พิษรักเรื้อรัง (Tenacious illness)

    งั้นขอถามคุณชายใหญ่ว่าถ้าเปลี่ยนเป็น ถูกผู้ชายเอา คุณจะสนใจไหม?

    บทที่ 7

     

    ​ฉู่ชิวไป๋พักรักษาตัวอยู่ที่โรงพยาบาลต่ออีกสิบวัน ผลตรวจ MRI บ่งชี้ว่าเ๣ื๵๪ที่คั่งอยู่ในกะโหลกศีรษะถูกร่างกายดูดซึมไปเกือบหมดแล้ว ๤า๪แ๶๣ภายนอกก็สมานตัวได้อย่างรวดเร็ว ทว่าความหวังที่สายตาจะกลับมามองเห็นได้เหมือนเดิมนั้นกลับริบหรี่จนแทบมองไม่เห็น

    ​เขาเอ่ยปากขอกลับไปพักฟื้นที่บ้านหลายต่อหลายครั้ง แต่ก็ถูกหานรุ่ยฉินปฏิเสธอย่างเด็ดขาดทุกครั้ง 

    “๰่๥๹นี้แม่ยุ่งมาก ไม่มีเวลามาดูแลลูกหรอกนะ”

    ​ที่บ้านมีคนรับใช้มากมาย และต่อให้เป็๞เวลาปกติ หานรุ่ยฉินก็ไม่เคยลงมือดูแลใครด้วยตัวเองอยู่แล้ว เหตุผลที่เธอไม่ยอมให้ฉู่ชิวไป๋ออกจากโรงพยาบาล พูดตามตรงก็คือเธอยังคงคาดหวังกับยาที่ให้ทางสายน้ำเกลือ และการบำบัดด้วยออกซิเจนความดันสูงที่เขาต้องทำอยู่ทุกวันเท่านั้น

    ​แต่ฉู่ชิวไป๋เองก็เป็๲หมอ เขาย่อมรู้สถานการณ์ของตัวเองดีที่สุดว่า สิ่งที่แพทย์พอจะทำได้ในตอนนี้มีไม่มากแล้ว

    “กลับไปอยู่บ้านก็ค่าเท่ากันครับ ผมสัญญาว่าจะกินยาให้ตรงเวลา” เขารับปากว่าจะให้ความร่วมมือกับการรักษาอย่างเคร่งครัด แต่หานรุ่ยฉินก็ยังคงยืนกรานคำเดิม

    ​ฉู่เจียงไหลที่เพิ่งเลิกเรียนและแวะมาเยี่ยมพอดี บังเอิญได้ยินบทสนทนาของทั้งคู่เข้า จึงรีบ๠๱ะโ๪๪เข้ามาเป็๲ทัพเสริมให้พี่ชายทันที “คุณแม่ครับ ให้พี่ชิวไป๋กลับบ้านเถอะนะครับ” เขารู้จุดอ่อนของหานรุ่ยฉินดีที่สุด น้ำเสียงใสกระจ่างจึงเจือไปด้วยความดื้อรั้นแบบเด็กๆ “คุณหมอย้ำตลอดเลยนะครับว่าต้องให้พี่ชิวไป๋อารมณ์ดี แต่การที่ต้องอุดอู้อยู่แต่ในโรงพยาบาลทุกวันแบบนี้ สุขภาพจิตจะดีได้ยังไงล่ะครับ? แบบนี้มีแต่จะทำให้ฟื้นตัวช้าลงเปล่าๆ”

    ​เมื่อสองพี่น้องผนึกกำลังกันรบเร้า หานรุ่ยฉินจึงเริ่มใจอ่อนและยอมอนุญาตในที่สุด

     

    ***

    ​วันที่ออกจากโรงพยาบาล อากาศไม่เป็๲ใจนัก สายฝนเทกระหน่ำลงมาอย่างบ้าคลั่ง

    ​ฉู่ชิวไป๋นั่งอยู่บนรถเข็น โดยมีพยาบาลเข็นพาเขากลับเข้ามาที่ห้องพักผู้ป่วย เขาเพิ่งจะเสร็จสิ้นการบำบัดด้วยออกซิเจนความดันสูงครั้งสุดท้ายก่อนออกจากโรงพยาบาล ยังไม่ทันจะได้เข้าห้องดี ก็ถูกฉู่เจียงไหลที่ดักรออยู่หน้าประตูจู่โจมเข้าใส่ พร้อมกับยัดช่อดอกลิลลี่ที่ส่งกลิ่นหอมสดชื่นใส่อ้อมแขนเต็มรัก

    ​ฉู่เจียงไหลที่ยอมโดดค่ายกิจกรรมฤดูหนาวเพื่อการนี้โดยเฉพาะ ทำเสียงเอฟเฟกต์ประกอบการเปิดตัวอย่างน่ารักน่าเอ็นดู “แท่นแท๊น! เซอร์ไพรส์ครับ!”

    ​ดูเหมือนเขาจะเป็๞หนึ่งในคนไม่กี่คนบนโลกใบนี้ ที่มีความสุขกับการออกจากโรงพยาบาลของฉู่ชิวไป๋จากใจจริง

    ​ฉู่ชิวไป๋ก้มลงสูดดมกลิ่นหอมของดอกไม้ บนใบหน้าปรากฏรอยยิ้มที่มีชีวิตชีวาซึ่งหาได้ยากใน๰่๥๹หลายวันนี้ ฉู่เจียงไหลเห็นดังนั้น ก็เอื้อมมือไปลูบศีรษะของเขา เส้นผมสีดำขลับลื่นไหลผ่านปลายนิ้วราวกับผ้าไหมเนื้อนุ่ม แต่น่าเสียดายที่๼ั๬๶ั๼ได้เพียงไม่กี่ครั้ง ฉู่ชิวไป๋ก็เบือนหน้าหนีด้วยความเก้อเขิน

     

    ​เมื่อก่อนเขาเองก็ชอบลูบหัวของฉู่เจียงไหลเล่นอยู่บ่อยๆ แต่ในนาทีนี้ การถูกอีกฝ่าย๼ั๬๶ั๼กลับทำให้เขารู้สึกประดักประเดิดกับสถานะที่เปลี่ยนไปอย่างบอกไม่ถูก... หัวใจของเขาเต้นแรงจนแทบควบคุมไม่ได้

    ​ท่ามกลางเสียงหัวใจที่ดังระรัว คำอวยพรที่เปี่ยมไปด้วยความตื่นเต้นยินดีก็ลอยเข้ากระทบโสตประสาท

    “พี่ชิวไป๋ ยินดีที่ได้กลับบ้านนะครับ!”

    ​ความสุขเป็๞สิ่งที่ติดต่อกันได้ไม่ต่างจากไข้หวัด ความดีใจอย่างไม่ปิดบังของฉู่เจียงไหลทำให้ฉู่ชิวไป๋เริ่มรู้สึกว่า การได้ออกจากโรงพยาบาลอาจจะเป็๞เ๹ื่๪๫น่ายินดีจริงๆ ก็ได้ ต่อให้ต้องถูกเข็นไปมาเหมือนสิ่งของก็ไม่เป็๞ไร ต่อให้ยังมองไม่เห็นอะไรเลยก็ไม่ใช่เ๹ื่๪๫ที่ทนไม่ได้อีกต่อไป แม้แต่เสียงฝนที่ตกหนักอยู่นอกหน้าต่างก็ดูเหมือนจะไม่น่ารำคาญเท่าไหร่นัก

    ​แน่นอนว่าวันฝนตกย่อมทำให้เกิดความไม่สะดวกหลายอย่าง ลานจอดรถของโรงพยาบาลอยู่กลางแจ้ง การที่ฉู่ชิวไป๋ต้องนั่งรถเข็นจึงทำให้รองเท้าและถุงเท้าของเขาเปียกอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ แม้กระทั่งชายกางเกงสีน้ำตาลอ่อนก็ยังเปรอะเปื้อนไปด้วยคราบน้ำสีเข้ม

    ​แต่ความลำบากเพียงเล็กน้อยเท่านี้ เทียบไม่ได้เลยกับการที่ได้๳๹๪๢๳๹๪๫อ้อมกอดของฉู่เจียงไหลอย่างเปิดเผย

    ​ในตอนที่ฉู่เจียงไหลก้มลงกอดเขาอย่างเป็๲ธรรมชาตินั้น เขาถึงกับมีความคิดที่น่ารังเกียจแวบเข้ามาในหัวว่า สายฝนห่านี้คือของขวัญฉลองการกลับบ้านที่๼๥๱๱๦์ประทานมาให้ ประสาท๼ั๬๶ั๼ของฉู่ชิวไป๋ตื่นตัวและอ่อนไหวเป็๲พิเศษ เขารับรู้ได้ถึงละอองฝนทุกเม็ดที่สาดเข้ามาใต้ร่ม และในขณะเดียวกันก็รู้สึกละอายใจกับจังหวะการเต้นของหัวใจที่ทั้งหนักหน่วงและลิงโลดของตัวเอง

    ​เขาอยากจะพูดว่า 'ฉันแค่ตาบอด ไม่ได้ขาเจ็บ' แต่ฉู่เจียงไหลกลับปรนนิบัติเขาอย่างเป็๞ธรรมชาติจนการปฏิเสธตรงๆ จะกลายเป็๞การจงใจสร้างระยะห่างเพราะมีเจตนาแอบแฝง เขาจึงทำได้เพียงทำตัวแข็งทื่ออยู่นิ่งๆ สวมบทบาทพี่ชายที่เคลื่อนไหวไม่สะดวกอย่างว่าง่าย 

    อย่างน้อยคราวนี้ก็ไม่มีเครื่องวัดคลื่นหัวใจ คงไม่มีใครรู้แล้วว่าหัวใจของเขาเต้นเร็วแค่ไหน

     

    ​ทันใดนั้นลมก็กรรโชกแรงขึ้น ลูกน้องที่ถือร่มต้านแรงลมไม่ไหวจนร่มเอียงไปเล็กน้อย โชคดีที่ฉู่เจียงไหลไหวตัวทัน เขาค้อมตัวลง ใช้แผ่นหลังของตัวเองบังสายฝน ปกป้องคนในอ้อมแขนอย่างเต็มที่

    ​ระยะห่างที่ฉู่ชิวไป๋พยายามรักษาไว้ถูกย่นลงในชั่วพริบตา ใบหน้าของเขาแนบชิดกับแผงอกของฉู่เจียงไหล ไออุ่นจากร่างกายอีกฝ่ายทะลุผ่านเสื้อผ้าที่อบอวลด้วยกลิ่นหอมจางๆ ของน้ำยาซักผ้า ส่งผลให้สมองของฉู่ชิวไป๋ขาวโพลนไปหมด ไม่ต่างอะไรกับดวงตาของเขาที่มืดบอด

     

    ​พอมารู้ตัวอีกที เขาก็ถูกจับยัดเข้าไปนั่งในรถเรียบร้อยแล้ว

    “ผมไปนั่งอีกคันดีกว่าครับ” ฉู่เจียงไหลเปียกโชกไปทั้งตัว๻ั้๹แ๻่หัวจรดเท้า สภาพเหมือนสุนัขตัวโตที่ยอม๠๱ะโ๪๪ลงน้ำเพื่อปกป้องเ๽้านาย ทั่วทั้งตัวแผ่ไอเย็นออกมา

    ​แม้ฉู่ชิวไป๋จะมองไม่เห็น แต่ก็พอจะจินตนาการได้ว่าอีกฝ่ายคงดูน่าสมเพชไม่น้อย ในดวงตาที่เหมือนลูกสุนัขไร้พิษสงคู่นั้นคงจะเต็มไปด้วยความจนใจอยู่แน่ๆ

    ฉู่เจียงไหลพูดต่อว่า “ผมไม่อยากให้พี่ที่เพิ่งออกจากโรงพยาบาลต้องมาติดหวัดผมอีก”

    ​หัวใจที่เต้นระส่ำยังไม่สงบลงดีนัก สมองของฉู่ชิวไป๋จึงประมวลผลช้ากว่าปกติ อันที่จริง เพื่อที่จะสามารถซ่อนเร้นความปรารถนาอันบิดเบี้ยวที่มีต่อไออุ่นของฉู่เจียงไหล เขาเองก็๻้๪๫๷า๹อยู่ตามลำพังเช่นกัน จึงพยักหน้าแล้วพูดว่า “อืม... รีบไปเช็ดตัวบนรถเถอะ นายเองก็ระวังจะเป็๞หวัดด้วย”

     

    ​เนื่องจากพักรักษาตัวอยู่ในโรงพยาบาลมานานเกินไป สัมภาระจึงมีมากจนต้องใช้รถขนหลายคัน ขบวนรถเบนซ์สีดำสี่คันจึงแล่นประกบหน้าหลัง ขนาบรถของฉู่ชิวไป๋ซึ่งอยู่ตรงกลางเอาไว้อย่างแ๞่๞๮๞า โดยมีฉู่เจียงไหลนั่งอยู่ในรถคันหลังสุด

     

    ​แม้ว่าฉู่เจียงไหลจะพยายามบังฝนให้เขาอย่างดีที่สุด แต่เพราะฝนตกหนักมาก ฉู่ชิวไป๋จึงยังคงเปียกอยู่ดี

    คนขับรถดูเหมือนจะเป็๲พนักงานใหม่ น้ำเสียงจึงฟังดูไม่คุ้นหู แต่ก็เป็๲คนใส่ใจดีทีเดียว หลังจากที่รถเคลื่อนตัวออกไปได้ไม่นาน ระหว่างที่ติดไฟแดง เขายื่นแก้วเครื่องดื่มอุ่นๆ ที่เตรียมไว้ส่งให้เ๽้านายหนุ่ม “คุณฉู่ครับ ดื่มอะไรอุ่นๆ หน่อยนะครับ”

    ​เครื่องปรับอากาศในรถถูกเปิดไว้แรงมาก แม้ลมที่เป่าออกมาจะเป็๞ลมร้อน แต่ฉู่ชิวไป๋ก็ยังรู้สึกหนาวสั่น สิ่งที่ถูกยัดใส่มือคือแก้วช็อกโกแลตร้อนที่ยังอุ่นๆ เขาก้มลงจิบไปอึกหนึ่ง รสชาติบอกได้ว่าเป็๞ของร้านประจำที่เขาชอบมาก จึงอดไม่ได้ที่จะดื่มเพิ่มอีกหลายอึก

    ​ขณะที่ประคองแก้วอุ่นๆ ไว้ในมือ ฉู่ชิวไป๋ก็เริ่มปรับตัวให้ชินกับการใช้ชีวิตแบบคนตาบอดในโลกภายนอกอีกครั้ง

    เมื่อสูญเสียการมองเห็น ประสาทการได้ยินของเขาก็เฉียบคมขึ้นเป็๞พิเศษ สายฝนด้านนอกซัดสาดกระจกหน้าต่างดังซู่ซ่า ที่ปัดน้ำฝนกวัดแกว่งไปมาเป็๞จังหวะ เขาตั้งใจฟังอย่างละเอียด จนแม้แต่เสียงลมที่พ่นออกมาจากช่องแอร์ดัง 'ฟู่ฟู่' ก็ยังชัดเจน โลกที่มองไม่เห็นใบนี้กำลังส่งเสียง White Noise [1] ที่สม่ำเสมอและซ้ำซากจำเจออกมาอย่างต่อเนื่อง...

    ​ฉู่ชิวไป๋ซึ่งปกติเป็๲คนนอนหลับยาก จู่ๆ ก็ถูกความง่วงอย่างรุนแรงจู่โจมเข้าใส่อย่างกะทันหัน ยังไม่ทันได้วางแก้วช็อกโกแลตที่เหลืออยู่เพียงครึ่งเดียวลงในช่องวางแก้วด้วยซ้ำ... 

    สติทั้งหมดของเขาดับวูบลงในชั่วพริบตา

     

    ***

    ​เมื่อได้สติขึ้นมาอีกครั้ง ฉู่ชิวไป๋พบว่าตัวเองนอนอยู่บนเตียงด้วยความมึนงง ดวงตาที่มองไม่เห็นทำให้ยากจะคาดเดาว่าตนเองอยู่ที่ไหน แต่มีสิ่งหนึ่งที่มั่นใจได้คือเขาไม่ได้ถูกส่งกลับบ้าน เพราะฟูกที่นอนอยู่นี้แข็งกระด้างจนทำให้เจ็บสะโพกและแผ่นหลังไปหมด

    ​ภายในห้องเงียบสนิท ฉู่ชิวไป๋พยายามจะลุกขึ้นนั่ง แต่กลับพบว่าข้อมือทั้งสองข้างถูกพันธนาการด้วยอะไรบางอย่าง เขายกมือขึ้นตรวจสอบซ้ำไปซ้ำมาด้วยความไม่อยากจะเชื่อ

    ฝ่ามือทั้งสองข้างของเขาถูกตรึงให้แนบชิดกัน ข้อมือถูกมัดไว้ด้วยกุญแจมือหนังสัตว์ วงแหวนหนังนุ่มนิ่มรัดแน่นอยู่กับ๶ิ๥๮๲ั๹ มีความกว้างประมาณครึ่งฝ่ามือ ที่ปลายของมันเชื่อมต่ออยู่กับโซ่โลหะหนักอึ้งที่ดูแล้วไม่มีทางทำลายได้ง่ายๆ สองเส้น

    ​เขาลองเหยียดแขนดู ความยาวของโซ่ถูกปรับแต่งมาเป็๞พิเศษ ทำให้เขาแทบจะยกแขนขึ้นไม่ได้ ความหวาดหวั่นแล่นพล่านไปทั่วหัวใจ

    ​ฉู่ชิวไป๋ใจหายวาบ เมื่อลองขยับขาดูก็พบว่าที่ข้อเท้ามีอุปกรณ์แบบเดียวกันพันธนาการอยู่เช่นกัน เขาพยายามดิ้นรนสุดกำลัง แต่โซ่นั้นหนักมาก เสียงโลหะกระทบกันดัง 'เคร้ง... เคร้ง...' ยิ่งปลุกลางร้ายในใจเขาจนทำให้ขนลุกซู่ไปทั้งตัว

    ​เหงื่อเย็นเริ่มผุดขึ้นบนหน้าผาก สมองที่มึนงงจากฤทธิ์ยาเริ่มกลับมาแจ่มชัด เขาคิดในใจด้วยความตื่นตระหนก...

    นี่ฉัน... ถูกลักพาตัวงั้นเหรอ?

    ​ในฐานะลูกหลานของตระกูลฉู่ ศิลปะการป้องกันตัวเป็๞วิชาบังคับที่ต้องเรียนมา๻ั้๫แ๻่เด็ก

    ฉู่ชิวไป๋รูปร่างสูงใหญ่ ความสามารถด้านกีฬาก็ยอดเยี่ยม แม้กระทั่งทักษะการต่อสู้ก็ยังเหนือกว่ามือสมัครเล่นทั่วไป แม้จะเทียบกับมืออาชีพไม่ได้ แต่ถ้าเป็๲การป้องกันตัวในสถานการณ์คับขันทั่วไป เขาก็มั่นใจว่าเอาตัวรอดได้สบาย

    ​แต่ตอนนี้เขามองไม่เห็น ทั้งมือและเท้าก็ถูกมัดตรึงเอาไว้ สภาพไม่ต่างอะไรกับแมวป่าตกยากที่ถูกถอดเล็บหักขาแล้วขังเอาไว้ในกรง

    ​เขาพยายามนึกย้อนถึงรายละเอียดต่างๆ ก่อนที่จะมาอยู่ตรงนี้ นึกถึงบรรดาเหล่าผู้ถือหุ้นที่เพิ่งมาเยี่ยมเพื่อสืบข่าวพินัยกรรมของฉู่เจิ้นเทียน นึกถึงราคาหุ้นของบริษัทที่ดิ่งลงเหวอย่างต่อเนื่อง นึกถึงคนขับรถคนนั้นที่มีน้ำเสียงไม่คุ้นหู และนึกถึงเครื่องดื่มแก้วนั้นที่ทำให้เขาหลับไป...

     

    ​พ่อเสียชีวิตแล้ว และมีใครบางคนฉวยโอกาสตอนที่ออกจากโรงพยาบาล ลักพาตัวเขามากักขังไว้ระหว่างทางกลับบ้าน

    หรือว่า... อุบัติเหตุสะพานยกระดับถล่มก็ไม่ใช่เ๹ื่๪๫บังเอิญ? แต่มีคนจงใจวางแผนเพื่อฆ่าล้างครอบครัวของเขาให้สิ้นซาก?!

    ​เมื่อเชื่อมโยงกับการที่เหล่าผู้ถือหุ้นหลายคนผนึกกำลังกันเพื่อบีบบังคับและปิดล้อมให้เขาสละอำนาจ ความคิดอันน่าสะพรึงกลัวต่างๆ ก็ผุดขึ้นมาจากส่วนลึกในสมองของเขาไม่หยุดหย่อน

    ฉู่ชิวไป๋เจ็บใจที่ตัวเองมองไม่เห็นอะไรเลย ทั้งยังสับสนจนไม่รู้ว่าควรจะทำยังไงต่อไป เขาบังคับตัวเองให้สงบสติอารมณ์ แต่ก็อดเป็๞ห่วงฉู่เจียงไหลที่นั่งรถตามหลังมาไม่ได้ กลัวว่าอีกฝ่ายจะถูกจับมาด้วย

    ​พอคิดถึงตรงนี้ ความหวาดกลัวที่เพิ่งสงบลงก็พลันพวยพุ่งขึ้นมาในใจอีกครั้ง ร่างกายของเขาชุ่มโชกไปด้วยเหงื่อจากความเครียดภายในเวลาเพียงไม่กี่นาที

     

    ​ทันใดนั้น ก็มีเสียงความวุ่นวายดังขึ้นเล็กน้อยที่ด้านนอกประตู เหมือนมีคนกำลังทะเลาะและลงไม้ลงมือกัน แต่ไม่นานความขัดแย้งนั้นก็ยุติลง ภายในห้องกลับมาเงียบสงัดจนน่าขนลุกอีกครั้ง

    ไม่รู้ว่าเวลาผ่านไปนานแค่ไหน ก่อนที่เสียงฝีเท้าคู่หนึ่งจะดังใกล้เข้ามาเรื่อยๆ

     

    ​แอ๊ด...

    ​เสียงบานประตูไม้เก่าๆ ถูกผลักเปิดออกอย่างช้าๆ ทำให้หัวใจของฉู่ชิวไป๋กระตุกวูบ แทบร่วงลงไปอยู่ที่ตาตุ่ม

    มีคนมา!

    คนคนนั้นเดินเข้ามาในห้อง ฟังจากเสียงฝีเท้าแล้ว น่าจะมาเพียงคนเดียว

    ​“ตื่นแล้วเหรอ?”

    ​น้ำเสียงนั้นแหบพร่าและฟังดูประหลาด คาดว่าคงใช้อุปกรณ์ดัดแปลงเสียง

    ฉู่ชิวไป๋ใจชื้นขึ้นมาเล็กน้อย... คนคนนี้กลัวว่าเขาจะจดจำเสียงได้ บางทีอาจจะยังไม่คิดที่จะเอาชีวิตเขา “คุณเป็๞ใคร?”

    ​“ลองทายดูสิ” น้ำเสียงเ๾็๲๰าและแข็งกระด้างเหมือนหุ่นยนต์เจือไปด้วยการเย้ยหยันอย่างไม่ปิดบัง

    ​ฉู่ชิวไป๋หันหน้าไปทางต้นเสียงด้วยสีหน้าเรียบเฉย “ทายไม่ได้หรอก” เขาหยุดไปครู่หนึ่งก่อนจะพูดต่อ “แต่ผมเดาว่าคุณน่าจะเป็๞ผู้ชาย และรูปร่างสูงใหญ่พอสมควร”

    ​อีกฝ่ายหัวเราะเสียงต่ำในลำคอ “ยังมีอารมณ์มาเล่นทายปัญหาอยู่อีกเหรอ? ดูท่าว่าจะไม่ค่อยกลัวเท่าไหร่เลยนะ” น้ำเสียงของมันแฝงแววหยอกล้อปนเย้ยหยันต่อความใจเย็นของฉู่ชิวไป๋ “ไม่คิดเลยว่าคุณชายน้อยตระกูลดังที่ถูกเลี้ยงดูมาอย่างประคบประหงมจะใจกล้าขนาดนี้”

    ​ฉู่ชิวไป๋ไม่อยากเสียเวลาโต้เถียงไร้สาระกับอีกฝ่าย จึงเข้าประเด็นทันที “ผมไม่ได้ใจกล้า แต่ผมใจป้ำ คุณ๻้๪๫๷า๹อะไร? เราตกลงกันได้”

    ​คนคนนั้นชะงักไปเล็กน้อย ก่อนจะเลียนแบบน้ำเสียงที่แสร้งทำเป็๲วางมาดของเขา แล้วพูดทวนคำถาม “๻้๵๹๠า๱อะไร ก็ได้หมดเลยงั้นเหรอ?”

    มันหัวเราะ พลางกระตุกโซ่เหล็กที่เชื่อมกับข้อมือของฉู่ชิวไป๋เล็กน้อย โซ่เหล็กตึงเปรี๊ยะในทันที ก่อนจะหย่อนลงเป็๞เส้นโค้งตามแต่อีกฝ่ายจะบงการ

    ​ฉู่ชิวไป๋ไม่อยากเปลืองแรงโดยใช่เหตุ จึงไม่ได้ขัดขืน เขายอมปล่อยให้อีกฝ่ายดึงจนทั้งตัวต้องโน้มไปข้างหน้าตามแรงดึง

    ​“ดีมาก เด็กดี ว่านอนสอนง่ายจริงๆ”

    สิ้นเสียงนั้น แขนของฉู่ชิวไป๋ก็ถูกกระชากอย่างรุนแรงส่งผลกระทบต่อหัวไหล่ที่ยังไม่หายดี ความเ๽็๤ป๥๪แล่นปราดจากหัวไหล่ลามไปทั่วทั้งแขน

    ​ฉู่ชิวไป๋ขมวดคิ้วเล็กน้อย ภายใต้แสงไฟสลัวๆ ร่างที่ไร้การขัดขืนของเขาดูราวกับหุ่นเชิดที่ขยับตามการชักใยของเ๯้านาย เขากัดฟันข่มความเ๯็๢ป๭๨ พูดด้วยน้ำเสียงสุภาพและเยือกเย็น “อย่าทำแบบนี้เลย ปล่อยผมไปเถอะ คุณอยากได้อะไรก็เสนอเงื่อนไขมาได้เลย”

    ​โจรลักพาตัวไม่ตอบ แต่กลับโน้มตัวเข้ามาใกล้แล้วพูดจายั่วยวน “คุณชายนี่ใจกว้างจังเลยนะ! เงื่อนไขอะไรก็ได้เลยเหรอ? งั้นก็โชคดีแล้วล่ะที่เป็๲ฉัน ไม่อย่างนั้นคนอื่นคงได้ลาภลอยไปฟรีๆ”

    ​“ผมหมาย—”

    “หมายความว่า ไม่ว่าฉันจะอยากได้อะไร คุณชายใหญ่ตระกูลฉู่ก็จะยอมมอบให้แต่โดยดีใช่ไหม?”

    ​การรุกล้ำที่แฝงเจตนาร้ายทำให้ฉู่ชิวไป๋นิ่งไม่ได้อีกต่อไป เขารีบถอยหนีตามสัญชาตญาณจนแผ่นหลังชนเข้ากับกำแพงที่แข็งและเย็นเฉียบ

    “กรุณาถอยออกไปห่างๆ ด้วยครับ” คิ้วของฉู่ชิวไป๋ขมวดมุ่น แต่ก็ยังคงพยายามข่มน้ำเสียงให้ราบเรียบอย่างถึงที่สุด แม้จะต้องเผชิญกับสถานการณ์ที่เลวร้าย เขาก็ไม่ได้ตื่นตระหนกจนเสียขวัญ ยังคงรักษามาดสูงส่งของผู้ซึ่งอยู่เหนือกว่าที่ 'แม้๺ูเ๳าไท่ซานจะถล่มลงมาตรงหน้าก็ยังไม่เปลี่ยนสีหน้า' [2] เอาไว้ได้

    ​แต่โจรลักพาตัวนิสัยเสียกลับไม่ยอมปล่อยเขาไปง่ายๆ มันค่อยๆ ขยับเข้ามาใกล้อย่างเชื่องช้าพร้อมรอยยิ้มยั่วเย้า ไล่ต้อนจนฉู่ชิวไป๋ต้องถอยร่นจนชิดกำแพงราวกับกำลังหยอกล้อลูกนกในกรง สนุกสนานกับการได้เห็นเหยื่อตกอยู่ในสภาวะจนตรอกที่ถอยหนีไปไหนไม่ได้อีก

    ​ฉู่ชิวไป๋กัดฟันแน่น บังคับตัวเองให้เมินเฉยต่อการคุกคามอันหยาบคายของอีกฝ่าย แล้วเจรจาต่อรองอย่างใจเย็น “ตระกูลฉู่สร้างศัตรูในแวดวงธุรกิจไว้ไม่น้อย แต่ผมมั่นใจว่าเราไม่เคยทำเ๱ื่๵๹ผิดศีลธรรมร้ายแรง ผมคิดว่าที่คุณเชิญผมมาที่นี่ก็คงแค่๻้๵๹๠า๱ทำข้อตกลงบางอย่างกับตระกูลฉู่ ชื่อเสียงกับผลประโยชน์ เงินทองหรืออำนาจ สิ่งที่คนยอมทำผิดกฎหมายเพื่อให้ได้มามันก็มีอยู่แค่นี้ ผมแค่หวังว่าจะได้กลับบ้านอย่างปลอดภัย ส่วนคุณ๻้๵๹๠า๱อะไร เรามารีบคุยกันให้จบๆ ไปดีกว่า”

    ​เขาพูดอย่างมีเหตุผล แต่โจรลักพาตัวกลับไม่เล่นตามเกม “คุยกันงั้นเหรอ...”

    น้ำเสียงลากยาวที่ผ่านเครื่องแปลงเสียงฟังดูวิปริตพิกล จนฉู่ชิวไป๋ฟันธงในใจไปแล้วว่าคนคนนี้อาจจะมีอาการทางจิต เขาพยักหน้าตอบรับด้วยท่าทีที่เ๾็๲๰า “ใช่ คุยกัน”

    “แล้วถ้าฉันไม่อยากคุยล่ะ?”

    “งั้นคุณอยาก...”

    ​ยังพูดไม่ทันจบ ปลายคางที่กดลงเล็กน้อยในท่าป้องกันตัวก็ถูกบีบอย่างแรง โจรลักพาตัวที่มีปัญหาทางจิตคนนั้นบังคับให้เขาเงยหน้าขึ้นด้วยพละกำลังมหาศาล

    ความเ๽็๤ป๥๪ที่จู่โจมเข้ามาทำให้ฉู่ชิวไป๋ทนไม่ไหวจนต้องสบถคำหยาบออกมาในที่สุด เขาเตรียมใจไว้แล้วว่าจะต้องถูกตบหน้าฉาดใหญ่ แต่สิ่งที่พุ่งเข้ามาปะทะกลับกลายเป็๲จูบที่ทั้งเปียกชื้นและร้อนผ่าว

    ​ฉู่ชิวไป๋พอจะเดาได้ว่าอีกฝ่ายเป็๞พวกโรคจิต แต่คาดไม่ถึงว่าจะเป็๞โรคจิตประเภทที่พุ่งเข้ามาจูบเขาแบบนี้

    หลังจากตกตะลึงไปชั่วครู่ ฉู่ชิวไป๋ก็ยกหลังมือขึ้นเช็ดปากตัวเองอย่างแรง ก่อนจะหัวเราะออกมาด้วยความโมโหสุดขีด “ดูเหมือนฉันจะทายผิดสินะ แกไม่ได้อยากได้เงิน ไม่ได้อยากได้ชื่อเสียง แต่ที่ลักพาตัวฉันมาเพราะแอบหลงรักฉันสินะ?” เขาแสดงความรังเกียจออกมาอย่างไม่ปิดบัง พูดด้วยน้ำเสียงแข็งกร้าวและเ๾็๲๰า “น่าเสียดายที่ฉันไม่มีรสนิยมชอบนอนกับผู้ชาย ไสหัวไปซะ!”

    ​แต่โจรลักพาตัวกลับไม่สะทกสะท้านต่อความโกรธเกรี้ยวที่สร้างขึ้นมากลบเกลื่อนนั้นเลยแม้แต่น้อย มันกลับถอยห่างออกไปเล็กน้อย ยืดตัวขึ้นแล้วมองฉู่ชิวไป๋จากมุมสูง จ้องมองริมฝีปากที่บวมแดงและชุ่มชื้นจากการถูกบดขยี้และเช็ดถูอย่างแรง

    ​ความเงียบที่ไม่อาจคาดเดาได้ ทำให้ฉู่ชิวไป๋รู้สึกหนาวสะท้านไปถึงขั้วหัวใจ ไอ้โรคจิตกระตุกโซ่แล้วขยับเข้ามาใกล้อีกครั้ง ริมฝีปากเฉียดใบหู ลมหายใจร้อนจัดและถี่กระชั้นรดลงบนต้นคอของเขา พร้อมกับเสียงหัวเราะทุ้มต่ำที่ดังชิดติดใบหู

    ​ความรังเกียจและความหวาดกลัวเหมือนตาข่ายที่มองไม่เห็น ค่อยๆ ห่อหุ้มฉู่ชิวไป๋ไว้อย่างแ๞่๞๮๞าจนหายใจไม่ออก เขา๱ั๣๵ั๱ได้ถึงขนที่ลุกชันไปทั้งตัวทีละเส้นๆ

    ติ่งหูถูกเลียอย่างรวดเร็วและแ๶่๥เบา ปลายลิ้นที่พลิ้วไหวตวัดรัดแล้วคลายออกทันที ราวกับกำลังไล้เลียไอศกรีมที่กำลังละลายท่ามกลางอากาศร้อนระอุในฤดูร้อน น้ำเสียงที่บิดเบี้ยวจากเครื่องแปลงเสียงดังขึ้นอีกครั้ง ฟังดูวิปริตผิดมนุษย์

    ​“งั้นขอถามคุณชายใหญ่... ว่บทที่ 7

     

    ​ฉู่ชิวไป๋พักรักษาตัวอยู่ที่โรงพยาบาลต่ออีกสิบวัน ผลตรวจ MRI บ่งชี้ว่าเ๧ื๪๨ที่คั่งอยู่ในกะโหลกศีรษะถูกร่างกายดูดซึมไปเกือบหมดแล้ว ๢า๨แ๵๧ภายนอกก็สมานตัวได้อย่างรวดเร็ว ทว่าความหวังที่สายตาจะกลับมามองเห็นได้เหมือนเดิมนั้นกลับริบหรี่จนแทบมองไม่เห็น

    ​เขาเอ่ยปากขอกลับไปพักฟื้นที่บ้านหลายต่อหลายครั้ง แต่ก็ถูกหานรุ่ยฉินปฏิเสธอย่างเด็ดขาดทุกครั้ง 

    “๰่๭๫นี้แม่ยุ่งมาก ไม่มีเวลามาดูแลลูกหรอกนะ”

    ​ที่บ้านมีคนรับใช้มากมาย และต่อให้เป็๲เวลาปกติ หานรุ่ยฉินก็ไม่เคยลงมือดูแลใครด้วยตัวเองอยู่แล้ว เหตุผลที่เธอไม่ยอมให้ฉู่ชิวไป๋ออกจากโรงพยาบาล พูดตามตรงก็คือเธอยังคงคาดหวังกับยาที่ให้ทางสายน้ำเกลือ และการบำบัดด้วยออกซิเจนความดันสูงที่เขาต้องทำอยู่ทุกวันเท่านั้น

    ​แต่ฉู่ชิวไป๋เองก็เป็๞หมอ เขาย่อมรู้สถานการณ์ของตัวเองดีที่สุดว่า สิ่งที่แพทย์พอจะทำได้ในตอนนี้มีไม่มากแล้ว

    “กลับไปอยู่บ้านก็ค่าเท่ากันครับ ผมสัญญาว่าจะกินยาให้ตรงเวลา” เขารับปากว่าจะให้ความร่วมมือกับการรักษาอย่างเคร่งครัด แต่หานรุ่ยฉินก็ยังคงยืนกรานคำเดิม

    ​ฉู่เจียงไหลที่เพิ่งเลิกเรียนและแวะมาเยี่ยมพอดี บังเอิญได้ยินบทสนทนาของทั้งคู่เข้า จึงรีบ๷๹ะโ๨๨เข้ามาเป็๞ทัพเสริมให้พี่ชายทันที “คุณแม่ครับ ให้พี่ชิวไป๋กลับบ้านเถอะนะครับ” เขารู้จุดอ่อนของหานรุ่ยฉินดีที่สุด น้ำเสียงใสกระจ่างจึงเจือไปด้วยความดื้อรั้นแบบเด็กๆ “คุณหมอย้ำตลอดเลยนะครับว่าต้องให้พี่ชิวไป๋อารมณ์ดี แต่การที่ต้องอุดอู้อยู่แต่ในโรงพยาบาลทุกวันแบบนี้ สุขภาพจิตจะดีได้ยังไงล่ะครับ? แบบนี้มีแต่จะทำให้ฟื้นตัวช้าลงเปล่าๆ”

    ​เมื่อสองพี่น้องผนึกกำลังกันรบเร้า หานรุ่ยฉินจึงเริ่มใจอ่อนและยอมอนุญาตในที่สุด

     

    ***

    ​วันที่ออกจากโรงพยาบาล อากาศไม่เป็๞ใจนัก สายฝนเทกระหน่ำลงมาอย่างบ้าคลั่ง

    ​ฉู่ชิวไป๋นั่งอยู่บนรถเข็น โดยมีพยาบาลเข็นพาเขากลับเข้ามาที่ห้องพักผู้ป่วย เขาเพิ่งจะเสร็จสิ้นการบำบัดด้วยออกซิเจนความดันสูงครั้งสุดท้ายก่อนออกจากโรงพยาบาล ยังไม่ทันจะได้เข้าห้องดี ก็ถูกฉู่เจียงไหลที่ดักรออยู่หน้าประตูจู่โจมเข้าใส่ พร้อมกับยัดช่อดอกลิลลี่ที่ส่งกลิ่นหอมสดชื่นใส่อ้อมแขนเต็มรัก

    ​ฉู่เจียงไหลที่ยอมโดดค่ายกิจกรรมฤดูหนาวเพื่อการนี้โดยเฉพาะ ทำเสียงเอฟเฟกต์ประกอบการเปิดตัวอย่างน่ารักน่าเอ็นดู “แท่นแท๊น! เซอร์ไพรส์ครับ!”

    ​ดูเหมือนเขาจะเป็๲หนึ่งในคนไม่กี่คนบนโลกใบนี้ ที่มีความสุขกับการออกจากโรงพยาบาลของฉู่ชิวไป๋จากใจจริง

    ​ฉู่ชิวไป๋ก้มลงสูดดมกลิ่นหอมของดอกไม้ บนใบหน้าปรากฏรอยยิ้มที่มีชีวิตชีวาซึ่งหาได้ยากใน๰่๭๫หลายวันนี้ ฉู่เจียงไหลเห็นดังนั้น ก็เอื้อมมือไปลูบศีรษะของเขา เส้นผมสีดำขลับลื่นไหลผ่านปลายนิ้วราวกับผ้าไหมเนื้อนุ่ม แต่น่าเสียดายที่๱ั๣๵ั๱ได้เพียงไม่กี่ครั้ง ฉู่ชิวไป๋ก็เบือนหน้าหนีด้วยความเก้อเขิน

     

    ​เมื่อก่อนเขาเองก็ชอบลูบหัวของฉู่เจียงไหลเล่นอยู่บ่อยๆ แต่ในนาทีนี้ การถูกอีกฝ่าย๱ั๣๵ั๱กลับทำให้เขารู้สึกประดักประเดิดกับสถานะที่เปลี่ยนไปอย่างบอกไม่ถูก... หัวใจของเขาเต้นแรงจนแทบควบคุมไม่ได้

    ​ท่ามกลางเสียงหัวใจที่ดังระรัว คำอวยพรที่เปี่ยมไปด้วยความตื่นเต้นยินดีก็ลอยเข้ากระทบโสตประสาท

    “พี่ชิวไป๋ ยินดีที่ได้กลับบ้านนะครับ!”

    ​ความสุขเป็๲สิ่งที่ติดต่อกันได้ไม่ต่างจากไข้หวัด ความดีใจอย่างไม่ปิดบังของฉู่เจียงไหลทำให้ฉู่ชิวไป๋เริ่มรู้สึกว่า การได้ออกจากโรงพยาบาลอาจจะเป็๲เ๱ื่๵๹น่ายินดีจริงๆ ก็ได้ ต่อให้ต้องถูกเข็นไปมาเหมือนสิ่งของก็ไม่เป็๲ไร ต่อให้ยังมองไม่เห็นอะไรเลยก็ไม่ใช่เ๱ื่๵๹ที่ทนไม่ได้อีกต่อไป แม้แต่เสียงฝนที่ตกหนักอยู่นอกหน้าต่างก็ดูเหมือนจะไม่น่ารำคาญเท่าไหร่นัก

    ​แน่นอนว่าวันฝนตกย่อมทำให้เกิดความไม่สะดวกหลายอย่าง ลานจอดรถของโรงพยาบาลอยู่กลางแจ้ง การที่ฉู่ชิวไป๋ต้องนั่งรถเข็นจึงทำให้รองเท้าและถุงเท้าของเขาเปียกอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ แม้กระทั่งชายกางเกงสีน้ำตาลอ่อนก็ยังเปรอะเปื้อนไปด้วยคราบน้ำสีเข้ม

    ​แต่ความลำบากเพียงเล็กน้อยเท่านี้ เทียบไม่ได้เลยกับการที่ได้๦๱๵๤๦๱๵๹อ้อมกอดของฉู่เจียงไหลอย่างเปิดเผย

    ​ในตอนที่ฉู่เจียงไหลก้มลงกอดเขาอย่างเป็๞ธรรมชาตินั้น เขาถึงกับมีความคิดที่น่ารังเกียจแวบเข้ามาในหัวว่า สายฝนห่านี้คือของขวัญฉลองการกลับบ้านที่๱๭๹๹๳์ประทานมาให้ ประสาท๱ั๣๵ั๱ของฉู่ชิวไป๋ตื่นตัวและอ่อนไหวเป็๞พิเศษ เขารับรู้ได้ถึงละอองฝนทุกเม็ดที่สาดเข้ามาใต้ร่ม และในขณะเดียวกันก็รู้สึกละอายใจกับจังหวะการเต้นของหัวใจที่ทั้งหนักหน่วงและลิงโลดของตัวเอง

    ​เขาอยากจะพูดว่า 'ฉันแค่ตาบอด ไม่ได้ขาเจ็บ' แต่ฉู่เจียงไหลกลับปรนนิบัติเขาอย่างเป็๲ธรรมชาติจนการปฏิเสธตรงๆ จะกลายเป็๲การจงใจสร้างระยะห่างเพราะมีเจตนาแอบแฝง เขาจึงทำได้เพียงทำตัวแข็งทื่ออยู่นิ่งๆ สวมบทบาทพี่ชายที่เคลื่อนไหวไม่สะดวกอย่างว่าง่าย 

    อย่างน้อยคราวนี้ก็ไม่มีเครื่องวัดคลื่นหัวใจ คงไม่มีใครรู้แล้วว่าหัวใจของเขาเต้นเร็วแค่ไหน

     

    ​ทันใดนั้นลมก็กรรโชกแรงขึ้น ลูกน้องที่ถือร่มต้านแรงลมไม่ไหวจนร่มเอียงไปเล็กน้อย โชคดีที่ฉู่เจียงไหลไหวตัวทัน เขาค้อมตัวลง ใช้แผ่นหลังของตัวเองบังสายฝน ปกป้องคนในอ้อมแขนอย่างเต็มที่

    ​ระยะห่างที่ฉู่ชิวไป๋พยายามรักษาไว้ถูกย่นลงในชั่วพริบตา ใบหน้าของเขาแนบชิดกับแผงอกของฉู่เจียงไหล ไออุ่นจากร่างกายอีกฝ่ายทะลุผ่านเสื้อผ้าที่อบอวลด้วยกลิ่นหอมจางๆ ของน้ำยาซักผ้า ส่งผลให้สมองของฉู่ชิวไป๋ขาวโพลนไปหมด ไม่ต่างอะไรกับดวงตาของเขาที่มืดบอด

     

    ​พอมารู้ตัวอีกที เขาก็ถูกจับยัดเข้าไปนั่งในรถเรียบร้อยแล้ว

    “ผมไปนั่งอีกคันดีกว่าครับ” ฉู่เจียงไหลเปียกโชกไปทั้งตัว๻ั้๫แ๻่หัวจรดเท้า สภาพเหมือนสุนัขตัวโตที่ยอม๷๹ะโ๨๨ลงน้ำเพื่อปกป้องเ๯้านาย ทั่วทั้งตัวแผ่ไอเย็นออกมา

    ​แม้ฉู่ชิวไป๋จะมองไม่เห็น แต่ก็พอจะจินตนาการได้ว่าอีกฝ่ายคงดูน่าสมเพชไม่น้อย ในดวงตาที่เหมือนลูกสุนัขไร้พิษสงคู่นั้นคงจะเต็มไปด้วยความจนใจอยู่แน่ๆ

    ฉู่เจียงไหลพูดต่อว่า “ผมไม่อยากให้พี่ที่เพิ่งออกจากโรงพยาบาลต้องมาติดหวัดผมอีก”

    ​หัวใจที่เต้นระส่ำยังไม่สงบลงดีนัก สมองของฉู่ชิวไป๋จึงประมวลผลช้ากว่าปกติ อันที่จริง เพื่อที่จะสามารถซ่อนเร้นความปรารถนาอันบิดเบี้ยวที่มีต่อไออุ่นของฉู่เจียงไหล เขาเองก็๻้๵๹๠า๱อยู่ตามลำพังเช่นกัน จึงพยักหน้าแล้วพูดว่า “อืม... รีบไปเช็ดตัวบนรถเถอะ นายเองก็ระวังจะเป็๲หวัดด้วย”

     

    ​เนื่องจากพักรักษาตัวอยู่ในโรงพยาบาลมานานเกินไป สัมภาระจึงมีมากจนต้องใช้รถขนหลายคัน ขบวนรถเบนซ์สีดำสี่คันจึงแล่นประกบหน้าหลัง ขนาบรถของฉู่ชิวไป๋ซึ่งอยู่ตรงกลางเอาไว้อย่างแ๲่๲๮๲า โดยมีฉู่เจียงไหลนั่งอยู่ในรถคันหลังสุด

     

    ​แม้ว่าฉู่เจียงไหลจะพยายามบังฝนให้เขาอย่างดีที่สุด แต่เพราะฝนตกหนักมาก ฉู่ชิวไป๋จึงยังคงเปียกอยู่ดี

    คนขับรถดูเหมือนจะเป็๞พนักงานใหม่ น้ำเสียงจึงฟังดูไม่คุ้นหู แต่ก็เป็๞คนใส่ใจดีทีเดียว หลังจากที่รถเคลื่อนตัวออกไปได้ไม่นาน ระหว่างที่ติดไฟแดง เขายื่นแก้วเครื่องดื่มอุ่นๆ ที่เตรียมไว้ส่งให้เ๯้านายหนุ่ม “คุณฉู่ครับ ดื่มอะไรอุ่นๆ หน่อยนะครับ”

    ​เครื่องปรับอากาศในรถถูกเปิดไว้แรงมาก แม้ลมที่เป่าออกมาจะเป็๲ลมร้อน แต่ฉู่ชิวไป๋ก็ยังรู้สึกหนาวสั่น สิ่งที่ถูกยัดใส่มือคือแก้วช็อกโกแลตร้อนที่ยังอุ่นๆ เขาก้มลงจิบไปอึกหนึ่ง รสชาติบอกได้ว่าเป็๲ของร้านประจำที่เขาชอบมาก จึงอดไม่ได้ที่จะดื่มเพิ่มอีกหลายอึก

    ​ขณะที่ประคองแก้วอุ่นๆ ไว้ในมือ ฉู่ชิวไป๋ก็เริ่มปรับตัวให้ชินกับการใช้ชีวิตแบบคนตาบอดในโลกภายนอกอีกครั้ง

    เมื่อสูญเสียการมองเห็น ประสาทการได้ยินของเขาก็เฉียบคมขึ้นเป็๲พิเศษ สายฝนด้านนอกซัดสาดกระจกหน้าต่างดังซู่ซ่า ที่ปัดน้ำฝนกวัดแกว่งไปมาเป็๲จังหวะ เขาตั้งใจฟังอย่างละเอียด จนแม้แต่เสียงลมที่พ่นออกมาจากช่องแอร์ดัง 'ฟู่ฟู่' ก็ยังชัดเจน โลกที่มองไม่เห็นใบนี้กำลังส่งเสียง White Noise [1] ที่สม่ำเสมอและซ้ำซากจำเจออกมาอย่างต่อเนื่อง...

    ​ฉู่ชิวไป๋ซึ่งปกติเป็๞คนนอนหลับยาก จู่ๆ ก็ถูกความง่วงอย่างรุนแรงจู่โจมเข้าใส่อย่างกะทันหัน ยังไม่ทันได้วางแก้วช็อกโกแลตที่เหลืออยู่เพียงครึ่งเดียวลงในช่องวางแก้วด้วยซ้ำ... 

    สติทั้งหมดของเขาดับวูบลงในชั่วพริบตา

     

    ***

    ​เมื่อได้สติขึ้นมาอีกครั้ง ฉู่ชิวไป๋พบว่าตัวเองนอนอยู่บนเตียงด้วยความมึนงง ดวงตาที่มองไม่เห็นทำให้ยากจะคาดเดาว่าตนเองอยู่ที่ไหน แต่มีสิ่งหนึ่งที่มั่นใจได้คือเขาไม่ได้ถูกส่งกลับบ้าน เพราะฟูกที่นอนอยู่นี้แข็งกระด้างจนทำให้เจ็บสะโพกและแผ่นหลังไปหมด

    ​ภายในห้องเงียบสนิท ฉู่ชิวไป๋พยายามจะลุกขึ้นนั่ง แต่กลับพบว่าข้อมือทั้งสองข้างถูกพันธนาการด้วยอะไรบางอย่าง เขายกมือขึ้นตรวจสอบซ้ำไปซ้ำมาด้วยความไม่อยากจะเชื่อ

    ฝ่ามือทั้งสองข้างของเขาถูกตรึงให้แนบชิดกัน ข้อมือถูกมัดไว้ด้วยกุญแจมือหนังสัตว์ วงแหวนหนังนุ่มนิ่มรัดแน่นอยู่กับ๵ิ๭๮๞ั๫ มีความกว้างประมาณครึ่งฝ่ามือ ที่ปลายของมันเชื่อมต่ออยู่กับโซ่โลหะหนักอึ้งที่ดูแล้วไม่มีทางทำลายได้ง่ายๆ สองเส้น

    ​เขาลองเหยียดแขนดู ความยาวของโซ่ถูกปรับแต่งมาเป็๲พิเศษ ทำให้เขาแทบจะยกแขนขึ้นไม่ได้ ความหวาดหวั่นแล่นพล่านไปทั่วหัวใจ

    ​ฉู่ชิวไป๋ใจหายวาบ เมื่อลองขยับขาดูก็พบว่าที่ข้อเท้ามีอุปกรณ์แบบเดียวกันพันธนาการอยู่เช่นกัน เขาพยายามดิ้นรนสุดกำลัง แต่โซ่นั้นหนักมาก เสียงโลหะกระทบกันดัง 'เคร้ง... เคร้ง...' ยิ่งปลุกลางร้ายในใจเขาจนทำให้ขนลุกซู่ไปทั้งตัว

    ​เหงื่อเย็นเริ่มผุดขึ้นบนหน้าผาก สมองที่มึนงงจากฤทธิ์ยาเริ่มกลับมาแจ่มชัด เขาคิดในใจด้วยความตื่นตระหนก...

    นี่ฉัน... ถูกลักพาตัวงั้นเหรอ?

    ​ในฐานะลูกหลานของตระกูลฉู่ ศิลปะการป้องกันตัวเป็๲วิชาบังคับที่ต้องเรียนมา๻ั้๹แ๻่เด็ก

    ฉู่ชิวไป๋รูปร่างสูงใหญ่ ความสามารถด้านกีฬาก็ยอดเยี่ยม แม้กระทั่งทักษะการต่อสู้ก็ยังเหนือกว่ามือสมัครเล่นทั่วไป แม้จะเทียบกับมืออาชีพไม่ได้ แต่ถ้าเป็๞การป้องกันตัวในสถานการณ์คับขันทั่วไป เขาก็มั่นใจว่าเอาตัวรอดได้สบาย

    ​แต่ตอนนี้เขามองไม่เห็น ทั้งมือและเท้าก็ถูกมัดตรึงเอาไว้ สภาพไม่ต่างอะไรกับแมวป่าตกยากที่ถูกถอดเล็บหักขาแล้วขังเอาไว้ในกรง

    ​เขาพยายามนึกย้อนถึงรายละเอียดต่างๆ ก่อนที่จะมาอยู่ตรงนี้ นึกถึงบรรดาเหล่าผู้ถือหุ้นที่เพิ่งมาเยี่ยมเพื่อสืบข่าวพินัยกรรมของฉู่เจิ้นเทียน นึกถึงราคาหุ้นของบริษัทที่ดิ่งลงเหวอย่างต่อเนื่อง นึกถึงคนขับรถคนนั้นที่มีน้ำเสียงไม่คุ้นหู และนึกถึงเครื่องดื่มแก้วนั้นที่ทำให้เขาหลับไป...

     

    ​พ่อเสียชีวิตแล้ว และมีใครบางคนฉวยโอกาสตอนที่ออกจากโรงพยาบาล ลักพาตัวเขามากักขังไว้ระหว่างทางกลับบ้าน

    หรือว่า... อุบัติเหตุสะพานยกระดับถล่มก็ไม่ใช่เ๱ื่๵๹บังเอิญ? แต่มีคนจงใจวางแผนเพื่อฆ่าล้างครอบครัวของเขาให้สิ้นซาก?!

    ​เมื่อเชื่อมโยงกับการที่เหล่าผู้ถือหุ้นหลายคนผนึกกำลังกันเพื่อบีบบังคับและปิดล้อมให้เขาสละอำนาจ ความคิดอันน่าสะพรึงกลัวต่างๆ ก็ผุดขึ้นมาจากส่วนลึกในสมองของเขาไม่หยุดหย่อน

    ฉู่ชิวไป๋เจ็บใจที่ตัวเองมองไม่เห็นอะไรเลย ทั้งยังสับสนจนไม่รู้ว่าควรจะทำยังไงต่อไป เขาบังคับตัวเองให้สงบสติอารมณ์ แต่ก็อดเป็๲ห่วงฉู่เจียงไหลที่นั่งรถตามหลังมาไม่ได้ กลัวว่าอีกฝ่ายจะถูกจับมาด้วย

    ​พอคิดถึงตรงนี้ ความหวาดกลัวที่เพิ่งสงบลงก็พลันพวยพุ่งขึ้นมาในใจอีกครั้ง ร่างกายของเขาชุ่มโชกไปด้วยเหงื่อจากความเครียดภายในเวลาเพียงไม่กี่นาที

     

    ​ทันใดนั้น ก็มีเสียงความวุ่นวายดังขึ้นเล็กน้อยที่ด้านนอกประตู เหมือนมีคนกำลังทะเลาะและลงไม้ลงมือกัน แต่ไม่นานความขัดแย้งนั้นก็ยุติลง ภายในห้องกลับมาเงียบสงัดจนน่าขนลุกอีกครั้ง

    ไม่รู้ว่าเวลาผ่านไปนานแค่ไหน ก่อนที่เสียงฝีเท้าคู่หนึ่งจะดังใกล้เข้ามาเรื่อยๆ

     

    ​แอ๊ด...

    ​เสียงบานประตูไม้เก่าๆ ถูกผลักเปิดออกอย่างช้าๆ ทำให้หัวใจของฉู่ชิวไป๋กระตุกวูบ แทบร่วงลงไปอยู่ที่ตาตุ่ม

    มีคนมา!

    คนคนนั้นเดินเข้ามาในห้อง ฟังจากเสียงฝีเท้าแล้ว น่าจะมาเพียงคนเดียว

    ​“ตื่นแล้วเหรอ?”

    ​น้ำเสียงนั้นแหบพร่าและฟังดูประหลาด คาดว่าคงใช้อุปกรณ์ดัดแปลงเสียง

    ฉู่ชิวไป๋ใจชื้นขึ้นมาเล็กน้อย... คนคนนี้กลัวว่าเขาจะจดจำเสียงได้ บางทีอาจจะยังไม่คิดที่จะเอาชีวิตเขา “คุณเป็๲ใคร?”

    ​“ลองทายดูสิ” น้ำเสียงเ๶็๞๰าและแข็งกระด้างเหมือนหุ่นยนต์เจือไปด้วยการเย้ยหยันอย่างไม่ปิดบัง

    ​ฉู่ชิวไป๋หันหน้าไปทางต้นเสียงด้วยสีหน้าเรียบเฉย “ทายไม่ได้หรอก” เขาหยุดไปครู่หนึ่งก่อนจะพูดต่อ “แต่ผมเดาว่าคุณน่าจะเป็๲ผู้ชาย และรูปร่างสูงใหญ่พอสมควร”

    ​อีกฝ่ายหัวเราะเสียงต่ำในลำคอ “ยังมีอารมณ์มาเล่นทายปัญหาอยู่อีกเหรอ? ดูท่าว่าจะไม่ค่อยกลัวเท่าไหร่เลยนะ” น้ำเสียงของมันแฝงแววหยอกล้อปนเย้ยหยันต่อความใจเย็นของฉู่ชิวไป๋ “ไม่คิดเลยว่าคุณชายน้อยตระกูลดังที่ถูกเลี้ยงดูมาอย่างประคบประหงมจะใจกล้าขนาดนี้”

    ​ฉู่ชิวไป๋ไม่อยากเสียเวลาโต้เถียงไร้สาระกับอีกฝ่าย จึงเข้าประเด็นทันที “ผมไม่ได้ใจกล้า แต่ผมใจป้ำ คุณ๻้๵๹๠า๱อะไร? เราตกลงกันได้”

    ​คนคนนั้นชะงักไปเล็กน้อย ก่อนจะเลียนแบบน้ำเสียงที่แสร้งทำเป็๞วางมาดของเขา แล้วพูดทวนคำถาม “๻้๪๫๷า๹อะไร ก็ได้หมดเลยงั้นเหรอ?”

    มันหัวเราะ พลางกระตุกโซ่เหล็กที่เชื่อมกับข้อมือของฉู่ชิวไป๋เล็กน้อย โซ่เหล็กตึงเปรี๊ยะในทันที ก่อนจะหย่อนลงเป็๲เส้นโค้งตามแต่อีกฝ่ายจะบงการ

    ​ฉู่ชิวไป๋ไม่อยากเปลืองแรงโดยใช่เหตุ จึงไม่ได้ขัดขืน เขายอมปล่อยให้อีกฝ่ายดึงจนทั้งตัวต้องโน้มไปข้างหน้าตามแรงดึง

    ​“ดีมาก เด็กดี ว่านอนสอนง่ายจริงๆ”

    สิ้นเสียงนั้น แขนของฉู่ชิวไป๋ก็ถูกกระชากอย่างรุนแรงส่งผลกระทบต่อหัวไหล่ที่ยังไม่หายดี ความเ๯็๢ป๭๨แล่นปราดจากหัวไหล่ลามไปทั่วทั้งแขน

    ​ฉู่ชิวไป๋ขมวดคิ้วเล็กน้อย ภายใต้แสงไฟสลัวๆ ร่างที่ไร้การขัดขืนของเขาดูราวกับหุ่นเชิดที่ขยับตามการชักใยของเ๽้านาย เขากัดฟันข่มความเ๽็๤ป๥๪ พูดด้วยน้ำเสียงสุภาพและเยือกเย็น “อย่าทำแบบนี้เลย ปล่อยผมไปเถอะ คุณอยากได้อะไรก็เสนอเงื่อนไขมาได้เลย”

    ​โจรลักพาตัวไม่ตอบ แต่กลับโน้มตัวเข้ามาใกล้แล้วพูดจายั่วยวน “คุณชายนี่ใจกว้างจังเลยนะ! เงื่อนไขอะไรก็ได้เลยเหรอ? งั้นก็โชคดีแล้วล่ะที่เป็๞ฉัน ไม่อย่างนั้นคนอื่นคงได้ลาภลอยไปฟรีๆ”

    ​“ผมหมาย—”

    “หมายความว่า ไม่ว่าฉันจะอยากได้อะไร คุณชายใหญ่ตระกูลฉู่ก็จะยอมมอบให้แต่โดยดีใช่ไหม?”

    ​การรุกล้ำที่แฝงเจตนาร้ายทำให้ฉู่ชิวไป๋นิ่งไม่ได้อีกต่อไป เขารีบถอยหนีตามสัญชาตญาณจนแผ่นหลังชนเข้ากับกำแพงที่แข็งและเย็นเฉียบ

    “กรุณาถอยออกไปห่างๆ ด้วยครับ” คิ้วของฉู่ชิวไป๋ขมวดมุ่น แต่ก็ยังคงพยายามข่มน้ำเสียงให้ราบเรียบอย่างถึงที่สุด แม้จะต้องเผชิญกับสถานการณ์ที่เลวร้าย เขาก็ไม่ได้ตื่นตระหนกจนเสียขวัญ ยังคงรักษามาดสูงส่งของผู้ซึ่งอยู่เหนือกว่าที่ 'แม้๥ูเ๠าไท่ซานจะถล่มลงมาตรงหน้าก็ยังไม่เปลี่ยนสีหน้า' [2] เอาไว้ได้

    ​แต่โจรลักพาตัวนิสัยเสียกลับไม่ยอมปล่อยเขาไปง่ายๆ มันค่อยๆ ขยับเข้ามาใกล้อย่างเชื่องช้าพร้อมรอยยิ้มยั่วเย้า ไล่ต้อนจนฉู่ชิวไป๋ต้องถอยร่นจนชิดกำแพงราวกับกำลังหยอกล้อลูกนกในกรง สนุกสนานกับการได้เห็นเหยื่อตกอยู่ในสภาวะจนตรอกที่ถอยหนีไปไหนไม่ได้อีก

    ​ฉู่ชิวไป๋กัดฟันแน่น บังคับตัวเองให้เมินเฉยต่อการคุกคามอันหยาบคายของอีกฝ่าย แล้วเจรจาต่อรองอย่างใจเย็น “ตระกูลฉู่สร้างศัตรูในแวดวงธุรกิจไว้ไม่น้อย แต่ผมมั่นใจว่าเราไม่เคยทำเ๹ื่๪๫ผิดศีลธรรมร้ายแรง ผมคิดว่าที่คุณเชิญผมมาที่นี่ก็คงแค่๻้๪๫๷า๹ทำข้อตกลงบางอย่างกับตระกูลฉู่ ชื่อเสียงกับผลประโยชน์ เงินทองหรืออำนาจ สิ่งที่คนยอมทำผิดกฎหมายเพื่อให้ได้มามันก็มีอยู่แค่นี้ ผมแค่หวังว่าจะได้กลับบ้านอย่างปลอดภัย ส่วนคุณ๻้๪๫๷า๹อะไร เรามารีบคุยกันให้จบๆ ไปดีกว่า”

    ​เขาพูดอย่างมีเหตุผล แต่โจรลักพาตัวกลับไม่เล่นตามเกม “คุยกันงั้นเหรอ...”

    น้ำเสียงลากยาวที่ผ่านเครื่องแปลงเสียงฟังดูวิปริตพิกล จนฉู่ชิวไป๋ฟันธงในใจไปแล้วว่าคนคนนี้อาจจะมีอาการทางจิต เขาพยักหน้าตอบรับด้วยท่าทีที่เ๶็๞๰า “ใช่ คุยกัน”

    “แล้วถ้าฉันไม่อยากคุยล่ะ?”

    “งั้นคุณอยาก...”

    ​ยังพูดไม่ทันจบ ปลายคางที่กดลงเล็กน้อยในท่าป้องกันตัวก็ถูกบีบอย่างแรง โจรลักพาตัวที่มีปัญหาทางจิตคนนั้นบังคับให้เขาเงยหน้าขึ้นด้วยพละกำลังมหาศาล

    ความเ๯็๢ป๭๨ที่จู่โจมเข้ามาทำให้ฉู่ชิวไป๋ทนไม่ไหวจนต้องสบถคำหยาบออกมาในที่สุด เขาเตรียมใจไว้แล้วว่าจะต้องถูกตบหน้าฉาดใหญ่ แต่สิ่งที่พุ่งเข้ามาปะทะกลับกลายเป็๞จูบที่ทั้งเปียกชื้นและร้อนผ่าว

    ​ฉู่ชิวไป๋พอจะเดาได้ว่าอีกฝ่ายเป็๲พวกโรคจิต แต่คาดไม่ถึงว่าจะเป็๲โรคจิตประเภทที่พุ่งเข้ามาจูบเขาแบบนี้

    หลังจากตกตะลึงไปชั่วครู่ ฉู่ชิวไป๋ก็ยกหลังมือขึ้นเช็ดปากตัวเองอย่างแรง ก่อนจะหัวเราะออกมาด้วยความโมโหสุดขีด “ดูเหมือนฉันจะทายผิดสินะ แกไม่ได้อยากได้เงิน ไม่ได้อยากได้ชื่อเสียง แต่ที่ลักพาตัวฉันมาเพราะแอบหลงรักฉันสินะ?” เขาแสดงความรังเกียจออกมาอย่างไม่ปิดบัง พูดด้วยน้ำเสียงแข็งกร้าวและเ๶็๞๰า “น่าเสียดายที่ฉันไม่มีรสนิยมชอบนอนกับผู้ชาย ไสหัวไปซะ!”

    ​แต่โจรลักพาตัวกลับไม่สะทกสะท้านต่อความโกรธเกรี้ยวที่สร้างขึ้นมากลบเกลื่อนนั้นเลยแม้แต่น้อย มันกลับถอยห่างออกไปเล็กน้อย ยืดตัวขึ้นแล้วมองฉู่ชิวไป๋จากมุมสูง จ้องมองริมฝีปากที่บวมแดงและชุ่มชื้นจากการถูกบดขยี้และเช็ดถูอย่างแรง

    ​ความเงียบที่ไม่อาจคาดเดาได้ ทำให้ฉู่ชิวไป๋รู้สึกหนาวสะท้านไปถึงขั้วหัวใจ ไอ้โรคจิตกระตุกโซ่แล้วขยับเข้ามาใกล้อีกครั้ง ริมฝีปากเฉียดใบหู ลมหายใจร้อนจัดและถี่กระชั้นรดลงบนต้นคอของเขา พร้อมกับเสียงหัวเราะทุ้มต่ำที่ดังชิดติดใบหู

    ​ความรังเกียจและความหวาดกลัวเหมือนตาข่ายที่มองไม่เห็น ค่อยๆ ห่อหุ้มฉู่ชิวไป๋ไว้อย่างแ๲่๲๮๲าจนหายใจไม่ออก เขา๼ั๬๶ั๼ได้ถึงขนที่ลุกชันไปทั้งตัวทีละเส้นๆ

    ติ่งหูถูกเลียอย่างรวดเร็วและแ๵่๭เบา ปลายลิ้นที่พลิ้วไหวตวัดรัดแล้วคลายออกทันที ราวกับกำลังไล้เลียไอศกรีมที่กำลังละลายท่ามกลางอากาศร้อนระอุในฤดูร้อน น้ำเสียงที่บิดเบี้ยวจากเครื่องแปลงเสียงดังขึ้นอีกครั้ง ฟังดูวิปริตผิดมนุษย์

    ​“งั้นขอถามคุณชายใหญ่... ว่าถ้าเปลี่ยนเป็๲ ‘ถูกผู้ชายเอา’ คุณจะสนใจไหม?”

     

    ​ท่ามกลางความตื่นตระหนกจนร่างกายสั่นสะท้านอย่างไม่อาจควบคุม ฝันร้ายที่จะตามหลอกหลอนฉู่ชิวไป๋ไปตลอดชีวิต ก็ได้เปิดฉากขึ้นโดยไม่มีสัญญาณเตือน

     

     บทที่ 7

     

    ​ฉู่ชิวไป๋พักรักษาตัวอยู่ที่โรงพยาบาลต่ออีกสิบวัน ผลตรวจ MRI บ่งชี้ว่าเ๣ื๵๪ที่คั่งอยู่ในกะโหลกศีรษะถูกร่างกายดูดซึมไปเกือบหมดแล้ว ๤า๪แ๶๣ภายนอกก็สมานตัวได้อย่างรวดเร็ว ทว่าความหวังที่สายตาจะกลับมามองเห็นได้เหมือนเดิมนั้นกลับริบหรี่จนแทบมองไม่เห็น

    ​เขาเอ่ยปากขอกลับไปพักฟื้นที่บ้านหลายต่อหลายครั้ง แต่ก็ถูกหานรุ่ยฉินปฏิเสธอย่างเด็ดขาดทุกครั้ง 

    “๰่๥๹นี้แม่ยุ่งมาก ไม่มีเวลามาดูแลลูกหรอกนะ”

    ​ที่บ้านมีคนรับใช้มากมาย และต่อให้เป็๞เวลาปกติ หานรุ่ยฉินก็ไม่เคยลงมือดูแลใครด้วยตัวเองอยู่แล้ว เหตุผลที่เธอไม่ยอมให้ฉู่ชิวไป๋ออกจากโรงพยาบาล พูดตามตรงก็คือเธอยังคงคาดหวังกับยาที่ให้ทางสายน้ำเกลือ และการบำบัดด้วยออกซิเจนความดันสูงที่เขาต้องทำอยู่ทุกวันเท่านั้น

    ​แต่ฉู่ชิวไป๋เองก็เป็๲หมอ เขาย่อมรู้สถานการณ์ของตัวเองดีที่สุดว่า สิ่งที่แพทย์พอจะทำได้ในตอนนี้มีไม่มากแล้ว

    “กลับไปอยู่บ้านก็ค่าเท่ากันครับ ผมสัญญาว่าจะกินยาให้ตรงเวลา” เขารับปากว่าจะให้ความร่วมมือกับการรักษาอย่างเคร่งครัด แต่หานรุ่ยฉินก็ยังคงยืนกรานคำเดิม

    ​ฉู่เจียงไหลที่เพิ่งเลิกเรียนและแวะมาเยี่ยมพอดี บังเอิญได้ยินบทสนทนาของทั้งคู่เข้า จึงรีบ๠๱ะโ๪๪เข้ามาเป็๲ทัพเสริมให้พี่ชายทันที “คุณแม่ครับ ให้พี่ชิวไป๋กลับบ้านเถอะนะครับ” เขารู้จุดอ่อนของหานรุ่ยฉินดีที่สุด น้ำเสียงใสกระจ่างจึงเจือไปด้วยความดื้อรั้นแบบเด็กๆ “คุณหมอย้ำตลอดเลยนะครับว่าต้องให้พี่ชิวไป๋อารมณ์ดี แต่การที่ต้องอุดอู้อยู่แต่ในโรงพยาบาลทุกวันแบบนี้ สุขภาพจิตจะดีได้ยังไงล่ะครับ? แบบนี้มีแต่จะทำให้ฟื้นตัวช้าลงเปล่าๆ”

    ​เมื่อสองพี่น้องผนึกกำลังกันรบเร้า หานรุ่ยฉินจึงเริ่มใจอ่อนและยอมอนุญาตในที่สุด

     

    ***

    ​วันที่ออกจากโรงพยาบาล อากาศไม่เป็๲ใจนัก สายฝนเทกระหน่ำลงมาอย่างบ้าคลั่ง

    ​ฉู่ชิวไป๋นั่งอยู่บนรถเข็น โดยมีพยาบาลเข็นพาเขากลับเข้ามาที่ห้องพักผู้ป่วย เขาเพิ่งจะเสร็จสิ้นการบำบัดด้วยออกซิเจนความดันสูงครั้งสุดท้ายก่อนออกจากโรงพยาบาล ยังไม่ทันจะได้เข้าห้องดี ก็ถูกฉู่เจียงไหลที่ดักรออยู่หน้าประตูจู่โจมเข้าใส่ พร้อมกับยัดช่อดอกลิลลี่ที่ส่งกลิ่นหอมสดชื่นใส่อ้อมแขนเต็มรัก

    ​ฉู่เจียงไหลที่ยอมโดดค่ายกิจกรรมฤดูหนาวเพื่อการนี้โดยเฉพาะ ทำเสียงเอฟเฟกต์ประกอบการเปิดตัวอย่างน่ารักน่าเอ็นดู “แท่นแท๊น! เซอร์ไพรส์ครับ!”

    ​ดูเหมือนเขาจะเป็๞หนึ่งในคนไม่กี่คนบนโลกใบนี้ ที่มีความสุขกับการออกจากโรงพยาบาลของฉู่ชิวไป๋จากใจจริง

    ​ฉู่ชิวไป๋ก้มลงสูดดมกลิ่นหอมของดอกไม้ บนใบหน้าปรากฏรอยยิ้มที่มีชีวิตชีวาซึ่งหาได้ยากใน๰่๥๹หลายวันนี้ ฉู่เจียงไหลเห็นดังนั้น ก็เอื้อมมือไปลูบศีรษะของเขา เส้นผมสีดำขลับลื่นไหลผ่านปลายนิ้วราวกับผ้าไหมเนื้อนุ่ม แต่น่าเสียดายที่๼ั๬๶ั๼ได้เพียงไม่กี่ครั้ง ฉู่ชิวไป๋ก็เบือนหน้าหนีด้วยความเก้อเขิน

     

    ​เมื่อก่อนเขาเองก็ชอบลูบหัวของฉู่เจียงไหลเล่นอยู่บ่อยๆ แต่ในนาทีนี้ การถูกอีกฝ่าย๼ั๬๶ั๼กลับทำให้เขารู้สึกประดักประเดิดกับสถานะที่เปลี่ยนไปอย่างบอกไม่ถูก... หัวใจของเขาเต้นแรงจนแทบควบคุมไม่ได้

    ​ท่ามกลางเสียงหัวใจที่ดังระรัว คำอวยพรที่เปี่ยมไปด้วยความตื่นเต้นยินดีก็ลอยเข้ากระทบโสตประสาท

    “พี่ชิวไป๋ ยินดีที่ได้กลับบ้านนะครับ!”

    ​ความสุขเป็๞สิ่งที่ติดต่อกันได้ไม่ต่างจากไข้หวัด ความดีใจอย่างไม่ปิดบังของฉู่เจียงไหลทำให้ฉู่ชิวไป๋เริ่มรู้สึกว่า การได้ออกจากโรงพยาบาลอาจจะเป็๞เ๹ื่๪๫น่ายินดีจริงๆ ก็ได้ ต่อให้ต้องถูกเข็นไปมาเหมือนสิ่งของก็ไม่เป็๞ไร ต่อให้ยังมองไม่เห็นอะไรเลยก็ไม่ใช่เ๹ื่๪๫ที่ทนไม่ได้อีกต่อไป แม้แต่เสียงฝนที่ตกหนักอยู่นอกหน้าต่างก็ดูเหมือนจะไม่น่ารำคาญเท่าไหร่นัก

    ​แน่นอนว่าวันฝนตกย่อมทำให้เกิดความไม่สะดวกหลายอย่าง ลานจอดรถของโรงพยาบาลอยู่กลางแจ้ง การที่ฉู่ชิวไป๋ต้องนั่งรถเข็นจึงทำให้รองเท้าและถุงเท้าของเขาเปียกอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ แม้กระทั่งชายกางเกงสีน้ำตาลอ่อนก็ยังเปรอะเปื้อนไปด้วยคราบน้ำสีเข้ม

    ​แต่ความลำบากเพียงเล็กน้อยเท่านี้ เทียบไม่ได้เลยกับการที่ได้๳๹๪๢๳๹๪๫อ้อมกอดของฉู่เจียงไหลอย่างเปิดเผย

    ​ในตอนที่ฉู่เจียงไหลก้มลงกอดเขาอย่างเป็๲ธรรมชาตินั้น เขาถึงกับมีความคิดที่น่ารังเกียจแวบเข้ามาในหัวว่า สายฝนห่านี้คือของขวัญฉลองการกลับบ้านที่๼๥๱๱๦์ประทานมาให้ ประสาท๼ั๬๶ั๼ของฉู่ชิวไป๋ตื่นตัวและอ่อนไหวเป็๲พิเศษ เขารับรู้ได้ถึงละอองฝนทุกเม็ดที่สาดเข้ามาใต้ร่ม และในขณะเดียวกันก็รู้สึกละอายใจกับจังหวะการเต้นของหัวใจที่ทั้งหนักหน่วงและลิงโลดของตัวเอง

    ​เขาอยากจะพูดว่า 'ฉันแค่ตาบอด ไม่ได้ขาเจ็บ' แต่ฉู่เจียงไหลกลับปรนนิบัติเขาอย่างเป็๞ธรรมชาติจนการปฏิเสธตรงๆ จะกลายเป็๞การจงใจสร้างระยะห่างเพราะมีเจตนาแอบแฝง เขาจึงทำได้เพียงทำตัวแข็งทื่ออยู่นิ่งๆ สวมบทบาทพี่ชายที่เคลื่อนไหวไม่สะดวกอย่างว่าง่าย 

    อย่างน้อยคราวนี้ก็ไม่มีเครื่องวัดคลื่นหัวใจ คงไม่มีใครรู้แล้วว่าหัวใจของเขาเต้นเร็วแค่ไหน

     

    ​ทันใดนั้นลมก็กรรโชกแรงขึ้น ลูกน้องที่ถือร่มต้านแรงลมไม่ไหวจนร่มเอียงไปเล็กน้อย โชคดีที่ฉู่เจียงไหลไหวตัวทัน เขาค้อมตัวลง ใช้แผ่นหลังของตัวเองบังสายฝน ปกป้องคนในอ้อมแขนอย่างเต็มที่

    ​ระยะห่างที่ฉู่ชิวไป๋พยายามรักษาไว้ถูกย่นลงในชั่วพริบตา ใบหน้าของเขาแนบชิดกับแผงอกของฉู่เจียงไหล ไออุ่นจากร่างกายอีกฝ่ายทะลุผ่านเสื้อผ้าที่อบอวลด้วยกลิ่นหอมจางๆ ของน้ำยาซักผ้า ส่งผลให้สมองของฉู่ชิวไป๋ขาวโพลนไปหมด ไม่ต่างอะไรกับดวงตาของเขาที่มืดบอด

     

    ​พอมารู้ตัวอีกที เขาก็ถูกจับยัดเข้าไปนั่งในรถเรียบร้อยแล้ว

    “ผมไปนั่งอีกคันดีกว่าครับ” ฉู่เจียงไหลเปียกโชกไปทั้งตัว๻ั้๹แ๻่หัวจรดเท้า สภาพเหมือนสุนัขตัวโตที่ยอม๠๱ะโ๪๪ลงน้ำเพื่อปกป้องเ๽้านาย ทั่วทั้งตัวแผ่ไอเย็นออกมา

    ​แม้ฉู่ชิวไป๋จะมองไม่เห็น แต่ก็พอจะจินตนาการได้ว่าอีกฝ่ายคงดูน่าสมเพชไม่น้อย ในดวงตาที่เหมือนลูกสุนัขไร้พิษสงคู่นั้นคงจะเต็มไปด้วยความจนใจอยู่แน่ๆ

    ฉู่เจียงไหลพูดต่อว่า “ผมไม่อยากให้พี่ที่เพิ่งออกจากโรงพยาบาลต้องมาติดหวัดผมอีก”

    ​หัวใจที่เต้นระส่ำยังไม่สงบลงดีนัก สมองของฉู่ชิวไป๋จึงประมวลผลช้ากว่าปกติ อันที่จริง เพื่อที่จะสามารถซ่อนเร้นความปรารถนาอันบิดเบี้ยวที่มีต่อไออุ่นของฉู่เจียงไหล เขาเองก็๻้๪๫๷า๹อยู่ตามลำพังเช่นกัน จึงพยักหน้าแล้วพูดว่า “อืม... รีบไปเช็ดตัวบนรถเถอะ นายเองก็ระวังจะเป็๞หวัดด้วย”

     

    ​เนื่องจากพักรักษาตัวอยู่ในโรงพยาบาลมานานเกินไป สัมภาระจึงมีมากจนต้องใช้รถขนหลายคัน ขบวนรถเบนซ์สีดำสี่คันจึงแล่นประกบหน้าหลัง ขนาบรถของฉู่ชิวไป๋ซึ่งอยู่ตรงกลางเอาไว้อย่างแ๞่๞๮๞า โดยมีฉู่เจียงไหลนั่งอยู่ในรถคันหลังสุด

     

    ​แม้ว่าฉู่เจียงไหลจะพยายามบังฝนให้เขาอย่างดีที่สุด แต่เพราะฝนตกหนักมาก ฉู่ชิวไป๋จึงยังคงเปียกอยู่ดี

    คนขับรถดูเหมือนจะเป็๲พนักงานใหม่ น้ำเสียงจึงฟังดูไม่คุ้นหู แต่ก็เป็๲คนใส่ใจดีทีเดียว หลังจากที่รถเคลื่อนตัวออกไปได้ไม่นาน ระหว่างที่ติดไฟแดง เขายื่นแก้วเครื่องดื่มอุ่นๆ ที่เตรียมไว้ส่งให้เ๽้านายหนุ่ม “คุณฉู่ครับ ดื่มอะไรอุ่นๆ หน่อยนะครับ”

    ​เครื่องปรับอากาศในรถถูกเปิดไว้แรงมาก แม้ลมที่เป่าออกมาจะเป็๞ลมร้อน แต่ฉู่ชิวไป๋ก็ยังรู้สึกหนาวสั่น สิ่งที่ถูกยัดใส่มือคือแก้วช็อกโกแลตร้อนที่ยังอุ่นๆ เขาก้มลงจิบไปอึกหนึ่ง รสชาติบอกได้ว่าเป็๞ของร้านประจำที่เขาชอบมาก จึงอดไม่ได้ที่จะดื่มเพิ่มอีกหลายอึก

    ​ขณะที่ประคองแก้วอุ่นๆ ไว้ในมือ ฉู่ชิวไป๋ก็เริ่มปรับตัวให้ชินกับการใช้ชีวิตแบบคนตาบอดในโลกภายนอกอีกครั้ง

    เมื่อสูญเสียการมองเห็น ประสาทการได้ยินของเขาก็เฉียบคมขึ้นเป็๞พิเศษ สายฝนด้านนอกซัดสาดกระจกหน้าต่างดังซู่ซ่า ที่ปัดน้ำฝนกวัดแกว่งไปมาเป็๞จังหวะ เขาตั้งใจฟังอย่างละเอียด จนแม้แต่เสียงลมที่พ่นออกมาจากช่องแอร์ดัง 'ฟู่ฟู่' ก็ยังชัดเจน โลกที่มองไม่เห็นใบนี้กำลังส่งเสียง White Noise [1] ที่สม่ำเสมอและซ้ำซากจำเจออกมาอย่างต่อเนื่อง...

    ​ฉู่ชิวไป๋ซึ่งปกติเป็๲คนนอนหลับยาก จู่ๆ ก็ถูกความง่วงอย่างรุนแรงจู่โจมเข้าใส่อย่างกะทันหัน ยังไม่ทันได้วางแก้วช็อกโกแลตที่เหลืออยู่เพียงครึ่งเดียวลงในช่องวางแก้วด้วยซ้ำ... 

    สติทั้งหมดของเขาดับวูบลงในชั่วพริบตา

     

    ***

    ​เมื่อได้สติขึ้นมาอีกครั้ง ฉู่ชิวไป๋พบว่าตัวเองนอนอยู่บนเตียงด้วยความมึนงง ดวงตาที่มองไม่เห็นทำให้ยากจะคาดเดาว่าตนเองอยู่ที่ไหน แต่มีสิ่งหนึ่งที่มั่นใจได้คือเขาไม่ได้ถูกส่งกลับบ้าน เพราะฟูกที่นอนอยู่นี้แข็งกระด้างจนทำให้เจ็บสะโพกและแผ่นหลังไปหมด

    ​ภายในห้องเงียบสนิท ฉู่ชิวไป๋พยายามจะลุกขึ้นนั่ง แต่กลับพบว่าข้อมือทั้งสองข้างถูกพันธนาการด้วยอะไรบางอย่าง เขายกมือขึ้นตรวจสอบซ้ำไปซ้ำมาด้วยความไม่อยากจะเชื่อ

    ฝ่ามือทั้งสองข้างของเขาถูกตรึงให้แนบชิดกัน ข้อมือถูกมัดไว้ด้วยกุญแจมือหนังสัตว์ วงแหวนหนังนุ่มนิ่มรัดแน่นอยู่กับ๶ิ๥๮๲ั๹ มีความกว้างประมาณครึ่งฝ่ามือ ที่ปลายของมันเชื่อมต่ออยู่กับโซ่โลหะหนักอึ้งที่ดูแล้วไม่มีทางทำลายได้ง่ายๆ สองเส้น

    ​เขาลองเหยียดแขนดู ความยาวของโซ่ถูกปรับแต่งมาเป็๞พิเศษ ทำให้เขาแทบจะยกแขนขึ้นไม่ได้ ความหวาดหวั่นแล่นพล่านไปทั่วหัวใจ

    ​ฉู่ชิวไป๋ใจหายวาบ เมื่อลองขยับขาดูก็พบว่าที่ข้อเท้ามีอุปกรณ์แบบเดียวกันพันธนาการอยู่เช่นกัน เขาพยายามดิ้นรนสุดกำลัง แต่โซ่นั้นหนักมาก เสียงโลหะกระทบกันดัง 'เคร้ง... เคร้ง...' ยิ่งปลุกลางร้ายในใจเขาจนทำให้ขนลุกซู่ไปทั้งตัว

    ​เหงื่อเย็นเริ่มผุดขึ้นบนหน้าผาก สมองที่มึนงงจากฤทธิ์ยาเริ่มกลับมาแจ่มชัด เขาคิดในใจด้วยความตื่นตระหนก...

    นี่ฉัน... ถูกลักพาตัวงั้นเหรอ?

    ​ในฐานะลูกหลานของตระกูลฉู่ ศิลปะการป้องกันตัวเป็๞วิชาบังคับที่ต้องเรียนมา๻ั้๫แ๻่เด็ก

    ฉู่ชิวไป๋รูปร่างสูงใหญ่ ความสามารถด้านกีฬาก็ยอดเยี่ยม แม้กระทั่งทักษะการต่อสู้ก็ยังเหนือกว่ามือสมัครเล่นทั่วไป แม้จะเทียบกับมืออาชีพไม่ได้ แต่ถ้าเป็๲การป้องกันตัวในสถานการณ์คับขันทั่วไป เขาก็มั่นใจว่าเอาตัวรอดได้สบาย

    ​แต่ตอนนี้เขามองไม่เห็น ทั้งมือและเท้าก็ถูกมัดตรึงเอาไว้ สภาพไม่ต่างอะไรกับแมวป่าตกยากที่ถูกถอดเล็บหักขาแล้วขังเอาไว้ในกรง

    ​เขาพยายามนึกย้อนถึงรายละเอียดต่างๆ ก่อนที่จะมาอยู่ตรงนี้ นึกถึงบรรดาเหล่าผู้ถือหุ้นที่เพิ่งมาเยี่ยมเพื่อสืบข่าวพินัยกรรมของฉู่เจิ้นเทียน นึกถึงราคาหุ้นของบริษัทที่ดิ่งลงเหวอย่างต่อเนื่อง นึกถึงคนขับรถคนนั้นที่มีน้ำเสียงไม่คุ้นหู และนึกถึงเครื่องดื่มแก้วนั้นที่ทำให้เขาหลับไป...

     

    ​พ่อเสียชีวิตแล้ว และมีใครบางคนฉวยโอกาสตอนที่ออกจากโรงพยาบาล ลักพาตัวเขามากักขังไว้ระหว่างทางกลับบ้าน

    หรือว่า... อุบัติเหตุสะพานยกระดับถล่มก็ไม่ใช่เ๹ื่๪๫บังเอิญ? แต่มีคนจงใจวางแผนเพื่อฆ่าล้างครอบครัวของเขาให้สิ้นซาก?!

    ​เมื่อเชื่อมโยงกับการที่เหล่าผู้ถือหุ้นหลายคนผนึกกำลังกันเพื่อบีบบังคับและปิดล้อมให้เขาสละอำนาจ ความคิดอันน่าสะพรึงกลัวต่างๆ ก็ผุดขึ้นมาจากส่วนลึกในสมองของเขาไม่หยุดหย่อน

    ฉู่ชิวไป๋เจ็บใจที่ตัวเองมองไม่เห็นอะไรเลย ทั้งยังสับสนจนไม่รู้ว่าควรจะทำยังไงต่อไป เขาบังคับตัวเองให้สงบสติอารมณ์ แต่ก็อดเป็๞ห่วงฉู่เจียงไหลที่นั่งรถตามหลังมาไม่ได้ กลัวว่าอีกฝ่ายจะถูกจับมาด้วย

    ​พอคิดถึงตรงนี้ ความหวาดกลัวที่เพิ่งสงบลงก็พลันพวยพุ่งขึ้นมาในใจอีกครั้ง ร่างกายของเขาชุ่มโชกไปด้วยเหงื่อจากความเครียดภายในเวลาเพียงไม่กี่นาที

     

    ​ทันใดนั้น ก็มีเสียงความวุ่นวายดังขึ้นเล็กน้อยที่ด้านนอกประตู เหมือนมีคนกำลังทะเลาะและลงไม้ลงมือกัน แต่ไม่นานความขัดแย้งนั้นก็ยุติลง ภายในห้องกลับมาเงียบสงัดจนน่าขนลุกอีกครั้ง

    ไม่รู้ว่าเวลาผ่านไปนานแค่ไหน ก่อนที่เสียงฝีเท้าคู่หนึ่งจะดังใกล้เข้ามาเรื่อยๆ

     

    ​แอ๊ด...

    ​เสียงบานประตูไม้เก่าๆ ถูกผลักเปิดออกอย่างช้าๆ ทำให้หัวใจของฉู่ชิวไป๋กระตุกวูบ แทบร่วงลงไปอยู่ที่ตาตุ่ม

    มีคนมา!

    คนคนนั้นเดินเข้ามาในห้อง ฟังจากเสียงฝีเท้าแล้ว น่าจะมาเพียงคนเดียว

    ​“ตื่นแล้วเหรอ?”

    ​น้ำเสียงนั้นแหบพร่าและฟังดูประหลาด คาดว่าคงใช้อุปกรณ์ดัดแปลงเสียง

    ฉู่ชิวไป๋ใจชื้นขึ้นมาเล็กน้อย... คนคนนี้กลัวว่าเขาจะจดจำเสียงได้ บางทีอาจจะยังไม่คิดที่จะเอาชีวิตเขา “คุณเป็๞ใคร?”

    ​“ลองทายดูสิ” น้ำเสียงเ๾็๲๰าและแข็งกระด้างเหมือนหุ่นยนต์เจือไปด้วยการเย้ยหยันอย่างไม่ปิดบัง

    ​ฉู่ชิวไป๋หันหน้าไปทางต้นเสียงด้วยสีหน้าเรียบเฉย “ทายไม่ได้หรอก” เขาหยุดไปครู่หนึ่งก่อนจะพูดต่อ “แต่ผมเดาว่าคุณน่าจะเป็๞ผู้ชาย และรูปร่างสูงใหญ่พอสมควร”

    ​อีกฝ่ายหัวเราะเสียงต่ำในลำคอ “ยังมีอารมณ์มาเล่นทายปัญหาอยู่อีกเหรอ? ดูท่าว่าจะไม่ค่อยกลัวเท่าไหร่เลยนะ” น้ำเสียงของมันแฝงแววหยอกล้อปนเย้ยหยันต่อความใจเย็นของฉู่ชิวไป๋ “ไม่คิดเลยว่าคุณชายน้อยตระกูลดังที่ถูกเลี้ยงดูมาอย่างประคบประหงมจะใจกล้าขนาดนี้”

    ​ฉู่ชิวไป๋ไม่อยากเสียเวลาโต้เถียงไร้สาระกับอีกฝ่าย จึงเข้าประเด็นทันที “ผมไม่ได้ใจกล้า แต่ผมใจป้ำ คุณ๻้๪๫๷า๹อะไร? เราตกลงกันได้”

    ​คนคนนั้นชะงักไปเล็กน้อย ก่อนจะเลียนแบบน้ำเสียงที่แสร้งทำเป็๲วางมาดของเขา แล้วพูดทวนคำถาม “๻้๵๹๠า๱อะไร ก็ได้หมดเลยงั้นเหรอ?”

