอ้ายผวนเป็เช่นไรบ้างหิวข้าวหรือไม่ ฉันจักเอาสำรับข้าวต้มกับปลาทูเค็มมาให้ น้ำปลาก็มีนะขอรับ”
“เออขอบใจที่เป็ห่วงข้า ไม่เป็ไรดอก ข้าก็แค่อ่อนเพลียจากการไม่ได้หลับได้นอน นี่น้ำมันพรายส่วนของเอ็งรับไปเสียก่อนใช้เอ็งต้องท่องคาถา ข้าจักสอนให้ภายหลัง คราวนี้ขอข้าวกับน้ำด่วน”
หลังจากส่งน้ำมันพรายขวดเล็กๆให้ลูกศิษย์ไปแล้ว อาจารย์ขนอมขอกินข้าว ผวนรีบทำตามอย่างว่าง่าย ยกสำรับกับข้าวมาวางไว้หน้าห้องอาจารย์ขนอมคลานเข้ามานั่งขัดสมาธิกินข้าวด้วยความหิวโหย ลูกศิษย์เอาใจด้วยการนวดเฟ้นตามเนื้อตัวเสียงครางชอบใจดังขึ้น
“เออดีโว้ยอ้ายผวนเอ็งนี่จับเส้นดีแท้ หายเมื่อยหายปวดไปเลย เอ็งนวดไปจนกว่าข้าจักอิ่มแล้วงีบสักพักเย็น ๆ ข้าจักสอนคาถากำกับน้ำมันพราย เอ็งได้เมียสมใจคราวนี้ล่ะ นังเหลงใช่ไหม”
“ขอรับมันชื่อนังเหลงสวยเหลือทน แต่ตัวมอมแมม ไม่ค่อยได้รับการขัดถูคราบไคลเท่าใดนักถ้าฉันได้มันล่ะก็เห็นทีต้องพาลงคลองเอาส้มมะขามเปียกขัดกันยกใหญ่ ตามด้วยขมิ้นบดทาทับด้วยแป้งดินสอพองครานี้ล่ะเนื้อมันจักหอมเหลือง”
ผวนนึกถึงเรือนร่างเปลือยเปล่าของเหลงเมื่อเปลื้องเสื้อผ้าแถบออกจากอกเบื้องล่างนั้นเล่าผ้าจูงกระเบนต้องปลิวหลุดออกจากสะโพก นวลเนื้อสิ่งสงวนจะต้องปรากฏต่อสายตามือใหญ่ ๆ โลมไล้ไปทั่วตัวเนียนนุ่ม เพียงแค่คิดผวนแอบกลืนน้ำลายลงคอเอือกใหญ่อาจารย์ขนอมรู้เท่าทันความคิดของศิษย์จนหมดสิ้น รีบกลืนกินข้าวจนอิ่มแล้วล้มตัวลงนอนครู่เดียวผวนได้ยินแต่เสียงกรนดังแ่ๆ
ค่ำคืนนั้นเหลงล้มตัวลงนอน รู้สึกร้อนรุ่มกระวนกระวายใจหูพลันได้ยินเสียงกรีดร้องโหยหวนของใครบางคนดังอยู่ไกล ๆ พยายามฝืนปิดเปลือกตา ชั่วครู่เดียวเห็นผีตายทั้งกลมชี้หน้าสาปแช่งจนต้องสะดุ้งตื่นลุกนั่งด้วยเนื้อตัวสั่นระริก
“โอย ผีผี ข้าเห็นผี ช่วยทีมันน่ากลัวเหลือเกิน”
หญิงสาวตื่นกลัวส่งเสียงสั่นๆ เพ็ญซึ่งนอนอยู่ไม่ไกลจากกันได้ยินเสียงลูกสาวคิดว่าละเมอ ด้วยความเป็ห่วงจึงลุกขึ้นมาดูเห็นเหลงนั่งตัวสั่นๆ เอามือปิดดวงตาทั้งสองข้างเอาไว้ท่าทางเหมือนหวาดกลัวอะไรบางอย่าง
“เหลงเหลง เอ็งเป็อันใดรึ ทำไมเนื้อตัวสั่นเทาราวกับลูกนกตกน้ำกระนั้นเล่า”
