ตอนที่15 หนทางไหนที่เ้า้าจะเลือก
“ถูกต้องแล้วข้าเคยได้ยินว่ามันเป็วิชาของพรรคมารที่เคยโด่งดังเมื่อหลายพันปีก่อนพวกมันอาศัยทักษะนี้สร้างความปั่นป่วนไปทั่วยุทธจักร ดูดเอาพลังลมปราณของผู้อื่นมาเป็ของตนแต่มันก็มีข้อเสียที่พลังที่ดูดมาเป็พลังที่แตกต่างกัน มันเลยไม่อาจหลอมรวมเข้ากับตัวเองได้เพราะคนแต่ละคนฝึกวิชาคนละสายทำให้มีพลังลมปราณที่แตกต่างกันออกไป”
“บ้างก็นุ่มบ้างก็แข็งกร้าวตามแนวทางฝึกตนของใครของมัน ถ้าดูดมาแล้วไม่สามารถหลอมรวมได้ก็มีแต่จะเป็ปัญหาให้กับตัวเองเท่านั้นแต่ถ้าสามารถย่อยพลังนั้นได้ก็จะเพิ่มพลังให้กับตัวเองมหาศาลแต่ถ้าผิดพลาดแม้เพียงนิดเดียวเ้าก็ไม่ต่างจากะเิอัดแก๊สที่รอวันะเิออกมาได้ทุกเมื่อทุกเวลา"
สีหน้าของจิ๋นหยางหน้าเกลียดหน้ากลัวขึ้นเมื่อได้ยินคำอธิบายของชายชราถึงวิธีการใช้ของทักษะชุดนี้ของของพรรคมาร......
"แต่ข้ามีวิธีที่จะไม่ทำให้เกิดเหตุแบบนั้นขึ้น ต่อให้ดูดมามากแค่ไหนต่างกันมาแค่ไหน ก็จะไม่เป็อันตรายใดๆกับตัวของเ้าแน่นอน"ชายชราพูดขึ้นในขณะที่เห็นจิ๋นหยางแสดงสีหน้าคุ้นคิดอะไรบางอย่างอยู่......
“ใครว่าข้าจะฝึกมันกันละ ข้าแค่ถามเ้าเฉยๆว่าเ้ารู้จักวิชานี้ไหม!!”
"อะเหรอจ๊ะ......ไม่ฝึกก็ไม่ฝึก แต่ถ้าเ้าฝึกมันข้าก็พร้อมที่จะช่วยเ้าเสมอ"ชายชรากล่าวพร้อมกับยิ้มอย่างมีเลศนัยบนใบหน้าของมันก่อนจะพูดต่อว่า “แล้วเ้าจะเอายังไงกับพวกมันทั้งสองละ!? หากจะปล่อยไว้แบบนี้ก็ไม่ได้ จะปล่อยตัวออกไปก็ไม่ได้”
จิ๋นหยางมองไปที่พวกมันทั้งสอง ตอนนี้ชายชุดแดงถูกถอดเสื้อผ้าและข้าวของออกจนหมดตัวแล้วส่วนชายชุดขาวยังสวมใส่อยู่ครบดังนั้นจิ๋นหยางจึงคิดว่าควรเอาของพวกมันออกมาทั้งหมดก่อนแล้วค่อยว่ากัน.....
"ถอดชุดและของมันออกมาก่อนละกัน" เขาหันหน้าไปทางชายชราแล้วกล่าวจากนั้นก็เก็บเสื้อผ้าของชายชุดแดงเข้าไปในแหวนมิติที่ได้มา ส่วนแหวนอีก2วงเขายังไม่รู้ความสามารถของมันเขาจึงเก็บมันเข้าไปด้วยรวมทั้งดาบและวิชาดาบที่ได้มา.....
"เ้าชอบผู้ชายเปลืองผ้าก็ไม่บอก อ้ายย! ขนลุก!!"
“ท่าน!!” จิ๋นหยางอุทานขึ้นพร้อมกับทำหน้าไปไม่ถูกเขาแค่้าตรวจดูของจากชายชุดขาวเท่านั้น แต่คำพูดของชายชราทำให้เขารู้โมโหมากแต่ก็ทำอะไรไม่ได้ก่อนจะพูดแย้งกลับไปว่า....
"ใครว่าข้าชอบกัน ข้าแค่้าตรวจดูสิ่งของของพวกมันเท่านั้นอีกอย่างข้าก็ยังเด็กไม่สนใจเื่พวกนี้หรอก" เขากล่าวพร้อมทำสีหน้าเ็าจ้องมองไปที่ชายชรา.....