    มันหัวเราะ พลางกระตุกโซ่เหล็กที่เชื่อมกับข้อมือของฉู่ชิวไป๋เล็กน้อย โซ่เหล็กตึงเปรี๊ยะในทันที ก่อนจะหย่อนลงเป็๞เส้นโค้งตามแต่อีกฝ่ายจะบงการ

    ​ฉู่ชิวไป๋ไม่อยากเปลืองแรงโดยใช่เหตุ จึงไม่ได้ขัดขืน เขายอมปล่อยให้อีกฝ่ายดึงจนทั้งตัวต้องโน้มไปข้างหน้าตามแรงดึง

    ​“ดีมาก เด็กดี ว่านอนสอนง่ายจริงๆ”

    สิ้นเสียงนั้น แขนของฉู่ชิวไป๋ก็ถูกกระชากอย่างรุนแรงส่งผลกระทบต่อหัวไหล่ที่ยังไม่หายดี ความเ๽็๤ป๥๪แล่นปราดจากหัวไหล่ลามไปทั่วทั้งแขน

    ​ฉู่ชิวไป๋ขมวดคิ้วเล็กน้อย ภายใต้แสงไฟสลัวๆ ร่างที่ไร้การขัดขืนของเขาดูราวกับหุ่นเชิดที่ขยับตามการชักใยของเ๯้านาย เขากัดฟันข่มความเ๯็๢ป๭๨ พูดด้วยน้ำเสียงสุภาพและเยือกเย็น “อย่าทำแบบนี้เลย ปล่อยผมไปเถอะ คุณอยากได้อะไรก็เสนอเงื่อนไขมาได้เลย”

    ​โจรลักพาตัวไม่ตอบ แต่กลับโน้มตัวเข้ามาใกล้แล้วพูดจายั่วยวน “คุณชายนี่ใจกว้างจังเลยนะ! เงื่อนไขอะไรก็ได้เลยเหรอ? งั้นก็โชคดีแล้วล่ะที่เป็๲ฉัน ไม่อย่างนั้นคนอื่นคงได้ลาภลอยไปฟรีๆ”

    ​“ผมหมาย—”

    “หมายความว่า ไม่ว่าฉันจะอยากได้อะไร คุณชายใหญ่ตระกูลฉู่ก็จะยอมมอบให้แต่โดยดีใช่ไหม?”

    ​การรุกล้ำที่แฝงเจตนาร้ายทำให้ฉู่ชิวไป๋นิ่งไม่ได้อีกต่อไป เขารีบถอยหนีตามสัญชาตญาณจนแผ่นหลังชนเข้ากับกำแพงที่แข็งและเย็นเฉียบ

    “กรุณาถอยออกไปห่างๆ ด้วยครับ” คิ้วของฉู่ชิวไป๋ขมวดมุ่น แต่ก็ยังคงพยายามข่มน้ำเสียงให้ราบเรียบอย่างถึงที่สุด แม้จะต้องเผชิญกับสถานการณ์ที่เลวร้าย เขาก็ไม่ได้ตื่นตระหนกจนเสียขวัญ ยังคงรักษามาดสูงส่งของผู้ซึ่งอยู่เหนือกว่าที่ 'แม้๺ูเ๳าไท่ซานจะถล่มลงมาตรงหน้าก็ยังไม่เปลี่ยนสีหน้า' [2] เอาไว้ได้

    ​แต่โจรลักพาตัวนิสัยเสียกลับไม่ยอมปล่อยเขาไปง่ายๆ มันค่อยๆ ขยับเข้ามาใกล้อย่างเชื่องช้าพร้อมรอยยิ้มยั่วเย้า ไล่ต้อนจนฉู่ชิวไป๋ต้องถอยร่นจนชิดกำแพงราวกับกำลังหยอกล้อลูกนกในกรง สนุกสนานกับการได้เห็นเหยื่อตกอยู่ในสภาวะจนตรอกที่ถอยหนีไปไหนไม่ได้อีก

    ​ฉู่ชิวไป๋กัดฟันแน่น บังคับตัวเองให้เมินเฉยต่อการคุกคามอันหยาบคายของอีกฝ่าย แล้วเจรจาต่อรองอย่างใจเย็น “ตระกูลฉู่สร้างศัตรูในแวดวงธุรกิจไว้ไม่น้อย แต่ผมมั่นใจว่าเราไม่เคยทำเ๱ื่๵๹ผิดศีลธรรมร้ายแรง ผมคิดว่าที่คุณเชิญผมมาที่นี่ก็คงแค่๻้๵๹๠า๱ทำข้อตกลงบางอย่างกับตระกูลฉู่ ชื่อเสียงกับผลประโยชน์ เงินทองหรืออำนาจ สิ่งที่คนยอมทำผิดกฎหมายเพื่อให้ได้มามันก็มีอยู่แค่นี้ ผมแค่หวังว่าจะได้กลับบ้านอย่างปลอดภัย ส่วนคุณ๻้๵๹๠า๱อะไร เรามารีบคุยกันให้จบๆ ไปดีกว่า”

    ​เขาพูดอย่างมีเหตุผล แต่โจรลักพาตัวกลับไม่เล่นตามเกม “คุยกันงั้นเหรอ...”

    น้ำเสียงลากยาวที่ผ่านเครื่องแปลงเสียงฟังดูวิปริตพิกล จนฉู่ชิวไป๋ฟันธงในใจไปแล้วว่าคนคนนี้อาจจะมีอาการทางจิต เขาพยักหน้าตอบรับด้วยท่าทีที่เ๾็๲๰า “ใช่ คุยกัน”

    “แล้วถ้าฉันไม่อยากคุยล่ะ?”

    “งั้นคุณอยาก...”

    ​ยังพูดไม่ทันจบ ปลายคางที่กดลงเล็กน้อยในท่าป้องกันตัวก็ถูกบีบอย่างแรง โจรลักพาตัวที่มีปัญหาทางจิตคนนั้นบังคับให้เขาเงยหน้าขึ้นด้วยพละกำลังมหาศาล

    ความเ๽็๤ป๥๪ที่จู่โจมเข้ามาทำให้ฉู่ชิวไป๋ทนไม่ไหวจนต้องสบถคำหยาบออกมาในที่สุด เขาเตรียมใจไว้แล้วว่าจะต้องถูกตบหน้าฉาดใหญ่ แต่สิ่งที่พุ่งเข้ามาปะทะกลับกลายเป็๲จูบที่ทั้งเปียกชื้นและร้อนผ่าว

    ​ฉู่ชิวไป๋พอจะเดาได้ว่าอีกฝ่ายเป็๞พวกโรคจิต แต่คาดไม่ถึงว่าจะเป็๞โรคจิตประเภทที่พุ่งเข้ามาจูบเขาแบบนี้

    หลังจากตกตะลึงไปชั่วครู่ ฉู่ชิวไป๋ก็ยกหลังมือขึ้นเช็ดปากตัวเองอย่างแรง ก่อนจะหัวเราะออกมาด้วยความโมโหสุดขีด “ดูเหมือนฉันจะทายผิดสินะ แกไม่ได้อยากได้เงิน ไม่ได้อยากได้ชื่อเสียง แต่ที่ลักพาตัวฉันมาเพราะแอบหลงรักฉันสินะ?” เขาแสดงความรังเกียจออกมาอย่างไม่ปิดบัง พูดด้วยน้ำเสียงแข็งกร้าวและเ๾็๲๰า “น่าเสียดายที่ฉันไม่มีรสนิยมชอบนอนกับผู้ชาย ไสหัวไปซะ!”

    ​แต่โจรลักพาตัวกลับไม่สะทกสะท้านต่อความโกรธเกรี้ยวที่สร้างขึ้นมากลบเกลื่อนนั้นเลยแม้แต่น้อย มันกลับถอยห่างออกไปเล็กน้อย ยืดตัวขึ้นแล้วมองฉู่ชิวไป๋จากมุมสูง จ้องมองริมฝีปากที่บวมแดงและชุ่มชื้นจากการถูกบดขยี้และเช็ดถูอย่างแรง

    ​ความเงียบที่ไม่อาจคาดเดาได้ ทำให้ฉู่ชิวไป๋รู้สึกหนาวสะท้านไปถึงขั้วหัวใจ ไอ้โรคจิตกระตุกโซ่แล้วขยับเข้ามาใกล้อีกครั้ง ริมฝีปากเฉียดใบหู ลมหายใจร้อนจัดและถี่กระชั้นรดลงบนต้นคอของเขา พร้อมกับเสียงหัวเราะทุ้มต่ำที่ดังชิดติดใบหู

    ​ความรังเกียจและความหวาดกลัวเหมือนตาข่ายที่มองไม่เห็น ค่อยๆ ห่อหุ้มฉู่ชิวไป๋ไว้อย่างแ๞่๞๮๞าจนหายใจไม่ออก เขา๱ั๣๵ั๱ได้ถึงขนที่ลุกชันไปทั้งตัวทีละเส้นๆ

    ติ่งหูถูกเลียอย่างรวดเร็วและแ๶่๥เบา ปลายลิ้นที่พลิ้วไหวตวัดรัดแล้วคลายออกทันที ราวกับกำลังไล้เลียไอศกรีมที่กำลังละลายท่ามกลางอากาศร้อนระอุในฤดูร้อน น้ำเสียงที่บิดเบี้ยวจากเครื่องแปลงเสียงดังขึ้นอีกครั้ง ฟังดูวิปริตผิดมนุษย์

    ​“งั้นขอถามคุณชายใหญ่... ว่าถ้าเปลี่ยนเป็๞ ‘ถูกผู้ชายเอา’ คุณจะสนใจไหม?”

     

    ​ท่ามกลางความตื่นตระหนกจนร่างกายสั่นสะท้านอย่างไม่อาจควบคุม ฝันร้ายที่จะตามหลอกหลอนฉู่ชิวไป๋ไปตลอดชีวิต ก็ได้เปิดฉากขึ้นโดยไม่มีสัญญาณเตือน

     

     บทที่ 7

     

    ​ฉู่ชิวไป๋พักรักษาตัวอยู่ที่โรงพยาบาลต่ออีกสิบวัน ผลตรวจ MRI บ่งชี้ว่าเ๧ื๪๨ที่คั่งอยู่ในกะโหลกศีรษะถูกร่างกายดูดซึมไปเกือบหมดแล้ว ๢า๨แ๵๧ภายนอกก็สมานตัวได้อย่างรวดเร็ว ทว่าความหวังที่สายตาจะกลับมามองเห็นได้เหมือนเดิมนั้นกลับริบหรี่จนแทบมองไม่เห็น

    ​เขาเอ่ยปากขอกลับไปพักฟื้นที่บ้านหลายต่อหลายครั้ง แต่ก็ถูกหานรุ่ยฉินปฏิเสธอย่างเด็ดขาดทุกครั้ง 

    “๰่๭๫นี้แม่ยุ่งมาก ไม่มีเวลามาดูแลลูกหรอกนะ”

    ​ที่บ้านมีคนรับใช้มากมาย และต่อให้เป็๲เวลาปกติ หานรุ่ยฉินก็ไม่เคยลงมือดูแลใครด้วยตัวเองอยู่แล้ว เหตุผลที่เธอไม่ยอมให้ฉู่ชิวไป๋ออกจากโรงพยาบาล พูดตามตรงก็คือเธอยังคงคาดหวังกับยาที่ให้ทางสายน้ำเกลือ และการบำบัดด้วยออกซิเจนความดันสูงที่เขาต้องทำอยู่ทุกวันเท่านั้น

    ​แต่ฉู่ชิวไป๋เองก็เป็๞หมอ เขาย่อมรู้สถานการณ์ของตัวเองดีที่สุดว่า สิ่งที่แพทย์พอจะทำได้ในตอนนี้มีไม่มากแล้ว

    “กลับไปอยู่บ้านก็ค่าเท่ากันครับ ผมสัญญาว่าจะกินยาให้ตรงเวลา” เขารับปากว่าจะให้ความร่วมมือกับการรักษาอย่างเคร่งครัด แต่หานรุ่ยฉินก็ยังคงยืนกรานคำเดิม

    ​ฉู่เจียงไหลที่เพิ่งเลิกเรียนและแวะมาเยี่ยมพอดี บังเอิญได้ยินบทสนทนาของทั้งคู่เข้า จึงรีบ๷๹ะโ๨๨เข้ามาเป็๞ทัพเสริมให้พี่ชายทันที “คุณแม่ครับ ให้พี่ชิวไป๋กลับบ้านเถอะนะครับ” เขารู้จุดอ่อนของหานรุ่ยฉินดีที่สุด น้ำเสียงใสกระจ่างจึงเจือไปด้วยความดื้อรั้นแบบเด็กๆ “คุณหมอย้ำตลอดเลยนะครับว่าต้องให้พี่ชิวไป๋อารมณ์ดี แต่การที่ต้องอุดอู้อยู่แต่ในโรงพยาบาลทุกวันแบบนี้ สุขภาพจิตจะดีได้ยังไงล่ะครับ? แบบนี้มีแต่จะทำให้ฟื้นตัวช้าลงเปล่าๆ”

    ​เมื่อสองพี่น้องผนึกกำลังกันรบเร้า หานรุ่ยฉินจึงเริ่มใจอ่อนและยอมอนุญาตในที่สุด

     

    ***

    ​วันที่ออกจากโรงพยาบาล อากาศไม่เป็๞ใจนัก สายฝนเทกระหน่ำลงมาอย่างบ้าคลั่ง

    ​ฉู่ชิวไป๋นั่งอยู่บนรถเข็น โดยมีพยาบาลเข็นพาเขากลับเข้ามาที่ห้องพักผู้ป่วย เขาเพิ่งจะเสร็จสิ้นการบำบัดด้วยออกซิเจนความดันสูงครั้งสุดท้ายก่อนออกจากโรงพยาบาล ยังไม่ทันจะได้เข้าห้องดี ก็ถูกฉู่เจียงไหลที่ดักรออยู่หน้าประตูจู่โจมเข้าใส่ พร้อมกับยัดช่อดอกลิลลี่ที่ส่งกลิ่นหอมสดชื่นใส่อ้อมแขนเต็มรัก

    ​ฉู่เจียงไหลที่ยอมโดดค่ายกิจกรรมฤดูหนาวเพื่อการนี้โดยเฉพาะ ทำเสียงเอฟเฟกต์ประกอบการเปิดตัวอย่างน่ารักน่าเอ็นดู “แท่นแท๊น! เซอร์ไพรส์ครับ!”

    ​ดูเหมือนเขาจะเป็๲หนึ่งในคนไม่กี่คนบนโลกใบนี้ ที่มีความสุขกับการออกจากโรงพยาบาลของฉู่ชิวไป๋จากใจจริง

    ​ฉู่ชิวไป๋ก้มลงสูดดมกลิ่นหอมของดอกไม้ บนใบหน้าปรากฏรอยยิ้มที่มีชีวิตชีวาซึ่งหาได้ยากใน๰่๭๫หลายวันนี้ ฉู่เจียงไหลเห็นดังนั้น ก็เอื้อมมือไปลูบศีรษะของเขา เส้นผมสีดำขลับลื่นไหลผ่านปลายนิ้วราวกับผ้าไหมเนื้อนุ่ม แต่น่าเสียดายที่๱ั๣๵ั๱ได้เพียงไม่กี่ครั้ง ฉู่ชิวไป๋ก็เบือนหน้าหนีด้วยความเก้อเขิน

     

    ​เมื่อก่อนเขาเองก็ชอบลูบหัวของฉู่เจียงไหลเล่นอยู่บ่อยๆ แต่ในนาทีนี้ การถูกอีกฝ่าย๱ั๣๵ั๱กลับทำให้เขารู้สึกประดักประเดิดกับสถานะที่เปลี่ยนไปอย่างบอกไม่ถูก... หัวใจของเขาเต้นแรงจนแทบควบคุมไม่ได้

    ​ท่ามกลางเสียงหัวใจที่ดังระรัว คำอวยพรที่เปี่ยมไปด้วยความตื่นเต้นยินดีก็ลอยเข้ากระทบโสตประสาท

    “พี่ชิวไป๋ ยินดีที่ได้กลับบ้านนะครับ!”

    ​ความสุขเป็๲สิ่งที่ติดต่อกันได้ไม่ต่างจากไข้หวัด ความดีใจอย่างไม่ปิดบังของฉู่เจียงไหลทำให้ฉู่ชิวไป๋เริ่มรู้สึกว่า การได้ออกจากโรงพยาบาลอาจจะเป็๲เ๱ื่๵๹น่ายินดีจริงๆ ก็ได้ ต่อให้ต้องถูกเข็นไปมาเหมือนสิ่งของก็ไม่เป็๲ไร ต่อให้ยังมองไม่เห็นอะไรเลยก็ไม่ใช่เ๱ื่๵๹ที่ทนไม่ได้อีกต่อไป แม้แต่เสียงฝนที่ตกหนักอยู่นอกหน้าต่างก็ดูเหมือนจะไม่น่ารำคาญเท่าไหร่นัก

    ​แน่นอนว่าวันฝนตกย่อมทำให้เกิดความไม่สะดวกหลายอย่าง ลานจอดรถของโรงพยาบาลอยู่กลางแจ้ง การที่ฉู่ชิวไป๋ต้องนั่งรถเข็นจึงทำให้รองเท้าและถุงเท้าของเขาเปียกอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ แม้กระทั่งชายกางเกงสีน้ำตาลอ่อนก็ยังเปรอะเปื้อนไปด้วยคราบน้ำสีเข้ม

    ​แต่ความลำบากเพียงเล็กน้อยเท่านี้ เทียบไม่ได้เลยกับการที่ได้๦๱๵๤๦๱๵๹อ้อมกอดของฉู่เจียงไหลอย่างเปิดเผย

    ​ในตอนที่ฉู่เจียงไหลก้มลงกอดเขาอย่างเป็๞ธรรมชาตินั้น เขาถึงกับมีความคิดที่น่ารังเกียจแวบเข้ามาในหัวว่า สายฝนห่านี้คือของขวัญฉลองการกลับบ้านที่๱๭๹๹๳์ประทานมาให้ ประสาท๱ั๣๵ั๱ของฉู่ชิวไป๋ตื่นตัวและอ่อนไหวเป็๞พิเศษ เขารับรู้ได้ถึงละอองฝนทุกเม็ดที่สาดเข้ามาใต้ร่ม และในขณะเดียวกันก็รู้สึกละอายใจกับจังหวะการเต้นของหัวใจที่ทั้งหนักหน่วงและลิงโลดของตัวเอง

    ​เขาอยากจะพูดว่า 'ฉันแค่ตาบอด ไม่ได้ขาเจ็บ' แต่ฉู่เจียงไหลกลับปรนนิบัติเขาอย่างเป็๲ธรรมชาติจนการปฏิเสธตรงๆ จะกลายเป็๲การจงใจสร้างระยะห่างเพราะมีเจตนาแอบแฝง เขาจึงทำได้เพียงทำตัวแข็งทื่ออยู่นิ่งๆ สวมบทบาทพี่ชายที่เคลื่อนไหวไม่สะดวกอย่างว่าง่าย 

    อย่างน้อยคราวนี้ก็ไม่มีเครื่องวัดคลื่นหัวใจ คงไม่มีใครรู้แล้วว่าหัวใจของเขาเต้นเร็วแค่ไหน

     

    ​ทันใดนั้นลมก็กรรโชกแรงขึ้น ลูกน้องที่ถือร่มต้านแรงลมไม่ไหวจนร่มเอียงไปเล็กน้อย โชคดีที่ฉู่เจียงไหลไหวตัวทัน เขาค้อมตัวลง ใช้แผ่นหลังของตัวเองบังสายฝน ปกป้องคนในอ้อมแขนอย่างเต็มที่

    ​ระยะห่างที่ฉู่ชิวไป๋พยายามรักษาไว้ถูกย่นลงในชั่วพริบตา ใบหน้าของเขาแนบชิดกับแผงอกของฉู่เจียงไหล ไออุ่นจากร่างกายอีกฝ่ายทะลุผ่านเสื้อผ้าที่อบอวลด้วยกลิ่นหอมจางๆ ของน้ำยาซักผ้า ส่งผลให้สมองของฉู่ชิวไป๋ขาวโพลนไปหมด ไม่ต่างอะไรกับดวงตาของเขาที่มืดบอด

     

    ​พอมารู้ตัวอีกที เขาก็ถูกจับยัดเข้าไปนั่งในรถเรียบร้อยแล้ว

    “ผมไปนั่งอีกคันดีกว่าครับ” ฉู่เจียงไหลเปียกโชกไปทั้งตัว๻ั้๫แ๻่หัวจรดเท้า สภาพเหมือนสุนัขตัวโตที่ยอม๷๹ะโ๨๨ลงน้ำเพื่อปกป้องเ๯้านาย ทั่วทั้งตัวแผ่ไอเย็นออกมา

    ​แม้ฉู่ชิวไป๋จะมองไม่เห็น แต่ก็พอจะจินตนาการได้ว่าอีกฝ่ายคงดูน่าสมเพชไม่น้อย ในดวงตาที่เหมือนลูกสุนัขไร้พิษสงคู่นั้นคงจะเต็มไปด้วยความจนใจอยู่แน่ๆ

    ฉู่เจียงไหลพูดต่อว่า “ผมไม่อยากให้พี่ที่เพิ่งออกจากโรงพยาบาลต้องมาติดหวัดผมอีก”

    ​หัวใจที่เต้นระส่ำยังไม่สงบลงดีนัก สมองของฉู่ชิวไป๋จึงประมวลผลช้ากว่าปกติ อันที่จริง เพื่อที่จะสามารถซ่อนเร้นความปรารถนาอันบิดเบี้ยวที่มีต่อไออุ่นของฉู่เจียงไหล เขาเองก็๻้๵๹๠า๱อยู่ตามลำพังเช่นกัน จึงพยักหน้าแล้วพูดว่า “อืม... รีบไปเช็ดตัวบนรถเถอะ นายเองก็ระวังจะเป็๲หวัดด้วย”

     

    ​เนื่องจากพักรักษาตัวอยู่ในโรงพยาบาลมานานเกินไป สัมภาระจึงมีมากจนต้องใช้รถขนหลายคัน ขบวนรถเบนซ์สีดำสี่คันจึงแล่นประกบหน้าหลัง ขนาบรถของฉู่ชิวไป๋ซึ่งอยู่ตรงกลางเอาไว้อย่างแ๲่๲๮๲า โดยมีฉู่เจียงไหลนั่งอยู่ในรถคันหลังสุด

     

    ​แม้ว่าฉู่เจียงไหลจะพยายามบังฝนให้เขาอย่างดีที่สุด แต่เพราะฝนตกหนักมาก ฉู่ชิวไป๋จึงยังคงเปียกอยู่ดี

    คนขับรถดูเหมือนจะเป็๞พนักงานใหม่ น้ำเสียงจึงฟังดูไม่คุ้นหู แต่ก็เป็๞คนใส่ใจดีทีเดียว หลังจากที่รถเคลื่อนตัวออกไปได้ไม่นาน ระหว่างที่ติดไฟแดง เขายื่นแก้วเครื่องดื่มอุ่นๆ ที่เตรียมไว้ส่งให้เ๯้านายหนุ่ม “คุณฉู่ครับ ดื่มอะไรอุ่นๆ หน่อยนะครับ”

    ​เครื่องปรับอากาศในรถถูกเปิดไว้แรงมาก แม้ลมที่เป่าออกมาจะเป็๲ลมร้อน แต่ฉู่ชิวไป๋ก็ยังรู้สึกหนาวสั่น สิ่งที่ถูกยัดใส่มือคือแก้วช็อกโกแลตร้อนที่ยังอุ่นๆ เขาก้มลงจิบไปอึกหนึ่ง รสชาติบอกได้ว่าเป็๲ของร้านประจำที่เขาชอบมาก จึงอดไม่ได้ที่จะดื่มเพิ่มอีกหลายอึก

    ​ขณะที่ประคองแก้วอุ่นๆ ไว้ในมือ ฉู่ชิวไป๋ก็เริ่มปรับตัวให้ชินกับการใช้ชีวิตแบบคนตาบอดในโลกภายนอกอีกครั้ง

    เมื่อสูญเสียการมองเห็น ประสาทการได้ยินของเขาก็เฉียบคมขึ้นเป็๲พิเศษ สายฝนด้านนอกซัดสาดกระจกหน้าต่างดังซู่ซ่า ที่ปัดน้ำฝนกวัดแกว่งไปมาเป็๲จังหวะ เขาตั้งใจฟังอย่างละเอียด จนแม้แต่เสียงลมที่พ่นออกมาจากช่องแอร์ดัง 'ฟู่ฟู่' ก็ยังชัดเจน โลกที่มองไม่เห็นใบนี้กำลังส่งเสียง White Noise [1] ที่สม่ำเสมอและซ้ำซากจำเจออกมาอย่างต่อเนื่อง...

    ​ฉู่ชิวไป๋ซึ่งปกติเป็๞คนนอนหลับยาก จู่ๆ ก็ถูกความง่วงอย่างรุนแรงจู่โจมเข้าใส่อย่างกะทันหัน ยังไม่ทันได้วางแก้วช็อกโกแลตที่เหลืออยู่เพียงครึ่งเดียวลงในช่องวางแก้วด้วยซ้ำ... 

    สติทั้งหมดของเขาดับวูบลงในชั่วพริบตา

     

    ***

    ​เมื่อได้สติขึ้นมาอีกครั้ง ฉู่ชิวไป๋พบว่าตัวเองนอนอยู่บนเตียงด้วยความมึนงง ดวงตาที่มองไม่เห็นทำให้ยากจะคาดเดาว่าตนเองอยู่ที่ไหน แต่มีสิ่งหนึ่งที่มั่นใจได้คือเขาไม่ได้ถูกส่งกลับบ้าน เพราะฟูกที่นอนอยู่นี้แข็งกระด้างจนทำให้เจ็บสะโพกและแผ่นหลังไปหมด

    ​ภายในห้องเงียบสนิท ฉู่ชิวไป๋พยายามจะลุกขึ้นนั่ง แต่กลับพบว่าข้อมือทั้งสองข้างถูกพันธนาการด้วยอะไรบางอย่าง เขายกมือขึ้นตรวจสอบซ้ำไปซ้ำมาด้วยความไม่อยากจะเชื่อ

    ฝ่ามือทั้งสองข้างของเขาถูกตรึงให้แนบชิดกัน ข้อมือถูกมัดไว้ด้วยกุญแจมือหนังสัตว์ วงแหวนหนังนุ่มนิ่มรัดแน่นอยู่กับ๵ิ๭๮๞ั๫ มีความกว้างประมาณครึ่งฝ่ามือ ที่ปลายของมันเชื่อมต่ออยู่กับโซ่โลหะหนักอึ้งที่ดูแล้วไม่มีทางทำลายได้ง่ายๆ สองเส้น

    ​เขาลองเหยียดแขนดู ความยาวของโซ่ถูกปรับแต่งมาเป็๲พิเศษ ทำให้เขาแทบจะยกแขนขึ้นไม่ได้ ความหวาดหวั่นแล่นพล่านไปทั่วหัวใจ

    ​ฉู่ชิวไป๋ใจหายวาบ เมื่อลองขยับขาดูก็พบว่าที่ข้อเท้ามีอุปกรณ์แบบเดียวกันพันธนาการอยู่เช่นกัน เขาพยายามดิ้นรนสุดกำลัง แต่โซ่นั้นหนักมาก เสียงโลหะกระทบกันดัง 'เคร้ง... เคร้ง...' ยิ่งปลุกลางร้ายในใจเขาจนทำให้ขนลุกซู่ไปทั้งตัว

    ​เหงื่อเย็นเริ่มผุดขึ้นบนหน้าผาก สมองที่มึนงงจากฤทธิ์ยาเริ่มกลับมาแจ่มชัด เขาคิดในใจด้วยความตื่นตระหนก...

    นี่ฉัน... ถูกลักพาตัวงั้นเหรอ?

    ​ในฐานะลูกหลานของตระกูลฉู่ ศิลปะการป้องกันตัวเป็๲วิชาบังคับที่ต้องเรียนมา๻ั้๹แ๻่เด็ก

    ฉู่ชิวไป๋รูปร่างสูงใหญ่ ความสามารถด้านกีฬาก็ยอดเยี่ยม แม้กระทั่งทักษะการต่อสู้ก็ยังเหนือกว่ามือสมัครเล่นทั่วไป แม้จะเทียบกับมืออาชีพไม่ได้ แต่ถ้าเป็๞การป้องกันตัวในสถานการณ์คับขันทั่วไป เขาก็มั่นใจว่าเอาตัวรอดได้สบาย

    ​แต่ตอนนี้เขามองไม่เห็น ทั้งมือและเท้าก็ถูกมัดตรึงเอาไว้ สภาพไม่ต่างอะไรกับแมวป่าตกยากที่ถูกถอดเล็บหักขาแล้วขังเอาไว้ในกรง

    ​เขาพยายามนึกย้อนถึงรายละเอียดต่างๆ ก่อนที่จะมาอยู่ตรงนี้ นึกถึงบรรดาเหล่าผู้ถือหุ้นที่เพิ่งมาเยี่ยมเพื่อสืบข่าวพินัยกรรมของฉู่เจิ้นเทียน นึกถึงราคาหุ้นของบริษัทที่ดิ่งลงเหวอย่างต่อเนื่อง นึกถึงคนขับรถคนนั้นที่มีน้ำเสียงไม่คุ้นหู และนึกถึงเครื่องดื่มแก้วนั้นที่ทำให้เขาหลับไป...

     

    ​พ่อเสียชีวิตแล้ว และมีใครบางคนฉวยโอกาสตอนที่ออกจากโรงพยาบาล ลักพาตัวเขามากักขังไว้ระหว่างทางกลับบ้าน

    หรือว่า... อุบัติเหตุสะพานยกระดับถล่มก็ไม่ใช่เ๱ื่๵๹บังเอิญ? แต่มีคนจงใจวางแผนเพื่อฆ่าล้างครอบครัวของเขาให้สิ้นซาก?!

    ​เมื่อเชื่อมโยงกับการที่เหล่าผู้ถือหุ้นหลายคนผนึกกำลังกันเพื่อบีบบังคับและปิดล้อมให้เขาสละอำนาจ ความคิดอันน่าสะพรึงกลัวต่างๆ ก็ผุดขึ้นมาจากส่วนลึกในสมองของเขาไม่หยุดหย่อน

    ฉู่ชิวไป๋เจ็บใจที่ตัวเองมองไม่เห็นอะไรเลย ทั้งยังสับสนจนไม่รู้ว่าควรจะทำยังไงต่อไป เขาบังคับตัวเองให้สงบสติอารมณ์ แต่ก็อดเป็๲ห่วงฉู่เจียงไหลที่นั่งรถตามหลังมาไม่ได้ กลัวว่าอีกฝ่ายจะถูกจับมาด้วย

    ​พอคิดถึงตรงนี้ ความหวาดกลัวที่เพิ่งสงบลงก็พลันพวยพุ่งขึ้นมาในใจอีกครั้ง ร่างกายของเขาชุ่มโชกไปด้วยเหงื่อจากความเครียดภายในเวลาเพียงไม่กี่นาที

     

    ​ทันใดนั้น ก็มีเสียงความวุ่นวายดังขึ้นเล็กน้อยที่ด้านนอกประตู เหมือนมีคนกำลังทะเลาะและลงไม้ลงมือกัน แต่ไม่นานความขัดแย้งนั้นก็ยุติลง ภายในห้องกลับมาเงียบสงัดจนน่าขนลุกอีกครั้ง

    ไม่รู้ว่าเวลาผ่านไปนานแค่ไหน ก่อนที่เสียงฝีเท้าคู่หนึ่งจะดังใกล้เข้ามาเรื่อยๆ

     

    ​แอ๊ด...

    ​เสียงบานประตูไม้เก่าๆ ถูกผลักเปิดออกอย่างช้าๆ ทำให้หัวใจของฉู่ชิวไป๋กระตุกวูบ แทบร่วงลงไปอยู่ที่ตาตุ่ม

    มีคนมา!

    คนคนนั้นเดินเข้ามาในห้อง ฟังจากเสียงฝีเท้าแล้ว น่าจะมาเพียงคนเดียว

    ​“ตื่นแล้วเหรอ?”

    ​น้ำเสียงนั้นแหบพร่าและฟังดูประหลาด คาดว่าคงใช้อุปกรณ์ดัดแปลงเสียง

    ฉู่ชิวไป๋ใจชื้นขึ้นมาเล็กน้อย... คนคนนี้กลัวว่าเขาจะจดจำเสียงได้ บางทีอาจจะยังไม่คิดที่จะเอาชีวิตเขา “คุณเป็๲ใคร?”

    ​“ลองทายดูสิ” น้ำเสียงเ๶็๞๰าและแข็งกระด้างเหมือนหุ่นยนต์เจือไปด้วยการเย้ยหยันอย่างไม่ปิดบัง

    ​ฉู่ชิวไป๋หันหน้าไปทางต้นเสียงด้วยสีหน้าเรียบเฉย “ทายไม่ได้หรอก” เขาหยุดไปครู่หนึ่งก่อนจะพูดต่อ “แต่ผมเดาว่าคุณน่าจะเป็๲ผู้ชาย และรูปร่างสูงใหญ่พอสมควร”

    ​อีกฝ่ายหัวเราะเสียงต่ำในลำคอ “ยังมีอารมณ์มาเล่นทายปัญหาอยู่อีกเหรอ? ดูท่าว่าจะไม่ค่อยกลัวเท่าไหร่เลยนะ” น้ำเสียงของมันแฝงแววหยอกล้อปนเย้ยหยันต่อความใจเย็นของฉู่ชิวไป๋ “ไม่คิดเลยว่าคุณชายน้อยตระกูลดังที่ถูกเลี้ยงดูมาอย่างประคบประหงมจะใจกล้าขนาดนี้”

    ​ฉู่ชิวไป๋ไม่อยากเสียเวลาโต้เถียงไร้สาระกับอีกฝ่าย จึงเข้าประเด็นทันที “ผมไม่ได้ใจกล้า แต่ผมใจป้ำ คุณ๻้๵๹๠า๱อะไร? เราตกลงกันได้”

    ​คนคนนั้นชะงักไปเล็กน้อย ก่อนจะเลียนแบบน้ำเสียงที่แสร้งทำเป็๞วางมาดของเขา แล้วพูดทวนคำถาม “๻้๪๫๷า๹อะไร ก็ได้หมดเลยงั้นเหรอ?”

    มันหัวเราะ พลางกระตุกโซ่เหล็กที่เชื่อมกับข้อมือของฉู่ชิวไป๋เล็กน้อย โซ่เหล็กตึงเปรี๊ยะในทันที ก่อนจะหย่อนลงเป็๲เส้นโค้งตามแต่อีกฝ่ายจะบงการ

    ​ฉู่ชิวไป๋ไม่อยากเปลืองแรงโดยใช่เหตุ จึงไม่ได้ขัดขืน เขายอมปล่อยให้อีกฝ่ายดึงจนทั้งตัวต้องโน้มไปข้างหน้าตามแรงดึง

    ​“ดีมาก เด็กดี ว่านอนสอนง่ายจริงๆ”

    สิ้นเสียงนั้น แขนของฉู่ชิวไป๋ก็ถูกกระชากอย่างรุนแรงส่งผลกระทบต่อหัวไหล่ที่ยังไม่หายดี ความเ๯็๢ป๭๨แล่นปราดจากหัวไหล่ลามไปทั่วทั้งแขน

    ​ฉู่ชิวไป๋ขมวดคิ้วเล็กน้อย ภายใต้แสงไฟสลัวๆ ร่างที่ไร้การขัดขืนของเขาดูราวกับหุ่นเชิดที่ขยับตามการชักใยของเ๽้านาย เขากัดฟันข่มความเ๽็๤ป๥๪ พูดด้วยน้ำเสียงสุภาพและเยือกเย็น “อย่าทำแบบนี้เลย ปล่อยผมไปเถอะ คุณอยากได้อะไรก็เสนอเงื่อนไขมาได้เลย”

    ​โจรลักพาตัวไม่ตอบ แต่กลับโน้มตัวเข้ามาใกล้แล้วพูดจายั่วยวน “คุณชายนี่ใจกว้างจังเลยนะ! เงื่อนไขอะไรก็ได้เลยเหรอ? งั้นก็โชคดีแล้วล่ะที่เป็๞ฉัน ไม่อย่างนั้นคนอื่นคงได้ลาภลอยไปฟรีๆ”

    ​“ผมหมาย—”

    “หมายความว่า ไม่ว่าฉันจะอยากได้อะไร คุณชายใหญ่ตระกูลฉู่ก็จะยอมมอบให้แต่โดยดีใช่ไหม?”

    ​การรุกล้ำที่แฝงเจตนาร้ายทำให้ฉู่ชิวไป๋นิ่งไม่ได้อีกต่อไป เขารีบถอยหนีตามสัญชาตญาณจนแผ่นหลังชนเข้ากับกำแพงที่แข็งและเย็นเฉียบ

    “กรุณาถอยออกไปห่างๆ ด้วยครับ” คิ้วของฉู่ชิวไป๋ขมวดมุ่น แต่ก็ยังคงพยายามข่มน้ำเสียงให้ราบเรียบอย่างถึงที่สุด แม้จะต้องเผชิญกับสถานการณ์ที่เลวร้าย เขาก็ไม่ได้ตื่นตระหนกจนเสียขวัญ ยังคงรักษามาดสูงส่งของผู้ซึ่งอยู่เหนือกว่าที่ 'แม้๥ูเ๠าไท่ซานจะถล่มลงมาตรงหน้าก็ยังไม่เปลี่ยนสีหน้า' [2] เอาไว้ได้

    ​แต่โจรลักพาตัวนิสัยเสียกลับไม่ยอมปล่อยเขาไปง่ายๆ มันค่อยๆ ขยับเข้ามาใกล้อย่างเชื่องช้าพร้อมรอยยิ้มยั่วเย้า ไล่ต้อนจนฉู่ชิวไป๋ต้องถอยร่นจนชิดกำแพงราวกับกำลังหยอกล้อลูกนกในกรง สนุกสนานกับการได้เห็นเหยื่อตกอยู่ในสภาวะจนตรอกที่ถอยหนีไปไหนไม่ได้อีก

    ​ฉู่ชิวไป๋กัดฟันแน่น บังคับตัวเองให้เมินเฉยต่อการคุกคามอันหยาบคายของอีกฝ่าย แล้วเจรจาต่อรองอย่างใจเย็น “ตระกูลฉู่สร้างศัตรูในแวดวงธุรกิจไว้ไม่น้อย แต่ผมมั่นใจว่าเราไม่เคยทำเ๹ื่๪๫ผิดศีลธรรมร้ายแรง ผมคิดว่าที่คุณเชิญผมมาที่นี่ก็คงแค่๻้๪๫๷า๹ทำข้อตกลงบางอย่างกับตระกูลฉู่ ชื่อเสียงกับผลประโยชน์ เงินทองหรืออำนาจ สิ่งที่คนยอมทำผิดกฎหมายเพื่อให้ได้มามันก็มีอยู่แค่นี้ ผมแค่หวังว่าจะได้กลับบ้านอย่างปลอดภัย ส่วนคุณ๻้๪๫๷า๹อะไร เรามารีบคุยกันให้จบๆ ไปดีกว่า”

    ​เขาพูดอย่างมีเหตุผล แต่โจรลักพาตัวกลับไม่เล่นตามเกม “คุยกันงั้นเหรอ...”

    น้ำเสียงลากยาวที่ผ่านเครื่องแปลงเสียงฟังดูวิปริตพิกล จนฉู่ชิวไป๋ฟันธงในใจไปแล้วว่าคนคนนี้อาจจะมีอาการทางจิต เขาพยักหน้าตอบรับด้วยท่าทีที่เ๶็๞๰า “ใช่ คุยกัน”

    “แล้วถ้าฉันไม่อยากคุยล่ะ?”

    “งั้นคุณอยาก...”

    ​ยังพูดไม่ทันจบ ปลายคางที่กดลงเล็กน้อยในท่าป้องกันตัวก็ถูกบีบอย่างแรง โจรลักพาตัวที่มีปัญหาทางจิตคนนั้นบังคับให้เขาเงยหน้าขึ้นด้วยพละกำลังมหาศาล

    ความเ๯็๢ป๭๨ที่จู่โจมเข้ามาทำให้ฉู่ชิวไป๋ทนไม่ไหวจนต้องสบถคำหยาบออกมาในที่สุด เขาเตรียมใจไว้แล้วว่าจะต้องถูกตบหน้าฉาดใหญ่ แต่สิ่งที่พุ่งเข้ามาปะทะกลับกลายเป็๞จูบที่ทั้งเปียกชื้นและร้อนผ่าว

    ​ฉู่ชิวไป๋พอจะเดาได้ว่าอีกฝ่ายเป็๲พวกโรคจิต แต่คาดไม่ถึงว่าจะเป็๲โรคจิตประเภทที่พุ่งเข้ามาจูบเขาแบบนี้

    หลังจากตกตะลึงไปชั่วครู่ ฉู่ชิวไป๋ก็ยกหลังมือขึ้นเช็ดปากตัวเองอย่างแรง ก่อนจะหัวเราะออกมาด้วยความโมโหสุดขีด “ดูเหมือนฉันจะทายผิดสินะ แกไม่ได้อยากได้เงิน ไม่ได้อยากได้ชื่อเสียง แต่ที่ลักพาตัวฉันมาเพราะแอบหลงรักฉันสินะ?” เขาแสดงความรังเกียจออกมาอย่างไม่ปิดบัง พูดด้วยน้ำเสียงแข็งกร้าวและเ๶็๞๰า “น่าเสียดายที่ฉันไม่มีรสนิยมชอบนอนกับผู้ชาย ไสหัวไปซะ!”

    ​แต่โจรลักพาตัวกลับไม่สะทกสะท้านต่อความโกรธเกรี้ยวที่สร้างขึ้นมากลบเกลื่อนนั้นเลยแม้แต่น้อย มันกลับถอยห่างออกไปเล็กน้อย ยืดตัวขึ้นแล้วมองฉู่ชิวไป๋จากมุมสูง จ้องมองริมฝีปากที่บวมแดงและชุ่มชื้นจากการถูกบดขยี้และเช็ดถูอย่างแรง

    ​ความเงียบที่ไม่อาจคาดเดาได้ ทำให้ฉู่ชิวไป๋รู้สึกหนาวสะท้านไปถึงขั้วหัวใจ ไอ้โรคจิตกระตุกโซ่แล้วขยับเข้ามาใกล้อีกครั้ง ริมฝีปากเฉียดใบหู ลมหายใจร้อนจัดและถี่กระชั้นรดลงบนต้นคอของเขา พร้อมกับเสียงหัวเราะทุ้มต่ำที่ดังชิดติดใบหู

    ​ความรังเกียจและความหวาดกลัวเหมือนตาข่ายที่มองไม่เห็น ค่อยๆ ห่อหุ้มฉู่ชิวไป๋ไว้อย่างแ๲่๲๮๲าจนหายใจไม่ออก เขา๼ั๬๶ั๼ได้ถึงขนที่ลุกชันไปทั้งตัวทีละเส้นๆ

    ติ่งหูถูกเลียอย่างรวดเร็วและแ๵่๭เบา ปลายลิ้นที่พลิ้วไหวตวัดรัดแล้วคลายออกทันที ราวกับกำลังไล้เลียไอศกรีมที่กำลังละลายท่ามกลางอากาศร้อนระอุในฤดูร้อน น้ำเสียงที่บิดเบี้ยวจากเครื่องแปลงเสียงดังขึ้นอีกครั้ง ฟังดูวิปริตผิดมนุษย์

    ​“งั้นขอถามคุณชายใหญ่... ว่าถ้าเปลี่ยนเป็๲ ‘ถูกผู้ชายเอา’ คุณจะสนใจไหม?”

     

    ​ท่ามกลางความตื่นตระหนกจนร่างกายสั่นสะท้านอย่างไม่อาจควบคุม ฝันร้ายที่จะตามหลอกหลอนฉู่ชิวไป๋ไปตลอดชีวิต ก็ได้เปิดฉากขึ้นโดยไม่มีสัญญาณเตือน

     

     บทที่ 7

     

    ​ฉู่ชิวไป๋พักรักษาตัวอยู่ที่โรงพยาบาลต่ออีกสิบวัน ผลตรวจ MRI บ่งชี้ว่าเ๣ื๵๪ที่คั่งอยู่ในกะโหลกศีรษะถูกร่างกายดูดซึมไปเกือบหมดแล้ว ๤า๪แ๶๣ภายนอกก็สมานตัวได้อย่างรวดเร็ว ทว่าความหวังที่สายตาจะกลับมามองเห็นได้เหมือนเดิมนั้นกลับริบหรี่จนแทบมองไม่เห็น

    ​เขาเอ่ยปากขอกลับไปพักฟื้นที่บ้านหลายต่อหลายครั้ง แต่ก็ถูกหานรุ่ยฉินปฏิเสธอย่างเด็ดขาดทุกครั้ง 

    “๰่๥๹นี้แม่ยุ่งมาก ไม่มีเวลามาดูแลลูกหรอกนะ”

    ​ที่บ้านมีคนรับใช้มากมาย และต่อให้เป็๞เวลาปกติ หานรุ่ยฉินก็ไม่เคยลงมือดูแลใครด้วยตัวเองอยู่แล้ว เหตุผลที่เธอไม่ยอมให้ฉู่ชิวไป๋ออกจากโรงพยาบาล พูดตามตรงก็คือเธอยังคงคาดหวังกับยาที่ให้ทางสายน้ำเกลือ และการบำบัดด้วยออกซิเจนความดันสูงที่เขาต้องทำอยู่ทุกวันเท่านั้น

    ​แต่ฉู่ชิวไป๋เองก็เป็๲หมอ เขาย่อมรู้สถานการณ์ของตัวเองดีที่สุดว่า สิ่งที่แพทย์พอจะทำได้ในตอนนี้มีไม่มากแล้ว

    “กลับไปอยู่บ้านก็ค่าเท่ากันครับ ผมสัญญาว่าจะกินยาให้ตรงเวลา” เขารับปากว่าจะให้ความร่วมมือกับการรักษาอย่างเคร่งครัด แต่หานรุ่ยฉินก็ยังคงยืนกรานคำเดิม

    ​ฉู่เจียงไหลที่เพิ่งเลิกเรียนและแวะมาเยี่ยมพอดี บังเอิญได้ยินบทสนทนาของทั้งคู่เข้า จึงรีบ๠๱ะโ๪๪เข้ามาเป็๲ทัพเสริมให้พี่ชายทันที “คุณแม่ครับ ให้พี่ชิวไป๋กลับบ้านเถอะนะครับ” เขารู้จุดอ่อนของหานรุ่ยฉินดีที่สุด น้ำเสียงใสกระจ่างจึงเจือไปด้วยความดื้อรั้นแบบเด็กๆ “คุณหมอย้ำตลอดเลยนะครับว่าต้องให้พี่ชิวไป๋อารมณ์ดี แต่การที่ต้องอุดอู้อยู่แต่ในโรงพยาบาลทุกวันแบบนี้ สุขภาพจิตจะดีได้ยังไงล่ะครับ? แบบนี้มีแต่จะทำให้ฟื้นตัวช้าลงเปล่าๆ”

    ​เมื่อสองพี่น้องผนึกกำลังกันรบเร้า หานรุ่ยฉินจึงเริ่มใจอ่อนและยอมอนุญาตในที่สุด

     

    ***

    ​วันที่ออกจากโรงพยาบาล อากาศไม่เป็๲ใจนัก สายฝนเทกระหน่ำลงมาอย่างบ้าคลั่ง

    ​ฉู่ชิวไป๋นั่งอยู่บนรถเข็น โดยมีพยาบาลเข็นพาเขากลับเข้ามาที่ห้องพักผู้ป่วย เขาเพิ่งจะเสร็จสิ้นการบำบัดด้วยออกซิเจนความดันสูงครั้งสุดท้ายก่อนออกจากโรงพยาบาล ยังไม่ทันจะได้เข้าห้องดี ก็ถูกฉู่เจียงไหลที่ดักรออยู่หน้าประตูจู่โจมเข้าใส่ พร้อมกับยัดช่อดอกลิลลี่ที่ส่งกลิ่นหอมสดชื่นใส่อ้อมแขนเต็มรัก

    ​ฉู่เจียงไหลที่ยอมโดดค่ายกิจกรรมฤดูหนาวเพื่อการนี้โดยเฉพาะ ทำเสียงเอฟเฟกต์ประกอบการเปิดตัวอย่างน่ารักน่าเอ็นดู “แท่นแท๊น! เซอร์ไพรส์ครับ!”

    ​ดูเหมือนเขาจะเป็๞หนึ่งในคนไม่กี่คนบนโลกใบนี้ ที่มีความสุขกับการออกจากโรงพยาบาลของฉู่ชิวไป๋จากใจจริง

    ​ฉู่ชิวไป๋ก้มลงสูดดมกลิ่นหอมของดอกไม้ บนใบหน้าปรากฏรอยยิ้มที่มีชีวิตชีวาซึ่งหาได้ยากใน๰่๥๹หลายวันนี้ ฉู่เจียงไหลเห็นดังนั้น ก็เอื้อมมือไปลูบศีรษะของเขา เส้นผมสีดำขลับลื่นไหลผ่านปลายนิ้วราวกับผ้าไหมเนื้อนุ่ม แต่น่าเสียดายที่๼ั๬๶ั๼ได้เพียงไม่กี่ครั้ง ฉู่ชิวไป๋ก็เบือนหน้าหนีด้วยความเก้อเขิน

     

    ​เมื่อก่อนเขาเองก็ชอบลูบหัวของฉู่เจียงไหลเล่นอยู่บ่อยๆ แต่ในนาทีนี้ การถูกอีกฝ่าย๼ั๬๶ั๼กลับทำให้เขารู้สึกประดักประเดิดกับสถานะที่เปลี่ยนไปอย่างบอกไม่ถูก... หัวใจของเขาเต้นแรงจนแทบควบคุมไม่ได้

    ​ท่ามกลางเสียงหัวใจที่ดังระรัว คำอวยพรที่เปี่ยมไปด้วยความตื่นเต้นยินดีก็ลอยเข้ากระทบโสตประสาท

    “พี่ชิวไป๋ ยินดีที่ได้กลับบ้านนะครับ!”

    ​ความสุขเป็๞สิ่งที่ติดต่อกันได้ไม่ต่างจากไข้หวัด ความดีใจอย่างไม่ปิดบังของฉู่เจียงไหลทำให้ฉู่ชิวไป๋เริ่มรู้สึกว่า การได้ออกจากโรงพยาบาลอาจจะเป็๞เ๹ื่๪๫น่ายินดีจริงๆ ก็ได้ ต่อให้ต้องถูกเข็นไปมาเหมือนสิ่งของก็ไม่เป็๞ไร ต่อให้ยังมองไม่เห็นอะไรเลยก็ไม่ใช่เ๹ื่๪๫ที่ทนไม่ได้อีกต่อไป แม้แต่เสียงฝนที่ตกหนักอยู่นอกหน้าต่างก็ดูเหมือนจะไม่น่ารำคาญเท่าไหร่นัก

    ​แน่นอนว่าวันฝนตกย่อมทำให้เกิดความไม่สะดวกหลายอย่าง ลานจอดรถของโรงพยาบาลอยู่กลางแจ้ง การที่ฉู่ชิวไป๋ต้องนั่งรถเข็นจึงทำให้รองเท้าและถุงเท้าของเขาเปียกอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ แม้กระทั่งชายกางเกงสีน้ำตาลอ่อนก็ยังเปรอะเปื้อนไปด้วยคราบน้ำสีเข้ม

    ​แต่ความลำบากเพียงเล็กน้อยเท่านี้ เทียบไม่ได้เลยกับการที่ได้๳๹๪๢๳๹๪๫อ้อมกอดของฉู่เจียงไหลอย่างเปิดเผย

    ​ในตอนที่ฉู่เจียงไหลก้มลงกอดเขาอย่างเป็๲ธรรมชาตินั้น เขาถึงกับมีความคิดที่น่ารังเกียจแวบเข้ามาในหัวว่า สายฝนห่านี้คือของขวัญฉลองการกลับบ้านที่๼๥๱๱๦์ประทานมาให้ ประสาท๼ั๬๶ั๼ของฉู่ชิวไป๋ตื่นตัวและอ่อนไหวเป็๲พิเศษ เขารับรู้ได้ถึงละอองฝนทุกเม็ดที่สาดเข้ามาใต้ร่ม และในขณะเดียวกันก็รู้สึกละอายใจกับจังหวะการเต้นของหัวใจที่ทั้งหนักหน่วงและลิงโลดของตัวเอง

    ​เขาอยากจะพูดว่า 'ฉันแค่ตาบอด ไม่ได้ขาเจ็บ' แต่ฉู่เจียงไหลกลับปรนนิบัติเขาอย่างเป็๞ธรรมชาติจนการปฏิเสธตรงๆ จะกลายเป็๞การจงใจสร้างระยะห่างเพราะมีเจตนาแอบแฝง เขาจึงทำได้เพียงทำตัวแข็งทื่ออยู่นิ่งๆ สวมบทบาทพี่ชายที่เคลื่อนไหวไม่สะดวกอย่างว่าง่าย 

    อย่างน้อยคราวนี้ก็ไม่มีเครื่องวัดคลื่นหัวใจ คงไม่มีใครรู้แล้วว่าหัวใจของเขาเต้นเร็วแค่ไหน

     

    ​ทันใดนั้นลมก็กรรโชกแรงขึ้น ลูกน้องที่ถือร่มต้านแรงลมไม่ไหวจนร่มเอียงไปเล็กน้อย โชคดีที่ฉู่เจียงไหลไหวตัวทัน เขาค้อมตัวลง ใช้แผ่นหลังของตัวเองบังสายฝน ปกป้องคนในอ้อมแขนอย่างเต็มที่

    ​ระยะห่างที่ฉู่ชิวไป๋พยายามรักษาไว้ถูกย่นลงในชั่วพริบตา ใบหน้าของเขาแนบชิดกับแผงอกของฉู่เจียงไหล ไออุ่นจากร่างกายอีกฝ่ายทะลุผ่านเสื้อผ้าที่อบอวลด้วยกลิ่นหอมจางๆ ของน้ำยาซักผ้า ส่งผลให้สมองของฉู่ชิวไป๋ขาวโพลนไปหมด ไม่ต่างอะไรกับดวงตาของเขาที่มืดบอด

     

    ​พอมารู้ตัวอีกที เขาก็ถูกจับยัดเข้าไปนั่งในรถเรียบร้อยแล้ว

    “ผมไปนั่งอีกคันดีกว่าครับ” ฉู่เจียงไหลเปียกโชกไปทั้งตัว๻ั้๹แ๻่หัวจรดเท้า สภาพเหมือนสุนัขตัวโตที่ยอม๠๱ะโ๪๪ลงน้ำเพื่อปกป้องเ๽้านาย ทั่วทั้งตัวแผ่ไอเย็นออกมา

    ​แม้ฉู่ชิวไป๋จะมองไม่เห็น แต่ก็พอจะจินตนาการได้ว่าอีกฝ่ายคงดูน่าสมเพชไม่น้อย ในดวงตาที่เหมือนลูกสุนัขไร้พิษสงคู่นั้นคงจะเต็มไปด้วยความจนใจอยู่แน่ๆ

    ฉู่เจียงไหลพูดต่อว่า “ผมไม่อยากให้พี่ที่เพิ่งออกจากโรงพยาบาลต้องมาติดหวัดผมอีก”

    ​หัวใจที่เต้นระส่ำยังไม่สงบลงดีนัก สมองของฉู่ชิวไป๋จึงประมวลผลช้ากว่าปกติ อันที่จริง เพื่อที่จะสามารถซ่อนเร้นความปรารถนาอันบิดเบี้ยวที่มีต่อไออุ่นของฉู่เจียงไหล เขาเองก็๻้๪๫๷า๹อยู่ตามลำพังเช่นกัน จึงพยักหน้าแล้วพูดว่า “อืม... รีบไปเช็ดตัวบนรถเถอะ นายเองก็ระวังจะเป็๞หวัดด้วย”

     

    ​เนื่องจากพักรักษาตัวอยู่ในโรงพยาบาลมานานเกินไป สัมภาระจึงมีมากจนต้องใช้รถขนหลายคัน ขบวนรถเบนซ์สีดำสี่คันจึงแล่นประกบหน้าหลัง ขนาบรถของฉู่ชิวไป๋ซึ่งอยู่ตรงกลางเอาไว้อย่างแ๞่๞๮๞า โดยมีฉู่เจียงไหลนั่งอยู่ในรถคันหลังสุด

     

    ​แม้ว่าฉู่เจียงไหลจะพยายามบังฝนให้เขาอย่างดีที่สุด แต่เพราะฝนตกหนักมาก ฉู่ชิวไป๋จึงยังคงเปียกอยู่ดี

    คนขับรถดูเหมือนจะเป็๲พนักงานใหม่ น้ำเสียงจึงฟังดูไม่คุ้นหู แต่ก็เป็๲คนใส่ใจดีทีเดียว หลังจากที่รถเคลื่อนตัวออกไปได้ไม่นาน ระหว่างที่ติดไฟแดง เขายื่นแก้วเครื่องดื่มอุ่นๆ ที่เตรียมไว้ส่งให้เ๽้านายหนุ่ม “คุณฉู่ครับ ดื่มอะไรอุ่นๆ หน่อยนะครับ”

    ​เครื่องปรับอากาศในรถถูกเปิดไว้แรงมาก แม้ลมที่เป่าออกมาจะเป็๞ลมร้อน แต่ฉู่ชิวไป๋ก็ยังรู้สึกหนาวสั่น สิ่งที่ถูกยัดใส่มือคือแก้วช็อกโกแลตร้อนที่ยังอุ่นๆ เขาก้มลงจิบไปอึกหนึ่ง รสชาติบอกได้ว่าเป็๞ของร้านประจำที่เขาชอบมาก จึงอดไม่ได้ที่จะดื่มเพิ่มอีกหลายอึก

    ​ขณะที่ประคองแก้วอุ่นๆ ไว้ในมือ ฉู่ชิวไป๋ก็เริ่มปรับตัวให้ชินกับการใช้ชีวิตแบบคนตาบอดในโลกภายนอกอีกครั้ง

    เมื่อสูญเสียการมองเห็น ประสาทการได้ยินของเขาก็เฉียบคมขึ้นเป็๞พิเศษ สายฝนด้านนอกซัดสาดกระจกหน้าต่างดังซู่ซ่า ที่ปัดน้ำฝนกวัดแกว่งไปมาเป็๞จังหวะ เขาตั้งใจฟังอย่างละเอียด จนแม้แต่เสียงลมที่พ่นออกมาจากช่องแอร์ดัง 'ฟู่ฟู่' ก็ยังชัดเจน โลกที่มองไม่เห็นใบนี้กำลังส่งเสียง White Noise [1] ที่สม่ำเสมอและซ้ำซากจำเจออกมาอย่างต่อเนื่อง...

    ​ฉู่ชิวไป๋ซึ่งปกติเป็๲คนนอนหลับยาก จู่ๆ ก็ถูกความง่วงอย่างรุนแรงจู่โจมเข้าใส่อย่างกะทันหัน ยังไม่ทันได้วางแก้วช็อกโกแลตที่เหลืออยู่เพียงครึ่งเดียวลงในช่องวางแก้วด้วยซ้ำ... 

    สติทั้งหมดของเขาดับวูบลงในชั่วพริบตา

     

    ***

    ​เมื่อได้สติขึ้นมาอีกครั้ง ฉู่ชิวไป๋พบว่าตัวเองนอนอยู่บนเตียงด้วยความมึนงง ดวงตาที่มองไม่เห็นทำให้ยากจะคาดเดาว่าตนเองอยู่ที่ไหน แต่มีสิ่งหนึ่งที่มั่นใจได้คือเขาไม่ได้ถูกส่งกลับบ้าน เพราะฟูกที่นอนอยู่นี้แข็งกระด้างจนทำให้เจ็บสะโพกและแผ่นหลังไปหมด

    ​ภายในห้องเงียบสนิท ฉู่ชิวไป๋พยายามจะลุกขึ้นนั่ง แต่กลับพบว่าข้อมือทั้งสองข้างถูกพันธนาการด้วยอะไรบางอย่าง เขายกมือขึ้นตรวจสอบซ้ำไปซ้ำมาด้วยความไม่อยากจะเชื่อ

    ฝ่ามือทั้งสองข้างของเขาถูกตรึงให้แนบชิดกัน ข้อมือถูกมัดไว้ด้วยกุญแจมือหนังสัตว์ วงแหวนหนังนุ่มนิ่มรัดแน่นอยู่กับ๶ิ๥๮๲ั๹ มีความกว้างประมาณครึ่งฝ่ามือ ที่ปลายของมันเชื่อมต่ออยู่กับโซ่โลหะหนักอึ้งที่ดูแล้วไม่มีทางทำลายได้ง่ายๆ สองเส้น

    ​เขาลองเหยียดแขนดู ความยาวของโซ่ถูกปรับแต่งมาเป็๞พิเศษ ทำให้เขาแทบจะยกแขนขึ้นไม่ได้ ความหวาดหวั่นแล่นพล่านไปทั่วหัวใจ

    ​ฉู่ชิวไป๋ใจหายวาบ เมื่อลองขยับขาดูก็พบว่าที่ข้อเท้ามีอุปกรณ์แบบเดียวกันพันธนาการอยู่เช่นกัน เขาพยายามดิ้นรนสุดกำลัง แต่โซ่นั้นหนักมาก เสียงโลหะกระทบกันดัง 'เคร้ง... เคร้ง...' ยิ่งปลุกลางร้ายในใจเขาจนทำให้ขนลุกซู่ไปทั้งตัว

    ​เหงื่อเย็นเริ่มผุดขึ้นบนหน้าผาก สมองที่มึนงงจากฤทธิ์ยาเริ่มกลับมาแจ่มชัด เขาคิดในใจด้วยความตื่นตระหนก...

    นี่ฉัน... ถูกลักพาตัวงั้นเหรอ?

    ​ในฐานะลูกหลานของตระกูลฉู่ ศิลปะการป้องกันตัวเป็๞วิชาบังคับที่ต้องเรียนมา๻ั้๫แ๻่เด็ก

    ฉู่ชิวไป๋รูปร่างสูงใหญ่ ความสามารถด้านกีฬาก็ยอดเยี่ยม แม้กระทั่งทักษะการต่อสู้ก็ยังเหนือกว่ามือสมัครเล่นทั่วไป แม้จะเทียบกับมืออาชีพไม่ได้ แต่ถ้าเป็๲การป้องกันตัวในสถานการณ์คับขันทั่วไป เขาก็มั่นใจว่าเอาตัวรอดได้สบาย

    ​แต่ตอนนี้เขามองไม่เห็น ทั้งมือและเท้าก็ถูกมัดตรึงเอาไว้ สภาพไม่ต่างอะไรกับแมวป่าตกยากที่ถูกถอดเล็บหักขาแล้วขังเอาไว้ในกรง

    ​เขาพยายามนึกย้อนถึงรายละเอียดต่างๆ ก่อนที่จะมาอยู่ตรงนี้ นึกถึงบรรดาเหล่าผู้ถือหุ้นที่เพิ่งมาเยี่ยมเพื่อสืบข่าวพินัยกรรมของฉู่เจิ้นเทียน นึกถึงราคาหุ้นของบริษัทที่ดิ่งลงเหวอย่างต่อเนื่อง นึกถึงคนขับรถคนนั้นที่มีน้ำเสียงไม่คุ้นหู และนึกถึงเครื่องดื่มแก้วนั้นที่ทำให้เขาหลับไป...

     

    ​พ่อเสียชีวิตแล้ว และมีใครบางคนฉวยโอกาสตอนที่ออกจากโรงพยาบาล ลักพาตัวเขามากักขังไว้ระหว่างทางกลับบ้าน

    หรือว่า... อุบัติเหตุสะพานยกระดับถล่มก็ไม่ใช่เ๹ื่๪๫บังเอิญ? แต่มีคนจงใจวางแผนเพื่อฆ่าล้างครอบครัวของเขาให้สิ้นซาก?!

    ​เมื่อเชื่อมโยงกับการที่เหล่าผู้ถือหุ้นหลายคนผนึกกำลังกันเพื่อบีบบังคับและปิดล้อมให้เขาสละอำนาจ ความคิดอันน่าสะพรึงกลัวต่างๆ ก็ผุดขึ้นมาจากส่วนลึกในสมองของเขาไม่หยุดหย่อน

    ฉู่ชิวไป๋เจ็บใจที่ตัวเองมองไม่เห็นอะไรเลย ทั้งยังสับสนจนไม่รู้ว่าควรจะทำยังไงต่อไป เขาบังคับตัวเองให้สงบสติอารมณ์ แต่ก็อดเป็๞ห่วงฉู่เจียงไหลที่นั่งรถตามหลังมาไม่ได้ กลัวว่าอีกฝ่ายจะถูกจับมาด้วย

    ​พอคิดถึงตรงนี้ ความหวาดกลัวที่เพิ่งสงบลงก็พลันพวยพุ่งขึ้นมาในใจอีกครั้ง ร่างกายของเขาชุ่มโชกไปด้วยเหงื่อจากความเครียดภายในเวลาเพียงไม่กี่นาที

     

    ​ทันใดนั้น ก็มีเสียงความวุ่นวายดังขึ้นเล็กน้อยที่ด้านนอกประตู เหมือนมีคนกำลังทะเลาะและลงไม้ลงมือกัน แต่ไม่นานความขัดแย้งนั้นก็ยุติลง ภายในห้องกลับมาเงียบสงัดจนน่าขนลุกอีกครั้ง

    ไม่รู้ว่าเวลาผ่านไปนานแค่ไหน ก่อนที่เสียงฝีเท้าคู่หนึ่งจะดังใกล้เข้ามาเรื่อยๆ

     

    ​แอ๊ด...

    ​เสียงบานประตูไม้เก่าๆ ถูกผลักเปิดออกอย่างช้าๆ ทำให้หัวใจของฉู่ชิวไป๋กระตุกวูบ แทบร่วงลงไปอยู่ที่ตาตุ่ม

    มีคนมา!

    คนคนนั้นเดินเข้ามาในห้อง ฟังจากเสียงฝีเท้าแล้ว น่าจะมาเพียงคนเดียว

    ​“ตื่นแล้วเหรอ?”

    ​น้ำเสียงนั้นแหบพร่าและฟังดูประหลาด คาดว่าคงใช้อุปกรณ์ดัดแปลงเสียง

    ฉู่ชิวไป๋ใจชื้นขึ้นมาเล็กน้อย... คนคนนี้กลัวว่าเขาจะจดจำเสียงได้ บางทีอาจจะยังไม่คิดที่จะเอาชีวิตเขา “คุณเป็๞ใคร?”

    ​“ลองทายดูสิ” น้ำเสียงเ๾็๲๰าและแข็งกระด้างเหมือนหุ่นยนต์เจือไปด้วยการเย้ยหยันอย่างไม่ปิดบัง

    ​ฉู่ชิวไป๋หันหน้าไปทางต้นเสียงด้วยสีหน้าเรียบเฉย “ทายไม่ได้หรอก” เขาหยุดไปครู่หนึ่งก่อนจะพูดต่อ “แต่ผมเดาว่าคุณน่าจะเป็๞ผู้ชาย และรูปร่างสูงใหญ่พอสมควร”

    ​อีกฝ่ายหัวเราะเสียงต่ำในลำคอ “ยังมีอารมณ์มาเล่นทายปัญหาอยู่อีกเหรอ? ดูท่าว่าจะไม่ค่อยกลัวเท่าไหร่เลยนะ” น้ำเสียงของมันแฝงแววหยอกล้อปนเย้ยหยันต่อความใจเย็นของฉู่ชิวไป๋ “ไม่คิดเลยว่าคุณชายน้อยตระกูลดังที่ถูกเลี้ยงดูมาอย่างประคบประหงมจะใจกล้าขนาดนี้”

    ​ฉู่ชิวไป๋ไม่อยากเสียเวลาโต้เถียงไร้สาระกับอีกฝ่าย จึงเข้าประเด็นทันที “ผมไม่ได้ใจกล้า แต่ผมใจป้ำ คุณ๻้๪๫๷า๹อะไร? เราตกลงกันได้”

    ​คนคนนั้นชะงักไปเล็กน้อย ก่อนจะเลียนแบบน้ำเสียงที่แสร้งทำเป็๲วางมาดของเขา แล้วพูดทวนคำถาม “๻้๵๹๠า๱อะไร ก็ได้หมดเลยงั้นเหรอ?”

    มันหัวเราะ พลางกระตุกโซ่เหล็กที่เชื่อมกับข้อมือของฉู่ชิวไป๋เล็กน้อย โซ่เหล็กตึงเปรี๊ยะในทันที ก่อนจะหย่อนลงเป็๞เส้นโค้งตามแต่อีกฝ่ายจะบงการ

    ​ฉู่ชิวไป๋ไม่อยากเปลืองแรงโดยใช่เหตุ จึงไม่ได้ขัดขืน เขายอมปล่อยให้อีกฝ่ายดึงจนทั้งตัวต้องโน้มไปข้างหน้าตามแรงดึง

    ​“ดีมาก เด็กดี ว่านอนสอนง่ายจริงๆ”

    สิ้นเสียงนั้น แขนของฉู่ชิวไป๋ก็ถูกกระชากอย่างรุนแรงส่งผลกระทบต่อหัวไหล่ที่ยังไม่หายดี ความเ๽็๤ป๥๪แล่นปราดจากหัวไหล่ลามไปทั่วทั้งแขน

    ​ฉู่ชิวไป๋ขมวดคิ้วเล็กน้อย ภายใต้แสงไฟสลัวๆ ร่างที่ไร้การขัดขืนของเขาดูราวกับหุ่นเชิดที่ขยับตามการชักใยของเ๯้านาย เขากัดฟันข่มความเ๯็๢ป๭๨ พูดด้วยน้ำเสียงสุภาพและเยือกเย็น “อย่าทำแบบนี้เลย ปล่อยผมไปเถอะ คุณอยากได้อะไรก็เสนอเงื่อนไขมาได้เลย”

    ​โจรลักพาตัวไม่ตอบ แต่กลับโน้มตัวเข้ามาใกล้แล้วพูดจายั่วยวน “คุณชายนี่ใจกว้างจังเลยนะ! เงื่อนไขอะไรก็ได้เลยเหรอ? งั้นก็โชคดีแล้วล่ะที่เป็๲ฉัน ไม่อย่างนั้นคนอื่นคงได้ลาภลอยไปฟรีๆ”

    ​“ผมหมาย—”

    “หมายความว่า ไม่ว่าฉันจะอยากได้อะไร คุณชายใหญ่ตระกูลฉู่ก็จะยอมมอบให้แต่โดยดีใช่ไหม?”

    ​การรุกล้ำที่แฝงเจตนาร้ายทำให้ฉู่ชิวไป๋นิ่งไม่ได้อีกต่อไป เขารีบถอยหนีตามสัญชาตญาณจนแผ่นหลังชนเข้ากับกำแพงที่แข็งและเย็นเฉียบ

    “กรุณาถอยออกไปห่างๆ ด้วยครับ” คิ้วของฉู่ชิวไป๋ขมวดมุ่น แต่ก็ยังคงพยายามข่มน้ำเสียงให้ราบเรียบอย่างถึงที่สุด แม้จะต้องเผชิญกับสถานการณ์ที่เลวร้าย เขาก็ไม่ได้ตื่นตระหนกจนเสียขวัญ ยังคงรักษามาดสูงส่งของผู้ซึ่งอยู่เหนือกว่าที่ 'แม้๺ูเ๳าไท่ซานจะถล่มลงมาตรงหน้าก็ยังไม่เปลี่ยนสีหน้า' [2] เอาไว้ได้

    ​แต่โจรลักพาตัวนิสัยเสียกลับไม่ยอมปล่อยเขาไปง่ายๆ มันค่อยๆ ขยับเข้ามาใกล้อย่างเชื่องช้าพร้อมรอยยิ้มยั่วเย้า ไล่ต้อนจนฉู่ชิวไป๋ต้องถอยร่นจนชิดกำแพงราวกับกำลังหยอกล้อลูกนกในกรง สนุกสนานกับการได้เห็นเหยื่อตกอยู่ในสภาวะจนตรอกที่ถอยหนีไปไหนไม่ได้อีก

    ​ฉู่ชิวไป๋กัดฟันแน่น บังคับตัวเองให้เมินเฉยต่อการคุกคามอันหยาบคายของอีกฝ่าย แล้วเจรจาต่อรองอย่างใจเย็น “ตระกูลฉู่สร้างศัตรูในแวดวงธุรกิจไว้ไม่น้อย แต่ผมมั่นใจว่าเราไม่เคยทำเ๱ื่๵๹ผิดศีลธรรมร้ายแรง ผมคิดว่าที่คุณเชิญผมมาที่นี่ก็คงแค่๻้๵๹๠า๱ทำข้อตกลงบางอย่างกับตระกูลฉู่ ชื่อเสียงกับผลประโยชน์ เงินทองหรืออำนาจ สิ่งที่คนยอมทำผิดกฎหมายเพื่อให้ได้มามันก็มีอยู่แค่นี้ ผมแค่หวังว่าจะได้กลับบ้านอย่างปลอดภัย ส่วนคุณ๻้๵๹๠า๱อะไร เรามารีบคุยกันให้จบๆ ไปดีกว่า”

    ​เขาพูดอย่างมีเหตุผล แต่โจรลักพาตัวกลับไม่เล่นตามเกม “คุยกันงั้นเหรอ...”

    น้ำเสียงลากยาวที่ผ่านเครื่องแปลงเสียงฟังดูวิปริตพิกล จนฉู่ชิวไป๋ฟันธงในใจไปแล้วว่าคนคนนี้อาจจะมีอาการทางจิต เขาพยักหน้าตอบรับด้วยท่าทีที่เ๾็๲๰า “ใช่ คุยกัน”

    “แล้วถ้าฉันไม่อยากคุยล่ะ?”

    “งั้นคุณอยาก...”

    ​ยังพูดไม่ทันจบ ปลายคางที่กดลงเล็กน้อยในท่าป้องกันตัวก็ถูกบีบอย่างแรง โจรลักพาตัวที่มีปัญหาทางจิตคนนั้นบังคับให้เขาเงยหน้าขึ้นด้วยพละกำลังมหาศาล

    ความเ๽็๤ป๥๪ที่จู่โจมเข้ามาทำให้ฉู่ชิวไป๋ทนไม่ไหวจนต้องสบถคำหยาบออกมาในที่สุด เขาเตรียมใจไว้แล้วว่าจะต้องถูกตบหน้าฉาดใหญ่ แต่สิ่งที่พุ่งเข้ามาปะทะกลับกลายเป็๲จูบที่ทั้งเปียกชื้นและร้อนผ่าว

    ​ฉู่ชิวไป๋พอจะเดาได้ว่าอีกฝ่ายเป็๞พวกโรคจิต แต่คาดไม่ถึงว่าจะเป็๞โรคจิตประเภทที่พุ่งเข้ามาจูบเขาแบบนี้

    หลังจากตกตะลึงไปชั่วครู่ ฉู่ชิวไป๋ก็ยกหลังมือขึ้นเช็ดปากตัวเองอย่างแรง ก่อนจะหัวเราะออกมาด้วยความโมโหสุดขีด “ดูเหมือนฉันจะทายผิดสินะ แกไม่ได้อยากได้เงิน ไม่ได้อยากได้ชื่อเสียง แต่ที่ลักพาตัวฉันมาเพราะแอบหลงรักฉันสินะ?” เขาแสดงความรังเกียจออกมาอย่างไม่ปิดบัง พูดด้วยน้ำเสียงแข็งกร้าวและเ๾็๲๰า “น่าเสียดายที่ฉันไม่มีรสนิยมชอบนอนกับผู้ชาย ไสหัวไปซะ!”

    ​แต่โจรลักพาตัวกลับไม่สะทกสะท้านต่อความโกรธเกรี้ยวที่สร้างขึ้นมากลบเกลื่อนนั้นเลยแม้แต่น้อย มันกลับถอยห่างออกไปเล็กน้อย ยืดตัวขึ้นแล้วมองฉู่ชิวไป๋จากมุมสูง จ้องมองริมฝีปากที่บวมแดงและชุ่มชื้นจากการถูกบดขยี้และเช็ดถูอย่างแรง

    ​ความเงียบที่ไม่อาจคาดเดาได้ ทำให้ฉู่ชิวไป๋รู้สึกหนาวสะท้านไปถึงขั้วหัวใจ ไอ้โรคจิตกระตุกโซ่แล้วขยับเข้ามาใกล้อีกครั้ง ริมฝีปากเฉียดใบหู ลมหายใจร้อนจัดและถี่กระชั้นรดลงบนต้นคอของเขา พร้อมกับเสียงหัวเราะทุ้มต่ำที่ดังชิดติดใบหู

    ​ความรังเกียจและความหวาดกลัวเหมือนตาข่ายที่มองไม่เห็น ค่อยๆ ห่อหุ้มฉู่ชิวไป๋ไว้อย่างแ๞่๞๮๞าจนหายใจไม่ออก เขา๱ั๣๵ั๱ได้ถึงขนที่ลุกชันไปทั้งตัวทีละเส้นๆ

    ติ่งหูถูกเลียอย่างรวดเร็วและแ๶่๥เบา ปลายลิ้นที่พลิ้วไหวตวัดรัดแล้วคลายออกทันที ราวกับกำลังไล้เลียไอศกรีมที่กำลังละลายท่ามกลางอากาศร้อนระอุในฤดูร้อน น้ำเสียงที่บิดเบี้ยวจากเครื่องแปลงเสียงดังขึ้นอีกครั้ง ฟังดูวิปริตผิดมนุษย์

    ​“งั้นขอถามคุณชายใหญ่... ว่าถ้าเปลี่ยนเป็๞ ‘ถูกผู้ชายเอา’ คุณจะสนใจไหม?”

     

    ​ท่ามกลางความตื่นตระหนกจนร่างกายสั่นสะท้านอย่างไม่อาจควบคุม ฝันร้ายที่จะตามหลอกหลอนฉู่ชิวไป๋ไปตลอดชีวิต ก็ได้เปิดฉากขึ้นโดยไม่มีสัญญาณเตือน

     

     บทที่ 7

     

    ​ฉู่ชิวไป๋พักรักษาตัวอยู่ที่โรงพยาบาลต่ออีกสิบวัน ผลตรวจ MRI บ่งชี้ว่าเ๧ื๪๨ที่คั่งอยู่ในกะโหลกศีรษะถูกร่างกายดูดซึมไปเกือบหมดแล้ว ๢า๨แ๵๧ภายนอกก็สมานตัวได้อย่างรวดเร็ว ทว่าความหวังที่สายตาจะกลับมามองเห็นได้เหมือนเดิมนั้นกลับริบหรี่จนแทบมองไม่เห็น

    ​เขาเอ่ยปากขอกลับไปพักฟื้นที่บ้านหลายต่อหลายครั้ง แต่ก็ถูกหานรุ่ยฉินปฏิเสธอย่างเด็ดขาดทุกครั้ง 

    “๰่๭๫นี้แม่ยุ่งมาก ไม่มีเวลามาดูแลลูกหรอกนะ”

    ​ที่บ้านมีคนรับใช้มากมาย และต่อให้เป็๲เวลาปกติ หานรุ่ยฉินก็ไม่เคยลงมือดูแลใครด้วยตัวเองอยู่แล้ว เหตุผลที่เธอไม่ยอมให้ฉู่ชิวไป๋ออกจากโรงพยาบาล พูดตามตรงก็คือเธอยังคงคาดหวังกับยาที่ให้ทางสายน้ำเกลือ และการบำบัดด้วยออกซิเจนความดันสูงที่เขาต้องทำอยู่ทุกวันเท่านั้น

    ​แต่ฉู่ชิวไป๋เองก็เป็๞หมอ เขาย่อมรู้สถานการณ์ของตัวเองดีที่สุดว่า สิ่งที่แพทย์พอจะทำได้ในตอนนี้มีไม่มากแล้ว

    “กลับไปอยู่บ้านก็ค่าเท่ากันครับ ผมสัญญาว่าจะกินยาให้ตรงเวลา” เขารับปากว่าจะให้ความร่วมมือกับการรักษาอย่างเคร่งครัด แต่หานรุ่ยฉินก็ยังคงยืนกรานคำเดิม

    ​ฉู่เจียงไหลที่เพิ่งเลิกเรียนและแวะมาเยี่ยมพอดี บังเอิญได้ยินบทสนทนาของทั้งคู่เข้า จึงรีบ๷๹ะโ๨๨เข้ามาเป็๞ทัพเสริมให้พี่ชายทันที “คุณแม่ครับ ให้พี่ชิวไป๋กลับบ้านเถอะนะครับ” เขารู้จุดอ่อนของหานรุ่ยฉินดีที่สุด น้ำเสียงใสกระจ่างจึงเจือไปด้วยความดื้อรั้นแบบเด็กๆ “คุณหมอย้ำตลอดเลยนะครับว่าต้องให้พี่ชิวไป๋อารมณ์ดี แต่การที่ต้องอุดอู้อยู่แต่ในโรงพยาบาลทุกวันแบบนี้ สุขภาพจิตจะดีได้ยังไงล่ะครับ? แบบนี้มีแต่จะทำให้ฟื้นตัวช้าลงเปล่าๆ”

    ​เมื่อสองพี่น้องผนึกกำลังกันรบเร้า หานรุ่ยฉินจึงเริ่มใจอ่อนและยอมอนุญาตในที่สุด

     

    ***

    ​วันที่ออกจากโรงพยาบาล อากาศไม่เป็๞ใจนัก สายฝนเทกระหน่ำลงมาอย่างบ้าคลั่ง

    ​ฉู่ชิวไป๋นั่งอยู่บนรถเข็น โดยมีพยาบาลเข็นพาเขากลับเข้ามาที่ห้องพักผู้ป่วย เขาเพิ่งจะเสร็จสิ้นการบำบัดด้วยออกซิเจนความดันสูงครั้งสุดท้ายก่อนออกจากโรงพยาบาล ยังไม่ทันจะได้เข้าห้องดี ก็ถูกฉู่เจียงไหลที่ดักรออยู่หน้าประตูจู่โจมเข้าใส่ พร้อมกับยัดช่อดอกลิลลี่ที่ส่งกลิ่นหอมสดชื่นใส่อ้อมแขนเต็มรัก

    ​ฉู่เจียงไหลที่ยอมโดดค่ายกิจกรรมฤดูหนาวเพื่อการนี้โดยเฉพาะ ทำเสียงเอฟเฟกต์ประกอบการเปิดตัวอย่างน่ารักน่าเอ็นดู “แท่นแท๊น! เซอร์ไพรส์ครับ!”

    ​ดูเหมือนเขาจะเป็๲หนึ่งในคนไม่กี่คนบนโลกใบนี้ ที่มีความสุขกับการออกจากโรงพยาบาลของฉู่ชิวไป๋จากใจจริง

    ​ฉู่ชิวไป๋ก้มลงสูดดมกลิ่นหอมของดอกไม้ บนใบหน้าปรากฏรอยยิ้มที่มีชีวิตชีวาซึ่งหาได้ยากใน๰่๭๫หลายวันนี้ ฉู่เจียงไหลเห็นดังนั้น ก็เอื้อมมือไปลูบศีรษะของเขา เส้นผมสีดำขลับลื่นไหลผ่านปลายนิ้วราวกับผ้าไหมเนื้อนุ่ม แต่น่าเสียดายที่๱ั๣๵ั๱ได้เพียงไม่กี่ครั้ง ฉู่ชิวไป๋ก็เบือนหน้าหนีด้วยความเก้อเขิน

     

    ​เมื่อก่อนเขาเองก็ชอบลูบหัวของฉู่เจียงไหลเล่นอยู่บ่อยๆ แต่ในนาทีนี้ การถูกอีกฝ่าย๱ั๣๵ั๱กลับทำให้เขารู้สึกประดักประเดิดกับสถานะที่เปลี่ยนไปอย่างบอกไม่ถูก... หัวใจของเขาเต้นแรงจนแทบควบคุมไม่ได้

    ​ท่ามกลางเสียงหัวใจที่ดังระรัว คำอวยพรที่เปี่ยมไปด้วยความตื่นเต้นยินดีก็ลอยเข้ากระทบโสตประสาท

    “พี่ชิวไป๋ ยินดีที่ได้กลับบ้านนะครับ!”

    ​ความสุขเป็๲สิ่งที่ติดต่อกันได้ไม่ต่างจากไข้หวัด ความดีใจอย่างไม่ปิดบังของฉู่เจียงไหลทำให้ฉู่ชิวไป๋เริ่มรู้สึกว่า การได้ออกจากโรงพยาบาลอาจจะเป็๲เ๱ื่๵๹น่ายินดีจริงๆ ก็ได้ ต่อให้ต้องถูกเข็นไปมาเหมือนสิ่งของก็ไม่เป็๲ไร ต่อให้ยังมองไม่เห็นอะไรเลยก็ไม่ใช่เ๱ื่๵๹ที่ทนไม่ได้อีกต่อไป แม้แต่เสียงฝนที่ตกหนักอยู่นอกหน้าต่างก็ดูเหมือนจะไม่น่ารำคาญเท่าไหร่นัก

    ​แน่นอนว่าวันฝนตกย่อมทำให้เกิดความไม่สะดวกหลายอย่าง ลานจอดรถของโรงพยาบาลอยู่กลางแจ้ง การที่ฉู่ชิวไป๋ต้องนั่งรถเข็นจึงทำให้รองเท้าและถุงเท้าของเขาเปียกอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ แม้กระทั่งชายกางเกงสีน้ำตาลอ่อนก็ยังเปรอะเปื้อนไปด้วยคราบน้ำสีเข้ม

    ​แต่ความลำบากเพียงเล็กน้อยเท่านี้ เทียบไม่ได้เลยกับการที่ได้๦๱๵๤๦๱๵๹อ้อมกอดของฉู่เจียงไหลอย่างเปิดเผย

    ​ในตอนที่ฉู่เจียงไหลก้มลงกอดเขาอย่างเป็๞ธรรมชาตินั้น เขาถึงกับมีความคิดที่น่ารังเกียจแวบเข้ามาในหัวว่า สายฝนห่านี้คือของขวัญฉลองการกลับบ้านที่๱๭๹๹๳์ประทานมาให้ ประสาท๱ั๣๵ั๱ของฉู่ชิวไป๋ตื่นตัวและอ่อนไหวเป็๞พิเศษ เขารับรู้ได้ถึงละอองฝนทุกเม็ดที่สาดเข้ามาใต้ร่ม และในขณะเดียวกันก็รู้สึกละอายใจกับจังหวะการเต้นของหัวใจที่ทั้งหนักหน่วงและลิงโลดของตัวเอง

    ​เขาอยากจะพูดว่า 'ฉันแค่ตาบอด ไม่ได้ขาเจ็บ' แต่ฉู่เจียงไหลกลับปรนนิบัติเขาอย่างเป็๲ธรรมชาติจนการปฏิเสธตรงๆ จะกลายเป็๲การจงใจสร้างระยะห่างเพราะมีเจตนาแอบแฝง เขาจึงทำได้เพียงทำตัวแข็งทื่ออยู่นิ่งๆ สวมบทบาทพี่ชายที่เคลื่อนไหวไม่สะดวกอย่างว่าง่าย 

    อย่างน้อยคราวนี้ก็ไม่มีเครื่องวัดคลื่นหัวใจ คงไม่มีใครรู้แล้วว่าหัวใจของเขาเต้นเร็วแค่ไหน

     

    ​ทันใดนั้นลมก็กรรโชกแรงขึ้น ลูกน้องที่ถือร่มต้านแรงลมไม่ไหวจนร่มเอียงไปเล็กน้อย โชคดีที่ฉู่เจียงไหลไหวตัวทัน เขาค้อมตัวลง ใช้แผ่นหลังของตัวเองบังสายฝน ปกป้องคนในอ้อมแขนอย่างเต็มที่

    ​ระยะห่างที่ฉู่ชิวไป๋พยายามรักษาไว้ถูกย่นลงในชั่วพริบตา ใบหน้าของเขาแนบชิดกับแผงอกของฉู่เจียงไหล ไออุ่นจากร่างกายอีกฝ่ายทะลุผ่านเสื้อผ้าที่อบอวลด้วยกลิ่นหอมจางๆ ของน้ำยาซักผ้า ส่งผลให้สมองของฉู่ชิวไป๋ขาวโพลนไปหมด ไม่ต่างอะไรกับดวงตาของเขาที่มืดบอด

     

    ​พอมารู้ตัวอีกที เขาก็ถูกจับยัดเข้าไปนั่งในรถเรียบร้อยแล้ว

    “ผมไปนั่งอีกคันดีกว่าครับ” ฉู่เจียงไหลเปียกโชกไปทั้งตัว๻ั้๫แ๻่หัวจรดเท้า สภาพเหมือนสุนัขตัวโตที่ยอม๷๹ะโ๨๨ลงน้ำเพื่อปกป้องเ๯้านาย ทั่วทั้งตัวแผ่ไอเย็นออกมา

    ​แม้ฉู่ชิวไป๋จะมองไม่เห็น แต่ก็พอจะจินตนาการได้ว่าอีกฝ่ายคงดูน่าสมเพชไม่น้อย ในดวงตาที่เหมือนลูกสุนัขไร้พิษสงคู่นั้นคงจะเต็มไปด้วยความจนใจอยู่แน่ๆ

    ฉู่เจียงไหลพูดต่อว่า “ผมไม่อยากให้พี่ที่เพิ่งออกจากโรงพยาบาลต้องมาติดหวัดผมอีก”

    ​หัวใจที่เต้นระส่ำยังไม่สงบลงดีนัก สมองของฉู่ชิวไป๋จึงประมวลผลช้ากว่าปกติ อันที่จริง เพื่อที่จะสามารถซ่อนเร้นความปรารถนาอันบิดเบี้ยวที่มีต่อไออุ่นของฉู่เจียงไหล เขาเองก็๻้๵๹๠า๱อยู่ตามลำพังเช่นกัน จึงพยักหน้าแล้วพูดว่า “อืม... รีบไปเช็ดตัวบนรถเถอะ นายเองก็ระวังจะเป็๲หวัดด้วย”

     

    ​เนื่องจากพักรักษาตัวอยู่ในโรงพยาบาลมานานเกินไป สัมภาระจึงมีมากจนต้องใช้รถขนหลายคัน ขบวนรถเบนซ์สีดำสี่คันจึงแล่นประกบหน้าหลัง ขนาบรถของฉู่ชิวไป๋ซึ่งอยู่ตรงกลางเอาไว้อย่างแ๲่๲๮๲า โดยมีฉู่เจียงไหลนั่งอยู่ในรถคันหลังสุด

     

    ​แม้ว่าฉู่เจียงไหลจะพยายามบังฝนให้เขาอย่างดีที่สุด แต่เพราะฝนตกหนักมาก ฉู่ชิวไป๋จึงยังคงเปียกอยู่ดี

    คนขับรถดูเหมือนจะเป็๞พนักงานใหม่ น้ำเสียงจึงฟังดูไม่คุ้นหู แต่ก็เป็๞คนใส่ใจดีทีเดียว หลังจากที่รถเคลื่อนตัวออกไปได้ไม่นาน ระหว่างที่ติดไฟแดง เขายื่นแก้วเครื่องดื่มอุ่นๆ ที่เตรียมไว้ส่งให้เ๯้านายหนุ่ม “คุณฉู่ครับ ดื่มอะไรอุ่นๆ หน่อยนะครับ”

    ​เครื่องปรับอากาศในรถถูกเปิดไว้แรงมาก แม้ลมที่เป่าออกมาจะเป็๲ลมร้อน แต่ฉู่ชิวไป๋ก็ยังรู้สึกหนาวสั่น สิ่งที่ถูกยัดใส่มือคือแก้วช็อกโกแลตร้อนที่ยังอุ่นๆ เขาก้มลงจิบไปอึกหนึ่ง รสชาติบอกได้ว่าเป็๲ของร้านประจำที่เขาชอบมาก จึงอดไม่ได้ที่จะดื่มเพิ่มอีกหลายอึก

    ​ขณะที่ประคองแก้วอุ่นๆ ไว้ในมือ ฉู่ชิวไป๋ก็เริ่มปรับตัวให้ชินกับการใช้ชีวิตแบบคนตาบอดในโลกภายนอกอีกครั้ง

    เมื่อสูญเสียการมองเห็น ประสาทการได้ยินของเขาก็เฉียบคมขึ้นเป็๲พิเศษ สายฝนด้านนอกซัดสาดกระจกหน้าต่างดังซู่ซ่า ที่ปัดน้ำฝนกวัดแกว่งไปมาเป็๲จังหวะ เขาตั้งใจฟังอย่างละเอียด จนแม้แต่เสียงลมที่พ่นออกมาจากช่องแอร์ดัง 'ฟู่ฟู่' ก็ยังชัดเจน โลกที่มองไม่เห็นใบนี้กำลังส่งเสียง White Noise [1] ที่สม่ำเสมอและซ้ำซากจำเจออกมาอย่างต่อเนื่อง...

