ดมิสาได้ยินเสียงฝีเท้าเดินมาใกล้ๆ ประตูห้องที่เธอถูกกักขัง เสียงต่อมาได้ยินเหมือนว่าใครคนนั้นกำลังปลดล็อคกุญแจ ดมิสาจึงลุกขึ้นจากเตียงนอน ไปยืนแนบชิดผนังห้อง สายก็จับจ้องมองไปยังประตูหน้าห้อง ด้วยความตระหนกใและหวาดกลัว เพราะเธอคิดว่าคนที่มีกุญแจมาไขเปิดประตูอย่างนี้ คงจะเป็ใครไปไม่ได้ นอกจากคนที่จับตัวเธอมา
ประตูห้องเปิดออก ดมิสาก็เห็นผู้ชาย ที่เธอแน่ใจร้อยเปอร์เซ็นต์เลยว่าเธอไม่เคยรู้จักเขามาก่อน เขารูปร่างสูงใหญ่บึกบึน กล้ามเนื้อเป็มัดๆ อย่างคนที่ออกกำลังกายสม่ำเสมอ
ซึ่งใบหน้าครามครันนั้นก็หล่อเหลาคมเข้ม แต่พอมาตาสบตากันเข้า ทำให้เธอรู้สึกวาบหวามแต่ก็แฝงด้วยความเย็นะเืหวั่นๆ เพราะสายตานั้นช่างดูเ็าดุดันเหลือเกิน
“นายเป็ใคร? เราไม่เคยรู้จักกันสักหน่อย แล้วจับฉันมากักขังอย่างนี้ทำไม?”
ดมิสาหาเสียงตัวเองเจอ จึงร้องถามผู้ชายตัวโต ที่เดินย่างสามขุมเข้ามาภายในห้อง อย่างความกล้าๆ กลัวๆ ด้วยจิตใจหวาดหวั่น และรับรู้ได้เลยว่าหัวใจดวงน้อยๆ ของเธอ มันกำลังเต้นรัวแรงราวกับกลองตีเร็วๆ รัวๆ
“ใช่!! เราไม่รู้จักกันเลย และฉันก็ไม่เคยอยากจะรู้จักผู้หญิงชั่วๆ อย่างเธอด้วย แต่ที่ฉันจับเธอมาก็เพราะว่า เธอมันชั่ว ทำกับคนอื่นเอาไว้อย่างเืเย็น แต่จะรอให้กรรมตามทัน มันก็คงจะชักช้าไม่ทันใจฉัน ฉันจึงมาเป็ผู้เร่งให้เร็วขึ้น จะได้สะสางให้เสร็จๆ กันไปสักที”
คณพศหรี่ตามองใบหน้าสวยหวานซึ่ง ด้วยท่าทางหมายมาด ก่อนเปล่งเสียงพูดออกมา ซึ่งทำพูดนั้นก็แทบทำให้ดมิสาสะอึก และงุนงงสงสัยไปตามๆ กันเลยทีเดียว ก็จะไม่ให้งุนงงสงสัยได้ยังไงกัน ก็เธอยังไม่รู้เลยว่าเธอทำอะไรไม่ดีมา คนตัวโตคนนี้ถึงได้มาต่อว่าเธอว่าชั่วขนาดนี้
“ฉันทำอะไรใครเอาไว้อย่างนั้นเหรอ?? เท่าที่ฉันจำได้ยังไม่เคยทำร้ายใคร? ไม่เคยทำให้ใครต้องมาเดือดร้อน เพราะฉันมาก่อนเลยนะ”
ดมิสาขมวดคิ้วเข้าหากันแทบจะผูกเป็โบว์ ด้วยความไม่เข้าใจอย่างหนัก กับคำกล่าวหาสาดเสียเทเสียเช่นนั้น พลางสมองก็คิดทบทวนว่า ตัวเองไปทำอะไรที่ไม่ดี ที่ร้ายแรงกับใครเอาไว้บ้าง ซึ่งในสมองก็ร้องบอกมาว่า ‘ไม่เคยมีสักคนนะ’
“ตอแหล!!!!.... ฮึ! เธอทำหน้าซื่อตาใสตอแหลได้โล่จริงๆ เลยนะ ถ้าหากเป็ดาราคงจะได้รางวัลไปแล้ว แต่ฉันขอบอกเธอไว้ตรงนี้เลยว่า ฉันไม่หลงกล มารยาหลายร้อยเล่มเกวียนของเธอหรอก เพราะฉันรู้เช่นเห็นชาติเธอหมดแล้ว ดมิสา!!!!”
คณพศก้าวขายาวๆ เดินเข้ามาใกล้ๆ กับที่ดมิสายืนอยู่ ยื่นมือใหญ่ไปดึงกระชากแขนเรียว ให้เข้ามาปะทะกับอกแกร่ง และบีบแขนเรียวนั้นไว้แน่น ด้วยอารมณ์คุกรุ่นด้วยไฟแห่งความแค้น และไม่สนใจด้วยว่าคนตัวเล็กจะเจ็บ
ดมิสาทำสีหน้ายับยู้ยี้เพราะความรู้สึกเ็ป ที่ถูกมือใหญ่ราวกับปลอกเหล็กบีบรัดแน่น ประกอบกับทั้งรู้สึกหวาดกลัวขึ้นมาจับใจ กลัวว่าผู้ชายตัวโตตรงหน้าคนนี้ จะทำร้ายเธอจนเธอได้รับอันตรายถึงตาย ก็อาจจะเป็ได้
“ก็บอกฉันสิ!! บอกฉัน ว่าฉันไปทำอะไร? ไปทำร้ายใคร?”
ดมิสาร้องถามคนตัวโตออกไป ทั้งที่ความเจ็บและความหวาดกลัว ก็มีอยู่จับขั้วหัวใจ แต่ก็ต้องทำใจดีสู้เสือเอาไว้ เพราะหากปะทะแรงกับเขา เธออาจตายคามือเขาตรงนี้แน่ๆ
๒๐๒๐๒๐๒๐๒๐๒๐๒๐๒๐๒๐๒๐๒๐๒๐๒๐๒๐๒๐๒๐๒๐๒๐๒๐๒๐๒๐๒๐๒๐๒๐๒๐