เสียงผู้ให้กำเนิดช่างวิเศษนักเรียกขวัญที่บินหายไปเมื่อครู่กลับคืนมาดังเดิมเหลงโผกอดเพ็ญเอาไว้แน่น ปากยังคงพร่างพรูถึงผีร้ายน่ากลัว
“แม่แม่ ฉันเห็นผีจ้ะ หลับตาลงเห็นมันยืนชี้หน้าสาปแช่ง ผีท้องโตด้วยนะแม่มันช่างกลัวเสียนี่กระไร”
ร่างลูกสาวคนโตยังคงสั่นๆ เช่นเดิม เพ็ญขมวดคิ้วเข้าหากันด้วยความสงสัยต่อภูตผีที่ลูกสาวได้เล่าให้ฟังว่าท้องโตรอยยิ้มผุดขึ้นมาท่ามกลางความมืดที่ไร้แสงไต้ สองมือหยาบกร้านของแม่จับบีบเนื้อนิ่มเป็การเรียกขวัญให้อยู่กับตัว
“โถลูกแม่ ไม่ต้องกลัวสิ่งใดทั้งนั้นสิ่งที่เอ็งเห็นเมื่อยามหลับตานั้นอาจจะเป็เพราะเมื่อตอนหัวค่ำเราสองคนพูดเื่ผีตายทั้งกลมทำให้เก็บเอาไปฝันไม่ต้องกลัวดอกลูกแม่ ผีมันไม่มีจริงเป็แค่เพียงความคิดความกลัวเท่านั้นเอง”
ปากก็บอกว่าผีไม่มีจริงแต่เพ็ญก็ไม่กล้าลงไปข้างล่างเมื่อรู้สึกปวดเบากลัวกระทั่งรอยแยกจากพื้นกระดานต้องหาผ้าขี้ริ้วมาอุดเอาไว้ หากว่าผีมันยื่นมือโผล่ขึ้นมาจับขาก็คงต้องหวีดกันลั่นเรือนเมื่อปลอบลูกสาวสงบลง เพ็ญบอกให้นอนหลับโดยเร็ว ส่วนตัวเองยังคงเก้ ๆ กัง ๆไม่ยอมนอนเสียที เหลงชะเง้อดูแม่ เห็นว่ายังคงป้วนเปี้ยนอยู่แถวปลายเท้าสงสัยเต็มทนจนอดไม่ได้ส่งเสียงถามออกไป
“แม่แม่ทำไมไม่นอนเสียที นี่มันก็ดึกแล้วนะ”
เพ็ญสะดุ้งมองลูกด้วยสายตาละอายหากว่าเหลงรู้เท่าทันความคิด ในเวลานี้กลัวผีจับใจ ไม่กล้าแม้แต่ลุกลงไปปล่อยเบาข้างล่าง
“เอ็งหลับไปเถิดข้าปวดเบาขอใช้ไหเป็ที่ปล่อยหน่อยเถอะี้เีออกไปข้างนอกมันมืดกลัวเหยียบงูเงี้ยวเขี้ยวขอ ไต้ก็หมดแล้วเห็นทีว่าพรุ่งนี้ต้องทำหลายๆ อันซะแล้ว นอน ๆ เถอะอย่าเอ็ดไปประเดี๋ยวพ่อเอ็งตื่นขึ้นมาโวย เราจักไม่ได้นอนกันพอดี”
เพ็ญไล่ลูกเข้านอนส่วนตัวเองขยับขึ้นไปนั่งบนไหปากแคบปลดปล่อยน้ำเสียลงไปเสียงดังจ้อก ๆ แทรกสอดในความเงียบสงัด เหลงนอนฟังจนม่อยหลับไปแต่เป็การนอนไร้ความสุขเพราะฝันร้ายเกือบทั้งคืนรุ่งเช้าตื่นมาด้วยใบหน้าซีดเซียว อาหารยังไม่ทันตกถึงท้องด้วยซ้ำ บังเกิดความคิดถึงผวนจับจิตจับใจรีบสาวเท้าลัดเลาะไปตามลำคลองจนกระทั่งถึงสำนักอาจารย์ขนอม สายตาชะเง้อมองหาคนรักด้วยอาการกระวนกระวายใจแต่ไร้วี่แวว หญิงสาวไม่ท้อนั่งรอจนเผลอหลับใต้โคนต้นมะเดื่อ ก่อนหลับได้กลิ่นเน่าๆ เหมือนซากศพ ถ้าเงยหน้าขึ้นมาข้างบนเหลงคงใช็อกต่อร่างผีตายทั้งกลมที่นั่งห้อยขาบนกิ่งไม้เหนือหัวขึ้นไปแค่เพียงวาเดียว