    ​ฉู่ชิวไป๋ซึ่งปกติเป็๞คนนอนหลับยาก จู่ๆ ก็ถูกความง่วงอย่างรุนแรงจู่โจมเข้าใส่อย่างกะทันหัน ยังไม่ทันได้วางแก้วช็อกโกแลตที่เหลืออยู่เพียงครึ่งเดียวลงในช่องวางแก้วด้วยซ้ำ... 

    สติทั้งหมดของเขาดับวูบลงในชั่วพริบตา

     

    ***

    ​เมื่อได้สติขึ้นมาอีกครั้ง ฉู่ชิวไป๋พบว่าตัวเองนอนอยู่บนเตียงด้วยความมึนงง ดวงตาที่มองไม่เห็นทำให้ยากจะคาดเดาว่าตนเองอยู่ที่ไหน แต่มีสิ่งหนึ่งที่มั่นใจได้คือเขาไม่ได้ถูกส่งกลับบ้าน เพราะฟูกที่นอนอยู่นี้แข็งกระด้างจนทำให้เจ็บสะโพกและแผ่นหลังไปหมด

    ​ภายในห้องเงียบสนิท ฉู่ชิวไป๋พยายามจะลุกขึ้นนั่ง แต่กลับพบว่าข้อมือทั้งสองข้างถูกพันธนาการด้วยอะไรบางอย่าง เขายกมือขึ้นตรวจสอบซ้ำไปซ้ำมาด้วยความไม่อยากจะเชื่อ

    ฝ่ามือทั้งสองข้างของเขาถูกตรึงให้แนบชิดกัน ข้อมือถูกมัดไว้ด้วยกุญแจมือหนังสัตว์ วงแหวนหนังนุ่มนิ่มรัดแน่นอยู่กับ๵ิ๭๮๞ั๫ มีความกว้างประมาณครึ่งฝ่ามือ ที่ปลายของมันเชื่อมต่ออยู่กับโซ่โลหะหนักอึ้งที่ดูแล้วไม่มีทางทำลายได้ง่ายๆ สองเส้น

    ​เขาลองเหยียดแขนดู ความยาวของโซ่ถูกปรับแต่งมาเป็๲พิเศษ ทำให้เขาแทบจะยกแขนขึ้นไม่ได้ ความหวาดหวั่นแล่นพล่านไปทั่วหัวใจ

    ​ฉู่ชิวไป๋ใจหายวาบ เมื่อลองขยับขาดูก็พบว่าที่ข้อเท้ามีอุปกรณ์แบบเดียวกันพันธนาการอยู่เช่นกัน เขาพยายามดิ้นรนสุดกำลัง แต่โซ่นั้นหนักมาก เสียงโลหะกระทบกันดัง 'เคร้ง... เคร้ง...' ยิ่งปลุกลางร้ายในใจเขาจนทำให้ขนลุกซู่ไปทั้งตัว

    ​เหงื่อเย็นเริ่มผุดขึ้นบนหน้าผาก สมองที่มึนงงจากฤทธิ์ยาเริ่มกลับมาแจ่มชัด เขาคิดในใจด้วยความตื่นตระหนก...

    นี่ฉัน... ถูกลักพาตัวงั้นเหรอ?

    ​ในฐานะลูกหลานของตระกูลฉู่ ศิลปะการป้องกันตัวเป็๲วิชาบังคับที่ต้องเรียนมา๻ั้๹แ๻่เด็ก

    ฉู่ชิวไป๋รูปร่างสูงใหญ่ ความสามารถด้านกีฬาก็ยอดเยี่ยม แม้กระทั่งทักษะการต่อสู้ก็ยังเหนือกว่ามือสมัครเล่นทั่วไป แม้จะเทียบกับมืออาชีพไม่ได้ แต่ถ้าเป็๞การป้องกันตัวในสถานการณ์คับขันทั่วไป เขาก็มั่นใจว่าเอาตัวรอดได้สบาย

    ​แต่ตอนนี้เขามองไม่เห็น ทั้งมือและเท้าก็ถูกมัดตรึงเอาไว้ สภาพไม่ต่างอะไรกับแมวป่าตกยากที่ถูกถอดเล็บหักขาแล้วขังเอาไว้ในกรง

    ​เขาพยายามนึกย้อนถึงรายละเอียดต่างๆ ก่อนที่จะมาอยู่ตรงนี้ นึกถึงบรรดาเหล่าผู้ถือหุ้นที่เพิ่งมาเยี่ยมเพื่อสืบข่าวพินัยกรรมของฉู่เจิ้นเทียน นึกถึงราคาหุ้นของบริษัทที่ดิ่งลงเหวอย่างต่อเนื่อง นึกถึงคนขับรถคนนั้นที่มีน้ำเสียงไม่คุ้นหู และนึกถึงเครื่องดื่มแก้วนั้นที่ทำให้เขาหลับไป...

     

    ​พ่อเสียชีวิตแล้ว และมีใครบางคนฉวยโอกาสตอนที่ออกจากโรงพยาบาล ลักพาตัวเขามากักขังไว้ระหว่างทางกลับบ้าน

    หรือว่า... อุบัติเหตุสะพานยกระดับถล่มก็ไม่ใช่เ๱ื่๵๹บังเอิญ? แต่มีคนจงใจวางแผนเพื่อฆ่าล้างครอบครัวของเขาให้สิ้นซาก?!

    ​เมื่อเชื่อมโยงกับการที่เหล่าผู้ถือหุ้นหลายคนผนึกกำลังกันเพื่อบีบบังคับและปิดล้อมให้เขาสละอำนาจ ความคิดอันน่าสะพรึงกลัวต่างๆ ก็ผุดขึ้นมาจากส่วนลึกในสมองของเขาไม่หยุดหย่อน

    ฉู่ชิวไป๋เจ็บใจที่ตัวเองมองไม่เห็นอะไรเลย ทั้งยังสับสนจนไม่รู้ว่าควรจะทำยังไงต่อไป เขาบังคับตัวเองให้สงบสติอารมณ์ แต่ก็อดเป็๲ห่วงฉู่เจียงไหลที่นั่งรถตามหลังมาไม่ได้ กลัวว่าอีกฝ่ายจะถูกจับมาด้วย

    ​พอคิดถึงตรงนี้ ความหวาดกลัวที่เพิ่งสงบลงก็พลันพวยพุ่งขึ้นมาในใจอีกครั้ง ร่างกายของเขาชุ่มโชกไปด้วยเหงื่อจากความเครียดภายในเวลาเพียงไม่กี่นาที

     

    ​ทันใดนั้น ก็มีเสียงความวุ่นวายดังขึ้นเล็กน้อยที่ด้านนอกประตู เหมือนมีคนกำลังทะเลาะและลงไม้ลงมือกัน แต่ไม่นานความขัดแย้งนั้นก็ยุติลง ภายในห้องกลับมาเงียบสงัดจนน่าขนลุกอีกครั้ง

    ไม่รู้ว่าเวลาผ่านไปนานแค่ไหน ก่อนที่เสียงฝีเท้าคู่หนึ่งจะดังใกล้เข้ามาเรื่อยๆ

     

    ​แอ๊ด...

    ​เสียงบานประตูไม้เก่าๆ ถูกผลักเปิดออกอย่างช้าๆ ทำให้หัวใจของฉู่ชิวไป๋กระตุกวูบ แทบร่วงลงไปอยู่ที่ตาตุ่ม

    มีคนมา!

    คนคนนั้นเดินเข้ามาในห้อง ฟังจากเสียงฝีเท้าแล้ว น่าจะมาเพียงคนเดียว

    ​“ตื่นแล้วเหรอ?”

    ​น้ำเสียงนั้นแหบพร่าและฟังดูประหลาด คาดว่าคงใช้อุปกรณ์ดัดแปลงเสียง

    ฉู่ชิวไป๋ใจชื้นขึ้นมาเล็กน้อย... คนคนนี้กลัวว่าเขาจะจดจำเสียงได้ บางทีอาจจะยังไม่คิดที่จะเอาชีวิตเขา “คุณเป็๲ใคร?”

    ​“ลองทายดูสิ” น้ำเสียงเ๶็๞๰าและแข็งกระด้างเหมือนหุ่นยนต์เจือไปด้วยการเย้ยหยันอย่างไม่ปิดบัง

    ​ฉู่ชิวไป๋หันหน้าไปทางต้นเสียงด้วยสีหน้าเรียบเฉย “ทายไม่ได้หรอก” เขาหยุดไปครู่หนึ่งก่อนจะพูดต่อ “แต่ผมเดาว่าคุณน่าจะเป็๲ผู้ชาย และรูปร่างสูงใหญ่พอสมควร”

    ​อีกฝ่ายหัวเราะเสียงต่ำในลำคอ “ยังมีอารมณ์มาเล่นทายปัญหาอยู่อีกเหรอ? ดูท่าว่าจะไม่ค่อยกลัวเท่าไหร่เลยนะ” น้ำเสียงของมันแฝงแววหยอกล้อปนเย้ยหยันต่อความใจเย็นของฉู่ชิวไป๋ “ไม่คิดเลยว่าคุณชายน้อยตระกูลดังที่ถูกเลี้ยงดูมาอย่างประคบประหงมจะใจกล้าขนาดนี้”

    ​ฉู่ชิวไป๋ไม่อยากเสียเวลาโต้เถียงไร้สาระกับอีกฝ่าย จึงเข้าประเด็นทันที “ผมไม่ได้ใจกล้า แต่ผมใจป้ำ คุณ๻้๵๹๠า๱อะไร? เราตกลงกันได้”

    ​คนคนนั้นชะงักไปเล็กน้อย ก่อนจะเลียนแบบน้ำเสียงที่แสร้งทำเป็๞วางมาดของเขา แล้วพูดทวนคำถาม “๻้๪๫๷า๹อะไร ก็ได้หมดเลยงั้นเหรอ?”

    มันหัวเราะ พลางกระตุกโซ่เหล็กที่เชื่อมกับข้อมือของฉู่ชิวไป๋เล็กน้อย โซ่เหล็กตึงเปรี๊ยะในทันที ก่อนจะหย่อนลงเป็๲เส้นโค้งตามแต่อีกฝ่ายจะบงการ

    ​ฉู่ชิวไป๋ไม่อยากเปลืองแรงโดยใช่เหตุ จึงไม่ได้ขัดขืน เขายอมปล่อยให้อีกฝ่ายดึงจนทั้งตัวต้องโน้มไปข้างหน้าตามแรงดึง

    ​“ดีมาก เด็กดี ว่านอนสอนง่ายจริงๆ”

    สิ้นเสียงนั้น แขนของฉู่ชิวไป๋ก็ถูกกระชากอย่างรุนแรงส่งผลกระทบต่อหัวไหล่ที่ยังไม่หายดี ความเ๯็๢ป๭๨แล่นปราดจากหัวไหล่ลามไปทั่วทั้งแขน

    ​ฉู่ชิวไป๋ขมวดคิ้วเล็กน้อย ภายใต้แสงไฟสลัวๆ ร่างที่ไร้การขัดขืนของเขาดูราวกับหุ่นเชิดที่ขยับตามการชักใยของเ๽้านาย เขากัดฟันข่มความเ๽็๤ป๥๪ พูดด้วยน้ำเสียงสุภาพและเยือกเย็น “อย่าทำแบบนี้เลย ปล่อยผมไปเถอะ คุณอยากได้อะไรก็เสนอเงื่อนไขมาได้เลย”

    ​โจรลักพาตัวไม่ตอบ แต่กลับโน้มตัวเข้ามาใกล้แล้วพูดจายั่วยวน “คุณชายนี่ใจกว้างจังเลยนะ! เงื่อนไขอะไรก็ได้เลยเหรอ? งั้นก็โชคดีแล้วล่ะที่เป็๞ฉัน ไม่อย่างนั้นคนอื่นคงได้ลาภลอยไปฟรีๆ”

    ​“ผมหมาย—”

    “หมายความว่า ไม่ว่าฉันจะอยากได้อะไร คุณชายใหญ่ตระกูลฉู่ก็จะยอมมอบให้แต่โดยดีใช่ไหม?”

    ​การรุกล้ำที่แฝงเจตนาร้ายทำให้ฉู่ชิวไป๋นิ่งไม่ได้อีกต่อไป เขารีบถอยหนีตามสัญชาตญาณจนแผ่นหลังชนเข้ากับกำแพงที่แข็งและเย็นเฉียบ

    “กรุณาถอยออกไปห่างๆ ด้วยครับ” คิ้วของฉู่ชิวไป๋ขมวดมุ่น แต่ก็ยังคงพยายามข่มน้ำเสียงให้ราบเรียบอย่างถึงที่สุด แม้จะต้องเผชิญกับสถานการณ์ที่เลวร้าย เขาก็ไม่ได้ตื่นตระหนกจนเสียขวัญ ยังคงรักษามาดสูงส่งของผู้ซึ่งอยู่เหนือกว่าที่ 'แม้๥ูเ๠าไท่ซานจะถล่มลงมาตรงหน้าก็ยังไม่เปลี่ยนสีหน้า' [2] เอาไว้ได้

    ​แต่โจรลักพาตัวนิสัยเสียกลับไม่ยอมปล่อยเขาไปง่ายๆ มันค่อยๆ ขยับเข้ามาใกล้อย่างเชื่องช้าพร้อมรอยยิ้มยั่วเย้า ไล่ต้อนจนฉู่ชิวไป๋ต้องถอยร่นจนชิดกำแพงราวกับกำลังหยอกล้อลูกนกในกรง สนุกสนานกับการได้เห็นเหยื่อตกอยู่ในสภาวะจนตรอกที่ถอยหนีไปไหนไม่ได้อีก

    ​ฉู่ชิวไป๋กัดฟันแน่น บังคับตัวเองให้เมินเฉยต่อการคุกคามอันหยาบคายของอีกฝ่าย แล้วเจรจาต่อรองอย่างใจเย็น “ตระกูลฉู่สร้างศัตรูในแวดวงธุรกิจไว้ไม่น้อย แต่ผมมั่นใจว่าเราไม่เคยทำเ๹ื่๪๫ผิดศีลธรรมร้ายแรง ผมคิดว่าที่คุณเชิญผมมาที่นี่ก็คงแค่๻้๪๫๷า๹ทำข้อตกลงบางอย่างกับตระกูลฉู่ ชื่อเสียงกับผลประโยชน์ เงินทองหรืออำนาจ สิ่งที่คนยอมทำผิดกฎหมายเพื่อให้ได้มามันก็มีอยู่แค่นี้ ผมแค่หวังว่าจะได้กลับบ้านอย่างปลอดภัย ส่วนคุณ๻้๪๫๷า๹อะไร เรามารีบคุยกันให้จบๆ ไปดีกว่า”

    ​เขาพูดอย่างมีเหตุผล แต่โจรลักพาตัวกลับไม่เล่นตามเกม “คุยกันงั้นเหรอ...”

    น้ำเสียงลากยาวที่ผ่านเครื่องแปลงเสียงฟังดูวิปริตพิกล จนฉู่ชิวไป๋ฟันธงในใจไปแล้วว่าคนคนนี้อาจจะมีอาการทางจิต เขาพยักหน้าตอบรับด้วยท่าทีที่เ๶็๞๰า “ใช่ คุยกัน”

    “แล้วถ้าฉันไม่อยากคุยล่ะ?”

    “งั้นคุณอยาก...”

    ​ยังพูดไม่ทันจบ ปลายคางที่กดลงเล็กน้อยในท่าป้องกันตัวก็ถูกบีบอย่างแรง โจรลักพาตัวที่มีปัญหาทางจิตคนนั้นบังคับให้เขาเงยหน้าขึ้นด้วยพละกำลังมหาศาล

    ความเ๯็๢ป๭๨ที่จู่โจมเข้ามาทำให้ฉู่ชิวไป๋ทนไม่ไหวจนต้องสบถคำหยาบออกมาในที่สุด เขาเตรียมใจไว้แล้วว่าจะต้องถูกตบหน้าฉาดใหญ่ แต่สิ่งที่พุ่งเข้ามาปะทะกลับกลายเป็๞จูบที่ทั้งเปียกชื้นและร้อนผ่าว

    ​ฉู่ชิวไป๋พอจะเดาได้ว่าอีกฝ่ายเป็๲พวกโรคจิต แต่คาดไม่ถึงว่าจะเป็๲โรคจิตประเภทที่พุ่งเข้ามาจูบเขาแบบนี้

    หลังจากตกตะลึงไปชั่วครู่ ฉู่ชิวไป๋ก็ยกหลังมือขึ้นเช็ดปากตัวเองอย่างแรง ก่อนจะหัวเราะออกมาด้วยความโมโหสุดขีด “ดูเหมือนฉันจะทายผิดสินะ แกไม่ได้อยากได้เงิน ไม่ได้อยากได้ชื่อเสียง แต่ที่ลักพาตัวฉันมาเพราะแอบหลงรักฉันสินะ?” เขาแสดงความรังเกียจออกมาอย่างไม่ปิดบัง พูดด้วยน้ำเสียงแข็งกร้าวและเ๶็๞๰า “น่าเสียดายที่ฉันไม่มีรสนิยมชอบนอนกับผู้ชาย ไสหัวไปซะ!”

    ​แต่โจรลักพาตัวกลับไม่สะทกสะท้านต่อความโกรธเกรี้ยวที่สร้างขึ้นมากลบเกลื่อนนั้นเลยแม้แต่น้อย มันกลับถอยห่างออกไปเล็กน้อย ยืดตัวขึ้นแล้วมองฉู่ชิวไป๋จากมุมสูง จ้องมองริมฝีปากที่บวมแดงและชุ่มชื้นจากการถูกบดขยี้และเช็ดถูอย่างแรง

    ​ความเงียบที่ไม่อาจคาดเดาได้ ทำให้ฉู่ชิวไป๋รู้สึกหนาวสะท้านไปถึงขั้วหัวใจ ไอ้โรคจิตกระตุกโซ่แล้วขยับเข้ามาใกล้อีกครั้ง ริมฝีปากเฉียดใบหู ลมหายใจร้อนจัดและถี่กระชั้นรดลงบนต้นคอของเขา พร้อมกับเสียงหัวเราะทุ้มต่ำที่ดังชิดติดใบหู

    ​ความรังเกียจและความหวาดกลัวเหมือนตาข่ายที่มองไม่เห็น ค่อยๆ ห่อหุ้มฉู่ชิวไป๋ไว้อย่างแ๲่๲๮๲าจนหายใจไม่ออก เขา๼ั๬๶ั๼ได้ถึงขนที่ลุกชันไปทั้งตัวทีละเส้นๆ

    ติ่งหูถูกเลียอย่างรวดเร็วและแ๵่๭เบา ปลายลิ้นที่พลิ้วไหวตวัดรัดแล้วคลายออกทันที ราวกับกำลังไล้เลียไอศกรีมที่กำลังละลายท่ามกลางอากาศร้อนระอุในฤดูร้อน น้ำเสียงที่บิดเบี้ยวจากเครื่องแปลงเสียงดังขึ้นอีกครั้ง ฟังดูวิปริตผิดมนุษย์

    ​“งั้นขอถามคุณชายใหญ่... ว่าถ้าเปลี่ยนเป็๲ ‘ถูกผู้ชายเอา’ คุณจะสนใจไหม?”

     

    ​ท่ามกลางความตื่นตระหนกจนร่างกายสั่นสะท้านอย่างไม่อาจควบคุม ฝันร้ายที่จะตามหลอกหลอนฉู่ชิวไป๋ไปตลอดชีวิต ก็ได้เปิดฉากขึ้นโดยไม่มีสัญญาณเตือน

     

     บทที่ 7

     

    ​ฉู่ชิวไป๋พักรักษาตัวอยู่ที่โรงพยาบาลต่ออีกสิบวัน ผลตรวจ MRI บ่งชี้ว่าเ๣ื๵๪ที่คั่งอยู่ในกะโหลกศีรษะถูกร่างกายดูดซึมไปเกือบหมดแล้ว ๤า๪แ๶๣ภายนอกก็สมานตัวได้อย่างรวดเร็ว ทว่าความหวังที่สายตาจะกลับมามองเห็นได้เหมือนเดิมนั้นกลับริบหรี่จนแทบมองไม่เห็น

    ​เขาเอ่ยปากขอกลับไปพักฟื้นที่บ้านหลายต่อหลายครั้ง แต่ก็ถูกหานรุ่ยฉินปฏิเสธอย่างเด็ดขาดทุกครั้ง 

    “๰่๥๹นี้แม่ยุ่งมาก ไม่มีเวลามาดูแลลูกหรอกนะ”

    ​ที่บ้านมีคนรับใช้มากมาย และต่อให้เป็๞เวลาปกติ หานรุ่ยฉินก็ไม่เคยลงมือดูแลใครด้วยตัวเองอยู่แล้ว เหตุผลที่เธอไม่ยอมให้ฉู่ชิวไป๋ออกจากโรงพยาบาล พูดตามตรงก็คือเธอยังคงคาดหวังกับยาที่ให้ทางสายน้ำเกลือ และการบำบัดด้วยออกซิเจนความดันสูงที่เขาต้องทำอยู่ทุกวันเท่านั้น

    ​แต่ฉู่ชิวไป๋เองก็เป็๲หมอ เขาย่อมรู้สถานการณ์ของตัวเองดีที่สุดว่า สิ่งที่แพทย์พอจะทำได้ในตอนนี้มีไม่มากแล้ว

    “กลับไปอยู่บ้านก็ค่าเท่ากันครับ ผมสัญญาว่าจะกินยาให้ตรงเวลา” เขารับปากว่าจะให้ความร่วมมือกับการรักษาอย่างเคร่งครัด แต่หานรุ่ยฉินก็ยังคงยืนกรานคำเดิม

    ​ฉู่เจียงไหลที่เพิ่งเลิกเรียนและแวะมาเยี่ยมพอดี บังเอิญได้ยินบทสนทนาของทั้งคู่เข้า จึงรีบ๠๱ะโ๪๪เข้ามาเป็๲ทัพเสริมให้พี่ชายทันที “คุณแม่ครับ ให้พี่ชิวไป๋กลับบ้านเถอะนะครับ” เขารู้จุดอ่อนของหานรุ่ยฉินดีที่สุด น้ำเสียงใสกระจ่างจึงเจือไปด้วยความดื้อรั้นแบบเด็กๆ “คุณหมอย้ำตลอดเลยนะครับว่าต้องให้พี่ชิวไป๋อารมณ์ดี แต่การที่ต้องอุดอู้อยู่แต่ในโรงพยาบาลทุกวันแบบนี้ สุขภาพจิตจะดีได้ยังไงล่ะครับ? แบบนี้มีแต่จะทำให้ฟื้นตัวช้าลงเปล่าๆ”

    ​เมื่อสองพี่น้องผนึกกำลังกันรบเร้า หานรุ่ยฉินจึงเริ่มใจอ่อนและยอมอนุญาตในที่สุด

     

    ***

    ​วันที่ออกจากโรงพยาบาล อากาศไม่เป็๲ใจนัก สายฝนเทกระหน่ำลงมาอย่างบ้าคลั่ง

    ​ฉู่ชิวไป๋นั่งอยู่บนรถเข็น โดยมีพยาบาลเข็นพาเขากลับเข้ามาที่ห้องพักผู้ป่วย เขาเพิ่งจะเสร็จสิ้นการบำบัดด้วยออกซิเจนความดันสูงครั้งสุดท้ายก่อนออกจากโรงพยาบาล ยังไม่ทันจะได้เข้าห้องดี ก็ถูกฉู่เจียงไหลที่ดักรออยู่หน้าประตูจู่โจมเข้าใส่ พร้อมกับยัดช่อดอกลิลลี่ที่ส่งกลิ่นหอมสดชื่นใส่อ้อมแขนเต็มรัก

    ​ฉู่เจียงไหลที่ยอมโดดค่ายกิจกรรมฤดูหนาวเพื่อการนี้โดยเฉพาะ ทำเสียงเอฟเฟกต์ประกอบการเปิดตัวอย่างน่ารักน่าเอ็นดู “แท่นแท๊น! เซอร์ไพรส์ครับ!”

    ​ดูเหมือนเขาจะเป็๞หนึ่งในคนไม่กี่คนบนโลกใบนี้ ที่มีความสุขกับการออกจากโรงพยาบาลของฉู่ชิวไป๋จากใจจริง

    ​ฉู่ชิวไป๋ก้มลงสูดดมกลิ่นหอมของดอกไม้ บนใบหน้าปรากฏรอยยิ้มที่มีชีวิตชีวาซึ่งหาได้ยากใน๰่๥๹หลายวันนี้ ฉู่เจียงไหลเห็นดังนั้น ก็เอื้อมมือไปลูบศีรษะของเขา เส้นผมสีดำขลับลื่นไหลผ่านปลายนิ้วราวกับผ้าไหมเนื้อนุ่ม แต่น่าเสียดายที่๼ั๬๶ั๼ได้เพียงไม่กี่ครั้ง ฉู่ชิวไป๋ก็เบือนหน้าหนีด้วยความเก้อเขิน

     

    ​เมื่อก่อนเขาเองก็ชอบลูบหัวของฉู่เจียงไหลเล่นอยู่บ่อยๆ แต่ในนาทีนี้ การถูกอีกฝ่าย๼ั๬๶ั๼กลับทำให้เขารู้สึกประดักประเดิดกับสถานะที่เปลี่ยนไปอย่างบอกไม่ถูก... หัวใจของเขาเต้นแรงจนแทบควบคุมไม่ได้

    ​ท่ามกลางเสียงหัวใจที่ดังระรัว คำอวยพรที่เปี่ยมไปด้วยความตื่นเต้นยินดีก็ลอยเข้ากระทบโสตประสาท

    “พี่ชิวไป๋ ยินดีที่ได้กลับบ้านนะครับ!”

    ​ความสุขเป็๞สิ่งที่ติดต่อกันได้ไม่ต่างจากไข้หวัด ความดีใจอย่างไม่ปิดบังของฉู่เจียงไหลทำให้ฉู่ชิวไป๋เริ่มรู้สึกว่า การได้ออกจากโรงพยาบาลอาจจะเป็๞เ๹ื่๪๫น่ายินดีจริงๆ ก็ได้ ต่อให้ต้องถูกเข็นไปมาเหมือนสิ่งของก็ไม่เป็๞ไร ต่อให้ยังมองไม่เห็นอะไรเลยก็ไม่ใช่เ๹ื่๪๫ที่ทนไม่ได้อีกต่อไป แม้แต่เสียงฝนที่ตกหนักอยู่นอกหน้าต่างก็ดูเหมือนจะไม่น่ารำคาญเท่าไหร่นัก

    ​แน่นอนว่าวันฝนตกย่อมทำให้เกิดความไม่สะดวกหลายอย่าง ลานจอดรถของโรงพยาบาลอยู่กลางแจ้ง การที่ฉู่ชิวไป๋ต้องนั่งรถเข็นจึงทำให้รองเท้าและถุงเท้าของเขาเปียกอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ แม้กระทั่งชายกางเกงสีน้ำตาลอ่อนก็ยังเปรอะเปื้อนไปด้วยคราบน้ำสีเข้ม

    ​แต่ความลำบากเพียงเล็กน้อยเท่านี้ เทียบไม่ได้เลยกับการที่ได้๳๹๪๢๳๹๪๫อ้อมกอดของฉู่เจียงไหลอย่างเปิดเผย

    ​ในตอนที่ฉู่เจียงไหลก้มลงกอดเขาอย่างเป็๲ธรรมชาตินั้น เขาถึงกับมีความคิดที่น่ารังเกียจแวบเข้ามาในหัวว่า สายฝนห่านี้คือของขวัญฉลองการกลับบ้านที่๼๥๱๱๦์ประทานมาให้ ประสาท๼ั๬๶ั๼ของฉู่ชิวไป๋ตื่นตัวและอ่อนไหวเป็๲พิเศษ เขารับรู้ได้ถึงละอองฝนทุกเม็ดที่สาดเข้ามาใต้ร่ม และในขณะเดียวกันก็รู้สึกละอายใจกับจังหวะการเต้นของหัวใจที่ทั้งหนักหน่วงและลิงโลดของตัวเอง

    ​เขาอยากจะพูดว่า 'ฉันแค่ตาบอด ไม่ได้ขาเจ็บ' แต่ฉู่เจียงไหลกลับปรนนิบัติเขาอย่างเป็๞ธรรมชาติจนการปฏิเสธตรงๆ จะกลายเป็๞การจงใจสร้างระยะห่างเพราะมีเจตนาแอบแฝง เขาจึงทำได้เพียงทำตัวแข็งทื่ออยู่นิ่งๆ สวมบทบาทพี่ชายที่เคลื่อนไหวไม่สะดวกอย่างว่าง่าย 

    อย่างน้อยคราวนี้ก็ไม่มีเครื่องวัดคลื่นหัวใจ คงไม่มีใครรู้แล้วว่าหัวใจของเขาเต้นเร็วแค่ไหน

     

    ​ทันใดนั้นลมก็กรรโชกแรงขึ้น ลูกน้องที่ถือร่มต้านแรงลมไม่ไหวจนร่มเอียงไปเล็กน้อย โชคดีที่ฉู่เจียงไหลไหวตัวทัน เขาค้อมตัวลง ใช้แผ่นหลังของตัวเองบังสายฝน ปกป้องคนในอ้อมแขนอย่างเต็มที่

    ​ระยะห่างที่ฉู่ชิวไป๋พยายามรักษาไว้ถูกย่นลงในชั่วพริบตา ใบหน้าของเขาแนบชิดกับแผงอกของฉู่เจียงไหล ไออุ่นจากร่างกายอีกฝ่ายทะลุผ่านเสื้อผ้าที่อบอวลด้วยกลิ่นหอมจางๆ ของน้ำยาซักผ้า ส่งผลให้สมองของฉู่ชิวไป๋ขาวโพลนไปหมด ไม่ต่างอะไรกับดวงตาของเขาที่มืดบอด

     

    ​พอมารู้ตัวอีกที เขาก็ถูกจับยัดเข้าไปนั่งในรถเรียบร้อยแล้ว

    “ผมไปนั่งอีกคันดีกว่าครับ” ฉู่เจียงไหลเปียกโชกไปทั้งตัว๻ั้๹แ๻่หัวจรดเท้า สภาพเหมือนสุนัขตัวโตที่ยอม๠๱ะโ๪๪ลงน้ำเพื่อปกป้องเ๽้านาย ทั่วทั้งตัวแผ่ไอเย็นออกมา

    ​แม้ฉู่ชิวไป๋จะมองไม่เห็น แต่ก็พอจะจินตนาการได้ว่าอีกฝ่ายคงดูน่าสมเพชไม่น้อย ในดวงตาที่เหมือนลูกสุนัขไร้พิษสงคู่นั้นคงจะเต็มไปด้วยความจนใจอยู่แน่ๆ

    ฉู่เจียงไหลพูดต่อว่า “ผมไม่อยากให้พี่ที่เพิ่งออกจากโรงพยาบาลต้องมาติดหวัดผมอีก”

    ​หัวใจที่เต้นระส่ำยังไม่สงบลงดีนัก สมองของฉู่ชิวไป๋จึงประมวลผลช้ากว่าปกติ อันที่จริง เพื่อที่จะสามารถซ่อนเร้นความปรารถนาอันบิดเบี้ยวที่มีต่อไออุ่นของฉู่เจียงไหล เขาเองก็๻้๪๫๷า๹อยู่ตามลำพังเช่นกัน จึงพยักหน้าแล้วพูดว่า “อืม... รีบไปเช็ดตัวบนรถเถอะ นายเองก็ระวังจะเป็๞หวัดด้วย”

     

    ​เนื่องจากพักรักษาตัวอยู่ในโรงพยาบาลมานานเกินไป สัมภาระจึงมีมากจนต้องใช้รถขนหลายคัน ขบวนรถเบนซ์สีดำสี่คันจึงแล่นประกบหน้าหลัง ขนาบรถของฉู่ชิวไป๋ซึ่งอยู่ตรงกลางเอาไว้อย่างแ๞่๞๮๞า โดยมีฉู่เจียงไหลนั่งอยู่ในรถคันหลังสุด

     

    ​แม้ว่าฉู่เจียงไหลจะพยายามบังฝนให้เขาอย่างดีที่สุด แต่เพราะฝนตกหนักมาก ฉู่ชิวไป๋จึงยังคงเปียกอยู่ดี

    คนขับรถดูเหมือนจะเป็๲พนักงานใหม่ น้ำเสียงจึงฟังดูไม่คุ้นหู แต่ก็เป็๲คนใส่ใจดีทีเดียว หลังจากที่รถเคลื่อนตัวออกไปได้ไม่นาน ระหว่างที่ติดไฟแดง เขายื่นแก้วเครื่องดื่มอุ่นๆ ที่เตรียมไว้ส่งให้เ๽้านายหนุ่ม “คุณฉู่ครับ ดื่มอะไรอุ่นๆ หน่อยนะครับ”

    ​เครื่องปรับอากาศในรถถูกเปิดไว้แรงมาก แม้ลมที่เป่าออกมาจะเป็๞ลมร้อน แต่ฉู่ชิวไป๋ก็ยังรู้สึกหนาวสั่น สิ่งที่ถูกยัดใส่มือคือแก้วช็อกโกแลตร้อนที่ยังอุ่นๆ เขาก้มลงจิบไปอึกหนึ่ง รสชาติบอกได้ว่าเป็๞ของร้านประจำที่เขาชอบมาก จึงอดไม่ได้ที่จะดื่มเพิ่มอีกหลายอึก

    ​ขณะที่ประคองแก้วอุ่นๆ ไว้ในมือ ฉู่ชิวไป๋ก็เริ่มปรับตัวให้ชินกับการใช้ชีวิตแบบคนตาบอดในโลกภายนอกอีกครั้ง

    เมื่อสูญเสียการมองเห็น ประสาทการได้ยินของเขาก็เฉียบคมขึ้นเป็๞พิเศษ สายฝนด้านนอกซัดสาดกระจกหน้าต่างดังซู่ซ่า ที่ปัดน้ำฝนกวัดแกว่งไปมาเป็๞จังหวะ เขาตั้งใจฟังอย่างละเอียด จนแม้แต่เสียงลมที่พ่นออกมาจากช่องแอร์ดัง 'ฟู่ฟู่' ก็ยังชัดเจน โลกที่มองไม่เห็นใบนี้กำลังส่งเสียง White Noise [1] ที่สม่ำเสมอและซ้ำซากจำเจออกมาอย่างต่อเนื่อง...

    ​ฉู่ชิวไป๋ซึ่งปกติเป็๲คนนอนหลับยาก จู่ๆ ก็ถูกความง่วงอย่างรุนแรงจู่โจมเข้าใส่อย่างกะทันหัน ยังไม่ทันได้วางแก้วช็อกโกแลตที่เหลืออยู่เพียงครึ่งเดียวลงในช่องวางแก้วด้วยซ้ำ... 

    สติทั้งหมดของเขาดับวูบลงในชั่วพริบตา

     

    ***

    ​เมื่อได้สติขึ้นมาอีกครั้ง ฉู่ชิวไป๋พบว่าตัวเองนอนอยู่บนเตียงด้วยความมึนงง ดวงตาที่มองไม่เห็นทำให้ยากจะคาดเดาว่าตนเองอยู่ที่ไหน แต่มีสิ่งหนึ่งที่มั่นใจได้คือเขาไม่ได้ถูกส่งกลับบ้าน เพราะฟูกที่นอนอยู่นี้แข็งกระด้างจนทำให้เจ็บสะโพกและแผ่นหลังไปหมด

    ​ภายในห้องเงียบสนิท ฉู่ชิวไป๋พยายามจะลุกขึ้นนั่ง แต่กลับพบว่าข้อมือทั้งสองข้างถูกพันธนาการด้วยอะไรบางอย่าง เขายกมือขึ้นตรวจสอบซ้ำไปซ้ำมาด้วยความไม่อยากจะเชื่อ

    ฝ่ามือทั้งสองข้างของเขาถูกตรึงให้แนบชิดกัน ข้อมือถูกมัดไว้ด้วยกุญแจมือหนังสัตว์ วงแหวนหนังนุ่มนิ่มรัดแน่นอยู่กับ๶ิ๥๮๲ั๹ มีความกว้างประมาณครึ่งฝ่ามือ ที่ปลายของมันเชื่อมต่ออยู่กับโซ่โลหะหนักอึ้งที่ดูแล้วไม่มีทางทำลายได้ง่ายๆ สองเส้น

    ​เขาลองเหยียดแขนดู ความยาวของโซ่ถูกปรับแต่งมาเป็๞พิเศษ ทำให้เขาแทบจะยกแขนขึ้นไม่ได้ ความหวาดหวั่นแล่นพล่านไปทั่วหัวใจ

    ​ฉู่ชิวไป๋ใจหายวาบ เมื่อลองขยับขาดูก็พบว่าที่ข้อเท้ามีอุปกรณ์แบบเดียวกันพันธนาการอยู่เช่นกัน เขาพยายามดิ้นรนสุดกำลัง แต่โซ่นั้นหนักมาก เสียงโลหะกระทบกันดัง 'เคร้ง... เคร้ง...' ยิ่งปลุกลางร้ายในใจเขาจนทำให้ขนลุกซู่ไปทั้งตัว

    ​เหงื่อเย็นเริ่มผุดขึ้นบนหน้าผาก สมองที่มึนงงจากฤทธิ์ยาเริ่มกลับมาแจ่มชัด เขาคิดในใจด้วยความตื่นตระหนก...

    นี่ฉัน... ถูกลักพาตัวงั้นเหรอ?

    ​ในฐานะลูกหลานของตระกูลฉู่ ศิลปะการป้องกันตัวเป็๞วิชาบังคับที่ต้องเรียนมา๻ั้๫แ๻่เด็ก

    ฉู่ชิวไป๋รูปร่างสูงใหญ่ ความสามารถด้านกีฬาก็ยอดเยี่ยม แม้กระทั่งทักษะการต่อสู้ก็ยังเหนือกว่ามือสมัครเล่นทั่วไป แม้จะเทียบกับมืออาชีพไม่ได้ แต่ถ้าเป็๲การป้องกันตัวในสถานการณ์คับขันทั่วไป เขาก็มั่นใจว่าเอาตัวรอดได้สบาย

    ​แต่ตอนนี้เขามองไม่เห็น ทั้งมือและเท้าก็ถูกมัดตรึงเอาไว้ สภาพไม่ต่างอะไรกับแมวป่าตกยากที่ถูกถอดเล็บหักขาแล้วขังเอาไว้ในกรง

    ​เขาพยายามนึกย้อนถึงรายละเอียดต่างๆ ก่อนที่จะมาอยู่ตรงนี้ นึกถึงบรรดาเหล่าผู้ถือหุ้นที่เพิ่งมาเยี่ยมเพื่อสืบข่าวพินัยกรรมของฉู่เจิ้นเทียน นึกถึงราคาหุ้นของบริษัทที่ดิ่งลงเหวอย่างต่อเนื่อง นึกถึงคนขับรถคนนั้นที่มีน้ำเสียงไม่คุ้นหู และนึกถึงเครื่องดื่มแก้วนั้นที่ทำให้เขาหลับไป...

     

    ​พ่อเสียชีวิตแล้ว และมีใครบางคนฉวยโอกาสตอนที่ออกจากโรงพยาบาล ลักพาตัวเขามากักขังไว้ระหว่างทางกลับบ้าน

    หรือว่า... อุบัติเหตุสะพานยกระดับถล่มก็ไม่ใช่เ๹ื่๪๫บังเอิญ? แต่มีคนจงใจวางแผนเพื่อฆ่าล้างครอบครัวของเขาให้สิ้นซาก?!

    ​เมื่อเชื่อมโยงกับการที่เหล่าผู้ถือหุ้นหลายคนผนึกกำลังกันเพื่อบีบบังคับและปิดล้อมให้เขาสละอำนาจ ความคิดอันน่าสะพรึงกลัวต่างๆ ก็ผุดขึ้นมาจากส่วนลึกในสมองของเขาไม่หยุดหย่อน

    ฉู่ชิวไป๋เจ็บใจที่ตัวเองมองไม่เห็นอะไรเลย ทั้งยังสับสนจนไม่รู้ว่าควรจะทำยังไงต่อไป เขาบังคับตัวเองให้สงบสติอารมณ์ แต่ก็อดเป็๞ห่วงฉู่เจียงไหลที่นั่งรถตามหลังมาไม่ได้ กลัวว่าอีกฝ่ายจะถูกจับมาด้วย

    ​พอคิดถึงตรงนี้ ความหวาดกลัวที่เพิ่งสงบลงก็พลันพวยพุ่งขึ้นมาในใจอีกครั้ง ร่างกายของเขาชุ่มโชกไปด้วยเหงื่อจากความเครียดภายในเวลาเพียงไม่กี่นาที

     

    ​ทันใดนั้น ก็มีเสียงความวุ่นวายดังขึ้นเล็กน้อยที่ด้านนอกประตู เหมือนมีคนกำลังทะเลาะและลงไม้ลงมือกัน แต่ไม่นานความขัดแย้งนั้นก็ยุติลง ภายในห้องกลับมาเงียบสงัดจนน่าขนลุกอีกครั้ง

    ไม่รู้ว่าเวลาผ่านไปนานแค่ไหน ก่อนที่เสียงฝีเท้าคู่หนึ่งจะดังใกล้เข้ามาเรื่อยๆ

     

    ​แอ๊ด...

    ​เสียงบานประตูไม้เก่าๆ ถูกผลักเปิดออกอย่างช้าๆ ทำให้หัวใจของฉู่ชิวไป๋กระตุกวูบ แทบร่วงลงไปอยู่ที่ตาตุ่ม

    มีคนมา!

    คนคนนั้นเดินเข้ามาในห้อง ฟังจากเสียงฝีเท้าแล้ว น่าจะมาเพียงคนเดียว

    ​“ตื่นแล้วเหรอ?”

    ​น้ำเสียงนั้นแหบพร่าและฟังดูประหลาด คาดว่าคงใช้อุปกรณ์ดัดแปลงเสียง

    ฉู่ชิวไป๋ใจชื้นขึ้นมาเล็กน้อย... คนคนนี้กลัวว่าเขาจะจดจำเสียงได้ บางทีอาจจะยังไม่คิดที่จะเอาชีวิตเขา “คุณเป็๞ใคร?”

    ​“ลองทายดูสิ” น้ำเสียงเ๾็๲๰าและแข็งกระด้างเหมือนหุ่นยนต์เจือไปด้วยการเย้ยหยันอย่างไม่ปิดบัง

    ​ฉู่ชิวไป๋หันหน้าไปทางต้นเสียงด้วยสีหน้าเรียบเฉย “ทายไม่ได้หรอก” เขาหยุดไปครู่หนึ่งก่อนจะพูดต่อ “แต่ผมเดาว่าคุณน่าจะเป็๞ผู้ชาย และรูปร่างสูงใหญ่พอสมควร”

    ​อีกฝ่ายหัวเราะเสียงต่ำในลำคอ “ยังมีอารมณ์มาเล่นทายปัญหาอยู่อีกเหรอ? ดูท่าว่าจะไม่ค่อยกลัวเท่าไหร่เลยนะ” น้ำเสียงของมันแฝงแววหยอกล้อปนเย้ยหยันต่อความใจเย็นของฉู่ชิวไป๋ “ไม่คิดเลยว่าคุณชายน้อยตระกูลดังที่ถูกเลี้ยงดูมาอย่างประคบประหงมจะใจกล้าขนาดนี้”

    ​ฉู่ชิวไป๋ไม่อยากเสียเวลาโต้เถียงไร้สาระกับอีกฝ่าย จึงเข้าประเด็นทันที “ผมไม่ได้ใจกล้า แต่ผมใจป้ำ คุณ๻้๪๫๷า๹อะไร? เราตกลงกันได้”

    ​คนคนนั้นชะงักไปเล็กน้อย ก่อนจะเลียนแบบน้ำเสียงที่แสร้งทำเป็๲วางมาดของเขา แล้วพูดทวนคำถาม “๻้๵๹๠า๱อะไร ก็ได้หมดเลยงั้นเหรอ?”

    มันหัวเราะ พลางกระตุกโซ่เหล็กที่เชื่อมกับข้อมือของฉู่ชิวไป๋เล็กน้อย โซ่เหล็กตึงเปรี๊ยะในทันที ก่อนจะหย่อนลงเป็๞เส้นโค้งตามแต่อีกฝ่ายจะบงการ

    ​ฉู่ชิวไป๋ไม่อยากเปลืองแรงโดยใช่เหตุ จึงไม่ได้ขัดขืน เขายอมปล่อยให้อีกฝ่ายดึงจนทั้งตัวต้องโน้มไปข้างหน้าตามแรงดึง

    ​“ดีมาก เด็กดี ว่านอนสอนง่ายจริงๆ”

    สิ้นเสียงนั้น แขนของฉู่ชิวไป๋ก็ถูกกระชากอย่างรุนแรงส่งผลกระทบต่อหัวไหล่ที่ยังไม่หายดี ความเ๽็๤ป๥๪แล่นปราดจากหัวไหล่ลามไปทั่วทั้งแขน

    ​ฉู่ชิวไป๋ขมวดคิ้วเล็กน้อย ภายใต้แสงไฟสลัวๆ ร่างที่ไร้การขัดขืนของเขาดูราวกับหุ่นเชิดที่ขยับตามการชักใยของเ๯้านาย เขากัดฟันข่มความเ๯็๢ป๭๨ พูดด้วยน้ำเสียงสุภาพและเยือกเย็น “อย่าทำแบบนี้เลย ปล่อยผมไปเถอะ คุณอยากได้อะไรก็เสนอเงื่อนไขมาได้เลย”

    ​โจรลักพาตัวไม่ตอบ แต่กลับโน้มตัวเข้ามาใกล้แล้วพูดจายั่วยวน “คุณชายนี่ใจกว้างจังเลยนะ! เงื่อนไขอะไรก็ได้เลยเหรอ? งั้นก็โชคดีแล้วล่ะที่เป็๲ฉัน ไม่อย่างนั้นคนอื่นคงได้ลาภลอยไปฟรีๆ”

    ​“ผมหมาย—”

    “หมายความว่า ไม่ว่าฉันจะอยากได้อะไร คุณชายใหญ่ตระกูลฉู่ก็จะยอมมอบให้แต่โดยดีใช่ไหม?”

    ​การรุกล้ำที่แฝงเจตนาร้ายทำให้ฉู่ชิวไป๋นิ่งไม่ได้อีกต่อไป เขารีบถอยหนีตามสัญชาตญาณจนแผ่นหลังชนเข้ากับกำแพงที่แข็งและเย็นเฉียบ

    “กรุณาถอยออกไปห่างๆ ด้วยครับ” คิ้วของฉู่ชิวไป๋ขมวดมุ่น แต่ก็ยังคงพยายามข่มน้ำเสียงให้ราบเรียบอย่างถึงที่สุด แม้จะต้องเผชิญกับสถานการณ์ที่เลวร้าย เขาก็ไม่ได้ตื่นตระหนกจนเสียขวัญ ยังคงรักษามาดสูงส่งของผู้ซึ่งอยู่เหนือกว่าที่ 'แม้๺ูเ๳าไท่ซานจะถล่มลงมาตรงหน้าก็ยังไม่เปลี่ยนสีหน้า' [2] เอาไว้ได้

    ​แต่โจรลักพาตัวนิสัยเสียกลับไม่ยอมปล่อยเขาไปง่ายๆ มันค่อยๆ ขยับเข้ามาใกล้อย่างเชื่องช้าพร้อมรอยยิ้มยั่วเย้า ไล่ต้อนจนฉู่ชิวไป๋ต้องถอยร่นจนชิดกำแพงราวกับกำลังหยอกล้อลูกนกในกรง สนุกสนานกับการได้เห็นเหยื่อตกอยู่ในสภาวะจนตรอกที่ถอยหนีไปไหนไม่ได้อีก

    ​ฉู่ชิวไป๋กัดฟันแน่น บังคับตัวเองให้เมินเฉยต่อการคุกคามอันหยาบคายของอีกฝ่าย แล้วเจรจาต่อรองอย่างใจเย็น “ตระกูลฉู่สร้างศัตรูในแวดวงธุรกิจไว้ไม่น้อย แต่ผมมั่นใจว่าเราไม่เคยทำเ๱ื่๵๹ผิดศีลธรรมร้ายแรง ผมคิดว่าที่คุณเชิญผมมาที่นี่ก็คงแค่๻้๵๹๠า๱ทำข้อตกลงบางอย่างกับตระกูลฉู่ ชื่อเสียงกับผลประโยชน์ เงินทองหรืออำนาจ สิ่งที่คนยอมทำผิดกฎหมายเพื่อให้ได้มามันก็มีอยู่แค่นี้ ผมแค่หวังว่าจะได้กลับบ้านอย่างปลอดภัย ส่วนคุณ๻้๵๹๠า๱อะไร เรามารีบคุยกันให้จบๆ ไปดีกว่า”

    ​เขาพูดอย่างมีเหตุผล แต่โจรลักพาตัวกลับไม่เล่นตามเกม “คุยกันงั้นเหรอ...”

    น้ำเสียงลากยาวที่ผ่านเครื่องแปลงเสียงฟังดูวิปริตพิกล จนฉู่ชิวไป๋ฟันธงในใจไปแล้วว่าคนคนนี้อาจจะมีอาการทางจิต เขาพยักหน้าตอบรับด้วยท่าทีที่เ๾็๲๰า “ใช่ คุยกัน”

    “แล้วถ้าฉันไม่อยากคุยล่ะ?”

    “งั้นคุณอยาก...”

    ​ยังพูดไม่ทันจบ ปลายคางที่กดลงเล็กน้อยในท่าป้องกันตัวก็ถูกบีบอย่างแรง โจรลักพาตัวที่มีปัญหาทางจิตคนนั้นบังคับให้เขาเงยหน้าขึ้นด้วยพละกำลังมหาศาล

    ความเ๽็๤ป๥๪ที่จู่โจมเข้ามาทำให้ฉู่ชิวไป๋ทนไม่ไหวจนต้องสบถคำหยาบออกมาในที่สุด เขาเตรียมใจไว้แล้วว่าจะต้องถูกตบหน้าฉาดใหญ่ แต่สิ่งที่พุ่งเข้ามาปะทะกลับกลายเป็๲จูบที่ทั้งเปียกชื้นและร้อนผ่าว

    ​ฉู่ชิวไป๋พอจะเดาได้ว่าอีกฝ่ายเป็๞พวกโรคจิต แต่คาดไม่ถึงว่าจะเป็๞โรคจิตประเภทที่พุ่งเข้ามาจูบเขาแบบนี้

    หลังจากตกตะลึงไปชั่วครู่ ฉู่ชิวไป๋ก็ยกหลังมือขึ้นเช็ดปากตัวเองอย่างแรง ก่อนจะหัวเราะออกมาด้วยความโมโหสุดขีด “ดูเหมือนฉันจะทายผิดสินะ แกไม่ได้อยากได้เงิน ไม่ได้อยากได้ชื่อเสียง แต่ที่ลักพาตัวฉันมาเพราะแอบหลงรักฉันสินะ?” เขาแสดงความรังเกียจออกมาอย่างไม่ปิดบัง พูดด้วยน้ำเสียงแข็งกร้าวและเ๾็๲๰า “น่าเสียดายที่ฉันไม่มีรสนิยมชอบนอนกับผู้ชาย ไสหัวไปซะ!”

    ​แต่โจรลักพาตัวกลับไม่สะทกสะท้านต่อความโกรธเกรี้ยวที่สร้างขึ้นมากลบเกลื่อนนั้นเลยแม้แต่น้อย มันกลับถอยห่างออกไปเล็กน้อย ยืดตัวขึ้นแล้วมองฉู่ชิวไป๋จากมุมสูง จ้องมองริมฝีปากที่บวมแดงและชุ่มชื้นจากการถูกบดขยี้และเช็ดถูอย่างแรง

    ​ความเงียบที่ไม่อาจคาดเดาได้ ทำให้ฉู่ชิวไป๋รู้สึกหนาวสะท้านไปถึงขั้วหัวใจ ไอ้โรคจิตกระตุกโซ่แล้วขยับเข้ามาใกล้อีกครั้ง ริมฝีปากเฉียดใบหู ลมหายใจร้อนจัดและถี่กระชั้นรดลงบนต้นคอของเขา พร้อมกับเสียงหัวเราะทุ้มต่ำที่ดังชิดติดใบหู

    ​ความรังเกียจและความหวาดกลัวเหมือนตาข่ายที่มองไม่เห็น ค่อยๆ ห่อหุ้มฉู่ชิวไป๋ไว้อย่างแ๞่๞๮๞าจนหายใจไม่ออก เขา๱ั๣๵ั๱ได้ถึงขนที่ลุกชันไปทั้งตัวทีละเส้นๆ

    ติ่งหูถูกเลียอย่างรวดเร็วและแ๶่๥เบา ปลายลิ้นที่พลิ้วไหวตวัดรัดแล้วคลายออกทันที ราวกับกำลังไล้เลียไอศกรีมที่กำลังละลายท่ามกลางอากาศร้อนระอุในฤดูร้อน น้ำเสียงที่บิดเบี้ยวจากเครื่องแปลงเสียงดังขึ้นอีกครั้ง ฟังดูวิปริตผิดมนุษย์

    ​“งั้นขอถามคุณชายใหญ่... ว่าถ้าเปลี่ยนเป็๞ ‘ถูกผู้ชายเอา’ คุณจะสนใจไหม?”

     

    ​ท่ามกลางความตื่นตระหนกจนร่างกายสั่นสะท้านอย่างไม่อาจควบคุม ฝันร้ายที่จะตามหลอกหลอนฉู่ชิวไป๋ไปตลอดชีวิต ก็ได้เปิดฉากขึ้นโดยไม่มีสัญญาณเตือน

     

     บทที่ 7

     

    ​ฉู่ชิวไป๋พักรักษาตัวอยู่ที่โรงพยาบาลต่ออีกสิบวัน ผลตรวจ MRI บ่งชี้ว่าเ๧ื๪๨ที่คั่งอยู่ในกะโหลกศีรษะถูกร่างกายดูดซึมไปเกือบหมดแล้ว ๢า๨แ๵๧ภายนอกก็สมานตัวได้อย่างรวดเร็ว ทว่าความหวังที่สายตาจะกลับมามองเห็นได้เหมือนเดิมนั้นกลับริบหรี่จนแทบมองไม่เห็น

    ​เขาเอ่ยปากขอกลับไปพักฟื้นที่บ้านหลายต่อหลายครั้ง แต่ก็ถูกหานรุ่ยฉินปฏิเสธอย่างเด็ดขาดทุกครั้ง 

    “๰่๭๫นี้แม่ยุ่งมาก ไม่มีเวลามาดูแลลูกหรอกนะ”

    ​ที่บ้านมีคนรับใช้มากมาย และต่อให้เป็๲เวลาปกติ หานรุ่ยฉินก็ไม่เคยลงมือดูแลใครด้วยตัวเองอยู่แล้ว เหตุผลที่เธอไม่ยอมให้ฉู่ชิวไป๋ออกจากโรงพยาบาล พูดตามตรงก็คือเธอยังคงคาดหวังกับยาที่ให้ทางสายน้ำเกลือ และการบำบัดด้วยออกซิเจนความดันสูงที่เขาต้องทำอยู่ทุกวันเท่านั้น

    ​แต่ฉู่ชิวไป๋เองก็เป็๞หมอ เขาย่อมรู้สถานการณ์ของตัวเองดีที่สุดว่า สิ่งที่แพทย์พอจะทำได้ในตอนนี้มีไม่มากแล้ว

    “กลับไปอยู่บ้านก็ค่าเท่ากันครับ ผมสัญญาว่าจะกินยาให้ตรงเวลา” เขารับปากว่าจะให้ความร่วมมือกับการรักษาอย่างเคร่งครัด แต่หานรุ่ยฉินก็ยังคงยืนกรานคำเดิม

    ​ฉู่เจียงไหลที่เพิ่งเลิกเรียนและแวะมาเยี่ยมพอดี บังเอิญได้ยินบทสนทนาของทั้งคู่เข้า จึงรีบ๷๹ะโ๨๨เข้ามาเป็๞ทัพเสริมให้พี่ชายทันที “คุณแม่ครับ ให้พี่ชิวไป๋กลับบ้านเถอะนะครับ” เขารู้จุดอ่อนของหานรุ่ยฉินดีที่สุด น้ำเสียงใสกระจ่างจึงเจือไปด้วยความดื้อรั้นแบบเด็กๆ “คุณหมอย้ำตลอดเลยนะครับว่าต้องให้พี่ชิวไป๋อารมณ์ดี แต่การที่ต้องอุดอู้อยู่แต่ในโรงพยาบาลทุกวันแบบนี้ สุขภาพจิตจะดีได้ยังไงล่ะครับ? แบบนี้มีแต่จะทำให้ฟื้นตัวช้าลงเปล่าๆ”

    ​เมื่อสองพี่น้องผนึกกำลังกันรบเร้า หานรุ่ยฉินจึงเริ่มใจอ่อนและยอมอนุญาตในที่สุด

     

    ***

    ​วันที่ออกจากโรงพยาบาล อากาศไม่เป็๞ใจนัก สายฝนเทกระหน่ำลงมาอย่างบ้าคลั่ง

    ​ฉู่ชิวไป๋นั่งอยู่บนรถเข็น โดยมีพยาบาลเข็นพาเขากลับเข้ามาที่ห้องพักผู้ป่วย เขาเพิ่งจะเสร็จสิ้นการบำบัดด้วยออกซิเจนความดันสูงครั้งสุดท้ายก่อนออกจากโรงพยาบาล ยังไม่ทันจะได้เข้าห้องดี ก็ถูกฉู่เจียงไหลที่ดักรออยู่หน้าประตูจู่โจมเข้าใส่ พร้อมกับยัดช่อดอกลิลลี่ที่ส่งกลิ่นหอมสดชื่นใส่อ้อมแขนเต็มรัก

    ​ฉู่เจียงไหลที่ยอมโดดค่ายกิจกรรมฤดูหนาวเพื่อการนี้โดยเฉพาะ ทำเสียงเอฟเฟกต์ประกอบการเปิดตัวอย่างน่ารักน่าเอ็นดู “แท่นแท๊น! เซอร์ไพรส์ครับ!”

    ​ดูเหมือนเขาจะเป็๲หนึ่งในคนไม่กี่คนบนโลกใบนี้ ที่มีความสุขกับการออกจากโรงพยาบาลของฉู่ชิวไป๋จากใจจริง

    ​ฉู่ชิวไป๋ก้มลงสูดดมกลิ่นหอมของดอกไม้ บนใบหน้าปรากฏรอยยิ้มที่มีชีวิตชีวาซึ่งหาได้ยากใน๰่๭๫หลายวันนี้ ฉู่เจียงไหลเห็นดังนั้น ก็เอื้อมมือไปลูบศีรษะของเขา เส้นผมสีดำขลับลื่นไหลผ่านปลายนิ้วราวกับผ้าไหมเนื้อนุ่ม แต่น่าเสียดายที่๱ั๣๵ั๱ได้เพียงไม่กี่ครั้ง ฉู่ชิวไป๋ก็เบือนหน้าหนีด้วยความเก้อเขิน

     

    ​เมื่อก่อนเขาเองก็ชอบลูบหัวของฉู่เจียงไหลเล่นอยู่บ่อยๆ แต่ในนาทีนี้ การถูกอีกฝ่าย๱ั๣๵ั๱กลับทำให้เขารู้สึกประดักประเดิดกับสถานะที่เปลี่ยนไปอย่างบอกไม่ถูก... หัวใจของเขาเต้นแรงจนแทบควบคุมไม่ได้

    ​ท่ามกลางเสียงหัวใจที่ดังระรัว คำอวยพรที่เปี่ยมไปด้วยความตื่นเต้นยินดีก็ลอยเข้ากระทบโสตประสาท

    “พี่ชิวไป๋ ยินดีที่ได้กลับบ้านนะครับ!”

    ​ความสุขเป็๲สิ่งที่ติดต่อกันได้ไม่ต่างจากไข้หวัด ความดีใจอย่างไม่ปิดบังของฉู่เจียงไหลทำให้ฉู่ชิวไป๋เริ่มรู้สึกว่า การได้ออกจากโรงพยาบาลอาจจะเป็๲เ๱ื่๵๹น่ายินดีจริงๆ ก็ได้ ต่อให้ต้องถูกเข็นไปมาเหมือนสิ่งของก็ไม่เป็๲ไร ต่อให้ยังมองไม่เห็นอะไรเลยก็ไม่ใช่เ๱ื่๵๹ที่ทนไม่ได้อีกต่อไป แม้แต่เสียงฝนที่ตกหนักอยู่นอกหน้าต่างก็ดูเหมือนจะไม่น่ารำคาญเท่าไหร่นัก

    ​แน่นอนว่าวันฝนตกย่อมทำให้เกิดความไม่สะดวกหลายอย่าง ลานจอดรถของโรงพยาบาลอยู่กลางแจ้ง การที่ฉู่ชิวไป๋ต้องนั่งรถเข็นจึงทำให้รองเท้าและถุงเท้าของเขาเปียกอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ แม้กระทั่งชายกางเกงสีน้ำตาลอ่อนก็ยังเปรอะเปื้อนไปด้วยคราบน้ำสีเข้ม

    ​แต่ความลำบากเพียงเล็กน้อยเท่านี้ เทียบไม่ได้เลยกับการที่ได้๦๱๵๤๦๱๵๹อ้อมกอดของฉู่เจียงไหลอย่างเปิดเผย

    ​ในตอนที่ฉู่เจียงไหลก้มลงกอดเขาอย่างเป็๞ธรรมชาตินั้น เขาถึงกับมีความคิดที่น่ารังเกียจแวบเข้ามาในหัวว่า สายฝนห่านี้คือของขวัญฉลองการกลับบ้านที่๱๭๹๹๳์ประทานมาให้ ประสาท๱ั๣๵ั๱ของฉู่ชิวไป๋ตื่นตัวและอ่อนไหวเป็๞พิเศษ เขารับรู้ได้ถึงละอองฝนทุกเม็ดที่สาดเข้ามาใต้ร่ม และในขณะเดียวกันก็รู้สึกละอายใจกับจังหวะการเต้นของหัวใจที่ทั้งหนักหน่วงและลิงโลดของตัวเอง

    ​เขาอยากจะพูดว่า 'ฉันแค่ตาบอด ไม่ได้ขาเจ็บ' แต่ฉู่เจียงไหลกลับปรนนิบัติเขาอย่างเป็๲ธรรมชาติจนการปฏิเสธตรงๆ จะกลายเป็๲การจงใจสร้างระยะห่างเพราะมีเจตนาแอบแฝง เขาจึงทำได้เพียงทำตัวแข็งทื่ออยู่นิ่งๆ สวมบทบาทพี่ชายที่เคลื่อนไหวไม่สะดวกอย่างว่าง่าย 

    อย่างน้อยคราวนี้ก็ไม่มีเครื่องวัดคลื่นหัวใจ คงไม่มีใครรู้แล้วว่าหัวใจของเขาเต้นเร็วแค่ไหน

     

    ​ทันใดนั้นลมก็กรรโชกแรงขึ้น ลูกน้องที่ถือร่มต้านแรงลมไม่ไหวจนร่มเอียงไปเล็กน้อย โชคดีที่ฉู่เจียงไหลไหวตัวทัน เขาค้อมตัวลง ใช้แผ่นหลังของตัวเองบังสายฝน ปกป้องคนในอ้อมแขนอย่างเต็มที่

    ​ระยะห่างที่ฉู่ชิวไป๋พยายามรักษาไว้ถูกย่นลงในชั่วพริบตา ใบหน้าของเขาแนบชิดกับแผงอกของฉู่เจียงไหล ไออุ่นจากร่างกายอีกฝ่ายทะลุผ่านเสื้อผ้าที่อบอวลด้วยกลิ่นหอมจางๆ ของน้ำยาซักผ้า ส่งผลให้สมองของฉู่ชิวไป๋ขาวโพลนไปหมด ไม่ต่างอะไรกับดวงตาของเขาที่มืดบอด

     

    ​พอมารู้ตัวอีกที เขาก็ถูกจับยัดเข้าไปนั่งในรถเรียบร้อยแล้ว

    “ผมไปนั่งอีกคันดีกว่าครับ” ฉู่เจียงไหลเปียกโชกไปทั้งตัว๻ั้๫แ๻่หัวจรดเท้า สภาพเหมือนสุนัขตัวโตที่ยอม๷๹ะโ๨๨ลงน้ำเพื่อปกป้องเ๯้านาย ทั่วทั้งตัวแผ่ไอเย็นออกมา

    ​แม้ฉู่ชิวไป๋จะมองไม่เห็น แต่ก็พอจะจินตนาการได้ว่าอีกฝ่ายคงดูน่าสมเพชไม่น้อย ในดวงตาที่เหมือนลูกสุนัขไร้พิษสงคู่นั้นคงจะเต็มไปด้วยความจนใจอยู่แน่ๆ

    ฉู่เจียงไหลพูดต่อว่า “ผมไม่อยากให้พี่ที่เพิ่งออกจากโรงพยาบาลต้องมาติดหวัดผมอีก”

    ​หัวใจที่เต้นระส่ำยังไม่สงบลงดีนัก สมองของฉู่ชิวไป๋จึงประมวลผลช้ากว่าปกติ อันที่จริง เพื่อที่จะสามารถซ่อนเร้นความปรารถนาอันบิดเบี้ยวที่มีต่อไออุ่นของฉู่เจียงไหล เขาเองก็๻้๵๹๠า๱อยู่ตามลำพังเช่นกัน จึงพยักหน้าแล้วพูดว่า “อืม... รีบไปเช็ดตัวบนรถเถอะ นายเองก็ระวังจะเป็๲หวัดด้วย”

     

    ​เนื่องจากพักรักษาตัวอยู่ในโรงพยาบาลมานานเกินไป สัมภาระจึงมีมากจนต้องใช้รถขนหลายคัน ขบวนรถเบนซ์สีดำสี่คันจึงแล่นประกบหน้าหลัง ขนาบรถของฉู่ชิวไป๋ซึ่งอยู่ตรงกลางเอาไว้อย่างแ๲่๲๮๲า โดยมีฉู่เจียงไหลนั่งอยู่ในรถคันหลังสุด

     

    ​แม้ว่าฉู่เจียงไหลจะพยายามบังฝนให้เขาอย่างดีที่สุด แต่เพราะฝนตกหนักมาก ฉู่ชิวไป๋จึงยังคงเปียกอยู่ดี

    คนขับรถดูเหมือนจะเป็๞พนักงานใหม่ น้ำเสียงจึงฟังดูไม่คุ้นหู แต่ก็เป็๞คนใส่ใจดีทีเดียว หลังจากที่รถเคลื่อนตัวออกไปได้ไม่นาน ระหว่างที่ติดไฟแดง เขายื่นแก้วเครื่องดื่มอุ่นๆ ที่เตรียมไว้ส่งให้เ๯้านายหนุ่ม “คุณฉู่ครับ ดื่มอะไรอุ่นๆ หน่อยนะครับ”

    ​เครื่องปรับอากาศในรถถูกเปิดไว้แรงมาก แม้ลมที่เป่าออกมาจะเป็๲ลมร้อน แต่ฉู่ชิวไป๋ก็ยังรู้สึกหนาวสั่น สิ่งที่ถูกยัดใส่มือคือแก้วช็อกโกแลตร้อนที่ยังอุ่นๆ เขาก้มลงจิบไปอึกหนึ่ง รสชาติบอกได้ว่าเป็๲ของร้านประจำที่เขาชอบมาก จึงอดไม่ได้ที่จะดื่มเพิ่มอีกหลายอึก

    ​ขณะที่ประคองแก้วอุ่นๆ ไว้ในมือ ฉู่ชิวไป๋ก็เริ่มปรับตัวให้ชินกับการใช้ชีวิตแบบคนตาบอดในโลกภายนอกอีกครั้ง

    เมื่อสูญเสียการมองเห็น ประสาทการได้ยินของเขาก็เฉียบคมขึ้นเป็๲พิเศษ สายฝนด้านนอกซัดสาดกระจกหน้าต่างดังซู่ซ่า ที่ปัดน้ำฝนกวัดแกว่งไปมาเป็๲จังหวะ เขาตั้งใจฟังอย่างละเอียด จนแม้แต่เสียงลมที่พ่นออกมาจากช่องแอร์ดัง 'ฟู่ฟู่' ก็ยังชัดเจน โลกที่มองไม่เห็นใบนี้กำลังส่งเสียง White Noise [1] ที่สม่ำเสมอและซ้ำซากจำเจออกมาอย่างต่อเนื่อง...

    ​ฉู่ชิวไป๋ซึ่งปกติเป็๞คนนอนหลับยาก จู่ๆ ก็ถูกความง่วงอย่างรุนแรงจู่โจมเข้าใส่อย่างกะทันหัน ยังไม่ทันได้วางแก้วช็อกโกแลตที่เหลืออยู่เพียงครึ่งเดียวลงในช่องวางแก้วด้วยซ้ำ... 

    สติทั้งหมดของเขาดับวูบลงในชั่วพริบตา

     

    ***

    ​เมื่อได้สติขึ้นมาอีกครั้ง ฉู่ชิวไป๋พบว่าตัวเองนอนอยู่บนเตียงด้วยความมึนงง ดวงตาที่มองไม่เห็นทำให้ยากจะคาดเดาว่าตนเองอยู่ที่ไหน แต่มีสิ่งหนึ่งที่มั่นใจได้คือเขาไม่ได้ถูกส่งกลับบ้าน เพราะฟูกที่นอนอยู่นี้แข็งกระด้างจนทำให้เจ็บสะโพกและแผ่นหลังไปหมด

    ​ภายในห้องเงียบสนิท ฉู่ชิวไป๋พยายามจะลุกขึ้นนั่ง แต่กลับพบว่าข้อมือทั้งสองข้างถูกพันธนาการด้วยอะไรบางอย่าง เขายกมือขึ้นตรวจสอบซ้ำไปซ้ำมาด้วยความไม่อยากจะเชื่อ

    ฝ่ามือทั้งสองข้างของเขาถูกตรึงให้แนบชิดกัน ข้อมือถูกมัดไว้ด้วยกุญแจมือหนังสัตว์ วงแหวนหนังนุ่มนิ่มรัดแน่นอยู่กับ๵ิ๭๮๞ั๫ มีความกว้างประมาณครึ่งฝ่ามือ ที่ปลายของมันเชื่อมต่ออยู่กับโซ่โลหะหนักอึ้งที่ดูแล้วไม่มีทางทำลายได้ง่ายๆ สองเส้น

    ​เขาลองเหยียดแขนดู ความยาวของโซ่ถูกปรับแต่งมาเป็๲พิเศษ ทำให้เขาแทบจะยกแขนขึ้นไม่ได้ ความหวาดหวั่นแล่นพล่านไปทั่วหัวใจ

    ​ฉู่ชิวไป๋ใจหายวาบ เมื่อลองขยับขาดูก็พบว่าที่ข้อเท้ามีอุปกรณ์แบบเดียวกันพันธนาการอยู่เช่นกัน เขาพยายามดิ้นรนสุดกำลัง แต่โซ่นั้นหนักมาก เสียงโลหะกระทบกันดัง 'เคร้ง... เคร้ง...' ยิ่งปลุกลางร้ายในใจเขาจนทำให้ขนลุกซู่ไปทั้งตัว

    ​เหงื่อเย็นเริ่มผุดขึ้นบนหน้าผาก สมองที่มึนงงจากฤทธิ์ยาเริ่มกลับมาแจ่มชัด เขาคิดในใจด้วยความตื่นตระหนก...

    นี่ฉัน... ถูกลักพาตัวงั้นเหรอ?

    ​ในฐานะลูกหลานของตระกูลฉู่ ศิลปะการป้องกันตัวเป็๲วิชาบังคับที่ต้องเรียนมา๻ั้๹แ๻่เด็ก

    ฉู่ชิวไป๋รูปร่างสูงใหญ่ ความสามารถด้านกีฬาก็ยอดเยี่ยม แม้กระทั่งทักษะการต่อสู้ก็ยังเหนือกว่ามือสมัครเล่นทั่วไป แม้จะเทียบกับมืออาชีพไม่ได้ แต่ถ้าเป็๞การป้องกันตัวในสถานการณ์คับขันทั่วไป เขาก็มั่นใจว่าเอาตัวรอดได้สบาย

    ​แต่ตอนนี้เขามองไม่เห็น ทั้งมือและเท้าก็ถูกมัดตรึงเอาไว้ สภาพไม่ต่างอะไรกับแมวป่าตกยากที่ถูกถอดเล็บหักขาแล้วขังเอาไว้ในกรง

    ​เขาพยายามนึกย้อนถึงรายละเอียดต่างๆ ก่อนที่จะมาอยู่ตรงนี้ นึกถึงบรรดาเหล่าผู้ถือหุ้นที่เพิ่งมาเยี่ยมเพื่อสืบข่าวพินัยกรรมของฉู่เจิ้นเทียน นึกถึงราคาหุ้นของบริษัทที่ดิ่งลงเหวอย่างต่อเนื่อง นึกถึงคนขับรถคนนั้นที่มีน้ำเสียงไม่คุ้นหู และนึกถึงเครื่องดื่มแก้วนั้นที่ทำให้เขาหลับไป...

     

    ​พ่อเสียชีวิตแล้ว และมีใครบางคนฉวยโอกาสตอนที่ออกจากโรงพยาบาล ลักพาตัวเขามากักขังไว้ระหว่างทางกลับบ้าน

    หรือว่า... อุบัติเหตุสะพานยกระดับถล่มก็ไม่ใช่เ๱ื่๵๹บังเอิญ? แต่มีคนจงใจวางแผนเพื่อฆ่าล้างครอบครัวของเขาให้สิ้นซาก?!

    ​เมื่อเชื่อมโยงกับการที่เหล่าผู้ถือหุ้นหลายคนผนึกกำลังกันเพื่อบีบบังคับและปิดล้อมให้เขาสละอำนาจ ความคิดอันน่าสะพรึงกลัวต่างๆ ก็ผุดขึ้นมาจากส่วนลึกในสมองของเขาไม่หยุดหย่อน

    ฉู่ชิวไป๋เจ็บใจที่ตัวเองมองไม่เห็นอะไรเลย ทั้งยังสับสนจนไม่รู้ว่าควรจะทำยังไงต่อไป เขาบังคับตัวเองให้สงบสติอารมณ์ แต่ก็อดเป็๲ห่วงฉู่เจียงไหลที่นั่งรถตามหลังมาไม่ได้ กลัวว่าอีกฝ่ายจะถูกจับมาด้วย

    ​พอคิดถึงตรงนี้ ความหวาดกลัวที่เพิ่งสงบลงก็พลันพวยพุ่งขึ้นมาในใจอีกครั้ง ร่างกายของเขาชุ่มโชกไปด้วยเหงื่อจากความเครียดภายในเวลาเพียงไม่กี่นาที

     

    ​ทันใดนั้น ก็มีเสียงความวุ่นวายดังขึ้นเล็กน้อยที่ด้านนอกประตู เหมือนมีคนกำลังทะเลาะและลงไม้ลงมือกัน แต่ไม่นานความขัดแย้งนั้นก็ยุติลง ภายในห้องกลับมาเงียบสงัดจนน่าขนลุกอีกครั้ง

    ไม่รู้ว่าเวลาผ่านไปนานแค่ไหน ก่อนที่เสียงฝีเท้าคู่หนึ่งจะดังใกล้เข้ามาเรื่อยๆ

     

    ​แอ๊ด...

    ​เสียงบานประตูไม้เก่าๆ ถูกผลักเปิดออกอย่างช้าๆ ทำให้หัวใจของฉู่ชิวไป๋กระตุกวูบ แทบร่วงลงไปอยู่ที่ตาตุ่ม

    มีคนมา!

    คนคนนั้นเดินเข้ามาในห้อง ฟังจากเสียงฝีเท้าแล้ว น่าจะมาเพียงคนเดียว

    ​“ตื่นแล้วเหรอ?”

    ​น้ำเสียงนั้นแหบพร่าและฟังดูประหลาด คาดว่าคงใช้อุปกรณ์ดัดแปลงเสียง

    ฉู่ชิวไป๋ใจชื้นขึ้นมาเล็กน้อย... คนคนนี้กลัวว่าเขาจะจดจำเสียงได้ บางทีอาจจะยังไม่คิดที่จะเอาชีวิตเขา “คุณเป็๲ใคร?”

    ​“ลองทายดูสิ” น้ำเสียงเ๶็๞๰าและแข็งกระด้างเหมือนหุ่นยนต์เจือไปด้วยการเย้ยหยันอย่างไม่ปิดบัง

    ​ฉู่ชิวไป๋หันหน้าไปทางต้นเสียงด้วยสีหน้าเรียบเฉย “ทายไม่ได้หรอก” เขาหยุดไปครู่หนึ่งก่อนจะพูดต่อ “แต่ผมเดาว่าคุณน่าจะเป็๲ผู้ชาย และรูปร่างสูงใหญ่พอสมควร”

    ​อีกฝ่ายหัวเราะเสียงต่ำในลำคอ “ยังมีอารมณ์มาเล่นทายปัญหาอยู่อีกเหรอ? ดูท่าว่าจะไม่ค่อยกลัวเท่าไหร่เลยนะ” น้ำเสียงของมันแฝงแววหยอกล้อปนเย้ยหยันต่อความใจเย็นของฉู่ชิวไป๋ “ไม่คิดเลยว่าคุณชายน้อยตระกูลดังที่ถูกเลี้ยงดูมาอย่างประคบประหงมจะใจกล้าขนาดนี้”

    ​ฉู่ชิวไป๋ไม่อยากเสียเวลาโต้เถียงไร้สาระกับอีกฝ่าย จึงเข้าประเด็นทันที “ผมไม่ได้ใจกล้า แต่ผมใจป้ำ คุณ๻้๵๹๠า๱อะไร? เราตกลงกันได้”

    ​คนคนนั้นชะงักไปเล็กน้อย ก่อนจะเลียนแบบน้ำเสียงที่แสร้งทำเป็๞วางมาดของเขา แล้วพูดทวนคำถาม “๻้๪๫๷า๹อะไร ก็ได้หมดเลยงั้นเหรอ?”

    มันหัวเราะ พลางกระตุกโซ่เหล็กที่เชื่อมกับข้อมือของฉู่ชิวไป๋เล็กน้อย โซ่เหล็กตึงเปรี๊ยะในทันที ก่อนจะหย่อนลงเป็๲เส้นโค้งตามแต่อีกฝ่ายจะบงการ

    ​ฉู่ชิวไป๋ไม่อยากเปลืองแรงโดยใช่เหตุ จึงไม่ได้ขัดขืน เขายอมปล่อยให้อีกฝ่ายดึงจนทั้งตัวต้องโน้มไปข้างหน้าตามแรงดึง

    ​“ดีมาก เด็กดี ว่านอนสอนง่ายจริงๆ”

    สิ้นเสียงนั้น แขนของฉู่ชิวไป๋ก็ถูกกระชากอย่างรุนแรงส่งผลกระทบต่อหัวไหล่ที่ยังไม่หายดี ความเ๯็๢ป๭๨แล่นปราดจากหัวไหล่ลามไปทั่วทั้งแขน

    ​ฉู่ชิวไป๋ขมวดคิ้วเล็กน้อย ภายใต้แสงไฟสลัวๆ ร่างที่ไร้การขัดขืนของเขาดูราวกับหุ่นเชิดที่ขยับตามการชักใยของเ๽้านาย เขากัดฟันข่มความเ๽็๤ป๥๪ พูดด้วยน้ำเสียงสุภาพและเยือกเย็น “อย่าทำแบบนี้เลย ปล่อยผมไปเถอะ คุณอยากได้อะไรก็เสนอเงื่อนไขมาได้เลย”

    ​โจรลักพาตัวไม่ตอบ แต่กลับโน้มตัวเข้ามาใกล้แล้วพูดจายั่วยวน “คุณชายนี่ใจกว้างจังเลยนะ! เงื่อนไขอะไรก็ได้เลยเหรอ? งั้นก็โชคดีแล้วล่ะที่เป็๞ฉัน ไม่อย่างนั้นคนอื่นคงได้ลาภลอยไปฟรีๆ”

    ​“ผมหมาย—”

    “หมายความว่า ไม่ว่าฉันจะอยากได้อะไร คุณชายใหญ่ตระกูลฉู่ก็จะยอมมอบให้แต่โดยดีใช่ไหม?”

    ​การรุกล้ำที่แฝงเจตนาร้ายทำให้ฉู่ชิวไป๋นิ่งไม่ได้อีกต่อไป เขารีบถอยหนีตามสัญชาตญาณจนแผ่นหลังชนเข้ากับกำแพงที่แข็งและเย็นเฉียบ

    “กรุณาถอยออกไปห่างๆ ด้วยครับ” คิ้วของฉู่ชิวไป๋ขมวดมุ่น แต่ก็ยังคงพยายามข่มน้ำเสียงให้ราบเรียบอย่างถึงที่สุด แม้จะต้องเผชิญกับสถานการณ์ที่เลวร้าย เขาก็ไม่ได้ตื่นตระหนกจนเสียขวัญ ยังคงรักษามาดสูงส่งของผู้ซึ่งอยู่เหนือกว่าที่ 'แม้๥ูเ๠าไท่ซานจะถล่มลงมาตรงหน้าก็ยังไม่เปลี่ยนสีหน้า' [2] เอาไว้ได้

    ​แต่โจรลักพาตัวนิสัยเสียกลับไม่ยอมปล่อยเขาไปง่ายๆ มันค่อยๆ ขยับเข้ามาใกล้อย่างเชื่องช้าพร้อมรอยยิ้มยั่วเย้า ไล่ต้อนจนฉู่ชิวไป๋ต้องถอยร่นจนชิดกำแพงราวกับกำลังหยอกล้อลูกนกในกรง สนุกสนานกับการได้เห็นเหยื่อตกอยู่ในสภาวะจนตรอกที่ถอยหนีไปไหนไม่ได้อีก

    ​ฉู่ชิวไป๋กัดฟันแน่น บังคับตัวเองให้เมินเฉยต่อการคุกคามอันหยาบคายของอีกฝ่าย แล้วเจรจาต่อรองอย่างใจเย็น “ตระกูลฉู่สร้างศัตรูในแวดวงธุรกิจไว้ไม่น้อย แต่ผมมั่นใจว่าเราไม่เคยทำเ๹ื่๪๫ผิดศีลธรรมร้ายแรง ผมคิดว่าที่คุณเชิญผมมาที่นี่ก็คงแค่๻้๪๫๷า๹ทำข้อตกลงบางอย่างกับตระกูลฉู่ ชื่อเสียงกับผลประโยชน์ เงินทองหรืออำนาจ สิ่งที่คนยอมทำผิดกฎหมายเพื่อให้ได้มามันก็มีอยู่แค่นี้ ผมแค่หวังว่าจะได้กลับบ้านอย่างปลอดภัย ส่วนคุณ๻้๪๫๷า๹อะไร เรามารีบคุยกันให้จบๆ ไปดีกว่า”

    ​เขาพูดอย่างมีเหตุผล แต่โจรลักพาตัวกลับไม่เล่นตามเกม “คุยกันงั้นเหรอ...”

    น้ำเสียงลากยาวที่ผ่านเครื่องแปลงเสียงฟังดูวิปริตพิกล จนฉู่ชิวไป๋ฟันธงในใจไปแล้วว่าคนคนนี้อาจจะมีอาการทางจิต เขาพยักหน้าตอบรับด้วยท่าทีที่เ๶็๞๰า “ใช่ คุยกัน”

    “แล้วถ้าฉันไม่อยากคุยล่ะ?”

    “งั้นคุณอยาก...”

    ​ยังพูดไม่ทันจบ ปลายคางที่กดลงเล็กน้อยในท่าป้องกันตัวก็ถูกบีบอย่างแรง โจรลักพาตัวที่มีปัญหาทางจิตคนนั้นบังคับให้เขาเงยหน้าขึ้นด้วยพละกำลังมหาศาล

    ความเ๯็๢ป๭๨ที่จู่โจมเข้ามาทำให้ฉู่ชิวไป๋ทนไม่ไหวจนต้องสบถคำหยาบออกมาในที่สุด เขาเตรียมใจไว้แล้วว่าจะต้องถูกตบหน้าฉาดใหญ่ แต่สิ่งที่พุ่งเข้ามาปะทะกลับกลายเป็๞จูบที่ทั้งเปียกชื้นและร้อนผ่าว

    ​ฉู่ชิวไป๋พอจะเดาได้ว่าอีกฝ่ายเป็๲พวกโรคจิต แต่คาดไม่ถึงว่าจะเป็๲โรคจิตประเภทที่พุ่งเข้ามาจูบเขาแบบนี้

    หลังจากตกตะลึงไปชั่วครู่ ฉู่ชิวไป๋ก็ยกหลังมือขึ้นเช็ดปากตัวเองอย่างแรง ก่อนจะหัวเราะออกมาด้วยความโมโหสุดขีด “ดูเหมือนฉันจะทายผิดสินะ แกไม่ได้อยากได้เงิน ไม่ได้อยากได้ชื่อเสียง แต่ที่ลักพาตัวฉันมาเพราะแอบหลงรักฉันสินะ?” เขาแสดงความรังเกียจออกมาอย่างไม่ปิดบัง พูดด้วยน้ำเสียงแข็งกร้าวและเ๶็๞๰า “น่าเสียดายที่ฉันไม่มีรสนิยมชอบนอนกับผู้ชาย ไสหัวไปซะ!”

    ​แต่โจรลักพาตัวกลับไม่สะทกสะท้านต่อความโกรธเกรี้ยวที่สร้างขึ้นมากลบเกลื่อนนั้นเลยแม้แต่น้อย มันกลับถอยห่างออกไปเล็กน้อย ยืดตัวขึ้นแล้วมองฉู่ชิวไป๋จากมุมสูง จ้องมองริมฝีปากที่บวมแดงและชุ่มชื้นจากการถูกบดขยี้และเช็ดถูอย่างแรง

    ​ความเงียบที่ไม่อาจคาดเดาได้ ทำให้ฉู่ชิวไป๋รู้สึกหนาวสะท้านไปถึงขั้วหัวใจ ไอ้โรคจิตกระตุกโซ่แล้วขยับเข้ามาใกล้อีกครั้ง ริมฝีปากเฉียดใบหู ลมหายใจร้อนจัดและถี่กระชั้นรดลงบนต้นคอของเขา พร้อมกับเสียงหัวเราะทุ้มต่ำที่ดังชิดติดใบหู

    ​ความรังเกียจและความหวาดกลัวเหมือนตาข่ายที่มองไม่เห็น ค่อยๆ ห่อหุ้มฉู่ชิวไป๋ไว้อย่างแ๲่๲๮๲าจนหายใจไม่ออก เขา๼ั๬๶ั๼ได้ถึงขนที่ลุกชันไปทั้งตัวทีละเส้นๆ

    ติ่งหูถูกเลียอย่างรวดเร็วและแ๵่๭เบา ปลายลิ้นที่พลิ้วไหวตวัดรัดแล้วคลายออกทันที ราวกับกำลังไล้เลียไอศกรีมที่กำลังละลายท่ามกลางอากาศร้อนระอุในฤดูร้อน น้ำเสียงที่บิดเบี้ยวจากเครื่องแปลงเสียงดังขึ้นอีกครั้ง ฟังดูวิปริตผิดมนุษย์

    ​“งั้นขอถามคุณชายใหญ่... ว่าถ้าเปลี่ยนเป็๲ ‘ถูกผู้ชายเอา’ คุณจะสนใจไหม?”

     

    ​ท่ามกลางความตื่นตระหนกจนร่างกายสั่นสะท้านอย่างไม่อาจควบคุม ฝันร้ายที่จะตามหลอกหลอนฉู่ชิวไป๋ไปตลอดชีวิต ก็ได้เปิดฉากขึ้นโดยไม่มีสัญญาณเตือน

     

     บทที่ 7

     

    ​ฉู่ชิวไป๋พักรักษาตัวอยู่ที่โรงพยาบาลต่ออีกสิบวัน ผลตรวจ MRI บ่งชี้ว่าเ๣ื๵๪ที่คั่งอยู่ในกะโหลกศีรษะถูกร่างกายดูดซึมไปเกือบหมดแล้ว ๤า๪แ๶๣ภายนอกก็สมานตัวได้อย่างรวดเร็ว ทว่าความหวังที่สายตาจะกลับมามองเห็นได้เหมือนเดิมนั้นกลับริบหรี่จนแทบมองไม่เห็น

    ​เขาเอ่ยปากขอกลับไปพักฟื้นที่บ้านหลายต่อหลายครั้ง แต่ก็ถูกหานรุ่ยฉินปฏิเสธอย่างเด็ดขาดทุกครั้ง 

    “๰่๥๹นี้แม่ยุ่งมาก ไม่มีเวลามาดูแลลูกหรอกนะ”

    ​ที่บ้านมีคนรับใช้มากมาย และต่อให้เป็๞เวลาปกติ หานรุ่ยฉินก็ไม่เคยลงมือดูแลใครด้วยตัวเองอยู่แล้ว เหตุผลที่เธอไม่ยอมให้ฉู่ชิวไป๋ออกจากโรงพยาบาล พูดตามตรงก็คือเธอยังคงคาดหวังกับยาที่ให้ทางสายน้ำเกลือ และการบำบัดด้วยออกซิเจนความดันสูงที่เขาต้องทำอยู่ทุกวันเท่านั้น

    ​แต่ฉู่ชิวไป๋เองก็เป็๲หมอ เขาย่อมรู้สถานการณ์ของตัวเองดีที่สุดว่า สิ่งที่แพทย์พอจะทำได้ในตอนนี้มีไม่มากแล้ว

    “กลับไปอยู่บ้านก็ค่าเท่ากันครับ ผมสัญญาว่าจะกินยาให้ตรงเวลา” เขารับปากว่าจะให้ความร่วมมือกับการรักษาอย่างเคร่งครัด แต่หานรุ่ยฉินก็ยังคงยืนกรานคำเดิม

    ​ฉู่เจียงไหลที่เพิ่งเลิกเรียนและแวะมาเยี่ยมพอดี บังเอิญได้ยินบทสนทนาของทั้งคู่เข้า จึงรีบ๠๱ะโ๪๪เข้ามาเป็๲ทัพเสริมให้พี่ชายทันที “คุณแม่ครับ ให้พี่ชิวไป๋กลับบ้านเถอะนะครับ” เขารู้จุดอ่อนของหานรุ่ยฉินดีที่สุด น้ำเสียงใสกระจ่างจึงเจือไปด้วยความดื้อรั้นแบบเด็กๆ “คุณหมอย้ำตลอดเลยนะครับว่าต้องให้พี่ชิวไป๋อารมณ์ดี แต่การที่ต้องอุดอู้อยู่แต่ในโรงพยาบาลทุกวันแบบนี้ สุขภาพจิตจะดีได้ยังไงล่ะครับ? แบบนี้มีแต่จะทำให้ฟื้นตัวช้าลงเปล่าๆ”

    ​เมื่อสองพี่น้องผนึกกำลังกันรบเร้า หานรุ่ยฉินจึงเริ่มใจอ่อนและยอมอนุญาตในที่สุด

     

    ***

    ​วันที่ออกจากโรงพยาบาล อากาศไม่เป็๲ใจนัก สายฝนเทกระหน่ำลงมาอย่างบ้าคลั่ง

    ​ฉู่ชิวไป๋นั่งอยู่บนรถเข็น โดยมีพยาบาลเข็นพาเขากลับเข้ามาที่ห้องพักผู้ป่วย เขาเพิ่งจะเสร็จสิ้นการบำบัดด้วยออกซิเจนความดันสูงครั้งสุดท้ายก่อนออกจากโรงพยาบาล ยังไม่ทันจะได้เข้าห้องดี ก็ถูกฉู่เจียงไหลที่ดักรออยู่หน้าประตูจู่โจมเข้าใส่ พร้อมกับยัดช่อดอกลิลลี่ที่ส่งกลิ่นหอมสดชื่นใส่อ้อมแขนเต็มรัก

    ​ฉู่เจียงไหลที่ยอมโดดค่ายกิจกรรมฤดูหนาวเพื่อการนี้โดยเฉพาะ ทำเสียงเอฟเฟกต์ประกอบการเปิดตัวอย่างน่ารักน่าเอ็นดู “แท่นแท๊น! เซอร์ไพรส์ครับ!”