"เด็ก? ตอนที่ข้าอายุเท่าเ้าข้าก็ได้แอ้มสาวๆแล้วพวกนางทั้งขาวทั้งเนียน ไม่ว่าจะส่วนเว้าส่วนโค้ง โดยเฉพาะบั่นท้ายของพวกนางนะหื้มมมมม!! ไม่อยากจะพูดเลย และเวลาที่พวกนางส่งเสียงร้องครวญครางนะมันช่างได้อารมณ์ยิ่งนัก" ชายชรากล่าวไปพร้อมกับทำสีหน้าที่ดูมีความสุขไปด้วยเพียงแค่ท่าทางก็ไม่ต้องบรรยายเลยว่าจะสุขขนาดไหน.....
"ไอ้เฒ่าลามก หื่นกาม เ้าช่างไม่อายฟ้าดินซะบ้างเลยพูดเื่น่าอายออกมาได้ยังไงกัน?"
"ไม่อายฟ้าดิน หื่นกาม เื่น่าอาย ฮ่า ฮ่า ฮ่าผู้ชายทุกคนก็เป็เหมือนกันหมดและ เมื่อถึงเวลา เ้าก็จะรู้เองว่าสิ่งที่ข้าพูดมามันเป็ยังไงพอถึงเวลาเ้าอาจจะยิ่งกว่าข้าก็ได้ ฮ่า ฮ่า ฮ่า ฮ่า " เสียงหัวเราะอย่างมีความสุขดังออกมาจากปากของชายชราอย่างต่อเนื่องมันไม่เคยได้หัวเราะอย่างนี้มานานแล้ว เพราะมีแต่ความแค้นในใจมาตลอด นี้เป็วันแรกในรอบหลายพันปีที่มันได้หัวเราะอย่างมีความสุขแบบนี้.....
จากนั้นชุดและสิ่งของของชายชุดขาวก็ลอยออกมากองอยู่เบื้องหน้าของจิ๋นหยางเขาเดินตรงไปดูยังของพวกนั้นทันที ชายชุดขาวมีกระบี่หนึ่งเล่ม เสื้อผ้าที่ใส่และก็ถุงมิติกว้าง1ผิง ข้างในมีตั๋วเงินอีกหนึ่งใบคำภีร์ฝึกตนพื้นฐาน คำภีร์ทักษะกระบี่อ่อนและที่สะดุดตาที่สุดคือป้ายห้อยเอวสีเงินที่เขียนด้วยตัวอักษรว่า......
[ตระกูลจิ๋น]
เมื่อจิ๋นหยางเห็นป้ายนี้ สีหน้าของเขาก็พลันเปลี่ยนไปในทันทีคิ้วขมวดเข้าหากันใบหน้าขาวซีดดูไม่ได้เลย เพราะป้ายนี้มีคำว่าตระกูลจิ๋นเขียนอยู่มันเป็ชื่อเดียวกับชื่อตระกูลของเขาเลย.....
"มันมีของสิ่งนี้ได้ยังไงกัน? มันไปเอามาจากที่ใด?!!"
จิ๋นหยางพูดขึ้นพร้อมกับสีหน้าที่ดุร้ายและแฝงไปด้วยความอาฆาตและจิตสังหารที่ประทุขึ้นมาภายในจิตใจของเขาเพราะจากเื่ราวที่ป้าหยู่เล่าให้เขาฟังตระกูลของเขาถูกฆ่าทั้งตระกูลด้วยฝีมือของพรรคต่างๆที่ละโมบโลภมากในสมบัติจน้าแย่งชิงไปจากตระกูลของเขาทำให้คนในตระกูลตายหมด.......
"นั้นมันตราประจำตระกูลจิ๋นของเ้านิ ข้าจำได้ข้าเคยเห็นมันผู้ฝึกตนส่วนใหญ่ในตระกูลจะมีตราประจำตระกูลทั้งนั้น มันสร้างมาจากเงินแท้มีความแข็งแกร่งกว่าเหล็กและทองแดง ผู้คนนิยมนำมาทำป้ายชื่อหรือตราของตระกูลของตน"ชายชราเองก็จำได้เช่นกันเกี่ยวกับป้ายที่ชายหนุ่มชุดขาวมีว่ามันเป็ของตระกูลจิ๋นจริงๆ......
"ถ้าเช่นนั้นมันได้ของสิ่งนี้มายังไง? ข้าต้องรู้ให้ได้ปล่อยตัวมันออกไปข้าข้าจะถามมันเอง!!"
"ปล่อยตัวมัน? เ้าจะบ้าเหรอไง พลังของมันสูงกว่าเ้า เ้าเอาชนะมันไม่ได้หรอกต่อให้มันไม่มีอาวุธก็ตาม แต่พลังของมันก็ยังเหนือกว่าเ้าอยู่ดี ข้าว่าเ้ารอให้แข็งแกร่งกว่านี้ดีกว่าค่อยถามมันก็ยังไม่สาย"ชายชราเห็นว่าจิ๋นหยางกำลังขาดสติยั้งคิด มันจึงได้พูดเตือนสติเขา.....
