บทที่ 23
ลอบทำร้าย
หนิงหลงลงบันไดมาก็พบผู้ติดตามของคุเรไนนั่งเรียงกันสลอนหน้าร้าน
“อาหงไปไหน?!”
“ไม่ทราบขอรับ...”ผู้ติดตามกล่าวหลังลุกขึ้นก้มหัวปลกๆ “ท่านบอกพวกเราให้รอที่นี่ ไม่ต้องตามไป”
หนิงหลงมองเหล่าผู้ติดตามที่นั่งกระสับกระส่ายสลับกับฝนที่เทลงมา
“...พวกเ้ามีเสื้อคลุมขี้ผึ้งมาไหม?”เขาหันไปถาม
“มีมาขอรับเมื่อเช้าเห็นเมฆครึ้มจึงพกมาด้วย—”
“ไปตามหาอาหงกับหวังจื้อ”หนิงหลงสั่งเสียงต่ำ “ไปเดี๋ยวนี้ หากเขาดุด่าอะไรพวกเ้า ข้าจะรับแทนเอง”
“แต่...” ชาวโทโคโยะมองกัน แม้รู้ว่าทูตของตนสนิทกับคนคนนี้แต่อีกฝ่ายเป็คนซิงกวน...
“ไป!”ดวงตาหนิงหลงทอประกายสีแดงวูบ ผู้ติดตามลืมความกังขา รีบสวมเสื้อคลุมและเดินออกไปท่ามกลางสายฝนมุ่งหน้ายังทิศที่คุเรไนหายตัวไป
เหตุใดต้องตื่นตระหนกเพียงนี้? ไม่ใช่ว่าคุเรไนแค่ติดฝนอยู่ที่ไหนสักแห่งจนไม่ได้กลับมาหรอกหรือ?ฉันถามเขาด้วยสายตา
“...ข้าััพลังเวทของอาหงได้...”ชายหนุ่มกัดฟัน สายตายังมองออกไปนอกร้าน “ซูเหลียง เ้าพาถิงถิงกับเหมยฟางกลับบ้านเดี๋ยวนี้”
“ขอรับ!”ซูเหลียงยืดตัวตรง เอ่ยปากรับคำเสียงดังฟังชัดราวกับอยู่ในกองทัพ เด็กหนุ่มหันขวับมาหาเราสองคนแกะเสื้อคลุมกันฝนที่เตรียมมา “ทั้งสองท่านสวมนี่ก่อน เราจะกลับกันแล้ว”
“ทำไม? อาหงไปไหน? เกิดอะไรขึ้น?”ถิงถิงถามรัว “ถิงถิงกับเจเจ้ยังไม่ได้ไปร้านหนังสือ...”
“ร้านหนังสือไปเมื่อใดก็ได้ขอรับ ตอนนี้กลับกันก่อน!”
ซูเหลียงเอาเสื้อคลุมศีรษะเราทั้งสองคนก่อนจะจูงมือถิงถิงออกจากภัตตาคาร
ฉันหันหลังมองหนิงหลง เขากัดฟัน หันไปพูดกับเถ้าแก่
“ขออภัยข้าจะจ่ายเงินค่าอาหารที่ค้างไว้เอง...”
เถ้าแก่ส่ายหน้า “ค่าอาหารชำระไว้ล่วงหน้าแล้วข้าจะให้คนนำอาหารไปส่งให้ที่บ้านท่านในภายหลัง”
“ขอบคุณมาก ข้าติดหนี้ท่านหนหนึ่ง”พูดจบ ชายหนุ่มวิ่งออกไปกลางสายฝนโดยไม่สวมเสื้อคลุมด้วยซ้ำ
“...!”ฉันเป็ห่วงชายหนุ่ม แต่ซูเหลียงให้ถิงถิงขึ้นขี่หลังและกำลังเดินห่างออกไปพลางเร่งให้ฉันรีบตามมาฉันจึงหักใจหันหลังตามทั้งสองไป น้ำฝนหล่นปะทะเสื้อคลุมเสียงดังความหนาวเย็นเสียดแทงผิวกาย
“ถ้านายท่านััพลังเวทของท่านโสวหงได้แสดงว่าท่านโสวหงอาจกำลังต่อสู้อยู่” เด็กหนุ่มพูดเส้นผมและเสื้อผ้าเขามีน้ำหยดติ๋งๆ เพราะสละเสื้อคลุมห่อร่างถิงถิงไว้เสียมิดชิด“มาขอรับ จับมือข้าน้อยไว้”
เขาคว้ามือฉันไว้ไม่ให้พลัดกันลมพัดมาแรงจนเสื้อคลุมกันฝนสะบัดและน้ำฝนสาดใส่ท่อนขาจนเปียกชุ่มฉันกระชับมือเขาแน่น รีบเดินจะได้ไม่เป็ตัวถ่วง
ทางกลับบ้านมีน้ำไหลอย่างกับเป็น้ำตกขนาดย่อมฉันไม่เคยมาเดินป่าตอนฝนตกเลย รองเท้าและขามีแต่โคลน
ฉันจับมือซูเหลียงไว้เหมือนชีวิตฉันขึ้นอยู่กับมันพื้นลื่นจนรู้สึกเหมือนจะล้มหน้าทิ่มไถลลงเขาได้ทุกเมื่อ
“ไหวไหมขอรับ?”ซูเหลียงรู้เื่ความไม่สันทัดในการใช้ชีวิตชนบทของฉันยิ่งกว่าใครแต่ฉันกัดฟันส่ายหน้า เทียบกับเื่ของคุเรไนแล้ว การเดินฝ่าฝนแค่นี้นับว่าเล็กน้อยมาก
ในที่สุด เรามาถึงลานหน้าบ้าน
ทว่าซูเหลียงชะงักดึงมือฉันไว้ไม่ให้เดินต่อ
“...มีคนเพิ่งเข้ามาในบ้านหนึ่งคนข้าน้อยไม่ทราบว่าเป็ผู้ใด...” เขากัดฟัน ย่อตัวลงต่ำในท่าเตรียมต่อสู้“ถึงเวทอาณาเขตจะกันโจรผู้ร้ายธรรมดาได้แต่กับศัตรูที่ท่านโสวหงต้องใช้เวทมนตร์สู้ด้วยก็ไม่แน่...”