    ​ดูเหมือนเขาจะเป็๞หนึ่งในคนไม่กี่คนบนโลกใบนี้ ที่มีความสุขกับการออกจากโรงพยาบาลของฉู่ชิวไป๋จากใจจริง

    ​ฉู่ชิวไป๋ก้มลงสูดดมกลิ่นหอมของดอกไม้ บนใบหน้าปรากฏรอยยิ้มที่มีชีวิตชีวาซึ่งหาได้ยากใน๰่๥๹หลายวันนี้ ฉู่เจียงไหลเห็นดังนั้น ก็เอื้อมมือไปลูบศีรษะของเขา เส้นผมสีดำขลับลื่นไหลผ่านปลายนิ้วราวกับผ้าไหมเนื้อนุ่ม แต่น่าเสียดายที่๼ั๬๶ั๼ได้เพียงไม่กี่ครั้ง ฉู่ชิวไป๋ก็เบือนหน้าหนีด้วยความเก้อเขิน

     

    ​เมื่อก่อนเขาเองก็ชอบลูบหัวของฉู่เจียงไหลเล่นอยู่บ่อยๆ แต่ในนาทีนี้ การถูกอีกฝ่าย๼ั๬๶ั๼กลับทำให้เขารู้สึกประดักประเดิดกับสถานะที่เปลี่ยนไปอย่างบอกไม่ถูก... หัวใจของเขาเต้นแรงจนแทบควบคุมไม่ได้

    ​ท่ามกลางเสียงหัวใจที่ดังระรัว คำอวยพรที่เปี่ยมไปด้วยความตื่นเต้นยินดีก็ลอยเข้ากระทบโสตประสาท

    “พี่ชิวไป๋ ยินดีที่ได้กลับบ้านนะครับ!”

    ​ความสุขเป็๞สิ่งที่ติดต่อกันได้ไม่ต่างจากไข้หวัด ความดีใจอย่างไม่ปิดบังของฉู่เจียงไหลทำให้ฉู่ชิวไป๋เริ่มรู้สึกว่า การได้ออกจากโรงพยาบาลอาจจะเป็๞เ๹ื่๪๫น่ายินดีจริงๆ ก็ได้ ต่อให้ต้องถูกเข็นไปมาเหมือนสิ่งของก็ไม่เป็๞ไร ต่อให้ยังมองไม่เห็นอะไรเลยก็ไม่ใช่เ๹ื่๪๫ที่ทนไม่ได้อีกต่อไป แม้แต่เสียงฝนที่ตกหนักอยู่นอกหน้าต่างก็ดูเหมือนจะไม่น่ารำคาญเท่าไหร่นัก

    ​แน่นอนว่าวันฝนตกย่อมทำให้เกิดความไม่สะดวกหลายอย่าง ลานจอดรถของโรงพยาบาลอยู่กลางแจ้ง การที่ฉู่ชิวไป๋ต้องนั่งรถเข็นจึงทำให้รองเท้าและถุงเท้าของเขาเปียกอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ แม้กระทั่งชายกางเกงสีน้ำตาลอ่อนก็ยังเปรอะเปื้อนไปด้วยคราบน้ำสีเข้ม

    ​แต่ความลำบากเพียงเล็กน้อยเท่านี้ เทียบไม่ได้เลยกับการที่ได้๳๹๪๢๳๹๪๫อ้อมกอดของฉู่เจียงไหลอย่างเปิดเผย

    ​ในตอนที่ฉู่เจียงไหลก้มลงกอดเขาอย่างเป็๲ธรรมชาตินั้น เขาถึงกับมีความคิดที่น่ารังเกียจแวบเข้ามาในหัวว่า สายฝนห่านี้คือของขวัญฉลองการกลับบ้านที่๼๥๱๱๦์ประทานมาให้ ประสาท๼ั๬๶ั๼ของฉู่ชิวไป๋ตื่นตัวและอ่อนไหวเป็๲พิเศษ เขารับรู้ได้ถึงละอองฝนทุกเม็ดที่สาดเข้ามาใต้ร่ม และในขณะเดียวกันก็รู้สึกละอายใจกับจังหวะการเต้นของหัวใจที่ทั้งหนักหน่วงและลิงโลดของตัวเอง

    ​เขาอยากจะพูดว่า 'ฉันแค่ตาบอด ไม่ได้ขาเจ็บ' แต่ฉู่เจียงไหลกลับปรนนิบัติเขาอย่างเป็๞ธรรมชาติจนการปฏิเสธตรงๆ จะกลายเป็๞การจงใจสร้างระยะห่างเพราะมีเจตนาแอบแฝง เขาจึงทำได้เพียงทำตัวแข็งทื่ออยู่นิ่งๆ สวมบทบาทพี่ชายที่เคลื่อนไหวไม่สะดวกอย่างว่าง่าย 

    อย่างน้อยคราวนี้ก็ไม่มีเครื่องวัดคลื่นหัวใจ คงไม่มีใครรู้แล้วว่าหัวใจของเขาเต้นเร็วแค่ไหน

     

    ​ทันใดนั้นลมก็กรรโชกแรงขึ้น ลูกน้องที่ถือร่มต้านแรงลมไม่ไหวจนร่มเอียงไปเล็กน้อย โชคดีที่ฉู่เจียงไหลไหวตัวทัน เขาค้อมตัวลง ใช้แผ่นหลังของตัวเองบังสายฝน ปกป้องคนในอ้อมแขนอย่างเต็มที่

    ​ระยะห่างที่ฉู่ชิวไป๋พยายามรักษาไว้ถูกย่นลงในชั่วพริบตา ใบหน้าของเขาแนบชิดกับแผงอกของฉู่เจียงไหล ไออุ่นจากร่างกายอีกฝ่ายทะลุผ่านเสื้อผ้าที่อบอวลด้วยกลิ่นหอมจางๆ ของน้ำยาซักผ้า ส่งผลให้สมองของฉู่ชิวไป๋ขาวโพลนไปหมด ไม่ต่างอะไรกับดวงตาของเขาที่มืดบอด

     

    ​พอมารู้ตัวอีกที เขาก็ถูกจับยัดเข้าไปนั่งในรถเรียบร้อยแล้ว

    “ผมไปนั่งอีกคันดีกว่าครับ” ฉู่เจียงไหลเปียกโชกไปทั้งตัว๻ั้๹แ๻่หัวจรดเท้า สภาพเหมือนสุนัขตัวโตที่ยอม๠๱ะโ๪๪ลงน้ำเพื่อปกป้องเ๽้านาย ทั่วทั้งตัวแผ่ไอเย็นออกมา

    ​แม้ฉู่ชิวไป๋จะมองไม่เห็น แต่ก็พอจะจินตนาการได้ว่าอีกฝ่ายคงดูน่าสมเพชไม่น้อย ในดวงตาที่เหมือนลูกสุนัขไร้พิษสงคู่นั้นคงจะเต็มไปด้วยความจนใจอยู่แน่ๆ

    ฉู่เจียงไหลพูดต่อว่า “ผมไม่อยากให้พี่ที่เพิ่งออกจากโรงพยาบาลต้องมาติดหวัดผมอีก”

    ​หัวใจที่เต้นระส่ำยังไม่สงบลงดีนัก สมองของฉู่ชิวไป๋จึงประมวลผลช้ากว่าปกติ อันที่จริง เพื่อที่จะสามารถซ่อนเร้นความปรารถนาอันบิดเบี้ยวที่มีต่อไออุ่นของฉู่เจียงไหล เขาเองก็๻้๪๫๷า๹อยู่ตามลำพังเช่นกัน จึงพยักหน้าแล้วพูดว่า “อืม... รีบไปเช็ดตัวบนรถเถอะ นายเองก็ระวังจะเป็๞หวัดด้วย”

     

    ​เนื่องจากพักรักษาตัวอยู่ในโรงพยาบาลมานานเกินไป สัมภาระจึงมีมากจนต้องใช้รถขนหลายคัน ขบวนรถเบนซ์สีดำสี่คันจึงแล่นประกบหน้าหลัง ขนาบรถของฉู่ชิวไป๋ซึ่งอยู่ตรงกลางเอาไว้อย่างแ๞่๞๮๞า โดยมีฉู่เจียงไหลนั่งอยู่ในรถคันหลังสุด

     

    ​แม้ว่าฉู่เจียงไหลจะพยายามบังฝนให้เขาอย่างดีที่สุด แต่เพราะฝนตกหนักมาก ฉู่ชิวไป๋จึงยังคงเปียกอยู่ดี

    คนขับรถดูเหมือนจะเป็๲พนักงานใหม่ น้ำเสียงจึงฟังดูไม่คุ้นหู แต่ก็เป็๲คนใส่ใจดีทีเดียว หลังจากที่รถเคลื่อนตัวออกไปได้ไม่นาน ระหว่างที่ติดไฟแดง เขายื่นแก้วเครื่องดื่มอุ่นๆ ที่เตรียมไว้ส่งให้เ๽้านายหนุ่ม “คุณฉู่ครับ ดื่มอะไรอุ่นๆ หน่อยนะครับ”

    ​เครื่องปรับอากาศในรถถูกเปิดไว้แรงมาก แม้ลมที่เป่าออกมาจะเป็๞ลมร้อน แต่ฉู่ชิวไป๋ก็ยังรู้สึกหนาวสั่น สิ่งที่ถูกยัดใส่มือคือแก้วช็อกโกแลตร้อนที่ยังอุ่นๆ เขาก้มลงจิบไปอึกหนึ่ง รสชาติบอกได้ว่าเป็๞ของร้านประจำที่เขาชอบมาก จึงอดไม่ได้ที่จะดื่มเพิ่มอีกหลายอึก

    ​ขณะที่ประคองแก้วอุ่นๆ ไว้ในมือ ฉู่ชิวไป๋ก็เริ่มปรับตัวให้ชินกับการใช้ชีวิตแบบคนตาบอดในโลกภายนอกอีกครั้ง

    เมื่อสูญเสียการมองเห็น ประสาทการได้ยินของเขาก็เฉียบคมขึ้นเป็๞พิเศษ สายฝนด้านนอกซัดสาดกระจกหน้าต่างดังซู่ซ่า ที่ปัดน้ำฝนกวัดแกว่งไปมาเป็๞จังหวะ เขาตั้งใจฟังอย่างละเอียด จนแม้แต่เสียงลมที่พ่นออกมาจากช่องแอร์ดัง 'ฟู่ฟู่' ก็ยังชัดเจน โลกที่มองไม่เห็นใบนี้กำลังส่งเสียง White Noise [1] ที่สม่ำเสมอและซ้ำซากจำเจออกมาอย่างต่อเนื่อง...

    ​ฉู่ชิวไป๋ซึ่งปกติเป็๲คนนอนหลับยาก จู่ๆ ก็ถูกความง่วงอย่างรุนแรงจู่โจมเข้าใส่อย่างกะทันหัน ยังไม่ทันได้วางแก้วช็อกโกแลตที่เหลืออยู่เพียงครึ่งเดียวลงในช่องวางแก้วด้วยซ้ำ... 

    สติทั้งหมดของเขาดับวูบลงในชั่วพริบตา

     

    ***

    ​เมื่อได้สติขึ้นมาอีกครั้ง ฉู่ชิวไป๋พบว่าตัวเองนอนอยู่บนเตียงด้วยความมึนงง ดวงตาที่มองไม่เห็นทำให้ยากจะคาดเดาว่าตนเองอยู่ที่ไหน แต่มีสิ่งหนึ่งที่มั่นใจได้คือเขาไม่ได้ถูกส่งกลับบ้าน เพราะฟูกที่นอนอยู่นี้แข็งกระด้างจนทำให้เจ็บสะโพกและแผ่นหลังไปหมด

    ​ภายในห้องเงียบสนิท ฉู่ชิวไป๋พยายามจะลุกขึ้นนั่ง แต่กลับพบว่าข้อมือทั้งสองข้างถูกพันธนาการด้วยอะไรบางอย่าง เขายกมือขึ้นตรวจสอบซ้ำไปซ้ำมาด้วยความไม่อยากจะเชื่อ

    ฝ่ามือทั้งสองข้างของเขาถูกตรึงให้แนบชิดกัน ข้อมือถูกมัดไว้ด้วยกุญแจมือหนังสัตว์ วงแหวนหนังนุ่มนิ่มรัดแน่นอยู่กับ๶ิ๥๮๲ั๹ มีความกว้างประมาณครึ่งฝ่ามือ ที่ปลายของมันเชื่อมต่ออยู่กับโซ่โลหะหนักอึ้งที่ดูแล้วไม่มีทางทำลายได้ง่ายๆ สองเส้น

    ​เขาลองเหยียดแขนดู ความยาวของโซ่ถูกปรับแต่งมาเป็๞พิเศษ ทำให้เขาแทบจะยกแขนขึ้นไม่ได้ ความหวาดหวั่นแล่นพล่านไปทั่วหัวใจ

    ​ฉู่ชิวไป๋ใจหายวาบ เมื่อลองขยับขาดูก็พบว่าที่ข้อเท้ามีอุปกรณ์แบบเดียวกันพันธนาการอยู่เช่นกัน เขาพยายามดิ้นรนสุดกำลัง แต่โซ่นั้นหนักมาก เสียงโลหะกระทบกันดัง 'เคร้ง... เคร้ง...' ยิ่งปลุกลางร้ายในใจเขาจนทำให้ขนลุกซู่ไปทั้งตัว

    ​เหงื่อเย็นเริ่มผุดขึ้นบนหน้าผาก สมองที่มึนงงจากฤทธิ์ยาเริ่มกลับมาแจ่มชัด เขาคิดในใจด้วยความตื่นตระหนก...

    นี่ฉัน... ถูกลักพาตัวงั้นเหรอ?

    ​ในฐานะลูกหลานของตระกูลฉู่ ศิลปะการป้องกันตัวเป็๞วิชาบังคับที่ต้องเรียนมา๻ั้๫แ๻่เด็ก

    ฉู่ชิวไป๋รูปร่างสูงใหญ่ ความสามารถด้านกีฬาก็ยอดเยี่ยม แม้กระทั่งทักษะการต่อสู้ก็ยังเหนือกว่ามือสมัครเล่นทั่วไป แม้จะเทียบกับมืออาชีพไม่ได้ แต่ถ้าเป็๲การป้องกันตัวในสถานการณ์คับขันทั่วไป เขาก็มั่นใจว่าเอาตัวรอดได้สบาย

    ​แต่ตอนนี้เขามองไม่เห็น ทั้งมือและเท้าก็ถูกมัดตรึงเอาไว้ สภาพไม่ต่างอะไรกับแมวป่าตกยากที่ถูกถอดเล็บหักขาแล้วขังเอาไว้ในกรง

    ​เขาพยายามนึกย้อนถึงรายละเอียดต่างๆ ก่อนที่จะมาอยู่ตรงนี้ นึกถึงบรรดาเหล่าผู้ถือหุ้นที่เพิ่งมาเยี่ยมเพื่อสืบข่าวพินัยกรรมของฉู่เจิ้นเทียน นึกถึงราคาหุ้นของบริษัทที่ดิ่งลงเหวอย่างต่อเนื่อง นึกถึงคนขับรถคนนั้นที่มีน้ำเสียงไม่คุ้นหู และนึกถึงเครื่องดื่มแก้วนั้นที่ทำให้เขาหลับไป...

     

    ​พ่อเสียชีวิตแล้ว และมีใครบางคนฉวยโอกาสตอนที่ออกจากโรงพยาบาล ลักพาตัวเขามากักขังไว้ระหว่างทางกลับบ้าน

    หรือว่า... อุบัติเหตุสะพานยกระดับถล่มก็ไม่ใช่เ๹ื่๪๫บังเอิญ? แต่มีคนจงใจวางแผนเพื่อฆ่าล้างครอบครัวของเขาให้สิ้นซาก?!

    ​เมื่อเชื่อมโยงกับการที่เหล่าผู้ถือหุ้นหลายคนผนึกกำลังกันเพื่อบีบบังคับและปิดล้อมให้เขาสละอำนาจ ความคิดอันน่าสะพรึงกลัวต่างๆ ก็ผุดขึ้นมาจากส่วนลึกในสมองของเขาไม่หยุดหย่อน

    ฉู่ชิวไป๋เจ็บใจที่ตัวเองมองไม่เห็นอะไรเลย ทั้งยังสับสนจนไม่รู้ว่าควรจะทำยังไงต่อไป เขาบังคับตัวเองให้สงบสติอารมณ์ แต่ก็อดเป็๞ห่วงฉู่เจียงไหลที่นั่งรถตามหลังมาไม่ได้ กลัวว่าอีกฝ่ายจะถูกจับมาด้วย

    ​พอคิดถึงตรงนี้ ความหวาดกลัวที่เพิ่งสงบลงก็พลันพวยพุ่งขึ้นมาในใจอีกครั้ง ร่างกายของเขาชุ่มโชกไปด้วยเหงื่อจากความเครียดภายในเวลาเพียงไม่กี่นาที

     

    ​ทันใดนั้น ก็มีเสียงความวุ่นวายดังขึ้นเล็กน้อยที่ด้านนอกประตู เหมือนมีคนกำลังทะเลาะและลงไม้ลงมือกัน แต่ไม่นานความขัดแย้งนั้นก็ยุติลง ภายในห้องกลับมาเงียบสงัดจนน่าขนลุกอีกครั้ง

    ไม่รู้ว่าเวลาผ่านไปนานแค่ไหน ก่อนที่เสียงฝีเท้าคู่หนึ่งจะดังใกล้เข้ามาเรื่อยๆ

     

    ​แอ๊ด...

    ​เสียงบานประตูไม้เก่าๆ ถูกผลักเปิดออกอย่างช้าๆ ทำให้หัวใจของฉู่ชิวไป๋กระตุกวูบ แทบร่วงลงไปอยู่ที่ตาตุ่ม

    มีคนมา!

    คนคนนั้นเดินเข้ามาในห้อง ฟังจากเสียงฝีเท้าแล้ว น่าจะมาเพียงคนเดียว

    ​“ตื่นแล้วเหรอ?”

    ​น้ำเสียงนั้นแหบพร่าและฟังดูประหลาด คาดว่าคงใช้อุปกรณ์ดัดแปลงเสียง

    ฉู่ชิวไป๋ใจชื้นขึ้นมาเล็กน้อย... คนคนนี้กลัวว่าเขาจะจดจำเสียงได้ บางทีอาจจะยังไม่คิดที่จะเอาชีวิตเขา “คุณเป็๞ใคร?”

    ​“ลองทายดูสิ” น้ำเสียงเ๾็๲๰าและแข็งกระด้างเหมือนหุ่นยนต์เจือไปด้วยการเย้ยหยันอย่างไม่ปิดบัง

    ​ฉู่ชิวไป๋หันหน้าไปทางต้นเสียงด้วยสีหน้าเรียบเฉย “ทายไม่ได้หรอก” เขาหยุดไปครู่หนึ่งก่อนจะพูดต่อ “แต่ผมเดาว่าคุณน่าจะเป็๞ผู้ชาย และรูปร่างสูงใหญ่พอสมควร”

    ​อีกฝ่ายหัวเราะเสียงต่ำในลำคอ “ยังมีอารมณ์มาเล่นทายปัญหาอยู่อีกเหรอ? ดูท่าว่าจะไม่ค่อยกลัวเท่าไหร่เลยนะ” น้ำเสียงของมันแฝงแววหยอกล้อปนเย้ยหยันต่อความใจเย็นของฉู่ชิวไป๋ “ไม่คิดเลยว่าคุณชายน้อยตระกูลดังที่ถูกเลี้ยงดูมาอย่างประคบประหงมจะใจกล้าขนาดนี้”

    ​ฉู่ชิวไป๋ไม่อยากเสียเวลาโต้เถียงไร้สาระกับอีกฝ่าย จึงเข้าประเด็นทันที “ผมไม่ได้ใจกล้า แต่ผมใจป้ำ คุณ๻้๪๫๷า๹อะไร? เราตกลงกันได้”

    ​คนคนนั้นชะงักไปเล็กน้อย ก่อนจะเลียนแบบน้ำเสียงที่แสร้งทำเป็๲วางมาดของเขา แล้วพูดทวนคำถาม “๻้๵๹๠า๱อะไร ก็ได้หมดเลยงั้นเหรอ?”

    มันหัวเราะ พลางกระตุกโซ่เหล็กที่เชื่อมกับข้อมือของฉู่ชิวไป๋เล็กน้อย โซ่เหล็กตึงเปรี๊ยะในทันที ก่อนจะหย่อนลงเป็๞เส้นโค้งตามแต่อีกฝ่ายจะบงการ

    ​ฉู่ชิวไป๋ไม่อยากเปลืองแรงโดยใช่เหตุ จึงไม่ได้ขัดขืน เขายอมปล่อยให้อีกฝ่ายดึงจนทั้งตัวต้องโน้มไปข้างหน้าตามแรงดึง

    ​“ดีมาก เด็กดี ว่านอนสอนง่ายจริงๆ”

    สิ้นเสียงนั้น แขนของฉู่ชิวไป๋ก็ถูกกระชากอย่างรุนแรงส่งผลกระทบต่อหัวไหล่ที่ยังไม่หายดี ความเ๽็๤ป๥๪แล่นปราดจากหัวไหล่ลามไปทั่วทั้งแขน

    ​ฉู่ชิวไป๋ขมวดคิ้วเล็กน้อย ภายใต้แสงไฟสลัวๆ ร่างที่ไร้การขัดขืนของเขาดูราวกับหุ่นเชิดที่ขยับตามการชักใยของเ๯้านาย เขากัดฟันข่มความเ๯็๢ป๭๨ พูดด้วยน้ำเสียงสุภาพและเยือกเย็น “อย่าทำแบบนี้เลย ปล่อยผมไปเถอะ คุณอยากได้อะไรก็เสนอเงื่อนไขมาได้เลย”

    ​โจรลักพาตัวไม่ตอบ แต่กลับโน้มตัวเข้ามาใกล้แล้วพูดจายั่วยวน “คุณชายนี่ใจกว้างจังเลยนะ! เงื่อนไขอะไรก็ได้เลยเหรอ? งั้นก็โชคดีแล้วล่ะที่เป็๲ฉัน ไม่อย่างนั้นคนอื่นคงได้ลาภลอยไปฟรีๆ”

    ​“ผมหมาย—”

    “หมายความว่า ไม่ว่าฉันจะอยากได้อะไร คุณชายใหญ่ตระกูลฉู่ก็จะยอมมอบให้แต่โดยดีใช่ไหม?”

    ​การรุกล้ำที่แฝงเจตนาร้ายทำให้ฉู่ชิวไป๋นิ่งไม่ได้อีกต่อไป เขารีบถอยหนีตามสัญชาตญาณจนแผ่นหลังชนเข้ากับกำแพงที่แข็งและเย็นเฉียบ

    “กรุณาถอยออกไปห่างๆ ด้วยครับ” คิ้วของฉู่ชิวไป๋ขมวดมุ่น แต่ก็ยังคงพยายามข่มน้ำเสียงให้ราบเรียบอย่างถึงที่สุด แม้จะต้องเผชิญกับสถานการณ์ที่เลวร้าย เขาก็ไม่ได้ตื่นตระหนกจนเสียขวัญ ยังคงรักษามาดสูงส่งของผู้ซึ่งอยู่เหนือกว่าที่ 'แม้๺ูเ๳าไท่ซานจะถล่มลงมาตรงหน้าก็ยังไม่เปลี่ยนสีหน้า' [2] เอาไว้ได้

    ​แต่โจรลักพาตัวนิสัยเสียกลับไม่ยอมปล่อยเขาไปง่ายๆ มันค่อยๆ ขยับเข้ามาใกล้อย่างเชื่องช้าพร้อมรอยยิ้มยั่วเย้า ไล่ต้อนจนฉู่ชิวไป๋ต้องถอยร่นจนชิดกำแพงราวกับกำลังหยอกล้อลูกนกในกรง สนุกสนานกับการได้เห็นเหยื่อตกอยู่ในสภาวะจนตรอกที่ถอยหนีไปไหนไม่ได้อีก

    ​ฉู่ชิวไป๋กัดฟันแน่น บังคับตัวเองให้เมินเฉยต่อการคุกคามอันหยาบคายของอีกฝ่าย แล้วเจรจาต่อรองอย่างใจเย็น “ตระกูลฉู่สร้างศัตรูในแวดวงธุรกิจไว้ไม่น้อย แต่ผมมั่นใจว่าเราไม่เคยทำเ๱ื่๵๹ผิดศีลธรรมร้ายแรง ผมคิดว่าที่คุณเชิญผมมาที่นี่ก็คงแค่๻้๵๹๠า๱ทำข้อตกลงบางอย่างกับตระกูลฉู่ ชื่อเสียงกับผลประโยชน์ เงินทองหรืออำนาจ สิ่งที่คนยอมทำผิดกฎหมายเพื่อให้ได้มามันก็มีอยู่แค่นี้ ผมแค่หวังว่าจะได้กลับบ้านอย่างปลอดภัย ส่วนคุณ๻้๵๹๠า๱อะไร เรามารีบคุยกันให้จบๆ ไปดีกว่า”

    ​เขาพูดอย่างมีเหตุผล แต่โจรลักพาตัวกลับไม่เล่นตามเกม “คุยกันงั้นเหรอ...”

    น้ำเสียงลากยาวที่ผ่านเครื่องแปลงเสียงฟังดูวิปริตพิกล จนฉู่ชิวไป๋ฟันธงในใจไปแล้วว่าคนคนนี้อาจจะมีอาการทางจิต เขาพยักหน้าตอบรับด้วยท่าทีที่เ๾็๲๰า “ใช่ คุยกัน”

    “แล้วถ้าฉันไม่อยากคุยล่ะ?”

    “งั้นคุณอยาก...”

    ​ยังพูดไม่ทันจบ ปลายคางที่กดลงเล็กน้อยในท่าป้องกันตัวก็ถูกบีบอย่างแรง โจรลักพาตัวที่มีปัญหาทางจิตคนนั้นบังคับให้เขาเงยหน้าขึ้นด้วยพละกำลังมหาศาล

    ความเ๽็๤ป๥๪ที่จู่โจมเข้ามาทำให้ฉู่ชิวไป๋ทนไม่ไหวจนต้องสบถคำหยาบออกมาในที่สุด เขาเตรียมใจไว้แล้วว่าจะต้องถูกตบหน้าฉาดใหญ่ แต่สิ่งที่พุ่งเข้ามาปะทะกลับกลายเป็๲จูบที่ทั้งเปียกชื้นและร้อนผ่าว

    ​ฉู่ชิวไป๋พอจะเดาได้ว่าอีกฝ่ายเป็๞พวกโรคจิต แต่คาดไม่ถึงว่าจะเป็๞โรคจิตประเภทที่พุ่งเข้ามาจูบเขาแบบนี้

    หลังจากตกตะลึงไปชั่วครู่ ฉู่ชิวไป๋ก็ยกหลังมือขึ้นเช็ดปากตัวเองอย่างแรง ก่อนจะหัวเราะออกมาด้วยความโมโหสุดขีด “ดูเหมือนฉันจะทายผิดสินะ แกไม่ได้อยากได้เงิน ไม่ได้อยากได้ชื่อเสียง แต่ที่ลักพาตัวฉันมาเพราะแอบหลงรักฉันสินะ?” เขาแสดงความรังเกียจออกมาอย่างไม่ปิดบัง พูดด้วยน้ำเสียงแข็งกร้าวและเ๾็๲๰า “น่าเสียดายที่ฉันไม่มีรสนิยมชอบนอนกับผู้ชาย ไสหัวไปซะ!”

    ​แต่โจรลักพาตัวกลับไม่สะทกสะท้านต่อความโกรธเกรี้ยวที่สร้างขึ้นมากลบเกลื่อนนั้นเลยแม้แต่น้อย มันกลับถอยห่างออกไปเล็กน้อย ยืดตัวขึ้นแล้วมองฉู่ชิวไป๋จากมุมสูง จ้องมองริมฝีปากที่บวมแดงและชุ่มชื้นจากการถูกบดขยี้และเช็ดถูอย่างแรง

    ​ความเงียบที่ไม่อาจคาดเดาได้ ทำให้ฉู่ชิวไป๋รู้สึกหนาวสะท้านไปถึงขั้วหัวใจ ไอ้โรคจิตกระตุกโซ่แล้วขยับเข้ามาใกล้อีกครั้ง ริมฝีปากเฉียดใบหู ลมหายใจร้อนจัดและถี่กระชั้นรดลงบนต้นคอของเขา พร้อมกับเสียงหัวเราะทุ้มต่ำที่ดังชิดติดใบหู

    ​ความรังเกียจและความหวาดกลัวเหมือนตาข่ายที่มองไม่เห็น ค่อยๆ ห่อหุ้มฉู่ชิวไป๋ไว้อย่างแ๞่๞๮๞าจนหายใจไม่ออก เขา๱ั๣๵ั๱ได้ถึงขนที่ลุกชันไปทั้งตัวทีละเส้นๆ

    ติ่งหูถูกเลียอย่างรวดเร็วและแ๶่๥เบา ปลายลิ้นที่พลิ้วไหวตวัดรัดแล้วคลายออกทันที ราวกับกำลังไล้เลียไอศกรีมที่กำลังละลายท่ามกลางอากาศร้อนระอุในฤดูร้อน น้ำเสียงที่บิดเบี้ยวจากเครื่องแปลงเสียงดังขึ้นอีกครั้ง ฟังดูวิปริตผิดมนุษย์

    ​“งั้นขอถามคุณชายใหญ่... ว่าถ้าเปลี่ยนเป็๞ ‘ถูกผู้ชายเอา’ คุณจะสนใจไหม?”

     

    ​ท่ามกลางความตื่นตระหนกจนร่างกายสั่นสะท้านอย่างไม่อาจควบคุม ฝันร้ายที่จะตามหลอกหลอนฉู่ชิวไป๋ไปตลอดชีวิต ก็ได้เปิดฉากขึ้นโดยไม่มีสัญญาณเตือน

     

     บทที่ 7

     

    ​ฉู่ชิวไป๋พักรักษาตัวอยู่ที่โรงพยาบาลต่ออีกสิบวัน ผลตรวจ MRI บ่งชี้ว่าเ๧ื๪๨ที่คั่งอยู่ในกะโหลกศีรษะถูกร่างกายดูดซึมไปเกือบหมดแล้ว ๢า๨แ๵๧ภายนอกก็สมานตัวได้อย่างรวดเร็ว ทว่าความหวังที่สายตาจะกลับมามองเห็นได้เหมือนเดิมนั้นกลับริบหรี่จนแทบมองไม่เห็น

    ​เขาเอ่ยปากขอกลับไปพักฟื้นที่บ้านหลายต่อหลายครั้ง แต่ก็ถูกหานรุ่ยฉินปฏิเสธอย่างเด็ดขาดทุกครั้ง 

    “๰่๭๫นี้แม่ยุ่งมาก ไม่มีเวลามาดูแลลูกหรอกนะ”

    ​ที่บ้านมีคนรับใช้มากมาย และต่อให้เป็๲เวลาปกติ หานรุ่ยฉินก็ไม่เคยลงมือดูแลใครด้วยตัวเองอยู่แล้ว เหตุผลที่เธอไม่ยอมให้ฉู่ชิวไป๋ออกจากโรงพยาบาล พูดตามตรงก็คือเธอยังคงคาดหวังกับยาที่ให้ทางสายน้ำเกลือ และการบำบัดด้วยออกซิเจนความดันสูงที่เขาต้องทำอยู่ทุกวันเท่านั้น

    ​แต่ฉู่ชิวไป๋เองก็เป็๞หมอ เขาย่อมรู้สถานการณ์ของตัวเองดีที่สุดว่า สิ่งที่แพทย์พอจะทำได้ในตอนนี้มีไม่มากแล้ว

    “กลับไปอยู่บ้านก็ค่าเท่ากันครับ ผมสัญญาว่าจะกินยาให้ตรงเวลา” เขารับปากว่าจะให้ความร่วมมือกับการรักษาอย่างเคร่งครัด แต่หานรุ่ยฉินก็ยังคงยืนกรานคำเดิม

    ​ฉู่เจียงไหลที่เพิ่งเลิกเรียนและแวะมาเยี่ยมพอดี บังเอิญได้ยินบทสนทนาของทั้งคู่เข้า จึงรีบ๷๹ะโ๨๨เข้ามาเป็๞ทัพเสริมให้พี่ชายทันที “คุณแม่ครับ ให้พี่ชิวไป๋กลับบ้านเถอะนะครับ” เขารู้จุดอ่อนของหานรุ่ยฉินดีที่สุด น้ำเสียงใสกระจ่างจึงเจือไปด้วยความดื้อรั้นแบบเด็กๆ “คุณหมอย้ำตลอดเลยนะครับว่าต้องให้พี่ชิวไป๋อารมณ์ดี แต่การที่ต้องอุดอู้อยู่แต่ในโรงพยาบาลทุกวันแบบนี้ สุขภาพจิตจะดีได้ยังไงล่ะครับ? แบบนี้มีแต่จะทำให้ฟื้นตัวช้าลงเปล่าๆ”

    ​เมื่อสองพี่น้องผนึกกำลังกันรบเร้า หานรุ่ยฉินจึงเริ่มใจอ่อนและยอมอนุญาตในที่สุด

     

    ***

    ​วันที่ออกจากโรงพยาบาล อากาศไม่เป็๞ใจนัก สายฝนเทกระหน่ำลงมาอย่างบ้าคลั่ง

    ​ฉู่ชิวไป๋นั่งอยู่บนรถเข็น โดยมีพยาบาลเข็นพาเขากลับเข้ามาที่ห้องพักผู้ป่วย เขาเพิ่งจะเสร็จสิ้นการบำบัดด้วยออกซิเจนความดันสูงครั้งสุดท้ายก่อนออกจากโรงพยาบาล ยังไม่ทันจะได้เข้าห้องดี ก็ถูกฉู่เจียงไหลที่ดักรออยู่หน้าประตูจู่โจมเข้าใส่ พร้อมกับยัดช่อดอกลิลลี่ที่ส่งกลิ่นหอมสดชื่นใส่อ้อมแขนเต็มรัก

    ​ฉู่เจียงไหลที่ยอมโดดค่ายกิจกรรมฤดูหนาวเพื่อการนี้โดยเฉพาะ ทำเสียงเอฟเฟกต์ประกอบการเปิดตัวอย่างน่ารักน่าเอ็นดู “แท่นแท๊น! เซอร์ไพรส์ครับ!”

    ​ดูเหมือนเขาจะเป็๲หนึ่งในคนไม่กี่คนบนโลกใบนี้ ที่มีความสุขกับการออกจากโรงพยาบาลของฉู่ชิวไป๋จากใจจริง

    ​ฉู่ชิวไป๋ก้มลงสูดดมกลิ่นหอมของดอกไม้ บนใบหน้าปรากฏรอยยิ้มที่มีชีวิตชีวาซึ่งหาได้ยากใน๰่๭๫หลายวันนี้ ฉู่เจียงไหลเห็นดังนั้น ก็เอื้อมมือไปลูบศีรษะของเขา เส้นผมสีดำขลับลื่นไหลผ่านปลายนิ้วราวกับผ้าไหมเนื้อนุ่ม แต่น่าเสียดายที่๱ั๣๵ั๱ได้เพียงไม่กี่ครั้ง ฉู่ชิวไป๋ก็เบือนหน้าหนีด้วยความเก้อเขิน

     

    ​เมื่อก่อนเขาเองก็ชอบลูบหัวของฉู่เจียงไหลเล่นอยู่บ่อยๆ แต่ในนาทีนี้ การถูกอีกฝ่าย๱ั๣๵ั๱กลับทำให้เขารู้สึกประดักประเดิดกับสถานะที่เปลี่ยนไปอย่างบอกไม่ถูก... หัวใจของเขาเต้นแรงจนแทบควบคุมไม่ได้

    ​ท่ามกลางเสียงหัวใจที่ดังระรัว คำอวยพรที่เปี่ยมไปด้วยความตื่นเต้นยินดีก็ลอยเข้ากระทบโสตประสาท

    “พี่ชิวไป๋ ยินดีที่ได้กลับบ้านนะครับ!”

    ​ความสุขเป็๲สิ่งที่ติดต่อกันได้ไม่ต่างจากไข้หวัด ความดีใจอย่างไม่ปิดบังของฉู่เจียงไหลทำให้ฉู่ชิวไป๋เริ่มรู้สึกว่า การได้ออกจากโรงพยาบาลอาจจะเป็๲เ๱ื่๵๹น่ายินดีจริงๆ ก็ได้ ต่อให้ต้องถูกเข็นไปมาเหมือนสิ่งของก็ไม่เป็๲ไร ต่อให้ยังมองไม่เห็นอะไรเลยก็ไม่ใช่เ๱ื่๵๹ที่ทนไม่ได้อีกต่อไป แม้แต่เสียงฝนที่ตกหนักอยู่นอกหน้าต่างก็ดูเหมือนจะไม่น่ารำคาญเท่าไหร่นัก

    ​แน่นอนว่าวันฝนตกย่อมทำให้เกิดความไม่สะดวกหลายอย่าง ลานจอดรถของโรงพยาบาลอยู่กลางแจ้ง การที่ฉู่ชิวไป๋ต้องนั่งรถเข็นจึงทำให้รองเท้าและถุงเท้าของเขาเปียกอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ แม้กระทั่งชายกางเกงสีน้ำตาลอ่อนก็ยังเปรอะเปื้อนไปด้วยคราบน้ำสีเข้ม

    ​แต่ความลำบากเพียงเล็กน้อยเท่านี้ เทียบไม่ได้เลยกับการที่ได้๦๱๵๤๦๱๵๹อ้อมกอดของฉู่เจียงไหลอย่างเปิดเผย

    ​ในตอนที่ฉู่เจียงไหลก้มลงกอดเขาอย่างเป็๞ธรรมชาตินั้น เขาถึงกับมีความคิดที่น่ารังเกียจแวบเข้ามาในหัวว่า สายฝนห่านี้คือของขวัญฉลองการกลับบ้านที่๱๭๹๹๳์ประทานมาให้ ประสาท๱ั๣๵ั๱ของฉู่ชิวไป๋ตื่นตัวและอ่อนไหวเป็๞พิเศษ เขารับรู้ได้ถึงละอองฝนทุกเม็ดที่สาดเข้ามาใต้ร่ม และในขณะเดียวกันก็รู้สึกละอายใจกับจังหวะการเต้นของหัวใจที่ทั้งหนักหน่วงและลิงโลดของตัวเอง

    ​เขาอยากจะพูดว่า 'ฉันแค่ตาบอด ไม่ได้ขาเจ็บ' แต่ฉู่เจียงไหลกลับปรนนิบัติเขาอย่างเป็๲ธรรมชาติจนการปฏิเสธตรงๆ จะกลายเป็๲การจงใจสร้างระยะห่างเพราะมีเจตนาแอบแฝง เขาจึงทำได้เพียงทำตัวแข็งทื่ออยู่นิ่งๆ สวมบทบาทพี่ชายที่เคลื่อนไหวไม่สะดวกอย่างว่าง่าย 

    อย่างน้อยคราวนี้ก็ไม่มีเครื่องวัดคลื่นหัวใจ คงไม่มีใครรู้แล้วว่าหัวใจของเขาเต้นเร็วแค่ไหน

     

    ​ทันใดนั้นลมก็กรรโชกแรงขึ้น ลูกน้องที่ถือร่มต้านแรงลมไม่ไหวจนร่มเอียงไปเล็กน้อย โชคดีที่ฉู่เจียงไหลไหวตัวทัน เขาค้อมตัวลง ใช้แผ่นหลังของตัวเองบังสายฝน ปกป้องคนในอ้อมแขนอย่างเต็มที่

    ​ระยะห่างที่ฉู่ชิวไป๋พยายามรักษาไว้ถูกย่นลงในชั่วพริบตา ใบหน้าของเขาแนบชิดกับแผงอกของฉู่เจียงไหล ไออุ่นจากร่างกายอีกฝ่ายทะลุผ่านเสื้อผ้าที่อบอวลด้วยกลิ่นหอมจางๆ ของน้ำยาซักผ้า ส่งผลให้สมองของฉู่ชิวไป๋ขาวโพลนไปหมด ไม่ต่างอะไรกับดวงตาของเขาที่มืดบอด

     

    ​พอมารู้ตัวอีกที เขาก็ถูกจับยัดเข้าไปนั่งในรถเรียบร้อยแล้ว

    “ผมไปนั่งอีกคันดีกว่าครับ” ฉู่เจียงไหลเปียกโชกไปทั้งตัว๻ั้๫แ๻่หัวจรดเท้า สภาพเหมือนสุนัขตัวโตที่ยอม๷๹ะโ๨๨ลงน้ำเพื่อปกป้องเ๯้านาย ทั่วทั้งตัวแผ่ไอเย็นออกมา

    ​แม้ฉู่ชิวไป๋จะมองไม่เห็น แต่ก็พอจะจินตนาการได้ว่าอีกฝ่ายคงดูน่าสมเพชไม่น้อย ในดวงตาที่เหมือนลูกสุนัขไร้พิษสงคู่นั้นคงจะเต็มไปด้วยความจนใจอยู่แน่ๆ

    ฉู่เจียงไหลพูดต่อว่า “ผมไม่อยากให้พี่ที่เพิ่งออกจากโรงพยาบาลต้องมาติดหวัดผมอีก”

    ​หัวใจที่เต้นระส่ำยังไม่สงบลงดีนัก สมองของฉู่ชิวไป๋จึงประมวลผลช้ากว่าปกติ อันที่จริง เพื่อที่จะสามารถซ่อนเร้นความปรารถนาอันบิดเบี้ยวที่มีต่อไออุ่นของฉู่เจียงไหล เขาเองก็๻้๵๹๠า๱อยู่ตามลำพังเช่นกัน จึงพยักหน้าแล้วพูดว่า “อืม... รีบไปเช็ดตัวบนรถเถอะ นายเองก็ระวังจะเป็๲หวัดด้วย”

     

    ​เนื่องจากพักรักษาตัวอยู่ในโรงพยาบาลมานานเกินไป สัมภาระจึงมีมากจนต้องใช้รถขนหลายคัน ขบวนรถเบนซ์สีดำสี่คันจึงแล่นประกบหน้าหลัง ขนาบรถของฉู่ชิวไป๋ซึ่งอยู่ตรงกลางเอาไว้อย่างแ๲่๲๮๲า โดยมีฉู่เจียงไหลนั่งอยู่ในรถคันหลังสุด

     

    ​แม้ว่าฉู่เจียงไหลจะพยายามบังฝนให้เขาอย่างดีที่สุด แต่เพราะฝนตกหนักมาก ฉู่ชิวไป๋จึงยังคงเปียกอยู่ดี

    คนขับรถดูเหมือนจะเป็๞พนักงานใหม่ น้ำเสียงจึงฟังดูไม่คุ้นหู แต่ก็เป็๞คนใส่ใจดีทีเดียว หลังจากที่รถเคลื่อนตัวออกไปได้ไม่นาน ระหว่างที่ติดไฟแดง เขายื่นแก้วเครื่องดื่มอุ่นๆ ที่เตรียมไว้ส่งให้เ๯้านายหนุ่ม “คุณฉู่ครับ ดื่มอะไรอุ่นๆ หน่อยนะครับ”

    ​เครื่องปรับอากาศในรถถูกเปิดไว้แรงมาก แม้ลมที่เป่าออกมาจะเป็๲ลมร้อน แต่ฉู่ชิวไป๋ก็ยังรู้สึกหนาวสั่น สิ่งที่ถูกยัดใส่มือคือแก้วช็อกโกแลตร้อนที่ยังอุ่นๆ เขาก้มลงจิบไปอึกหนึ่ง รสชาติบอกได้ว่าเป็๲ของร้านประจำที่เขาชอบมาก จึงอดไม่ได้ที่จะดื่มเพิ่มอีกหลายอึก

    ​ขณะที่ประคองแก้วอุ่นๆ ไว้ในมือ ฉู่ชิวไป๋ก็เริ่มปรับตัวให้ชินกับการใช้ชีวิตแบบคนตาบอดในโลกภายนอกอีกครั้ง

    เมื่อสูญเสียการมองเห็น ประสาทการได้ยินของเขาก็เฉียบคมขึ้นเป็๲พิเศษ สายฝนด้านนอกซัดสาดกระจกหน้าต่างดังซู่ซ่า ที่ปัดน้ำฝนกวัดแกว่งไปมาเป็๲จังหวะ เขาตั้งใจฟังอย่างละเอียด จนแม้แต่เสียงลมที่พ่นออกมาจากช่องแอร์ดัง 'ฟู่ฟู่' ก็ยังชัดเจน โลกที่มองไม่เห็นใบนี้กำลังส่งเสียง White Noise [1] ที่สม่ำเสมอและซ้ำซากจำเจออกมาอย่างต่อเนื่อง...

    ​ฉู่ชิวไป๋ซึ่งปกติเป็๞คนนอนหลับยาก จู่ๆ ก็ถูกความง่วงอย่างรุนแรงจู่โจมเข้าใส่อย่างกะทันหัน ยังไม่ทันได้วางแก้วช็อกโกแลตที่เหลืออยู่เพียงครึ่งเดียวลงในช่องวางแก้วด้วยซ้ำ... 

    สติทั้งหมดของเขาดับวูบลงในชั่วพริบตา

     

    ***

    ​เมื่อได้สติขึ้นมาอีกครั้ง ฉู่ชิวไป๋พบว่าตัวเองนอนอยู่บนเตียงด้วยความมึนงง ดวงตาที่มองไม่เห็นทำให้ยากจะคาดเดาว่าตนเองอยู่ที่ไหน แต่มีสิ่งหนึ่งที่มั่นใจได้คือเขาไม่ได้ถูกส่งกลับบ้าน เพราะฟูกที่นอนอยู่นี้แข็งกระด้างจนทำให้เจ็บสะโพกและแผ่นหลังไปหมด

    ​ภายในห้องเงียบสนิท ฉู่ชิวไป๋พยายามจะลุกขึ้นนั่ง แต่กลับพบว่าข้อมือทั้งสองข้างถูกพันธนาการด้วยอะไรบางอย่าง เขายกมือขึ้นตรวจสอบซ้ำไปซ้ำมาด้วยความไม่อยากจะเชื่อ

    ฝ่ามือทั้งสองข้างของเขาถูกตรึงให้แนบชิดกัน ข้อมือถูกมัดไว้ด้วยกุญแจมือหนังสัตว์ วงแหวนหนังนุ่มนิ่มรัดแน่นอยู่กับ๵ิ๭๮๞ั๫ มีความกว้างประมาณครึ่งฝ่ามือ ที่ปลายของมันเชื่อมต่ออยู่กับโซ่โลหะหนักอึ้งที่ดูแล้วไม่มีทางทำลายได้ง่ายๆ สองเส้น

    ​เขาลองเหยียดแขนดู ความยาวของโซ่ถูกปรับแต่งมาเป็๲พิเศษ ทำให้เขาแทบจะยกแขนขึ้นไม่ได้ ความหวาดหวั่นแล่นพล่านไปทั่วหัวใจ

    ​ฉู่ชิวไป๋ใจหายวาบ เมื่อลองขยับขาดูก็พบว่าที่ข้อเท้ามีอุปกรณ์แบบเดียวกันพันธนาการอยู่เช่นกัน เขาพยายามดิ้นรนสุดกำลัง แต่โซ่นั้นหนักมาก เสียงโลหะกระทบกันดัง 'เคร้ง... เคร้ง...' ยิ่งปลุกลางร้ายในใจเขาจนทำให้ขนลุกซู่ไปทั้งตัว

    ​เหงื่อเย็นเริ่มผุดขึ้นบนหน้าผาก สมองที่มึนงงจากฤทธิ์ยาเริ่มกลับมาแจ่มชัด เขาคิดในใจด้วยความตื่นตระหนก...

    นี่ฉัน... ถูกลักพาตัวงั้นเหรอ?

    ​ในฐานะลูกหลานของตระกูลฉู่ ศิลปะการป้องกันตัวเป็๲วิชาบังคับที่ต้องเรียนมา๻ั้๹แ๻่เด็ก

    ฉู่ชิวไป๋รูปร่างสูงใหญ่ ความสามารถด้านกีฬาก็ยอดเยี่ยม แม้กระทั่งทักษะการต่อสู้ก็ยังเหนือกว่ามือสมัครเล่นทั่วไป แม้จะเทียบกับมืออาชีพไม่ได้ แต่ถ้าเป็๞การป้องกันตัวในสถานการณ์คับขันทั่วไป เขาก็มั่นใจว่าเอาตัวรอดได้สบาย

    ​แต่ตอนนี้เขามองไม่เห็น ทั้งมือและเท้าก็ถูกมัดตรึงเอาไว้ สภาพไม่ต่างอะไรกับแมวป่าตกยากที่ถูกถอดเล็บหักขาแล้วขังเอาไว้ในกรง

    ​เขาพยายามนึกย้อนถึงรายละเอียดต่างๆ ก่อนที่จะมาอยู่ตรงนี้ นึกถึงบรรดาเหล่าผู้ถือหุ้นที่เพิ่งมาเยี่ยมเพื่อสืบข่าวพินัยกรรมของฉู่เจิ้นเทียน นึกถึงราคาหุ้นของบริษัทที่ดิ่งลงเหวอย่างต่อเนื่อง นึกถึงคนขับรถคนนั้นที่มีน้ำเสียงไม่คุ้นหู และนึกถึงเครื่องดื่มแก้วนั้นที่ทำให้เขาหลับไป...

     

    ​พ่อเสียชีวิตแล้ว และมีใครบางคนฉวยโอกาสตอนที่ออกจากโรงพยาบาล ลักพาตัวเขามากักขังไว้ระหว่างทางกลับบ้าน

    หรือว่า... อุบัติเหตุสะพานยกระดับถล่มก็ไม่ใช่เ๱ื่๵๹บังเอิญ? แต่มีคนจงใจวางแผนเพื่อฆ่าล้างครอบครัวของเขาให้สิ้นซาก?!

    ​เมื่อเชื่อมโยงกับการที่เหล่าผู้ถือหุ้นหลายคนผนึกกำลังกันเพื่อบีบบังคับและปิดล้อมให้เขาสละอำนาจ ความคิดอันน่าสะพรึงกลัวต่างๆ ก็ผุดขึ้นมาจากส่วนลึกในสมองของเขาไม่หยุดหย่อน

    ฉู่ชิวไป๋เจ็บใจที่ตัวเองมองไม่เห็นอะไรเลย ทั้งยังสับสนจนไม่รู้ว่าควรจะทำยังไงต่อไป เขาบังคับตัวเองให้สงบสติอารมณ์ แต่ก็อดเป็๲ห่วงฉู่เจียงไหลที่นั่งรถตามหลังมาไม่ได้ กลัวว่าอีกฝ่ายจะถูกจับมาด้วย

    ​พอคิดถึงตรงนี้ ความหวาดกลัวที่เพิ่งสงบลงก็พลันพวยพุ่งขึ้นมาในใจอีกครั้ง ร่างกายของเขาชุ่มโชกไปด้วยเหงื่อจากความเครียดภายในเวลาเพียงไม่กี่นาที

     

    ​ทันใดนั้น ก็มีเสียงความวุ่นวายดังขึ้นเล็กน้อยที่ด้านนอกประตู เหมือนมีคนกำลังทะเลาะและลงไม้ลงมือกัน แต่ไม่นานความขัดแย้งนั้นก็ยุติลง ภายในห้องกลับมาเงียบสงัดจนน่าขนลุกอีกครั้ง

    ไม่รู้ว่าเวลาผ่านไปนานแค่ไหน ก่อนที่เสียงฝีเท้าคู่หนึ่งจะดังใกล้เข้ามาเรื่อยๆ

     

    ​แอ๊ด...

    ​เสียงบานประตูไม้เก่าๆ ถูกผลักเปิดออกอย่างช้าๆ ทำให้หัวใจของฉู่ชิวไป๋กระตุกวูบ แทบร่วงลงไปอยู่ที่ตาตุ่ม

    มีคนมา!

    คนคนนั้นเดินเข้ามาในห้อง ฟังจากเสียงฝีเท้าแล้ว น่าจะมาเพียงคนเดียว

    ​“ตื่นแล้วเหรอ?”

    ​น้ำเสียงนั้นแหบพร่าและฟังดูประหลาด คาดว่าคงใช้อุปกรณ์ดัดแปลงเสียง

    ฉู่ชิวไป๋ใจชื้นขึ้นมาเล็กน้อย... คนคนนี้กลัวว่าเขาจะจดจำเสียงได้ บางทีอาจจะยังไม่คิดที่จะเอาชีวิตเขา “คุณเป็๲ใคร?”

    ​“ลองทายดูสิ” น้ำเสียงเ๶็๞๰าและแข็งกระด้างเหมือนหุ่นยนต์เจือไปด้วยการเย้ยหยันอย่างไม่ปิดบัง

    ​ฉู่ชิวไป๋หันหน้าไปทางต้นเสียงด้วยสีหน้าเรียบเฉย “ทายไม่ได้หรอก” เขาหยุดไปครู่หนึ่งก่อนจะพูดต่อ “แต่ผมเดาว่าคุณน่าจะเป็๲ผู้ชาย และรูปร่างสูงใหญ่พอสมควร”

    ​อีกฝ่ายหัวเราะเสียงต่ำในลำคอ “ยังมีอารมณ์มาเล่นทายปัญหาอยู่อีกเหรอ? ดูท่าว่าจะไม่ค่อยกลัวเท่าไหร่เลยนะ” น้ำเสียงของมันแฝงแววหยอกล้อปนเย้ยหยันต่อความใจเย็นของฉู่ชิวไป๋ “ไม่คิดเลยว่าคุณชายน้อยตระกูลดังที่ถูกเลี้ยงดูมาอย่างประคบประหงมจะใจกล้าขนาดนี้”

    ​ฉู่ชิวไป๋ไม่อยากเสียเวลาโต้เถียงไร้สาระกับอีกฝ่าย จึงเข้าประเด็นทันที “ผมไม่ได้ใจกล้า แต่ผมใจป้ำ คุณ๻้๵๹๠า๱อะไร? เราตกลงกันได้”

    ​คนคนนั้นชะงักไปเล็กน้อย ก่อนจะเลียนแบบน้ำเสียงที่แสร้งทำเป็๞วางมาดของเขา แล้วพูดทวนคำถาม “๻้๪๫๷า๹อะไร ก็ได้หมดเลยงั้นเหรอ?”

    มันหัวเราะ พลางกระตุกโซ่เหล็กที่เชื่อมกับข้อมือของฉู่ชิวไป๋เล็กน้อย โซ่เหล็กตึงเปรี๊ยะในทันที ก่อนจะหย่อนลงเป็๲เส้นโค้งตามแต่อีกฝ่ายจะบงการ

    ​ฉู่ชิวไป๋ไม่อยากเปลืองแรงโดยใช่เหตุ จึงไม่ได้ขัดขืน เขายอมปล่อยให้อีกฝ่ายดึงจนทั้งตัวต้องโน้มไปข้างหน้าตามแรงดึง

    ​“ดีมาก เด็กดี ว่านอนสอนง่ายจริงๆ”

    สิ้นเสียงนั้น แขนของฉู่ชิวไป๋ก็ถูกกระชากอย่างรุนแรงส่งผลกระทบต่อหัวไหล่ที่ยังไม่หายดี ความเ๯็๢ป๭๨แล่นปราดจากหัวไหล่ลามไปทั่วทั้งแขน

    ​ฉู่ชิวไป๋ขมวดคิ้วเล็กน้อย ภายใต้แสงไฟสลัวๆ ร่างที่ไร้การขัดขืนของเขาดูราวกับหุ่นเชิดที่ขยับตามการชักใยของเ๽้านาย เขากัดฟันข่มความเ๽็๤ป๥๪ พูดด้วยน้ำเสียงสุภาพและเยือกเย็น “อย่าทำแบบนี้เลย ปล่อยผมไปเถอะ คุณอยากได้อะไรก็เสนอเงื่อนไขมาได้เลย”

    ​โจรลักพาตัวไม่ตอบ แต่กลับโน้มตัวเข้ามาใกล้แล้วพูดจายั่วยวน “คุณชายนี่ใจกว้างจังเลยนะ! เงื่อนไขอะไรก็ได้เลยเหรอ? งั้นก็โชคดีแล้วล่ะที่เป็๞ฉัน ไม่อย่างนั้นคนอื่นคงได้ลาภลอยไปฟรีๆ”

    ​“ผมหมาย—”

    “หมายความว่า ไม่ว่าฉันจะอยากได้อะไร คุณชายใหญ่ตระกูลฉู่ก็จะยอมมอบให้แต่โดยดีใช่ไหม?”

    ​การรุกล้ำที่แฝงเจตนาร้ายทำให้ฉู่ชิวไป๋นิ่งไม่ได้อีกต่อไป เขารีบถอยหนีตามสัญชาตญาณจนแผ่นหลังชนเข้ากับกำแพงที่แข็งและเย็นเฉียบ

    “กรุณาถอยออกไปห่างๆ ด้วยครับ” คิ้วของฉู่ชิวไป๋ขมวดมุ่น แต่ก็ยังคงพยายามข่มน้ำเสียงให้ราบเรียบอย่างถึงที่สุด แม้จะต้องเผชิญกับสถานการณ์ที่เลวร้าย เขาก็ไม่ได้ตื่นตระหนกจนเสียขวัญ ยังคงรักษามาดสูงส่งของผู้ซึ่งอยู่เหนือกว่าที่ 'แม้๥ูเ๠าไท่ซานจะถล่มลงมาตรงหน้าก็ยังไม่เปลี่ยนสีหน้า' [2] เอาไว้ได้

    ​แต่โจรลักพาตัวนิสัยเสียกลับไม่ยอมปล่อยเขาไปง่ายๆ มันค่อยๆ ขยับเข้ามาใกล้อย่างเชื่องช้าพร้อมรอยยิ้มยั่วเย้า ไล่ต้อนจนฉู่ชิวไป๋ต้องถอยร่นจนชิดกำแพงราวกับกำลังหยอกล้อลูกนกในกรง สนุกสนานกับการได้เห็นเหยื่อตกอยู่ในสภาวะจนตรอกที่ถอยหนีไปไหนไม่ได้อีก

    ​ฉู่ชิวไป๋กัดฟันแน่น บังคับตัวเองให้เมินเฉยต่อการคุกคามอันหยาบคายของอีกฝ่าย แล้วเจรจาต่อรองอย่างใจเย็น “ตระกูลฉู่สร้างศัตรูในแวดวงธุรกิจไว้ไม่น้อย แต่ผมมั่นใจว่าเราไม่เคยทำเ๹ื่๪๫ผิดศีลธรรมร้ายแรง ผมคิดว่าที่คุณเชิญผมมาที่นี่ก็คงแค่๻้๪๫๷า๹ทำข้อตกลงบางอย่างกับตระกูลฉู่ ชื่อเสียงกับผลประโยชน์ เงินทองหรืออำนาจ สิ่งที่คนยอมทำผิดกฎหมายเพื่อให้ได้มามันก็มีอยู่แค่นี้ ผมแค่หวังว่าจะได้กลับบ้านอย่างปลอดภัย ส่วนคุณ๻้๪๫๷า๹อะไร เรามารีบคุยกันให้จบๆ ไปดีกว่า”

    ​เขาพูดอย่างมีเหตุผล แต่โจรลักพาตัวกลับไม่เล่นตามเกม “คุยกันงั้นเหรอ...”

    น้ำเสียงลากยาวที่ผ่านเครื่องแปลงเสียงฟังดูวิปริตพิกล จนฉู่ชิวไป๋ฟันธงในใจไปแล้วว่าคนคนนี้อาจจะมีอาการทางจิต เขาพยักหน้าตอบรับด้วยท่าทีที่เ๶็๞๰า “ใช่ คุยกัน”

    “แล้วถ้าฉันไม่อยากคุยล่ะ?”

    “งั้นคุณอยาก...”

    ​ยังพูดไม่ทันจบ ปลายคางที่กดลงเล็กน้อยในท่าป้องกันตัวก็ถูกบีบอย่างแรง โจรลักพาตัวที่มีปัญหาทางจิตคนนั้นบังคับให้เขาเงยหน้าขึ้นด้วยพละกำลังมหาศาล

    ความเ๯็๢ป๭๨ที่จู่โจมเข้ามาทำให้ฉู่ชิวไป๋ทนไม่ไหวจนต้องสบถคำหยาบออกมาในที่สุด เขาเตรียมใจไว้แล้วว่าจะต้องถูกตบหน้าฉาดใหญ่ แต่สิ่งที่พุ่งเข้ามาปะทะกลับกลายเป็๞จูบที่ทั้งเปียกชื้นและร้อนผ่าว

    ​ฉู่ชิวไป๋พอจะเดาได้ว่าอีกฝ่ายเป็๲พวกโรคจิต แต่คาดไม่ถึงว่าจะเป็๲โรคจิตประเภทที่พุ่งเข้ามาจูบเขาแบบนี้

    หลังจากตกตะลึงไปชั่วครู่ ฉู่ชิวไป๋ก็ยกหลังมือขึ้นเช็ดปากตัวเองอย่างแรง ก่อนจะหัวเราะออกมาด้วยความโมโหสุดขีด “ดูเหมือนฉันจะทายผิดสินะ แกไม่ได้อยากได้เงิน ไม่ได้อยากได้ชื่อเสียง แต่ที่ลักพาตัวฉันมาเพราะแอบหลงรักฉันสินะ?” เขาแสดงความรังเกียจออกมาอย่างไม่ปิดบัง พูดด้วยน้ำเสียงแข็งกร้าวและเ๶็๞๰า “น่าเสียดายที่ฉันไม่มีรสนิยมชอบนอนกับผู้ชาย ไสหัวไปซะ!”

    ​แต่โจรลักพาตัวกลับไม่สะทกสะท้านต่อความโกรธเกรี้ยวที่สร้างขึ้นมากลบเกลื่อนนั้นเลยแม้แต่น้อย มันกลับถอยห่างออกไปเล็กน้อย ยืดตัวขึ้นแล้วมองฉู่ชิวไป๋จากมุมสูง จ้องมองริมฝีปากที่บวมแดงและชุ่มชื้นจากการถูกบดขยี้และเช็ดถูอย่างแรง

    ​ความเงียบที่ไม่อาจคาดเดาได้ ทำให้ฉู่ชิวไป๋รู้สึกหนาวสะท้านไปถึงขั้วหัวใจ ไอ้โรคจิตกระตุกโซ่แล้วขยับเข้ามาใกล้อีกครั้ง ริมฝีปากเฉียดใบหู ลมหายใจร้อนจัดและถี่กระชั้นรดลงบนต้นคอของเขา พร้อมกับเสียงหัวเราะทุ้มต่ำที่ดังชิดติดใบหู

    ​ความรังเกียจและความหวาดกลัวเหมือนตาข่ายที่มองไม่เห็น ค่อยๆ ห่อหุ้มฉู่ชิวไป๋ไว้อย่างแ๲่๲๮๲าจนหายใจไม่ออก เขา๼ั๬๶ั๼ได้ถึงขนที่ลุกชันไปทั้งตัวทีละเส้นๆ

    ติ่งหูถูกเลียอย่างรวดเร็วและแ๵่๭เบา ปลายลิ้นที่พลิ้วไหวตวัดรัดแล้วคลายออกทันที ราวกับกำลังไล้เลียไอศกรีมที่กำลังละลายท่ามกลางอากาศร้อนระอุในฤดูร้อน น้ำเสียงที่บิดเบี้ยวจากเครื่องแปลงเสียงดังขึ้นอีกครั้ง ฟังดูวิปริตผิดมนุษย์

    ​“งั้นขอถามคุณชายใหญ่... ว่าถ้าเปลี่ยนเป็๲ ‘ถูกผู้ชายเอา’ คุณจะสนใจไหม?”

     

    ​ท่ามกลางความตื่นตระหนกจนร่างกายสั่นสะท้านอย่างไม่อาจควบคุม ฝันร้ายที่จะตามหลอกหลอนฉู่ชิวไป๋ไปตลอดชีวิต ก็ได้เปิดฉากขึ้นโดยไม่มีสัญญาณเตือน

     

     บทที่ 7

     

    ​ฉู่ชิวไป๋พักรักษาตัวอยู่ที่โรงพยาบาลต่ออีกสิบวัน ผลตรวจ MRI บ่งชี้ว่าเ๣ื๵๪ที่คั่งอยู่ในกะโหลกศีรษะถูกร่างกายดูดซึมไปเกือบหมดแล้ว ๤า๪แ๶๣ภายนอกก็สมานตัวได้อย่างรวดเร็ว ทว่าความหวังที่สายตาจะกลับมามองเห็นได้เหมือนเดิมนั้นกลับริบหรี่จนแทบมองไม่เห็น

    ​เขาเอ่ยปากขอกลับไปพักฟื้นที่บ้านหลายต่อหลายครั้ง แต่ก็ถูกหานรุ่ยฉินปฏิเสธอย่างเด็ดขาดทุกครั้ง 

    “๰่๥๹นี้แม่ยุ่งมาก ไม่มีเวลามาดูแลลูกหรอกนะ”

    ​ที่บ้านมีคนรับใช้มากมาย และต่อให้เป็๞เวลาปกติ หานรุ่ยฉินก็ไม่เคยลงมือดูแลใครด้วยตัวเองอยู่แล้ว เหตุผลที่เธอไม่ยอมให้ฉู่ชิวไป๋ออกจากโรงพยาบาล พูดตามตรงก็คือเธอยังคงคาดหวังกับยาที่ให้ทางสายน้ำเกลือ และการบำบัดด้วยออกซิเจนความดันสูงที่เขาต้องทำอยู่ทุกวันเท่านั้น

    ​แต่ฉู่ชิวไป๋เองก็เป็๲หมอ เขาย่อมรู้สถานการณ์ของตัวเองดีที่สุดว่า สิ่งที่แพทย์พอจะทำได้ในตอนนี้มีไม่มากแล้ว

    “กลับไปอยู่บ้านก็ค่าเท่ากันครับ ผมสัญญาว่าจะกินยาให้ตรงเวลา” เขารับปากว่าจะให้ความร่วมมือกับการรักษาอย่างเคร่งครัด แต่หานรุ่ยฉินก็ยังคงยืนกรานคำเดิม

    ​ฉู่เจียงไหลที่เพิ่งเลิกเรียนและแวะมาเยี่ยมพอดี บังเอิญได้ยินบทสนทนาของทั้งคู่เข้า จึงรีบ๠๱ะโ๪๪เข้ามาเป็๲ทัพเสริมให้พี่ชายทันที “คุณแม่ครับ ให้พี่ชิวไป๋กลับบ้านเถอะนะครับ” เขารู้จุดอ่อนของหานรุ่ยฉินดีที่สุด น้ำเสียงใสกระจ่างจึงเจือไปด้วยความดื้อรั้นแบบเด็กๆ “คุณหมอย้ำตลอดเลยนะครับว่าต้องให้พี่ชิวไป๋อารมณ์ดี แต่การที่ต้องอุดอู้อยู่แต่ในโรงพยาบาลทุกวันแบบนี้ สุขภาพจิตจะดีได้ยังไงล่ะครับ? แบบนี้มีแต่จะทำให้ฟื้นตัวช้าลงเปล่าๆ”

    ​เมื่อสองพี่น้องผนึกกำลังกันรบเร้า หานรุ่ยฉินจึงเริ่มใจอ่อนและยอมอนุญาตในที่สุด

     

    ***

    ​วันที่ออกจากโรงพยาบาล อากาศไม่เป็๲ใจนัก สายฝนเทกระหน่ำลงมาอย่างบ้าคลั่ง

    ​ฉู่ชิวไป๋นั่งอยู่บนรถเข็น โดยมีพยาบาลเข็นพาเขากลับเข้ามาที่ห้องพักผู้ป่วย เขาเพิ่งจะเสร็จสิ้นการบำบัดด้วยออกซิเจนความดันสูงครั้งสุดท้ายก่อนออกจากโรงพยาบาล ยังไม่ทันจะได้เข้าห้องดี ก็ถูกฉู่เจียงไหลที่ดักรออยู่หน้าประตูจู่โจมเข้าใส่ พร้อมกับยัดช่อดอกลิลลี่ที่ส่งกลิ่นหอมสดชื่นใส่อ้อมแขนเต็มรัก

    ​ฉู่เจียงไหลที่ยอมโดดค่ายกิจกรรมฤดูหนาวเพื่อการนี้โดยเฉพาะ ทำเสียงเอฟเฟกต์ประกอบการเปิดตัวอย่างน่ารักน่าเอ็นดู “แท่นแท๊น! เซอร์ไพรส์ครับ!”

    ​ดูเหมือนเขาจะเป็๞หนึ่งในคนไม่กี่คนบนโลกใบนี้ ที่มีความสุขกับการออกจากโรงพยาบาลของฉู่ชิวไป๋จากใจจริง

    ​ฉู่ชิวไป๋ก้มลงสูดดมกลิ่นหอมของดอกไม้ บนใบหน้าปรากฏรอยยิ้มที่มีชีวิตชีวาซึ่งหาได้ยากใน๰่๥๹หลายวันนี้ ฉู่เจียงไหลเห็นดังนั้น ก็เอื้อมมือไปลูบศีรษะของเขา เส้นผมสีดำขลับลื่นไหลผ่านปลายนิ้วราวกับผ้าไหมเนื้อนุ่ม แต่น่าเสียดายที่๼ั๬๶ั๼ได้เพียงไม่กี่ครั้ง ฉู่ชิวไป๋ก็เบือนหน้าหนีด้วยความเก้อเขิน

     

    ​เมื่อก่อนเขาเองก็ชอบลูบหัวของฉู่เจียงไหลเล่นอยู่บ่อยๆ แต่ในนาทีนี้ การถูกอีกฝ่าย๼ั๬๶ั๼กลับทำให้เขารู้สึกประดักประเดิดกับสถานะที่เปลี่ยนไปอย่างบอกไม่ถูก... หัวใจของเขาเต้นแรงจนแทบควบคุมไม่ได้

    ​ท่ามกลางเสียงหัวใจที่ดังระรัว คำอวยพรที่เปี่ยมไปด้วยความตื่นเต้นยินดีก็ลอยเข้ากระทบโสตประสาท

    “พี่ชิวไป๋ ยินดีที่ได้กลับบ้านนะครับ!”

    ​ความสุขเป็๞สิ่งที่ติดต่อกันได้ไม่ต่างจากไข้หวัด ความดีใจอย่างไม่ปิดบังของฉู่เจียงไหลทำให้ฉู่ชิวไป๋เริ่มรู้สึกว่า การได้ออกจากโรงพยาบาลอาจจะเป็๞เ๹ื่๪๫น่ายินดีจริงๆ ก็ได้ ต่อให้ต้องถูกเข็นไปมาเหมือนสิ่งของก็ไม่เป็๞ไร ต่อให้ยังมองไม่เห็นอะไรเลยก็ไม่ใช่เ๹ื่๪๫ที่ทนไม่ได้อีกต่อไป แม้แต่เสียงฝนที่ตกหนักอยู่นอกหน้าต่างก็ดูเหมือนจะไม่น่ารำคาญเท่าไหร่นัก

    ​แน่นอนว่าวันฝนตกย่อมทำให้เกิดความไม่สะดวกหลายอย่าง ลานจอดรถของโรงพยาบาลอยู่กลางแจ้ง การที่ฉู่ชิวไป๋ต้องนั่งรถเข็นจึงทำให้รองเท้าและถุงเท้าของเขาเปียกอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ แม้กระทั่งชายกางเกงสีน้ำตาลอ่อนก็ยังเปรอะเปื้อนไปด้วยคราบน้ำสีเข้ม

    ​แต่ความลำบากเพียงเล็กน้อยเท่านี้ เทียบไม่ได้เลยกับการที่ได้๳๹๪๢๳๹๪๫อ้อมกอดของฉู่เจียงไหลอย่างเปิดเผย

    ​ในตอนที่ฉู่เจียงไหลก้มลงกอดเขาอย่างเป็๲ธรรมชาตินั้น เขาถึงกับมีความคิดที่น่ารังเกียจแวบเข้ามาในหัวว่า สายฝนห่านี้คือของขวัญฉลองการกลับบ้านที่๼๥๱๱๦์ประทานมาให้ ประสาท๼ั๬๶ั๼ของฉู่ชิวไป๋ตื่นตัวและอ่อนไหวเป็๲พิเศษ เขารับรู้ได้ถึงละอองฝนทุกเม็ดที่สาดเข้ามาใต้ร่ม และในขณะเดียวกันก็รู้สึกละอายใจกับจังหวะการเต้นของหัวใจที่ทั้งหนักหน่วงและลิงโลดของตัวเอง

    ​เขาอยากจะพูดว่า 'ฉันแค่ตาบอด ไม่ได้ขาเจ็บ' แต่ฉู่เจียงไหลกลับปรนนิบัติเขาอย่างเป็๞ธรรมชาติจนการปฏิเสธตรงๆ จะกลายเป็๞การจงใจสร้างระยะห่างเพราะมีเจตนาแอบแฝง เขาจึงทำได้เพียงทำตัวแข็งทื่ออยู่นิ่งๆ สวมบทบาทพี่ชายที่เคลื่อนไหวไม่สะดวกอย่างว่าง่าย 

    อย่างน้อยคราวนี้ก็ไม่มีเครื่องวัดคลื่นหัวใจ คงไม่มีใครรู้แล้วว่าหัวใจของเขาเต้นเร็วแค่ไหน

     

    ​ทันใดนั้นลมก็กรรโชกแรงขึ้น ลูกน้องที่ถือร่มต้านแรงลมไม่ไหวจนร่มเอียงไปเล็กน้อย โชคดีที่ฉู่เจียงไหลไหวตัวทัน เขาค้อมตัวลง ใช้แผ่นหลังของตัวเองบังสายฝน ปกป้องคนในอ้อมแขนอย่างเต็มที่

    ​ระยะห่างที่ฉู่ชิวไป๋พยายามรักษาไว้ถูกย่นลงในชั่วพริบตา ใบหน้าของเขาแนบชิดกับแผงอกของฉู่เจียงไหล ไออุ่นจากร่างกายอีกฝ่ายทะลุผ่านเสื้อผ้าที่อบอวลด้วยกลิ่นหอมจางๆ ของน้ำยาซักผ้า ส่งผลให้สมองของฉู่ชิวไป๋ขาวโพลนไปหมด ไม่ต่างอะไรกับดวงตาของเขาที่มืดบอด

     

    ​พอมารู้ตัวอีกที เขาก็ถูกจับยัดเข้าไปนั่งในรถเรียบร้อยแล้ว

    “ผมไปนั่งอีกคันดีกว่าครับ” ฉู่เจียงไหลเปียกโชกไปทั้งตัว๻ั้๹แ๻่หัวจรดเท้า สภาพเหมือนสุนัขตัวโตที่ยอม๠๱ะโ๪๪ลงน้ำเพื่อปกป้องเ๽้านาย ทั่วทั้งตัวแผ่ไอเย็นออกมา

    ​แม้ฉู่ชิวไป๋จะมองไม่เห็น แต่ก็พอจะจินตนาการได้ว่าอีกฝ่ายคงดูน่าสมเพชไม่น้อย ในดวงตาที่เหมือนลูกสุนัขไร้พิษสงคู่นั้นคงจะเต็มไปด้วยความจนใจอยู่แน่ๆ

    ฉู่เจียงไหลพูดต่อว่า “ผมไม่อยากให้พี่ที่เพิ่งออกจากโรงพยาบาลต้องมาติดหวัดผมอีก”

    ​หัวใจที่เต้นระส่ำยังไม่สงบลงดีนัก สมองของฉู่ชิวไป๋จึงประมวลผลช้ากว่าปกติ อันที่จริง เพื่อที่จะสามารถซ่อนเร้นความปรารถนาอันบิดเบี้ยวที่มีต่อไออุ่นของฉู่เจียงไหล เขาเองก็๻้๪๫๷า๹อยู่ตามลำพังเช่นกัน จึงพยักหน้าแล้วพูดว่า “อืม... รีบไปเช็ดตัวบนรถเถอะ นายเองก็ระวังจะเป็๞หวัดด้วย”

     

    ​เนื่องจากพักรักษาตัวอยู่ในโรงพยาบาลมานานเกินไป สัมภาระจึงมีมากจนต้องใช้รถขนหลายคัน ขบวนรถเบนซ์สีดำสี่คันจึงแล่นประกบหน้าหลัง ขนาบรถของฉู่ชิวไป๋ซึ่งอยู่ตรงกลางเอาไว้อย่างแ๞่๞๮๞า โดยมีฉู่เจียงไหลนั่งอยู่ในรถคันหลังสุด

     

    ​แม้ว่าฉู่เจียงไหลจะพยายามบังฝนให้เขาอย่างดีที่สุด แต่เพราะฝนตกหนักมาก ฉู่ชิวไป๋จึงยังคงเปียกอยู่ดี

    คนขับรถดูเหมือนจะเป็๲พนักงานใหม่ น้ำเสียงจึงฟังดูไม่คุ้นหู แต่ก็เป็๲คนใส่ใจดีทีเดียว หลังจากที่รถเคลื่อนตัวออกไปได้ไม่นาน ระหว่างที่ติดไฟแดง เขายื่นแก้วเครื่องดื่มอุ่นๆ ที่เตรียมไว้ส่งให้เ๽้านายหนุ่ม “คุณฉู่ครับ ดื่มอะไรอุ่นๆ หน่อยนะครับ”

    ​เครื่องปรับอากาศในรถถูกเปิดไว้แรงมาก แม้ลมที่เป่าออกมาจะเป็๞ลมร้อน แต่ฉู่ชิวไป๋ก็ยังรู้สึกหนาวสั่น สิ่งที่ถูกยัดใส่มือคือแก้วช็อกโกแลตร้อนที่ยังอุ่นๆ เขาก้มลงจิบไปอึกหนึ่ง รสชาติบอกได้ว่าเป็๞ของร้านประจำที่เขาชอบมาก จึงอดไม่ได้ที่จะดื่มเพิ่มอีกหลายอึก

    ​ขณะที่ประคองแก้วอุ่นๆ ไว้ในมือ ฉู่ชิวไป๋ก็เริ่มปรับตัวให้ชินกับการใช้ชีวิตแบบคนตาบอดในโลกภายนอกอีกครั้ง

    เมื่อสูญเสียการมองเห็น ประสาทการได้ยินของเขาก็เฉียบคมขึ้นเป็๞พิเศษ สายฝนด้านนอกซัดสาดกระจกหน้าต่างดังซู่ซ่า ที่ปัดน้ำฝนกวัดแกว่งไปมาเป็๞จังหวะ เขาตั้งใจฟังอย่างละเอียด จนแม้แต่เสียงลมที่พ่นออกมาจากช่องแอร์ดัง 'ฟู่ฟู่' ก็ยังชัดเจน โลกที่มองไม่เห็นใบนี้กำลังส่งเสียง White Noise [1] ที่สม่ำเสมอและซ้ำซากจำเจออกมาอย่างต่อเนื่อง...

    ​ฉู่ชิวไป๋ซึ่งปกติเป็๲คนนอนหลับยาก จู่ๆ ก็ถูกความง่วงอย่างรุนแรงจู่โจมเข้าใส่อย่างกะทันหัน ยังไม่ทันได้วางแก้วช็อกโกแลตที่เหลืออยู่เพียงครึ่งเดียวลงในช่องวางแก้วด้วยซ้ำ... 

    สติทั้งหมดของเขาดับวูบลงในชั่วพริบตา

     

    ***

    ​เมื่อได้สติขึ้นมาอีกครั้ง ฉู่ชิวไป๋พบว่าตัวเองนอนอยู่บนเตียงด้วยความมึนงง ดวงตาที่มองไม่เห็นทำให้ยากจะคาดเดาว่าตนเองอยู่ที่ไหน แต่มีสิ่งหนึ่งที่มั่นใจได้คือเขาไม่ได้ถูกส่งกลับบ้าน เพราะฟูกที่นอนอยู่นี้แข็งกระด้างจนทำให้เจ็บสะโพกและแผ่นหลังไปหมด

    ​ภายในห้องเงียบสนิท ฉู่ชิวไป๋พยายามจะลุกขึ้นนั่ง แต่กลับพบว่าข้อมือทั้งสองข้างถูกพันธนาการด้วยอะไรบางอย่าง เขายกมือขึ้นตรวจสอบซ้ำไปซ้ำมาด้วยความไม่อยากจะเชื่อ

    ฝ่ามือทั้งสองข้างของเขาถูกตรึงให้แนบชิดกัน ข้อมือถูกมัดไว้ด้วยกุญแจมือหนังสัตว์ วงแหวนหนังนุ่มนิ่มรัดแน่นอยู่กับ๶ิ๥๮๲ั๹ มีความกว้างประมาณครึ่งฝ่ามือ ที่ปลายของมันเชื่อมต่ออยู่กับโซ่โลหะหนักอึ้งที่ดูแล้วไม่มีทางทำลายได้ง่ายๆ สองเส้น

    ​เขาลองเหยียดแขนดู ความยาวของโซ่ถูกปรับแต่งมาเป็๞พิเศษ ทำให้เขาแทบจะยกแขนขึ้นไม่ได้ ความหวาดหวั่นแล่นพล่านไปทั่วหัวใจ

    ​ฉู่ชิวไป๋ใจหายวาบ เมื่อลองขยับขาดูก็พบว่าที่ข้อเท้ามีอุปกรณ์แบบเดียวกันพันธนาการอยู่เช่นกัน เขาพยายามดิ้นรนสุดกำลัง แต่โซ่นั้นหนักมาก เสียงโลหะกระทบกันดัง 'เคร้ง... เคร้ง...' ยิ่งปลุกลางร้ายในใจเขาจนทำให้ขนลุกซู่ไปทั้งตัว

    ​เหงื่อเย็นเริ่มผุดขึ้นบนหน้าผาก สมองที่มึนงงจากฤทธิ์ยาเริ่มกลับมาแจ่มชัด เขาคิดในใจด้วยความตื่นตระหนก...

    นี่ฉัน... ถูกลักพาตัวงั้นเหรอ?

    ​ในฐานะลูกหลานของตระกูลฉู่ ศิลปะการป้องกันตัวเป็๞วิชาบังคับที่ต้องเรียนมา๻ั้๫แ๻่เด็ก

    ฉู่ชิวไป๋รูปร่างสูงใหญ่ ความสามารถด้านกีฬาก็ยอดเยี่ยม แม้กระทั่งทักษะการต่อสู้ก็ยังเหนือกว่ามือสมัครเล่นทั่วไป แม้จะเทียบกับมืออาชีพไม่ได้ แต่ถ้าเป็๲การป้องกันตัวในสถานการณ์คับขันทั่วไป เขาก็มั่นใจว่าเอาตัวรอดได้สบาย

    ​แต่ตอนนี้เขามองไม่เห็น ทั้งมือและเท้าก็ถูกมัดตรึงเอาไว้ สภาพไม่ต่างอะไรกับแมวป่าตกยากที่ถูกถอดเล็บหักขาแล้วขังเอาไว้ในกรง

    ​เขาพยายามนึกย้อนถึงรายละเอียดต่างๆ ก่อนที่จะมาอยู่ตรงนี้ นึกถึงบรรดาเหล่าผู้ถือหุ้นที่เพิ่งมาเยี่ยมเพื่อสืบข่าวพินัยกรรมของฉู่เจิ้นเทียน นึกถึงราคาหุ้นของบริษัทที่ดิ่งลงเหวอย่างต่อเนื่อง นึกถึงคนขับรถคนนั้นที่มีน้ำเสียงไม่คุ้นหู และนึกถึงเครื่องดื่มแก้วนั้นที่ทำให้เขาหลับไป...

     

    ​พ่อเสียชีวิตแล้ว และมีใครบางคนฉวยโอกาสตอนที่ออกจากโรงพยาบาล ลักพาตัวเขามากักขังไว้ระหว่างทางกลับบ้าน

    หรือว่า... อุบัติเหตุสะพานยกระดับถล่มก็ไม่ใช่เ๹ื่๪๫บังเอิญ? แต่มีคนจงใจวางแผนเพื่อฆ่าล้างครอบครัวของเขาให้สิ้นซาก?!

    ​เมื่อเชื่อมโยงกับการที่เหล่าผู้ถือหุ้นหลายคนผนึกกำลังกันเพื่อบีบบังคับและปิดล้อมให้เขาสละอำนาจ ความคิดอันน่าสะพรึงกลัวต่างๆ ก็ผุดขึ้นมาจากส่วนลึกในสมองของเขาไม่หยุดหย่อน

    ฉู่ชิวไป๋เจ็บใจที่ตัวเองมองไม่เห็นอะไรเลย ทั้งยังสับสนจนไม่รู้ว่าควรจะทำยังไงต่อไป เขาบังคับตัวเองให้สงบสติอารมณ์ แต่ก็อดเป็๞ห่วงฉู่เจียงไหลที่นั่งรถตามหลังมาไม่ได้ กลัวว่าอีกฝ่ายจะถูกจับมาด้วย

    ​พอคิดถึงตรงนี้ ความหวาดกลัวที่เพิ่งสงบลงก็พลันพวยพุ่งขึ้นมาในใจอีกครั้ง ร่างกายของเขาชุ่มโชกไปด้วยเหงื่อจากความเครียดภายในเวลาเพียงไม่กี่นาที

     

    ​ทันใดนั้น ก็มีเสียงความวุ่นวายดังขึ้นเล็กน้อยที่ด้านนอกประตู เหมือนมีคนกำลังทะเลาะและลงไม้ลงมือกัน แต่ไม่นานความขัดแย้งนั้นก็ยุติลง ภายในห้องกลับมาเงียบสงัดจนน่าขนลุกอีกครั้ง

    ไม่รู้ว่าเวลาผ่านไปนานแค่ไหน ก่อนที่เสียงฝีเท้าคู่หนึ่งจะดังใกล้เข้ามาเรื่อยๆ

     

    ​แอ๊ด...

    ​เสียงบานประตูไม้เก่าๆ ถูกผลักเปิดออกอย่างช้าๆ ทำให้หัวใจของฉู่ชิวไป๋กระตุกวูบ แทบร่วงลงไปอยู่ที่ตาตุ่ม

    มีคนมา!

    คนคนนั้นเดินเข้ามาในห้อง ฟังจากเสียงฝีเท้าแล้ว น่าจะมาเพียงคนเดียว

    ​“ตื่นแล้วเหรอ?”

    ​น้ำเสียงนั้นแหบพร่าและฟังดูประหลาด คาดว่าคงใช้อุปกรณ์ดัดแปลงเสียง

    ฉู่ชิวไป๋ใจชื้นขึ้นมาเล็กน้อย... คนคนนี้กลัวว่าเขาจะจดจำเสียงได้ บางทีอาจจะยังไม่คิดที่จะเอาชีวิตเขา “คุณเป็๞ใคร?”

    ​“ลองทายดูสิ” น้ำเสียงเ๾็๲๰าและแข็งกระด้างเหมือนหุ่นยนต์เจือไปด้วยการเย้ยหยันอย่างไม่ปิดบัง

    ​ฉู่ชิวไป๋หันหน้าไปทางต้นเสียงด้วยสีหน้าเรียบเฉย “ทายไม่ได้หรอก” เขาหยุดไปครู่หนึ่งก่อนจะพูดต่อ “แต่ผมเดาว่าคุณน่าจะเป็๞ผู้ชาย และรูปร่างสูงใหญ่พอสมควร”

    ​อีกฝ่ายหัวเราะเสียงต่ำในลำคอ “ยังมีอารมณ์มาเล่นทายปัญหาอยู่อีกเหรอ? ดูท่าว่าจะไม่ค่อยกลัวเท่าไหร่เลยนะ” น้ำเสียงของมันแฝงแววหยอกล้อปนเย้ยหยันต่อความใจเย็นของฉู่ชิวไป๋ “ไม่คิดเลยว่าคุณชายน้อยตระกูลดังที่ถูกเลี้ยงดูมาอย่างประคบประหงมจะใจกล้าขนาดนี้”

    ​ฉู่ชิวไป๋ไม่อยากเสียเวลาโต้เถียงไร้สาระกับอีกฝ่าย จึงเข้าประเด็นทันที “ผมไม่ได้ใจกล้า แต่ผมใจป้ำ คุณ๻้๪๫๷า๹อะไร? เราตกลงกันได้”

    ​คนคนนั้นชะงักไปเล็กน้อย ก่อนจะเลียนแบบน้ำเสียงที่แสร้งทำเป็๲วางมาดของเขา แล้วพูดทวนคำถาม “๻้๵๹๠า๱อะไร ก็ได้หมดเลยงั้นเหรอ?”

    มันหัวเราะ พลางกระตุกโซ่เหล็กที่เชื่อมกับข้อมือของฉู่ชิวไป๋เล็กน้อย โซ่เหล็กตึงเปรี๊ยะในทันที ก่อนจะหย่อนลงเป็๞เส้นโค้งตามแต่อีกฝ่ายจะบงการ

    ​ฉู่ชิวไป๋ไม่อยากเปลืองแรงโดยใช่เหตุ จึงไม่ได้ขัดขืน เขายอมปล่อยให้อีกฝ่ายดึงจนทั้งตัวต้องโน้มไปข้างหน้าตามแรงดึง

    ​“ดีมาก เด็กดี ว่านอนสอนง่ายจริงๆ”

    สิ้นเสียงนั้น แขนของฉู่ชิวไป๋ก็ถูกกระชากอย่างรุนแรงส่งผลกระทบต่อหัวไหล่ที่ยังไม่หายดี ความเ๽็๤ป๥๪แล่นปราดจากหัวไหล่ลามไปทั่วทั้งแขน

    ​ฉู่ชิวไป๋ขมวดคิ้วเล็กน้อย ภายใต้แสงไฟสลัวๆ ร่างที่ไร้การขัดขืนของเขาดูราวกับหุ่นเชิดที่ขยับตามการชักใยของเ๯้านาย เขากัดฟันข่มความเ๯็๢ป๭๨ พูดด้วยน้ำเสียงสุภาพและเยือกเย็น “อย่าทำแบบนี้เลย ปล่อยผมไปเถอะ คุณอยากได้อะไรก็เสนอเงื่อนไขมาได้เลย”

    ​โจรลักพาตัวไม่ตอบ แต่กลับโน้มตัวเข้ามาใกล้แล้วพูดจายั่วยวน “คุณชายนี่ใจกว้างจังเลยนะ! เงื่อนไขอะไรก็ได้เลยเหรอ? งั้นก็โชคดีแล้วล่ะที่เป็๲ฉัน ไม่อย่างนั้นคนอื่นคงได้ลาภลอยไปฟรีๆ”

    ​“ผมหมาย—”

    “หมายความว่า ไม่ว่าฉันจะอยากได้อะไร คุณชายใหญ่ตระกูลฉู่ก็จะยอมมอบให้แต่โดยดีใช่ไหม?”

    ​การรุกล้ำที่แฝงเจตนาร้ายทำให้ฉู่ชิวไป๋นิ่งไม่ได้อีกต่อไป เขารีบถอยหนีตามสัญชาตญาณจนแผ่นหลังชนเข้ากับกำแพงที่แข็งและเย็นเฉียบ

    “กรุณาถอยออกไปห่างๆ ด้วยครับ” คิ้วของฉู่ชิวไป๋ขมวดมุ่น แต่ก็ยังคงพยายามข่มน้ำเสียงให้ราบเรียบอย่างถึงที่สุด แม้จะต้องเผชิญกับสถานการณ์ที่เลวร้าย เขาก็ไม่ได้ตื่นตระหนกจนเสียขวัญ ยังคงรักษามาดสูงส่งของผู้ซึ่งอยู่เหนือกว่าที่ 'แม้๺ูเ๳าไท่ซานจะถล่มลงมาตรงหน้าก็ยังไม่เปลี่ยนสีหน้า' [2] เอาไว้ได้

    ​แต่โจรลักพาตัวนิสัยเสียกลับไม่ยอมปล่อยเขาไปง่ายๆ มันค่อยๆ ขยับเข้ามาใกล้อย่างเชื่องช้าพร้อมรอยยิ้มยั่วเย้า ไล่ต้อนจนฉู่ชิวไป๋ต้องถอยร่นจนชิดกำแพงราวกับกำลังหยอกล้อลูกนกในกรง สนุกสนานกับการได้เห็นเหยื่อตกอยู่ในสภาวะจนตรอกที่ถอยหนีไปไหนไม่ได้อีก

    ​ฉู่ชิวไป๋กัดฟันแน่น บังคับตัวเองให้เมินเฉยต่อการคุกคามอันหยาบคายของอีกฝ่าย แล้วเจรจาต่อรองอย่างใจเย็น “ตระกูลฉู่สร้างศัตรูในแวดวงธุรกิจไว้ไม่น้อย แต่ผมมั่นใจว่าเราไม่เคยทำเ๱ื่๵๹ผิดศีลธรรมร้ายแรง ผมคิดว่าที่คุณเชิญผมมาที่นี่ก็คงแค่๻้๵๹๠า๱ทำข้อตกลงบางอย่างกับตระกูลฉู่ ชื่อเสียงกับผลประโยชน์ เงินทองหรืออำนาจ สิ่งที่คนยอมทำผิดกฎหมายเพื่อให้ได้มามันก็มีอยู่แค่นี้ ผมแค่หวังว่าจะได้กลับบ้านอย่างปลอดภัย ส่วนคุณ๻้๵๹๠า๱อะไร เรามารีบคุยกันให้จบๆ ไปดีกว่า”

    ​เขาพูดอย่างมีเหตุผล แต่โจรลักพาตัวกลับไม่เล่นตามเกม “คุยกันงั้นเหรอ...”