“ฮึ ฮึพวกมีกรรมต่อกันมันก็ต้องดวงตกไปตลอดชีวิต นังเหลงเอ็งกำลังก้าวสู่วังวนแห่งมนต์ดำชีวิตเอ็งจักต้องวิบัติ ฮ่า ฮ่า ฮ่า”
เสียงหัวเราะชอบใจดังขึ้นท่ามกลางอากาศแปรปรวนท้องฟ้าที่เคยใสกระจ่างกลับเปลี่ยนเป็มืดหม่น กระแสลมพัดหอบเอาใบไม้รอบ ๆตัวเหลงหมุนติ้ว ชั่วครู่เดียวเสียงผีกรีดร้องด้วยความเ็ป เมื่อเสียงอาจารย์ขนอมพร่ำท่องมนต์สำทับเป็ครั้งสุดท้ายิญญาผีวูบหายไปในขวดน้ำมันพราย เท่ากับว่ามันผสมแทรกอยู่ในเนื้อน้ำเสน่ห์นั้นแล้ว
เหลงกำลังหลับซบหน้าพาดไว้กับโคนต้นไม้ ชั่วครู่ต้องสะดุ้งตื่นขึ้นมามีความรู้สึกถึงความเย็นอะไรบางอย่างสลับกับร้อนวูบวาบรัญจวนในหัวในเมื่อลืมตาขึ้นเห็นผวนนั่งเคียงข้าง สาวเ้ายิ้มให้ตาพราวแสง บัดนี้น้ำมันพรายออกฤทธิ์แล้วร่างอรชรผวาโผเข้าหาชายคนรักโดยเร็ว
“โอพี่ผวนฉันคิดถึงพี่เสียจริง พี่ผวน”
เหลงพูดได้แค่เพียงเท่านั้นและแล้วใบหน้าสวยซุกอยู่กับอกกว้างฝ่ามือไล้ลูกไปบนหน้าอกเปลือยเปล่าแล้วชอนควานจับตรงปมชายผ้าเตรียมดึงเตี่ยวให้หลุดร่วงผวนต้องรีบเอามือประกบเอาไว้ก่อน เกรงเป็ที่อุจาดแก่คนผ่านมาพบเห็น สองมือดันเหลงถอยออกห่างไปนิด
“เดี๋ยวก่อนเหลงอย่าทำเช่นนี้เลย ประเดี๋ยวใครผ่านมาเห็นเข้าเอ็งจักถูกเขาเอาไปลืออับอายผู้คนทั้งบางเชียวนะ”
ผวนค้านต่อการรุกล้ำของคนรักทั้งที่รู้ดีว่าเหตุที่เหลงเร่าร้อนผิดวิสัยผู้หญิงก็คงเป็เพราะน้ำมันพรายผีตายทั้งกลมเมื่อครู่แอบดีดใส่ไปหนึ่งครั้งเป็การทดสอบดูว่าฝ่ายหญิงจะมีอาการเช่นไร จนกระทั่งเห็นชัดๆ ว่าเหลงร้อนรุ่มทุรนทุรายกระโจนเข้าใส่เพียงอย่างเดียว ผวนหันไปทางสำนักสองมือพนมยกไหว้อาจารย์ขนอมโดยเร็ว
“พี่ผวนอย่าทรมานฉันอีกเลยเราเองก็รักกันมานานแต่เราสองก็รู้ดีว่าพ่อไม่ชอบหน้าพี่นักดอก ที่เป็ศิษย์อาจารย์ขนอมก็เลยขวางไม่ให้เราเจอกันถ้าไม่มีาเกิดขึ้นเราก็คงไม่ได้เห็นหน้าบ่อย ๆเช่นนี้พี่ผวนเราต้องหาความสุขกักเก็บเอาไว้นะพี่”