ฉันกลืนน้ำลายอึกรับตัวถิงถิงที่สั่นเป็ลูกนกมาจากซูเหลียง
หากชีวิตสงบสุขเป็เหมือนความฝันสำหรับซูเหลียง่เวลานี้เป็เหมือนความฝันสำหรับฉันไม่อยากจะเชื่อว่าคนที่เพิ่งเห็นกันชั่วโมงก่อนตอนนี้กำลังต่อสู้และมีศัตรูหลุดเข้ามาในบ้าน
“ตามข้าน้อยมา”เด็กหนุ่มชักดาบสั้นจากข้างเอวและเดินอ้อมบ้าน
ถิงถิงเกาะเสื้อฉันแน่น ไม่กล้าส่งเสียงรองเท้าฉันส่งเสียงแฉะๆ ทุกครั้งที่ก้าวเดิน แต่โชคยังดีที่โดนเสียงฝนกลบ
ฉันไม่กล้าห่างร่างเปียกโชกของซูเหลียงเด็กหนุ่มเดินไปช้าๆ โดยถือดาบสั้นนำหน้า สายตาสอดส่องหาว่าศัตรูจะมาจากทางไหน
ขาฉันสั่นด้วยความหนาวและความกลัวอย่างน้อยแผ่นหลังของเด็กหนุ่มตรงหน้าทำให้สบายใจขึ้นนิดหน่อยเด็กหญิงที่อยู่ในอ้อมแขนเตือนฉันว่ายังมีคนหวังพึ่งฉันอยู่จะกลัวจนออกนอกหน้าไม่ได้เป็อันขาด
ฟ้ามืดครึ้มไม่ได้ยินอะไรเลยนอกจากเสียงฝน จากนั้น...
“ท่านโสวหง?! ทำไมมาอยู่ที่นี่...?” ซูเหลียงพูดเบาพอแค่ให้พวกเราได้ยินเสียงเขาโดนฝนกลบเสียเกือบหมด ฉันขยับเข้าไปใกล้เด็กหนุ่มและมองตามก็เห็นคนนั่งพิงกำแพงบ้าน
ซูเหลียงขยับตัวรวดเร็วครู่เดียวเขาตรวจสอบพื้นที่บริเวณโดยรอบจนหมดและกลับมาดึงมือฉันให้เข้าไปใกล้คุเรไนเมื่อใกล้เข้ามาจึงเห็นว่าเสื้ออีกฝ่ายมีสีแดงคล้ำ
“...?!” ฉันใจนตาค้าง ถิงถิงที่ซุกในอ้อมกอดฉันเปล่งเสียงร้องเบาๆ ซูเหลียงสติดีที่สุดนั่งลงข้างคุเรไนและมองาแ
“เกิดอะไรขึ้นขอรับ?”
“ฮะๆ...ก็นิดหน่อย ที่สำคัญ...”คุเรไนกัดฟันกลั้นความเ็ปก่อนจะพูดต่อ “ไปหาเรียวเสีย! พลังเวทของเรียวอ่อนลงกว่าสมัยก่อน ศัตรูระดับนี้ไม่ควรให้เขาสู้คนเดียว!”