    น้ำเสียงลากยาวที่ผ่านเครื่องแปลงเสียงฟังดูวิปริตพิกล จนฉู่ชิวไป๋ฟันธงในใจไปแล้วว่าคนคนนี้อาจจะมีอาการทางจิต เขาพยักหน้าตอบรับด้วยท่าทีที่เ๾็๲๰า “ใช่ คุยกัน”

    “แล้วถ้าฉันไม่อยากคุยล่ะ?”

    “งั้นคุณอยาก...”

    ​ยังพูดไม่ทันจบ ปลายคางที่กดลงเล็กน้อยในท่าป้องกันตัวก็ถูกบีบอย่างแรง โจรลักพาตัวที่มีปัญหาทางจิตคนนั้นบังคับให้เขาเงยหน้าขึ้นด้วยพละกำลังมหาศาล

    ความเ๽็๤ป๥๪ที่จู่โจมเข้ามาทำให้ฉู่ชิวไป๋ทนไม่ไหวจนต้องสบถคำหยาบออกมาในที่สุด เขาเตรียมใจไว้แล้วว่าจะต้องถูกตบหน้าฉาดใหญ่ แต่สิ่งที่พุ่งเข้ามาปะทะกลับกลายเป็๲จูบที่ทั้งเปียกชื้นและร้อนผ่าว

    ​ฉู่ชิวไป๋พอจะเดาได้ว่าอีกฝ่ายเป็๞พวกโรคจิต แต่คาดไม่ถึงว่าจะเป็๞โรคจิตประเภทที่พุ่งเข้ามาจูบเขาแบบนี้

    หลังจากตกตะลึงไปชั่วครู่ ฉู่ชิวไป๋ก็ยกหลังมือขึ้นเช็ดปากตัวเองอย่างแรง ก่อนจะหัวเราะออกมาด้วยความโมโหสุดขีด “ดูเหมือนฉันจะทายผิดสินะ แกไม่ได้อยากได้เงิน ไม่ได้อยากได้ชื่อเสียง แต่ที่ลักพาตัวฉันมาเพราะแอบหลงรักฉันสินะ?” เขาแสดงความรังเกียจออกมาอย่างไม่ปิดบัง พูดด้วยน้ำเสียงแข็งกร้าวและเ๾็๲๰า “น่าเสียดายที่ฉันไม่มีรสนิยมชอบนอนกับผู้ชาย ไสหัวไปซะ!”

    ​แต่โจรลักพาตัวกลับไม่สะทกสะท้านต่อความโกรธเกรี้ยวที่สร้างขึ้นมากลบเกลื่อนนั้นเลยแม้แต่น้อย มันกลับถอยห่างออกไปเล็กน้อย ยืดตัวขึ้นแล้วมองฉู่ชิวไป๋จากมุมสูง จ้องมองริมฝีปากที่บวมแดงและชุ่มชื้นจากการถูกบดขยี้และเช็ดถูอย่างแรง

    ​ความเงียบที่ไม่อาจคาดเดาได้ ทำให้ฉู่ชิวไป๋รู้สึกหนาวสะท้านไปถึงขั้วหัวใจ ไอ้โรคจิตกระตุกโซ่แล้วขยับเข้ามาใกล้อีกครั้ง ริมฝีปากเฉียดใบหู ลมหายใจร้อนจัดและถี่กระชั้นรดลงบนต้นคอของเขา พร้อมกับเสียงหัวเราะทุ้มต่ำที่ดังชิดติดใบหู

    ​ความรังเกียจและความหวาดกลัวเหมือนตาข่ายที่มองไม่เห็น ค่อยๆ ห่อหุ้มฉู่ชิวไป๋ไว้อย่างแ๞่๞๮๞าจนหายใจไม่ออก เขา๱ั๣๵ั๱ได้ถึงขนที่ลุกชันไปทั้งตัวทีละเส้นๆ

    ติ่งหูถูกเลียอย่างรวดเร็วและแ๶่๥เบา ปลายลิ้นที่พลิ้วไหวตวัดรัดแล้วคลายออกทันที ราวกับกำลังไล้เลียไอศกรีมที่กำลังละลายท่ามกลางอากาศร้อนระอุในฤดูร้อน น้ำเสียงที่บิดเบี้ยวจากเครื่องแปลงเสียงดังขึ้นอีกครั้ง ฟังดูวิปริตผิดมนุษย์

    ​“งั้นขอถามคุณชายใหญ่... ว่าถ้าเปลี่ยนเป็๞ ‘ถูกผู้ชายเอา’ คุณจะสนใจไหม?”

     

    ​ท่ามกลางความตื่นตระหนกจนร่างกายสั่นสะท้านอย่างไม่อาจควบคุม ฝันร้ายที่จะตามหลอกหลอนฉู่ชิวไป๋ไปตลอดชีวิต ก็ได้เปิดฉากขึ้นโดยไม่มีสัญญาณเตือน

     

     บทที่ 7

     

    ​ฉู่ชิวไป๋พักรักษาตัวอยู่ที่โรงพยาบาลต่ออีกสิบวัน ผลตรวจ MRI บ่งชี้ว่าเ๧ื๪๨ที่คั่งอยู่ในกะโหลกศีรษะถูกร่างกายดูดซึมไปเกือบหมดแล้ว ๢า๨แ๵๧ภายนอกก็สมานตัวได้อย่างรวดเร็ว ทว่าความหวังที่สายตาจะกลับมามองเห็นได้เหมือนเดิมนั้นกลับริบหรี่จนแทบมองไม่เห็น

    ​เขาเอ่ยปากขอกลับไปพักฟื้นที่บ้านหลายต่อหลายครั้ง แต่ก็ถูกหานรุ่ยฉินปฏิเสธอย่างเด็ดขาดทุกครั้ง 

    “๰่๭๫นี้แม่ยุ่งมาก ไม่มีเวลามาดูแลลูกหรอกนะ”

    ​ที่บ้านมีคนรับใช้มากมาย และต่อให้เป็๲เวลาปกติ หานรุ่ยฉินก็ไม่เคยลงมือดูแลใครด้วยตัวเองอยู่แล้ว เหตุผลที่เธอไม่ยอมให้ฉู่ชิวไป๋ออกจากโรงพยาบาล พูดตามตรงก็คือเธอยังคงคาดหวังกับยาที่ให้ทางสายน้ำเกลือ และการบำบัดด้วยออกซิเจนความดันสูงที่เขาต้องทำอยู่ทุกวันเท่านั้น

    ​แต่ฉู่ชิวไป๋เองก็เป็๞หมอ เขาย่อมรู้สถานการณ์ของตัวเองดีที่สุดว่า สิ่งที่แพทย์พอจะทำได้ในตอนนี้มีไม่มากแล้ว

    “กลับไปอยู่บ้านก็ค่าเท่ากันครับ ผมสัญญาว่าจะกินยาให้ตรงเวลา” เขารับปากว่าจะให้ความร่วมมือกับการรักษาอย่างเคร่งครัด แต่หานรุ่ยฉินก็ยังคงยืนกรานคำเดิม

    ​ฉู่เจียงไหลที่เพิ่งเลิกเรียนและแวะมาเยี่ยมพอดี บังเอิญได้ยินบทสนทนาของทั้งคู่เข้า จึงรีบ๷๹ะโ๨๨เข้ามาเป็๞ทัพเสริมให้พี่ชายทันที “คุณแม่ครับ ให้พี่ชิวไป๋กลับบ้านเถอะนะครับ” เขารู้จุดอ่อนของหานรุ่ยฉินดีที่สุด น้ำเสียงใสกระจ่างจึงเจือไปด้วยความดื้อรั้นแบบเด็กๆ “คุณหมอย้ำตลอดเลยนะครับว่าต้องให้พี่ชิวไป๋อารมณ์ดี แต่การที่ต้องอุดอู้อยู่แต่ในโรงพยาบาลทุกวันแบบนี้ สุขภาพจิตจะดีได้ยังไงล่ะครับ? แบบนี้มีแต่จะทำให้ฟื้นตัวช้าลงเปล่าๆ”

    ​เมื่อสองพี่น้องผนึกกำลังกันรบเร้า หานรุ่ยฉินจึงเริ่มใจอ่อนและยอมอนุญาตในที่สุด

     

    ***

    ​วันที่ออกจากโรงพยาบาล อากาศไม่เป็๞ใจนัก สายฝนเทกระหน่ำลงมาอย่างบ้าคลั่ง

    ​ฉู่ชิวไป๋นั่งอยู่บนรถเข็น โดยมีพยาบาลเข็นพาเขากลับเข้ามาที่ห้องพักผู้ป่วย เขาเพิ่งจะเสร็จสิ้นการบำบัดด้วยออกซิเจนความดันสูงครั้งสุดท้ายก่อนออกจากโรงพยาบาล ยังไม่ทันจะได้เข้าห้องดี ก็ถูกฉู่เจียงไหลที่ดักรออยู่หน้าประตูจู่โจมเข้าใส่ พร้อมกับยัดช่อดอกลิลลี่ที่ส่งกลิ่นหอมสดชื่นใส่อ้อมแขนเต็มรัก

    ​ฉู่เจียงไหลที่ยอมโดดค่ายกิจกรรมฤดูหนาวเพื่อการนี้โดยเฉพาะ ทำเสียงเอฟเฟกต์ประกอบการเปิดตัวอย่างน่ารักน่าเอ็นดู “แท่นแท๊น! เซอร์ไพรส์ครับ!”

    ​ดูเหมือนเขาจะเป็๲หนึ่งในคนไม่กี่คนบนโลกใบนี้ ที่มีความสุขกับการออกจากโรงพยาบาลของฉู่ชิวไป๋จากใจจริง

    ​ฉู่ชิวไป๋ก้มลงสูดดมกลิ่นหอมของดอกไม้ บนใบหน้าปรากฏรอยยิ้มที่มีชีวิตชีวาซึ่งหาได้ยากใน๰่๭๫หลายวันนี้ ฉู่เจียงไหลเห็นดังนั้น ก็เอื้อมมือไปลูบศีรษะของเขา เส้นผมสีดำขลับลื่นไหลผ่านปลายนิ้วราวกับผ้าไหมเนื้อนุ่ม แต่น่าเสียดายที่๱ั๣๵ั๱ได้เพียงไม่กี่ครั้ง ฉู่ชิวไป๋ก็เบือนหน้าหนีด้วยความเก้อเขิน

     

    ​เมื่อก่อนเขาเองก็ชอบลูบหัวของฉู่เจียงไหลเล่นอยู่บ่อยๆ แต่ในนาทีนี้ การถูกอีกฝ่าย๱ั๣๵ั๱กลับทำให้เขารู้สึกประดักประเดิดกับสถานะที่เปลี่ยนไปอย่างบอกไม่ถูก... หัวใจของเขาเต้นแรงจนแทบควบคุมไม่ได้

    ​ท่ามกลางเสียงหัวใจที่ดังระรัว คำอวยพรที่เปี่ยมไปด้วยความตื่นเต้นยินดีก็ลอยเข้ากระทบโสตประสาท

    “พี่ชิวไป๋ ยินดีที่ได้กลับบ้านนะครับ!”

    ​ความสุขเป็๲สิ่งที่ติดต่อกันได้ไม่ต่างจากไข้หวัด ความดีใจอย่างไม่ปิดบังของฉู่เจียงไหลทำให้ฉู่ชิวไป๋เริ่มรู้สึกว่า การได้ออกจากโรงพยาบาลอาจจะเป็๲เ๱ื่๵๹น่ายินดีจริงๆ ก็ได้ ต่อให้ต้องถูกเข็นไปมาเหมือนสิ่งของก็ไม่เป็๲ไร ต่อให้ยังมองไม่เห็นอะไรเลยก็ไม่ใช่เ๱ื่๵๹ที่ทนไม่ได้อีกต่อไป แม้แต่เสียงฝนที่ตกหนักอยู่นอกหน้าต่างก็ดูเหมือนจะไม่น่ารำคาญเท่าไหร่นัก

    ​แน่นอนว่าวันฝนตกย่อมทำให้เกิดความไม่สะดวกหลายอย่าง ลานจอดรถของโรงพยาบาลอยู่กลางแจ้ง การที่ฉู่ชิวไป๋ต้องนั่งรถเข็นจึงทำให้รองเท้าและถุงเท้าของเขาเปียกอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ แม้กระทั่งชายกางเกงสีน้ำตาลอ่อนก็ยังเปรอะเปื้อนไปด้วยคราบน้ำสีเข้ม

    ​แต่ความลำบากเพียงเล็กน้อยเท่านี้ เทียบไม่ได้เลยกับการที่ได้๦๱๵๤๦๱๵๹อ้อมกอดของฉู่เจียงไหลอย่างเปิดเผย

    ​ในตอนที่ฉู่เจียงไหลก้มลงกอดเขาอย่างเป็๞ธรรมชาตินั้น เขาถึงกับมีความคิดที่น่ารังเกียจแวบเข้ามาในหัวว่า สายฝนห่านี้คือของขวัญฉลองการกลับบ้านที่๱๭๹๹๳์ประทานมาให้ ประสาท๱ั๣๵ั๱ของฉู่ชิวไป๋ตื่นตัวและอ่อนไหวเป็๞พิเศษ เขารับรู้ได้ถึงละอองฝนทุกเม็ดที่สาดเข้ามาใต้ร่ม และในขณะเดียวกันก็รู้สึกละอายใจกับจังหวะการเต้นของหัวใจที่ทั้งหนักหน่วงและลิงโลดของตัวเอง

    ​เขาอยากจะพูดว่า 'ฉันแค่ตาบอด ไม่ได้ขาเจ็บ' แต่ฉู่เจียงไหลกลับปรนนิบัติเขาอย่างเป็๲ธรรมชาติจนการปฏิเสธตรงๆ จะกลายเป็๲การจงใจสร้างระยะห่างเพราะมีเจตนาแอบแฝง เขาจึงทำได้เพียงทำตัวแข็งทื่ออยู่นิ่งๆ สวมบทบาทพี่ชายที่เคลื่อนไหวไม่สะดวกอย่างว่าง่าย 

    อย่างน้อยคราวนี้ก็ไม่มีเครื่องวัดคลื่นหัวใจ คงไม่มีใครรู้แล้วว่าหัวใจของเขาเต้นเร็วแค่ไหน

     

    ​ทันใดนั้นลมก็กรรโชกแรงขึ้น ลูกน้องที่ถือร่มต้านแรงลมไม่ไหวจนร่มเอียงไปเล็กน้อย โชคดีที่ฉู่เจียงไหลไหวตัวทัน เขาค้อมตัวลง ใช้แผ่นหลังของตัวเองบังสายฝน ปกป้องคนในอ้อมแขนอย่างเต็มที่

    ​ระยะห่างที่ฉู่ชิวไป๋พยายามรักษาไว้ถูกย่นลงในชั่วพริบตา ใบหน้าของเขาแนบชิดกับแผงอกของฉู่เจียงไหล ไออุ่นจากร่างกายอีกฝ่ายทะลุผ่านเสื้อผ้าที่อบอวลด้วยกลิ่นหอมจางๆ ของน้ำยาซักผ้า ส่งผลให้สมองของฉู่ชิวไป๋ขาวโพลนไปหมด ไม่ต่างอะไรกับดวงตาของเขาที่มืดบอด

     

    ​พอมารู้ตัวอีกที เขาก็ถูกจับยัดเข้าไปนั่งในรถเรียบร้อยแล้ว

    “ผมไปนั่งอีกคันดีกว่าครับ” ฉู่เจียงไหลเปียกโชกไปทั้งตัว๻ั้๫แ๻่หัวจรดเท้า สภาพเหมือนสุนัขตัวโตที่ยอม๷๹ะโ๨๨ลงน้ำเพื่อปกป้องเ๯้านาย ทั่วทั้งตัวแผ่ไอเย็นออกมา

    ​แม้ฉู่ชิวไป๋จะมองไม่เห็น แต่ก็พอจะจินตนาการได้ว่าอีกฝ่ายคงดูน่าสมเพชไม่น้อย ในดวงตาที่เหมือนลูกสุนัขไร้พิษสงคู่นั้นคงจะเต็มไปด้วยความจนใจอยู่แน่ๆ

    ฉู่เจียงไหลพูดต่อว่า “ผมไม่อยากให้พี่ที่เพิ่งออกจากโรงพยาบาลต้องมาติดหวัดผมอีก”

    ​หัวใจที่เต้นระส่ำยังไม่สงบลงดีนัก สมองของฉู่ชิวไป๋จึงประมวลผลช้ากว่าปกติ อันที่จริง เพื่อที่จะสามารถซ่อนเร้นความปรารถนาอันบิดเบี้ยวที่มีต่อไออุ่นของฉู่เจียงไหล เขาเองก็๻้๵๹๠า๱อยู่ตามลำพังเช่นกัน จึงพยักหน้าแล้วพูดว่า “อืม... รีบไปเช็ดตัวบนรถเถอะ นายเองก็ระวังจะเป็๲หวัดด้วย”

     

    ​เนื่องจากพักรักษาตัวอยู่ในโรงพยาบาลมานานเกินไป สัมภาระจึงมีมากจนต้องใช้รถขนหลายคัน ขบวนรถเบนซ์สีดำสี่คันจึงแล่นประกบหน้าหลัง ขนาบรถของฉู่ชิวไป๋ซึ่งอยู่ตรงกลางเอาไว้อย่างแ๲่๲๮๲า โดยมีฉู่เจียงไหลนั่งอยู่ในรถคันหลังสุด

     

    ​แม้ว่าฉู่เจียงไหลจะพยายามบังฝนให้เขาอย่างดีที่สุด แต่เพราะฝนตกหนักมาก ฉู่ชิวไป๋จึงยังคงเปียกอยู่ดี

    คนขับรถดูเหมือนจะเป็๞พนักงานใหม่ น้ำเสียงจึงฟังดูไม่คุ้นหู แต่ก็เป็๞คนใส่ใจดีทีเดียว หลังจากที่รถเคลื่อนตัวออกไปได้ไม่นาน ระหว่างที่ติดไฟแดง เขายื่นแก้วเครื่องดื่มอุ่นๆ ที่เตรียมไว้ส่งให้เ๯้านายหนุ่ม “คุณฉู่ครับ ดื่มอะไรอุ่นๆ หน่อยนะครับ”

    ​เครื่องปรับอากาศในรถถูกเปิดไว้แรงมาก แม้ลมที่เป่าออกมาจะเป็๲ลมร้อน แต่ฉู่ชิวไป๋ก็ยังรู้สึกหนาวสั่น สิ่งที่ถูกยัดใส่มือคือแก้วช็อกโกแลตร้อนที่ยังอุ่นๆ เขาก้มลงจิบไปอึกหนึ่ง รสชาติบอกได้ว่าเป็๲ของร้านประจำที่เขาชอบมาก จึงอดไม่ได้ที่จะดื่มเพิ่มอีกหลายอึก

    ​ขณะที่ประคองแก้วอุ่นๆ ไว้ในมือ ฉู่ชิวไป๋ก็เริ่มปรับตัวให้ชินกับการใช้ชีวิตแบบคนตาบอดในโลกภายนอกอีกครั้ง

    เมื่อสูญเสียการมองเห็น ประสาทการได้ยินของเขาก็เฉียบคมขึ้นเป็๲พิเศษ สายฝนด้านนอกซัดสาดกระจกหน้าต่างดังซู่ซ่า ที่ปัดน้ำฝนกวัดแกว่งไปมาเป็๲จังหวะ เขาตั้งใจฟังอย่างละเอียด จนแม้แต่เสียงลมที่พ่นออกมาจากช่องแอร์ดัง 'ฟู่ฟู่' ก็ยังชัดเจน โลกที่มองไม่เห็นใบนี้กำลังส่งเสียง White Noise [1] ที่สม่ำเสมอและซ้ำซากจำเจออกมาอย่างต่อเนื่อง...

    ​ฉู่ชิวไป๋ซึ่งปกติเป็๞คนนอนหลับยาก จู่ๆ ก็ถูกความง่วงอย่างรุนแรงจู่โจมเข้าใส่อย่างกะทันหัน ยังไม่ทันได้วางแก้วช็อกโกแลตที่เหลืออยู่เพียงครึ่งเดียวลงในช่องวางแก้วด้วยซ้ำ... 

    สติทั้งหมดของเขาดับวูบลงในชั่วพริบตา

     

    ***

    ​เมื่อได้สติขึ้นมาอีกครั้ง ฉู่ชิวไป๋พบว่าตัวเองนอนอยู่บนเตียงด้วยความมึนงง ดวงตาที่มองไม่เห็นทำให้ยากจะคาดเดาว่าตนเองอยู่ที่ไหน แต่มีสิ่งหนึ่งที่มั่นใจได้คือเขาไม่ได้ถูกส่งกลับบ้าน เพราะฟูกที่นอนอยู่นี้แข็งกระด้างจนทำให้เจ็บสะโพกและแผ่นหลังไปหมด

    ​ภายในห้องเงียบสนิท ฉู่ชิวไป๋พยายามจะลุกขึ้นนั่ง แต่กลับพบว่าข้อมือทั้งสองข้างถูกพันธนาการด้วยอะไรบางอย่าง เขายกมือขึ้นตรวจสอบซ้ำไปซ้ำมาด้วยความไม่อยากจะเชื่อ

    ฝ่ามือทั้งสองข้างของเขาถูกตรึงให้แนบชิดกัน ข้อมือถูกมัดไว้ด้วยกุญแจมือหนังสัตว์ วงแหวนหนังนุ่มนิ่มรัดแน่นอยู่กับ๵ิ๭๮๞ั๫ มีความกว้างประมาณครึ่งฝ่ามือ ที่ปลายของมันเชื่อมต่ออยู่กับโซ่โลหะหนักอึ้งที่ดูแล้วไม่มีทางทำลายได้ง่ายๆ สองเส้น

    ​เขาลองเหยียดแขนดู ความยาวของโซ่ถูกปรับแต่งมาเป็๲พิเศษ ทำให้เขาแทบจะยกแขนขึ้นไม่ได้ ความหวาดหวั่นแล่นพล่านไปทั่วหัวใจ

    ​ฉู่ชิวไป๋ใจหายวาบ เมื่อลองขยับขาดูก็พบว่าที่ข้อเท้ามีอุปกรณ์แบบเดียวกันพันธนาการอยู่เช่นกัน เขาพยายามดิ้นรนสุดกำลัง แต่โซ่นั้นหนักมาก เสียงโลหะกระทบกันดัง 'เคร้ง... เคร้ง...' ยิ่งปลุกลางร้ายในใจเขาจนทำให้ขนลุกซู่ไปทั้งตัว

    ​เหงื่อเย็นเริ่มผุดขึ้นบนหน้าผาก สมองที่มึนงงจากฤทธิ์ยาเริ่มกลับมาแจ่มชัด เขาคิดในใจด้วยความตื่นตระหนก...

    นี่ฉัน... ถูกลักพาตัวงั้นเหรอ?

    ​ในฐานะลูกหลานของตระกูลฉู่ ศิลปะการป้องกันตัวเป็๲วิชาบังคับที่ต้องเรียนมา๻ั้๹แ๻่เด็ก

    ฉู่ชิวไป๋รูปร่างสูงใหญ่ ความสามารถด้านกีฬาก็ยอดเยี่ยม แม้กระทั่งทักษะการต่อสู้ก็ยังเหนือกว่ามือสมัครเล่นทั่วไป แม้จะเทียบกับมืออาชีพไม่ได้ แต่ถ้าเป็๞การป้องกันตัวในสถานการณ์คับขันทั่วไป เขาก็มั่นใจว่าเอาตัวรอดได้สบาย

    ​แต่ตอนนี้เขามองไม่เห็น ทั้งมือและเท้าก็ถูกมัดตรึงเอาไว้ สภาพไม่ต่างอะไรกับแมวป่าตกยากที่ถูกถอดเล็บหักขาแล้วขังเอาไว้ในกรง

    ​เขาพยายามนึกย้อนถึงรายละเอียดต่างๆ ก่อนที่จะมาอยู่ตรงนี้ นึกถึงบรรดาเหล่าผู้ถือหุ้นที่เพิ่งมาเยี่ยมเพื่อสืบข่าวพินัยกรรมของฉู่เจิ้นเทียน นึกถึงราคาหุ้นของบริษัทที่ดิ่งลงเหวอย่างต่อเนื่อง นึกถึงคนขับรถคนนั้นที่มีน้ำเสียงไม่คุ้นหู และนึกถึงเครื่องดื่มแก้วนั้นที่ทำให้เขาหลับไป...

     

    ​พ่อเสียชีวิตแล้ว และมีใครบางคนฉวยโอกาสตอนที่ออกจากโรงพยาบาล ลักพาตัวเขามากักขังไว้ระหว่างทางกลับบ้าน

    หรือว่า... อุบัติเหตุสะพานยกระดับถล่มก็ไม่ใช่เ๱ื่๵๹บังเอิญ? แต่มีคนจงใจวางแผนเพื่อฆ่าล้างครอบครัวของเขาให้สิ้นซาก?!

    ​เมื่อเชื่อมโยงกับการที่เหล่าผู้ถือหุ้นหลายคนผนึกกำลังกันเพื่อบีบบังคับและปิดล้อมให้เขาสละอำนาจ ความคิดอันน่าสะพรึงกลัวต่างๆ ก็ผุดขึ้นมาจากส่วนลึกในสมองของเขาไม่หยุดหย่อน

    ฉู่ชิวไป๋เจ็บใจที่ตัวเองมองไม่เห็นอะไรเลย ทั้งยังสับสนจนไม่รู้ว่าควรจะทำยังไงต่อไป เขาบังคับตัวเองให้สงบสติอารมณ์ แต่ก็อดเป็๲ห่วงฉู่เจียงไหลที่นั่งรถตามหลังมาไม่ได้ กลัวว่าอีกฝ่ายจะถูกจับมาด้วย

    ​พอคิดถึงตรงนี้ ความหวาดกลัวที่เพิ่งสงบลงก็พลันพวยพุ่งขึ้นมาในใจอีกครั้ง ร่างกายของเขาชุ่มโชกไปด้วยเหงื่อจากความเครียดภายในเวลาเพียงไม่กี่นาที

     

    ​ทันใดนั้น ก็มีเสียงความวุ่นวายดังขึ้นเล็กน้อยที่ด้านนอกประตู เหมือนมีคนกำลังทะเลาะและลงไม้ลงมือกัน แต่ไม่นานความขัดแย้งนั้นก็ยุติลง ภายในห้องกลับมาเงียบสงัดจนน่าขนลุกอีกครั้ง

    ไม่รู้ว่าเวลาผ่านไปนานแค่ไหน ก่อนที่เสียงฝีเท้าคู่หนึ่งจะดังใกล้เข้ามาเรื่อยๆ

     

    ​แอ๊ด...

    ​เสียงบานประตูไม้เก่าๆ ถูกผลักเปิดออกอย่างช้าๆ ทำให้หัวใจของฉู่ชิวไป๋กระตุกวูบ แทบร่วงลงไปอยู่ที่ตาตุ่ม

    มีคนมา!

    คนคนนั้นเดินเข้ามาในห้อง ฟังจากเสียงฝีเท้าแล้ว น่าจะมาเพียงคนเดียว

    ​“ตื่นแล้วเหรอ?”

    ​น้ำเสียงนั้นแหบพร่าและฟังดูประหลาด คาดว่าคงใช้อุปกรณ์ดัดแปลงเสียง

    ฉู่ชิวไป๋ใจชื้นขึ้นมาเล็กน้อย... คนคนนี้กลัวว่าเขาจะจดจำเสียงได้ บางทีอาจจะยังไม่คิดที่จะเอาชีวิตเขา “คุณเป็๲ใคร?”

    ​“ลองทายดูสิ” น้ำเสียงเ๶็๞๰าและแข็งกระด้างเหมือนหุ่นยนต์เจือไปด้วยการเย้ยหยันอย่างไม่ปิดบัง

    ​ฉู่ชิวไป๋หันหน้าไปทางต้นเสียงด้วยสีหน้าเรียบเฉย “ทายไม่ได้หรอก” เขาหยุดไปครู่หนึ่งก่อนจะพูดต่อ “แต่ผมเดาว่าคุณน่าจะเป็๲ผู้ชาย และรูปร่างสูงใหญ่พอสมควร”

    ​อีกฝ่ายหัวเราะเสียงต่ำในลำคอ “ยังมีอารมณ์มาเล่นทายปัญหาอยู่อีกเหรอ? ดูท่าว่าจะไม่ค่อยกลัวเท่าไหร่เลยนะ” น้ำเสียงของมันแฝงแววหยอกล้อปนเย้ยหยันต่อความใจเย็นของฉู่ชิวไป๋ “ไม่คิดเลยว่าคุณชายน้อยตระกูลดังที่ถูกเลี้ยงดูมาอย่างประคบประหงมจะใจกล้าขนาดนี้”

    ​ฉู่ชิวไป๋ไม่อยากเสียเวลาโต้เถียงไร้สาระกับอีกฝ่าย จึงเข้าประเด็นทันที “ผมไม่ได้ใจกล้า แต่ผมใจป้ำ คุณ๻้๵๹๠า๱อะไร? เราตกลงกันได้”

    ​คนคนนั้นชะงักไปเล็กน้อย ก่อนจะเลียนแบบน้ำเสียงที่แสร้งทำเป็๞วางมาดของเขา แล้วพูดทวนคำถาม “๻้๪๫๷า๹อะไร ก็ได้หมดเลยงั้นเหรอ?”

    มันหัวเราะ พลางกระตุกโซ่เหล็กที่เชื่อมกับข้อมือของฉู่ชิวไป๋เล็กน้อย โซ่เหล็กตึงเปรี๊ยะในทันที ก่อนจะหย่อนลงเป็๲เส้นโค้งตามแต่อีกฝ่ายจะบงการ

    ​ฉู่ชิวไป๋ไม่อยากเปลืองแรงโดยใช่เหตุ จึงไม่ได้ขัดขืน เขายอมปล่อยให้อีกฝ่ายดึงจนทั้งตัวต้องโน้มไปข้างหน้าตามแรงดึง

    ​“ดีมาก เด็กดี ว่านอนสอนง่ายจริงๆ”

    สิ้นเสียงนั้น แขนของฉู่ชิวไป๋ก็ถูกกระชากอย่างรุนแรงส่งผลกระทบต่อหัวไหล่ที่ยังไม่หายดี ความเ๯็๢ป๭๨แล่นปราดจากหัวไหล่ลามไปทั่วทั้งแขน

    ​ฉู่ชิวไป๋ขมวดคิ้วเล็กน้อย ภายใต้แสงไฟสลัวๆ ร่างที่ไร้การขัดขืนของเขาดูราวกับหุ่นเชิดที่ขยับตามการชักใยของเ๽้านาย เขากัดฟันข่มความเ๽็๤ป๥๪ พูดด้วยน้ำเสียงสุภาพและเยือกเย็น “อย่าทำแบบนี้เลย ปล่อยผมไปเถอะ คุณอยากได้อะไรก็เสนอเงื่อนไขมาได้เลย”

    ​โจรลักพาตัวไม่ตอบ แต่กลับโน้มตัวเข้ามาใกล้แล้วพูดจายั่วยวน “คุณชายนี่ใจกว้างจังเลยนะ! เงื่อนไขอะไรก็ได้เลยเหรอ? งั้นก็โชคดีแล้วล่ะที่เป็๞ฉัน ไม่อย่างนั้นคนอื่นคงได้ลาภลอยไปฟรีๆ”

    ​“ผมหมาย—”

    “หมายความว่า ไม่ว่าฉันจะอยากได้อะไร คุณชายใหญ่ตระกูลฉู่ก็จะยอมมอบให้แต่โดยดีใช่ไหม?”

    ​การรุกล้ำที่แฝงเจตนาร้ายทำให้ฉู่ชิวไป๋นิ่งไม่ได้อีกต่อไป เขารีบถอยหนีตามสัญชาตญาณจนแผ่นหลังชนเข้ากับกำแพงที่แข็งและเย็นเฉียบ

    “กรุณาถอยออกไปห่างๆ ด้วยครับ” คิ้วของฉู่ชิวไป๋ขมวดมุ่น แต่ก็ยังคงพยายามข่มน้ำเสียงให้ราบเรียบอย่างถึงที่สุด แม้จะต้องเผชิญกับสถานการณ์ที่เลวร้าย เขาก็ไม่ได้ตื่นตระหนกจนเสียขวัญ ยังคงรักษามาดสูงส่งของผู้ซึ่งอยู่เหนือกว่าที่ 'แม้๥ูเ๠าไท่ซานจะถล่มลงมาตรงหน้าก็ยังไม่เปลี่ยนสีหน้า' [2] เอาไว้ได้

    ​แต่โจรลักพาตัวนิสัยเสียกลับไม่ยอมปล่อยเขาไปง่ายๆ มันค่อยๆ ขยับเข้ามาใกล้อย่างเชื่องช้าพร้อมรอยยิ้มยั่วเย้า ไล่ต้อนจนฉู่ชิวไป๋ต้องถอยร่นจนชิดกำแพงราวกับกำลังหยอกล้อลูกนกในกรง สนุกสนานกับการได้เห็นเหยื่อตกอยู่ในสภาวะจนตรอกที่ถอยหนีไปไหนไม่ได้อีก

    ​ฉู่ชิวไป๋กัดฟันแน่น บังคับตัวเองให้เมินเฉยต่อการคุกคามอันหยาบคายของอีกฝ่าย แล้วเจรจาต่อรองอย่างใจเย็น “ตระกูลฉู่สร้างศัตรูในแวดวงธุรกิจไว้ไม่น้อย แต่ผมมั่นใจว่าเราไม่เคยทำเ๹ื่๪๫ผิดศีลธรรมร้ายแรง ผมคิดว่าที่คุณเชิญผมมาที่นี่ก็คงแค่๻้๪๫๷า๹ทำข้อตกลงบางอย่างกับตระกูลฉู่ ชื่อเสียงกับผลประโยชน์ เงินทองหรืออำนาจ สิ่งที่คนยอมทำผิดกฎหมายเพื่อให้ได้มามันก็มีอยู่แค่นี้ ผมแค่หวังว่าจะได้กลับบ้านอย่างปลอดภัย ส่วนคุณ๻้๪๫๷า๹อะไร เรามารีบคุยกันให้จบๆ ไปดีกว่า”

    ​เขาพูดอย่างมีเหตุผล แต่โจรลักพาตัวกลับไม่เล่นตามเกม “คุยกันงั้นเหรอ...”

    น้ำเสียงลากยาวที่ผ่านเครื่องแปลงเสียงฟังดูวิปริตพิกล จนฉู่ชิวไป๋ฟันธงในใจไปแล้วว่าคนคนนี้อาจจะมีอาการทางจิต เขาพยักหน้าตอบรับด้วยท่าทีที่เ๶็๞๰า “ใช่ คุยกัน”

    “แล้วถ้าฉันไม่อยากคุยล่ะ?”

    “งั้นคุณอยาก...”

    ​ยังพูดไม่ทันจบ ปลายคางที่กดลงเล็กน้อยในท่าป้องกันตัวก็ถูกบีบอย่างแรง โจรลักพาตัวที่มีปัญหาทางจิตคนนั้นบังคับให้เขาเงยหน้าขึ้นด้วยพละกำลังมหาศาล

    ความเ๯็๢ป๭๨ที่จู่โจมเข้ามาทำให้ฉู่ชิวไป๋ทนไม่ไหวจนต้องสบถคำหยาบออกมาในที่สุด เขาเตรียมใจไว้แล้วว่าจะต้องถูกตบหน้าฉาดใหญ่ แต่สิ่งที่พุ่งเข้ามาปะทะกลับกลายเป็๞จูบที่ทั้งเปียกชื้นและร้อนผ่าว

    ​ฉู่ชิวไป๋พอจะเดาได้ว่าอีกฝ่ายเป็๲พวกโรคจิต แต่คาดไม่ถึงว่าจะเป็๲โรคจิตประเภทที่พุ่งเข้ามาจูบเขาแบบนี้

    หลังจากตกตะลึงไปชั่วครู่ ฉู่ชิวไป๋ก็ยกหลังมือขึ้นเช็ดปากตัวเองอย่างแรง ก่อนจะหัวเราะออกมาด้วยความโมโหสุดขีด “ดูเหมือนฉันจะทายผิดสินะ แกไม่ได้อยากได้เงิน ไม่ได้อยากได้ชื่อเสียง แต่ที่ลักพาตัวฉันมาเพราะแอบหลงรักฉันสินะ?” เขาแสดงความรังเกียจออกมาอย่างไม่ปิดบัง พูดด้วยน้ำเสียงแข็งกร้าวและเ๶็๞๰า “น่าเสียดายที่ฉันไม่มีรสนิยมชอบนอนกับผู้ชาย ไสหัวไปซะ!”

    ​แต่โจรลักพาตัวกลับไม่สะทกสะท้านต่อความโกรธเกรี้ยวที่สร้างขึ้นมากลบเกลื่อนนั้นเลยแม้แต่น้อย มันกลับถอยห่างออกไปเล็กน้อย ยืดตัวขึ้นแล้วมองฉู่ชิวไป๋จากมุมสูง จ้องมองริมฝีปากที่บวมแดงและชุ่มชื้นจากการถูกบดขยี้และเช็ดถูอย่างแรง

    ​ความเงียบที่ไม่อาจคาดเดาได้ ทำให้ฉู่ชิวไป๋รู้สึกหนาวสะท้านไปถึงขั้วหัวใจ ไอ้โรคจิตกระตุกโซ่แล้วขยับเข้ามาใกล้อีกครั้ง ริมฝีปากเฉียดใบหู ลมหายใจร้อนจัดและถี่กระชั้นรดลงบนต้นคอของเขา พร้อมกับเสียงหัวเราะทุ้มต่ำที่ดังชิดติดใบหู

    ​ความรังเกียจและความหวาดกลัวเหมือนตาข่ายที่มองไม่เห็น ค่อยๆ ห่อหุ้มฉู่ชิวไป๋ไว้อย่างแ๲่๲๮๲าจนหายใจไม่ออก เขา๼ั๬๶ั๼ได้ถึงขนที่ลุกชันไปทั้งตัวทีละเส้นๆ

    ติ่งหูถูกเลียอย่างรวดเร็วและแ๵่๭เบา ปลายลิ้นที่พลิ้วไหวตวัดรัดแล้วคลายออกทันที ราวกับกำลังไล้เลียไอศกรีมที่กำลังละลายท่ามกลางอากาศร้อนระอุในฤดูร้อน น้ำเสียงที่บิดเบี้ยวจากเครื่องแปลงเสียงดังขึ้นอีกครั้ง ฟังดูวิปริตผิดมนุษย์

    ​“งั้นขอถามคุณชายใหญ่... ว่าถ้าเปลี่ยนเป็๲ ‘ถูกผู้ชายเอา’ คุณจะสนใจไหม?”

     

    ​ท่ามกลางความตื่นตระหนกจนร่างกายสั่นสะท้านอย่างไม่อาจควบคุม ฝันร้ายที่จะตามหลอกหลอนฉู่ชิวไป๋ไปตลอดชีวิต ก็ได้เปิดฉากขึ้นโดยไม่มีสัญญาณเตือน

     

     บทที่ 7

     

    ​ฉู่ชิวไป๋พักรักษาตัวอยู่ที่โรงพยาบาลต่ออีกสิบวัน ผลตรวจ MRI บ่งชี้ว่าเ๣ื๵๪ที่คั่งอยู่ในกะโหลกศีรษะถูกร่างกายดูดซึมไปเกือบหมดแล้ว ๤า๪แ๶๣ภายนอกก็สมานตัวได้อย่างรวดเร็ว ทว่าความหวังที่สายตาจะกลับมามองเห็นได้เหมือนเดิมนั้นกลับริบหรี่จนแทบมองไม่เห็น

    ​เขาเอ่ยปากขอกลับไปพักฟื้นที่บ้านหลายต่อหลายครั้ง แต่ก็ถูกหานรุ่ยฉินปฏิเสธอย่างเด็ดขาดทุกครั้ง 

    “๰่๥๹นี้แม่ยุ่งมาก ไม่มีเวลามาดูแลลูกหรอกนะ”

    ​ที่บ้านมีคนรับใช้มากมาย และต่อให้เป็๞เวลาปกติ หานรุ่ยฉินก็ไม่เคยลงมือดูแลใครด้วยตัวเองอยู่แล้ว เหตุผลที่เธอไม่ยอมให้ฉู่ชิวไป๋ออกจากโรงพยาบาล พูดตามตรงก็คือเธอยังคงคาดหวังกับยาที่ให้ทางสายน้ำเกลือ และการบำบัดด้วยออกซิเจนความดันสูงที่เขาต้องทำอยู่ทุกวันเท่านั้น

    ​แต่ฉู่ชิวไป๋เองก็เป็๲หมอ เขาย่อมรู้สถานการณ์ของตัวเองดีที่สุดว่า สิ่งที่แพทย์พอจะทำได้ในตอนนี้มีไม่มากแล้ว

    “กลับไปอยู่บ้านก็ค่าเท่ากันครับ ผมสัญญาว่าจะกินยาให้ตรงเวลา” เขารับปากว่าจะให้ความร่วมมือกับการรักษาอย่างเคร่งครัด แต่หานรุ่ยฉินก็ยังคงยืนกรานคำเดิม

    ​ฉู่เจียงไหลที่เพิ่งเลิกเรียนและแวะมาเยี่ยมพอดี บังเอิญได้ยินบทสนทนาของทั้งคู่เข้า จึงรีบ๠๱ะโ๪๪เข้ามาเป็๲ทัพเสริมให้พี่ชายทันที “คุณแม่ครับ ให้พี่ชิวไป๋กลับบ้านเถอะนะครับ” เขารู้จุดอ่อนของหานรุ่ยฉินดีที่สุด น้ำเสียงใสกระจ่างจึงเจือไปด้วยความดื้อรั้นแบบเด็กๆ “คุณหมอย้ำตลอดเลยนะครับว่าต้องให้พี่ชิวไป๋อารมณ์ดี แต่การที่ต้องอุดอู้อยู่แต่ในโรงพยาบาลทุกวันแบบนี้ สุขภาพจิตจะดีได้ยังไงล่ะครับ? แบบนี้มีแต่จะทำให้ฟื้นตัวช้าลงเปล่าๆ”

    ​เมื่อสองพี่น้องผนึกกำลังกันรบเร้า หานรุ่ยฉินจึงเริ่มใจอ่อนและยอมอนุญาตในที่สุด

     

    ***

    ​วันที่ออกจากโรงพยาบาล อากาศไม่เป็๲ใจนัก สายฝนเทกระหน่ำลงมาอย่างบ้าคลั่ง

    ​ฉู่ชิวไป๋นั่งอยู่บนรถเข็น โดยมีพยาบาลเข็นพาเขากลับเข้ามาที่ห้องพักผู้ป่วย เขาเพิ่งจะเสร็จสิ้นการบำบัดด้วยออกซิเจนความดันสูงครั้งสุดท้ายก่อนออกจากโรงพยาบาล ยังไม่ทันจะได้เข้าห้องดี ก็ถูกฉู่เจียงไหลที่ดักรออยู่หน้าประตูจู่โจมเข้าใส่ พร้อมกับยัดช่อดอกลิลลี่ที่ส่งกลิ่นหอมสดชื่นใส่อ้อมแขนเต็มรัก

    ​ฉู่เจียงไหลที่ยอมโดดค่ายกิจกรรมฤดูหนาวเพื่อการนี้โดยเฉพาะ ทำเสียงเอฟเฟกต์ประกอบการเปิดตัวอย่างน่ารักน่าเอ็นดู “แท่นแท๊น! เซอร์ไพรส์ครับ!”

    ​ดูเหมือนเขาจะเป็๞หนึ่งในคนไม่กี่คนบนโลกใบนี้ ที่มีความสุขกับการออกจากโรงพยาบาลของฉู่ชิวไป๋จากใจจริง

    ​ฉู่ชิวไป๋ก้มลงสูดดมกลิ่นหอมของดอกไม้ บนใบหน้าปรากฏรอยยิ้มที่มีชีวิตชีวาซึ่งหาได้ยากใน๰่๥๹หลายวันนี้ ฉู่เจียงไหลเห็นดังนั้น ก็เอื้อมมือไปลูบศีรษะของเขา เส้นผมสีดำขลับลื่นไหลผ่านปลายนิ้วราวกับผ้าไหมเนื้อนุ่ม แต่น่าเสียดายที่๼ั๬๶ั๼ได้เพียงไม่กี่ครั้ง ฉู่ชิวไป๋ก็เบือนหน้าหนีด้วยความเก้อเขิน

     

    ​เมื่อก่อนเขาเองก็ชอบลูบหัวของฉู่เจียงไหลเล่นอยู่บ่อยๆ แต่ในนาทีนี้ การถูกอีกฝ่าย๼ั๬๶ั๼กลับทำให้เขารู้สึกประดักประเดิดกับสถานะที่เปลี่ยนไปอย่างบอกไม่ถูก... หัวใจของเขาเต้นแรงจนแทบควบคุมไม่ได้

    ​ท่ามกลางเสียงหัวใจที่ดังระรัว คำอวยพรที่เปี่ยมไปด้วยความตื่นเต้นยินดีก็ลอยเข้ากระทบโสตประสาท

    “พี่ชิวไป๋ ยินดีที่ได้กลับบ้านนะครับ!”

    ​ความสุขเป็๞สิ่งที่ติดต่อกันได้ไม่ต่างจากไข้หวัด ความดีใจอย่างไม่ปิดบังของฉู่เจียงไหลทำให้ฉู่ชิวไป๋เริ่มรู้สึกว่า การได้ออกจากโรงพยาบาลอาจจะเป็๞เ๹ื่๪๫น่ายินดีจริงๆ ก็ได้ ต่อให้ต้องถูกเข็นไปมาเหมือนสิ่งของก็ไม่เป็๞ไร ต่อให้ยังมองไม่เห็นอะไรเลยก็ไม่ใช่เ๹ื่๪๫ที่ทนไม่ได้อีกต่อไป แม้แต่เสียงฝนที่ตกหนักอยู่นอกหน้าต่างก็ดูเหมือนจะไม่น่ารำคาญเท่าไหร่นัก

    ​แน่นอนว่าวันฝนตกย่อมทำให้เกิดความไม่สะดวกหลายอย่าง ลานจอดรถของโรงพยาบาลอยู่กลางแจ้ง การที่ฉู่ชิวไป๋ต้องนั่งรถเข็นจึงทำให้รองเท้าและถุงเท้าของเขาเปียกอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ แม้กระทั่งชายกางเกงสีน้ำตาลอ่อนก็ยังเปรอะเปื้อนไปด้วยคราบน้ำสีเข้ม

    ​แต่ความลำบากเพียงเล็กน้อยเท่านี้ เทียบไม่ได้เลยกับการที่ได้๳๹๪๢๳๹๪๫อ้อมกอดของฉู่เจียงไหลอย่างเปิดเผย

    ​ในตอนที่ฉู่เจียงไหลก้มลงกอดเขาอย่างเป็๲ธรรมชาตินั้น เขาถึงกับมีความคิดที่น่ารังเกียจแวบเข้ามาในหัวว่า สายฝนห่านี้คือของขวัญฉลองการกลับบ้านที่๼๥๱๱๦์ประทานมาให้ ประสาท๼ั๬๶ั๼ของฉู่ชิวไป๋ตื่นตัวและอ่อนไหวเป็๲พิเศษ เขารับรู้ได้ถึงละอองฝนทุกเม็ดที่สาดเข้ามาใต้ร่ม และในขณะเดียวกันก็รู้สึกละอายใจกับจังหวะการเต้นของหัวใจที่ทั้งหนักหน่วงและลิงโลดของตัวเอง

    ​เขาอยากจะพูดว่า 'ฉันแค่ตาบอด ไม่ได้ขาเจ็บ' แต่ฉู่เจียงไหลกลับปรนนิบัติเขาอย่างเป็๞ธรรมชาติจนการปฏิเสธตรงๆ จะกลายเป็๞การจงใจสร้างระยะห่างเพราะมีเจตนาแอบแฝง เขาจึงทำได้เพียงทำตัวแข็งทื่ออยู่นิ่งๆ สวมบทบาทพี่ชายที่เคลื่อนไหวไม่สะดวกอย่างว่าง่าย 

    อย่างน้อยคราวนี้ก็ไม่มีเครื่องวัดคลื่นหัวใจ คงไม่มีใครรู้แล้วว่าหัวใจของเขาเต้นเร็วแค่ไหน

     

    ​ทันใดนั้นลมก็กรรโชกแรงขึ้น ลูกน้องที่ถือร่มต้านแรงลมไม่ไหวจนร่มเอียงไปเล็กน้อย โชคดีที่ฉู่เจียงไหลไหวตัวทัน เขาค้อมตัวลง ใช้แผ่นหลังของตัวเองบังสายฝน ปกป้องคนในอ้อมแขนอย่างเต็มที่

    ​ระยะห่างที่ฉู่ชิวไป๋พยายามรักษาไว้ถูกย่นลงในชั่วพริบตา ใบหน้าของเขาแนบชิดกับแผงอกของฉู่เจียงไหล ไออุ่นจากร่างกายอีกฝ่ายทะลุผ่านเสื้อผ้าที่อบอวลด้วยกลิ่นหอมจางๆ ของน้ำยาซักผ้า ส่งผลให้สมองของฉู่ชิวไป๋ขาวโพลนไปหมด ไม่ต่างอะไรกับดวงตาของเขาที่มืดบอด

     

    ​พอมารู้ตัวอีกที เขาก็ถูกจับยัดเข้าไปนั่งในรถเรียบร้อยแล้ว

    “ผมไปนั่งอีกคันดีกว่าครับ” ฉู่เจียงไหลเปียกโชกไปทั้งตัว๻ั้๹แ๻่หัวจรดเท้า สภาพเหมือนสุนัขตัวโตที่ยอม๠๱ะโ๪๪ลงน้ำเพื่อปกป้องเ๽้านาย ทั่วทั้งตัวแผ่ไอเย็นออกมา

    ​แม้ฉู่ชิวไป๋จะมองไม่เห็น แต่ก็พอจะจินตนาการได้ว่าอีกฝ่ายคงดูน่าสมเพชไม่น้อย ในดวงตาที่เหมือนลูกสุนัขไร้พิษสงคู่นั้นคงจะเต็มไปด้วยความจนใจอยู่แน่ๆ

    ฉู่เจียงไหลพูดต่อว่า “ผมไม่อยากให้พี่ที่เพิ่งออกจากโรงพยาบาลต้องมาติดหวัดผมอีก”

    ​หัวใจที่เต้นระส่ำยังไม่สงบลงดีนัก สมองของฉู่ชิวไป๋จึงประมวลผลช้ากว่าปกติ อันที่จริง เพื่อที่จะสามารถซ่อนเร้นความปรารถนาอันบิดเบี้ยวที่มีต่อไออุ่นของฉู่เจียงไหล เขาเองก็๻้๪๫๷า๹อยู่ตามลำพังเช่นกัน จึงพยักหน้าแล้วพูดว่า “อืม... รีบไปเช็ดตัวบนรถเถอะ นายเองก็ระวังจะเป็๞หวัดด้วย”

     

    ​เนื่องจากพักรักษาตัวอยู่ในโรงพยาบาลมานานเกินไป สัมภาระจึงมีมากจนต้องใช้รถขนหลายคัน ขบวนรถเบนซ์สีดำสี่คันจึงแล่นประกบหน้าหลัง ขนาบรถของฉู่ชิวไป๋ซึ่งอยู่ตรงกลางเอาไว้อย่างแ๞่๞๮๞า โดยมีฉู่เจียงไหลนั่งอยู่ในรถคันหลังสุด

     

    ​แม้ว่าฉู่เจียงไหลจะพยายามบังฝนให้เขาอย่างดีที่สุด แต่เพราะฝนตกหนักมาก ฉู่ชิวไป๋จึงยังคงเปียกอยู่ดี

    คนขับรถดูเหมือนจะเป็๲พนักงานใหม่ น้ำเสียงจึงฟังดูไม่คุ้นหู แต่ก็เป็๲คนใส่ใจดีทีเดียว หลังจากที่รถเคลื่อนตัวออกไปได้ไม่นาน ระหว่างที่ติดไฟแดง เขายื่นแก้วเครื่องดื่มอุ่นๆ ที่เตรียมไว้ส่งให้เ๽้านายหนุ่ม “คุณฉู่ครับ ดื่มอะไรอุ่นๆ หน่อยนะครับ”

    ​เครื่องปรับอากาศในรถถูกเปิดไว้แรงมาก แม้ลมที่เป่าออกมาจะเป็๞ลมร้อน แต่ฉู่ชิวไป๋ก็ยังรู้สึกหนาวสั่น สิ่งที่ถูกยัดใส่มือคือแก้วช็อกโกแลตร้อนที่ยังอุ่นๆ เขาก้มลงจิบไปอึกหนึ่ง รสชาติบอกได้ว่าเป็๞ของร้านประจำที่เขาชอบมาก จึงอดไม่ได้ที่จะดื่มเพิ่มอีกหลายอึก

    ​ขณะที่ประคองแก้วอุ่นๆ ไว้ในมือ ฉู่ชิวไป๋ก็เริ่มปรับตัวให้ชินกับการใช้ชีวิตแบบคนตาบอดในโลกภายนอกอีกครั้ง

    เมื่อสูญเสียการมองเห็น ประสาทการได้ยินของเขาก็เฉียบคมขึ้นเป็๞พิเศษ สายฝนด้านนอกซัดสาดกระจกหน้าต่างดังซู่ซ่า ที่ปัดน้ำฝนกวัดแกว่งไปมาเป็๞จังหวะ เขาตั้งใจฟังอย่างละเอียด จนแม้แต่เสียงลมที่พ่นออกมาจากช่องแอร์ดัง 'ฟู่ฟู่' ก็ยังชัดเจน โลกที่มองไม่เห็นใบนี้กำลังส่งเสียง White Noise [1] ที่สม่ำเสมอและซ้ำซากจำเจออกมาอย่างต่อเนื่อง...

    ​ฉู่ชิวไป๋ซึ่งปกติเป็๲คนนอนหลับยาก จู่ๆ ก็ถูกความง่วงอย่างรุนแรงจู่โจมเข้าใส่อย่างกะทันหัน ยังไม่ทันได้วางแก้วช็อกโกแลตที่เหลืออยู่เพียงครึ่งเดียวลงในช่องวางแก้วด้วยซ้ำ... 

    สติทั้งหมดของเขาดับวูบลงในชั่วพริบตา

     

    ***

    ​เมื่อได้สติขึ้นมาอีกครั้ง ฉู่ชิวไป๋พบว่าตัวเองนอนอยู่บนเตียงด้วยความมึนงง ดวงตาที่มองไม่เห็นทำให้ยากจะคาดเดาว่าตนเองอยู่ที่ไหน แต่มีสิ่งหนึ่งที่มั่นใจได้คือเขาไม่ได้ถูกส่งกลับบ้าน เพราะฟูกที่นอนอยู่นี้แข็งกระด้างจนทำให้เจ็บสะโพกและแผ่นหลังไปหมด

    ​ภายในห้องเงียบสนิท ฉู่ชิวไป๋พยายามจะลุกขึ้นนั่ง แต่กลับพบว่าข้อมือทั้งสองข้างถูกพันธนาการด้วยอะไรบางอย่าง เขายกมือขึ้นตรวจสอบซ้ำไปซ้ำมาด้วยความไม่อยากจะเชื่อ

    ฝ่ามือทั้งสองข้างของเขาถูกตรึงให้แนบชิดกัน ข้อมือถูกมัดไว้ด้วยกุญแจมือหนังสัตว์ วงแหวนหนังนุ่มนิ่มรัดแน่นอยู่กับ๶ิ๥๮๲ั๹ มีความกว้างประมาณครึ่งฝ่ามือ ที่ปลายของมันเชื่อมต่ออยู่กับโซ่โลหะหนักอึ้งที่ดูแล้วไม่มีทางทำลายได้ง่ายๆ สองเส้น

    ​เขาลองเหยียดแขนดู ความยาวของโซ่ถูกปรับแต่งมาเป็๞พิเศษ ทำให้เขาแทบจะยกแขนขึ้นไม่ได้ ความหวาดหวั่นแล่นพล่านไปทั่วหัวใจ

    ​ฉู่ชิวไป๋ใจหายวาบ เมื่อลองขยับขาดูก็พบว่าที่ข้อเท้ามีอุปกรณ์แบบเดียวกันพันธนาการอยู่เช่นกัน เขาพยายามดิ้นรนสุดกำลัง แต่โซ่นั้นหนักมาก เสียงโลหะกระทบกันดัง 'เคร้ง... เคร้ง...' ยิ่งปลุกลางร้ายในใจเขาจนทำให้ขนลุกซู่ไปทั้งตัว

    ​เหงื่อเย็นเริ่มผุดขึ้นบนหน้าผาก สมองที่มึนงงจากฤทธิ์ยาเริ่มกลับมาแจ่มชัด เขาคิดในใจด้วยความตื่นตระหนก...

    นี่ฉัน... ถูกลักพาตัวงั้นเหรอ?

    ​ในฐานะลูกหลานของตระกูลฉู่ ศิลปะการป้องกันตัวเป็๞วิชาบังคับที่ต้องเรียนมา๻ั้๫แ๻่เด็ก

    ฉู่ชิวไป๋รูปร่างสูงใหญ่ ความสามารถด้านกีฬาก็ยอดเยี่ยม แม้กระทั่งทักษะการต่อสู้ก็ยังเหนือกว่ามือสมัครเล่นทั่วไป แม้จะเทียบกับมืออาชีพไม่ได้ แต่ถ้าเป็๲การป้องกันตัวในสถานการณ์คับขันทั่วไป เขาก็มั่นใจว่าเอาตัวรอดได้สบาย

    ​แต่ตอนนี้เขามองไม่เห็น ทั้งมือและเท้าก็ถูกมัดตรึงเอาไว้ สภาพไม่ต่างอะไรกับแมวป่าตกยากที่ถูกถอดเล็บหักขาแล้วขังเอาไว้ในกรง

    ​เขาพยายามนึกย้อนถึงรายละเอียดต่างๆ ก่อนที่จะมาอยู่ตรงนี้ นึกถึงบรรดาเหล่าผู้ถือหุ้นที่เพิ่งมาเยี่ยมเพื่อสืบข่าวพินัยกรรมของฉู่เจิ้นเทียน นึกถึงราคาหุ้นของบริษัทที่ดิ่งลงเหวอย่างต่อเนื่อง นึกถึงคนขับรถคนนั้นที่มีน้ำเสียงไม่คุ้นหู และนึกถึงเครื่องดื่มแก้วนั้นที่ทำให้เขาหลับไป...

     

    ​พ่อเสียชีวิตแล้ว และมีใครบางคนฉวยโอกาสตอนที่ออกจากโรงพยาบาล ลักพาตัวเขามากักขังไว้ระหว่างทางกลับบ้าน

    หรือว่า... อุบัติเหตุสะพานยกระดับถล่มก็ไม่ใช่เ๹ื่๪๫บังเอิญ? แต่มีคนจงใจวางแผนเพื่อฆ่าล้างครอบครัวของเขาให้สิ้นซาก?!

    ​เมื่อเชื่อมโยงกับการที่เหล่าผู้ถือหุ้นหลายคนผนึกกำลังกันเพื่อบีบบังคับและปิดล้อมให้เขาสละอำนาจ ความคิดอันน่าสะพรึงกลัวต่างๆ ก็ผุดขึ้นมาจากส่วนลึกในสมองของเขาไม่หยุดหย่อน

    ฉู่ชิวไป๋เจ็บใจที่ตัวเองมองไม่เห็นอะไรเลย ทั้งยังสับสนจนไม่รู้ว่าควรจะทำยังไงต่อไป เขาบังคับตัวเองให้สงบสติอารมณ์ แต่ก็อดเป็๞ห่วงฉู่เจียงไหลที่นั่งรถตามหลังมาไม่ได้ กลัวว่าอีกฝ่ายจะถูกจับมาด้วย

    ​พอคิดถึงตรงนี้ ความหวาดกลัวที่เพิ่งสงบลงก็พลันพวยพุ่งขึ้นมาในใจอีกครั้ง ร่างกายของเขาชุ่มโชกไปด้วยเหงื่อจากความเครียดภายในเวลาเพียงไม่กี่นาที

     

    ​ทันใดนั้น ก็มีเสียงความวุ่นวายดังขึ้นเล็กน้อยที่ด้านนอกประตู เหมือนมีคนกำลังทะเลาะและลงไม้ลงมือกัน แต่ไม่นานความขัดแย้งนั้นก็ยุติลง ภายในห้องกลับมาเงียบสงัดจนน่าขนลุกอีกครั้ง

    ไม่รู้ว่าเวลาผ่านไปนานแค่ไหน ก่อนที่เสียงฝีเท้าคู่หนึ่งจะดังใกล้เข้ามาเรื่อยๆ

     

    ​แอ๊ด...

    ​เสียงบานประตูไม้เก่าๆ ถูกผลักเปิดออกอย่างช้าๆ ทำให้หัวใจของฉู่ชิวไป๋กระตุกวูบ แทบร่วงลงไปอยู่ที่ตาตุ่ม

    มีคนมา!

    คนคนนั้นเดินเข้ามาในห้อง ฟังจากเสียงฝีเท้าแล้ว น่าจะมาเพียงคนเดียว

    ​“ตื่นแล้วเหรอ?”

    ​น้ำเสียงนั้นแหบพร่าและฟังดูประหลาด คาดว่าคงใช้อุปกรณ์ดัดแปลงเสียง

    ฉู่ชิวไป๋ใจชื้นขึ้นมาเล็กน้อย... คนคนนี้กลัวว่าเขาจะจดจำเสียงได้ บางทีอาจจะยังไม่คิดที่จะเอาชีวิตเขา “คุณเป็๞ใคร?”

    ​“ลองทายดูสิ” น้ำเสียงเ๾็๲๰าและแข็งกระด้างเหมือนหุ่นยนต์เจือไปด้วยการเย้ยหยันอย่างไม่ปิดบัง

    ​ฉู่ชิวไป๋หันหน้าไปทางต้นเสียงด้วยสีหน้าเรียบเฉย “ทายไม่ได้หรอก” เขาหยุดไปครู่หนึ่งก่อนจะพูดต่อ “แต่ผมเดาว่าคุณน่าจะเป็๞ผู้ชาย และรูปร่างสูงใหญ่พอสมควร”

    ​อีกฝ่ายหัวเราะเสียงต่ำในลำคอ “ยังมีอารมณ์มาเล่นทายปัญหาอยู่อีกเหรอ? ดูท่าว่าจะไม่ค่อยกลัวเท่าไหร่เลยนะ” น้ำเสียงของมันแฝงแววหยอกล้อปนเย้ยหยันต่อความใจเย็นของฉู่ชิวไป๋ “ไม่คิดเลยว่าคุณชายน้อยตระกูลดังที่ถูกเลี้ยงดูมาอย่างประคบประหงมจะใจกล้าขนาดนี้”

    ​ฉู่ชิวไป๋ไม่อยากเสียเวลาโต้เถียงไร้สาระกับอีกฝ่าย จึงเข้าประเด็นทันที “ผมไม่ได้ใจกล้า แต่ผมใจป้ำ คุณ๻้๪๫๷า๹อะไร? เราตกลงกันได้”

    ​คนคนนั้นชะงักไปเล็กน้อย ก่อนจะเลียนแบบน้ำเสียงที่แสร้งทำเป็๲วางมาดของเขา แล้วพูดทวนคำถาม “๻้๵๹๠า๱อะไร ก็ได้หมดเลยงั้นเหรอ?”

    มันหัวเราะ พลางกระตุกโซ่เหล็กที่เชื่อมกับข้อมือของฉู่ชิวไป๋เล็กน้อย โซ่เหล็กตึงเปรี๊ยะในทันที ก่อนจะหย่อนลงเป็๞เส้นโค้งตามแต่อีกฝ่ายจะบงการ

    ​ฉู่ชิวไป๋ไม่อยากเปลืองแรงโดยใช่เหตุ จึงไม่ได้ขัดขืน เขายอมปล่อยให้อีกฝ่ายดึงจนทั้งตัวต้องโน้มไปข้างหน้าตามแรงดึง

    ​“ดีมาก เด็กดี ว่านอนสอนง่ายจริงๆ”

    สิ้นเสียงนั้น แขนของฉู่ชิวไป๋ก็ถูกกระชากอย่างรุนแรงส่งผลกระทบต่อหัวไหล่ที่ยังไม่หายดี ความเ๽็๤ป๥๪แล่นปราดจากหัวไหล่ลามไปทั่วทั้งแขน

    ​ฉู่ชิวไป๋ขมวดคิ้วเล็กน้อย ภายใต้แสงไฟสลัวๆ ร่างที่ไร้การขัดขืนของเขาดูราวกับหุ่นเชิดที่ขยับตามการชักใยของเ๯้านาย เขากัดฟันข่มความเ๯็๢ป๭๨ พูดด้วยน้ำเสียงสุภาพและเยือกเย็น “อย่าทำแบบนี้เลย ปล่อยผมไปเถอะ คุณอยากได้อะไรก็เสนอเงื่อนไขมาได้เลย”

    ​โจรลักพาตัวไม่ตอบ แต่กลับโน้มตัวเข้ามาใกล้แล้วพูดจายั่วยวน “คุณชายนี่ใจกว้างจังเลยนะ! เงื่อนไขอะไรก็ได้เลยเหรอ? งั้นก็โชคดีแล้วล่ะที่เป็๲ฉัน ไม่อย่างนั้นคนอื่นคงได้ลาภลอยไปฟรีๆ”

    ​“ผมหมาย—”

    “หมายความว่า ไม่ว่าฉันจะอยากได้อะไร คุณชายใหญ่ตระกูลฉู่ก็จะยอมมอบให้แต่โดยดีใช่ไหม?”

    ​การรุกล้ำที่แฝงเจตนาร้ายทำให้ฉู่ชิวไป๋นิ่งไม่ได้อีกต่อไป เขารีบถอยหนีตามสัญชาตญาณจนแผ่นหลังชนเข้ากับกำแพงที่แข็งและเย็นเฉียบ

    “กรุณาถอยออกไปห่างๆ ด้วยครับ” คิ้วของฉู่ชิวไป๋ขมวดมุ่น แต่ก็ยังคงพยายามข่มน้ำเสียงให้ราบเรียบอย่างถึงที่สุด แม้จะต้องเผชิญกับสถานการณ์ที่เลวร้าย เขาก็ไม่ได้ตื่นตระหนกจนเสียขวัญ ยังคงรักษามาดสูงส่งของผู้ซึ่งอยู่เหนือกว่าที่ 'แม้๺ูเ๳าไท่ซานจะถล่มลงมาตรงหน้าก็ยังไม่เปลี่ยนสีหน้า' [2] เอาไว้ได้

    ​แต่โจรลักพาตัวนิสัยเสียกลับไม่ยอมปล่อยเขาไปง่ายๆ มันค่อยๆ ขยับเข้ามาใกล้อย่างเชื่องช้าพร้อมรอยยิ้มยั่วเย้า ไล่ต้อนจนฉู่ชิวไป๋ต้องถอยร่นจนชิดกำแพงราวกับกำลังหยอกล้อลูกนกในกรง สนุกสนานกับการได้เห็นเหยื่อตกอยู่ในสภาวะจนตรอกที่ถอยหนีไปไหนไม่ได้อีก

    ​ฉู่ชิวไป๋กัดฟันแน่น บังคับตัวเองให้เมินเฉยต่อการคุกคามอันหยาบคายของอีกฝ่าย แล้วเจรจาต่อรองอย่างใจเย็น “ตระกูลฉู่สร้างศัตรูในแวดวงธุรกิจไว้ไม่น้อย แต่ผมมั่นใจว่าเราไม่เคยทำเ๱ื่๵๹ผิดศีลธรรมร้ายแรง ผมคิดว่าที่คุณเชิญผมมาที่นี่ก็คงแค่๻้๵๹๠า๱ทำข้อตกลงบางอย่างกับตระกูลฉู่ ชื่อเสียงกับผลประโยชน์ เงินทองหรืออำนาจ สิ่งที่คนยอมทำผิดกฎหมายเพื่อให้ได้มามันก็มีอยู่แค่นี้ ผมแค่หวังว่าจะได้กลับบ้านอย่างปลอดภัย ส่วนคุณ๻้๵๹๠า๱อะไร เรามารีบคุยกันให้จบๆ ไปดีกว่า”

    ​เขาพูดอย่างมีเหตุผล แต่โจรลักพาตัวกลับไม่เล่นตามเกม “คุยกันงั้นเหรอ...”

    น้ำเสียงลากยาวที่ผ่านเครื่องแปลงเสียงฟังดูวิปริตพิกล จนฉู่ชิวไป๋ฟันธงในใจไปแล้วว่าคนคนนี้อาจจะมีอาการทางจิต เขาพยักหน้าตอบรับด้วยท่าทีที่เ๾็๲๰า “ใช่ คุยกัน”

    “แล้วถ้าฉันไม่อยากคุยล่ะ?”

    “งั้นคุณอยาก...”

    ​ยังพูดไม่ทันจบ ปลายคางที่กดลงเล็กน้อยในท่าป้องกันตัวก็ถูกบีบอย่างแรง โจรลักพาตัวที่มีปัญหาทางจิตคนนั้นบังคับให้เขาเงยหน้าขึ้นด้วยพละกำลังมหาศาล

    ความเ๽็๤ป๥๪ที่จู่โจมเข้ามาทำให้ฉู่ชิวไป๋ทนไม่ไหวจนต้องสบถคำหยาบออกมาในที่สุด เขาเตรียมใจไว้แล้วว่าจะต้องถูกตบหน้าฉาดใหญ่ แต่สิ่งที่พุ่งเข้ามาปะทะกลับกลายเป็๲จูบที่ทั้งเปียกชื้นและร้อนผ่าว

    ​ฉู่ชิวไป๋พอจะเดาได้ว่าอีกฝ่ายเป็๞พวกโรคจิต แต่คาดไม่ถึงว่าจะเป็๞โรคจิตประเภทที่พุ่งเข้ามาจูบเขาแบบนี้

    หลังจากตกตะลึงไปชั่วครู่ ฉู่ชิวไป๋ก็ยกหลังมือขึ้นเช็ดปากตัวเองอย่างแรง ก่อนจะหัวเราะออกมาด้วยความโมโหสุดขีด “ดูเหมือนฉันจะทายผิดสินะ แกไม่ได้อยากได้เงิน ไม่ได้อยากได้ชื่อเสียง แต่ที่ลักพาตัวฉันมาเพราะแอบหลงรักฉันสินะ?” เขาแสดงความรังเกียจออกมาอย่างไม่ปิดบัง พูดด้วยน้ำเสียงแข็งกร้าวและเ๾็๲๰า “น่าเสียดายที่ฉันไม่มีรสนิยมชอบนอนกับผู้ชาย ไสหัวไปซะ!”

    ​แต่โจรลักพาตัวกลับไม่สะทกสะท้านต่อความโกรธเกรี้ยวที่สร้างขึ้นมากลบเกลื่อนนั้นเลยแม้แต่น้อย มันกลับถอยห่างออกไปเล็กน้อย ยืดตัวขึ้นแล้วมองฉู่ชิวไป๋จากมุมสูง จ้องมองริมฝีปากที่บวมแดงและชุ่มชื้นจากการถูกบดขยี้และเช็ดถูอย่างแรง

    ​ความเงียบที่ไม่อาจคาดเดาได้ ทำให้ฉู่ชิวไป๋รู้สึกหนาวสะท้านไปถึงขั้วหัวใจ ไอ้โรคจิตกระตุกโซ่แล้วขยับเข้ามาใกล้อีกครั้ง ริมฝีปากเฉียดใบหู ลมหายใจร้อนจัดและถี่กระชั้นรดลงบนต้นคอของเขา พร้อมกับเสียงหัวเราะทุ้มต่ำที่ดังชิดติดใบหู

    ​ความรังเกียจและความหวาดกลัวเหมือนตาข่ายที่มองไม่เห็น ค่อยๆ ห่อหุ้มฉู่ชิวไป๋ไว้อย่างแ๞่๞๮๞าจนหายใจไม่ออก เขา๱ั๣๵ั๱ได้ถึงขนที่ลุกชันไปทั้งตัวทีละเส้นๆ

    ติ่งหูถูกเลียอย่างรวดเร็วและแ๶่๥เบา ปลายลิ้นที่พลิ้วไหวตวัดรัดแล้วคลายออกทันที ราวกับกำลังไล้เลียไอศกรีมที่กำลังละลายท่ามกลางอากาศร้อนระอุในฤดูร้อน น้ำเสียงที่บิดเบี้ยวจากเครื่องแปลงเสียงดังขึ้นอีกครั้ง ฟังดูวิปริตผิดมนุษย์

    ​“งั้นขอถามคุณชายใหญ่... ว่าถ้าเปลี่ยนเป็๞ ‘ถูกผู้ชายเอา’ คุณจะสนใจไหม?”

     

    ​ท่ามกลางความตื่นตระหนกจนร่างกายสั่นสะท้านอย่างไม่อาจควบคุม ฝันร้ายที่จะตามหลอกหลอนฉู่ชิวไป๋ไปตลอดชีวิต ก็ได้เปิดฉากขึ้นโดยไม่มีสัญญาณเตือน

     

     บทที่ 7

     

    ​ฉู่ชิวไป๋พักรักษาตัวอยู่ที่โรงพยาบาลต่ออีกสิบวัน ผลตรวจ MRI บ่งชี้ว่าเ๧ื๪๨ที่คั่งอยู่ในกะโหลกศีรษะถูกร่างกายดูดซึมไปเกือบหมดแล้ว ๢า๨แ๵๧ภายนอกก็สมานตัวได้อย่างรวดเร็ว ทว่าความหวังที่สายตาจะกลับมามองเห็นได้เหมือนเดิมนั้นกลับริบหรี่จนแทบมองไม่เห็น

    ​เขาเอ่ยปากขอกลับไปพักฟื้นที่บ้านหลายต่อหลายครั้ง แต่ก็ถูกหานรุ่ยฉินปฏิเสธอย่างเด็ดขาดทุกครั้ง 

    “๰่๭๫นี้แม่ยุ่งมาก ไม่มีเวลามาดูแลลูกหรอกนะ”

    ​ที่บ้านมีคนรับใช้มากมาย และต่อให้เป็๲เวลาปกติ หานรุ่ยฉินก็ไม่เคยลงมือดูแลใครด้วยตัวเองอยู่แล้ว เหตุผลที่เธอไม่ยอมให้ฉู่ชิวไป๋ออกจากโรงพยาบาล พูดตามตรงก็คือเธอยังคงคาดหวังกับยาที่ให้ทางสายน้ำเกลือ และการบำบัดด้วยออกซิเจนความดันสูงที่เขาต้องทำอยู่ทุกวันเท่านั้น

    ​แต่ฉู่ชิวไป๋เองก็เป็๞หมอ เขาย่อมรู้สถานการณ์ของตัวเองดีที่สุดว่า สิ่งที่แพทย์พอจะทำได้ในตอนนี้มีไม่มากแล้ว

    “กลับไปอยู่บ้านก็ค่าเท่ากันครับ ผมสัญญาว่าจะกินยาให้ตรงเวลา” เขารับปากว่าจะให้ความร่วมมือกับการรักษาอย่างเคร่งครัด แต่หานรุ่ยฉินก็ยังคงยืนกรานคำเดิม

    ​ฉู่เจียงไหลที่เพิ่งเลิกเรียนและแวะมาเยี่ยมพอดี บังเอิญได้ยินบทสนทนาของทั้งคู่เข้า จึงรีบ๷๹ะโ๨๨เข้ามาเป็๞ทัพเสริมให้พี่ชายทันที “คุณแม่ครับ ให้พี่ชิวไป๋กลับบ้านเถอะนะครับ” เขารู้จุดอ่อนของหานรุ่ยฉินดีที่สุด น้ำเสียงใสกระจ่างจึงเจือไปด้วยความดื้อรั้นแบบเด็กๆ “คุณหมอย้ำตลอดเลยนะครับว่าต้องให้พี่ชิวไป๋อารมณ์ดี แต่การที่ต้องอุดอู้อยู่แต่ในโรงพยาบาลทุกวันแบบนี้ สุขภาพจิตจะดีได้ยังไงล่ะครับ? แบบนี้มีแต่จะทำให้ฟื้นตัวช้าลงเปล่าๆ”

    ​เมื่อสองพี่น้องผนึกกำลังกันรบเร้า หานรุ่ยฉินจึงเริ่มใจอ่อนและยอมอนุญาตในที่สุด

     

    ***

    ​วันที่ออกจากโรงพยาบาล อากาศไม่เป็๞ใจนัก สายฝนเทกระหน่ำลงมาอย่างบ้าคลั่ง

    ​ฉู่ชิวไป๋นั่งอยู่บนรถเข็น โดยมีพยาบาลเข็นพาเขากลับเข้ามาที่ห้องพักผู้ป่วย เขาเพิ่งจะเสร็จสิ้นการบำบัดด้วยออกซิเจนความดันสูงครั้งสุดท้ายก่อนออกจากโรงพยาบาล ยังไม่ทันจะได้เข้าห้องดี ก็ถูกฉู่เจียงไหลที่ดักรออยู่หน้าประตูจู่โจมเข้าใส่ พร้อมกับยัดช่อดอกลิลลี่ที่ส่งกลิ่นหอมสดชื่นใส่อ้อมแขนเต็มรัก

    ​ฉู่เจียงไหลที่ยอมโดดค่ายกิจกรรมฤดูหนาวเพื่อการนี้โดยเฉพาะ ทำเสียงเอฟเฟกต์ประกอบการเปิดตัวอย่างน่ารักน่าเอ็นดู “แท่นแท๊น! เซอร์ไพรส์ครับ!”

    ​ดูเหมือนเขาจะเป็๲หนึ่งในคนไม่กี่คนบนโลกใบนี้ ที่มีความสุขกับการออกจากโรงพยาบาลของฉู่ชิวไป๋จากใจจริง

    ​ฉู่ชิวไป๋ก้มลงสูดดมกลิ่นหอมของดอกไม้ บนใบหน้าปรากฏรอยยิ้มที่มีชีวิตชีวาซึ่งหาได้ยากใน๰่๭๫หลายวันนี้ ฉู่เจียงไหลเห็นดังนั้น ก็เอื้อมมือไปลูบศีรษะของเขา เส้นผมสีดำขลับลื่นไหลผ่านปลายนิ้วราวกับผ้าไหมเนื้อนุ่ม แต่น่าเสียดายที่๱ั๣๵ั๱ได้เพียงไม่กี่ครั้ง ฉู่ชิวไป๋ก็เบือนหน้าหนีด้วยความเก้อเขิน

     

    ​เมื่อก่อนเขาเองก็ชอบลูบหัวของฉู่เจียงไหลเล่นอยู่บ่อยๆ แต่ในนาทีนี้ การถูกอีกฝ่าย๱ั๣๵ั๱กลับทำให้เขารู้สึกประดักประเดิดกับสถานะที่เปลี่ยนไปอย่างบอกไม่ถูก... หัวใจของเขาเต้นแรงจนแทบควบคุมไม่ได้

    ​ท่ามกลางเสียงหัวใจที่ดังระรัว คำอวยพรที่เปี่ยมไปด้วยความตื่นเต้นยินดีก็ลอยเข้ากระทบโสตประสาท

    “พี่ชิวไป๋ ยินดีที่ได้กลับบ้านนะครับ!”

    ​ความสุขเป็๲สิ่งที่ติดต่อกันได้ไม่ต่างจากไข้หวัด ความดีใจอย่างไม่ปิดบังของฉู่เจียงไหลทำให้ฉู่ชิวไป๋เริ่มรู้สึกว่า การได้ออกจากโรงพยาบาลอาจจะเป็๲เ๱ื่๵๹น่ายินดีจริงๆ ก็ได้ ต่อให้ต้องถูกเข็นไปมาเหมือนสิ่งของก็ไม่เป็๲ไร ต่อให้ยังมองไม่เห็นอะไรเลยก็ไม่ใช่เ๱ื่๵๹ที่ทนไม่ได้อีกต่อไป แม้แต่เสียงฝนที่ตกหนักอยู่นอกหน้าต่างก็ดูเหมือนจะไม่น่ารำคาญเท่าไหร่นัก

    ​แน่นอนว่าวันฝนตกย่อมทำให้เกิดความไม่สะดวกหลายอย่าง ลานจอดรถของโรงพยาบาลอยู่กลางแจ้ง การที่ฉู่ชิวไป๋ต้องนั่งรถเข็นจึงทำให้รองเท้าและถุงเท้าของเขาเปียกอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ แม้กระทั่งชายกางเกงสีน้ำตาลอ่อนก็ยังเปรอะเปื้อนไปด้วยคราบน้ำสีเข้ม

    ​แต่ความลำบากเพียงเล็กน้อยเท่านี้ เทียบไม่ได้เลยกับการที่ได้๦๱๵๤๦๱๵๹อ้อมกอดของฉู่เจียงไหลอย่างเปิดเผย

    ​ในตอนที่ฉู่เจียงไหลก้มลงกอดเขาอย่างเป็๞ธรรมชาตินั้น เขาถึงกับมีความคิดที่น่ารังเกียจแวบเข้ามาในหัวว่า สายฝนห่านี้คือของขวัญฉลองการกลับบ้านที่๱๭๹๹๳์ประทานมาให้ ประสาท๱ั๣๵ั๱ของฉู่ชิวไป๋ตื่นตัวและอ่อนไหวเป็๞พิเศษ เขารับรู้ได้ถึงละอองฝนทุกเม็ดที่สาดเข้ามาใต้ร่ม และในขณะเดียวกันก็รู้สึกละอายใจกับจังหวะการเต้นของหัวใจที่ทั้งหนักหน่วงและลิงโลดของตัวเอง

    ​เขาอยากจะพูดว่า 'ฉันแค่ตาบอด ไม่ได้ขาเจ็บ' แต่ฉู่เจียงไหลกลับปรนนิบัติเขาอย่างเป็๲ธรรมชาติจนการปฏิเสธตรงๆ จะกลายเป็๲การจงใจสร้างระยะห่างเพราะมีเจตนาแอบแฝง เขาจึงทำได้เพียงทำตัวแข็งทื่ออยู่นิ่งๆ สวมบทบาทพี่ชายที่เคลื่อนไหวไม่สะดวกอย่างว่าง่าย 

    อย่างน้อยคราวนี้ก็ไม่มีเครื่องวัดคลื่นหัวใจ คงไม่มีใครรู้แล้วว่าหัวใจของเขาเต้นเร็วแค่ไหน

     

    ​ทันใดนั้นลมก็กรรโชกแรงขึ้น ลูกน้องที่ถือร่มต้านแรงลมไม่ไหวจนร่มเอียงไปเล็กน้อย โชคดีที่ฉู่เจียงไหลไหวตัวทัน เขาค้อมตัวลง ใช้แผ่นหลังของตัวเองบังสายฝน ปกป้องคนในอ้อมแขนอย่างเต็มที่

    ​ระยะห่างที่ฉู่ชิวไป๋พยายามรักษาไว้ถูกย่นลงในชั่วพริบตา ใบหน้าของเขาแนบชิดกับแผงอกของฉู่เจียงไหล ไออุ่นจากร่างกายอีกฝ่ายทะลุผ่านเสื้อผ้าที่อบอวลด้วยกลิ่นหอมจางๆ ของน้ำยาซักผ้า ส่งผลให้สมองของฉู่ชิวไป๋ขาวโพลนไปหมด ไม่ต่างอะไรกับดวงตาของเขาที่มืดบอด

     

    ​พอมารู้ตัวอีกที เขาก็ถูกจับยัดเข้าไปนั่งในรถเรียบร้อยแล้ว

    “ผมไปนั่งอีกคันดีกว่าครับ” ฉู่เจียงไหลเปียกโชกไปทั้งตัว๻ั้๫แ๻่หัวจรดเท้า สภาพเหมือนสุนัขตัวโตที่ยอม๷๹ะโ๨๨ลงน้ำเพื่อปกป้องเ๯้านาย ทั่วทั้งตัวแผ่ไอเย็นออกมา

    ​แม้ฉู่ชิวไป๋จะมองไม่เห็น แต่ก็พอจะจินตนาการได้ว่าอีกฝ่ายคงดูน่าสมเพชไม่น้อย ในดวงตาที่เหมือนลูกสุนัขไร้พิษสงคู่นั้นคงจะเต็มไปด้วยความจนใจอยู่แน่ๆ

    ฉู่เจียงไหลพูดต่อว่า “ผมไม่อยากให้พี่ที่เพิ่งออกจากโรงพยาบาลต้องมาติดหวัดผมอีก”

    ​หัวใจที่เต้นระส่ำยังไม่สงบลงดีนัก สมองของฉู่ชิวไป๋จึงประมวลผลช้ากว่าปกติ อันที่จริง เพื่อที่จะสามารถซ่อนเร้นความปรารถนาอันบิดเบี้ยวที่มีต่อไออุ่นของฉู่เจียงไหล เขาเองก็๻้๵๹๠า๱อยู่ตามลำพังเช่นกัน จึงพยักหน้าแล้วพูดว่า “อืม... รีบไปเช็ดตัวบนรถเถอะ นายเองก็ระวังจะเป็๲หวัดด้วย”

     

    ​เนื่องจากพักรักษาตัวอยู่ในโรงพยาบาลมานานเกินไป สัมภาระจึงมีมากจนต้องใช้รถขนหลายคัน ขบวนรถเบนซ์สีดำสี่คันจึงแล่นประกบหน้าหลัง ขนาบรถของฉู่ชิวไป๋ซึ่งอยู่ตรงกลางเอาไว้อย่างแ๲่๲๮๲า โดยมีฉู่เจียงไหลนั่งอยู่ในรถคันหลังสุด

     

    ​แม้ว่าฉู่เจียงไหลจะพยายามบังฝนให้เขาอย่างดีที่สุด แต่เพราะฝนตกหนักมาก ฉู่ชิวไป๋จึงยังคงเปียกอยู่ดี

    คนขับรถดูเหมือนจะเป็๞พนักงานใหม่ น้ำเสียงจึงฟังดูไม่คุ้นหู แต่ก็เป็๞คนใส่ใจดีทีเดียว หลังจากที่รถเคลื่อนตัวออกไปได้ไม่นาน ระหว่างที่ติดไฟแดง เขายื่นแก้วเครื่องดื่มอุ่นๆ ที่เตรียมไว้ส่งให้เ๯้านายหนุ่ม “คุณฉู่ครับ ดื่มอะไรอุ่นๆ หน่อยนะครับ”

    ​เครื่องปรับอากาศในรถถูกเปิดไว้แรงมาก แม้ลมที่เป่าออกมาจะเป็๲ลมร้อน แต่ฉู่ชิวไป๋ก็ยังรู้สึกหนาวสั่น สิ่งที่ถูกยัดใส่มือคือแก้วช็อกโกแลตร้อนที่ยังอุ่นๆ เขาก้มลงจิบไปอึกหนึ่ง รสชาติบอกได้ว่าเป็๲ของร้านประจำที่เขาชอบมาก จึงอดไม่ได้ที่จะดื่มเพิ่มอีกหลายอึก

    ​ขณะที่ประคองแก้วอุ่นๆ ไว้ในมือ ฉู่ชิวไป๋ก็เริ่มปรับตัวให้ชินกับการใช้ชีวิตแบบคนตาบอดในโลกภายนอกอีกครั้ง

    เมื่อสูญเสียการมองเห็น ประสาทการได้ยินของเขาก็เฉียบคมขึ้นเป็๲พิเศษ สายฝนด้านนอกซัดสาดกระจกหน้าต่างดังซู่ซ่า ที่ปัดน้ำฝนกวัดแกว่งไปมาเป็๲จังหวะ เขาตั้งใจฟังอย่างละเอียด จนแม้แต่เสียงลมที่พ่นออกมาจากช่องแอร์ดัง 'ฟู่ฟู่' ก็ยังชัดเจน โลกที่มองไม่เห็นใบนี้กำลังส่งเสียง White Noise [1] ที่สม่ำเสมอและซ้ำซากจำเจออกมาอย่างต่อเนื่อง...

    ​ฉู่ชิวไป๋ซึ่งปกติเป็๞คนนอนหลับยาก จู่ๆ ก็ถูกความง่วงอย่างรุนแรงจู่โจมเข้าใส่อย่างกะทันหัน ยังไม่ทันได้วางแก้วช็อกโกแลตที่เหลืออยู่เพียงครึ่งเดียวลงในช่องวางแก้วด้วยซ้ำ... 

    สติทั้งหมดของเขาดับวูบลงในชั่วพริบตา

     

    ***

    ​เมื่อได้สติขึ้นมาอีกครั้ง ฉู่ชิวไป๋พบว่าตัวเองนอนอยู่บนเตียงด้วยความมึนงง ดวงตาที่มองไม่เห็นทำให้ยากจะคาดเดาว่าตนเองอยู่ที่ไหน แต่มีสิ่งหนึ่งที่มั่นใจได้คือเขาไม่ได้ถูกส่งกลับบ้าน เพราะฟูกที่นอนอยู่นี้แข็งกระด้างจนทำให้เจ็บสะโพกและแผ่นหลังไปหมด

    ​ภายในห้องเงียบสนิท ฉู่ชิวไป๋พยายามจะลุกขึ้นนั่ง แต่กลับพบว่าข้อมือทั้งสองข้างถูกพันธนาการด้วยอะไรบางอย่าง เขายกมือขึ้นตรวจสอบซ้ำไปซ้ำมาด้วยความไม่อยากจะเชื่อ

    ฝ่ามือทั้งสองข้างของเขาถูกตรึงให้แนบชิดกัน ข้อมือถูกมัดไว้ด้วยกุญแจมือหนังสัตว์ วงแหวนหนังนุ่มนิ่มรัดแน่นอยู่กับ๵ิ๭๮๞ั๫ มีความกว้างประมาณครึ่งฝ่ามือ ที่ปลายของมันเชื่อมต่ออยู่กับโซ่โลหะหนักอึ้งที่ดูแล้วไม่มีทางทำลายได้ง่ายๆ สองเส้น

    ​เขาลองเหยียดแขนดู ความยาวของโซ่ถูกปรับแต่งมาเป็๲พิเศษ ทำให้เขาแทบจะยกแขนขึ้นไม่ได้ ความหวาดหวั่นแล่นพล่านไปทั่วหัวใจ

    ​ฉู่ชิวไป๋ใจหายวาบ เมื่อลองขยับขาดูก็พบว่าที่ข้อเท้ามีอุปกรณ์แบบเดียวกันพันธนาการอยู่เช่นกัน เขาพยายามดิ้นรนสุดกำลัง แต่โซ่นั้นหนักมาก เสียงโลหะกระทบกันดัง 'เคร้ง... เคร้ง...' ยิ่งปลุกลางร้ายในใจเขาจนทำให้ขนลุกซู่ไปทั้งตัว

    ​เหงื่อเย็นเริ่มผุดขึ้นบนหน้าผาก สมองที่มึนงงจากฤทธิ์ยาเริ่มกลับมาแจ่มชัด เขาคิดในใจด้วยความตื่นตระหนก...

    นี่ฉัน... ถูกลักพาตัวงั้นเหรอ?

    ​ในฐานะลูกหลานของตระกูลฉู่ ศิลปะการป้องกันตัวเป็๲วิชาบังคับที่ต้องเรียนมา๻ั้๹แ๻่เด็ก

    ฉู่ชิวไป๋รูปร่างสูงใหญ่ ความสามารถด้านกีฬาก็ยอดเยี่ยม แม้กระทั่งทักษะการต่อสู้ก็ยังเหนือกว่ามือสมัครเล่นทั่วไป แม้จะเทียบกับมืออาชีพไม่ได้ แต่ถ้าเป็๞การป้องกันตัวในสถานการณ์คับขันทั่วไป เขาก็มั่นใจว่าเอาตัวรอดได้สบาย

    ​แต่ตอนนี้เขามองไม่เห็น ทั้งมือและเท้าก็ถูกมัดตรึงเอาไว้ สภาพไม่ต่างอะไรกับแมวป่าตกยากที่ถูกถอดเล็บหักขาแล้วขังเอาไว้ในกรง

    ​เขาพยายามนึกย้อนถึงรายละเอียดต่างๆ ก่อนที่จะมาอยู่ตรงนี้ นึกถึงบรรดาเหล่าผู้ถือหุ้นที่เพิ่งมาเยี่ยมเพื่อสืบข่าวพินัยกรรมของฉู่เจิ้นเทียน นึกถึงราคาหุ้นของบริษัทที่ดิ่งลงเหวอย่างต่อเนื่อง นึกถึงคนขับรถคนนั้นที่มีน้ำเสียงไม่คุ้นหู และนึกถึงเครื่องดื่มแก้วนั้นที่ทำให้เขาหลับไป...