เหลงสิ้นอายโผกอดผวนอีกหลายครั้งสองลำแขนรัดแน่นทุกที เรียกเืหนุ่มกระตุ้นให้มันเร่าร้อนขึ้นมา ผวนมองไปที่สำนักอาจารย์ขนอมอีกครั้งรู้ว่าในเวลานี้อาจารย์กำลังนอนพักตัดสินใจลากข้อมือนุ่มนิ่มไปชายป่าละเมาะ มีที่เหมาะ ๆ ลับตาฝ่ายหญิงไม่ต้องยั่วยวนอีกต่อไป เพียงแค่ผ้าแถบรัดอกปลิวตกคลุมต้นไม้เตี้ยเสียงเหลงสะท้านด้วยความรู้สึกล้นทรวง ท่ามกลางความหฤหรรษ์ของทั้งสองยังคละเคล้าเจือไปด้วยกลิ่นเหม็นเน่าสาบสางแต่ไม่มีใครััได้
ตะวันลับทิวไม้ไปแล้วเหลงยังขลุกอยู่กับคนรักทั้งคู่เฝ้าป้อนคำหวานกอดเคล้าคลอเคลียไม่ห่างจากกัน ฝ่ามือใหญ่หยาบของผวนยังคงล้วงจับเนื้อนวลบ่อยครั้ง
“เหลงนี่มันก็เย็นมากแล้วข้าว่าเอ็งกลับบ้านไปก่อนเถอะนะเดี๋ยวพ่อแม่จักออกตามหากันให้วุ่น ประเหมาะมาเห็นเราอยู่ด้วยกันเอ็งจักหลังลาย”
ผวนรู้ดีว่าถ้าไม่ไล่เหลงไปก็คงนัวเนียอยู่ด้วยกันตลอดเวลาเกรงว่าจะทำให้พ่อแม่ฝ่ายหญิงไม่พอใจ เื่มีเมียอย่างจริงจังคงต้องใช้เวลาอีกสักนิดให้ร่ำเรียนวิชาจากอาจารย์ขนอมจนแก่กล้าเสียก่อนจึงจะไปสู่ขอเหลงมาเป็ศรีภรรยา หากไปเวลานี้พ่อแม่ฝ่ายหญิงคงไม่ให้เหยียบเรือนอย่าว่าแต่พ่อแม่ของเหลงเลย ชาวบ้านทุกคนต่างก็พากันรังเกียจเขาทั้งนั้นหาว่าคบกับพวกนอกรีต
“พี่พี่ได้แล้วหาเื่ผลักไส หมดรักในตัวนังเหลงคนนี้เสียแล้ว ใช่สิสันดานผู้ชายเป็เสียอย่างนี้ฉันแค้นใจนัก”
เหลงทำท่าจะร่ำร้องด้วยความน้อยใจสองมือทึ้งเส้นผมแรง ๆ จนยุ่งเหยิงเป็กระเซิงผวนนึกขำหัวเราะแหะ ๆจากที่เห็นผมทรงดอกกระทุ่มกลายสภาพเป็ฟูยุ่งเหยิง แถมยังตวัดเสียงใส่สีหน้าไม่ชอบใจนัก
“พี่ผวนหัวเราะเยาะฉันว่าเป็นังบ้าใช่ไหม”
“ไม่เอาน่าเหลงอย่าคิดมากไปเลยว่าข้าไม่เคยคิดว่าเอ็งเป็บ้าบอในเมื่อเป็เมียข้าแล้วก็คือเมียทำผมทรงใดก็สวยทั้งนั้น เชื่อข้าสิในย่านนี้ไม่มีใครเลยที่งามไปกว่าเ้าไล่รายหัวไปเลยนะทั้งนังดอกไม้ นังแด่น นังด่าง นังแหง่”
“พอ ๆหยุดเสียเถอะอีนังพวกนั้นน่ะมันวัวควายทั้งสิ้น เื่ใดมาเปรียบฉันเป็สัตว์สี่ตีนเล่าพี่เห็นฉันเป็เหมือนพวกมันใช่หรือไม่”
เหลงส่งเสียงดังไม่ชอบใจเมื่อถูกนำไปเปรียบกับสัตว์ใช้แรงงานผัวหมาด ๆ หัวเราะชอบใจต่อใบหน้าเง้างอนจากเมียลับ