“ศัตรูคือผู้ใดขอรับ?” ซูเหลียงถาม
“...หวังจื้อ”คุเรไนพูดได้แค่นั้นก็ร้องซี้ด เขามีแผลโดนฟันสะพายแล่งดูจากปริมาณเืแล้วไม่น่าจะลึกถึงชีวิต “เร็วเข้า ปล่อยแม่นางทั้งสองไว้กับข้าเถอะข้ายังพอปกป้องพวกนางได้”
“ด้วยความเคารพนะขอรับหากเป้าหมายของอีกฝ่ายคือการเล่นงานท่านการปล่อยให้ทั้งสองอยู่กับท่านที่กำลังาเ็จะเป็เื่อันตรายยิ่งกว่า”ซูเหลียงแย้งเสียงเรียบ
ผู้าเ็พ่นลมหายใจออกจมูกทีหนึ่งก่อนจะใช้ดาบซึ่งอยู่ในฝักพยุงตัวเองขึ้นจากพื้น
“ซูเหลียง นี่เป็คำสั่ง”
“ข้าน้อยไม่รับคำสั่งแล้ว”
คำตอบนั้นทำคุเรไนเลิกคิ้วข้างหนึ่งจ้องคนอ่อนวัยกว่าผู้มีดวงตาดุดันและทระนงเหมือนสุนัขป่าชายหนุ่มหลุดหัวเราะจนตัวงอเพราะความเจ็บ
“...ถือเป็คำขอแล้วกัน ขอร้องซูเหลียง เ้าเป็อดีตหน่วยสุนัขล่าเนื้อแห่งเทียนซูใช่หรือไม่? ไปช่วยเรียวเถอะหากหวังจื้อพบเรียว มันต้องสังหารเรียวเพื่อปิดปากเป็แน่...และข้ารู้ว่าเรียวกับมันต้องปะทะกันอย่างแน่นอน”
ซูเหลียงกัดฟันยืนกำหมัดอยู่พักหนึ่งก่อนจะพยักหน้า
“หากท่านคาดการณ์ผิด ข้าน้อยจะตามไปเด็ดศีรษะท่านถึงสุดขอบฟ้าจากนั้นจะตามลงไปแบะศีรษะท่านถึงในนรก” พูดจบ เขาผลุบหายไปในแนวไม้ฉันไม่รู้ว่าเขารู้ได้อย่างไรว่าหนิงหลงอยู่ตรงไหนแต่ท่าทางจะัักันได้ผ่านพลังเวทเหมือนที่หนิงหลงรู้ว่าคุเรไนกำลังเดือดร้อน
พอซูเหลียงลับตา คุเรไนเซชนผนังแทบจะทันที
“รู้สึกตัวหนัก...จริง...”
ฉันวางถิงถิงลงก่อนจะเข้าไปประคองเขาเขียนคำว่าผ้าแบบทุลักทุเลบนพัดกระดาษ เด็กหญิงพยักหน้า รีบวิ่งเข้าบ้านไป ก่อนหน้านี้ซูเหลียงบอกว่ามีคนหลุดเข้ามาเพียงคนเดียวฉะนั้นนอกจากคุเรไนแล้วไม่สมควรมีใครอื่นอยู่ในบ้าน
ฉันพยุงร่างเปียกโชกของชายหนุ่มเข้าไปในครัวเห็นถิงถิงกำลังเอาผ้าที่อยู่ในห้องซักรีดออกมาพอดี
ฉันขุดความรู้ด้านการปฐมพยาบาลที่เคยเรียนสมัยอยู่ม.4ถ้ามีคนได้รับาเ็ตอนเปียกอยู่ต้องถอดเสื้อที่เปียกก่อน
“แม่นาง ทำอะไร?!” คุเรไนประท้วงเมื่อฉันแกะผ้าคาดเอวเขา ฉันใช้สายตาบอกให้เขาเงียบไปก่อนเอาผ้ายัดมือเขาผืนหนึ่งให้กดแผลไว้เอาอีกผืนใส่มือถิงถิงจากนั้นชี้เส้นผมคุเรไนให้เธอช่วยเช็ดให้หน่อยฉันไม่มีแรงพอจะแบกผู้ชายอกสามศอกไปห้องอื่น ฉะนั้นจึงขอปฐมพยาบาลในครัวไปก่อน
ฉันกลืนน้ำลายอึกมือไม้สั่นเมื่อเห็นผ้าที่เขาใช้กดแผลค่อยๆ เปลี่ยนเป็สีแดง
โลกนี้มีเวทมนตร์ถ้ามีเวทรักษาสักบทก็ดี ฉันได้แต่คิดขณะลอกเสื้อผ้าจากร่างชายหนุ่มอย่างเบามือที่สุดแผงอกกว้างพร้อมหน้าท้องหกลูกเข้ามาในสายตา คุเรไนเริ่มตัวสั่นเพราะความหนาวแล้วฉันต้องรีบก่อไฟและหาเสื้อผ้าอุ่นๆ มาให้เขา
“อาหง ทำไมผมอาหงเป็อย่างนี้?!” เสียงถิงถิงดังขึ้น คุเรไนที่เริ่มตาปรือเบิกตาขึ้นทันที
“...ไม่มีอะไรต้องเป็ห่วง”เขายิ้มแห้ง ถิงถิงพลิกผ้าที่ใช้เช็ดผมให้ชายหนุ่มให้ฉันดู และฉันเห็นว่ามีสีดำเปื้อนผ้าราวกับมันเพิ่งถูกใช้เช็ดคราบน้ำมัน
...อีกทั้งเส้นผมของคุเรไนที่มองเห็น...เป็สีดำแซมด้วยสีแดง