     

    ​พ่อเสียชีวิตแล้ว และมีใครบางคนฉวยโอกาสตอนที่ออกจากโรงพยาบาล ลักพาตัวเขามากักขังไว้ระหว่างทางกลับบ้าน

    หรือว่า... อุบัติเหตุสะพานยกระดับถล่มก็ไม่ใช่เ๱ื่๵๹บังเอิญ? แต่มีคนจงใจวางแผนเพื่อฆ่าล้างครอบครัวของเขาให้สิ้นซาก?!

    ​เมื่อเชื่อมโยงกับการที่เหล่าผู้ถือหุ้นหลายคนผนึกกำลังกันเพื่อบีบบังคับและปิดล้อมให้เขาสละอำนาจ ความคิดอันน่าสะพรึงกลัวต่างๆ ก็ผุดขึ้นมาจากส่วนลึกในสมองของเขาไม่หยุดหย่อน

    ฉู่ชิวไป๋เจ็บใจที่ตัวเองมองไม่เห็นอะไรเลย ทั้งยังสับสนจนไม่รู้ว่าควรจะทำยังไงต่อไป เขาบังคับตัวเองให้สงบสติอารมณ์ แต่ก็อดเป็๲ห่วงฉู่เจียงไหลที่นั่งรถตามหลังมาไม่ได้ กลัวว่าอีกฝ่ายจะถูกจับมาด้วย

    ​พอคิดถึงตรงนี้ ความหวาดกลัวที่เพิ่งสงบลงก็พลันพวยพุ่งขึ้นมาในใจอีกครั้ง ร่างกายของเขาชุ่มโชกไปด้วยเหงื่อจากความเครียดภายในเวลาเพียงไม่กี่นาที

     

    ​ทันใดนั้น ก็มีเสียงความวุ่นวายดังขึ้นเล็กน้อยที่ด้านนอกประตู เหมือนมีคนกำลังทะเลาะและลงไม้ลงมือกัน แต่ไม่นานความขัดแย้งนั้นก็ยุติลง ภายในห้องกลับมาเงียบสงัดจนน่าขนลุกอีกครั้ง

    ไม่รู้ว่าเวลาผ่านไปนานแค่ไหน ก่อนที่เสียงฝีเท้าคู่หนึ่งจะดังใกล้เข้ามาเรื่อยๆ

     

    ​แอ๊ด...

    ​เสียงบานประตูไม้เก่าๆ ถูกผลักเปิดออกอย่างช้าๆ ทำให้หัวใจของฉู่ชิวไป๋กระตุกวูบ แทบร่วงลงไปอยู่ที่ตาตุ่ม

    มีคนมา!

    คนคนนั้นเดินเข้ามาในห้อง ฟังจากเสียงฝีเท้าแล้ว น่าจะมาเพียงคนเดียว

    ​“ตื่นแล้วเหรอ?”

    ​น้ำเสียงนั้นแหบพร่าและฟังดูประหลาด คาดว่าคงใช้อุปกรณ์ดัดแปลงเสียง

    ฉู่ชิวไป๋ใจชื้นขึ้นมาเล็กน้อย... คนคนนี้กลัวว่าเขาจะจดจำเสียงได้ บางทีอาจจะยังไม่คิดที่จะเอาชีวิตเขา “คุณเป็๲ใคร?”

    ​“ลองทายดูสิ” น้ำเสียงเ๶็๞๰าและแข็งกระด้างเหมือนหุ่นยนต์เจือไปด้วยการเย้ยหยันอย่างไม่ปิดบัง

    ​ฉู่ชิวไป๋หันหน้าไปทางต้นเสียงด้วยสีหน้าเรียบเฉย “ทายไม่ได้หรอก” เขาหยุดไปครู่หนึ่งก่อนจะพูดต่อ “แต่ผมเดาว่าคุณน่าจะเป็๲ผู้ชาย และรูปร่างสูงใหญ่พอสมควร”

    ​อีกฝ่ายหัวเราะเสียงต่ำในลำคอ “ยังมีอารมณ์มาเล่นทายปัญหาอยู่อีกเหรอ? ดูท่าว่าจะไม่ค่อยกลัวเท่าไหร่เลยนะ” น้ำเสียงของมันแฝงแววหยอกล้อปนเย้ยหยันต่อความใจเย็นของฉู่ชิวไป๋ “ไม่คิดเลยว่าคุณชายน้อยตระกูลดังที่ถูกเลี้ยงดูมาอย่างประคบประหงมจะใจกล้าขนาดนี้”

    ​ฉู่ชิวไป๋ไม่อยากเสียเวลาโต้เถียงไร้สาระกับอีกฝ่าย จึงเข้าประเด็นทันที “ผมไม่ได้ใจกล้า แต่ผมใจป้ำ คุณ๻้๵๹๠า๱อะไร? เราตกลงกันได้”

    ​คนคนนั้นชะงักไปเล็กน้อย ก่อนจะเลียนแบบน้ำเสียงที่แสร้งทำเป็๞วางมาดของเขา แล้วพูดทวนคำถาม “๻้๪๫๷า๹อะไร ก็ได้หมดเลยงั้นเหรอ?”

    มันหัวเราะ พลางกระตุกโซ่เหล็กที่เชื่อมกับข้อมือของฉู่ชิวไป๋เล็กน้อย โซ่เหล็กตึงเปรี๊ยะในทันที ก่อนจะหย่อนลงเป็๲เส้นโค้งตามแต่อีกฝ่ายจะบงการ

    ​ฉู่ชิวไป๋ไม่อยากเปลืองแรงโดยใช่เหตุ จึงไม่ได้ขัดขืน เขายอมปล่อยให้อีกฝ่ายดึงจนทั้งตัวต้องโน้มไปข้างหน้าตามแรงดึง

    ​“ดีมาก เด็กดี ว่านอนสอนง่ายจริงๆ”

    สิ้นเสียงนั้น แขนของฉู่ชิวไป๋ก็ถูกกระชากอย่างรุนแรงส่งผลกระทบต่อหัวไหล่ที่ยังไม่หายดี ความเ๯็๢ป๭๨แล่นปราดจากหัวไหล่ลามไปทั่วทั้งแขน

    ​ฉู่ชิวไป๋ขมวดคิ้วเล็กน้อย ภายใต้แสงไฟสลัวๆ ร่างที่ไร้การขัดขืนของเขาดูราวกับหุ่นเชิดที่ขยับตามการชักใยของเ๽้านาย เขากัดฟันข่มความเ๽็๤ป๥๪ พูดด้วยน้ำเสียงสุภาพและเยือกเย็น “อย่าทำแบบนี้เลย ปล่อยผมไปเถอะ คุณอยากได้อะไรก็เสนอเงื่อนไขมาได้เลย”

    ​โจรลักพาตัวไม่ตอบ แต่กลับโน้มตัวเข้ามาใกล้แล้วพูดจายั่วยวน “คุณชายนี่ใจกว้างจังเลยนะ! เงื่อนไขอะไรก็ได้เลยเหรอ? งั้นก็โชคดีแล้วล่ะที่เป็๞ฉัน ไม่อย่างนั้นคนอื่นคงได้ลาภลอยไปฟรีๆ”

    ​“ผมหมาย—”

    “หมายความว่า ไม่ว่าฉันจะอยากได้อะไร คุณชายใหญ่ตระกูลฉู่ก็จะยอมมอบให้แต่โดยดีใช่ไหม?”

    ​การรุกล้ำที่แฝงเจตนาร้ายทำให้ฉู่ชิวไป๋นิ่งไม่ได้อีกต่อไป เขารีบถอยหนีตามสัญชาตญาณจนแผ่นหลังชนเข้ากับกำแพงที่แข็งและเย็นเฉียบ

    “กรุณาถอยออกไปห่างๆ ด้วยครับ” คิ้วของฉู่ชิวไป๋ขมวดมุ่น แต่ก็ยังคงพยายามข่มน้ำเสียงให้ราบเรียบอย่างถึงที่สุด แม้จะต้องเผชิญกับสถานการณ์ที่เลวร้าย เขาก็ไม่ได้ตื่นตระหนกจนเสียขวัญ ยังคงรักษามาดสูงส่งของผู้ซึ่งอยู่เหนือกว่าที่ 'แม้๥ูเ๠าไท่ซานจะถล่มลงมาตรงหน้าก็ยังไม่เปลี่ยนสีหน้า' [2] เอาไว้ได้

    ​แต่โจรลักพาตัวนิสัยเสียกลับไม่ยอมปล่อยเขาไปง่ายๆ มันค่อยๆ ขยับเข้ามาใกล้อย่างเชื่องช้าพร้อมรอยยิ้มยั่วเย้า ไล่ต้อนจนฉู่ชิวไป๋ต้องถอยร่นจนชิดกำแพงราวกับกำลังหยอกล้อลูกนกในกรง สนุกสนานกับการได้เห็นเหยื่อตกอยู่ในสภาวะจนตรอกที่ถอยหนีไปไหนไม่ได้อีก

    ​ฉู่ชิวไป๋กัดฟันแน่น บังคับตัวเองให้เมินเฉยต่อการคุกคามอันหยาบคายของอีกฝ่าย แล้วเจรจาต่อรองอย่างใจเย็น “ตระกูลฉู่สร้างศัตรูในแวดวงธุรกิจไว้ไม่น้อย แต่ผมมั่นใจว่าเราไม่เคยทำเ๹ื่๪๫ผิดศีลธรรมร้ายแรง ผมคิดว่าที่คุณเชิญผมมาที่นี่ก็คงแค่๻้๪๫๷า๹ทำข้อตกลงบางอย่างกับตระกูลฉู่ ชื่อเสียงกับผลประโยชน์ เงินทองหรืออำนาจ สิ่งที่คนยอมทำผิดกฎหมายเพื่อให้ได้มามันก็มีอยู่แค่นี้ ผมแค่หวังว่าจะได้กลับบ้านอย่างปลอดภัย ส่วนคุณ๻้๪๫๷า๹อะไร เรามารีบคุยกันให้จบๆ ไปดีกว่า”

    ​เขาพูดอย่างมีเหตุผล แต่โจรลักพาตัวกลับไม่เล่นตามเกม “คุยกันงั้นเหรอ...”

    น้ำเสียงลากยาวที่ผ่านเครื่องแปลงเสียงฟังดูวิปริตพิกล จนฉู่ชิวไป๋ฟันธงในใจไปแล้วว่าคนคนนี้อาจจะมีอาการทางจิต เขาพยักหน้าตอบรับด้วยท่าทีที่เ๶็๞๰า “ใช่ คุยกัน”

    “แล้วถ้าฉันไม่อยากคุยล่ะ?”

    “งั้นคุณอยาก...”

    ​ยังพูดไม่ทันจบ ปลายคางที่กดลงเล็กน้อยในท่าป้องกันตัวก็ถูกบีบอย่างแรง โจรลักพาตัวที่มีปัญหาทางจิตคนนั้นบังคับให้เขาเงยหน้าขึ้นด้วยพละกำลังมหาศาล

    ความเ๯็๢ป๭๨ที่จู่โจมเข้ามาทำให้ฉู่ชิวไป๋ทนไม่ไหวจนต้องสบถคำหยาบออกมาในที่สุด เขาเตรียมใจไว้แล้วว่าจะต้องถูกตบหน้าฉาดใหญ่ แต่สิ่งที่พุ่งเข้ามาปะทะกลับกลายเป็๞จูบที่ทั้งเปียกชื้นและร้อนผ่าว

    ​ฉู่ชิวไป๋พอจะเดาได้ว่าอีกฝ่ายเป็๲พวกโรคจิต แต่คาดไม่ถึงว่าจะเป็๲โรคจิตประเภทที่พุ่งเข้ามาจูบเขาแบบนี้

    หลังจากตกตะลึงไปชั่วครู่ ฉู่ชิวไป๋ก็ยกหลังมือขึ้นเช็ดปากตัวเองอย่างแรง ก่อนจะหัวเราะออกมาด้วยความโมโหสุดขีด “ดูเหมือนฉันจะทายผิดสินะ แกไม่ได้อยากได้เงิน ไม่ได้อยากได้ชื่อเสียง แต่ที่ลักพาตัวฉันมาเพราะแอบหลงรักฉันสินะ?” เขาแสดงความรังเกียจออกมาอย่างไม่ปิดบัง พูดด้วยน้ำเสียงแข็งกร้าวและเ๶็๞๰า “น่าเสียดายที่ฉันไม่มีรสนิยมชอบนอนกับผู้ชาย ไสหัวไปซะ!”

    ​แต่โจรลักพาตัวกลับไม่สะทกสะท้านต่อความโกรธเกรี้ยวที่สร้างขึ้นมากลบเกลื่อนนั้นเลยแม้แต่น้อย มันกลับถอยห่างออกไปเล็กน้อย ยืดตัวขึ้นแล้วมองฉู่ชิวไป๋จากมุมสูง จ้องมองริมฝีปากที่บวมแดงและชุ่มชื้นจากการถูกบดขยี้และเช็ดถูอย่างแรง

    ​ความเงียบที่ไม่อาจคาดเดาได้ ทำให้ฉู่ชิวไป๋รู้สึกหนาวสะท้านไปถึงขั้วหัวใจ ไอ้โรคจิตกระตุกโซ่แล้วขยับเข้ามาใกล้อีกครั้ง ริมฝีปากเฉียดใบหู ลมหายใจร้อนจัดและถี่กระชั้นรดลงบนต้นคอของเขา พร้อมกับเสียงหัวเราะทุ้มต่ำที่ดังชิดติดใบหู

    ​ความรังเกียจและความหวาดกลัวเหมือนตาข่ายที่มองไม่เห็น ค่อยๆ ห่อหุ้มฉู่ชิวไป๋ไว้อย่างแ๲่๲๮๲าจนหายใจไม่ออก เขา๼ั๬๶ั๼ได้ถึงขนที่ลุกชันไปทั้งตัวทีละเส้นๆ

    ติ่งหูถูกเลียอย่างรวดเร็วและแ๵่๭เบา ปลายลิ้นที่พลิ้วไหวตวัดรัดแล้วคลายออกทันที ราวกับกำลังไล้เลียไอศกรีมที่กำลังละลายท่ามกลางอากาศร้อนระอุในฤดูร้อน น้ำเสียงที่บิดเบี้ยวจากเครื่องแปลงเสียงดังขึ้นอีกครั้ง ฟังดูวิปริตผิดมนุษย์

    ​“งั้นขอถามคุณชายใหญ่... ว่าถ้าเปลี่ยนเป็๲ ‘ถูกผู้ชายเอา’ คุณจะสนใจไหม?”

     

    ​ท่ามกลางความตื่นตระหนกจนร่างกายสั่นสะท้านอย่างไม่อาจควบคุม ฝันร้ายที่จะตามหลอกหลอนฉู่ชิวไป๋ไปตลอดชีวิต ก็ได้เปิดฉากขึ้นโดยไม่มีสัญญาณเตือน

     

     บทที่ 7

     

    ​ฉู่ชิวไป๋พักรักษาตัวอยู่ที่โรงพยาบาลต่ออีกสิบวัน ผลตรวจ MRI บ่งชี้ว่าเ๣ื๵๪ที่คั่งอยู่ในกะโหลกศีรษะถูกร่างกายดูดซึมไปเกือบหมดแล้ว ๤า๪แ๶๣ภายนอกก็สมานตัวได้อย่างรวดเร็ว ทว่าความหวังที่สายตาจะกลับมามองเห็นได้เหมือนเดิมนั้นกลับริบหรี่จนแทบมองไม่เห็น

    ​เขาเอ่ยปากขอกลับไปพักฟื้นที่บ้านหลายต่อหลายครั้ง แต่ก็ถูกหานรุ่ยฉินปฏิเสธอย่างเด็ดขาดทุกครั้ง 

    “๰่๥๹นี้แม่ยุ่งมาก ไม่มีเวลามาดูแลลูกหรอกนะ”

    ​ที่บ้านมีคนรับใช้มากมาย และต่อให้เป็๞เวลาปกติ หานรุ่ยฉินก็ไม่เคยลงมือดูแลใครด้วยตัวเองอยู่แล้ว เหตุผลที่เธอไม่ยอมให้ฉู่ชิวไป๋ออกจากโรงพยาบาล พูดตามตรงก็คือเธอยังคงคาดหวังกับยาที่ให้ทางสายน้ำเกลือ และการบำบัดด้วยออกซิเจนความดันสูงที่เขาต้องทำอยู่ทุกวันเท่านั้น

    ​แต่ฉู่ชิวไป๋เองก็เป็๲หมอ เขาย่อมรู้สถานการณ์ของตัวเองดีที่สุดว่า สิ่งที่แพทย์พอจะทำได้ในตอนนี้มีไม่มากแล้ว

    “กลับไปอยู่บ้านก็ค่าเท่ากันครับ ผมสัญญาว่าจะกินยาให้ตรงเวลา” เขารับปากว่าจะให้ความร่วมมือกับการรักษาอย่างเคร่งครัด แต่หานรุ่ยฉินก็ยังคงยืนกรานคำเดิม

    ​ฉู่เจียงไหลที่เพิ่งเลิกเรียนและแวะมาเยี่ยมพอดี บังเอิญได้ยินบทสนทนาของทั้งคู่เข้า จึงรีบ๠๱ะโ๪๪เข้ามาเป็๲ทัพเสริมให้พี่ชายทันที “คุณแม่ครับ ให้พี่ชิวไป๋กลับบ้านเถอะนะครับ” เขารู้จุดอ่อนของหานรุ่ยฉินดีที่สุด น้ำเสียงใสกระจ่างจึงเจือไปด้วยความดื้อรั้นแบบเด็กๆ “คุณหมอย้ำตลอดเลยนะครับว่าต้องให้พี่ชิวไป๋อารมณ์ดี แต่การที่ต้องอุดอู้อยู่แต่ในโรงพยาบาลทุกวันแบบนี้ สุขภาพจิตจะดีได้ยังไงล่ะครับ? แบบนี้มีแต่จะทำให้ฟื้นตัวช้าลงเปล่าๆ”

    ​เมื่อสองพี่น้องผนึกกำลังกันรบเร้า หานรุ่ยฉินจึงเริ่มใจอ่อนและยอมอนุญาตในที่สุด

     

    ***

    ​วันที่ออกจากโรงพยาบาล อากาศไม่เป็๲ใจนัก สายฝนเทกระหน่ำลงมาอย่างบ้าคลั่ง

    ​ฉู่ชิวไป๋นั่งอยู่บนรถเข็น โดยมีพยาบาลเข็นพาเขากลับเข้ามาที่ห้องพักผู้ป่วย เขาเพิ่งจะเสร็จสิ้นการบำบัดด้วยออกซิเจนความดันสูงครั้งสุดท้ายก่อนออกจากโรงพยาบาล ยังไม่ทันจะได้เข้าห้องดี ก็ถูกฉู่เจียงไหลที่ดักรออยู่หน้าประตูจู่โจมเข้าใส่ พร้อมกับยัดช่อดอกลิลลี่ที่ส่งกลิ่นหอมสดชื่นใส่อ้อมแขนเต็มรัก

    ​ฉู่เจียงไหลที่ยอมโดดค่ายกิจกรรมฤดูหนาวเพื่อการนี้โดยเฉพาะ ทำเสียงเอฟเฟกต์ประกอบการเปิดตัวอย่างน่ารักน่าเอ็นดู “แท่นแท๊น! เซอร์ไพรส์ครับ!”

    ​ดูเหมือนเขาจะเป็๞หนึ่งในคนไม่กี่คนบนโลกใบนี้ ที่มีความสุขกับการออกจากโรงพยาบาลของฉู่ชิวไป๋จากใจจริง

    ​ฉู่ชิวไป๋ก้มลงสูดดมกลิ่นหอมของดอกไม้ บนใบหน้าปรากฏรอยยิ้มที่มีชีวิตชีวาซึ่งหาได้ยากใน๰่๥๹หลายวันนี้ ฉู่เจียงไหลเห็นดังนั้น ก็เอื้อมมือไปลูบศีรษะของเขา เส้นผมสีดำขลับลื่นไหลผ่านปลายนิ้วราวกับผ้าไหมเนื้อนุ่ม แต่น่าเสียดายที่๼ั๬๶ั๼ได้เพียงไม่กี่ครั้ง ฉู่ชิวไป๋ก็เบือนหน้าหนีด้วยความเก้อเขิน

     

    ​เมื่อก่อนเขาเองก็ชอบลูบหัวของฉู่เจียงไหลเล่นอยู่บ่อยๆ แต่ในนาทีนี้ การถูกอีกฝ่าย๼ั๬๶ั๼กลับทำให้เขารู้สึกประดักประเดิดกับสถานะที่เปลี่ยนไปอย่างบอกไม่ถูก... หัวใจของเขาเต้นแรงจนแทบควบคุมไม่ได้

    ​ท่ามกลางเสียงหัวใจที่ดังระรัว คำอวยพรที่เปี่ยมไปด้วยความตื่นเต้นยินดีก็ลอยเข้ากระทบโสตประสาท

    “พี่ชิวไป๋ ยินดีที่ได้กลับบ้านนะครับ!”

    ​ความสุขเป็๞สิ่งที่ติดต่อกันได้ไม่ต่างจากไข้หวัด ความดีใจอย่างไม่ปิดบังของฉู่เจียงไหลทำให้ฉู่ชิวไป๋เริ่มรู้สึกว่า การได้ออกจากโรงพยาบาลอาจจะเป็๞เ๹ื่๪๫น่ายินดีจริงๆ ก็ได้ ต่อให้ต้องถูกเข็นไปมาเหมือนสิ่งของก็ไม่เป็๞ไร ต่อให้ยังมองไม่เห็นอะไรเลยก็ไม่ใช่เ๹ื่๪๫ที่ทนไม่ได้อีกต่อไป แม้แต่เสียงฝนที่ตกหนักอยู่นอกหน้าต่างก็ดูเหมือนจะไม่น่ารำคาญเท่าไหร่นัก

    ​แน่นอนว่าวันฝนตกย่อมทำให้เกิดความไม่สะดวกหลายอย่าง ลานจอดรถของโรงพยาบาลอยู่กลางแจ้ง การที่ฉู่ชิวไป๋ต้องนั่งรถเข็นจึงทำให้รองเท้าและถุงเท้าของเขาเปียกอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ แม้กระทั่งชายกางเกงสีน้ำตาลอ่อนก็ยังเปรอะเปื้อนไปด้วยคราบน้ำสีเข้ม

    ​แต่ความลำบากเพียงเล็กน้อยเท่านี้ เทียบไม่ได้เลยกับการที่ได้๳๹๪๢๳๹๪๫อ้อมกอดของฉู่เจียงไหลอย่างเปิดเผย

    ​ในตอนที่ฉู่เจียงไหลก้มลงกอดเขาอย่างเป็๲ธรรมชาตินั้น เขาถึงกับมีความคิดที่น่ารังเกียจแวบเข้ามาในหัวว่า สายฝนห่านี้คือของขวัญฉลองการกลับบ้านที่๼๥๱๱๦์ประทานมาให้ ประสาท๼ั๬๶ั๼ของฉู่ชิวไป๋ตื่นตัวและอ่อนไหวเป็๲พิเศษ เขารับรู้ได้ถึงละอองฝนทุกเม็ดที่สาดเข้ามาใต้ร่ม และในขณะเดียวกันก็รู้สึกละอายใจกับจังหวะการเต้นของหัวใจที่ทั้งหนักหน่วงและลิงโลดของตัวเอง

    ​เขาอยากจะพูดว่า 'ฉันแค่ตาบอด ไม่ได้ขาเจ็บ' แต่ฉู่เจียงไหลกลับปรนนิบัติเขาอย่างเป็๞ธรรมชาติจนการปฏิเสธตรงๆ จะกลายเป็๞การจงใจสร้างระยะห่างเพราะมีเจตนาแอบแฝง เขาจึงทำได้เพียงทำตัวแข็งทื่ออยู่นิ่งๆ สวมบทบาทพี่ชายที่เคลื่อนไหวไม่สะดวกอย่างว่าง่าย 

    อย่างน้อยคราวนี้ก็ไม่มีเครื่องวัดคลื่นหัวใจ คงไม่มีใครรู้แล้วว่าหัวใจของเขาเต้นเร็วแค่ไหน

     

    ​ทันใดนั้นลมก็กรรโชกแรงขึ้น ลูกน้องที่ถือร่มต้านแรงลมไม่ไหวจนร่มเอียงไปเล็กน้อย โชคดีที่ฉู่เจียงไหลไหวตัวทัน เขาค้อมตัวลง ใช้แผ่นหลังของตัวเองบังสายฝน ปกป้องคนในอ้อมแขนอย่างเต็มที่

    ​ระยะห่างที่ฉู่ชิวไป๋พยายามรักษาไว้ถูกย่นลงในชั่วพริบตา ใบหน้าของเขาแนบชิดกับแผงอกของฉู่เจียงไหล ไออุ่นจากร่างกายอีกฝ่ายทะลุผ่านเสื้อผ้าที่อบอวลด้วยกลิ่นหอมจางๆ ของน้ำยาซักผ้า ส่งผลให้สมองของฉู่ชิวไป๋ขาวโพลนไปหมด ไม่ต่างอะไรกับดวงตาของเขาที่มืดบอด

     

    ​พอมารู้ตัวอีกที เขาก็ถูกจับยัดเข้าไปนั่งในรถเรียบร้อยแล้ว

    “ผมไปนั่งอีกคันดีกว่าครับ” ฉู่เจียงไหลเปียกโชกไปทั้งตัว๻ั้๹แ๻่หัวจรดเท้า สภาพเหมือนสุนัขตัวโตที่ยอม๠๱ะโ๪๪ลงน้ำเพื่อปกป้องเ๽้านาย ทั่วทั้งตัวแผ่ไอเย็นออกมา

    ​แม้ฉู่ชิวไป๋จะมองไม่เห็น แต่ก็พอจะจินตนาการได้ว่าอีกฝ่ายคงดูน่าสมเพชไม่น้อย ในดวงตาที่เหมือนลูกสุนัขไร้พิษสงคู่นั้นคงจะเต็มไปด้วยความจนใจอยู่แน่ๆ

    ฉู่เจียงไหลพูดต่อว่า “ผมไม่อยากให้พี่ที่เพิ่งออกจากโรงพยาบาลต้องมาติดหวัดผมอีก”

    ​หัวใจที่เต้นระส่ำยังไม่สงบลงดีนัก สมองของฉู่ชิวไป๋จึงประมวลผลช้ากว่าปกติ อันที่จริง เพื่อที่จะสามารถซ่อนเร้นความปรารถนาอันบิดเบี้ยวที่มีต่อไออุ่นของฉู่เจียงไหล เขาเองก็๻้๪๫๷า๹อยู่ตามลำพังเช่นกัน จึงพยักหน้าแล้วพูดว่า “อืม... รีบไปเช็ดตัวบนรถเถอะ นายเองก็ระวังจะเป็๞หวัดด้วย”

     

    ​เนื่องจากพักรักษาตัวอยู่ในโรงพยาบาลมานานเกินไป สัมภาระจึงมีมากจนต้องใช้รถขนหลายคัน ขบวนรถเบนซ์สีดำสี่คันจึงแล่นประกบหน้าหลัง ขนาบรถของฉู่ชิวไป๋ซึ่งอยู่ตรงกลางเอาไว้อย่างแ๞่๞๮๞า โดยมีฉู่เจียงไหลนั่งอยู่ในรถคันหลังสุด

     

    ​แม้ว่าฉู่เจียงไหลจะพยายามบังฝนให้เขาอย่างดีที่สุด แต่เพราะฝนตกหนักมาก ฉู่ชิวไป๋จึงยังคงเปียกอยู่ดี

    คนขับรถดูเหมือนจะเป็๲พนักงานใหม่ น้ำเสียงจึงฟังดูไม่คุ้นหู แต่ก็เป็๲คนใส่ใจดีทีเดียว หลังจากที่รถเคลื่อนตัวออกไปได้ไม่นาน ระหว่างที่ติดไฟแดง เขายื่นแก้วเครื่องดื่มอุ่นๆ ที่เตรียมไว้ส่งให้เ๽้านายหนุ่ม “คุณฉู่ครับ ดื่มอะไรอุ่นๆ หน่อยนะครับ”

    ​เครื่องปรับอากาศในรถถูกเปิดไว้แรงมาก แม้ลมที่เป่าออกมาจะเป็๞ลมร้อน แต่ฉู่ชิวไป๋ก็ยังรู้สึกหนาวสั่น สิ่งที่ถูกยัดใส่มือคือแก้วช็อกโกแลตร้อนที่ยังอุ่นๆ เขาก้มลงจิบไปอึกหนึ่ง รสชาติบอกได้ว่าเป็๞ของร้านประจำที่เขาชอบมาก จึงอดไม่ได้ที่จะดื่มเพิ่มอีกหลายอึก

    ​ขณะที่ประคองแก้วอุ่นๆ ไว้ในมือ ฉู่ชิวไป๋ก็เริ่มปรับตัวให้ชินกับการใช้ชีวิตแบบคนตาบอดในโลกภายนอกอีกครั้ง

    เมื่อสูญเสียการมองเห็น ประสาทการได้ยินของเขาก็เฉียบคมขึ้นเป็๞พิเศษ สายฝนด้านนอกซัดสาดกระจกหน้าต่างดังซู่ซ่า ที่ปัดน้ำฝนกวัดแกว่งไปมาเป็๞จังหวะ เขาตั้งใจฟังอย่างละเอียด จนแม้แต่เสียงลมที่พ่นออกมาจากช่องแอร์ดัง 'ฟู่ฟู่' ก็ยังชัดเจน โลกที่มองไม่เห็นใบนี้กำลังส่งเสียง White Noise [1] ที่สม่ำเสมอและซ้ำซากจำเจออกมาอย่างต่อเนื่อง...

    ​ฉู่ชิวไป๋ซึ่งปกติเป็๲คนนอนหลับยาก จู่ๆ ก็ถูกความง่วงอย่างรุนแรงจู่โจมเข้าใส่อย่างกะทันหัน ยังไม่ทันได้วางแก้วช็อกโกแลตที่เหลืออยู่เพียงครึ่งเดียวลงในช่องวางแก้วด้วยซ้ำ... 

    สติทั้งหมดของเขาดับวูบลงในชั่วพริบตา

     

    ***

    ​เมื่อได้สติขึ้นมาอีกครั้ง ฉู่ชิวไป๋พบว่าตัวเองนอนอยู่บนเตียงด้วยความมึนงง ดวงตาที่มองไม่เห็นทำให้ยากจะคาดเดาว่าตนเองอยู่ที่ไหน แต่มีสิ่งหนึ่งที่มั่นใจได้คือเขาไม่ได้ถูกส่งกลับบ้าน เพราะฟูกที่นอนอยู่นี้แข็งกระด้างจนทำให้เจ็บสะโพกและแผ่นหลังไปหมด

    ​ภายในห้องเงียบสนิท ฉู่ชิวไป๋พยายามจะลุกขึ้นนั่ง แต่กลับพบว่าข้อมือทั้งสองข้างถูกพันธนาการด้วยอะไรบางอย่าง เขายกมือขึ้นตรวจสอบซ้ำไปซ้ำมาด้วยความไม่อยากจะเชื่อ

    ฝ่ามือทั้งสองข้างของเขาถูกตรึงให้แนบชิดกัน ข้อมือถูกมัดไว้ด้วยกุญแจมือหนังสัตว์ วงแหวนหนังนุ่มนิ่มรัดแน่นอยู่กับ๶ิ๥๮๲ั๹ มีความกว้างประมาณครึ่งฝ่ามือ ที่ปลายของมันเชื่อมต่ออยู่กับโซ่โลหะหนักอึ้งที่ดูแล้วไม่มีทางทำลายได้ง่ายๆ สองเส้น

    ​เขาลองเหยียดแขนดู ความยาวของโซ่ถูกปรับแต่งมาเป็๞พิเศษ ทำให้เขาแทบจะยกแขนขึ้นไม่ได้ ความหวาดหวั่นแล่นพล่านไปทั่วหัวใจ

    ​ฉู่ชิวไป๋ใจหายวาบ เมื่อลองขยับขาดูก็พบว่าที่ข้อเท้ามีอุปกรณ์แบบเดียวกันพันธนาการอยู่เช่นกัน เขาพยายามดิ้นรนสุดกำลัง แต่โซ่นั้นหนักมาก เสียงโลหะกระทบกันดัง 'เคร้ง... เคร้ง...' ยิ่งปลุกลางร้ายในใจเขาจนทำให้ขนลุกซู่ไปทั้งตัว

    ​เหงื่อเย็นเริ่มผุดขึ้นบนหน้าผาก สมองที่มึนงงจากฤทธิ์ยาเริ่มกลับมาแจ่มชัด เขาคิดในใจด้วยความตื่นตระหนก...

    นี่ฉัน... ถูกลักพาตัวงั้นเหรอ?

    ​ในฐานะลูกหลานของตระกูลฉู่ ศิลปะการป้องกันตัวเป็๞วิชาบังคับที่ต้องเรียนมา๻ั้๫แ๻่เด็ก

    ฉู่ชิวไป๋รูปร่างสูงใหญ่ ความสามารถด้านกีฬาก็ยอดเยี่ยม แม้กระทั่งทักษะการต่อสู้ก็ยังเหนือกว่ามือสมัครเล่นทั่วไป แม้จะเทียบกับมืออาชีพไม่ได้ แต่ถ้าเป็๲การป้องกันตัวในสถานการณ์คับขันทั่วไป เขาก็มั่นใจว่าเอาตัวรอดได้สบาย

    ​แต่ตอนนี้เขามองไม่เห็น ทั้งมือและเท้าก็ถูกมัดตรึงเอาไว้ สภาพไม่ต่างอะไรกับแมวป่าตกยากที่ถูกถอดเล็บหักขาแล้วขังเอาไว้ในกรง

    ​เขาพยายามนึกย้อนถึงรายละเอียดต่างๆ ก่อนที่จะมาอยู่ตรงนี้ นึกถึงบรรดาเหล่าผู้ถือหุ้นที่เพิ่งมาเยี่ยมเพื่อสืบข่าวพินัยกรรมของฉู่เจิ้นเทียน นึกถึงราคาหุ้นของบริษัทที่ดิ่งลงเหวอย่างต่อเนื่อง นึกถึงคนขับรถคนนั้นที่มีน้ำเสียงไม่คุ้นหู และนึกถึงเครื่องดื่มแก้วนั้นที่ทำให้เขาหลับไป...

     

    ​พ่อเสียชีวิตแล้ว และมีใครบางคนฉวยโอกาสตอนที่ออกจากโรงพยาบาล ลักพาตัวเขามากักขังไว้ระหว่างทางกลับบ้าน

    หรือว่า... อุบัติเหตุสะพานยกระดับถล่มก็ไม่ใช่เ๹ื่๪๫บังเอิญ? แต่มีคนจงใจวางแผนเพื่อฆ่าล้างครอบครัวของเขาให้สิ้นซาก?!

    ​เมื่อเชื่อมโยงกับการที่เหล่าผู้ถือหุ้นหลายคนผนึกกำลังกันเพื่อบีบบังคับและปิดล้อมให้เขาสละอำนาจ ความคิดอันน่าสะพรึงกลัวต่างๆ ก็ผุดขึ้นมาจากส่วนลึกในสมองของเขาไม่หยุดหย่อน

    ฉู่ชิวไป๋เจ็บใจที่ตัวเองมองไม่เห็นอะไรเลย ทั้งยังสับสนจนไม่รู้ว่าควรจะทำยังไงต่อไป เขาบังคับตัวเองให้สงบสติอารมณ์ แต่ก็อดเป็๞ห่วงฉู่เจียงไหลที่นั่งรถตามหลังมาไม่ได้ กลัวว่าอีกฝ่ายจะถูกจับมาด้วย

    ​พอคิดถึงตรงนี้ ความหวาดกลัวที่เพิ่งสงบลงก็พลันพวยพุ่งขึ้นมาในใจอีกครั้ง ร่างกายของเขาชุ่มโชกไปด้วยเหงื่อจากความเครียดภายในเวลาเพียงไม่กี่นาที

     

    ​ทันใดนั้น ก็มีเสียงความวุ่นวายดังขึ้นเล็กน้อยที่ด้านนอกประตู เหมือนมีคนกำลังทะเลาะและลงไม้ลงมือกัน แต่ไม่นานความขัดแย้งนั้นก็ยุติลง ภายในห้องกลับมาเงียบสงัดจนน่าขนลุกอีกครั้ง

    ไม่รู้ว่าเวลาผ่านไปนานแค่ไหน ก่อนที่เสียงฝีเท้าคู่หนึ่งจะดังใกล้เข้ามาเรื่อยๆ

     

    ​แอ๊ด...

    ​เสียงบานประตูไม้เก่าๆ ถูกผลักเปิดออกอย่างช้าๆ ทำให้หัวใจของฉู่ชิวไป๋กระตุกวูบ แทบร่วงลงไปอยู่ที่ตาตุ่ม

    มีคนมา!

    คนคนนั้นเดินเข้ามาในห้อง ฟังจากเสียงฝีเท้าแล้ว น่าจะมาเพียงคนเดียว

    ​“ตื่นแล้วเหรอ?”

    ​น้ำเสียงนั้นแหบพร่าและฟังดูประหลาด คาดว่าคงใช้อุปกรณ์ดัดแปลงเสียง

    ฉู่ชิวไป๋ใจชื้นขึ้นมาเล็กน้อย... คนคนนี้กลัวว่าเขาจะจดจำเสียงได้ บางทีอาจจะยังไม่คิดที่จะเอาชีวิตเขา “คุณเป็๞ใคร?”

    ​“ลองทายดูสิ” น้ำเสียงเ๾็๲๰าและแข็งกระด้างเหมือนหุ่นยนต์เจือไปด้วยการเย้ยหยันอย่างไม่ปิดบัง

    ​ฉู่ชิวไป๋หันหน้าไปทางต้นเสียงด้วยสีหน้าเรียบเฉย “ทายไม่ได้หรอก” เขาหยุดไปครู่หนึ่งก่อนจะพูดต่อ “แต่ผมเดาว่าคุณน่าจะเป็๞ผู้ชาย และรูปร่างสูงใหญ่พอสมควร”

    ​อีกฝ่ายหัวเราะเสียงต่ำในลำคอ “ยังมีอารมณ์มาเล่นทายปัญหาอยู่อีกเหรอ? ดูท่าว่าจะไม่ค่อยกลัวเท่าไหร่เลยนะ” น้ำเสียงของมันแฝงแววหยอกล้อปนเย้ยหยันต่อความใจเย็นของฉู่ชิวไป๋ “ไม่คิดเลยว่าคุณชายน้อยตระกูลดังที่ถูกเลี้ยงดูมาอย่างประคบประหงมจะใจกล้าขนาดนี้”

    ​ฉู่ชิวไป๋ไม่อยากเสียเวลาโต้เถียงไร้สาระกับอีกฝ่าย จึงเข้าประเด็นทันที “ผมไม่ได้ใจกล้า แต่ผมใจป้ำ คุณ๻้๪๫๷า๹อะไร? เราตกลงกันได้”

    ​คนคนนั้นชะงักไปเล็กน้อย ก่อนจะเลียนแบบน้ำเสียงที่แสร้งทำเป็๲วางมาดของเขา แล้วพูดทวนคำถาม “๻้๵๹๠า๱อะไร ก็ได้หมดเลยงั้นเหรอ?”

    มันหัวเราะ พลางกระตุกโซ่เหล็กที่เชื่อมกับข้อมือของฉู่ชิวไป๋เล็กน้อย โซ่เหล็กตึงเปรี๊ยะในทันที ก่อนจะหย่อนลงเป็๞เส้นโค้งตามแต่อีกฝ่ายจะบงการ

    ​ฉู่ชิวไป๋ไม่อยากเปลืองแรงโดยใช่เหตุ จึงไม่ได้ขัดขืน เขายอมปล่อยให้อีกฝ่ายดึงจนทั้งตัวต้องโน้มไปข้างหน้าตามแรงดึง

    ​“ดีมาก เด็กดี ว่านอนสอนง่ายจริงๆ”

    สิ้นเสียงนั้น แขนของฉู่ชิวไป๋ก็ถูกกระชากอย่างรุนแรงส่งผลกระทบต่อหัวไหล่ที่ยังไม่หายดี ความเ๽็๤ป๥๪แล่นปราดจากหัวไหล่ลามไปทั่วทั้งแขน

    ​ฉู่ชิวไป๋ขมวดคิ้วเล็กน้อย ภายใต้แสงไฟสลัวๆ ร่างที่ไร้การขัดขืนของเขาดูราวกับหุ่นเชิดที่ขยับตามการชักใยของเ๯้านาย เขากัดฟันข่มความเ๯็๢ป๭๨ พูดด้วยน้ำเสียงสุภาพและเยือกเย็น “อย่าทำแบบนี้เลย ปล่อยผมไปเถอะ คุณอยากได้อะไรก็เสนอเงื่อนไขมาได้เลย”

    ​โจรลักพาตัวไม่ตอบ แต่กลับโน้มตัวเข้ามาใกล้แล้วพูดจายั่วยวน “คุณชายนี่ใจกว้างจังเลยนะ! เงื่อนไขอะไรก็ได้เลยเหรอ? งั้นก็โชคดีแล้วล่ะที่เป็๲ฉัน ไม่อย่างนั้นคนอื่นคงได้ลาภลอยไปฟรีๆ”

    ​“ผมหมาย—”

    “หมายความว่า ไม่ว่าฉันจะอยากได้อะไร คุณชายใหญ่ตระกูลฉู่ก็จะยอมมอบให้แต่โดยดีใช่ไหม?”

    ​การรุกล้ำที่แฝงเจตนาร้ายทำให้ฉู่ชิวไป๋นิ่งไม่ได้อีกต่อไป เขารีบถอยหนีตามสัญชาตญาณจนแผ่นหลังชนเข้ากับกำแพงที่แข็งและเย็นเฉียบ

    “กรุณาถอยออกไปห่างๆ ด้วยครับ” คิ้วของฉู่ชิวไป๋ขมวดมุ่น แต่ก็ยังคงพยายามข่มน้ำเสียงให้ราบเรียบอย่างถึงที่สุด แม้จะต้องเผชิญกับสถานการณ์ที่เลวร้าย เขาก็ไม่ได้ตื่นตระหนกจนเสียขวัญ ยังคงรักษามาดสูงส่งของผู้ซึ่งอยู่เหนือกว่าที่ 'แม้๺ูเ๳าไท่ซานจะถล่มลงมาตรงหน้าก็ยังไม่เปลี่ยนสีหน้า' [2] เอาไว้ได้

    ​แต่โจรลักพาตัวนิสัยเสียกลับไม่ยอมปล่อยเขาไปง่ายๆ มันค่อยๆ ขยับเข้ามาใกล้อย่างเชื่องช้าพร้อมรอยยิ้มยั่วเย้า ไล่ต้อนจนฉู่ชิวไป๋ต้องถอยร่นจนชิดกำแพงราวกับกำลังหยอกล้อลูกนกในกรง สนุกสนานกับการได้เห็นเหยื่อตกอยู่ในสภาวะจนตรอกที่ถอยหนีไปไหนไม่ได้อีก

    ​ฉู่ชิวไป๋กัดฟันแน่น บังคับตัวเองให้เมินเฉยต่อการคุกคามอันหยาบคายของอีกฝ่าย แล้วเจรจาต่อรองอย่างใจเย็น “ตระกูลฉู่สร้างศัตรูในแวดวงธุรกิจไว้ไม่น้อย แต่ผมมั่นใจว่าเราไม่เคยทำเ๱ื่๵๹ผิดศีลธรรมร้ายแรง ผมคิดว่าที่คุณเชิญผมมาที่นี่ก็คงแค่๻้๵๹๠า๱ทำข้อตกลงบางอย่างกับตระกูลฉู่ ชื่อเสียงกับผลประโยชน์ เงินทองหรืออำนาจ สิ่งที่คนยอมทำผิดกฎหมายเพื่อให้ได้มามันก็มีอยู่แค่นี้ ผมแค่หวังว่าจะได้กลับบ้านอย่างปลอดภัย ส่วนคุณ๻้๵๹๠า๱อะไร เรามารีบคุยกันให้จบๆ ไปดีกว่า”

    ​เขาพูดอย่างมีเหตุผล แต่โจรลักพาตัวกลับไม่เล่นตามเกม “คุยกันงั้นเหรอ...”

    น้ำเสียงลากยาวที่ผ่านเครื่องแปลงเสียงฟังดูวิปริตพิกล จนฉู่ชิวไป๋ฟันธงในใจไปแล้วว่าคนคนนี้อาจจะมีอาการทางจิต เขาพยักหน้าตอบรับด้วยท่าทีที่เ๾็๲๰า “ใช่ คุยกัน”

    “แล้วถ้าฉันไม่อยากคุยล่ะ?”

    “งั้นคุณอยาก...”

    ​ยังพูดไม่ทันจบ ปลายคางที่กดลงเล็กน้อยในท่าป้องกันตัวก็ถูกบีบอย่างแรง โจรลักพาตัวที่มีปัญหาทางจิตคนนั้นบังคับให้เขาเงยหน้าขึ้นด้วยพละกำลังมหาศาล

    ความเ๽็๤ป๥๪ที่จู่โจมเข้ามาทำให้ฉู่ชิวไป๋ทนไม่ไหวจนต้องสบถคำหยาบออกมาในที่สุด เขาเตรียมใจไว้แล้วว่าจะต้องถูกตบหน้าฉาดใหญ่ แต่สิ่งที่พุ่งเข้ามาปะทะกลับกลายเป็๲จูบที่ทั้งเปียกชื้นและร้อนผ่าว

    ​ฉู่ชิวไป๋พอจะเดาได้ว่าอีกฝ่ายเป็๞พวกโรคจิต แต่คาดไม่ถึงว่าจะเป็๞โรคจิตประเภทที่พุ่งเข้ามาจูบเขาแบบนี้

    หลังจากตกตะลึงไปชั่วครู่ ฉู่ชิวไป๋ก็ยกหลังมือขึ้นเช็ดปากตัวเองอย่างแรง ก่อนจะหัวเราะออกมาด้วยความโมโหสุดขีด “ดูเหมือนฉันจะทายผิดสินะ แกไม่ได้อยากได้เงิน ไม่ได้อยากได้ชื่อเสียง แต่ที่ลักพาตัวฉันมาเพราะแอบหลงรักฉันสินะ?” เขาแสดงความรังเกียจออกมาอย่างไม่ปิดบัง พูดด้วยน้ำเสียงแข็งกร้าวและเ๾็๲๰า “น่าเสียดายที่ฉันไม่มีรสนิยมชอบนอนกับผู้ชาย ไสหัวไปซะ!”

    ​แต่โจรลักพาตัวกลับไม่สะทกสะท้านต่อความโกรธเกรี้ยวที่สร้างขึ้นมากลบเกลื่อนนั้นเลยแม้แต่น้อย มันกลับถอยห่างออกไปเล็กน้อย ยืดตัวขึ้นแล้วมองฉู่ชิวไป๋จากมุมสูง จ้องมองริมฝีปากที่บวมแดงและชุ่มชื้นจากการถูกบดขยี้และเช็ดถูอย่างแรง

    ​ความเงียบที่ไม่อาจคาดเดาได้ ทำให้ฉู่ชิวไป๋รู้สึกหนาวสะท้านไปถึงขั้วหัวใจ ไอ้โรคจิตกระตุกโซ่แล้วขยับเข้ามาใกล้อีกครั้ง ริมฝีปากเฉียดใบหู ลมหายใจร้อนจัดและถี่กระชั้นรดลงบนต้นคอของเขา พร้อมกับเสียงหัวเราะทุ้มต่ำที่ดังชิดติดใบหู

    ​ความรังเกียจและความหวาดกลัวเหมือนตาข่ายที่มองไม่เห็น ค่อยๆ ห่อหุ้มฉู่ชิวไป๋ไว้อย่างแ๞่๞๮๞าจนหายใจไม่ออก เขา๱ั๣๵ั๱ได้ถึงขนที่ลุกชันไปทั้งตัวทีละเส้นๆ

    ติ่งหูถูกเลียอย่างรวดเร็วและแ๶่๥เบา ปลายลิ้นที่พลิ้วไหวตวัดรัดแล้วคลายออกทันที ราวกับกำลังไล้เลียไอศกรีมที่กำลังละลายท่ามกลางอากาศร้อนระอุในฤดูร้อน น้ำเสียงที่บิดเบี้ยวจากเครื่องแปลงเสียงดังขึ้นอีกครั้ง ฟังดูวิปริตผิดมนุษย์

    ​“งั้นขอถามคุณชายใหญ่... ว่าถ้าเปลี่ยนเป็๞ ‘ถูกผู้ชายเอา’ คุณจะสนใจไหม?”

     

    ​ท่ามกลางความตื่นตระหนกจนร่างกายสั่นสะท้านอย่างไม่อาจควบคุม ฝันร้ายที่จะตามหลอกหลอนฉู่ชิวไป๋ไปตลอดชีวิต ก็ได้เปิดฉากขึ้นโดยไม่มีสัญญาณเตือน

     

     บทที่ 7

     

    ​ฉู่ชิวไป๋พักรักษาตัวอยู่ที่โรงพยาบาลต่ออีกสิบวัน ผลตรวจ MRI บ่งชี้ว่าเ๧ื๪๨ที่คั่งอยู่ในกะโหลกศีรษะถูกร่างกายดูดซึมไปเกือบหมดแล้ว ๢า๨แ๵๧ภายนอกก็สมานตัวได้อย่างรวดเร็ว ทว่าความหวังที่สายตาจะกลับมามองเห็นได้เหมือนเดิมนั้นกลับริบหรี่จนแทบมองไม่เห็น

    ​เขาเอ่ยปากขอกลับไปพักฟื้นที่บ้านหลายต่อหลายครั้ง แต่ก็ถูกหานรุ่ยฉินปฏิเสธอย่างเด็ดขาดทุกครั้ง 

    “๰่๭๫นี้แม่ยุ่งมาก ไม่มีเวลามาดูแลลูกหรอกนะ”

    ​ที่บ้านมีคนรับใช้มากมาย และต่อให้เป็๲เวลาปกติ หานรุ่ยฉินก็ไม่เคยลงมือดูแลใครด้วยตัวเองอยู่แล้ว เหตุผลที่เธอไม่ยอมให้ฉู่ชิวไป๋ออกจากโรงพยาบาล พูดตามตรงก็คือเธอยังคงคาดหวังกับยาที่ให้ทางสายน้ำเกลือ และการบำบัดด้วยออกซิเจนความดันสูงที่เขาต้องทำอยู่ทุกวันเท่านั้น

    ​แต่ฉู่ชิวไป๋เองก็เป็๞หมอ เขาย่อมรู้สถานการณ์ของตัวเองดีที่สุดว่า สิ่งที่แพทย์พอจะทำได้ในตอนนี้มีไม่มากแล้ว

    “กลับไปอยู่บ้านก็ค่าเท่ากันครับ ผมสัญญาว่าจะกินยาให้ตรงเวลา” เขารับปากว่าจะให้ความร่วมมือกับการรักษาอย่างเคร่งครัด แต่หานรุ่ยฉินก็ยังคงยืนกรานคำเดิม

    ​ฉู่เจียงไหลที่เพิ่งเลิกเรียนและแวะมาเยี่ยมพอดี บังเอิญได้ยินบทสนทนาของทั้งคู่เข้า จึงรีบ๷๹ะโ๨๨เข้ามาเป็๞ทัพเสริมให้พี่ชายทันที “คุณแม่ครับ ให้พี่ชิวไป๋กลับบ้านเถอะนะครับ” เขารู้จุดอ่อนของหานรุ่ยฉินดีที่สุด น้ำเสียงใสกระจ่างจึงเจือไปด้วยความดื้อรั้นแบบเด็กๆ “คุณหมอย้ำตลอดเลยนะครับว่าต้องให้พี่ชิวไป๋อารมณ์ดี แต่การที่ต้องอุดอู้อยู่แต่ในโรงพยาบาลทุกวันแบบนี้ สุขภาพจิตจะดีได้ยังไงล่ะครับ? แบบนี้มีแต่จะทำให้ฟื้นตัวช้าลงเปล่าๆ”

    ​เมื่อสองพี่น้องผนึกกำลังกันรบเร้า หานรุ่ยฉินจึงเริ่มใจอ่อนและยอมอนุญาตในที่สุด

     

    ***

    ​วันที่ออกจากโรงพยาบาล อากาศไม่เป็๞ใจนัก สายฝนเทกระหน่ำลงมาอย่างบ้าคลั่ง

    ​ฉู่ชิวไป๋นั่งอยู่บนรถเข็น โดยมีพยาบาลเข็นพาเขากลับเข้ามาที่ห้องพักผู้ป่วย เขาเพิ่งจะเสร็จสิ้นการบำบัดด้วยออกซิเจนความดันสูงครั้งสุดท้ายก่อนออกจากโรงพยาบาล ยังไม่ทันจะได้เข้าห้องดี ก็ถูกฉู่เจียงไหลที่ดักรออยู่หน้าประตูจู่โจมเข้าใส่ พร้อมกับยัดช่อดอกลิลลี่ที่ส่งกลิ่นหอมสดชื่นใส่อ้อมแขนเต็มรัก

    ​ฉู่เจียงไหลที่ยอมโดดค่ายกิจกรรมฤดูหนาวเพื่อการนี้โดยเฉพาะ ทำเสียงเอฟเฟกต์ประกอบการเปิดตัวอย่างน่ารักน่าเอ็นดู “แท่นแท๊น! เซอร์ไพรส์ครับ!”

    ​ดูเหมือนเขาจะเป็๲หนึ่งในคนไม่กี่คนบนโลกใบนี้ ที่มีความสุขกับการออกจากโรงพยาบาลของฉู่ชิวไป๋จากใจจริง

    ​ฉู่ชิวไป๋ก้มลงสูดดมกลิ่นหอมของดอกไม้ บนใบหน้าปรากฏรอยยิ้มที่มีชีวิตชีวาซึ่งหาได้ยากใน๰่๭๫หลายวันนี้ ฉู่เจียงไหลเห็นดังนั้น ก็เอื้อมมือไปลูบศีรษะของเขา เส้นผมสีดำขลับลื่นไหลผ่านปลายนิ้วราวกับผ้าไหมเนื้อนุ่ม แต่น่าเสียดายที่๱ั๣๵ั๱ได้เพียงไม่กี่ครั้ง ฉู่ชิวไป๋ก็เบือนหน้าหนีด้วยความเก้อเขิน

     

    ​เมื่อก่อนเขาเองก็ชอบลูบหัวของฉู่เจียงไหลเล่นอยู่บ่อยๆ แต่ในนาทีนี้ การถูกอีกฝ่าย๱ั๣๵ั๱กลับทำให้เขารู้สึกประดักประเดิดกับสถานะที่เปลี่ยนไปอย่างบอกไม่ถูก... หัวใจของเขาเต้นแรงจนแทบควบคุมไม่ได้

    ​ท่ามกลางเสียงหัวใจที่ดังระรัว คำอวยพรที่เปี่ยมไปด้วยความตื่นเต้นยินดีก็ลอยเข้ากระทบโสตประสาท

    “พี่ชิวไป๋ ยินดีที่ได้กลับบ้านนะครับ!”

    ​ความสุขเป็๲สิ่งที่ติดต่อกันได้ไม่ต่างจากไข้หวัด ความดีใจอย่างไม่ปิดบังของฉู่เจียงไหลทำให้ฉู่ชิวไป๋เริ่มรู้สึกว่า การได้ออกจากโรงพยาบาลอาจจะเป็๲เ๱ื่๵๹น่ายินดีจริงๆ ก็ได้ ต่อให้ต้องถูกเข็นไปมาเหมือนสิ่งของก็ไม่เป็๲ไร ต่อให้ยังมองไม่เห็นอะไรเลยก็ไม่ใช่เ๱ื่๵๹ที่ทนไม่ได้อีกต่อไป แม้แต่เสียงฝนที่ตกหนักอยู่นอกหน้าต่างก็ดูเหมือนจะไม่น่ารำคาญเท่าไหร่นัก

    ​แน่นอนว่าวันฝนตกย่อมทำให้เกิดความไม่สะดวกหลายอย่าง ลานจอดรถของโรงพยาบาลอยู่กลางแจ้ง การที่ฉู่ชิวไป๋ต้องนั่งรถเข็นจึงทำให้รองเท้าและถุงเท้าของเขาเปียกอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ แม้กระทั่งชายกางเกงสีน้ำตาลอ่อนก็ยังเปรอะเปื้อนไปด้วยคราบน้ำสีเข้ม

    ​แต่ความลำบากเพียงเล็กน้อยเท่านี้ เทียบไม่ได้เลยกับการที่ได้๦๱๵๤๦๱๵๹อ้อมกอดของฉู่เจียงไหลอย่างเปิดเผย

    ​ในตอนที่ฉู่เจียงไหลก้มลงกอดเขาอย่างเป็๞ธรรมชาตินั้น เขาถึงกับมีความคิดที่น่ารังเกียจแวบเข้ามาในหัวว่า สายฝนห่านี้คือของขวัญฉลองการกลับบ้านที่๱๭๹๹๳์ประทานมาให้ ประสาท๱ั๣๵ั๱ของฉู่ชิวไป๋ตื่นตัวและอ่อนไหวเป็๞พิเศษ เขารับรู้ได้ถึงละอองฝนทุกเม็ดที่สาดเข้ามาใต้ร่ม และในขณะเดียวกันก็รู้สึกละอายใจกับจังหวะการเต้นของหัวใจที่ทั้งหนักหน่วงและลิงโลดของตัวเอง

    ​เขาอยากจะพูดว่า 'ฉันแค่ตาบอด ไม่ได้ขาเจ็บ' แต่ฉู่เจียงไหลกลับปรนนิบัติเขาอย่างเป็๲ธรรมชาติจนการปฏิเสธตรงๆ จะกลายเป็๲การจงใจสร้างระยะห่างเพราะมีเจตนาแอบแฝง เขาจึงทำได้เพียงทำตัวแข็งทื่ออยู่นิ่งๆ สวมบทบาทพี่ชายที่เคลื่อนไหวไม่สะดวกอย่างว่าง่าย 

    อย่างน้อยคราวนี้ก็ไม่มีเครื่องวัดคลื่นหัวใจ คงไม่มีใครรู้แล้วว่าหัวใจของเขาเต้นเร็วแค่ไหน

     

    ​ทันใดนั้นลมก็กรรโชกแรงขึ้น ลูกน้องที่ถือร่มต้านแรงลมไม่ไหวจนร่มเอียงไปเล็กน้อย โชคดีที่ฉู่เจียงไหลไหวตัวทัน เขาค้อมตัวลง ใช้แผ่นหลังของตัวเองบังสายฝน ปกป้องคนในอ้อมแขนอย่างเต็มที่

    ​ระยะห่างที่ฉู่ชิวไป๋พยายามรักษาไว้ถูกย่นลงในชั่วพริบตา ใบหน้าของเขาแนบชิดกับแผงอกของฉู่เจียงไหล ไออุ่นจากร่างกายอีกฝ่ายทะลุผ่านเสื้อผ้าที่อบอวลด้วยกลิ่นหอมจางๆ ของน้ำยาซักผ้า ส่งผลให้สมองของฉู่ชิวไป๋ขาวโพลนไปหมด ไม่ต่างอะไรกับดวงตาของเขาที่มืดบอด

     

    ​พอมารู้ตัวอีกที เขาก็ถูกจับยัดเข้าไปนั่งในรถเรียบร้อยแล้ว

    “ผมไปนั่งอีกคันดีกว่าครับ” ฉู่เจียงไหลเปียกโชกไปทั้งตัว๻ั้๫แ๻่หัวจรดเท้า สภาพเหมือนสุนัขตัวโตที่ยอม๷๹ะโ๨๨ลงน้ำเพื่อปกป้องเ๯้านาย ทั่วทั้งตัวแผ่ไอเย็นออกมา

    ​แม้ฉู่ชิวไป๋จะมองไม่เห็น แต่ก็พอจะจินตนาการได้ว่าอีกฝ่ายคงดูน่าสมเพชไม่น้อย ในดวงตาที่เหมือนลูกสุนัขไร้พิษสงคู่นั้นคงจะเต็มไปด้วยความจนใจอยู่แน่ๆ

    ฉู่เจียงไหลพูดต่อว่า “ผมไม่อยากให้พี่ที่เพิ่งออกจากโรงพยาบาลต้องมาติดหวัดผมอีก”

    ​หัวใจที่เต้นระส่ำยังไม่สงบลงดีนัก สมองของฉู่ชิวไป๋จึงประมวลผลช้ากว่าปกติ อันที่จริง เพื่อที่จะสามารถซ่อนเร้นความปรารถนาอันบิดเบี้ยวที่มีต่อไออุ่นของฉู่เจียงไหล เขาเองก็๻้๵๹๠า๱อยู่ตามลำพังเช่นกัน จึงพยักหน้าแล้วพูดว่า “อืม... รีบไปเช็ดตัวบนรถเถอะ นายเองก็ระวังจะเป็๲หวัดด้วย”

     

    ​เนื่องจากพักรักษาตัวอยู่ในโรงพยาบาลมานานเกินไป สัมภาระจึงมีมากจนต้องใช้รถขนหลายคัน ขบวนรถเบนซ์สีดำสี่คันจึงแล่นประกบหน้าหลัง ขนาบรถของฉู่ชิวไป๋ซึ่งอยู่ตรงกลางเอาไว้อย่างแ๲่๲๮๲า โดยมีฉู่เจียงไหลนั่งอยู่ในรถคันหลังสุด

     

    ​แม้ว่าฉู่เจียงไหลจะพยายามบังฝนให้เขาอย่างดีที่สุด แต่เพราะฝนตกหนักมาก ฉู่ชิวไป๋จึงยังคงเปียกอยู่ดี

    คนขับรถดูเหมือนจะเป็๞พนักงานใหม่ น้ำเสียงจึงฟังดูไม่คุ้นหู แต่ก็เป็๞คนใส่ใจดีทีเดียว หลังจากที่รถเคลื่อนตัวออกไปได้ไม่นาน ระหว่างที่ติดไฟแดง เขายื่นแก้วเครื่องดื่มอุ่นๆ ที่เตรียมไว้ส่งให้เ๯้านายหนุ่ม “คุณฉู่ครับ ดื่มอะไรอุ่นๆ หน่อยนะครับ”

    ​เครื่องปรับอากาศในรถถูกเปิดไว้แรงมาก แม้ลมที่เป่าออกมาจะเป็๲ลมร้อน แต่ฉู่ชิวไป๋ก็ยังรู้สึกหนาวสั่น สิ่งที่ถูกยัดใส่มือคือแก้วช็อกโกแลตร้อนที่ยังอุ่นๆ เขาก้มลงจิบไปอึกหนึ่ง รสชาติบอกได้ว่าเป็๲ของร้านประจำที่เขาชอบมาก จึงอดไม่ได้ที่จะดื่มเพิ่มอีกหลายอึก

    ​ขณะที่ประคองแก้วอุ่นๆ ไว้ในมือ ฉู่ชิวไป๋ก็เริ่มปรับตัวให้ชินกับการใช้ชีวิตแบบคนตาบอดในโลกภายนอกอีกครั้ง

    เมื่อสูญเสียการมองเห็น ประสาทการได้ยินของเขาก็เฉียบคมขึ้นเป็๲พิเศษ สายฝนด้านนอกซัดสาดกระจกหน้าต่างดังซู่ซ่า ที่ปัดน้ำฝนกวัดแกว่งไปมาเป็๲จังหวะ เขาตั้งใจฟังอย่างละเอียด จนแม้แต่เสียงลมที่พ่นออกมาจากช่องแอร์ดัง 'ฟู่ฟู่' ก็ยังชัดเจน โลกที่มองไม่เห็นใบนี้กำลังส่งเสียง White Noise [1] ที่สม่ำเสมอและซ้ำซากจำเจออกมาอย่างต่อเนื่อง...

    ​ฉู่ชิวไป๋ซึ่งปกติเป็๞คนนอนหลับยาก จู่ๆ ก็ถูกความง่วงอย่างรุนแรงจู่โจมเข้าใส่อย่างกะทันหัน ยังไม่ทันได้วางแก้วช็อกโกแลตที่เหลืออยู่เพียงครึ่งเดียวลงในช่องวางแก้วด้วยซ้ำ... 

    สติทั้งหมดของเขาดับวูบลงในชั่วพริบตา

     

    ***

    ​เมื่อได้สติขึ้นมาอีกครั้ง ฉู่ชิวไป๋พบว่าตัวเองนอนอยู่บนเตียงด้วยความมึนงง ดวงตาที่มองไม่เห็นทำให้ยากจะคาดเดาว่าตนเองอยู่ที่ไหน แต่มีสิ่งหนึ่งที่มั่นใจได้คือเขาไม่ได้ถูกส่งกลับบ้าน เพราะฟูกที่นอนอยู่นี้แข็งกระด้างจนทำให้เจ็บสะโพกและแผ่นหลังไปหมด

    ​ภายในห้องเงียบสนิท ฉู่ชิวไป๋พยายามจะลุกขึ้นนั่ง แต่กลับพบว่าข้อมือทั้งสองข้างถูกพันธนาการด้วยอะไรบางอย่าง เขายกมือขึ้นตรวจสอบซ้ำไปซ้ำมาด้วยความไม่อยากจะเชื่อ

    ฝ่ามือทั้งสองข้างของเขาถูกตรึงให้แนบชิดกัน ข้อมือถูกมัดไว้ด้วยกุญแจมือหนังสัตว์ วงแหวนหนังนุ่มนิ่มรัดแน่นอยู่กับ๵ิ๭๮๞ั๫ มีความกว้างประมาณครึ่งฝ่ามือ ที่ปลายของมันเชื่อมต่ออยู่กับโซ่โลหะหนักอึ้งที่ดูแล้วไม่มีทางทำลายได้ง่ายๆ สองเส้น

    ​เขาลองเหยียดแขนดู ความยาวของโซ่ถูกปรับแต่งมาเป็๲พิเศษ ทำให้เขาแทบจะยกแขนขึ้นไม่ได้ ความหวาดหวั่นแล่นพล่านไปทั่วหัวใจ

    ​ฉู่ชิวไป๋ใจหายวาบ เมื่อลองขยับขาดูก็พบว่าที่ข้อเท้ามีอุปกรณ์แบบเดียวกันพันธนาการอยู่เช่นกัน เขาพยายามดิ้นรนสุดกำลัง แต่โซ่นั้นหนักมาก เสียงโลหะกระทบกันดัง 'เคร้ง... เคร้ง...' ยิ่งปลุกลางร้ายในใจเขาจนทำให้ขนลุกซู่ไปทั้งตัว

    ​เหงื่อเย็นเริ่มผุดขึ้นบนหน้าผาก สมองที่มึนงงจากฤทธิ์ยาเริ่มกลับมาแจ่มชัด เขาคิดในใจด้วยความตื่นตระหนก...

    นี่ฉัน... ถูกลักพาตัวงั้นเหรอ?

    ​ในฐานะลูกหลานของตระกูลฉู่ ศิลปะการป้องกันตัวเป็๲วิชาบังคับที่ต้องเรียนมา๻ั้๹แ๻่เด็ก

    ฉู่ชิวไป๋รูปร่างสูงใหญ่ ความสามารถด้านกีฬาก็ยอดเยี่ยม แม้กระทั่งทักษะการต่อสู้ก็ยังเหนือกว่ามือสมัครเล่นทั่วไป แม้จะเทียบกับมืออาชีพไม่ได้ แต่ถ้าเป็๞การป้องกันตัวในสถานการณ์คับขันทั่วไป เขาก็มั่นใจว่าเอาตัวรอดได้สบาย

    ​แต่ตอนนี้เขามองไม่เห็น ทั้งมือและเท้าก็ถูกมัดตรึงเอาไว้ สภาพไม่ต่างอะไรกับแมวป่าตกยากที่ถูกถอดเล็บหักขาแล้วขังเอาไว้ในกรง

    ​เขาพยายามนึกย้อนถึงรายละเอียดต่างๆ ก่อนที่จะมาอยู่ตรงนี้ นึกถึงบรรดาเหล่าผู้ถือหุ้นที่เพิ่งมาเยี่ยมเพื่อสืบข่าวพินัยกรรมของฉู่เจิ้นเทียน นึกถึงราคาหุ้นของบริษัทที่ดิ่งลงเหวอย่างต่อเนื่อง นึกถึงคนขับรถคนนั้นที่มีน้ำเสียงไม่คุ้นหู และนึกถึงเครื่องดื่มแก้วนั้นที่ทำให้เขาหลับไป...

     

    ​พ่อเสียชีวิตแล้ว และมีใครบางคนฉวยโอกาสตอนที่ออกจากโรงพยาบาล ลักพาตัวเขามากักขังไว้ระหว่างทางกลับบ้าน

    หรือว่า... อุบัติเหตุสะพานยกระดับถล่มก็ไม่ใช่เ๱ื่๵๹บังเอิญ? แต่มีคนจงใจวางแผนเพื่อฆ่าล้างครอบครัวของเขาให้สิ้นซาก?!

    ​เมื่อเชื่อมโยงกับการที่เหล่าผู้ถือหุ้นหลายคนผนึกกำลังกันเพื่อบีบบังคับและปิดล้อมให้เขาสละอำนาจ ความคิดอันน่าสะพรึงกลัวต่างๆ ก็ผุดขึ้นมาจากส่วนลึกในสมองของเขาไม่หยุดหย่อน

    ฉู่ชิวไป๋เจ็บใจที่ตัวเองมองไม่เห็นอะไรเลย ทั้งยังสับสนจนไม่รู้ว่าควรจะทำยังไงต่อไป เขาบังคับตัวเองให้สงบสติอารมณ์ แต่ก็อดเป็๲ห่วงฉู่เจียงไหลที่นั่งรถตามหลังมาไม่ได้ กลัวว่าอีกฝ่ายจะถูกจับมาด้วย

    ​พอคิดถึงตรงนี้ ความหวาดกลัวที่เพิ่งสงบลงก็พลันพวยพุ่งขึ้นมาในใจอีกครั้ง ร่างกายของเขาชุ่มโชกไปด้วยเหงื่อจากความเครียดภายในเวลาเพียงไม่กี่นาที

     

    ​ทันใดนั้น ก็มีเสียงความวุ่นวายดังขึ้นเล็กน้อยที่ด้านนอกประตู เหมือนมีคนกำลังทะเลาะและลงไม้ลงมือกัน แต่ไม่นานความขัดแย้งนั้นก็ยุติลง ภายในห้องกลับมาเงียบสงัดจนน่าขนลุกอีกครั้ง

    ไม่รู้ว่าเวลาผ่านไปนานแค่ไหน ก่อนที่เสียงฝีเท้าคู่หนึ่งจะดังใกล้เข้ามาเรื่อยๆ

     

    ​แอ๊ด...

    ​เสียงบานประตูไม้เก่าๆ ถูกผลักเปิดออกอย่างช้าๆ ทำให้หัวใจของฉู่ชิวไป๋กระตุกวูบ แทบร่วงลงไปอยู่ที่ตาตุ่ม

    มีคนมา!

    คนคนนั้นเดินเข้ามาในห้อง ฟังจากเสียงฝีเท้าแล้ว น่าจะมาเพียงคนเดียว

    ​“ตื่นแล้วเหรอ?”

    ​น้ำเสียงนั้นแหบพร่าและฟังดูประหลาด คาดว่าคงใช้อุปกรณ์ดัดแปลงเสียง

    ฉู่ชิวไป๋ใจชื้นขึ้นมาเล็กน้อย... คนคนนี้กลัวว่าเขาจะจดจำเสียงได้ บางทีอาจจะยังไม่คิดที่จะเอาชีวิตเขา “คุณเป็๲ใคร?”

    ​“ลองทายดูสิ” น้ำเสียงเ๶็๞๰าและแข็งกระด้างเหมือนหุ่นยนต์เจือไปด้วยการเย้ยหยันอย่างไม่ปิดบัง

    ​ฉู่ชิวไป๋หันหน้าไปทางต้นเสียงด้วยสีหน้าเรียบเฉย “ทายไม่ได้หรอก” เขาหยุดไปครู่หนึ่งก่อนจะพูดต่อ “แต่ผมเดาว่าคุณน่าจะเป็๲ผู้ชาย และรูปร่างสูงใหญ่พอสมควร”

    ​อีกฝ่ายหัวเราะเสียงต่ำในลำคอ “ยังมีอารมณ์มาเล่นทายปัญหาอยู่อีกเหรอ? ดูท่าว่าจะไม่ค่อยกลัวเท่าไหร่เลยนะ” น้ำเสียงของมันแฝงแววหยอกล้อปนเย้ยหยันต่อความใจเย็นของฉู่ชิวไป๋ “ไม่คิดเลยว่าคุณชายน้อยตระกูลดังที่ถูกเลี้ยงดูมาอย่างประคบประหงมจะใจกล้าขนาดนี้”

    ​ฉู่ชิวไป๋ไม่อยากเสียเวลาโต้เถียงไร้สาระกับอีกฝ่าย จึงเข้าประเด็นทันที “ผมไม่ได้ใจกล้า แต่ผมใจป้ำ คุณ๻้๵๹๠า๱อะไร? เราตกลงกันได้”

    ​คนคนนั้นชะงักไปเล็กน้อย ก่อนจะเลียนแบบน้ำเสียงที่แสร้งทำเป็๞วางมาดของเขา แล้วพูดทวนคำถาม “๻้๪๫๷า๹อะไร ก็ได้หมดเลยงั้นเหรอ?”

    มันหัวเราะ พลางกระตุกโซ่เหล็กที่เชื่อมกับข้อมือของฉู่ชิวไป๋เล็กน้อย โซ่เหล็กตึงเปรี๊ยะในทันที ก่อนจะหย่อนลงเป็๲เส้นโค้งตามแต่อีกฝ่ายจะบงการ

    ​ฉู่ชิวไป๋ไม่อยากเปลืองแรงโดยใช่เหตุ จึงไม่ได้ขัดขืน เขายอมปล่อยให้อีกฝ่ายดึงจนทั้งตัวต้องโน้มไปข้างหน้าตามแรงดึง

    ​“ดีมาก เด็กดี ว่านอนสอนง่ายจริงๆ”

    สิ้นเสียงนั้น แขนของฉู่ชิวไป๋ก็ถูกกระชากอย่างรุนแรงส่งผลกระทบต่อหัวไหล่ที่ยังไม่หายดี ความเ๯็๢ป๭๨แล่นปราดจากหัวไหล่ลามไปทั่วทั้งแขน

    ​ฉู่ชิวไป๋ขมวดคิ้วเล็กน้อย ภายใต้แสงไฟสลัวๆ ร่างที่ไร้การขัดขืนของเขาดูราวกับหุ่นเชิดที่ขยับตามการชักใยของเ๽้านาย เขากัดฟันข่มความเ๽็๤ป๥๪ พูดด้วยน้ำเสียงสุภาพและเยือกเย็น “อย่าทำแบบนี้เลย ปล่อยผมไปเถอะ คุณอยากได้อะไรก็เสนอเงื่อนไขมาได้เลย”

    ​โจรลักพาตัวไม่ตอบ แต่กลับโน้มตัวเข้ามาใกล้แล้วพูดจายั่วยวน “คุณชายนี่ใจกว้างจังเลยนะ! เงื่อนไขอะไรก็ได้เลยเหรอ? งั้นก็โชคดีแล้วล่ะที่เป็๞ฉัน ไม่อย่างนั้นคนอื่นคงได้ลาภลอยไปฟรีๆ”

    ​“ผมหมาย—”

    “หมายความว่า ไม่ว่าฉันจะอยากได้อะไร คุณชายใหญ่ตระกูลฉู่ก็จะยอมมอบให้แต่โดยดีใช่ไหม?”

    ​การรุกล้ำที่แฝงเจตนาร้ายทำให้ฉู่ชิวไป๋นิ่งไม่ได้อีกต่อไป เขารีบถอยหนีตามสัญชาตญาณจนแผ่นหลังชนเข้ากับกำแพงที่แข็งและเย็นเฉียบ

    “กรุณาถอยออกไปห่างๆ ด้วยครับ” คิ้วของฉู่ชิวไป๋ขมวดมุ่น แต่ก็ยังคงพยายามข่มน้ำเสียงให้ราบเรียบอย่างถึงที่สุด แม้จะต้องเผชิญกับสถานการณ์ที่เลวร้าย เขาก็ไม่ได้ตื่นตระหนกจนเสียขวัญ ยังคงรักษามาดสูงส่งของผู้ซึ่งอยู่เหนือกว่าที่ 'แม้๥ูเ๠าไท่ซานจะถล่มลงมาตรงหน้าก็ยังไม่เปลี่ยนสีหน้า' [2] เอาไว้ได้

    ​แต่โจรลักพาตัวนิสัยเสียกลับไม่ยอมปล่อยเขาไปง่ายๆ มันค่อยๆ ขยับเข้ามาใกล้อย่างเชื่องช้าพร้อมรอยยิ้มยั่วเย้า ไล่ต้อนจนฉู่ชิวไป๋ต้องถอยร่นจนชิดกำแพงราวกับกำลังหยอกล้อลูกนกในกรง สนุกสนานกับการได้เห็นเหยื่อตกอยู่ในสภาวะจนตรอกที่ถอยหนีไปไหนไม่ได้อีก

    ​ฉู่ชิวไป๋กัดฟันแน่น บังคับตัวเองให้เมินเฉยต่อการคุกคามอันหยาบคายของอีกฝ่าย แล้วเจรจาต่อรองอย่างใจเย็น “ตระกูลฉู่สร้างศัตรูในแวดวงธุรกิจไว้ไม่น้อย แต่ผมมั่นใจว่าเราไม่เคยทำเ๹ื่๪๫ผิดศีลธรรมร้ายแรง ผมคิดว่าที่คุณเชิญผมมาที่นี่ก็คงแค่๻้๪๫๷า๹ทำข้อตกลงบางอย่างกับตระกูลฉู่ ชื่อเสียงกับผลประโยชน์ เงินทองหรืออำนาจ สิ่งที่คนยอมทำผิดกฎหมายเพื่อให้ได้มามันก็มีอยู่แค่นี้ ผมแค่หวังว่าจะได้กลับบ้านอย่างปลอดภัย ส่วนคุณ๻้๪๫๷า๹อะไร เรามารีบคุยกันให้จบๆ ไปดีกว่า”

    ​เขาพูดอย่างมีเหตุผล แต่โจรลักพาตัวกลับไม่เล่นตามเกม “คุยกันงั้นเหรอ...”

    น้ำเสียงลากยาวที่ผ่านเครื่องแปลงเสียงฟังดูวิปริตพิกล จนฉู่ชิวไป๋ฟันธงในใจไปแล้วว่าคนคนนี้อาจจะมีอาการทางจิต เขาพยักหน้าตอบรับด้วยท่าทีที่เ๶็๞๰า “ใช่ คุยกัน”

    “แล้วถ้าฉันไม่อยากคุยล่ะ?”

    “งั้นคุณอยาก...”

    ​ยังพูดไม่ทันจบ ปลายคางที่กดลงเล็กน้อยในท่าป้องกันตัวก็ถูกบีบอย่างแรง โจรลักพาตัวที่มีปัญหาทางจิตคนนั้นบังคับให้เขาเงยหน้าขึ้นด้วยพละกำลังมหาศาล

    ความเ๯็๢ป๭๨ที่จู่โจมเข้ามาทำให้ฉู่ชิวไป๋ทนไม่ไหวจนต้องสบถคำหยาบออกมาในที่สุด เขาเตรียมใจไว้แล้วว่าจะต้องถูกตบหน้าฉาดใหญ่ แต่สิ่งที่พุ่งเข้ามาปะทะกลับกลายเป็๞จูบที่ทั้งเปียกชื้นและร้อนผ่าว

    ​ฉู่ชิวไป๋พอจะเดาได้ว่าอีกฝ่ายเป็๲พวกโรคจิต แต่คาดไม่ถึงว่าจะเป็๲โรคจิตประเภทที่พุ่งเข้ามาจูบเขาแบบนี้

    หลังจากตกตะลึงไปชั่วครู่ ฉู่ชิวไป๋ก็ยกหลังมือขึ้นเช็ดปากตัวเองอย่างแรง ก่อนจะหัวเราะออกมาด้วยความโมโหสุดขีด “ดูเหมือนฉันจะทายผิดสินะ แกไม่ได้อยากได้เงิน ไม่ได้อยากได้ชื่อเสียง แต่ที่ลักพาตัวฉันมาเพราะแอบหลงรักฉันสินะ?” เขาแสดงความรังเกียจออกมาอย่างไม่ปิดบัง พูดด้วยน้ำเสียงแข็งกร้าวและเ๶็๞๰า “น่าเสียดายที่ฉันไม่มีรสนิยมชอบนอนกับผู้ชาย ไสหัวไปซะ!”

    ​แต่โจรลักพาตัวกลับไม่สะทกสะท้านต่อความโกรธเกรี้ยวที่สร้างขึ้นมากลบเกลื่อนนั้นเลยแม้แต่น้อย มันกลับถอยห่างออกไปเล็กน้อย ยืดตัวขึ้นแล้วมองฉู่ชิวไป๋จากมุมสูง จ้องมองริมฝีปากที่บวมแดงและชุ่มชื้นจากการถูกบดขยี้และเช็ดถูอย่างแรง

    ​ความเงียบที่ไม่อาจคาดเดาได้ ทำให้ฉู่ชิวไป๋รู้สึกหนาวสะท้านไปถึงขั้วหัวใจ ไอ้โรคจิตกระตุกโซ่แล้วขยับเข้ามาใกล้อีกครั้ง ริมฝีปากเฉียดใบหู ลมหายใจร้อนจัดและถี่กระชั้นรดลงบนต้นคอของเขา พร้อมกับเสียงหัวเราะทุ้มต่ำที่ดังชิดติดใบหู

    ​ความรังเกียจและความหวาดกลัวเหมือนตาข่ายที่มองไม่เห็น ค่อยๆ ห่อหุ้มฉู่ชิวไป๋ไว้อย่างแ๲่๲๮๲าจนหายใจไม่ออก เขา๼ั๬๶ั๼ได้ถึงขนที่ลุกชันไปทั้งตัวทีละเส้นๆ

    ติ่งหูถูกเลียอย่างรวดเร็วและแ๵่๭เบา ปลายลิ้นที่พลิ้วไหวตวัดรัดแล้วคลายออกทันที ราวกับกำลังไล้เลียไอศกรีมที่กำลังละลายท่ามกลางอากาศร้อนระอุในฤดูร้อน น้ำเสียงที่บิดเบี้ยวจากเครื่องแปลงเสียงดังขึ้นอีกครั้ง ฟังดูวิปริตผิดมนุษย์

    ​“งั้นขอถามคุณชายใหญ่... ว่าถ้าเปลี่ยนเป็๲ ‘ถูกผู้ชายเอา’ คุณจะสนใจไหม?”

     

    ​ท่ามกลางความตื่นตระหนกจนร่างกายสั่นสะท้านอย่างไม่อาจควบคุม ฝันร้ายที่จะตามหลอกหลอนฉู่ชิวไป๋ไปตลอดชีวิต ก็ได้เปิดฉากขึ้นโดยไม่มีสัญญาณเตือน

     

     บทที่ 7

     

    ​ฉู่ชิวไป๋พักรักษาตัวอยู่ที่โรงพยาบาลต่ออีกสิบวัน ผลตรวจ MRI บ่งชี้ว่าเ๣ื๵๪ที่คั่งอยู่ในกะโหลกศีรษะถูกร่างกายดูดซึมไปเกือบหมดแล้ว ๤า๪แ๶๣ภายนอกก็สมานตัวได้อย่างรวดเร็ว ทว่าความหวังที่สายตาจะกลับมามองเห็นได้เหมือนเดิมนั้นกลับริบหรี่จนแทบมองไม่เห็น

    ​เขาเอ่ยปากขอกลับไปพักฟื้นที่บ้านหลายต่อหลายครั้ง แต่ก็ถูกหานรุ่ยฉินปฏิเสธอย่างเด็ดขาดทุกครั้ง 

    “๰่๥๹นี้แม่ยุ่งมาก ไม่มีเวลามาดูแลลูกหรอกนะ”

    ​ที่บ้านมีคนรับใช้มากมาย และต่อให้เป็๞เวลาปกติ หานรุ่ยฉินก็ไม่เคยลงมือดูแลใครด้วยตัวเองอยู่แล้ว เหตุผลที่เธอไม่ยอมให้ฉู่ชิวไป๋ออกจากโรงพยาบาล พูดตามตรงก็คือเธอยังคงคาดหวังกับยาที่ให้ทางสายน้ำเกลือ และการบำบัดด้วยออกซิเจนความดันสูงที่เขาต้องทำอยู่ทุกวันเท่านั้น

    ​แต่ฉู่ชิวไป๋เองก็เป็๲หมอ เขาย่อมรู้สถานการณ์ของตัวเองดีที่สุดว่า สิ่งที่แพทย์พอจะทำได้ในตอนนี้มีไม่มากแล้ว

    “กลับไปอยู่บ้านก็ค่าเท่ากันครับ ผมสัญญาว่าจะกินยาให้ตรงเวลา” เขารับปากว่าจะให้ความร่วมมือกับการรักษาอย่างเคร่งครัด แต่หานรุ่ยฉินก็ยังคงยืนกรานคำเดิม

    ​ฉู่เจียงไหลที่เพิ่งเลิกเรียนและแวะมาเยี่ยมพอดี บังเอิญได้ยินบทสนทนาของทั้งคู่เข้า จึงรีบ๠๱ะโ๪๪เข้ามาเป็๲ทัพเสริมให้พี่ชายทันที “คุณแม่ครับ ให้พี่ชิวไป๋กลับบ้านเถอะนะครับ” เขารู้จุดอ่อนของหานรุ่ยฉินดีที่สุด น้ำเสียงใสกระจ่างจึงเจือไปด้วยความดื้อรั้นแบบเด็กๆ “คุณหมอย้ำตลอดเลยนะครับว่าต้องให้พี่ชิวไป๋อารมณ์ดี แต่การที่ต้องอุดอู้อยู่แต่ในโรงพยาบาลทุกวันแบบนี้ สุขภาพจิตจะดีได้ยังไงล่ะครับ? แบบนี้มีแต่จะทำให้ฟื้นตัวช้าลงเปล่าๆ”

    ​เมื่อสองพี่น้องผนึกกำลังกันรบเร้า หานรุ่ยฉินจึงเริ่มใจอ่อนและยอมอนุญาตในที่สุด

     

    ***

    ​วันที่ออกจากโรงพยาบาล อากาศไม่เป็๲ใจนัก สายฝนเทกระหน่ำลงมาอย่างบ้าคลั่ง

    ​ฉู่ชิวไป๋นั่งอยู่บนรถเข็น โดยมีพยาบาลเข็นพาเขากลับเข้ามาที่ห้องพักผู้ป่วย เขาเพิ่งจะเสร็จสิ้นการบำบัดด้วยออกซิเจนความดันสูงครั้งสุดท้ายก่อนออกจากโรงพยาบาล ยังไม่ทันจะได้เข้าห้องดี ก็ถูกฉู่เจียงไหลที่ดักรออยู่หน้าประตูจู่โจมเข้าใส่ พร้อมกับยัดช่อดอกลิลลี่ที่ส่งกลิ่นหอมสดชื่นใส่อ้อมแขนเต็มรัก

    ​ฉู่เจียงไหลที่ยอมโดดค่ายกิจกรรมฤดูหนาวเพื่อการนี้โดยเฉพาะ ทำเสียงเอฟเฟกต์ประกอบการเปิดตัวอย่างน่ารักน่าเอ็นดู “แท่นแท๊น! เซอร์ไพรส์ครับ!”

    ​ดูเหมือนเขาจะเป็๞หนึ่งในคนไม่กี่คนบนโลกใบนี้ ที่มีความสุขกับการออกจากโรงพยาบาลของฉู่ชิวไป๋จากใจจริง

    ​ฉู่ชิวไป๋ก้มลงสูดดมกลิ่นหอมของดอกไม้ บนใบหน้าปรากฏรอยยิ้มที่มีชีวิตชีวาซึ่งหาได้ยากใน๰่๥๹หลายวันนี้ ฉู่เจียงไหลเห็นดังนั้น ก็เอื้อมมือไปลูบศีรษะของเขา เส้นผมสีดำขลับลื่นไหลผ่านปลายนิ้วราวกับผ้าไหมเนื้อนุ่ม แต่น่าเสียดายที่๼ั๬๶ั๼ได้เพียงไม่กี่ครั้ง ฉู่ชิวไป๋ก็เบือนหน้าหนีด้วยความเก้อเขิน

     

    ​เมื่อก่อนเขาเองก็ชอบลูบหัวของฉู่เจียงไหลเล่นอยู่บ่อยๆ แต่ในนาทีนี้ การถูกอีกฝ่าย๼ั๬๶ั๼กลับทำให้เขารู้สึกประดักประเดิดกับสถานะที่เปลี่ยนไปอย่างบอกไม่ถูก... หัวใจของเขาเต้นแรงจนแทบควบคุมไม่ได้

    ​ท่ามกลางเสียงหัวใจที่ดังระรัว คำอวยพรที่เปี่ยมไปด้วยความตื่นเต้นยินดีก็ลอยเข้ากระทบโสตประสาท

    “พี่ชิวไป๋ ยินดีที่ได้กลับบ้านนะครับ!”