“เอาเถอะสงบอารมณ์เสียบ้างข้าเย้าเอ็งเล่นน่ะ ไปกลับเรือนเถิด ข้าจักไปส่งตรงปากทางเข้าหมู่บ้านนะ ข้าคงไม่กล้าเยี่ยมหน้าเข้าไปส่งเอ็งถึงเรือนดอกในตอนนี้ทุกคนพากันรังเกียจหาว่าอยู่กับภูตผี ความจริงแล้ว อาจารย์ขนอมดีกับข้ามาก”
ผวนดันหลังเหลงให้ลุกขึ้นหลังจากฝ่ายหญิงรัดผ้าแถบแนบสองเต้าอร่ามเอาไว้แน่นพร้อมกับยกนิ้วเสยผมให้เข้าที่จนเรียบร้อยทั้งคู่พากันเดินคลอเคลียไปตามเส้นทางเกวียนอันคดลดเลี้ยวจนกระทั่งถึงทางเข้าหมู่บ้าน เหลงน้ำตาคลอ จับมือผวนเอาไว้แน่น
“ฉันคงคิดถึงพี่ทั้งคืน”
เหลงโผกอดคนรักแแ่ด้วยความเสน่หาผวนยกมือลูบเส้นผมนิ่มเพียงเบามือ ตามด้วยเชยคางมนสวยขึ้น ตาคมวาวเห็นชัดในความมืดสลัวอยากจะจรดปลายจมูกประทับบนแก้มนวล ทว่า ต้องชะงักความคิดเอาไว้เมื่อได้ยินเสียงใครเดินตรงเข้ามา จนต้องดึงเหลงหลบซุกหมอบหลังต้นไม้ใหญ่
“อะไรพี่ผวนฉันใเกือบพลั้งปากออกไปแน่ะ”
“เบา ๆ เหลงข้าได้ยินเสียงคนเดินมา บางทีอาจจะเป็คนในหมู่บ้าน ถ้าเห็นว่าเอ็งอยู่กับข้าคิดดูซิว่าจักเป็เช่นไร แม่เอ็ง พ่อเอ็งคงเล่นงานอ่วมแน่เชียว เชื่อข้าเถอะ ว่าเราจักอยู่ด้วยกันไปอย่างนี้จนกว่าถึงเวลาสำคัญเมื่อนั้นข้าจักยกขันหมากไปสู่ขอตกแต่งเอ็งเป็เมีย”
ผวนกระซิบข้างหูเบาๆ แค่ได้ยินสองคน เหลงพยักหน้าเข้าใจและส่ายตามองเล็ดลอดฝ่าความมืดออกไป แม้ว่าเห็นหน้าหญิงชายไม่ชัดนักเหลงรู้สึกชาไปทั้งตัวเมื่อรู้ว่าเป็หล่านกับเพ็ญผู้ให้กำเนิดของตนเสียงทั้งคู่คุยกันในขณะหยุดยืนด้านหน้าต้นไม้ห่างจากหนุ่มสาวทั้งสองแค่เพียงวาเดียว
“มืดจนป่านนี้นังเหลงยังไม่กลับเข้าเรือนอีก มันหายหัวไปที่ใดวะ รึว่าถูกพวกสอดแนมของฝ่ายโน้นฉุดไปทำเมียแล้วก็ไม่รู้”
หล่านคาดเดาไปด้วยอารมณ์เป็ห่วงลูกสาวนังเมียหันขวับจ้องตาผัวโดยเร็ว ตามด้วยตวาดเสียงดังเพราะไม่ชอบใจต่อความคิดของผัวนักพนัน
“หยุดพูดซะเถิดทำไมพี่พูดเช่นนั้น นังเหลงมันลูกเรานะ พูดเป็ลางไม่ดีแก่มันนะฉันเองยังไม่กล้าคิดเลย”
“เฮอะ! คนสมองตื้นหยั่งเอ็งน่ะจักมีความคิดอันใด วันๆวุ่นอยู่กับลงคลองประเดี๋ยวก็เข้าป่า เจอหน้ากันก็แค่เวลามุดหัวเข้าเรือนนอน”