ไม่!!!!!!!
"ข้า้าจะรู้เดียวนี้!!ข้าต้องรู้เดียวนี้ว่ามันได้ป้ายนี้มายังไง!!" ทุกคำพูดที่ออกมานั้นเต็มไปด้วยเพลิงโทสะที่อยู่ในใจของเขาเพราะมันเป็เื่ของตระกูลเขา และนั่นก็แน่นอนที่เขา้าที่จะอยากรู้เป็ธรรมดาโดยที่ไม่ได้ใช้สติยั้งคิดเลย......
"ใจเย็นก่อนเ้าหนู เ้าความจะคิดให้รอบครอบกว่านี้นะ ถ้าเ้าขาดสติยับยั้งช่างใจอย่างนี้เ้าก็ไม่ต่างอะไรจากคนโง่หรอก แค่เห็นก็คิดจะทำไม่คิดไม่รอบครอบเสียก่อนแล้ว"
"แล้วเ้าจะให้ข้าทำยังไงละ นี้เป็โอกาสที่ข้าจะได้รู้จากมันถ้าไม่ปล่อยมันแล้วข้าจะรู้ได้ไงว่ามันเอามาจากไหน....หรือว่าท่านสามารถเปลี่ยนมันเป็เม็ดยาเหมือนกับอสูรวานรทองได้กันละห๊ะ!!? หากท่านทำได้ข้าจะได้ไม่ต้องถามมันให้เมื่อ"
"เปลี่ยนเป็เม็ดยาเหมือนกับอสูรวานร?"สีหน้าของชายชราซีดขาวลงด้วยความใกับความคิดของจิ๋นหยาง เขาเพียง้าที่จะเตือนสติของจิ๋นหยางเท่านั้นและไม่คิดว่าจิ๋นหยางจะให้มันกลั่นชายชุดขาวให้เป็เม็ดยาเหมือนกับอสูรวานร......
"ข้าก็บอกเ้าไม่ได้หรอกนะว่าจะสามารถทำได้หรือไม่เพราะข้ายังไม่เคยลองทำมาก่อน ข้าเคยแต่เปลี่ยนพวกสัตว์อสูรเท่านั้นหากว่าข้าทำพลาดขึ้นมาทุกอย่างก็จบ แล้วเ้าก็จะไม่ได้ข้อมูลอะไรด้วยแต่ถ้าหากเ้าอยากให้ข้าลองข้าก็จะลองให้เ้าเอง"
"ไม่เคยลอง ก็ลองดูซะซิ อย่างน้อยมันก็น่าจะดีกว่าไม่ใช่หรือยังไงกัน"ตอนนี้จิ๋นหยางพูดแบบไม่เกรงใจใครทั้งนั้น และไม่สนใจด้วยจะผลจะออกมาเป็แบบไหน เพราะด้วยอารมณ์โมโหที่เดือดอยู่ในใจของเขาทำให้คำพูดทุกคำเต็มไปด้วยเสียงกระแทกกระทัน.....
"ก็ได้......ข้าจะลองทำมันดู แต่ข้าไม่รับประกันนะว่าจะสำเร็จหรือไม่ถ้ามันไม่สำเร็จเ้าจะเสียโอกาสไปเลยนะ และเ้าก็จะไม่มีโอกาสอีกเ้าจะให้ข้าทำจริงๆใช่ไหม?" ชายชรายังคงถามย้ำอีกครั้งว่าจิ๋นหยางยัง้าที่จะให้มันทำอยู่ไหม.....
เมื่อได้ยินคำพูดของชายชรา ความลังเลก็ปรากฏขึ้นในความคิดของจิ๋นหยางตอนนี้ตัวเขาเองนั้นอยู่ในอารมณ์ที่โมโหอย่างมากทำให้ไม่มีสติคิดอะไรได้จิตััก็แตกกระเจิง ลมปราณไม่คงทีและไม่เสถียรอย่างมาก.....
อั๊ก!!
เืกองโตพุ่งออกมาจากปากของเขา สีหน้าซีดขาวลงเหมือนคนป่วยใกล้ตายก็มิปานเขารีบนั่งลงเพื่อปรับลมปราณทันที และก็เช็ดเืที่มุมปากของเขาออก จิ๋นหยางค่อยๆกลับมาตั้งสติได้อีกครั้งหนึ่งหลังจากที่รู้ว่าตัวเองขาดสติไป......