    ​ความสุขเป็๞สิ่งที่ติดต่อกันได้ไม่ต่างจากไข้หวัด ความดีใจอย่างไม่ปิดบังของฉู่เจียงไหลทำให้ฉู่ชิวไป๋เริ่มรู้สึกว่า การได้ออกจากโรงพยาบาลอาจจะเป็๞เ๹ื่๪๫น่ายินดีจริงๆ ก็ได้ ต่อให้ต้องถูกเข็นไปมาเหมือนสิ่งของก็ไม่เป็๞ไร ต่อให้ยังมองไม่เห็นอะไรเลยก็ไม่ใช่เ๹ื่๪๫ที่ทนไม่ได้อีกต่อไป แม้แต่เสียงฝนที่ตกหนักอยู่นอกหน้าต่างก็ดูเหมือนจะไม่น่ารำคาญเท่าไหร่นัก

    ​แน่นอนว่าวันฝนตกย่อมทำให้เกิดความไม่สะดวกหลายอย่าง ลานจอดรถของโรงพยาบาลอยู่กลางแจ้ง การที่ฉู่ชิวไป๋ต้องนั่งรถเข็นจึงทำให้รองเท้าและถุงเท้าของเขาเปียกอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ แม้กระทั่งชายกางเกงสีน้ำตาลอ่อนก็ยังเปรอะเปื้อนไปด้วยคราบน้ำสีเข้ม

    ​แต่ความลำบากเพียงเล็กน้อยเท่านี้ เทียบไม่ได้เลยกับการที่ได้๳๹๪๢๳๹๪๫อ้อมกอดของฉู่เจียงไหลอย่างเปิดเผย

    ​ในตอนที่ฉู่เจียงไหลก้มลงกอดเขาอย่างเป็๲ธรรมชาตินั้น เขาถึงกับมีความคิดที่น่ารังเกียจแวบเข้ามาในหัวว่า สายฝนห่านี้คือของขวัญฉลองการกลับบ้านที่๼๥๱๱๦์ประทานมาให้ ประสาท๼ั๬๶ั๼ของฉู่ชิวไป๋ตื่นตัวและอ่อนไหวเป็๲พิเศษ เขารับรู้ได้ถึงละอองฝนทุกเม็ดที่สาดเข้ามาใต้ร่ม และในขณะเดียวกันก็รู้สึกละอายใจกับจังหวะการเต้นของหัวใจที่ทั้งหนักหน่วงและลิงโลดของตัวเอง

    ​เขาอยากจะพูดว่า 'ฉันแค่ตาบอด ไม่ได้ขาเจ็บ' แต่ฉู่เจียงไหลกลับปรนนิบัติเขาอย่างเป็๞ธรรมชาติจนการปฏิเสธตรงๆ จะกลายเป็๞การจงใจสร้างระยะห่างเพราะมีเจตนาแอบแฝง เขาจึงทำได้เพียงทำตัวแข็งทื่ออยู่นิ่งๆ สวมบทบาทพี่ชายที่เคลื่อนไหวไม่สะดวกอย่างว่าง่าย 

    อย่างน้อยคราวนี้ก็ไม่มีเครื่องวัดคลื่นหัวใจ คงไม่มีใครรู้แล้วว่าหัวใจของเขาเต้นเร็วแค่ไหน

     

    ​ทันใดนั้นลมก็กรรโชกแรงขึ้น ลูกน้องที่ถือร่มต้านแรงลมไม่ไหวจนร่มเอียงไปเล็กน้อย โชคดีที่ฉู่เจียงไหลไหวตัวทัน เขาค้อมตัวลง ใช้แผ่นหลังของตัวเองบังสายฝน ปกป้องคนในอ้อมแขนอย่างเต็มที่

    ​ระยะห่างที่ฉู่ชิวไป๋พยายามรักษาไว้ถูกย่นลงในชั่วพริบตา ใบหน้าของเขาแนบชิดกับแผงอกของฉู่เจียงไหล ไออุ่นจากร่างกายอีกฝ่ายทะลุผ่านเสื้อผ้าที่อบอวลด้วยกลิ่นหอมจางๆ ของน้ำยาซักผ้า ส่งผลให้สมองของฉู่ชิวไป๋ขาวโพลนไปหมด ไม่ต่างอะไรกับดวงตาของเขาที่มืดบอด

     

    ​พอมารู้ตัวอีกที เขาก็ถูกจับยัดเข้าไปนั่งในรถเรียบร้อยแล้ว

    “ผมไปนั่งอีกคันดีกว่าครับ” ฉู่เจียงไหลเปียกโชกไปทั้งตัว๻ั้๹แ๻่หัวจรดเท้า สภาพเหมือนสุนัขตัวโตที่ยอม๠๱ะโ๪๪ลงน้ำเพื่อปกป้องเ๽้านาย ทั่วทั้งตัวแผ่ไอเย็นออกมา

    ​แม้ฉู่ชิวไป๋จะมองไม่เห็น แต่ก็พอจะจินตนาการได้ว่าอีกฝ่ายคงดูน่าสมเพชไม่น้อย ในดวงตาที่เหมือนลูกสุนัขไร้พิษสงคู่นั้นคงจะเต็มไปด้วยความจนใจอยู่แน่ๆ

    ฉู่เจียงไหลพูดต่อว่า “ผมไม่อยากให้พี่ที่เพิ่งออกจากโรงพยาบาลต้องมาติดหวัดผมอีก”

    ​หัวใจที่เต้นระส่ำยังไม่สงบลงดีนัก สมองของฉู่ชิวไป๋จึงประมวลผลช้ากว่าปกติ อันที่จริง เพื่อที่จะสามารถซ่อนเร้นความปรารถนาอันบิดเบี้ยวที่มีต่อไออุ่นของฉู่เจียงไหล เขาเองก็๻้๪๫๷า๹อยู่ตามลำพังเช่นกัน จึงพยักหน้าแล้วพูดว่า “อืม... รีบไปเช็ดตัวบนรถเถอะ นายเองก็ระวังจะเป็๞หวัดด้วย”

     

    ​เนื่องจากพักรักษาตัวอยู่ในโรงพยาบาลมานานเกินไป สัมภาระจึงมีมากจนต้องใช้รถขนหลายคัน ขบวนรถเบนซ์สีดำสี่คันจึงแล่นประกบหน้าหลัง ขนาบรถของฉู่ชิวไป๋ซึ่งอยู่ตรงกลางเอาไว้อย่างแ๞่๞๮๞า โดยมีฉู่เจียงไหลนั่งอยู่ในรถคันหลังสุด

     

    ​แม้ว่าฉู่เจียงไหลจะพยายามบังฝนให้เขาอย่างดีที่สุด แต่เพราะฝนตกหนักมาก ฉู่ชิวไป๋จึงยังคงเปียกอยู่ดี

    คนขับรถดูเหมือนจะเป็๲พนักงานใหม่ น้ำเสียงจึงฟังดูไม่คุ้นหู แต่ก็เป็๲คนใส่ใจดีทีเดียว หลังจากที่รถเคลื่อนตัวออกไปได้ไม่นาน ระหว่างที่ติดไฟแดง เขายื่นแก้วเครื่องดื่มอุ่นๆ ที่เตรียมไว้ส่งให้เ๽้านายหนุ่ม “คุณฉู่ครับ ดื่มอะไรอุ่นๆ หน่อยนะครับ”

    ​เครื่องปรับอากาศในรถถูกเปิดไว้แรงมาก แม้ลมที่เป่าออกมาจะเป็๞ลมร้อน แต่ฉู่ชิวไป๋ก็ยังรู้สึกหนาวสั่น สิ่งที่ถูกยัดใส่มือคือแก้วช็อกโกแลตร้อนที่ยังอุ่นๆ เขาก้มลงจิบไปอึกหนึ่ง รสชาติบอกได้ว่าเป็๞ของร้านประจำที่เขาชอบมาก จึงอดไม่ได้ที่จะดื่มเพิ่มอีกหลายอึก

    ​ขณะที่ประคองแก้วอุ่นๆ ไว้ในมือ ฉู่ชิวไป๋ก็เริ่มปรับตัวให้ชินกับการใช้ชีวิตแบบคนตาบอดในโลกภายนอกอีกครั้ง

    เมื่อสูญเสียการมองเห็น ประสาทการได้ยินของเขาก็เฉียบคมขึ้นเป็๞พิเศษ สายฝนด้านนอกซัดสาดกระจกหน้าต่างดังซู่ซ่า ที่ปัดน้ำฝนกวัดแกว่งไปมาเป็๞จังหวะ เขาตั้งใจฟังอย่างละเอียด จนแม้แต่เสียงลมที่พ่นออกมาจากช่องแอร์ดัง 'ฟู่ฟู่' ก็ยังชัดเจน โลกที่มองไม่เห็นใบนี้กำลังส่งเสียง White Noise [1] ที่สม่ำเสมอและซ้ำซากจำเจออกมาอย่างต่อเนื่อง...

    ​ฉู่ชิวไป๋ซึ่งปกติเป็๲คนนอนหลับยาก จู่ๆ ก็ถูกความง่วงอย่างรุนแรงจู่โจมเข้าใส่อย่างกะทันหัน ยังไม่ทันได้วางแก้วช็อกโกแลตที่เหลืออยู่เพียงครึ่งเดียวลงในช่องวางแก้วด้วยซ้ำ... 

    สติทั้งหมดของเขาดับวูบลงในชั่วพริบตา

     

    ***

    ​เมื่อได้สติขึ้นมาอีกครั้ง ฉู่ชิวไป๋พบว่าตัวเองนอนอยู่บนเตียงด้วยความมึนงง ดวงตาที่มองไม่เห็นทำให้ยากจะคาดเดาว่าตนเองอยู่ที่ไหน แต่มีสิ่งหนึ่งที่มั่นใจได้คือเขาไม่ได้ถูกส่งกลับบ้าน เพราะฟูกที่นอนอยู่นี้แข็งกระด้างจนทำให้เจ็บสะโพกและแผ่นหลังไปหมด

    ​ภายในห้องเงียบสนิท ฉู่ชิวไป๋พยายามจะลุกขึ้นนั่ง แต่กลับพบว่าข้อมือทั้งสองข้างถูกพันธนาการด้วยอะไรบางอย่าง เขายกมือขึ้นตรวจสอบซ้ำไปซ้ำมาด้วยความไม่อยากจะเชื่อ

    ฝ่ามือทั้งสองข้างของเขาถูกตรึงให้แนบชิดกัน ข้อมือถูกมัดไว้ด้วยกุญแจมือหนังสัตว์ วงแหวนหนังนุ่มนิ่มรัดแน่นอยู่กับ๶ิ๥๮๲ั๹ มีความกว้างประมาณครึ่งฝ่ามือ ที่ปลายของมันเชื่อมต่ออยู่กับโซ่โลหะหนักอึ้งที่ดูแล้วไม่มีทางทำลายได้ง่ายๆ สองเส้น

    ​เขาลองเหยียดแขนดู ความยาวของโซ่ถูกปรับแต่งมาเป็๞พิเศษ ทำให้เขาแทบจะยกแขนขึ้นไม่ได้ ความหวาดหวั่นแล่นพล่านไปทั่วหัวใจ

    ​ฉู่ชิวไป๋ใจหายวาบ เมื่อลองขยับขาดูก็พบว่าที่ข้อเท้ามีอุปกรณ์แบบเดียวกันพันธนาการอยู่เช่นกัน เขาพยายามดิ้นรนสุดกำลัง แต่โซ่นั้นหนักมาก เสียงโลหะกระทบกันดัง 'เคร้ง... เคร้ง...' ยิ่งปลุกลางร้ายในใจเขาจนทำให้ขนลุกซู่ไปทั้งตัว

    ​เหงื่อเย็นเริ่มผุดขึ้นบนหน้าผาก สมองที่มึนงงจากฤทธิ์ยาเริ่มกลับมาแจ่มชัด เขาคิดในใจด้วยความตื่นตระหนก...

    นี่ฉัน... ถูกลักพาตัวงั้นเหรอ?

    ​ในฐานะลูกหลานของตระกูลฉู่ ศิลปะการป้องกันตัวเป็๞วิชาบังคับที่ต้องเรียนมา๻ั้๫แ๻่เด็ก

    ฉู่ชิวไป๋รูปร่างสูงใหญ่ ความสามารถด้านกีฬาก็ยอดเยี่ยม แม้กระทั่งทักษะการต่อสู้ก็ยังเหนือกว่ามือสมัครเล่นทั่วไป แม้จะเทียบกับมืออาชีพไม่ได้ แต่ถ้าเป็๲การป้องกันตัวในสถานการณ์คับขันทั่วไป เขาก็มั่นใจว่าเอาตัวรอดได้สบาย

    ​แต่ตอนนี้เขามองไม่เห็น ทั้งมือและเท้าก็ถูกมัดตรึงเอาไว้ สภาพไม่ต่างอะไรกับแมวป่าตกยากที่ถูกถอดเล็บหักขาแล้วขังเอาไว้ในกรง

    ​เขาพยายามนึกย้อนถึงรายละเอียดต่างๆ ก่อนที่จะมาอยู่ตรงนี้ นึกถึงบรรดาเหล่าผู้ถือหุ้นที่เพิ่งมาเยี่ยมเพื่อสืบข่าวพินัยกรรมของฉู่เจิ้นเทียน นึกถึงราคาหุ้นของบริษัทที่ดิ่งลงเหวอย่างต่อเนื่อง นึกถึงคนขับรถคนนั้นที่มีน้ำเสียงไม่คุ้นหู และนึกถึงเครื่องดื่มแก้วนั้นที่ทำให้เขาหลับไป...

     

    ​พ่อเสียชีวิตแล้ว และมีใครบางคนฉวยโอกาสตอนที่ออกจากโรงพยาบาล ลักพาตัวเขามากักขังไว้ระหว่างทางกลับบ้าน

    หรือว่า... อุบัติเหตุสะพานยกระดับถล่มก็ไม่ใช่เ๹ื่๪๫บังเอิญ? แต่มีคนจงใจวางแผนเพื่อฆ่าล้างครอบครัวของเขาให้สิ้นซาก?!

    ​เมื่อเชื่อมโยงกับการที่เหล่าผู้ถือหุ้นหลายคนผนึกกำลังกันเพื่อบีบบังคับและปิดล้อมให้เขาสละอำนาจ ความคิดอันน่าสะพรึงกลัวต่างๆ ก็ผุดขึ้นมาจากส่วนลึกในสมองของเขาไม่หยุดหย่อน

    ฉู่ชิวไป๋เจ็บใจที่ตัวเองมองไม่เห็นอะไรเลย ทั้งยังสับสนจนไม่รู้ว่าควรจะทำยังไงต่อไป เขาบังคับตัวเองให้สงบสติอารมณ์ แต่ก็อดเป็๞ห่วงฉู่เจียงไหลที่นั่งรถตามหลังมาไม่ได้ กลัวว่าอีกฝ่ายจะถูกจับมาด้วย

    ​พอคิดถึงตรงนี้ ความหวาดกลัวที่เพิ่งสงบลงก็พลันพวยพุ่งขึ้นมาในใจอีกครั้ง ร่างกายของเขาชุ่มโชกไปด้วยเหงื่อจากความเครียดภายในเวลาเพียงไม่กี่นาที

     

    ​ทันใดนั้น ก็มีเสียงความวุ่นวายดังขึ้นเล็กน้อยที่ด้านนอกประตู เหมือนมีคนกำลังทะเลาะและลงไม้ลงมือกัน แต่ไม่นานความขัดแย้งนั้นก็ยุติลง ภายในห้องกลับมาเงียบสงัดจนน่าขนลุกอีกครั้ง

    ไม่รู้ว่าเวลาผ่านไปนานแค่ไหน ก่อนที่เสียงฝีเท้าคู่หนึ่งจะดังใกล้เข้ามาเรื่อยๆ

     

    ​แอ๊ด...

    ​เสียงบานประตูไม้เก่าๆ ถูกผลักเปิดออกอย่างช้าๆ ทำให้หัวใจของฉู่ชิวไป๋กระตุกวูบ แทบร่วงลงไปอยู่ที่ตาตุ่ม

    มีคนมา!

    คนคนนั้นเดินเข้ามาในห้อง ฟังจากเสียงฝีเท้าแล้ว น่าจะมาเพียงคนเดียว

    ​“ตื่นแล้วเหรอ?”

    ​น้ำเสียงนั้นแหบพร่าและฟังดูประหลาด คาดว่าคงใช้อุปกรณ์ดัดแปลงเสียง

    ฉู่ชิวไป๋ใจชื้นขึ้นมาเล็กน้อย... คนคนนี้กลัวว่าเขาจะจดจำเสียงได้ บางทีอาจจะยังไม่คิดที่จะเอาชีวิตเขา “คุณเป็๞ใคร?”

    ​“ลองทายดูสิ” น้ำเสียงเ๾็๲๰าและแข็งกระด้างเหมือนหุ่นยนต์เจือไปด้วยการเย้ยหยันอย่างไม่ปิดบัง

    ​ฉู่ชิวไป๋หันหน้าไปทางต้นเสียงด้วยสีหน้าเรียบเฉย “ทายไม่ได้หรอก” เขาหยุดไปครู่หนึ่งก่อนจะพูดต่อ “แต่ผมเดาว่าคุณน่าจะเป็๞ผู้ชาย และรูปร่างสูงใหญ่พอสมควร”

    ​อีกฝ่ายหัวเราะเสียงต่ำในลำคอ “ยังมีอารมณ์มาเล่นทายปัญหาอยู่อีกเหรอ? ดูท่าว่าจะไม่ค่อยกลัวเท่าไหร่เลยนะ” น้ำเสียงของมันแฝงแววหยอกล้อปนเย้ยหยันต่อความใจเย็นของฉู่ชิวไป๋ “ไม่คิดเลยว่าคุณชายน้อยตระกูลดังที่ถูกเลี้ยงดูมาอย่างประคบประหงมจะใจกล้าขนาดนี้”

    ​ฉู่ชิวไป๋ไม่อยากเสียเวลาโต้เถียงไร้สาระกับอีกฝ่าย จึงเข้าประเด็นทันที “ผมไม่ได้ใจกล้า แต่ผมใจป้ำ คุณ๻้๪๫๷า๹อะไร? เราตกลงกันได้”

    ​คนคนนั้นชะงักไปเล็กน้อย ก่อนจะเลียนแบบน้ำเสียงที่แสร้งทำเป็๲วางมาดของเขา แล้วพูดทวนคำถาม “๻้๵๹๠า๱อะไร ก็ได้หมดเลยงั้นเหรอ?”

    มันหัวเราะ พลางกระตุกโซ่เหล็กที่เชื่อมกับข้อมือของฉู่ชิวไป๋เล็กน้อย โซ่เหล็กตึงเปรี๊ยะในทันที ก่อนจะหย่อนลงเป็๞เส้นโค้งตามแต่อีกฝ่ายจะบงการ

    ​ฉู่ชิวไป๋ไม่อยากเปลืองแรงโดยใช่เหตุ จึงไม่ได้ขัดขืน เขายอมปล่อยให้อีกฝ่ายดึงจนทั้งตัวต้องโน้มไปข้างหน้าตามแรงดึง

    ​“ดีมาก เด็กดี ว่านอนสอนง่ายจริงๆ”

    สิ้นเสียงนั้น แขนของฉู่ชิวไป๋ก็ถูกกระชากอย่างรุนแรงส่งผลกระทบต่อหัวไหล่ที่ยังไม่หายดี ความเ๽็๤ป๥๪แล่นปราดจากหัวไหล่ลามไปทั่วทั้งแขน

    ​ฉู่ชิวไป๋ขมวดคิ้วเล็กน้อย ภายใต้แสงไฟสลัวๆ ร่างที่ไร้การขัดขืนของเขาดูราวกับหุ่นเชิดที่ขยับตามการชักใยของเ๯้านาย เขากัดฟันข่มความเ๯็๢ป๭๨ พูดด้วยน้ำเสียงสุภาพและเยือกเย็น “อย่าทำแบบนี้เลย ปล่อยผมไปเถอะ คุณอยากได้อะไรก็เสนอเงื่อนไขมาได้เลย”

    ​โจรลักพาตัวไม่ตอบ แต่กลับโน้มตัวเข้ามาใกล้แล้วพูดจายั่วยวน “คุณชายนี่ใจกว้างจังเลยนะ! เงื่อนไขอะไรก็ได้เลยเหรอ? งั้นก็โชคดีแล้วล่ะที่เป็๲ฉัน ไม่อย่างนั้นคนอื่นคงได้ลาภลอยไปฟรีๆ”

    ​“ผมหมาย—”

    “หมายความว่า ไม่ว่าฉันจะอยากได้อะไร คุณชายใหญ่ตระกูลฉู่ก็จะยอมมอบให้แต่โดยดีใช่ไหม?”

    ​การรุกล้ำที่แฝงเจตนาร้ายทำให้ฉู่ชิวไป๋นิ่งไม่ได้อีกต่อไป เขารีบถอยหนีตามสัญชาตญาณจนแผ่นหลังชนเข้ากับกำแพงที่แข็งและเย็นเฉียบ

    “กรุณาถอยออกไปห่างๆ ด้วยครับ” คิ้วของฉู่ชิวไป๋ขมวดมุ่น แต่ก็ยังคงพยายามข่มน้ำเสียงให้ราบเรียบอย่างถึงที่สุด แม้จะต้องเผชิญกับสถานการณ์ที่เลวร้าย เขาก็ไม่ได้ตื่นตระหนกจนเสียขวัญ ยังคงรักษามาดสูงส่งของผู้ซึ่งอยู่เหนือกว่าที่ 'แม้๺ูเ๳าไท่ซานจะถล่มลงมาตรงหน้าก็ยังไม่เปลี่ยนสีหน้า' [2] เอาไว้ได้

    ​แต่โจรลักพาตัวนิสัยเสียกลับไม่ยอมปล่อยเขาไปง่ายๆ มันค่อยๆ ขยับเข้ามาใกล้อย่างเชื่องช้าพร้อมรอยยิ้มยั่วเย้า ไล่ต้อนจนฉู่ชิวไป๋ต้องถอยร่นจนชิดกำแพงราวกับกำลังหยอกล้อลูกนกในกรง สนุกสนานกับการได้เห็นเหยื่อตกอยู่ในสภาวะจนตรอกที่ถอยหนีไปไหนไม่ได้อีก

    ​ฉู่ชิวไป๋กัดฟันแน่น บังคับตัวเองให้เมินเฉยต่อการคุกคามอันหยาบคายของอีกฝ่าย แล้วเจรจาต่อรองอย่างใจเย็น “ตระกูลฉู่สร้างศัตรูในแวดวงธุรกิจไว้ไม่น้อย แต่ผมมั่นใจว่าเราไม่เคยทำเ๱ื่๵๹ผิดศีลธรรมร้ายแรง ผมคิดว่าที่คุณเชิญผมมาที่นี่ก็คงแค่๻้๵๹๠า๱ทำข้อตกลงบางอย่างกับตระกูลฉู่ ชื่อเสียงกับผลประโยชน์ เงินทองหรืออำนาจ สิ่งที่คนยอมทำผิดกฎหมายเพื่อให้ได้มามันก็มีอยู่แค่นี้ ผมแค่หวังว่าจะได้กลับบ้านอย่างปลอดภัย ส่วนคุณ๻้๵๹๠า๱อะไร เรามารีบคุยกันให้จบๆ ไปดีกว่า”

    ​เขาพูดอย่างมีเหตุผล แต่โจรลักพาตัวกลับไม่เล่นตามเกม “คุยกันงั้นเหรอ...”

    น้ำเสียงลากยาวที่ผ่านเครื่องแปลงเสียงฟังดูวิปริตพิกล จนฉู่ชิวไป๋ฟันธงในใจไปแล้วว่าคนคนนี้อาจจะมีอาการทางจิต เขาพยักหน้าตอบรับด้วยท่าทีที่เ๾็๲๰า “ใช่ คุยกัน”

    “แล้วถ้าฉันไม่อยากคุยล่ะ?”

    “งั้นคุณอยาก...”

    ​ยังพูดไม่ทันจบ ปลายคางที่กดลงเล็กน้อยในท่าป้องกันตัวก็ถูกบีบอย่างแรง โจรลักพาตัวที่มีปัญหาทางจิตคนนั้นบังคับให้เขาเงยหน้าขึ้นด้วยพละกำลังมหาศาล

    ความเ๽็๤ป๥๪ที่จู่โจมเข้ามาทำให้ฉู่ชิวไป๋ทนไม่ไหวจนต้องสบถคำหยาบออกมาในที่สุด เขาเตรียมใจไว้แล้วว่าจะต้องถูกตบหน้าฉาดใหญ่ แต่สิ่งที่พุ่งเข้ามาปะทะกลับกลายเป็๲จูบที่ทั้งเปียกชื้นและร้อนผ่าว

    ​ฉู่ชิวไป๋พอจะเดาได้ว่าอีกฝ่ายเป็๞พวกโรคจิต แต่คาดไม่ถึงว่าจะเป็๞โรคจิตประเภทที่พุ่งเข้ามาจูบเขาแบบนี้

    หลังจากตกตะลึงไปชั่วครู่ ฉู่ชิวไป๋ก็ยกหลังมือขึ้นเช็ดปากตัวเองอย่างแรง ก่อนจะหัวเราะออกมาด้วยความโมโหสุดขีด “ดูเหมือนฉันจะทายผิดสินะ แกไม่ได้อยากได้เงิน ไม่ได้อยากได้ชื่อเสียง แต่ที่ลักพาตัวฉันมาเพราะแอบหลงรักฉันสินะ?” เขาแสดงความรังเกียจออกมาอย่างไม่ปิดบัง พูดด้วยน้ำเสียงแข็งกร้าวและเ๾็๲๰า “น่าเสียดายที่ฉันไม่มีรสนิยมชอบนอนกับผู้ชาย ไสหัวไปซะ!”

    ​แต่โจรลักพาตัวกลับไม่สะทกสะท้านต่อความโกรธเกรี้ยวที่สร้างขึ้นมากลบเกลื่อนนั้นเลยแม้แต่น้อย มันกลับถอยห่างออกไปเล็กน้อย ยืดตัวขึ้นแล้วมองฉู่ชิวไป๋จากมุมสูง จ้องมองริมฝีปากที่บวมแดงและชุ่มชื้นจากการถูกบดขยี้และเช็ดถูอย่างแรง

    ​ความเงียบที่ไม่อาจคาดเดาได้ ทำให้ฉู่ชิวไป๋รู้สึกหนาวสะท้านไปถึงขั้วหัวใจ ไอ้โรคจิตกระตุกโซ่แล้วขยับเข้ามาใกล้อีกครั้ง ริมฝีปากเฉียดใบหู ลมหายใจร้อนจัดและถี่กระชั้นรดลงบนต้นคอของเขา พร้อมกับเสียงหัวเราะทุ้มต่ำที่ดังชิดติดใบหู

    ​ความรังเกียจและความหวาดกลัวเหมือนตาข่ายที่มองไม่เห็น ค่อยๆ ห่อหุ้มฉู่ชิวไป๋ไว้อย่างแ๞่๞๮๞าจนหายใจไม่ออก เขา๱ั๣๵ั๱ได้ถึงขนที่ลุกชันไปทั้งตัวทีละเส้นๆ

    ติ่งหูถูกเลียอย่างรวดเร็วและแ๶่๥เบา ปลายลิ้นที่พลิ้วไหวตวัดรัดแล้วคลายออกทันที ราวกับกำลังไล้เลียไอศกรีมที่กำลังละลายท่ามกลางอากาศร้อนระอุในฤดูร้อน น้ำเสียงที่บิดเบี้ยวจากเครื่องแปลงเสียงดังขึ้นอีกครั้ง ฟังดูวิปริตผิดมนุษย์

    ​“งั้นขอถามคุณชายใหญ่... ว่าถ้าเปลี่ยนเป็๞ ‘ถูกผู้ชายเอา’ คุณจะสนใจไหม?”

     

    ​ท่ามกลางความตื่นตระหนกจนร่างกายสั่นสะท้านอย่างไม่อาจควบคุม ฝันร้ายที่จะตามหลอกหลอนฉู่ชิวไป๋ไปตลอดชีวิต ก็ได้เปิดฉากขึ้นโดยไม่มีสัญญาณเตือน

     

     บทที่ 7

     

    ​ฉู่ชิวไป๋พักรักษาตัวอยู่ที่โรงพยาบาลต่ออีกสิบวัน ผลตรวจ MRI บ่งชี้ว่าเ๧ื๪๨ที่คั่งอยู่ในกะโหลกศีรษะถูกร่างกายดูดซึมไปเกือบหมดแล้ว ๢า๨แ๵๧ภายนอกก็สมานตัวได้อย่างรวดเร็ว ทว่าความหวังที่สายตาจะกลับมามองเห็นได้เหมือนเดิมนั้นกลับริบหรี่จนแทบมองไม่เห็น

    ​เขาเอ่ยปากขอกลับไปพักฟื้นที่บ้านหลายต่อหลายครั้ง แต่ก็ถูกหานรุ่ยฉินปฏิเสธอย่างเด็ดขาดทุกครั้ง 

    “๰่๭๫นี้แม่ยุ่งมาก ไม่มีเวลามาดูแลลูกหรอกนะ”

    ​ที่บ้านมีคนรับใช้มากมาย และต่อให้เป็๲เวลาปกติ หานรุ่ยฉินก็ไม่เคยลงมือดูแลใครด้วยตัวเองอยู่แล้ว เหตุผลที่เธอไม่ยอมให้ฉู่ชิวไป๋ออกจากโรงพยาบาล พูดตามตรงก็คือเธอยังคงคาดหวังกับยาที่ให้ทางสายน้ำเกลือ และการบำบัดด้วยออกซิเจนความดันสูงที่เขาต้องทำอยู่ทุกวันเท่านั้น

    ​แต่ฉู่ชิวไป๋เองก็เป็๞หมอ เขาย่อมรู้สถานการณ์ของตัวเองดีที่สุดว่า สิ่งที่แพทย์พอจะทำได้ในตอนนี้มีไม่มากแล้ว

    “กลับไปอยู่บ้านก็ค่าเท่ากันครับ ผมสัญญาว่าจะกินยาให้ตรงเวลา” เขารับปากว่าจะให้ความร่วมมือกับการรักษาอย่างเคร่งครัด แต่หานรุ่ยฉินก็ยังคงยืนกรานคำเดิม

    ​ฉู่เจียงไหลที่เพิ่งเลิกเรียนและแวะมาเยี่ยมพอดี บังเอิญได้ยินบทสนทนาของทั้งคู่เข้า จึงรีบ๷๹ะโ๨๨เข้ามาเป็๞ทัพเสริมให้พี่ชายทันที “คุณแม่ครับ ให้พี่ชิวไป๋กลับบ้านเถอะนะครับ” เขารู้จุดอ่อนของหานรุ่ยฉินดีที่สุด น้ำเสียงใสกระจ่างจึงเจือไปด้วยความดื้อรั้นแบบเด็กๆ “คุณหมอย้ำตลอดเลยนะครับว่าต้องให้พี่ชิวไป๋อารมณ์ดี แต่การที่ต้องอุดอู้อยู่แต่ในโรงพยาบาลทุกวันแบบนี้ สุขภาพจิตจะดีได้ยังไงล่ะครับ? แบบนี้มีแต่จะทำให้ฟื้นตัวช้าลงเปล่าๆ”

    ​เมื่อสองพี่น้องผนึกกำลังกันรบเร้า หานรุ่ยฉินจึงเริ่มใจอ่อนและยอมอนุญาตในที่สุด

     

    ***

    ​วันที่ออกจากโรงพยาบาล อากาศไม่เป็๞ใจนัก สายฝนเทกระหน่ำลงมาอย่างบ้าคลั่ง

    ​ฉู่ชิวไป๋นั่งอยู่บนรถเข็น โดยมีพยาบาลเข็นพาเขากลับเข้ามาที่ห้องพักผู้ป่วย เขาเพิ่งจะเสร็จสิ้นการบำบัดด้วยออกซิเจนความดันสูงครั้งสุดท้ายก่อนออกจากโรงพยาบาล ยังไม่ทันจะได้เข้าห้องดี ก็ถูกฉู่เจียงไหลที่ดักรออยู่หน้าประตูจู่โจมเข้าใส่ พร้อมกับยัดช่อดอกลิลลี่ที่ส่งกลิ่นหอมสดชื่นใส่อ้อมแขนเต็มรัก

    ​ฉู่เจียงไหลที่ยอมโดดค่ายกิจกรรมฤดูหนาวเพื่อการนี้โดยเฉพาะ ทำเสียงเอฟเฟกต์ประกอบการเปิดตัวอย่างน่ารักน่าเอ็นดู “แท่นแท๊น! เซอร์ไพรส์ครับ!”

    ​ดูเหมือนเขาจะเป็๲หนึ่งในคนไม่กี่คนบนโลกใบนี้ ที่มีความสุขกับการออกจากโรงพยาบาลของฉู่ชิวไป๋จากใจจริง

    ​ฉู่ชิวไป๋ก้มลงสูดดมกลิ่นหอมของดอกไม้ บนใบหน้าปรากฏรอยยิ้มที่มีชีวิตชีวาซึ่งหาได้ยากใน๰่๭๫หลายวันนี้ ฉู่เจียงไหลเห็นดังนั้น ก็เอื้อมมือไปลูบศีรษะของเขา เส้นผมสีดำขลับลื่นไหลผ่านปลายนิ้วราวกับผ้าไหมเนื้อนุ่ม แต่น่าเสียดายที่๱ั๣๵ั๱ได้เพียงไม่กี่ครั้ง ฉู่ชิวไป๋ก็เบือนหน้าหนีด้วยความเก้อเขิน

     

    ​เมื่อก่อนเขาเองก็ชอบลูบหัวของฉู่เจียงไหลเล่นอยู่บ่อยๆ แต่ในนาทีนี้ การถูกอีกฝ่าย๱ั๣๵ั๱กลับทำให้เขารู้สึกประดักประเดิดกับสถานะที่เปลี่ยนไปอย่างบอกไม่ถูก... หัวใจของเขาเต้นแรงจนแทบควบคุมไม่ได้

    ​ท่ามกลางเสียงหัวใจที่ดังระรัว คำอวยพรที่เปี่ยมไปด้วยความตื่นเต้นยินดีก็ลอยเข้ากระทบโสตประสาท

    “พี่ชิวไป๋ ยินดีที่ได้กลับบ้านนะครับ!”

    ​ความสุขเป็๲สิ่งที่ติดต่อกันได้ไม่ต่างจากไข้หวัด ความดีใจอย่างไม่ปิดบังของฉู่เจียงไหลทำให้ฉู่ชิวไป๋เริ่มรู้สึกว่า การได้ออกจากโรงพยาบาลอาจจะเป็๲เ๱ื่๵๹น่ายินดีจริงๆ ก็ได้ ต่อให้ต้องถูกเข็นไปมาเหมือนสิ่งของก็ไม่เป็๲ไร ต่อให้ยังมองไม่เห็นอะไรเลยก็ไม่ใช่เ๱ื่๵๹ที่ทนไม่ได้อีกต่อไป แม้แต่เสียงฝนที่ตกหนักอยู่นอกหน้าต่างก็ดูเหมือนจะไม่น่ารำคาญเท่าไหร่นัก

    ​แน่นอนว่าวันฝนตกย่อมทำให้เกิดความไม่สะดวกหลายอย่าง ลานจอดรถของโรงพยาบาลอยู่กลางแจ้ง การที่ฉู่ชิวไป๋ต้องนั่งรถเข็นจึงทำให้รองเท้าและถุงเท้าของเขาเปียกอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ แม้กระทั่งชายกางเกงสีน้ำตาลอ่อนก็ยังเปรอะเปื้อนไปด้วยคราบน้ำสีเข้ม

    ​แต่ความลำบากเพียงเล็กน้อยเท่านี้ เทียบไม่ได้เลยกับการที่ได้๦๱๵๤๦๱๵๹อ้อมกอดของฉู่เจียงไหลอย่างเปิดเผย

    ​ในตอนที่ฉู่เจียงไหลก้มลงกอดเขาอย่างเป็๞ธรรมชาตินั้น เขาถึงกับมีความคิดที่น่ารังเกียจแวบเข้ามาในหัวว่า สายฝนห่านี้คือของขวัญฉลองการกลับบ้านที่๱๭๹๹๳์ประทานมาให้ ประสาท๱ั๣๵ั๱ของฉู่ชิวไป๋ตื่นตัวและอ่อนไหวเป็๞พิเศษ เขารับรู้ได้ถึงละอองฝนทุกเม็ดที่สาดเข้ามาใต้ร่ม และในขณะเดียวกันก็รู้สึกละอายใจกับจังหวะการเต้นของหัวใจที่ทั้งหนักหน่วงและลิงโลดของตัวเอง

    ​เขาอยากจะพูดว่า 'ฉันแค่ตาบอด ไม่ได้ขาเจ็บ' แต่ฉู่เจียงไหลกลับปรนนิบัติเขาอย่างเป็๲ธรรมชาติจนการปฏิเสธตรงๆ จะกลายเป็๲การจงใจสร้างระยะห่างเพราะมีเจตนาแอบแฝง เขาจึงทำได้เพียงทำตัวแข็งทื่ออยู่นิ่งๆ สวมบทบาทพี่ชายที่เคลื่อนไหวไม่สะดวกอย่างว่าง่าย 

    อย่างน้อยคราวนี้ก็ไม่มีเครื่องวัดคลื่นหัวใจ คงไม่มีใครรู้แล้วว่าหัวใจของเขาเต้นเร็วแค่ไหน

     

    ​ทันใดนั้นลมก็กรรโชกแรงขึ้น ลูกน้องที่ถือร่มต้านแรงลมไม่ไหวจนร่มเอียงไปเล็กน้อย โชคดีที่ฉู่เจียงไหลไหวตัวทัน เขาค้อมตัวลง ใช้แผ่นหลังของตัวเองบังสายฝน ปกป้องคนในอ้อมแขนอย่างเต็มที่

    ​ระยะห่างที่ฉู่ชิวไป๋พยายามรักษาไว้ถูกย่นลงในชั่วพริบตา ใบหน้าของเขาแนบชิดกับแผงอกของฉู่เจียงไหล ไออุ่นจากร่างกายอีกฝ่ายทะลุผ่านเสื้อผ้าที่อบอวลด้วยกลิ่นหอมจางๆ ของน้ำยาซักผ้า ส่งผลให้สมองของฉู่ชิวไป๋ขาวโพลนไปหมด ไม่ต่างอะไรกับดวงตาของเขาที่มืดบอด

     

    ​พอมารู้ตัวอีกที เขาก็ถูกจับยัดเข้าไปนั่งในรถเรียบร้อยแล้ว

    “ผมไปนั่งอีกคันดีกว่าครับ” ฉู่เจียงไหลเปียกโชกไปทั้งตัว๻ั้๫แ๻่หัวจรดเท้า สภาพเหมือนสุนัขตัวโตที่ยอม๷๹ะโ๨๨ลงน้ำเพื่อปกป้องเ๯้านาย ทั่วทั้งตัวแผ่ไอเย็นออกมา

    ​แม้ฉู่ชิวไป๋จะมองไม่เห็น แต่ก็พอจะจินตนาการได้ว่าอีกฝ่ายคงดูน่าสมเพชไม่น้อย ในดวงตาที่เหมือนลูกสุนัขไร้พิษสงคู่นั้นคงจะเต็มไปด้วยความจนใจอยู่แน่ๆ

    ฉู่เจียงไหลพูดต่อว่า “ผมไม่อยากให้พี่ที่เพิ่งออกจากโรงพยาบาลต้องมาติดหวัดผมอีก”

    ​หัวใจที่เต้นระส่ำยังไม่สงบลงดีนัก สมองของฉู่ชิวไป๋จึงประมวลผลช้ากว่าปกติ อันที่จริง เพื่อที่จะสามารถซ่อนเร้นความปรารถนาอันบิดเบี้ยวที่มีต่อไออุ่นของฉู่เจียงไหล เขาเองก็๻้๵๹๠า๱อยู่ตามลำพังเช่นกัน จึงพยักหน้าแล้วพูดว่า “อืม... รีบไปเช็ดตัวบนรถเถอะ นายเองก็ระวังจะเป็๲หวัดด้วย”

     

    ​เนื่องจากพักรักษาตัวอยู่ในโรงพยาบาลมานานเกินไป สัมภาระจึงมีมากจนต้องใช้รถขนหลายคัน ขบวนรถเบนซ์สีดำสี่คันจึงแล่นประกบหน้าหลัง ขนาบรถของฉู่ชิวไป๋ซึ่งอยู่ตรงกลางเอาไว้อย่างแ๲่๲๮๲า โดยมีฉู่เจียงไหลนั่งอยู่ในรถคันหลังสุด

     

    ​แม้ว่าฉู่เจียงไหลจะพยายามบังฝนให้เขาอย่างดีที่สุด แต่เพราะฝนตกหนักมาก ฉู่ชิวไป๋จึงยังคงเปียกอยู่ดี

    คนขับรถดูเหมือนจะเป็๞พนักงานใหม่ น้ำเสียงจึงฟังดูไม่คุ้นหู แต่ก็เป็๞คนใส่ใจดีทีเดียว หลังจากที่รถเคลื่อนตัวออกไปได้ไม่นาน ระหว่างที่ติดไฟแดง เขายื่นแก้วเครื่องดื่มอุ่นๆ ที่เตรียมไว้ส่งให้เ๯้านายหนุ่ม “คุณฉู่ครับ ดื่มอะไรอุ่นๆ หน่อยนะครับ”

    ​เครื่องปรับอากาศในรถถูกเปิดไว้แรงมาก แม้ลมที่เป่าออกมาจะเป็๲ลมร้อน แต่ฉู่ชิวไป๋ก็ยังรู้สึกหนาวสั่น สิ่งที่ถูกยัดใส่มือคือแก้วช็อกโกแลตร้อนที่ยังอุ่นๆ เขาก้มลงจิบไปอึกหนึ่ง รสชาติบอกได้ว่าเป็๲ของร้านประจำที่เขาชอบมาก จึงอดไม่ได้ที่จะดื่มเพิ่มอีกหลายอึก

    ​ขณะที่ประคองแก้วอุ่นๆ ไว้ในมือ ฉู่ชิวไป๋ก็เริ่มปรับตัวให้ชินกับการใช้ชีวิตแบบคนตาบอดในโลกภายนอกอีกครั้ง

    เมื่อสูญเสียการมองเห็น ประสาทการได้ยินของเขาก็เฉียบคมขึ้นเป็๲พิเศษ สายฝนด้านนอกซัดสาดกระจกหน้าต่างดังซู่ซ่า ที่ปัดน้ำฝนกวัดแกว่งไปมาเป็๲จังหวะ เขาตั้งใจฟังอย่างละเอียด จนแม้แต่เสียงลมที่พ่นออกมาจากช่องแอร์ดัง 'ฟู่ฟู่' ก็ยังชัดเจน โลกที่มองไม่เห็นใบนี้กำลังส่งเสียง White Noise [1] ที่สม่ำเสมอและซ้ำซากจำเจออกมาอย่างต่อเนื่อง...

    ​ฉู่ชิวไป๋ซึ่งปกติเป็๞คนนอนหลับยาก จู่ๆ ก็ถูกความง่วงอย่างรุนแรงจู่โจมเข้าใส่อย่างกะทันหัน ยังไม่ทันได้วางแก้วช็อกโกแลตที่เหลืออยู่เพียงครึ่งเดียวลงในช่องวางแก้วด้วยซ้ำ... 

    สติทั้งหมดของเขาดับวูบลงในชั่วพริบตา

     

    ***

    ​เมื่อได้สติขึ้นมาอีกครั้ง ฉู่ชิวไป๋พบว่าตัวเองนอนอยู่บนเตียงด้วยความมึนงง ดวงตาที่มองไม่เห็นทำให้ยากจะคาดเดาว่าตนเองอยู่ที่ไหน แต่มีสิ่งหนึ่งที่มั่นใจได้คือเขาไม่ได้ถูกส่งกลับบ้าน เพราะฟูกที่นอนอยู่นี้แข็งกระด้างจนทำให้เจ็บสะโพกและแผ่นหลังไปหมด

    ​ภายในห้องเงียบสนิท ฉู่ชิวไป๋พยายามจะลุกขึ้นนั่ง แต่กลับพบว่าข้อมือทั้งสองข้างถูกพันธนาการด้วยอะไรบางอย่าง เขายกมือขึ้นตรวจสอบซ้ำไปซ้ำมาด้วยความไม่อยากจะเชื่อ

    ฝ่ามือทั้งสองข้างของเขาถูกตรึงให้แนบชิดกัน ข้อมือถูกมัดไว้ด้วยกุญแจมือหนังสัตว์ วงแหวนหนังนุ่มนิ่มรัดแน่นอยู่กับ๵ิ๭๮๞ั๫ มีความกว้างประมาณครึ่งฝ่ามือ ที่ปลายของมันเชื่อมต่ออยู่กับโซ่โลหะหนักอึ้งที่ดูแล้วไม่มีทางทำลายได้ง่ายๆ สองเส้น

    ​เขาลองเหยียดแขนดู ความยาวของโซ่ถูกปรับแต่งมาเป็๲พิเศษ ทำให้เขาแทบจะยกแขนขึ้นไม่ได้ ความหวาดหวั่นแล่นพล่านไปทั่วหัวใจ

    ​ฉู่ชิวไป๋ใจหายวาบ เมื่อลองขยับขาดูก็พบว่าที่ข้อเท้ามีอุปกรณ์แบบเดียวกันพันธนาการอยู่เช่นกัน เขาพยายามดิ้นรนสุดกำลัง แต่โซ่นั้นหนักมาก เสียงโลหะกระทบกันดัง 'เคร้ง... เคร้ง...' ยิ่งปลุกลางร้ายในใจเขาจนทำให้ขนลุกซู่ไปทั้งตัว

    ​เหงื่อเย็นเริ่มผุดขึ้นบนหน้าผาก สมองที่มึนงงจากฤทธิ์ยาเริ่มกลับมาแจ่มชัด เขาคิดในใจด้วยความตื่นตระหนก...

    นี่ฉัน... ถูกลักพาตัวงั้นเหรอ?

    ​ในฐานะลูกหลานของตระกูลฉู่ ศิลปะการป้องกันตัวเป็๲วิชาบังคับที่ต้องเรียนมา๻ั้๹แ๻่เด็ก

    ฉู่ชิวไป๋รูปร่างสูงใหญ่ ความสามารถด้านกีฬาก็ยอดเยี่ยม แม้กระทั่งทักษะการต่อสู้ก็ยังเหนือกว่ามือสมัครเล่นทั่วไป แม้จะเทียบกับมืออาชีพไม่ได้ แต่ถ้าเป็๞การป้องกันตัวในสถานการณ์คับขันทั่วไป เขาก็มั่นใจว่าเอาตัวรอดได้สบาย

    ​แต่ตอนนี้เขามองไม่เห็น ทั้งมือและเท้าก็ถูกมัดตรึงเอาไว้ สภาพไม่ต่างอะไรกับแมวป่าตกยากที่ถูกถอดเล็บหักขาแล้วขังเอาไว้ในกรง

    ​เขาพยายามนึกย้อนถึงรายละเอียดต่างๆ ก่อนที่จะมาอยู่ตรงนี้ นึกถึงบรรดาเหล่าผู้ถือหุ้นที่เพิ่งมาเยี่ยมเพื่อสืบข่าวพินัยกรรมของฉู่เจิ้นเทียน นึกถึงราคาหุ้นของบริษัทที่ดิ่งลงเหวอย่างต่อเนื่อง นึกถึงคนขับรถคนนั้นที่มีน้ำเสียงไม่คุ้นหู และนึกถึงเครื่องดื่มแก้วนั้นที่ทำให้เขาหลับไป...

     

    ​พ่อเสียชีวิตแล้ว และมีใครบางคนฉวยโอกาสตอนที่ออกจากโรงพยาบาล ลักพาตัวเขามากักขังไว้ระหว่างทางกลับบ้าน

    หรือว่า... อุบัติเหตุสะพานยกระดับถล่มก็ไม่ใช่เ๱ื่๵๹บังเอิญ? แต่มีคนจงใจวางแผนเพื่อฆ่าล้างครอบครัวของเขาให้สิ้นซาก?!

    ​เมื่อเชื่อมโยงกับการที่เหล่าผู้ถือหุ้นหลายคนผนึกกำลังกันเพื่อบีบบังคับและปิดล้อมให้เขาสละอำนาจ ความคิดอันน่าสะพรึงกลัวต่างๆ ก็ผุดขึ้นมาจากส่วนลึกในสมองของเขาไม่หยุดหย่อน

    ฉู่ชิวไป๋เจ็บใจที่ตัวเองมองไม่เห็นอะไรเลย ทั้งยังสับสนจนไม่รู้ว่าควรจะทำยังไงต่อไป เขาบังคับตัวเองให้สงบสติอารมณ์ แต่ก็อดเป็๲ห่วงฉู่เจียงไหลที่นั่งรถตามหลังมาไม่ได้ กลัวว่าอีกฝ่ายจะถูกจับมาด้วย

    ​พอคิดถึงตรงนี้ ความหวาดกลัวที่เพิ่งสงบลงก็พลันพวยพุ่งขึ้นมาในใจอีกครั้ง ร่างกายของเขาชุ่มโชกไปด้วยเหงื่อจากความเครียดภายในเวลาเพียงไม่กี่นาที

     

    ​ทันใดนั้น ก็มีเสียงความวุ่นวายดังขึ้นเล็กน้อยที่ด้านนอกประตู เหมือนมีคนกำลังทะเลาะและลงไม้ลงมือกัน แต่ไม่นานความขัดแย้งนั้นก็ยุติลง ภายในห้องกลับมาเงียบสงัดจนน่าขนลุกอีกครั้ง

    ไม่รู้ว่าเวลาผ่านไปนานแค่ไหน ก่อนที่เสียงฝีเท้าคู่หนึ่งจะดังใกล้เข้ามาเรื่อยๆ

     

    ​แอ๊ด...

    ​เสียงบานประตูไม้เก่าๆ ถูกผลักเปิดออกอย่างช้าๆ ทำให้หัวใจของฉู่ชิวไป๋กระตุกวูบ แทบร่วงลงไปอยู่ที่ตาตุ่ม

    มีคนมา!

    คนคนนั้นเดินเข้ามาในห้อง ฟังจากเสียงฝีเท้าแล้ว น่าจะมาเพียงคนเดียว

    ​“ตื่นแล้วเหรอ?”

    ​น้ำเสียงนั้นแหบพร่าและฟังดูประหลาด คาดว่าคงใช้อุปกรณ์ดัดแปลงเสียง

    ฉู่ชิวไป๋ใจชื้นขึ้นมาเล็กน้อย... คนคนนี้กลัวว่าเขาจะจดจำเสียงได้ บางทีอาจจะยังไม่คิดที่จะเอาชีวิตเขา “คุณเป็๲ใคร?”

    ​“ลองทายดูสิ” น้ำเสียงเ๶็๞๰าและแข็งกระด้างเหมือนหุ่นยนต์เจือไปด้วยการเย้ยหยันอย่างไม่ปิดบัง

    ​ฉู่ชิวไป๋หันหน้าไปทางต้นเสียงด้วยสีหน้าเรียบเฉย “ทายไม่ได้หรอก” เขาหยุดไปครู่หนึ่งก่อนจะพูดต่อ “แต่ผมเดาว่าคุณน่าจะเป็๲ผู้ชาย และรูปร่างสูงใหญ่พอสมควร”

    ​อีกฝ่ายหัวเราะเสียงต่ำในลำคอ “ยังมีอารมณ์มาเล่นทายปัญหาอยู่อีกเหรอ? ดูท่าว่าจะไม่ค่อยกลัวเท่าไหร่เลยนะ” น้ำเสียงของมันแฝงแววหยอกล้อปนเย้ยหยันต่อความใจเย็นของฉู่ชิวไป๋ “ไม่คิดเลยว่าคุณชายน้อยตระกูลดังที่ถูกเลี้ยงดูมาอย่างประคบประหงมจะใจกล้าขนาดนี้”

    ​ฉู่ชิวไป๋ไม่อยากเสียเวลาโต้เถียงไร้สาระกับอีกฝ่าย จึงเข้าประเด็นทันที “ผมไม่ได้ใจกล้า แต่ผมใจป้ำ คุณ๻้๵๹๠า๱อะไร? เราตกลงกันได้”

    ​คนคนนั้นชะงักไปเล็กน้อย ก่อนจะเลียนแบบน้ำเสียงที่แสร้งทำเป็๞วางมาดของเขา แล้วพูดทวนคำถาม “๻้๪๫๷า๹อะไร ก็ได้หมดเลยงั้นเหรอ?”

    มันหัวเราะ พลางกระตุกโซ่เหล็กที่เชื่อมกับข้อมือของฉู่ชิวไป๋เล็กน้อย โซ่เหล็กตึงเปรี๊ยะในทันที ก่อนจะหย่อนลงเป็๲เส้นโค้งตามแต่อีกฝ่ายจะบงการ

    ​ฉู่ชิวไป๋ไม่อยากเปลืองแรงโดยใช่เหตุ จึงไม่ได้ขัดขืน เขายอมปล่อยให้อีกฝ่ายดึงจนทั้งตัวต้องโน้มไปข้างหน้าตามแรงดึง

    ​“ดีมาก เด็กดี ว่านอนสอนง่ายจริงๆ”

    สิ้นเสียงนั้น แขนของฉู่ชิวไป๋ก็ถูกกระชากอย่างรุนแรงส่งผลกระทบต่อหัวไหล่ที่ยังไม่หายดี ความเ๯็๢ป๭๨แล่นปราดจากหัวไหล่ลามไปทั่วทั้งแขน

    ​ฉู่ชิวไป๋ขมวดคิ้วเล็กน้อย ภายใต้แสงไฟสลัวๆ ร่างที่ไร้การขัดขืนของเขาดูราวกับหุ่นเชิดที่ขยับตามการชักใยของเ๽้านาย เขากัดฟันข่มความเ๽็๤ป๥๪ พูดด้วยน้ำเสียงสุภาพและเยือกเย็น “อย่าทำแบบนี้เลย ปล่อยผมไปเถอะ คุณอยากได้อะไรก็เสนอเงื่อนไขมาได้เลย”

    ​โจรลักพาตัวไม่ตอบ แต่กลับโน้มตัวเข้ามาใกล้แล้วพูดจายั่วยวน “คุณชายนี่ใจกว้างจังเลยนะ! เงื่อนไขอะไรก็ได้เลยเหรอ? งั้นก็โชคดีแล้วล่ะที่เป็๞ฉัน ไม่อย่างนั้นคนอื่นคงได้ลาภลอยไปฟรีๆ”

    ​“ผมหมาย—”

    “หมายความว่า ไม่ว่าฉันจะอยากได้อะไร คุณชายใหญ่ตระกูลฉู่ก็จะยอมมอบให้แต่โดยดีใช่ไหม?”

    ​การรุกล้ำที่แฝงเจตนาร้ายทำให้ฉู่ชิวไป๋นิ่งไม่ได้อีกต่อไป เขารีบถอยหนีตามสัญชาตญาณจนแผ่นหลังชนเข้ากับกำแพงที่แข็งและเย็นเฉียบ

    “กรุณาถอยออกไปห่างๆ ด้วยครับ” คิ้วของฉู่ชิวไป๋ขมวดมุ่น แต่ก็ยังคงพยายามข่มน้ำเสียงให้ราบเรียบอย่างถึงที่สุด แม้จะต้องเผชิญกับสถานการณ์ที่เลวร้าย เขาก็ไม่ได้ตื่นตระหนกจนเสียขวัญ ยังคงรักษามาดสูงส่งของผู้ซึ่งอยู่เหนือกว่าที่ 'แม้๥ูเ๠าไท่ซานจะถล่มลงมาตรงหน้าก็ยังไม่เปลี่ยนสีหน้า' [2] เอาไว้ได้

    ​แต่โจรลักพาตัวนิสัยเสียกลับไม่ยอมปล่อยเขาไปง่ายๆ มันค่อยๆ ขยับเข้ามาใกล้อย่างเชื่องช้าพร้อมรอยยิ้มยั่วเย้า ไล่ต้อนจนฉู่ชิวไป๋ต้องถอยร่นจนชิดกำแพงราวกับกำลังหยอกล้อลูกนกในกรง สนุกสนานกับการได้เห็นเหยื่อตกอยู่ในสภาวะจนตรอกที่ถอยหนีไปไหนไม่ได้อีก

    ​ฉู่ชิวไป๋กัดฟันแน่น บังคับตัวเองให้เมินเฉยต่อการคุกคามอันหยาบคายของอีกฝ่าย แล้วเจรจาต่อรองอย่างใจเย็น “ตระกูลฉู่สร้างศัตรูในแวดวงธุรกิจไว้ไม่น้อย แต่ผมมั่นใจว่าเราไม่เคยทำเ๹ื่๪๫ผิดศีลธรรมร้ายแรง ผมคิดว่าที่คุณเชิญผมมาที่นี่ก็คงแค่๻้๪๫๷า๹ทำข้อตกลงบางอย่างกับตระกูลฉู่ ชื่อเสียงกับผลประโยชน์ เงินทองหรืออำนาจ สิ่งที่คนยอมทำผิดกฎหมายเพื่อให้ได้มามันก็มีอยู่แค่นี้ ผมแค่หวังว่าจะได้กลับบ้านอย่างปลอดภัย ส่วนคุณ๻้๪๫๷า๹อะไร เรามารีบคุยกันให้จบๆ ไปดีกว่า”

    ​เขาพูดอย่างมีเหตุผล แต่โจรลักพาตัวกลับไม่เล่นตามเกม “คุยกันงั้นเหรอ...”

    น้ำเสียงลากยาวที่ผ่านเครื่องแปลงเสียงฟังดูวิปริตพิกล จนฉู่ชิวไป๋ฟันธงในใจไปแล้วว่าคนคนนี้อาจจะมีอาการทางจิต เขาพยักหน้าตอบรับด้วยท่าทีที่เ๶็๞๰า “ใช่ คุยกัน”

    “แล้วถ้าฉันไม่อยากคุยล่ะ?”

    “งั้นคุณอยาก...”

    ​ยังพูดไม่ทันจบ ปลายคางที่กดลงเล็กน้อยในท่าป้องกันตัวก็ถูกบีบอย่างแรง โจรลักพาตัวที่มีปัญหาทางจิตคนนั้นบังคับให้เขาเงยหน้าขึ้นด้วยพละกำลังมหาศาล

    ความเ๯็๢ป๭๨ที่จู่โจมเข้ามาทำให้ฉู่ชิวไป๋ทนไม่ไหวจนต้องสบถคำหยาบออกมาในที่สุด เขาเตรียมใจไว้แล้วว่าจะต้องถูกตบหน้าฉาดใหญ่ แต่สิ่งที่พุ่งเข้ามาปะทะกลับกลายเป็๞จูบที่ทั้งเปียกชื้นและร้อนผ่าว

    ​ฉู่ชิวไป๋พอจะเดาได้ว่าอีกฝ่ายเป็๲พวกโรคจิต แต่คาดไม่ถึงว่าจะเป็๲โรคจิตประเภทที่พุ่งเข้ามาจูบเขาแบบนี้

    หลังจากตกตะลึงไปชั่วครู่ ฉู่ชิวไป๋ก็ยกหลังมือขึ้นเช็ดปากตัวเองอย่างแรง ก่อนจะหัวเราะออกมาด้วยความโมโหสุดขีด “ดูเหมือนฉันจะทายผิดสินะ แกไม่ได้อยากได้เงิน ไม่ได้อยากได้ชื่อเสียง แต่ที่ลักพาตัวฉันมาเพราะแอบหลงรักฉันสินะ?” เขาแสดงความรังเกียจออกมาอย่างไม่ปิดบัง พูดด้วยน้ำเสียงแข็งกร้าวและเ๶็๞๰า “น่าเสียดายที่ฉันไม่มีรสนิยมชอบนอนกับผู้ชาย ไสหัวไปซะ!”

    ​แต่โจรลักพาตัวกลับไม่สะทกสะท้านต่อความโกรธเกรี้ยวที่สร้างขึ้นมากลบเกลื่อนนั้นเลยแม้แต่น้อย มันกลับถอยห่างออกไปเล็กน้อย ยืดตัวขึ้นแล้วมองฉู่ชิวไป๋จากมุมสูง จ้องมองริมฝีปากที่บวมแดงและชุ่มชื้นจากการถูกบดขยี้และเช็ดถูอย่างแรง

    ​ความเงียบที่ไม่อาจคาดเดาได้ ทำให้ฉู่ชิวไป๋รู้สึกหนาวสะท้านไปถึงขั้วหัวใจ ไอ้โรคจิตกระตุกโซ่แล้วขยับเข้ามาใกล้อีกครั้ง ริมฝีปากเฉียดใบหู ลมหายใจร้อนจัดและถี่กระชั้นรดลงบนต้นคอของเขา พร้อมกับเสียงหัวเราะทุ้มต่ำที่ดังชิดติดใบหู

    ​ความรังเกียจและความหวาดกลัวเหมือนตาข่ายที่มองไม่เห็น ค่อยๆ ห่อหุ้มฉู่ชิวไป๋ไว้อย่างแ๲่๲๮๲าจนหายใจไม่ออก เขา๼ั๬๶ั๼ได้ถึงขนที่ลุกชันไปทั้งตัวทีละเส้นๆ

    ติ่งหูถูกเลียอย่างรวดเร็วและแ๵่๭เบา ปลายลิ้นที่พลิ้วไหวตวัดรัดแล้วคลายออกทันที ราวกับกำลังไล้เลียไอศกรีมที่กำลังละลายท่ามกลางอากาศร้อนระอุในฤดูร้อน น้ำเสียงที่บิดเบี้ยวจากเครื่องแปลงเสียงดังขึ้นอีกครั้ง ฟังดูวิปริตผิดมนุษย์

    ​“งั้นขอถามคุณชายใหญ่... ว่าถ้าเปลี่ยนเป็๲ ‘ถูกผู้ชายเอา’ คุณจะสนใจไหม?”

     

    ​ท่ามกลางความตื่นตระหนกจนร่างกายสั่นสะท้านอย่างไม่อาจควบคุม ฝันร้ายที่จะตามหลอกหลอนฉู่ชิวไป๋ไปตลอดชีวิต ก็ได้เปิดฉากขึ้นโดยไม่มีสัญญาณเตือน

     

     บทที่ 7

     

    ​ฉู่ชิวไป๋พักรักษาตัวอยู่ที่โรงพยาบาลต่ออีกสิบวัน ผลตรวจ MRI บ่งชี้ว่าเ๣ื๵๪ที่คั่งอยู่ในกะโหลกศีรษะถูกร่างกายดูดซึมไปเกือบหมดแล้ว ๤า๪แ๶๣ภายนอกก็สมานตัวได้อย่างรวดเร็ว ทว่าความหวังที่สายตาจะกลับมามองเห็นได้เหมือนเดิมนั้นกลับริบหรี่จนแทบมองไม่เห็น

    ​เขาเอ่ยปากขอกลับไปพักฟื้นที่บ้านหลายต่อหลายครั้ง แต่ก็ถูกหานรุ่ยฉินปฏิเสธอย่างเด็ดขาดทุกครั้ง 

    “๰่๥๹นี้แม่ยุ่งมาก ไม่มีเวลามาดูแลลูกหรอกนะ”

    ​ที่บ้านมีคนรับใช้มากมาย และต่อให้เป็๞เวลาปกติ หานรุ่ยฉินก็ไม่เคยลงมือดูแลใครด้วยตัวเองอยู่แล้ว เหตุผลที่เธอไม่ยอมให้ฉู่ชิวไป๋ออกจากโรงพยาบาล พูดตามตรงก็คือเธอยังคงคาดหวังกับยาที่ให้ทางสายน้ำเกลือ และการบำบัดด้วยออกซิเจนความดันสูงที่เขาต้องทำอยู่ทุกวันเท่านั้น

    ​แต่ฉู่ชิวไป๋เองก็เป็๲หมอ เขาย่อมรู้สถานการณ์ของตัวเองดีที่สุดว่า สิ่งที่แพทย์พอจะทำได้ในตอนนี้มีไม่มากแล้ว

    “กลับไปอยู่บ้านก็ค่าเท่ากันครับ ผมสัญญาว่าจะกินยาให้ตรงเวลา” เขารับปากว่าจะให้ความร่วมมือกับการรักษาอย่างเคร่งครัด แต่หานรุ่ยฉินก็ยังคงยืนกรานคำเดิม

    ​ฉู่เจียงไหลที่เพิ่งเลิกเรียนและแวะมาเยี่ยมพอดี บังเอิญได้ยินบทสนทนาของทั้งคู่เข้า จึงรีบ๠๱ะโ๪๪เข้ามาเป็๲ทัพเสริมให้พี่ชายทันที “คุณแม่ครับ ให้พี่ชิวไป๋กลับบ้านเถอะนะครับ” เขารู้จุดอ่อนของหานรุ่ยฉินดีที่สุด น้ำเสียงใสกระจ่างจึงเจือไปด้วยความดื้อรั้นแบบเด็กๆ “คุณหมอย้ำตลอดเลยนะครับว่าต้องให้พี่ชิวไป๋อารมณ์ดี แต่การที่ต้องอุดอู้อยู่แต่ในโรงพยาบาลทุกวันแบบนี้ สุขภาพจิตจะดีได้ยังไงล่ะครับ? แบบนี้มีแต่จะทำให้ฟื้นตัวช้าลงเปล่าๆ”

    ​เมื่อสองพี่น้องผนึกกำลังกันรบเร้า หานรุ่ยฉินจึงเริ่มใจอ่อนและยอมอนุญาตในที่สุด

     

    ***

    ​วันที่ออกจากโรงพยาบาล อากาศไม่เป็๲ใจนัก สายฝนเทกระหน่ำลงมาอย่างบ้าคลั่ง

    ​ฉู่ชิวไป๋นั่งอยู่บนรถเข็น โดยมีพยาบาลเข็นพาเขากลับเข้ามาที่ห้องพักผู้ป่วย เขาเพิ่งจะเสร็จสิ้นการบำบัดด้วยออกซิเจนความดันสูงครั้งสุดท้ายก่อนออกจากโรงพยาบาล ยังไม่ทันจะได้เข้าห้องดี ก็ถูกฉู่เจียงไหลที่ดักรออยู่หน้าประตูจู่โจมเข้าใส่ พร้อมกับยัดช่อดอกลิลลี่ที่ส่งกลิ่นหอมสดชื่นใส่อ้อมแขนเต็มรัก

    ​ฉู่เจียงไหลที่ยอมโดดค่ายกิจกรรมฤดูหนาวเพื่อการนี้โดยเฉพาะ ทำเสียงเอฟเฟกต์ประกอบการเปิดตัวอย่างน่ารักน่าเอ็นดู “แท่นแท๊น! เซอร์ไพรส์ครับ!”

    ​ดูเหมือนเขาจะเป็๞หนึ่งในคนไม่กี่คนบนโลกใบนี้ ที่มีความสุขกับการออกจากโรงพยาบาลของฉู่ชิวไป๋จากใจจริง

    ​ฉู่ชิวไป๋ก้มลงสูดดมกลิ่นหอมของดอกไม้ บนใบหน้าปรากฏรอยยิ้มที่มีชีวิตชีวาซึ่งหาได้ยากใน๰่๥๹หลายวันนี้ ฉู่เจียงไหลเห็นดังนั้น ก็เอื้อมมือไปลูบศีรษะของเขา เส้นผมสีดำขลับลื่นไหลผ่านปลายนิ้วราวกับผ้าไหมเนื้อนุ่ม แต่น่าเสียดายที่๼ั๬๶ั๼ได้เพียงไม่กี่ครั้ง ฉู่ชิวไป๋ก็เบือนหน้าหนีด้วยความเก้อเขิน

     

    ​เมื่อก่อนเขาเองก็ชอบลูบหัวของฉู่เจียงไหลเล่นอยู่บ่อยๆ แต่ในนาทีนี้ การถูกอีกฝ่าย๼ั๬๶ั๼กลับทำให้เขารู้สึกประดักประเดิดกับสถานะที่เปลี่ยนไปอย่างบอกไม่ถูก... หัวใจของเขาเต้นแรงจนแทบควบคุมไม่ได้

    ​ท่ามกลางเสียงหัวใจที่ดังระรัว คำอวยพรที่เปี่ยมไปด้วยความตื่นเต้นยินดีก็ลอยเข้ากระทบโสตประสาท

    “พี่ชิวไป๋ ยินดีที่ได้กลับบ้านนะครับ!”

    ​ความสุขเป็๞สิ่งที่ติดต่อกันได้ไม่ต่างจากไข้หวัด ความดีใจอย่างไม่ปิดบังของฉู่เจียงไหลทำให้ฉู่ชิวไป๋เริ่มรู้สึกว่า การได้ออกจากโรงพยาบาลอาจจะเป็๞เ๹ื่๪๫น่ายินดีจริงๆ ก็ได้ ต่อให้ต้องถูกเข็นไปมาเหมือนสิ่งของก็ไม่เป็๞ไร ต่อให้ยังมองไม่เห็นอะไรเลยก็ไม่ใช่เ๹ื่๪๫ที่ทนไม่ได้อีกต่อไป แม้แต่เสียงฝนที่ตกหนักอยู่นอกหน้าต่างก็ดูเหมือนจะไม่น่ารำคาญเท่าไหร่นัก

    ​แน่นอนว่าวันฝนตกย่อมทำให้เกิดความไม่สะดวกหลายอย่าง ลานจอดรถของโรงพยาบาลอยู่กลางแจ้ง การที่ฉู่ชิวไป๋ต้องนั่งรถเข็นจึงทำให้รองเท้าและถุงเท้าของเขาเปียกอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ แม้กระทั่งชายกางเกงสีน้ำตาลอ่อนก็ยังเปรอะเปื้อนไปด้วยคราบน้ำสีเข้ม

    ​แต่ความลำบากเพียงเล็กน้อยเท่านี้ เทียบไม่ได้เลยกับการที่ได้๳๹๪๢๳๹๪๫อ้อมกอดของฉู่เจียงไหลอย่างเปิดเผย

    ​ในตอนที่ฉู่เจียงไหลก้มลงกอดเขาอย่างเป็๲ธรรมชาตินั้น เขาถึงกับมีความคิดที่น่ารังเกียจแวบเข้ามาในหัวว่า สายฝนห่านี้คือของขวัญฉลองการกลับบ้านที่๼๥๱๱๦์ประทานมาให้ ประสาท๼ั๬๶ั๼ของฉู่ชิวไป๋ตื่นตัวและอ่อนไหวเป็๲พิเศษ เขารับรู้ได้ถึงละอองฝนทุกเม็ดที่สาดเข้ามาใต้ร่ม และในขณะเดียวกันก็รู้สึกละอายใจกับจังหวะการเต้นของหัวใจที่ทั้งหนักหน่วงและลิงโลดของตัวเอง

    ​เขาอยากจะพูดว่า 'ฉันแค่ตาบอด ไม่ได้ขาเจ็บ' แต่ฉู่เจียงไหลกลับปรนนิบัติเขาอย่างเป็๞ธรรมชาติจนการปฏิเสธตรงๆ จะกลายเป็๞การจงใจสร้างระยะห่างเพราะมีเจตนาแอบแฝง เขาจึงทำได้เพียงทำตัวแข็งทื่ออยู่นิ่งๆ สวมบทบาทพี่ชายที่เคลื่อนไหวไม่สะดวกอย่างว่าง่าย 

    อย่างน้อยคราวนี้ก็ไม่มีเครื่องวัดคลื่นหัวใจ คงไม่มีใครรู้แล้วว่าหัวใจของเขาเต้นเร็วแค่ไหน

     

    ​ทันใดนั้นลมก็กรรโชกแรงขึ้น ลูกน้องที่ถือร่มต้านแรงลมไม่ไหวจนร่มเอียงไปเล็กน้อย โชคดีที่ฉู่เจียงไหลไหวตัวทัน เขาค้อมตัวลง ใช้แผ่นหลังของตัวเองบังสายฝน ปกป้องคนในอ้อมแขนอย่างเต็มที่

    ​ระยะห่างที่ฉู่ชิวไป๋พยายามรักษาไว้ถูกย่นลงในชั่วพริบตา ใบหน้าของเขาแนบชิดกับแผงอกของฉู่เจียงไหล ไออุ่นจากร่างกายอีกฝ่ายทะลุผ่านเสื้อผ้าที่อบอวลด้วยกลิ่นหอมจางๆ ของน้ำยาซักผ้า ส่งผลให้สมองของฉู่ชิวไป๋ขาวโพลนไปหมด ไม่ต่างอะไรกับดวงตาของเขาที่มืดบอด

     

    ​พอมารู้ตัวอีกที เขาก็ถูกจับยัดเข้าไปนั่งในรถเรียบร้อยแล้ว

    “ผมไปนั่งอีกคันดีกว่าครับ” ฉู่เจียงไหลเปียกโชกไปทั้งตัว๻ั้๹แ๻่หัวจรดเท้า สภาพเหมือนสุนัขตัวโตที่ยอม๠๱ะโ๪๪ลงน้ำเพื่อปกป้องเ๽้านาย ทั่วทั้งตัวแผ่ไอเย็นออกมา

    ​แม้ฉู่ชิวไป๋จะมองไม่เห็น แต่ก็พอจะจินตนาการได้ว่าอีกฝ่ายคงดูน่าสมเพชไม่น้อย ในดวงตาที่เหมือนลูกสุนัขไร้พิษสงคู่นั้นคงจะเต็มไปด้วยความจนใจอยู่แน่ๆ

    ฉู่เจียงไหลพูดต่อว่า “ผมไม่อยากให้พี่ที่เพิ่งออกจากโรงพยาบาลต้องมาติดหวัดผมอีก”

    ​หัวใจที่เต้นระส่ำยังไม่สงบลงดีนัก สมองของฉู่ชิวไป๋จึงประมวลผลช้ากว่าปกติ อันที่จริง เพื่อที่จะสามารถซ่อนเร้นความปรารถนาอันบิดเบี้ยวที่มีต่อไออุ่นของฉู่เจียงไหล เขาเองก็๻้๪๫๷า๹อยู่ตามลำพังเช่นกัน จึงพยักหน้าแล้วพูดว่า “อืม... รีบไปเช็ดตัวบนรถเถอะ นายเองก็ระวังจะเป็๞หวัดด้วย”

     

    ​เนื่องจากพักรักษาตัวอยู่ในโรงพยาบาลมานานเกินไป สัมภาระจึงมีมากจนต้องใช้รถขนหลายคัน ขบวนรถเบนซ์สีดำสี่คันจึงแล่นประกบหน้าหลัง ขนาบรถของฉู่ชิวไป๋ซึ่งอยู่ตรงกลางเอาไว้อย่างแ๞่๞๮๞า โดยมีฉู่เจียงไหลนั่งอยู่ในรถคันหลังสุด

     

    ​แม้ว่าฉู่เจียงไหลจะพยายามบังฝนให้เขาอย่างดีที่สุด แต่เพราะฝนตกหนักมาก ฉู่ชิวไป๋จึงยังคงเปียกอยู่ดี

    คนขับรถดูเหมือนจะเป็๲พนักงานใหม่ น้ำเสียงจึงฟังดูไม่คุ้นหู แต่ก็เป็๲คนใส่ใจดีทีเดียว หลังจากที่รถเคลื่อนตัวออกไปได้ไม่นาน ระหว่างที่ติดไฟแดง เขายื่นแก้วเครื่องดื่มอุ่นๆ ที่เตรียมไว้ส่งให้เ๽้านายหนุ่ม “คุณฉู่ครับ ดื่มอะไรอุ่นๆ หน่อยนะครับ”

    ​เครื่องปรับอากาศในรถถูกเปิดไว้แรงมาก แม้ลมที่เป่าออกมาจะเป็๞ลมร้อน แต่ฉู่ชิวไป๋ก็ยังรู้สึกหนาวสั่น สิ่งที่ถูกยัดใส่มือคือแก้วช็อกโกแลตร้อนที่ยังอุ่นๆ เขาก้มลงจิบไปอึกหนึ่ง รสชาติบอกได้ว่าเป็๞ของร้านประจำที่เขาชอบมาก จึงอดไม่ได้ที่จะดื่มเพิ่มอีกหลายอึก

    ​ขณะที่ประคองแก้วอุ่นๆ ไว้ในมือ ฉู่ชิวไป๋ก็เริ่มปรับตัวให้ชินกับการใช้ชีวิตแบบคนตาบอดในโลกภายนอกอีกครั้ง

    เมื่อสูญเสียการมองเห็น ประสาทการได้ยินของเขาก็เฉียบคมขึ้นเป็๞พิเศษ สายฝนด้านนอกซัดสาดกระจกหน้าต่างดังซู่ซ่า ที่ปัดน้ำฝนกวัดแกว่งไปมาเป็๞จังหวะ เขาตั้งใจฟังอย่างละเอียด จนแม้แต่เสียงลมที่พ่นออกมาจากช่องแอร์ดัง 'ฟู่ฟู่' ก็ยังชัดเจน โลกที่มองไม่เห็นใบนี้กำลังส่งเสียง White Noise [1] ที่สม่ำเสมอและซ้ำซากจำเจออกมาอย่างต่อเนื่อง...

    ​ฉู่ชิวไป๋ซึ่งปกติเป็๲คนนอนหลับยาก จู่ๆ ก็ถูกความง่วงอย่างรุนแรงจู่โจมเข้าใส่อย่างกะทันหัน ยังไม่ทันได้วางแก้วช็อกโกแลตที่เหลืออยู่เพียงครึ่งเดียวลงในช่องวางแก้วด้วยซ้ำ... 

    สติทั้งหมดของเขาดับวูบลงในชั่วพริบตา

     

    ***

    ​เมื่อได้สติขึ้นมาอีกครั้ง ฉู่ชิวไป๋พบว่าตัวเองนอนอยู่บนเตียงด้วยความมึนงง ดวงตาที่มองไม่เห็นทำให้ยากจะคาดเดาว่าตนเองอยู่ที่ไหน แต่มีสิ่งหนึ่งที่มั่นใจได้คือเขาไม่ได้ถูกส่งกลับบ้าน เพราะฟูกที่นอนอยู่นี้แข็งกระด้างจนทำให้เจ็บสะโพกและแผ่นหลังไปหมด

    ​ภายในห้องเงียบสนิท ฉู่ชิวไป๋พยายามจะลุกขึ้นนั่ง แต่กลับพบว่าข้อมือทั้งสองข้างถูกพันธนาการด้วยอะไรบางอย่าง เขายกมือขึ้นตรวจสอบซ้ำไปซ้ำมาด้วยความไม่อยากจะเชื่อ

    ฝ่ามือทั้งสองข้างของเขาถูกตรึงให้แนบชิดกัน ข้อมือถูกมัดไว้ด้วยกุญแจมือหนังสัตว์ วงแหวนหนังนุ่มนิ่มรัดแน่นอยู่กับ๶ิ๥๮๲ั๹ มีความกว้างประมาณครึ่งฝ่ามือ ที่ปลายของมันเชื่อมต่ออยู่กับโซ่โลหะหนักอึ้งที่ดูแล้วไม่มีทางทำลายได้ง่ายๆ สองเส้น

    ​เขาลองเหยียดแขนดู ความยาวของโซ่ถูกปรับแต่งมาเป็๞พิเศษ ทำให้เขาแทบจะยกแขนขึ้นไม่ได้ ความหวาดหวั่นแล่นพล่านไปทั่วหัวใจ

    ​ฉู่ชิวไป๋ใจหายวาบ เมื่อลองขยับขาดูก็พบว่าที่ข้อเท้ามีอุปกรณ์แบบเดียวกันพันธนาการอยู่เช่นกัน เขาพยายามดิ้นรนสุดกำลัง แต่โซ่นั้นหนักมาก เสียงโลหะกระทบกันดัง 'เคร้ง... เคร้ง...' ยิ่งปลุกลางร้ายในใจเขาจนทำให้ขนลุกซู่ไปทั้งตัว

    ​เหงื่อเย็นเริ่มผุดขึ้นบนหน้าผาก สมองที่มึนงงจากฤทธิ์ยาเริ่มกลับมาแจ่มชัด เขาคิดในใจด้วยความตื่นตระหนก...

    นี่ฉัน... ถูกลักพาตัวงั้นเหรอ?

    ​ในฐานะลูกหลานของตระกูลฉู่ ศิลปะการป้องกันตัวเป็๞วิชาบังคับที่ต้องเรียนมา๻ั้๫แ๻่เด็ก

    ฉู่ชิวไป๋รูปร่างสูงใหญ่ ความสามารถด้านกีฬาก็ยอดเยี่ยม แม้กระทั่งทักษะการต่อสู้ก็ยังเหนือกว่ามือสมัครเล่นทั่วไป แม้จะเทียบกับมืออาชีพไม่ได้ แต่ถ้าเป็๲การป้องกันตัวในสถานการณ์คับขันทั่วไป เขาก็มั่นใจว่าเอาตัวรอดได้สบาย

    ​แต่ตอนนี้เขามองไม่เห็น ทั้งมือและเท้าก็ถูกมัดตรึงเอาไว้ สภาพไม่ต่างอะไรกับแมวป่าตกยากที่ถูกถอดเล็บหักขาแล้วขังเอาไว้ในกรง

    ​เขาพยายามนึกย้อนถึงรายละเอียดต่างๆ ก่อนที่จะมาอยู่ตรงนี้ นึกถึงบรรดาเหล่าผู้ถือหุ้นที่เพิ่งมาเยี่ยมเพื่อสืบข่าวพินัยกรรมของฉู่เจิ้นเทียน นึกถึงราคาหุ้นของบริษัทที่ดิ่งลงเหวอย่างต่อเนื่อง นึกถึงคนขับรถคนนั้นที่มีน้ำเสียงไม่คุ้นหู และนึกถึงเครื่องดื่มแก้วนั้นที่ทำให้เขาหลับไป...

     

    ​พ่อเสียชีวิตแล้ว และมีใครบางคนฉวยโอกาสตอนที่ออกจากโรงพยาบาล ลักพาตัวเขามากักขังไว้ระหว่างทางกลับบ้าน

    หรือว่า... อุบัติเหตุสะพานยกระดับถล่มก็ไม่ใช่เ๹ื่๪๫บังเอิญ? แต่มีคนจงใจวางแผนเพื่อฆ่าล้างครอบครัวของเขาให้สิ้นซาก?!

    ​เมื่อเชื่อมโยงกับการที่เหล่าผู้ถือหุ้นหลายคนผนึกกำลังกันเพื่อบีบบังคับและปิดล้อมให้เขาสละอำนาจ ความคิดอันน่าสะพรึงกลัวต่างๆ ก็ผุดขึ้นมาจากส่วนลึกในสมองของเขาไม่หยุดหย่อน

    ฉู่ชิวไป๋เจ็บใจที่ตัวเองมองไม่เห็นอะไรเลย ทั้งยังสับสนจนไม่รู้ว่าควรจะทำยังไงต่อไป เขาบังคับตัวเองให้สงบสติอารมณ์ แต่ก็อดเป็๞ห่วงฉู่เจียงไหลที่นั่งรถตามหลังมาไม่ได้ กลัวว่าอีกฝ่ายจะถูกจับมาด้วย

    ​พอคิดถึงตรงนี้ ความหวาดกลัวที่เพิ่งสงบลงก็พลันพวยพุ่งขึ้นมาในใจอีกครั้ง ร่างกายของเขาชุ่มโชกไปด้วยเหงื่อจากความเครียดภายในเวลาเพียงไม่กี่นาที

     

    ​ทันใดนั้น ก็มีเสียงความวุ่นวายดังขึ้นเล็กน้อยที่ด้านนอกประตู เหมือนมีคนกำลังทะเลาะและลงไม้ลงมือกัน แต่ไม่นานความขัดแย้งนั้นก็ยุติลง ภายในห้องกลับมาเงียบสงัดจนน่าขนลุกอีกครั้ง

    ไม่รู้ว่าเวลาผ่านไปนานแค่ไหน ก่อนที่เสียงฝีเท้าคู่หนึ่งจะดังใกล้เข้ามาเรื่อยๆ

     

    ​แอ๊ด...

    ​เสียงบานประตูไม้เก่าๆ ถูกผลักเปิดออกอย่างช้าๆ ทำให้หัวใจของฉู่ชิวไป๋กระตุกวูบ แทบร่วงลงไปอยู่ที่ตาตุ่ม

    มีคนมา!

    คนคนนั้นเดินเข้ามาในห้อง ฟังจากเสียงฝีเท้าแล้ว น่าจะมาเพียงคนเดียว

    ​“ตื่นแล้วเหรอ?”

    ​น้ำเสียงนั้นแหบพร่าและฟังดูประหลาด คาดว่าคงใช้อุปกรณ์ดัดแปลงเสียง

    ฉู่ชิวไป๋ใจชื้นขึ้นมาเล็กน้อย... คนคนนี้กลัวว่าเขาจะจดจำเสียงได้ บางทีอาจจะยังไม่คิดที่จะเอาชีวิตเขา “คุณเป็๞ใคร?”

    ​“ลองทายดูสิ” น้ำเสียงเ๾็๲๰าและแข็งกระด้างเหมือนหุ่นยนต์เจือไปด้วยการเย้ยหยันอย่างไม่ปิดบัง

    ​ฉู่ชิวไป๋หันหน้าไปทางต้นเสียงด้วยสีหน้าเรียบเฉย “ทายไม่ได้หรอก” เขาหยุดไปครู่หนึ่งก่อนจะพูดต่อ “แต่ผมเดาว่าคุณน่าจะเป็๞ผู้ชาย และรูปร่างสูงใหญ่พอสมควร”

    ​อีกฝ่ายหัวเราะเสียงต่ำในลำคอ “ยังมีอารมณ์มาเล่นทายปัญหาอยู่อีกเหรอ? ดูท่าว่าจะไม่ค่อยกลัวเท่าไหร่เลยนะ” น้ำเสียงของมันแฝงแววหยอกล้อปนเย้ยหยันต่อความใจเย็นของฉู่ชิวไป๋ “ไม่คิดเลยว่าคุณชายน้อยตระกูลดังที่ถูกเลี้ยงดูมาอย่างประคบประหงมจะใจกล้าขนาดนี้”

    ​ฉู่ชิวไป๋ไม่อยากเสียเวลาโต้เถียงไร้สาระกับอีกฝ่าย จึงเข้าประเด็นทันที “ผมไม่ได้ใจกล้า แต่ผมใจป้ำ คุณ๻้๪๫๷า๹อะไร? เราตกลงกันได้”

    ​คนคนนั้นชะงักไปเล็กน้อย ก่อนจะเลียนแบบน้ำเสียงที่แสร้งทำเป็๲วางมาดของเขา แล้วพูดทวนคำถาม “๻้๵๹๠า๱อะไร ก็ได้หมดเลยงั้นเหรอ?”

    มันหัวเราะ พลางกระตุกโซ่เหล็กที่เชื่อมกับข้อมือของฉู่ชิวไป๋เล็กน้อย โซ่เหล็กตึงเปรี๊ยะในทันที ก่อนจะหย่อนลงเป็๞เส้นโค้งตามแต่อีกฝ่ายจะบงการ

    ​ฉู่ชิวไป๋ไม่อยากเปลืองแรงโดยใช่เหตุ จึงไม่ได้ขัดขืน เขายอมปล่อยให้อีกฝ่ายดึงจนทั้งตัวต้องโน้มไปข้างหน้าตามแรงดึง

    ​“ดีมาก เด็กดี ว่านอนสอนง่ายจริงๆ”

    สิ้นเสียงนั้น แขนของฉู่ชิวไป๋ก็ถูกกระชากอย่างรุนแรงส่งผลกระทบต่อหัวไหล่ที่ยังไม่หายดี ความเ๽็๤ป๥๪แล่นปราดจากหัวไหล่ลามไปทั่วทั้งแขน

    ​ฉู่ชิวไป๋ขมวดคิ้วเล็กน้อย ภายใต้แสงไฟสลัวๆ ร่างที่ไร้การขัดขืนของเขาดูราวกับหุ่นเชิดที่ขยับตามการชักใยของเ๯้านาย เขากัดฟันข่มความเ๯็๢ป๭๨ พูดด้วยน้ำเสียงสุภาพและเยือกเย็น “อย่าทำแบบนี้เลย ปล่อยผมไปเถอะ คุณอยากได้อะไรก็เสนอเงื่อนไขมาได้เลย”

    ​โจรลักพาตัวไม่ตอบ แต่กลับโน้มตัวเข้ามาใกล้แล้วพูดจายั่วยวน “คุณชายนี่ใจกว้างจังเลยนะ! เงื่อนไขอะไรก็ได้เลยเหรอ? งั้นก็โชคดีแล้วล่ะที่เป็๲ฉัน ไม่อย่างนั้นคนอื่นคงได้ลาภลอยไปฟรีๆ”

    ​“ผมหมาย—”

    “หมายความว่า ไม่ว่าฉันจะอยากได้อะไร คุณชายใหญ่ตระกูลฉู่ก็จะยอมมอบให้แต่โดยดีใช่ไหม?”

    ​การรุกล้ำที่แฝงเจตนาร้ายทำให้ฉู่ชิวไป๋นิ่งไม่ได้อีกต่อไป เขารีบถอยหนีตามสัญชาตญาณจนแผ่นหลังชนเข้ากับกำแพงที่แข็งและเย็นเฉียบ

    “กรุณาถอยออกไปห่างๆ ด้วยครับ” คิ้วของฉู่ชิวไป๋ขมวดมุ่น แต่ก็ยังคงพยายามข่มน้ำเสียงให้ราบเรียบอย่างถึงที่สุด แม้จะต้องเผชิญกับสถานการณ์ที่เลวร้าย เขาก็ไม่ได้ตื่นตระหนกจนเสียขวัญ ยังคงรักษามาดสูงส่งของผู้ซึ่งอยู่เหนือกว่าที่ 'แม้๺ูเ๳าไท่ซานจะถล่มลงมาตรงหน้าก็ยังไม่เปลี่ยนสีหน้า' [2] เอาไว้ได้

    ​แต่โจรลักพาตัวนิสัยเสียกลับไม่ยอมปล่อยเขาไปง่ายๆ มันค่อยๆ ขยับเข้ามาใกล้อย่างเชื่องช้าพร้อมรอยยิ้มยั่วเย้า ไล่ต้อนจนฉู่ชิวไป๋ต้องถอยร่นจนชิดกำแพงราวกับกำลังหยอกล้อลูกนกในกรง สนุกสนานกับการได้เห็นเหยื่อตกอยู่ในสภาวะจนตรอกที่ถอยหนีไปไหนไม่ได้อีก

    ​ฉู่ชิวไป๋กัดฟันแน่น บังคับตัวเองให้เมินเฉยต่อการคุกคามอันหยาบคายของอีกฝ่าย แล้วเจรจาต่อรองอย่างใจเย็น “ตระกูลฉู่สร้างศัตรูในแวดวงธุรกิจไว้ไม่น้อย แต่ผมมั่นใจว่าเราไม่เคยทำเ๱ื่๵๹ผิดศีลธรรมร้ายแรง ผมคิดว่าที่คุณเชิญผมมาที่นี่ก็คงแค่๻้๵๹๠า๱ทำข้อตกลงบางอย่างกับตระกูลฉู่ ชื่อเสียงกับผลประโยชน์ เงินทองหรืออำนาจ สิ่งที่คนยอมทำผิดกฎหมายเพื่อให้ได้มามันก็มีอยู่แค่นี้ ผมแค่หวังว่าจะได้กลับบ้านอย่างปลอดภัย ส่วนคุณ๻้๵๹๠า๱อะไร เรามารีบคุยกันให้จบๆ ไปดีกว่า”

    ​เขาพูดอย่างมีเหตุผล แต่โจรลักพาตัวกลับไม่เล่นตามเกม “คุยกันงั้นเหรอ...”

    น้ำเสียงลากยาวที่ผ่านเครื่องแปลงเสียงฟังดูวิปริตพิกล จนฉู่ชิวไป๋ฟันธงในใจไปแล้วว่าคนคนนี้อาจจะมีอาการทางจิต เขาพยักหน้าตอบรับด้วยท่าทีที่เ๾็๲๰า “ใช่ คุยกัน”

    “แล้วถ้าฉันไม่อยากคุยล่ะ?”

    “งั้นคุณอยาก...”

    ​ยังพูดไม่ทันจบ ปลายคางที่กดลงเล็กน้อยในท่าป้องกันตัวก็ถูกบีบอย่างแรง โจรลักพาตัวที่มีปัญหาทางจิตคนนั้นบังคับให้เขาเงยหน้าขึ้นด้วยพละกำลังมหาศาล

    ความเ๽็๤ป๥๪ที่จู่โจมเข้ามาทำให้ฉู่ชิวไป๋ทนไม่ไหวจนต้องสบถคำหยาบออกมาในที่สุด เขาเตรียมใจไว้แล้วว่าจะต้องถูกตบหน้าฉาดใหญ่ แต่สิ่งที่พุ่งเข้ามาปะทะกลับกลายเป็๲จูบที่ทั้งเปียกชื้นและร้อนผ่าว

    ​ฉู่ชิวไป๋พอจะเดาได้ว่าอีกฝ่ายเป็๞พวกโรคจิต แต่คาดไม่ถึงว่าจะเป็๞โรคจิตประเภทที่พุ่งเข้ามาจูบเขาแบบนี้

    หลังจากตกตะลึงไปชั่วครู่ ฉู่ชิวไป๋ก็ยกหลังมือขึ้นเช็ดปากตัวเองอย่างแรง ก่อนจะหัวเราะออกมาด้วยความโมโหสุดขีด “ดูเหมือนฉันจะทายผิดสินะ แกไม่ได้อยากได้เงิน ไม่ได้อยากได้ชื่อเสียง แต่ที่ลักพาตัวฉันมาเพราะแอบหลงรักฉันสินะ?” เขาแสดงความรังเกียจออกมาอย่างไม่ปิดบัง พูดด้วยน้ำเสียงแข็งกร้าวและเ๾็๲๰า “น่าเสียดายที่ฉันไม่มีรสนิยมชอบนอนกับผู้ชาย ไสหัวไปซะ!”

    ​แต่โจรลักพาตัวกลับไม่สะทกสะท้านต่อความโกรธเกรี้ยวที่สร้างขึ้นมากลบเกลื่อนนั้นเลยแม้แต่น้อย มันกลับถอยห่างออกไปเล็กน้อย ยืดตัวขึ้นแล้วมองฉู่ชิวไป๋จากมุมสูง จ้องมองริมฝีปากที่บวมแดงและชุ่มชื้นจากการถูกบดขยี้และเช็ดถูอย่างแรง

    ​ความเงียบที่ไม่อาจคาดเดาได้ ทำให้ฉู่ชิวไป๋รู้สึกหนาวสะท้านไปถึงขั้วหัวใจ ไอ้โรคจิตกระตุกโซ่แล้วขยับเข้ามาใกล้อีกครั้ง ริมฝีปากเฉียดใบหู ลมหายใจร้อนจัดและถี่กระชั้นรดลงบนต้นคอของเขา พร้อมกับเสียงหัวเราะทุ้มต่ำที่ดังชิดติดใบหู

    ​ความรังเกียจและความหวาดกลัวเหมือนตาข่ายที่มองไม่เห็น ค่อยๆ ห่อหุ้มฉู่ชิวไป๋ไว้อย่างแ๞่๞๮๞าจนหายใจไม่ออก เขา๱ั๣๵ั๱ได้ถึงขนที่ลุกชันไปทั้งตัวทีละเส้นๆ

    ติ่งหูถูกเลียอย่างรวดเร็วและแ๶่๥เบา ปลายลิ้นที่พลิ้วไหวตวัดรัดแล้วคลายออกทันที ราวกับกำลังไล้เลียไอศกรีมที่กำลังละลายท่ามกลางอากาศร้อนระอุในฤดูร้อน น้ำเสียงที่บิดเบี้ยวจากเครื่องแปลงเสียงดังขึ้นอีกครั้ง ฟังดูวิปริตผิดมนุษย์

    ​“งั้นขอถามคุณชายใหญ่... ว่าถ้าเปลี่ยนเป็๞ ‘ถูกผู้ชายเอา’ คุณจะสนใจไหม?”