ผัวนักพนันดูถูกเสียจนเพ็ญกลั้นน้ำตาเอาไว้ไม่อยู่ร้องไห้ออกมาเบาๆเหลงสงสารแม่จับใจ พาลไม่ชอบใจต่อคำพูดให้ร้ายแก่ตน น้ำตามันเริ่มไหลหยดลงมาตกถูกฝ่ามือผวนฝ่ายชายรู้ตัวดีว่าเหลงเจ็บช้ำเพียงใด กอดรัดร่างบางให้แน่นเข้าหาตัวชั่วครู่พ่อแม่กลับเข้าหมู่บ้าน เหลงล่ำลาคนรักแล้วเดินตามทางจนถึงเรือนชานของตน
“นังเหลงเอ็งหายไปไหนมาวะ กลับเข้าเรือนเอาจนป่านนี้ อ้ายผุดอีกตัวยังไม่เห็นหัวมันเลยั้แ่เมื่อวานแล้วลูกพวกนี้ดื้อนักเห็นทีต้องเอาหวายลงหลังซะกระมัง”
เพียงเจอหน้ากันหล่านส่งเสียงตะเบ็งถามลูกสาวคนโตด้วยอารมณ์โกรธขึ้งผุดกำลังย่องหลบไปซ่อนตัวในครัวต้องชะงักเท้า มองฝ่าความมืดเข้าไปดูทุกคน พลัน! จมูกได้กลิ่นเหม็นสาบของซากสัตว์อะไรบางอย่าง มันทำจมูกบานพะเยิบไปมาพร้อมกันนั้นได้ยินเสียงเพ็ญพูดว่าเหม็น ๆ
“ฉันไปเก็บผักจ้ะกำลังก้มหน้าเด็ดยอดผักหวานจู่ ๆ มันก็หน้ามืดดับวูบไป เพิ่งจักรู้ตัวเมื่อไม่นานมานี่เองคงเป็ลมแดดแล้วหิวข้าวด้วย ถ้ามีเสือผ่านมาฉันคงถูกมันคาบไปแล้วล่ะ”
ลูกสาวโกหกหน้าตายตามด้วยมือข้างหนึ่งขยับลูบคลำเนื้อตัวทำท่าขนลุกสั่นสะบัดตัวไปมาเพ็ญปราดเข้ามาจับแขนเหลงเอาไว้ สายตาที่มองเต็มไปด้วยความรักและสงสารเต็มที่ เมื่อรู้ว่าเหลงต้องผจญกับเหตุร้ายโดยไม่รู้ตัว
“โถนังเหลง ถ้าหากเอ็งสลบอยู่ตรงนั้นมีพวกพม่ามันโผล่มาจับเอ็งไปทำปู้ยี่ปู้ยำเอ็งมิเสียท่ามันฟรีรึวะ ข้าเห็นใจเอ็งเหลือทนลูกเอ๋ยทำไมต้องเจอกับเื่แบบนี้ด้วยนะอยู่ในยุคาดันมาเป็โรคร้ายไม่รู้เนื้อรู้ตัว”
“เฮ้ยนังเพ็ญ เอ็งอย่าทำพิลาปรำพันนักเลยวะ บางทีมันจักไม่ใช่อย่างที่เล่ามาก็ได้ข้าดูมันแปลก ๆ อยู่นา ถ้าคนสลบมันก็แค่เพียงชั่วประเดี๋ยวเท่านั้นนี่อะไรตั้งกะเช้ายันพลบค่ำ มันแอบหนีไปหาไอ้ผวนกระมัง บอกข้ามาเสียดี ๆ นังเหลง”
หล่านพอจะรู้นิสัยของผู้ชายด้วยกันเป็อย่างดีท่าทางลูกสาวมีพิรุธหลายอย่าง เวลาพูดไม่ยอมสบตาทำท่ารน ๆ เหมือนไม่อยากสนทนากับพ่อแม่ประการสำคัญมีคราบเืติดด้านหลังของผ้าโจงกระเบนหล่านไม่สบายใจเกรงว่าลูกสาวถูกพรากความสาวไปแล้ว สาวนเหลงนั้นเล่าใจหายวะวาบต่อคำกล่าวหาของพ่อจำใจปากแข็งเข้าไว้
“พ่อทำไมกล่าวหาฉันอย่างนั้นเล่า ฉันไม่กล้าทำดอก”
“เออ ให้มันจริงดั่งปากเถอะวะแล้วนี่มันเหม็นอันใดนักหนาตั้งกะเอ็งเข้ามาจนบัดนี้ รึว่าเอ็งไปนอนทับหมาเน่ามาวะรากจักแตกแล้วโว้ย”