"เมื่อครู่ข้าใจร้อนเกินไป ข้าไม่อาจควบคุมตัวเองได้เมื่อนึกถึงเหตุที่ทำให้คนในตระกูลของข้าต้องตายตกไปก็ทำให้ข้ามีโทสะขึ้นมาทันที"จิ๋นหยางนั่งปรับพลังลมปราณจนเข้าที่สมบูรณ์เหมือนเดิมแล้วเขามองไปยังชายชุดขาวแล้วก็เก็บของของมันทั้งหมดไว้ในแหวนมิติ.....
"ตอนนี้ข้าไม่รู้จะทำยังไงดี ท่านมีความคิดเห็นเช่นใดบ้างท่านผู้าุโ"หลังจากที่ได้สติกลับมาแล้วเขาก็เปลี่ยนไปราวกับเป็คนละคนก่อนหน้านี้เลย.....
"เฮ้อ.......ผู้าุโ? แหม่ทีนี้มาแรกข้าผู้าุโเชียวนะ!!มันก็ใช่ว่าจะไม่มีหนทางหรอกนะ มีสามหนทางให้เ้าเลือกด้วยกัน หนทางแรกคือปล่อยมันออกไปและถามมันจากปากแต่นั้นก็เสี่ยงเกินไปเพราะพลังของเ้าไม่อาจสู้มันได้”
“หนทางที่สองคือให้ข้าทดลองกลั่นมันเป็เม็ดยาิญญาแต่ข้าก็ไม่แน่ใจจะทำได้สำเร็จไหม และเสี่ยงที่จะไม่ได้ข้อมูลอะไรจากมันเลย ส่วนหนทางที่สามก็คือเ้าต้องฝึกวิชาดูดพลังลมปราณในคำภีร์โบราณของพรรคมารเมื่อสักคู่นี้แล้วดูดเอาพลังของมันซะก่อน”
“จากนั้นก็ค่อยให้ข้ากลั่นมันเป็เม็ดยาความทรงจำเพราะว่ามันไม่มีพลังฝึกตนแล้วมันก็จะเหลือแต่ความทรงจำเท่านั้นมันก็จะง่ายสำหรับข้าที่จะย่อยและกลั่นเป็เม็ดยาแต่...ข้าก็ยังไม่มันใจเท่าใดนักเพราะนี้คืุ์ไม่ใช้สัตว์อสูรอย่างที่ข้าบอกเอาละทีนี้จะเลือกหนทางไหน?"
"หนทางแรกนั้นมันเป็หนทางที่เป็ธรรมที่สุด แต่ข้าเองก็ยังไม่อาจที่เอาชนะมันได้ส่วนสองกับสามนั้นมันอาจจะโหดร้ายไปหน่อย แต่มันก็อาจจะปลอดภัยที่สุดสำหรับข้าในตอนนี้เฮ้อ!! มันช่างยากเหลือเกินที่จะตัดสินใจเลือกแต่ถ้าเลือกหนทางที่สามข้าก็ต้องฝึกวิชาพรรคมาร นั้นเป็เื่ที่ไม่ดีอย่างยิ่งไม่งั้นท่านอาจารย์อาจจะตำหนิข้าได้"
จิ๋นหยางรู้สึกหนักใจเป็อย่างมากในการตัดสินใจเลือกหนทางที่เขาจะเอาข้อมูลจากชายชุดขาวคนนี้เพราะไม่ว่าจะทางเลือกไหนก็ล้วนแล้วแต่จะเป็หนทางที่เสี่ยงอันตรายทั้งนั้น.....
"ตำหนิเ้า? ท่านไต้ซือจะไปตำหนิเ้าได้ยังไงกัน ท่านยังไม่รู้จักเ้าเลยด้วยและท่านก็ยังไม่ได้บอกว่าเ้าเป็ศิษย์ท่านด้วย เ้าก็แค่บังเอิญโชคดีได้ฝึกวิชาของท่านเท่านั้นเองในจิตปราณท่านก็แค่บอกว่าเ้ามีบุญวาสนาได้พบกันจึงได้ให้ตำรากับเ้า ไม่ได้บังคับให้เ้าเป็ศิษย์ซะหน่อยจะไปคิดมากทำไมกัน เื่นี้คนแข็งแกร่งเท่านั้นทีจะเป็จ้าว ผู้ชนะเป็กฎผู้แพ้เป็ได้แค่ทาสเท่านั้น เอาละหนทางไหนที่เ้า้าจะเลือก?"
ชายชรายังคงหาข้อโต้แย้งมาให้จิ๋นหยางคิดและเลือกซึ่งที่ชายชราพูดมานั้นก็ดูมีเหตุผลอยู่บ้างแต่จิ๋นหยางก็ยากที่จะตัดสินใจเลือกอยู่ดี.......