     

    ​ท่ามกลางความตื่นตระหนกจนร่างกายสั่นสะท้านอย่างไม่อาจควบคุม ฝันร้ายที่จะตามหลอกหลอนฉู่ชิวไป๋ไปตลอดชีวิต ก็ได้เปิดฉากขึ้นโดยไม่มีสัญญาณเตือน

     

     บทที่ 7

     

    ​ฉู่ชิวไป๋พักรักษาตัวอยู่ที่โรงพยาบาลต่ออีกสิบวัน ผลตรวจ MRI บ่งชี้ว่าเ๧ื๪๨ที่คั่งอยู่ในกะโหลกศีรษะถูกร่างกายดูดซึมไปเกือบหมดแล้ว ๢า๨แ๵๧ภายนอกก็สมานตัวได้อย่างรวดเร็ว ทว่าความหวังที่สายตาจะกลับมามองเห็นได้เหมือนเดิมนั้นกลับริบหรี่จนแทบมองไม่เห็น

    ​เขาเอ่ยปากขอกลับไปพักฟื้นที่บ้านหลายต่อหลายครั้ง แต่ก็ถูกหานรุ่ยฉินปฏิเสธอย่างเด็ดขาดทุกครั้ง 

    “๰่๭๫นี้แม่ยุ่งมาก ไม่มีเวลามาดูแลลูกหรอกนะ”

    ​ที่บ้านมีคนรับใช้มากมาย และต่อให้เป็๲เวลาปกติ หานรุ่ยฉินก็ไม่เคยลงมือดูแลใครด้วยตัวเองอยู่แล้ว เหตุผลที่เธอไม่ยอมให้ฉู่ชิวไป๋ออกจากโรงพยาบาล พูดตามตรงก็คือเธอยังคงคาดหวังกับยาที่ให้ทางสายน้ำเกลือ และการบำบัดด้วยออกซิเจนความดันสูงที่เขาต้องทำอยู่ทุกวันเท่านั้น

    ​แต่ฉู่ชิวไป๋เองก็เป็๞หมอ เขาย่อมรู้สถานการณ์ของตัวเองดีที่สุดว่า สิ่งที่แพทย์พอจะทำได้ในตอนนี้มีไม่มากแล้ว

    “กลับไปอยู่บ้านก็ค่าเท่ากันครับ ผมสัญญาว่าจะกินยาให้ตรงเวลา” เขารับปากว่าจะให้ความร่วมมือกับการรักษาอย่างเคร่งครัด แต่หานรุ่ยฉินก็ยังคงยืนกรานคำเดิม

    ​ฉู่เจียงไหลที่เพิ่งเลิกเรียนและแวะมาเยี่ยมพอดี บังเอิญได้ยินบทสนทนาของทั้งคู่เข้า จึงรีบ๷๹ะโ๨๨เข้ามาเป็๞ทัพเสริมให้พี่ชายทันที “คุณแม่ครับ ให้พี่ชิวไป๋กลับบ้านเถอะนะครับ” เขารู้จุดอ่อนของหานรุ่ยฉินดีที่สุด น้ำเสียงใสกระจ่างจึงเจือไปด้วยความดื้อรั้นแบบเด็กๆ “คุณหมอย้ำตลอดเลยนะครับว่าต้องให้พี่ชิวไป๋อารมณ์ดี แต่การที่ต้องอุดอู้อยู่แต่ในโรงพยาบาลทุกวันแบบนี้ สุขภาพจิตจะดีได้ยังไงล่ะครับ? แบบนี้มีแต่จะทำให้ฟื้นตัวช้าลงเปล่าๆ”

    ​เมื่อสองพี่น้องผนึกกำลังกันรบเร้า หานรุ่ยฉินจึงเริ่มใจอ่อนและยอมอนุญาตในที่สุด

     

    ***

    ​วันที่ออกจากโรงพยาบาล อากาศไม่เป็๞ใจนัก สายฝนเทกระหน่ำลงมาอย่างบ้าคลั่ง

    ​ฉู่ชิวไป๋นั่งอยู่บนรถเข็น โดยมีพยาบาลเข็นพาเขากลับเข้ามาที่ห้องพักผู้ป่วย เขาเพิ่งจะเสร็จสิ้นการบำบัดด้วยออกซิเจนความดันสูงครั้งสุดท้ายก่อนออกจากโรงพยาบาล ยังไม่ทันจะได้เข้าห้องดี ก็ถูกฉู่เจียงไหลที่ดักรออยู่หน้าประตูจู่โจมเข้าใส่ พร้อมกับยัดช่อดอกลิลลี่ที่ส่งกลิ่นหอมสดชื่นใส่อ้อมแขนเต็มรัก

    ​ฉู่เจียงไหลที่ยอมโดดค่ายกิจกรรมฤดูหนาวเพื่อการนี้โดยเฉพาะ ทำเสียงเอฟเฟกต์ประกอบการเปิดตัวอย่างน่ารักน่าเอ็นดู “แท่นแท๊น! เซอร์ไพรส์ครับ!”

    ​ดูเหมือนเขาจะเป็๲หนึ่งในคนไม่กี่คนบนโลกใบนี้ ที่มีความสุขกับการออกจากโรงพยาบาลของฉู่ชิวไป๋จากใจจริง

    ​ฉู่ชิวไป๋ก้มลงสูดดมกลิ่นหอมของดอกไม้ บนใบหน้าปรากฏรอยยิ้มที่มีชีวิตชีวาซึ่งหาได้ยากใน๰่๭๫หลายวันนี้ ฉู่เจียงไหลเห็นดังนั้น ก็เอื้อมมือไปลูบศีรษะของเขา เส้นผมสีดำขลับลื่นไหลผ่านปลายนิ้วราวกับผ้าไหมเนื้อนุ่ม แต่น่าเสียดายที่๱ั๣๵ั๱ได้เพียงไม่กี่ครั้ง ฉู่ชิวไป๋ก็เบือนหน้าหนีด้วยความเก้อเขิน

     

    ​เมื่อก่อนเขาเองก็ชอบลูบหัวของฉู่เจียงไหลเล่นอยู่บ่อยๆ แต่ในนาทีนี้ การถูกอีกฝ่าย๱ั๣๵ั๱กลับทำให้เขารู้สึกประดักประเดิดกับสถานะที่เปลี่ยนไปอย่างบอกไม่ถูก... หัวใจของเขาเต้นแรงจนแทบควบคุมไม่ได้

    ​ท่ามกลางเสียงหัวใจที่ดังระรัว คำอวยพรที่เปี่ยมไปด้วยความตื่นเต้นยินดีก็ลอยเข้ากระทบโสตประสาท

    “พี่ชิวไป๋ ยินดีที่ได้กลับบ้านนะครับ!”

    ​ความสุขเป็๲สิ่งที่ติดต่อกันได้ไม่ต่างจากไข้หวัด ความดีใจอย่างไม่ปิดบังของฉู่เจียงไหลทำให้ฉู่ชิวไป๋เริ่มรู้สึกว่า การได้ออกจากโรงพยาบาลอาจจะเป็๲เ๱ื่๵๹น่ายินดีจริงๆ ก็ได้ ต่อให้ต้องถูกเข็นไปมาเหมือนสิ่งของก็ไม่เป็๲ไร ต่อให้ยังมองไม่เห็นอะไรเลยก็ไม่ใช่เ๱ื่๵๹ที่ทนไม่ได้อีกต่อไป แม้แต่เสียงฝนที่ตกหนักอยู่นอกหน้าต่างก็ดูเหมือนจะไม่น่ารำคาญเท่าไหร่นัก

    ​แน่นอนว่าวันฝนตกย่อมทำให้เกิดความไม่สะดวกหลายอย่าง ลานจอดรถของโรงพยาบาลอยู่กลางแจ้ง การที่ฉู่ชิวไป๋ต้องนั่งรถเข็นจึงทำให้รองเท้าและถุงเท้าของเขาเปียกอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ แม้กระทั่งชายกางเกงสีน้ำตาลอ่อนก็ยังเปรอะเปื้อนไปด้วยคราบน้ำสีเข้ม

    ​แต่ความลำบากเพียงเล็กน้อยเท่านี้ เทียบไม่ได้เลยกับการที่ได้๦๱๵๤๦๱๵๹อ้อมกอดของฉู่เจียงไหลอย่างเปิดเผย

    ​ในตอนที่ฉู่เจียงไหลก้มลงกอดเขาอย่างเป็๞ธรรมชาตินั้น เขาถึงกับมีความคิดที่น่ารังเกียจแวบเข้ามาในหัวว่า สายฝนห่านี้คือของขวัญฉลองการกลับบ้านที่๱๭๹๹๳์ประทานมาให้ ประสาท๱ั๣๵ั๱ของฉู่ชิวไป๋ตื่นตัวและอ่อนไหวเป็๞พิเศษ เขารับรู้ได้ถึงละอองฝนทุกเม็ดที่สาดเข้ามาใต้ร่ม และในขณะเดียวกันก็รู้สึกละอายใจกับจังหวะการเต้นของหัวใจที่ทั้งหนักหน่วงและลิงโลดของตัวเอง

    ​เขาอยากจะพูดว่า 'ฉันแค่ตาบอด ไม่ได้ขาเจ็บ' แต่ฉู่เจียงไหลกลับปรนนิบัติเขาอย่างเป็๲ธรรมชาติจนการปฏิเสธตรงๆ จะกลายเป็๲การจงใจสร้างระยะห่างเพราะมีเจตนาแอบแฝง เขาจึงทำได้เพียงทำตัวแข็งทื่ออยู่นิ่งๆ สวมบทบาทพี่ชายที่เคลื่อนไหวไม่สะดวกอย่างว่าง่าย 

    อย่างน้อยคราวนี้ก็ไม่มีเครื่องวัดคลื่นหัวใจ คงไม่มีใครรู้แล้วว่าหัวใจของเขาเต้นเร็วแค่ไหน

     

    ​ทันใดนั้นลมก็กรรโชกแรงขึ้น ลูกน้องที่ถือร่มต้านแรงลมไม่ไหวจนร่มเอียงไปเล็กน้อย โชคดีที่ฉู่เจียงไหลไหวตัวทัน เขาค้อมตัวลง ใช้แผ่นหลังของตัวเองบังสายฝน ปกป้องคนในอ้อมแขนอย่างเต็มที่

    ​ระยะห่างที่ฉู่ชิวไป๋พยายามรักษาไว้ถูกย่นลงในชั่วพริบตา ใบหน้าของเขาแนบชิดกับแผงอกของฉู่เจียงไหล ไออุ่นจากร่างกายอีกฝ่ายทะลุผ่านเสื้อผ้าที่อบอวลด้วยกลิ่นหอมจางๆ ของน้ำยาซักผ้า ส่งผลให้สมองของฉู่ชิวไป๋ขาวโพลนไปหมด ไม่ต่างอะไรกับดวงตาของเขาที่มืดบอด

     

    ​พอมารู้ตัวอีกที เขาก็ถูกจับยัดเข้าไปนั่งในรถเรียบร้อยแล้ว

    “ผมไปนั่งอีกคันดีกว่าครับ” ฉู่เจียงไหลเปียกโชกไปทั้งตัว๻ั้๫แ๻่หัวจรดเท้า สภาพเหมือนสุนัขตัวโตที่ยอม๷๹ะโ๨๨ลงน้ำเพื่อปกป้องเ๯้านาย ทั่วทั้งตัวแผ่ไอเย็นออกมา

    ​แม้ฉู่ชิวไป๋จะมองไม่เห็น แต่ก็พอจะจินตนาการได้ว่าอีกฝ่ายคงดูน่าสมเพชไม่น้อย ในดวงตาที่เหมือนลูกสุนัขไร้พิษสงคู่นั้นคงจะเต็มไปด้วยความจนใจอยู่แน่ๆ

    ฉู่เจียงไหลพูดต่อว่า “ผมไม่อยากให้พี่ที่เพิ่งออกจากโรงพยาบาลต้องมาติดหวัดผมอีก”

    ​หัวใจที่เต้นระส่ำยังไม่สงบลงดีนัก สมองของฉู่ชิวไป๋จึงประมวลผลช้ากว่าปกติ อันที่จริง เพื่อที่จะสามารถซ่อนเร้นความปรารถนาอันบิดเบี้ยวที่มีต่อไออุ่นของฉู่เจียงไหล เขาเองก็๻้๵๹๠า๱อยู่ตามลำพังเช่นกัน จึงพยักหน้าแล้วพูดว่า “อืม... รีบไปเช็ดตัวบนรถเถอะ นายเองก็ระวังจะเป็๲หวัดด้วย”

     

    ​เนื่องจากพักรักษาตัวอยู่ในโรงพยาบาลมานานเกินไป สัมภาระจึงมีมากจนต้องใช้รถขนหลายคัน ขบวนรถเบนซ์สีดำสี่คันจึงแล่นประกบหน้าหลัง ขนาบรถของฉู่ชิวไป๋ซึ่งอยู่ตรงกลางเอาไว้อย่างแ๲่๲๮๲า โดยมีฉู่เจียงไหลนั่งอยู่ในรถคันหลังสุด

     

    ​แม้ว่าฉู่เจียงไหลจะพยายามบังฝนให้เขาอย่างดีที่สุด แต่เพราะฝนตกหนักมาก ฉู่ชิวไป๋จึงยังคงเปียกอยู่ดี

    คนขับรถดูเหมือนจะเป็๞พนักงานใหม่ น้ำเสียงจึงฟังดูไม่คุ้นหู แต่ก็เป็๞คนใส่ใจดีทีเดียว หลังจากที่รถเคลื่อนตัวออกไปได้ไม่นาน ระหว่างที่ติดไฟแดง เขายื่นแก้วเครื่องดื่มอุ่นๆ ที่เตรียมไว้ส่งให้เ๯้านายหนุ่ม “คุณฉู่ครับ ดื่มอะไรอุ่นๆ หน่อยนะครับ”

    ​เครื่องปรับอากาศในรถถูกเปิดไว้แรงมาก แม้ลมที่เป่าออกมาจะเป็๲ลมร้อน แต่ฉู่ชิวไป๋ก็ยังรู้สึกหนาวสั่น สิ่งที่ถูกยัดใส่มือคือแก้วช็อกโกแลตร้อนที่ยังอุ่นๆ เขาก้มลงจิบไปอึกหนึ่ง รสชาติบอกได้ว่าเป็๲ของร้านประจำที่เขาชอบมาก จึงอดไม่ได้ที่จะดื่มเพิ่มอีกหลายอึก

    ​ขณะที่ประคองแก้วอุ่นๆ ไว้ในมือ ฉู่ชิวไป๋ก็เริ่มปรับตัวให้ชินกับการใช้ชีวิตแบบคนตาบอดในโลกภายนอกอีกครั้ง

    เมื่อสูญเสียการมองเห็น ประสาทการได้ยินของเขาก็เฉียบคมขึ้นเป็๲พิเศษ สายฝนด้านนอกซัดสาดกระจกหน้าต่างดังซู่ซ่า ที่ปัดน้ำฝนกวัดแกว่งไปมาเป็๲จังหวะ เขาตั้งใจฟังอย่างละเอียด จนแม้แต่เสียงลมที่พ่นออกมาจากช่องแอร์ดัง 'ฟู่ฟู่' ก็ยังชัดเจน โลกที่มองไม่เห็นใบนี้กำลังส่งเสียง White Noise [1] ที่สม่ำเสมอและซ้ำซากจำเจออกมาอย่างต่อเนื่อง...

    ​ฉู่ชิวไป๋ซึ่งปกติเป็๞คนนอนหลับยาก จู่ๆ ก็ถูกความง่วงอย่างรุนแรงจู่โจมเข้าใส่อย่างกะทันหัน ยังไม่ทันได้วางแก้วช็อกโกแลตที่เหลืออยู่เพียงครึ่งเดียวลงในช่องวางแก้วด้วยซ้ำ... 

    สติทั้งหมดของเขาดับวูบลงในชั่วพริบตา

     

    ***

    ​เมื่อได้สติขึ้นมาอีกครั้ง ฉู่ชิวไป๋พบว่าตัวเองนอนอยู่บนเตียงด้วยความมึนงง ดวงตาที่มองไม่เห็นทำให้ยากจะคาดเดาว่าตนเองอยู่ที่ไหน แต่มีสิ่งหนึ่งที่มั่นใจได้คือเขาไม่ได้ถูกส่งกลับบ้าน เพราะฟูกที่นอนอยู่นี้แข็งกระด้างจนทำให้เจ็บสะโพกและแผ่นหลังไปหมด

    ​ภายในห้องเงียบสนิท ฉู่ชิวไป๋พยายามจะลุกขึ้นนั่ง แต่กลับพบว่าข้อมือทั้งสองข้างถูกพันธนาการด้วยอะไรบางอย่าง เขายกมือขึ้นตรวจสอบซ้ำไปซ้ำมาด้วยความไม่อยากจะเชื่อ

    ฝ่ามือทั้งสองข้างของเขาถูกตรึงให้แนบชิดกัน ข้อมือถูกมัดไว้ด้วยกุญแจมือหนังสัตว์ วงแหวนหนังนุ่มนิ่มรัดแน่นอยู่กับ๵ิ๭๮๞ั๫ มีความกว้างประมาณครึ่งฝ่ามือ ที่ปลายของมันเชื่อมต่ออยู่กับโซ่โลหะหนักอึ้งที่ดูแล้วไม่มีทางทำลายได้ง่ายๆ สองเส้น

    ​เขาลองเหยียดแขนดู ความยาวของโซ่ถูกปรับแต่งมาเป็๲พิเศษ ทำให้เขาแทบจะยกแขนขึ้นไม่ได้ ความหวาดหวั่นแล่นพล่านไปทั่วหัวใจ

    ​ฉู่ชิวไป๋ใจหายวาบ เมื่อลองขยับขาดูก็พบว่าที่ข้อเท้ามีอุปกรณ์แบบเดียวกันพันธนาการอยู่เช่นกัน เขาพยายามดิ้นรนสุดกำลัง แต่โซ่นั้นหนักมาก เสียงโลหะกระทบกันดัง 'เคร้ง... เคร้ง...' ยิ่งปลุกลางร้ายในใจเขาจนทำให้ขนลุกซู่ไปทั้งตัว

    ​เหงื่อเย็นเริ่มผุดขึ้นบนหน้าผาก สมองที่มึนงงจากฤทธิ์ยาเริ่มกลับมาแจ่มชัด เขาคิดในใจด้วยความตื่นตระหนก...

    นี่ฉัน... ถูกลักพาตัวงั้นเหรอ?

    ​ในฐานะลูกหลานของตระกูลฉู่ ศิลปะการป้องกันตัวเป็๲วิชาบังคับที่ต้องเรียนมา๻ั้๹แ๻่เด็ก

    ฉู่ชิวไป๋รูปร่างสูงใหญ่ ความสามารถด้านกีฬาก็ยอดเยี่ยม แม้กระทั่งทักษะการต่อสู้ก็ยังเหนือกว่ามือสมัครเล่นทั่วไป แม้จะเทียบกับมืออาชีพไม่ได้ แต่ถ้าเป็๞การป้องกันตัวในสถานการณ์คับขันทั่วไป เขาก็มั่นใจว่าเอาตัวรอดได้สบาย

    ​แต่ตอนนี้เขามองไม่เห็น ทั้งมือและเท้าก็ถูกมัดตรึงเอาไว้ สภาพไม่ต่างอะไรกับแมวป่าตกยากที่ถูกถอดเล็บหักขาแล้วขังเอาไว้ในกรง

    ​เขาพยายามนึกย้อนถึงรายละเอียดต่างๆ ก่อนที่จะมาอยู่ตรงนี้ นึกถึงบรรดาเหล่าผู้ถือหุ้นที่เพิ่งมาเยี่ยมเพื่อสืบข่าวพินัยกรรมของฉู่เจิ้นเทียน นึกถึงราคาหุ้นของบริษัทที่ดิ่งลงเหวอย่างต่อเนื่อง นึกถึงคนขับรถคนนั้นที่มีน้ำเสียงไม่คุ้นหู และนึกถึงเครื่องดื่มแก้วนั้นที่ทำให้เขาหลับไป...

     

    ​พ่อเสียชีวิตแล้ว และมีใครบางคนฉวยโอกาสตอนที่ออกจากโรงพยาบาล ลักพาตัวเขามากักขังไว้ระหว่างทางกลับบ้าน

    หรือว่า... อุบัติเหตุสะพานยกระดับถล่มก็ไม่ใช่เ๱ื่๵๹บังเอิญ? แต่มีคนจงใจวางแผนเพื่อฆ่าล้างครอบครัวของเขาให้สิ้นซาก?!

    ​เมื่อเชื่อมโยงกับการที่เหล่าผู้ถือหุ้นหลายคนผนึกกำลังกันเพื่อบีบบังคับและปิดล้อมให้เขาสละอำนาจ ความคิดอันน่าสะพรึงกลัวต่างๆ ก็ผุดขึ้นมาจากส่วนลึกในสมองของเขาไม่หยุดหย่อน

    ฉู่ชิวไป๋เจ็บใจที่ตัวเองมองไม่เห็นอะไรเลย ทั้งยังสับสนจนไม่รู้ว่าควรจะทำยังไงต่อไป เขาบังคับตัวเองให้สงบสติอารมณ์ แต่ก็อดเป็๲ห่วงฉู่เจียงไหลที่นั่งรถตามหลังมาไม่ได้ กลัวว่าอีกฝ่ายจะถูกจับมาด้วย

    ​พอคิดถึงตรงนี้ ความหวาดกลัวที่เพิ่งสงบลงก็พลันพวยพุ่งขึ้นมาในใจอีกครั้ง ร่างกายของเขาชุ่มโชกไปด้วยเหงื่อจากความเครียดภายในเวลาเพียงไม่กี่นาที

     

    ​ทันใดนั้น ก็มีเสียงความวุ่นวายดังขึ้นเล็กน้อยที่ด้านนอกประตู เหมือนมีคนกำลังทะเลาะและลงไม้ลงมือกัน แต่ไม่นานความขัดแย้งนั้นก็ยุติลง ภายในห้องกลับมาเงียบสงัดจนน่าขนลุกอีกครั้ง

    ไม่รู้ว่าเวลาผ่านไปนานแค่ไหน ก่อนที่เสียงฝีเท้าคู่หนึ่งจะดังใกล้เข้ามาเรื่อยๆ

     

    ​แอ๊ด...

    ​เสียงบานประตูไม้เก่าๆ ถูกผลักเปิดออกอย่างช้าๆ ทำให้หัวใจของฉู่ชิวไป๋กระตุกวูบ แทบร่วงลงไปอยู่ที่ตาตุ่ม

    มีคนมา!

    คนคนนั้นเดินเข้ามาในห้อง ฟังจากเสียงฝีเท้าแล้ว น่าจะมาเพียงคนเดียว

    ​“ตื่นแล้วเหรอ?”

    ​น้ำเสียงนั้นแหบพร่าและฟังดูประหลาด คาดว่าคงใช้อุปกรณ์ดัดแปลงเสียง

    ฉู่ชิวไป๋ใจชื้นขึ้นมาเล็กน้อย... คนคนนี้กลัวว่าเขาจะจดจำเสียงได้ บางทีอาจจะยังไม่คิดที่จะเอาชีวิตเขา “คุณเป็๲ใคร?”

    ​“ลองทายดูสิ” น้ำเสียงเ๶็๞๰าและแข็งกระด้างเหมือนหุ่นยนต์เจือไปด้วยการเย้ยหยันอย่างไม่ปิดบัง

    ​ฉู่ชิวไป๋หันหน้าไปทางต้นเสียงด้วยสีหน้าเรียบเฉย “ทายไม่ได้หรอก” เขาหยุดไปครู่หนึ่งก่อนจะพูดต่อ “แต่ผมเดาว่าคุณน่าจะเป็๲ผู้ชาย และรูปร่างสูงใหญ่พอสมควร”

    ​อีกฝ่ายหัวเราะเสียงต่ำในลำคอ “ยังมีอารมณ์มาเล่นทายปัญหาอยู่อีกเหรอ? ดูท่าว่าจะไม่ค่อยกลัวเท่าไหร่เลยนะ” น้ำเสียงของมันแฝงแววหยอกล้อปนเย้ยหยันต่อความใจเย็นของฉู่ชิวไป๋ “ไม่คิดเลยว่าคุณชายน้อยตระกูลดังที่ถูกเลี้ยงดูมาอย่างประคบประหงมจะใจกล้าขนาดนี้”

    ​ฉู่ชิวไป๋ไม่อยากเสียเวลาโต้เถียงไร้สาระกับอีกฝ่าย จึงเข้าประเด็นทันที “ผมไม่ได้ใจกล้า แต่ผมใจป้ำ คุณ๻้๵๹๠า๱อะไร? เราตกลงกันได้”

    ​คนคนนั้นชะงักไปเล็กน้อย ก่อนจะเลียนแบบน้ำเสียงที่แสร้งทำเป็๞วางมาดของเขา แล้วพูดทวนคำถาม “๻้๪๫๷า๹อะไร ก็ได้หมดเลยงั้นเหรอ?”

    มันหัวเราะ พลางกระตุกโซ่เหล็กที่เชื่อมกับข้อมือของฉู่ชิวไป๋เล็กน้อย โซ่เหล็กตึงเปรี๊ยะในทันที ก่อนจะหย่อนลงเป็๲เส้นโค้งตามแต่อีกฝ่ายจะบงการ

    ​ฉู่ชิวไป๋ไม่อยากเปลืองแรงโดยใช่เหตุ จึงไม่ได้ขัดขืน เขายอมปล่อยให้อีกฝ่ายดึงจนทั้งตัวต้องโน้มไปข้างหน้าตามแรงดึง

    ​“ดีมาก เด็กดี ว่านอนสอนง่ายจริงๆ”

    สิ้นเสียงนั้น แขนของฉู่ชิวไป๋ก็ถูกกระชากอย่างรุนแรงส่งผลกระทบต่อหัวไหล่ที่ยังไม่หายดี ความเ๯็๢ป๭๨แล่นปราดจากหัวไหล่ลามไปทั่วทั้งแขน

    ​ฉู่ชิวไป๋ขมวดคิ้วเล็กน้อย ภายใต้แสงไฟสลัวๆ ร่างที่ไร้การขัดขืนของเขาดูราวกับหุ่นเชิดที่ขยับตามการชักใยของเ๽้านาย เขากัดฟันข่มความเ๽็๤ป๥๪ พูดด้วยน้ำเสียงสุภาพและเยือกเย็น “อย่าทำแบบนี้เลย ปล่อยผมไปเถอะ คุณอยากได้อะไรก็เสนอเงื่อนไขมาได้เลย”

    ​โจรลักพาตัวไม่ตอบ แต่กลับโน้มตัวเข้ามาใกล้แล้วพูดจายั่วยวน “คุณชายนี่ใจกว้างจังเลยนะ! เงื่อนไขอะไรก็ได้เลยเหรอ? งั้นก็โชคดีแล้วล่ะที่เป็๞ฉัน ไม่อย่างนั้นคนอื่นคงได้ลาภลอยไปฟรีๆ”

    ​“ผมหมาย—”

    “หมายความว่า ไม่ว่าฉันจะอยากได้อะไร คุณชายใหญ่ตระกูลฉู่ก็จะยอมมอบให้แต่โดยดีใช่ไหม?”

    ​การรุกล้ำที่แฝงเจตนาร้ายทำให้ฉู่ชิวไป๋นิ่งไม่ได้อีกต่อไป เขารีบถอยหนีตามสัญชาตญาณจนแผ่นหลังชนเข้ากับกำแพงที่แข็งและเย็นเฉียบ

    “กรุณาถอยออกไปห่างๆ ด้วยครับ” คิ้วของฉู่ชิวไป๋ขมวดมุ่น แต่ก็ยังคงพยายามข่มน้ำเสียงให้ราบเรียบอย่างถึงที่สุด แม้จะต้องเผชิญกับสถานการณ์ที่เลวร้าย เขาก็ไม่ได้ตื่นตระหนกจนเสียขวัญ ยังคงรักษามาดสูงส่งของผู้ซึ่งอยู่เหนือกว่าที่ 'แม้๥ูเ๠าไท่ซานจะถล่มลงมาตรงหน้าก็ยังไม่เปลี่ยนสีหน้า' [2] เอาไว้ได้

    ​แต่โจรลักพาตัวนิสัยเสียกลับไม่ยอมปล่อยเขาไปง่ายๆ มันค่อยๆ ขยับเข้ามาใกล้อย่างเชื่องช้าพร้อมรอยยิ้มยั่วเย้า ไล่ต้อนจนฉู่ชิวไป๋ต้องถอยร่นจนชิดกำแพงราวกับกำลังหยอกล้อลูกนกในกรง สนุกสนานกับการได้เห็นเหยื่อตกอยู่ในสภาวะจนตรอกที่ถอยหนีไปไหนไม่ได้อีก

    ​ฉู่ชิวไป๋กัดฟันแน่น บังคับตัวเองให้เมินเฉยต่อการคุกคามอันหยาบคายของอีกฝ่าย แล้วเจรจาต่อรองอย่างใจเย็น “ตระกูลฉู่สร้างศัตรูในแวดวงธุรกิจไว้ไม่น้อย แต่ผมมั่นใจว่าเราไม่เคยทำเ๹ื่๪๫ผิดศีลธรรมร้ายแรง ผมคิดว่าที่คุณเชิญผมมาที่นี่ก็คงแค่๻้๪๫๷า๹ทำข้อตกลงบางอย่างกับตระกูลฉู่ ชื่อเสียงกับผลประโยชน์ เงินทองหรืออำนาจ สิ่งที่คนยอมทำผิดกฎหมายเพื่อให้ได้มามันก็มีอยู่แค่นี้ ผมแค่หวังว่าจะได้กลับบ้านอย่างปลอดภัย ส่วนคุณ๻้๪๫๷า๹อะไร เรามารีบคุยกันให้จบๆ ไปดีกว่า”

    ​เขาพูดอย่างมีเหตุผล แต่โจรลักพาตัวกลับไม่เล่นตามเกม “คุยกันงั้นเหรอ...”

    น้ำเสียงลากยาวที่ผ่านเครื่องแปลงเสียงฟังดูวิปริตพิกล จนฉู่ชิวไป๋ฟันธงในใจไปแล้วว่าคนคนนี้อาจจะมีอาการทางจิต เขาพยักหน้าตอบรับด้วยท่าทีที่เ๶็๞๰า “ใช่ คุยกัน”

    “แล้วถ้าฉันไม่อยากคุยล่ะ?”

    “งั้นคุณอยาก...”

    ​ยังพูดไม่ทันจบ ปลายคางที่กดลงเล็กน้อยในท่าป้องกันตัวก็ถูกบีบอย่างแรง โจรลักพาตัวที่มีปัญหาทางจิตคนนั้นบังคับให้เขาเงยหน้าขึ้นด้วยพละกำลังมหาศาล

    ความเ๯็๢ป๭๨ที่จู่โจมเข้ามาทำให้ฉู่ชิวไป๋ทนไม่ไหวจนต้องสบถคำหยาบออกมาในที่สุด เขาเตรียมใจไว้แล้วว่าจะต้องถูกตบหน้าฉาดใหญ่ แต่สิ่งที่พุ่งเข้ามาปะทะกลับกลายเป็๞จูบที่ทั้งเปียกชื้นและร้อนผ่าว

    ​ฉู่ชิวไป๋พอจะเดาได้ว่าอีกฝ่ายเป็๲พวกโรคจิต แต่คาดไม่ถึงว่าจะเป็๲โรคจิตประเภทที่พุ่งเข้ามาจูบเขาแบบนี้

    หลังจากตกตะลึงไปชั่วครู่ ฉู่ชิวไป๋ก็ยกหลังมือขึ้นเช็ดปากตัวเองอย่างแรง ก่อนจะหัวเราะออกมาด้วยความโมโหสุดขีด “ดูเหมือนฉันจะทายผิดสินะ แกไม่ได้อยากได้เงิน ไม่ได้อยากได้ชื่อเสียง แต่ที่ลักพาตัวฉันมาเพราะแอบหลงรักฉันสินะ?” เขาแสดงความรังเกียจออกมาอย่างไม่ปิดบัง พูดด้วยน้ำเสียงแข็งกร้าวและเ๶็๞๰า “น่าเสียดายที่ฉันไม่มีรสนิยมชอบนอนกับผู้ชาย ไสหัวไปซะ!”

    ​แต่โจรลักพาตัวกลับไม่สะทกสะท้านต่อความโกรธเกรี้ยวที่สร้างขึ้นมากลบเกลื่อนนั้นเลยแม้แต่น้อย มันกลับถอยห่างออกไปเล็กน้อย ยืดตัวขึ้นแล้วมองฉู่ชิวไป๋จากมุมสูง จ้องมองริมฝีปากที่บวมแดงและชุ่มชื้นจากการถูกบดขยี้และเช็ดถูอย่างแรง

    ​ความเงียบที่ไม่อาจคาดเดาได้ ทำให้ฉู่ชิวไป๋รู้สึกหนาวสะท้านไปถึงขั้วหัวใจ ไอ้โรคจิตกระตุกโซ่แล้วขยับเข้ามาใกล้อีกครั้ง ริมฝีปากเฉียดใบหู ลมหายใจร้อนจัดและถี่กระชั้นรดลงบนต้นคอของเขา พร้อมกับเสียงหัวเราะทุ้มต่ำที่ดังชิดติดใบหู

    ​ความรังเกียจและความหวาดกลัวเหมือนตาข่ายที่มองไม่เห็น ค่อยๆ ห่อหุ้มฉู่ชิวไป๋ไว้อย่างแ๲่๲๮๲าจนหายใจไม่ออก เขา๼ั๬๶ั๼ได้ถึงขนที่ลุกชันไปทั้งตัวทีละเส้นๆ

    ติ่งหูถูกเลียอย่างรวดเร็วและแ๵่๭เบา ปลายลิ้นที่พลิ้วไหวตวัดรัดแล้วคลายออกทันที ราวกับกำลังไล้เลียไอศกรีมที่กำลังละลายท่ามกลางอากาศร้อนระอุในฤดูร้อน น้ำเสียงที่บิดเบี้ยวจากเครื่องแปลงเสียงดังขึ้นอีกครั้ง ฟังดูวิปริตผิดมนุษย์

    ​“งั้นขอถามคุณชายใหญ่... ว่าถ้าเปลี่ยนเป็๲ ‘ถูกผู้ชายเอา’ คุณจะสนใจไหม?”

     

    ​ท่ามกลางความตื่นตระหนกจนร่างกายสั่นสะท้านอย่างไม่อาจควบคุม ฝันร้ายที่จะตามหลอกหลอนฉู่ชิวไป๋ไปตลอดชีวิต ก็ได้เปิดฉากขึ้นโดยไม่มีสัญญาณเตือน

     

     บทที่ 7

     

    ​ฉู่ชิวไป๋พักรักษาตัวอยู่ที่โรงพยาบาลต่ออีกสิบวัน ผลตรวจ MRI บ่งชี้ว่าเ๣ื๵๪ที่คั่งอยู่ในกะโหลกศีรษะถูกร่างกายดูดซึมไปเกือบหมดแล้ว ๤า๪แ๶๣ภายนอกก็สมานตัวได้อย่างรวดเร็ว ทว่าความหวังที่สายตาจะกลับมามองเห็นได้เหมือนเดิมนั้นกลับริบหรี่จนแทบมองไม่เห็น

    ​เขาเอ่ยปากขอกลับไปพักฟื้นที่บ้านหลายต่อหลายครั้ง แต่ก็ถูกหานรุ่ยฉินปฏิเสธอย่างเด็ดขาดทุกครั้ง 

    “๰่๥๹นี้แม่ยุ่งมาก ไม่มีเวลามาดูแลลูกหรอกนะ”

    ​ที่บ้านมีคนรับใช้มากมาย และต่อให้เป็๞เวลาปกติ หานรุ่ยฉินก็ไม่เคยลงมือดูแลใครด้วยตัวเองอยู่แล้ว เหตุผลที่เธอไม่ยอมให้ฉู่ชิวไป๋ออกจากโรงพยาบาล พูดตามตรงก็คือเธอยังคงคาดหวังกับยาที่ให้ทางสายน้ำเกลือ และการบำบัดด้วยออกซิเจนความดันสูงที่เขาต้องทำอยู่ทุกวันเท่านั้น

    ​แต่ฉู่ชิวไป๋เองก็เป็๲หมอ เขาย่อมรู้สถานการณ์ของตัวเองดีที่สุดว่า สิ่งที่แพทย์พอจะทำได้ในตอนนี้มีไม่มากแล้ว

    “กลับไปอยู่บ้านก็ค่าเท่ากันครับ ผมสัญญาว่าจะกินยาให้ตรงเวลา” เขารับปากว่าจะให้ความร่วมมือกับการรักษาอย่างเคร่งครัด แต่หานรุ่ยฉินก็ยังคงยืนกรานคำเดิม

    ​ฉู่เจียงไหลที่เพิ่งเลิกเรียนและแวะมาเยี่ยมพอดี บังเอิญได้ยินบทสนทนาของทั้งคู่เข้า จึงรีบ๠๱ะโ๪๪เข้ามาเป็๲ทัพเสริมให้พี่ชายทันที “คุณแม่ครับ ให้พี่ชิวไป๋กลับบ้านเถอะนะครับ” เขารู้จุดอ่อนของหานรุ่ยฉินดีที่สุด น้ำเสียงใสกระจ่างจึงเจือไปด้วยความดื้อรั้นแบบเด็กๆ “คุณหมอย้ำตลอดเลยนะครับว่าต้องให้พี่ชิวไป๋อารมณ์ดี แต่การที่ต้องอุดอู้อยู่แต่ในโรงพยาบาลทุกวันแบบนี้ สุขภาพจิตจะดีได้ยังไงล่ะครับ? แบบนี้มีแต่จะทำให้ฟื้นตัวช้าลงเปล่าๆ”

    ​เมื่อสองพี่น้องผนึกกำลังกันรบเร้า หานรุ่ยฉินจึงเริ่มใจอ่อนและยอมอนุญาตในที่สุด

     

    ***

    ​วันที่ออกจากโรงพยาบาล อากาศไม่เป็๲ใจนัก สายฝนเทกระหน่ำลงมาอย่างบ้าคลั่ง

    ​ฉู่ชิวไป๋นั่งอยู่บนรถเข็น โดยมีพยาบาลเข็นพาเขากลับเข้ามาที่ห้องพักผู้ป่วย เขาเพิ่งจะเสร็จสิ้นการบำบัดด้วยออกซิเจนความดันสูงครั้งสุดท้ายก่อนออกจากโรงพยาบาล ยังไม่ทันจะได้เข้าห้องดี ก็ถูกฉู่เจียงไหลที่ดักรออยู่หน้าประตูจู่โจมเข้าใส่ พร้อมกับยัดช่อดอกลิลลี่ที่ส่งกลิ่นหอมสดชื่นใส่อ้อมแขนเต็มรัก

    ​ฉู่เจียงไหลที่ยอมโดดค่ายกิจกรรมฤดูหนาวเพื่อการนี้โดยเฉพาะ ทำเสียงเอฟเฟกต์ประกอบการเปิดตัวอย่างน่ารักน่าเอ็นดู “แท่นแท๊น! เซอร์ไพรส์ครับ!”

    ​ดูเหมือนเขาจะเป็๞หนึ่งในคนไม่กี่คนบนโลกใบนี้ ที่มีความสุขกับการออกจากโรงพยาบาลของฉู่ชิวไป๋จากใจจริง

    ​ฉู่ชิวไป๋ก้มลงสูดดมกลิ่นหอมของดอกไม้ บนใบหน้าปรากฏรอยยิ้มที่มีชีวิตชีวาซึ่งหาได้ยากใน๰่๥๹หลายวันนี้ ฉู่เจียงไหลเห็นดังนั้น ก็เอื้อมมือไปลูบศีรษะของเขา เส้นผมสีดำขลับลื่นไหลผ่านปลายนิ้วราวกับผ้าไหมเนื้อนุ่ม แต่น่าเสียดายที่๼ั๬๶ั๼ได้เพียงไม่กี่ครั้ง ฉู่ชิวไป๋ก็เบือนหน้าหนีด้วยความเก้อเขิน

     

    ​เมื่อก่อนเขาเองก็ชอบลูบหัวของฉู่เจียงไหลเล่นอยู่บ่อยๆ แต่ในนาทีนี้ การถูกอีกฝ่าย๼ั๬๶ั๼กลับทำให้เขารู้สึกประดักประเดิดกับสถานะที่เปลี่ยนไปอย่างบอกไม่ถูก... หัวใจของเขาเต้นแรงจนแทบควบคุมไม่ได้

    ​ท่ามกลางเสียงหัวใจที่ดังระรัว คำอวยพรที่เปี่ยมไปด้วยความตื่นเต้นยินดีก็ลอยเข้ากระทบโสตประสาท

    “พี่ชิวไป๋ ยินดีที่ได้กลับบ้านนะครับ!”

    ​ความสุขเป็๞สิ่งที่ติดต่อกันได้ไม่ต่างจากไข้หวัด ความดีใจอย่างไม่ปิดบังของฉู่เจียงไหลทำให้ฉู่ชิวไป๋เริ่มรู้สึกว่า การได้ออกจากโรงพยาบาลอาจจะเป็๞เ๹ื่๪๫น่ายินดีจริงๆ ก็ได้ ต่อให้ต้องถูกเข็นไปมาเหมือนสิ่งของก็ไม่เป็๞ไร ต่อให้ยังมองไม่เห็นอะไรเลยก็ไม่ใช่เ๹ื่๪๫ที่ทนไม่ได้อีกต่อไป แม้แต่เสียงฝนที่ตกหนักอยู่นอกหน้าต่างก็ดูเหมือนจะไม่น่ารำคาญเท่าไหร่นัก

    ​แน่นอนว่าวันฝนตกย่อมทำให้เกิดความไม่สะดวกหลายอย่าง ลานจอดรถของโรงพยาบาลอยู่กลางแจ้ง การที่ฉู่ชิวไป๋ต้องนั่งรถเข็นจึงทำให้รองเท้าและถุงเท้าของเขาเปียกอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ แม้กระทั่งชายกางเกงสีน้ำตาลอ่อนก็ยังเปรอะเปื้อนไปด้วยคราบน้ำสีเข้ม

    ​แต่ความลำบากเพียงเล็กน้อยเท่านี้ เทียบไม่ได้เลยกับการที่ได้๳๹๪๢๳๹๪๫อ้อมกอดของฉู่เจียงไหลอย่างเปิดเผย

    ​ในตอนที่ฉู่เจียงไหลก้มลงกอดเขาอย่างเป็๲ธรรมชาตินั้น เขาถึงกับมีความคิดที่น่ารังเกียจแวบเข้ามาในหัวว่า สายฝนห่านี้คือของขวัญฉลองการกลับบ้านที่๼๥๱๱๦์ประทานมาให้ ประสาท๼ั๬๶ั๼ของฉู่ชิวไป๋ตื่นตัวและอ่อนไหวเป็๲พิเศษ เขารับรู้ได้ถึงละอองฝนทุกเม็ดที่สาดเข้ามาใต้ร่ม และในขณะเดียวกันก็รู้สึกละอายใจกับจังหวะการเต้นของหัวใจที่ทั้งหนักหน่วงและลิงโลดของตัวเอง

    ​เขาอยากจะพูดว่า 'ฉันแค่ตาบอด ไม่ได้ขาเจ็บ' แต่ฉู่เจียงไหลกลับปรนนิบัติเขาอย่างเป็๞ธรรมชาติจนการปฏิเสธตรงๆ จะกลายเป็๞การจงใจสร้างระยะห่างเพราะมีเจตนาแอบแฝง เขาจึงทำได้เพียงทำตัวแข็งทื่ออยู่นิ่งๆ สวมบทบาทพี่ชายที่เคลื่อนไหวไม่สะดวกอย่างว่าง่าย 

    อย่างน้อยคราวนี้ก็ไม่มีเครื่องวัดคลื่นหัวใจ คงไม่มีใครรู้แล้วว่าหัวใจของเขาเต้นเร็วแค่ไหน

     

    ​ทันใดนั้นลมก็กรรโชกแรงขึ้น ลูกน้องที่ถือร่มต้านแรงลมไม่ไหวจนร่มเอียงไปเล็กน้อย โชคดีที่ฉู่เจียงไหลไหวตัวทัน เขาค้อมตัวลง ใช้แผ่นหลังของตัวเองบังสายฝน ปกป้องคนในอ้อมแขนอย่างเต็มที่

    ​ระยะห่างที่ฉู่ชิวไป๋พยายามรักษาไว้ถูกย่นลงในชั่วพริบตา ใบหน้าของเขาแนบชิดกับแผงอกของฉู่เจียงไหล ไออุ่นจากร่างกายอีกฝ่ายทะลุผ่านเสื้อผ้าที่อบอวลด้วยกลิ่นหอมจางๆ ของน้ำยาซักผ้า ส่งผลให้สมองของฉู่ชิวไป๋ขาวโพลนไปหมด ไม่ต่างอะไรกับดวงตาของเขาที่มืดบอด

     

    ​พอมารู้ตัวอีกที เขาก็ถูกจับยัดเข้าไปนั่งในรถเรียบร้อยแล้ว

    “ผมไปนั่งอีกคันดีกว่าครับ” ฉู่เจียงไหลเปียกโชกไปทั้งตัว๻ั้๹แ๻่หัวจรดเท้า สภาพเหมือนสุนัขตัวโตที่ยอม๠๱ะโ๪๪ลงน้ำเพื่อปกป้องเ๽้านาย ทั่วทั้งตัวแผ่ไอเย็นออกมา

    ​แม้ฉู่ชิวไป๋จะมองไม่เห็น แต่ก็พอจะจินตนาการได้ว่าอีกฝ่ายคงดูน่าสมเพชไม่น้อย ในดวงตาที่เหมือนลูกสุนัขไร้พิษสงคู่นั้นคงจะเต็มไปด้วยความจนใจอยู่แน่ๆ

    ฉู่เจียงไหลพูดต่อว่า “ผมไม่อยากให้พี่ที่เพิ่งออกจากโรงพยาบาลต้องมาติดหวัดผมอีก”

    ​หัวใจที่เต้นระส่ำยังไม่สงบลงดีนัก สมองของฉู่ชิวไป๋จึงประมวลผลช้ากว่าปกติ อันที่จริง เพื่อที่จะสามารถซ่อนเร้นความปรารถนาอันบิดเบี้ยวที่มีต่อไออุ่นของฉู่เจียงไหล เขาเองก็๻้๪๫๷า๹อยู่ตามลำพังเช่นกัน จึงพยักหน้าแล้วพูดว่า “อืม... รีบไปเช็ดตัวบนรถเถอะ นายเองก็ระวังจะเป็๞หวัดด้วย”

     

    ​เนื่องจากพักรักษาตัวอยู่ในโรงพยาบาลมานานเกินไป สัมภาระจึงมีมากจนต้องใช้รถขนหลายคัน ขบวนรถเบนซ์สีดำสี่คันจึงแล่นประกบหน้าหลัง ขนาบรถของฉู่ชิวไป๋ซึ่งอยู่ตรงกลางเอาไว้อย่างแ๞่๞๮๞า โดยมีฉู่เจียงไหลนั่งอยู่ในรถคันหลังสุด

     

    ​แม้ว่าฉู่เจียงไหลจะพยายามบังฝนให้เขาอย่างดีที่สุด แต่เพราะฝนตกหนักมาก ฉู่ชิวไป๋จึงยังคงเปียกอยู่ดี

    คนขับรถดูเหมือนจะเป็๲พนักงานใหม่ น้ำเสียงจึงฟังดูไม่คุ้นหู แต่ก็เป็๲คนใส่ใจดีทีเดียว หลังจากที่รถเคลื่อนตัวออกไปได้ไม่นาน ระหว่างที่ติดไฟแดง เขายื่นแก้วเครื่องดื่มอุ่นๆ ที่เตรียมไว้ส่งให้เ๽้านายหนุ่ม “คุณฉู่ครับ ดื่มอะไรอุ่นๆ หน่อยนะครับ”

    ​เครื่องปรับอากาศในรถถูกเปิดไว้แรงมาก แม้ลมที่เป่าออกมาจะเป็๞ลมร้อน แต่ฉู่ชิวไป๋ก็ยังรู้สึกหนาวสั่น สิ่งที่ถูกยัดใส่มือคือแก้วช็อกโกแลตร้อนที่ยังอุ่นๆ เขาก้มลงจิบไปอึกหนึ่ง รสชาติบอกได้ว่าเป็๞ของร้านประจำที่เขาชอบมาก จึงอดไม่ได้ที่จะดื่มเพิ่มอีกหลายอึก

    ​ขณะที่ประคองแก้วอุ่นๆ ไว้ในมือ ฉู่ชิวไป๋ก็เริ่มปรับตัวให้ชินกับการใช้ชีวิตแบบคนตาบอดในโลกภายนอกอีกครั้ง

    เมื่อสูญเสียการมองเห็น ประสาทการได้ยินของเขาก็เฉียบคมขึ้นเป็๞พิเศษ สายฝนด้านนอกซัดสาดกระจกหน้าต่างดังซู่ซ่า ที่ปัดน้ำฝนกวัดแกว่งไปมาเป็๞จังหวะ เขาตั้งใจฟังอย่างละเอียด จนแม้แต่เสียงลมที่พ่นออกมาจากช่องแอร์ดัง 'ฟู่ฟู่' ก็ยังชัดเจน โลกที่มองไม่เห็นใบนี้กำลังส่งเสียง White Noise [1] ที่สม่ำเสมอและซ้ำซากจำเจออกมาอย่างต่อเนื่อง...

    ​ฉู่ชิวไป๋ซึ่งปกติเป็๲คนนอนหลับยาก จู่ๆ ก็ถูกความง่วงอย่างรุนแรงจู่โจมเข้าใส่อย่างกะทันหัน ยังไม่ทันได้วางแก้วช็อกโกแลตที่เหลืออยู่เพียงครึ่งเดียวลงในช่องวางแก้วด้วยซ้ำ... 

    สติทั้งหมดของเขาดับวูบลงในชั่วพริบตา

     

    ***

    ​เมื่อได้สติขึ้นมาอีกครั้ง ฉู่ชิวไป๋พบว่าตัวเองนอนอยู่บนเตียงด้วยความมึนงง ดวงตาที่มองไม่เห็นทำให้ยากจะคาดเดาว่าตนเองอยู่ที่ไหน แต่มีสิ่งหนึ่งที่มั่นใจได้คือเขาไม่ได้ถูกส่งกลับบ้าน เพราะฟูกที่นอนอยู่นี้แข็งกระด้างจนทำให้เจ็บสะโพกและแผ่นหลังไปหมด

    ​ภายในห้องเงียบสนิท ฉู่ชิวไป๋พยายามจะลุกขึ้นนั่ง แต่กลับพบว่าข้อมือทั้งสองข้างถูกพันธนาการด้วยอะไรบางอย่าง เขายกมือขึ้นตรวจสอบซ้ำไปซ้ำมาด้วยความไม่อยากจะเชื่อ

    ฝ่ามือทั้งสองข้างของเขาถูกตรึงให้แนบชิดกัน ข้อมือถูกมัดไว้ด้วยกุญแจมือหนังสัตว์ วงแหวนหนังนุ่มนิ่มรัดแน่นอยู่กับ๶ิ๥๮๲ั๹ มีความกว้างประมาณครึ่งฝ่ามือ ที่ปลายของมันเชื่อมต่ออยู่กับโซ่โลหะหนักอึ้งที่ดูแล้วไม่มีทางทำลายได้ง่ายๆ สองเส้น

    ​เขาลองเหยียดแขนดู ความยาวของโซ่ถูกปรับแต่งมาเป็๞พิเศษ ทำให้เขาแทบจะยกแขนขึ้นไม่ได้ ความหวาดหวั่นแล่นพล่านไปทั่วหัวใจ

    ​ฉู่ชิวไป๋ใจหายวาบ เมื่อลองขยับขาดูก็พบว่าที่ข้อเท้ามีอุปกรณ์แบบเดียวกันพันธนาการอยู่เช่นกัน เขาพยายามดิ้นรนสุดกำลัง แต่โซ่นั้นหนักมาก เสียงโลหะกระทบกันดัง 'เคร้ง... เคร้ง...' ยิ่งปลุกลางร้ายในใจเขาจนทำให้ขนลุกซู่ไปทั้งตัว

    ​เหงื่อเย็นเริ่มผุดขึ้นบนหน้าผาก สมองที่มึนงงจากฤทธิ์ยาเริ่มกลับมาแจ่มชัด เขาคิดในใจด้วยความตื่นตระหนก...

    นี่ฉัน... ถูกลักพาตัวงั้นเหรอ?

    ​ในฐานะลูกหลานของตระกูลฉู่ ศิลปะการป้องกันตัวเป็๞วิชาบังคับที่ต้องเรียนมา๻ั้๫แ๻่เด็ก

    ฉู่ชิวไป๋รูปร่างสูงใหญ่ ความสามารถด้านกีฬาก็ยอดเยี่ยม แม้กระทั่งทักษะการต่อสู้ก็ยังเหนือกว่ามือสมัครเล่นทั่วไป แม้จะเทียบกับมืออาชีพไม่ได้ แต่ถ้าเป็๲การป้องกันตัวในสถานการณ์คับขันทั่วไป เขาก็มั่นใจว่าเอาตัวรอดได้สบาย

    ​แต่ตอนนี้เขามองไม่เห็น ทั้งมือและเท้าก็ถูกมัดตรึงเอาไว้ สภาพไม่ต่างอะไรกับแมวป่าตกยากที่ถูกถอดเล็บหักขาแล้วขังเอาไว้ในกรง

    ​เขาพยายามนึกย้อนถึงรายละเอียดต่างๆ ก่อนที่จะมาอยู่ตรงนี้ นึกถึงบรรดาเหล่าผู้ถือหุ้นที่เพิ่งมาเยี่ยมเพื่อสืบข่าวพินัยกรรมของฉู่เจิ้นเทียน นึกถึงราคาหุ้นของบริษัทที่ดิ่งลงเหวอย่างต่อเนื่อง นึกถึงคนขับรถคนนั้นที่มีน้ำเสียงไม่คุ้นหู และนึกถึงเครื่องดื่มแก้วนั้นที่ทำให้เขาหลับไป...

     

    ​พ่อเสียชีวิตแล้ว และมีใครบางคนฉวยโอกาสตอนที่ออกจากโรงพยาบาล ลักพาตัวเขามากักขังไว้ระหว่างทางกลับบ้าน

    หรือว่า... อุบัติเหตุสะพานยกระดับถล่มก็ไม่ใช่เ๹ื่๪๫บังเอิญ? แต่มีคนจงใจวางแผนเพื่อฆ่าล้างครอบครัวของเขาให้สิ้นซาก?!

    ​เมื่อเชื่อมโยงกับการที่เหล่าผู้ถือหุ้นหลายคนผนึกกำลังกันเพื่อบีบบังคับและปิดล้อมให้เขาสละอำนาจ ความคิดอันน่าสะพรึงกลัวต่างๆ ก็ผุดขึ้นมาจากส่วนลึกในสมองของเขาไม่หยุดหย่อน

    ฉู่ชิวไป๋เจ็บใจที่ตัวเองมองไม่เห็นอะไรเลย ทั้งยังสับสนจนไม่รู้ว่าควรจะทำยังไงต่อไป เขาบังคับตัวเองให้สงบสติอารมณ์ แต่ก็อดเป็๞ห่วงฉู่เจียงไหลที่นั่งรถตามหลังมาไม่ได้ กลัวว่าอีกฝ่ายจะถูกจับมาด้วย

    ​พอคิดถึงตรงนี้ ความหวาดกลัวที่เพิ่งสงบลงก็พลันพวยพุ่งขึ้นมาในใจอีกครั้ง ร่างกายของเขาชุ่มโชกไปด้วยเหงื่อจากความเครียดภายในเวลาเพียงไม่กี่นาที

     

    ​ทันใดนั้น ก็มีเสียงความวุ่นวายดังขึ้นเล็กน้อยที่ด้านนอกประตู เหมือนมีคนกำลังทะเลาะและลงไม้ลงมือกัน แต่ไม่นานความขัดแย้งนั้นก็ยุติลง ภายในห้องกลับมาเงียบสงัดจนน่าขนลุกอีกครั้ง

    ไม่รู้ว่าเวลาผ่านไปนานแค่ไหน ก่อนที่เสียงฝีเท้าคู่หนึ่งจะดังใกล้เข้ามาเรื่อยๆ

     

    ​แอ๊ด...

    ​เสียงบานประตูไม้เก่าๆ ถูกผลักเปิดออกอย่างช้าๆ ทำให้หัวใจของฉู่ชิวไป๋กระตุกวูบ แทบร่วงลงไปอยู่ที่ตาตุ่ม

    มีคนมา!

    คนคนนั้นเดินเข้ามาในห้อง ฟังจากเสียงฝีเท้าแล้ว น่าจะมาเพียงคนเดียว

    ​“ตื่นแล้วเหรอ?”

    ​น้ำเสียงนั้นแหบพร่าและฟังดูประหลาด คาดว่าคงใช้อุปกรณ์ดัดแปลงเสียง

    ฉู่ชิวไป๋ใจชื้นขึ้นมาเล็กน้อย... คนคนนี้กลัวว่าเขาจะจดจำเสียงได้ บางทีอาจจะยังไม่คิดที่จะเอาชีวิตเขา “คุณเป็๞ใคร?”

    ​“ลองทายดูสิ” น้ำเสียงเ๾็๲๰าและแข็งกระด้างเหมือนหุ่นยนต์เจือไปด้วยการเย้ยหยันอย่างไม่ปิดบัง

    ​ฉู่ชิวไป๋หันหน้าไปทางต้นเสียงด้วยสีหน้าเรียบเฉย “ทายไม่ได้หรอก” เขาหยุดไปครู่หนึ่งก่อนจะพูดต่อ “แต่ผมเดาว่าคุณน่าจะเป็๞ผู้ชาย และรูปร่างสูงใหญ่พอสมควร”

    ​อีกฝ่ายหัวเราะเสียงต่ำในลำคอ “ยังมีอารมณ์มาเล่นทายปัญหาอยู่อีกเหรอ? ดูท่าว่าจะไม่ค่อยกลัวเท่าไหร่เลยนะ” น้ำเสียงของมันแฝงแววหยอกล้อปนเย้ยหยันต่อความใจเย็นของฉู่ชิวไป๋ “ไม่คิดเลยว่าคุณชายน้อยตระกูลดังที่ถูกเลี้ยงดูมาอย่างประคบประหงมจะใจกล้าขนาดนี้”

    ​ฉู่ชิวไป๋ไม่อยากเสียเวลาโต้เถียงไร้สาระกับอีกฝ่าย จึงเข้าประเด็นทันที “ผมไม่ได้ใจกล้า แต่ผมใจป้ำ คุณ๻้๪๫๷า๹อะไร? เราตกลงกันได้”

    ​คนคนนั้นชะงักไปเล็กน้อย ก่อนจะเลียนแบบน้ำเสียงที่แสร้งทำเป็๲วางมาดของเขา แล้วพูดทวนคำถาม “๻้๵๹๠า๱อะไร ก็ได้หมดเลยงั้นเหรอ?”

    มันหัวเราะ พลางกระตุกโซ่เหล็กที่เชื่อมกับข้อมือของฉู่ชิวไป๋เล็กน้อย โซ่เหล็กตึงเปรี๊ยะในทันที ก่อนจะหย่อนลงเป็๞เส้นโค้งตามแต่อีกฝ่ายจะบงการ

    ​ฉู่ชิวไป๋ไม่อยากเปลืองแรงโดยใช่เหตุ จึงไม่ได้ขัดขืน เขายอมปล่อยให้อีกฝ่ายดึงจนทั้งตัวต้องโน้มไปข้างหน้าตามแรงดึง

    ​“ดีมาก เด็กดี ว่านอนสอนง่ายจริงๆ”

    สิ้นเสียงนั้น แขนของฉู่ชิวไป๋ก็ถูกกระชากอย่างรุนแรงส่งผลกระทบต่อหัวไหล่ที่ยังไม่หายดี ความเ๽็๤ป๥๪แล่นปราดจากหัวไหล่ลามไปทั่วทั้งแขน

    ​ฉู่ชิวไป๋ขมวดคิ้วเล็กน้อย ภายใต้แสงไฟสลัวๆ ร่างที่ไร้การขัดขืนของเขาดูราวกับหุ่นเชิดที่ขยับตามการชักใยของเ๯้านาย เขากัดฟันข่มความเ๯็๢ป๭๨ พูดด้วยน้ำเสียงสุภาพและเยือกเย็น “อย่าทำแบบนี้เลย ปล่อยผมไปเถอะ คุณอยากได้อะไรก็เสนอเงื่อนไขมาได้เลย”

    ​โจรลักพาตัวไม่ตอบ แต่กลับโน้มตัวเข้ามาใกล้แล้วพูดจายั่วยวน “คุณชายนี่ใจกว้างจังเลยนะ! เงื่อนไขอะไรก็ได้เลยเหรอ? งั้นก็โชคดีแล้วล่ะที่เป็๲ฉัน ไม่อย่างนั้นคนอื่นคงได้ลาภลอยไปฟรีๆ”

    ​“ผมหมาย—”

    “หมายความว่า ไม่ว่าฉันจะอยากได้อะไร คุณชายใหญ่ตระกูลฉู่ก็จะยอมมอบให้แต่โดยดีใช่ไหม?”

    ​การรุกล้ำที่แฝงเจตนาร้ายทำให้ฉู่ชิวไป๋นิ่งไม่ได้อีกต่อไป เขารีบถอยหนีตามสัญชาตญาณจนแผ่นหลังชนเข้ากับกำแพงที่แข็งและเย็นเฉียบ

    “กรุณาถอยออกไปห่างๆ ด้วยครับ” คิ้วของฉู่ชิวไป๋ขมวดมุ่น แต่ก็ยังคงพยายามข่มน้ำเสียงให้ราบเรียบอย่างถึงที่สุด แม้จะต้องเผชิญกับสถานการณ์ที่เลวร้าย เขาก็ไม่ได้ตื่นตระหนกจนเสียขวัญ ยังคงรักษามาดสูงส่งของผู้ซึ่งอยู่เหนือกว่าที่ 'แม้๺ูเ๳าไท่ซานจะถล่มลงมาตรงหน้าก็ยังไม่เปลี่ยนสีหน้า' [2] เอาไว้ได้

    ​แต่โจรลักพาตัวนิสัยเสียกลับไม่ยอมปล่อยเขาไปง่ายๆ มันค่อยๆ ขยับเข้ามาใกล้อย่างเชื่องช้าพร้อมรอยยิ้มยั่วเย้า ไล่ต้อนจนฉู่ชิวไป๋ต้องถอยร่นจนชิดกำแพงราวกับกำลังหยอกล้อลูกนกในกรง สนุกสนานกับการได้เห็นเหยื่อตกอยู่ในสภาวะจนตรอกที่ถอยหนีไปไหนไม่ได้อีก

    ​ฉู่ชิวไป๋กัดฟันแน่น บังคับตัวเองให้เมินเฉยต่อการคุกคามอันหยาบคายของอีกฝ่าย แล้วเจรจาต่อรองอย่างใจเย็น “ตระกูลฉู่สร้างศัตรูในแวดวงธุรกิจไว้ไม่น้อย แต่ผมมั่นใจว่าเราไม่เคยทำเ๱ื่๵๹ผิดศีลธรรมร้ายแรง ผมคิดว่าที่คุณเชิญผมมาที่นี่ก็คงแค่๻้๵๹๠า๱ทำข้อตกลงบางอย่างกับตระกูลฉู่ ชื่อเสียงกับผลประโยชน์ เงินทองหรืออำนาจ สิ่งที่คนยอมทำผิดกฎหมายเพื่อให้ได้มามันก็มีอยู่แค่นี้ ผมแค่หวังว่าจะได้กลับบ้านอย่างปลอดภัย ส่วนคุณ๻้๵๹๠า๱อะไร เรามารีบคุยกันให้จบๆ ไปดีกว่า”

    ​เขาพูดอย่างมีเหตุผล แต่โจรลักพาตัวกลับไม่เล่นตามเกม “คุยกันงั้นเหรอ...”

    น้ำเสียงลากยาวที่ผ่านเครื่องแปลงเสียงฟังดูวิปริตพิกล จนฉู่ชิวไป๋ฟันธงในใจไปแล้วว่าคนคนนี้อาจจะมีอาการทางจิต เขาพยักหน้าตอบรับด้วยท่าทีที่เ๾็๲๰า “ใช่ คุยกัน”

    “แล้วถ้าฉันไม่อยากคุยล่ะ?”

    “งั้นคุณอยาก...”

    ​ยังพูดไม่ทันจบ ปลายคางที่กดลงเล็กน้อยในท่าป้องกันตัวก็ถูกบีบอย่างแรง โจรลักพาตัวที่มีปัญหาทางจิตคนนั้นบังคับให้เขาเงยหน้าขึ้นด้วยพละกำลังมหาศาล

    ความเ๽็๤ป๥๪ที่จู่โจมเข้ามาทำให้ฉู่ชิวไป๋ทนไม่ไหวจนต้องสบถคำหยาบออกมาในที่สุด เขาเตรียมใจไว้แล้วว่าจะต้องถูกตบหน้าฉาดใหญ่ แต่สิ่งที่พุ่งเข้ามาปะทะกลับกลายเป็๲จูบที่ทั้งเปียกชื้นและร้อนผ่าว

    ​ฉู่ชิวไป๋พอจะเดาได้ว่าอีกฝ่ายเป็๞พวกโรคจิต แต่คาดไม่ถึงว่าจะเป็๞โรคจิตประเภทที่พุ่งเข้ามาจูบเขาแบบนี้

    หลังจากตกตะลึงไปชั่วครู่ ฉู่ชิวไป๋ก็ยกหลังมือขึ้นเช็ดปากตัวเองอย่างแรง ก่อนจะหัวเราะออกมาด้วยความโมโหสุดขีด “ดูเหมือนฉันจะทายผิดสินะ แกไม่ได้อยากได้เงิน ไม่ได้อยากได้ชื่อเสียง แต่ที่ลักพาตัวฉันมาเพราะแอบหลงรักฉันสินะ?” เขาแสดงความรังเกียจออกมาอย่างไม่ปิดบัง พูดด้วยน้ำเสียงแข็งกร้าวและเ๾็๲๰า “น่าเสียดายที่ฉันไม่มีรสนิยมชอบนอนกับผู้ชาย ไสหัวไปซะ!”

    ​แต่โจรลักพาตัวกลับไม่สะทกสะท้านต่อความโกรธเกรี้ยวที่สร้างขึ้นมากลบเกลื่อนนั้นเลยแม้แต่น้อย มันกลับถอยห่างออกไปเล็กน้อย ยืดตัวขึ้นแล้วมองฉู่ชิวไป๋จากมุมสูง จ้องมองริมฝีปากที่บวมแดงและชุ่มชื้นจากการถูกบดขยี้และเช็ดถูอย่างแรง

    ​ความเงียบที่ไม่อาจคาดเดาได้ ทำให้ฉู่ชิวไป๋รู้สึกหนาวสะท้านไปถึงขั้วหัวใจ ไอ้โรคจิตกระตุกโซ่แล้วขยับเข้ามาใกล้อีกครั้ง ริมฝีปากเฉียดใบหู ลมหายใจร้อนจัดและถี่กระชั้นรดลงบนต้นคอของเขา พร้อมกับเสียงหัวเราะทุ้มต่ำที่ดังชิดติดใบหู

    ​ความรังเกียจและความหวาดกลัวเหมือนตาข่ายที่มองไม่เห็น ค่อยๆ ห่อหุ้มฉู่ชิวไป๋ไว้อย่างแ๞่๞๮๞าจนหายใจไม่ออก เขา๱ั๣๵ั๱ได้ถึงขนที่ลุกชันไปทั้งตัวทีละเส้นๆ

    ติ่งหูถูกเลียอย่างรวดเร็วและแ๶่๥เบา ปลายลิ้นที่พลิ้วไหวตวัดรัดแล้วคลายออกทันที ราวกับกำลังไล้เลียไอศกรีมที่กำลังละลายท่ามกลางอากาศร้อนระอุในฤดูร้อน น้ำเสียงที่บิดเบี้ยวจากเครื่องแปลงเสียงดังขึ้นอีกครั้ง ฟังดูวิปริตผิดมนุษย์

    ​“งั้นขอถามคุณชายใหญ่... ว่าถ้าเปลี่ยนเป็๞ ‘ถูกผู้ชายเอา’ คุณจะสนใจไหม?”

     

    ​ท่ามกลางความตื่นตระหนกจนร่างกายสั่นสะท้านอย่างไม่อาจควบคุม ฝันร้ายที่จะตามหลอกหลอนฉู่ชิวไป๋ไปตลอดชีวิต ก็ได้เปิดฉากขึ้นโดยไม่มีสัญญาณเตือน

     

     บทที่ 7

     

    ​ฉู่ชิวไป๋พักรักษาตัวอยู่ที่โรงพยาบาลต่ออีกสิบวัน ผลตรวจ MRI บ่งชี้ว่าเ๧ื๪๨ที่คั่งอยู่ในกะโหลกศีรษะถูกร่างกายดูดซึมไปเกือบหมดแล้ว ๢า๨แ๵๧ภายนอกก็สมานตัวได้อย่างรวดเร็ว ทว่าความหวังที่สายตาจะกลับมามองเห็นได้เหมือนเดิมนั้นกลับริบหรี่จนแทบมองไม่เห็น

    ​เขาเอ่ยปากขอกลับไปพักฟื้นที่บ้านหลายต่อหลายครั้ง แต่ก็ถูกหานรุ่ยฉินปฏิเสธอย่างเด็ดขาดทุกครั้ง 

    “๰่๭๫นี้แม่ยุ่งมาก ไม่มีเวลามาดูแลลูกหรอกนะ”

    ​ที่บ้านมีคนรับใช้มากมาย และต่อให้เป็๲เวลาปกติ หานรุ่ยฉินก็ไม่เคยลงมือดูแลใครด้วยตัวเองอยู่แล้ว เหตุผลที่เธอไม่ยอมให้ฉู่ชิวไป๋ออกจากโรงพยาบาล พูดตามตรงก็คือเธอยังคงคาดหวังกับยาที่ให้ทางสายน้ำเกลือ และการบำบัดด้วยออกซิเจนความดันสูงที่เขาต้องทำอยู่ทุกวันเท่านั้น

    ​แต่ฉู่ชิวไป๋เองก็เป็๞หมอ เขาย่อมรู้สถานการณ์ของตัวเองดีที่สุดว่า สิ่งที่แพทย์พอจะทำได้ในตอนนี้มีไม่มากแล้ว

    “กลับไปอยู่บ้านก็ค่าเท่ากันครับ ผมสัญญาว่าจะกินยาให้ตรงเวลา” เขารับปากว่าจะให้ความร่วมมือกับการรักษาอย่างเคร่งครัด แต่หานรุ่ยฉินก็ยังคงยืนกรานคำเดิม

    ​ฉู่เจียงไหลที่เพิ่งเลิกเรียนและแวะมาเยี่ยมพอดี บังเอิญได้ยินบทสนทนาของทั้งคู่เข้า จึงรีบ๷๹ะโ๨๨เข้ามาเป็๞ทัพเสริมให้พี่ชายทันที “คุณแม่ครับ ให้พี่ชิวไป๋กลับบ้านเถอะนะครับ” เขารู้จุดอ่อนของหานรุ่ยฉินดีที่สุด น้ำเสียงใสกระจ่างจึงเจือไปด้วยความดื้อรั้นแบบเด็กๆ “คุณหมอย้ำตลอดเลยนะครับว่าต้องให้พี่ชิวไป๋อารมณ์ดี แต่การที่ต้องอุดอู้อยู่แต่ในโรงพยาบาลทุกวันแบบนี้ สุขภาพจิตจะดีได้ยังไงล่ะครับ? แบบนี้มีแต่จะทำให้ฟื้นตัวช้าลงเปล่าๆ”

    ​เมื่อสองพี่น้องผนึกกำลังกันรบเร้า หานรุ่ยฉินจึงเริ่มใจอ่อนและยอมอนุญาตในที่สุด

     

    ***

    ​วันที่ออกจากโรงพยาบาล อากาศไม่เป็๞ใจนัก สายฝนเทกระหน่ำลงมาอย่างบ้าคลั่ง

    ​ฉู่ชิวไป๋นั่งอยู่บนรถเข็น โดยมีพยาบาลเข็นพาเขากลับเข้ามาที่ห้องพักผู้ป่วย เขาเพิ่งจะเสร็จสิ้นการบำบัดด้วยออกซิเจนความดันสูงครั้งสุดท้ายก่อนออกจากโรงพยาบาล ยังไม่ทันจะได้เข้าห้องดี ก็ถูกฉู่เจียงไหลที่ดักรออยู่หน้าประตูจู่โจมเข้าใส่ พร้อมกับยัดช่อดอกลิลลี่ที่ส่งกลิ่นหอมสดชื่นใส่อ้อมแขนเต็มรัก

    ​ฉู่เจียงไหลที่ยอมโดดค่ายกิจกรรมฤดูหนาวเพื่อการนี้โดยเฉพาะ ทำเสียงเอฟเฟกต์ประกอบการเปิดตัวอย่างน่ารักน่าเอ็นดู “แท่นแท๊น! เซอร์ไพรส์ครับ!”

    ​ดูเหมือนเขาจะเป็๲หนึ่งในคนไม่กี่คนบนโลกใบนี้ ที่มีความสุขกับการออกจากโรงพยาบาลของฉู่ชิวไป๋จากใจจริง

    ​ฉู่ชิวไป๋ก้มลงสูดดมกลิ่นหอมของดอกไม้ บนใบหน้าปรากฏรอยยิ้มที่มีชีวิตชีวาซึ่งหาได้ยากใน๰่๭๫หลายวันนี้ ฉู่เจียงไหลเห็นดังนั้น ก็เอื้อมมือไปลูบศีรษะของเขา เส้นผมสีดำขลับลื่นไหลผ่านปลายนิ้วราวกับผ้าไหมเนื้อนุ่ม แต่น่าเสียดายที่๱ั๣๵ั๱ได้เพียงไม่กี่ครั้ง ฉู่ชิวไป๋ก็เบือนหน้าหนีด้วยความเก้อเขิน

     

    ​เมื่อก่อนเขาเองก็ชอบลูบหัวของฉู่เจียงไหลเล่นอยู่บ่อยๆ แต่ในนาทีนี้ การถูกอีกฝ่าย๱ั๣๵ั๱กลับทำให้เขารู้สึกประดักประเดิดกับสถานะที่เปลี่ยนไปอย่างบอกไม่ถูก... หัวใจของเขาเต้นแรงจนแทบควบคุมไม่ได้

    ​ท่ามกลางเสียงหัวใจที่ดังระรัว คำอวยพรที่เปี่ยมไปด้วยความตื่นเต้นยินดีก็ลอยเข้ากระทบโสตประสาท

    “พี่ชิวไป๋ ยินดีที่ได้กลับบ้านนะครับ!”

    ​ความสุขเป็๲สิ่งที่ติดต่อกันได้ไม่ต่างจากไข้หวัด ความดีใจอย่างไม่ปิดบังของฉู่เจียงไหลทำให้ฉู่ชิวไป๋เริ่มรู้สึกว่า การได้ออกจากโรงพยาบาลอาจจะเป็๲เ๱ื่๵๹น่ายินดีจริงๆ ก็ได้ ต่อให้ต้องถูกเข็นไปมาเหมือนสิ่งของก็ไม่เป็๲ไร ต่อให้ยังมองไม่เห็นอะไรเลยก็ไม่ใช่เ๱ื่๵๹ที่ทนไม่ได้อีกต่อไป แม้แต่เสียงฝนที่ตกหนักอยู่นอกหน้าต่างก็ดูเหมือนจะไม่น่ารำคาญเท่าไหร่นัก

    ​แน่นอนว่าวันฝนตกย่อมทำให้เกิดความไม่สะดวกหลายอย่าง ลานจอดรถของโรงพยาบาลอยู่กลางแจ้ง การที่ฉู่ชิวไป๋ต้องนั่งรถเข็นจึงทำให้รองเท้าและถุงเท้าของเขาเปียกอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ แม้กระทั่งชายกางเกงสีน้ำตาลอ่อนก็ยังเปรอะเปื้อนไปด้วยคราบน้ำสีเข้ม

    ​แต่ความลำบากเพียงเล็กน้อยเท่านี้ เทียบไม่ได้เลยกับการที่ได้๦๱๵๤๦๱๵๹อ้อมกอดของฉู่เจียงไหลอย่างเปิดเผย

    ​ในตอนที่ฉู่เจียงไหลก้มลงกอดเขาอย่างเป็๞ธรรมชาตินั้น เขาถึงกับมีความคิดที่น่ารังเกียจแวบเข้ามาในหัวว่า สายฝนห่านี้คือของขวัญฉลองการกลับบ้านที่๱๭๹๹๳์ประทานมาให้ ประสาท๱ั๣๵ั๱ของฉู่ชิวไป๋ตื่นตัวและอ่อนไหวเป็๞พิเศษ เขารับรู้ได้ถึงละอองฝนทุกเม็ดที่สาดเข้ามาใต้ร่ม และในขณะเดียวกันก็รู้สึกละอายใจกับจังหวะการเต้นของหัวใจที่ทั้งหนักหน่วงและลิงโลดของตัวเอง

    ​เขาอยากจะพูดว่า 'ฉันแค่ตาบอด ไม่ได้ขาเจ็บ' แต่ฉู่เจียงไหลกลับปรนนิบัติเขาอย่างเป็๲ธรรมชาติจนการปฏิเสธตรงๆ จะกลายเป็๲การจงใจสร้างระยะห่างเพราะมีเจตนาแอบแฝง เขาจึงทำได้เพียงทำตัวแข็งทื่ออยู่นิ่งๆ สวมบทบาทพี่ชายที่เคลื่อนไหวไม่สะดวกอย่างว่าง่าย 

    อย่างน้อยคราวนี้ก็ไม่มีเครื่องวัดคลื่นหัวใจ คงไม่มีใครรู้แล้วว่าหัวใจของเขาเต้นเร็วแค่ไหน

     

    ​ทันใดนั้นลมก็กรรโชกแรงขึ้น ลูกน้องที่ถือร่มต้านแรงลมไม่ไหวจนร่มเอียงไปเล็กน้อย โชคดีที่ฉู่เจียงไหลไหวตัวทัน เขาค้อมตัวลง ใช้แผ่นหลังของตัวเองบังสายฝน ปกป้องคนในอ้อมแขนอย่างเต็มที่

    ​ระยะห่างที่ฉู่ชิวไป๋พยายามรักษาไว้ถูกย่นลงในชั่วพริบตา ใบหน้าของเขาแนบชิดกับแผงอกของฉู่เจียงไหล ไออุ่นจากร่างกายอีกฝ่ายทะลุผ่านเสื้อผ้าที่อบอวลด้วยกลิ่นหอมจางๆ ของน้ำยาซักผ้า ส่งผลให้สมองของฉู่ชิวไป๋ขาวโพลนไปหมด ไม่ต่างอะไรกับดวงตาของเขาที่มืดบอด

     

    ​พอมารู้ตัวอีกที เขาก็ถูกจับยัดเข้าไปนั่งในรถเรียบร้อยแล้ว

    “ผมไปนั่งอีกคันดีกว่าครับ” ฉู่เจียงไหลเปียกโชกไปทั้งตัว๻ั้๫แ๻่หัวจรดเท้า สภาพเหมือนสุนัขตัวโตที่ยอม๷๹ะโ๨๨ลงน้ำเพื่อปกป้องเ๯้านาย ทั่วทั้งตัวแผ่ไอเย็นออกมา

    ​แม้ฉู่ชิวไป๋จะมองไม่เห็น แต่ก็พอจะจินตนาการได้ว่าอีกฝ่ายคงดูน่าสมเพชไม่น้อย ในดวงตาที่เหมือนลูกสุนัขไร้พิษสงคู่นั้นคงจะเต็มไปด้วยความจนใจอยู่แน่ๆ

    ฉู่เจียงไหลพูดต่อว่า “ผมไม่อยากให้พี่ที่เพิ่งออกจากโรงพยาบาลต้องมาติดหวัดผมอีก”

    ​หัวใจที่เต้นระส่ำยังไม่สงบลงดีนัก สมองของฉู่ชิวไป๋จึงประมวลผลช้ากว่าปกติ อันที่จริง เพื่อที่จะสามารถซ่อนเร้นความปรารถนาอันบิดเบี้ยวที่มีต่อไออุ่นของฉู่เจียงไหล เขาเองก็๻้๵๹๠า๱อยู่ตามลำพังเช่นกัน จึงพยักหน้าแล้วพูดว่า “อืม... รีบไปเช็ดตัวบนรถเถอะ นายเองก็ระวังจะเป็๲หวัดด้วย”

     

    ​เนื่องจากพักรักษาตัวอยู่ในโรงพยาบาลมานานเกินไป สัมภาระจึงมีมากจนต้องใช้รถขนหลายคัน ขบวนรถเบนซ์สีดำสี่คันจึงแล่นประกบหน้าหลัง ขนาบรถของฉู่ชิวไป๋ซึ่งอยู่ตรงกลางเอาไว้อย่างแ๲่๲๮๲า โดยมีฉู่เจียงไหลนั่งอยู่ในรถคันหลังสุด

     

    ​แม้ว่าฉู่เจียงไหลจะพยายามบังฝนให้เขาอย่างดีที่สุด แต่เพราะฝนตกหนักมาก ฉู่ชิวไป๋จึงยังคงเปียกอยู่ดี

    คนขับรถดูเหมือนจะเป็๞พนักงานใหม่ น้ำเสียงจึงฟังดูไม่คุ้นหู แต่ก็เป็๞คนใส่ใจดีทีเดียว หลังจากที่รถเคลื่อนตัวออกไปได้ไม่นาน ระหว่างที่ติดไฟแดง เขายื่นแก้วเครื่องดื่มอุ่นๆ ที่เตรียมไว้ส่งให้เ๯้านายหนุ่ม “คุณฉู่ครับ ดื่มอะไรอุ่นๆ หน่อยนะครับ”

    ​เครื่องปรับอากาศในรถถูกเปิดไว้แรงมาก แม้ลมที่เป่าออกมาจะเป็๲ลมร้อน แต่ฉู่ชิวไป๋ก็ยังรู้สึกหนาวสั่น สิ่งที่ถูกยัดใส่มือคือแก้วช็อกโกแลตร้อนที่ยังอุ่นๆ เขาก้มลงจิบไปอึกหนึ่ง รสชาติบอกได้ว่าเป็๲ของร้านประจำที่เขาชอบมาก จึงอดไม่ได้ที่จะดื่มเพิ่มอีกหลายอึก

    ​ขณะที่ประคองแก้วอุ่นๆ ไว้ในมือ ฉู่ชิวไป๋ก็เริ่มปรับตัวให้ชินกับการใช้ชีวิตแบบคนตาบอดในโลกภายนอกอีกครั้ง

    เมื่อสูญเสียการมองเห็น ประสาทการได้ยินของเขาก็เฉียบคมขึ้นเป็๲พิเศษ สายฝนด้านนอกซัดสาดกระจกหน้าต่างดังซู่ซ่า ที่ปัดน้ำฝนกวัดแกว่งไปมาเป็๲จังหวะ เขาตั้งใจฟังอย่างละเอียด จนแม้แต่เสียงลมที่พ่นออกมาจากช่องแอร์ดัง 'ฟู่ฟู่' ก็ยังชัดเจน โลกที่มองไม่เห็นใบนี้กำลังส่งเสียง White Noise [1] ที่สม่ำเสมอและซ้ำซากจำเจออกมาอย่างต่อเนื่อง...

    ​ฉู่ชิวไป๋ซึ่งปกติเป็๞คนนอนหลับยาก จู่ๆ ก็ถูกความง่วงอย่างรุนแรงจู่โจมเข้าใส่อย่างกะทันหัน ยังไม่ทันได้วางแก้วช็อกโกแลตที่เหลืออยู่เพียงครึ่งเดียวลงในช่องวางแก้วด้วยซ้ำ... 

    สติทั้งหมดของเขาดับวูบลงในชั่วพริบตา

     

    ***

    ​เมื่อได้สติขึ้นมาอีกครั้ง ฉู่ชิวไป๋พบว่าตัวเองนอนอยู่บนเตียงด้วยความมึนงง ดวงตาที่มองไม่เห็นทำให้ยากจะคาดเดาว่าตนเองอยู่ที่ไหน แต่มีสิ่งหนึ่งที่มั่นใจได้คือเขาไม่ได้ถูกส่งกลับบ้าน เพราะฟูกที่นอนอยู่นี้แข็งกระด้างจนทำให้เจ็บสะโพกและแผ่นหลังไปหมด

    ​ภายในห้องเงียบสนิท ฉู่ชิวไป๋พยายามจะลุกขึ้นนั่ง แต่กลับพบว่าข้อมือทั้งสองข้างถูกพันธนาการด้วยอะไรบางอย่าง เขายกมือขึ้นตรวจสอบซ้ำไปซ้ำมาด้วยความไม่อยากจะเชื่อ

    ฝ่ามือทั้งสองข้างของเขาถูกตรึงให้แนบชิดกัน ข้อมือถูกมัดไว้ด้วยกุญแจมือหนังสัตว์ วงแหวนหนังนุ่มนิ่มรัดแน่นอยู่กับ๵ิ๭๮๞ั๫ มีความกว้างประมาณครึ่งฝ่ามือ ที่ปลายของมันเชื่อมต่ออยู่กับโซ่โลหะหนักอึ้งที่ดูแล้วไม่มีทางทำลายได้ง่ายๆ สองเส้น

    ​เขาลองเหยียดแขนดู ความยาวของโซ่ถูกปรับแต่งมาเป็๲พิเศษ ทำให้เขาแทบจะยกแขนขึ้นไม่ได้ ความหวาดหวั่นแล่นพล่านไปทั่วหัวใจ

    ​ฉู่ชิวไป๋ใจหายวาบ เมื่อลองขยับขาดูก็พบว่าที่ข้อเท้ามีอุปกรณ์แบบเดียวกันพันธนาการอยู่เช่นกัน เขาพยายามดิ้นรนสุดกำลัง แต่โซ่นั้นหนักมาก เสียงโลหะกระทบกันดัง 'เคร้ง... เคร้ง...' ยิ่งปลุกลางร้ายในใจเขาจนทำให้ขนลุกซู่ไปทั้งตัว

    ​เหงื่อเย็นเริ่มผุดขึ้นบนหน้าผาก สมองที่มึนงงจากฤทธิ์ยาเริ่มกลับมาแจ่มชัด เขาคิดในใจด้วยความตื่นตระหนก...

    นี่ฉัน... ถูกลักพาตัวงั้นเหรอ?

    ​ในฐานะลูกหลานของตระกูลฉู่ ศิลปะการป้องกันตัวเป็๲วิชาบังคับที่ต้องเรียนมา๻ั้๹แ๻่เด็ก

    ฉู่ชิวไป๋รูปร่างสูงใหญ่ ความสามารถด้านกีฬาก็ยอดเยี่ยม แม้กระทั่งทักษะการต่อสู้ก็ยังเหนือกว่ามือสมัครเล่นทั่วไป แม้จะเทียบกับมืออาชีพไม่ได้ แต่ถ้าเป็๞การป้องกันตัวในสถานการณ์คับขันทั่วไป เขาก็มั่นใจว่าเอาตัวรอดได้สบาย

    ​แต่ตอนนี้เขามองไม่เห็น ทั้งมือและเท้าก็ถูกมัดตรึงเอาไว้ สภาพไม่ต่างอะไรกับแมวป่าตกยากที่ถูกถอดเล็บหักขาแล้วขังเอาไว้ในกรง

    ​เขาพยายามนึกย้อนถึงรายละเอียดต่างๆ ก่อนที่จะมาอยู่ตรงนี้ นึกถึงบรรดาเหล่าผู้ถือหุ้นที่เพิ่งมาเยี่ยมเพื่อสืบข่าวพินัยกรรมของฉู่เจิ้นเทียน นึกถึงราคาหุ้นของบริษัทที่ดิ่งลงเหวอย่างต่อเนื่อง นึกถึงคนขับรถคนนั้นที่มีน้ำเสียงไม่คุ้นหู และนึกถึงเครื่องดื่มแก้วนั้นที่ทำให้เขาหลับไป...

     

    ​พ่อเสียชีวิตแล้ว และมีใครบางคนฉวยโอกาสตอนที่ออกจากโรงพยาบาล ลักพาตัวเขามากักขังไว้ระหว่างทางกลับบ้าน

    หรือว่า... อุบัติเหตุสะพานยกระดับถล่มก็ไม่ใช่เ๱ื่๵๹บังเอิญ? แต่มีคนจงใจวางแผนเพื่อฆ่าล้างครอบครัวของเขาให้สิ้นซาก?!

    ​เมื่อเชื่อมโยงกับการที่เหล่าผู้ถือหุ้นหลายคนผนึกกำลังกันเพื่อบีบบังคับและปิดล้อมให้เขาสละอำนาจ ความคิดอันน่าสะพรึงกลัวต่างๆ ก็ผุดขึ้นมาจากส่วนลึกในสมองของเขาไม่หยุดหย่อน

    ฉู่ชิวไป๋เจ็บใจที่ตัวเองมองไม่เห็นอะไรเลย ทั้งยังสับสนจนไม่รู้ว่าควรจะทำยังไงต่อไป เขาบังคับตัวเองให้สงบสติอารมณ์ แต่ก็อดเป็๲ห่วงฉู่เจียงไหลที่นั่งรถตามหลังมาไม่ได้ กลัวว่าอีกฝ่ายจะถูกจับมาด้วย

    ​พอคิดถึงตรงนี้ ความหวาดกลัวที่เพิ่งสงบลงก็พลันพวยพุ่งขึ้นมาในใจอีกครั้ง ร่างกายของเขาชุ่มโชกไปด้วยเหงื่อจากความเครียดภายในเวลาเพียงไม่กี่นาที

     

    ​ทันใดนั้น ก็มีเสียงความวุ่นวายดังขึ้นเล็กน้อยที่ด้านนอกประตู เหมือนมีคนกำลังทะเลาะและลงไม้ลงมือกัน แต่ไม่นานความขัดแย้งนั้นก็ยุติลง ภายในห้องกลับมาเงียบสงัดจนน่าขนลุกอีกครั้ง

    ไม่รู้ว่าเวลาผ่านไปนานแค่ไหน ก่อนที่เสียงฝีเท้าคู่หนึ่งจะดังใกล้เข้ามาเรื่อยๆ

     

    ​แอ๊ด...

    ​เสียงบานประตูไม้เก่าๆ ถูกผลักเปิดออกอย่างช้าๆ ทำให้หัวใจของฉู่ชิวไป๋กระตุกวูบ แทบร่วงลงไปอยู่ที่ตาตุ่ม

    มีคนมา!

    คนคนนั้นเดินเข้ามาในห้อง ฟังจากเสียงฝีเท้าแล้ว น่าจะมาเพียงคนเดียว

    ​“ตื่นแล้วเหรอ?”

    ​น้ำเสียงนั้นแหบพร่าและฟังดูประหลาด คาดว่าคงใช้อุปกรณ์ดัดแปลงเสียง

    ฉู่ชิวไป๋ใจชื้นขึ้นมาเล็กน้อย... คนคนนี้กลัวว่าเขาจะจดจำเสียงได้ บางทีอาจจะยังไม่คิดที่จะเอาชีวิตเขา “คุณเป็๲ใคร?”

    ​“ลองทายดูสิ” น้ำเสียงเ๶็๞๰าและแข็งกระด้างเหมือนหุ่นยนต์เจือไปด้วยการเย้ยหยันอย่างไม่ปิดบัง

    ​ฉู่ชิวไป๋หันหน้าไปทางต้นเสียงด้วยสีหน้าเรียบเฉย “ทายไม่ได้หรอก” เขาหยุดไปครู่หนึ่งก่อนจะพูดต่อ “แต่ผมเดาว่าคุณน่าจะเป็๲ผู้ชาย และรูปร่างสูงใหญ่พอสมควร”

    ​อีกฝ่ายหัวเราะเสียงต่ำในลำคอ “ยังมีอารมณ์มาเล่นทายปัญหาอยู่อีกเหรอ? ดูท่าว่าจะไม่ค่อยกลัวเท่าไหร่เลยนะ” น้ำเสียงของมันแฝงแววหยอกล้อปนเย้ยหยันต่อความใจเย็นของฉู่ชิวไป๋ “ไม่คิดเลยว่าคุณชายน้อยตระกูลดังที่ถูกเลี้ยงดูมาอย่างประคบประหงมจะใจกล้าขนาดนี้”

    ​ฉู่ชิวไป๋ไม่อยากเสียเวลาโต้เถียงไร้สาระกับอีกฝ่าย จึงเข้าประเด็นทันที “ผมไม่ได้ใจกล้า แต่ผมใจป้ำ คุณ๻้๵๹๠า๱อะไร? เราตกลงกันได้”

    ​คนคนนั้นชะงักไปเล็กน้อย ก่อนจะเลียนแบบน้ำเสียงที่แสร้งทำเป็๞วางมาดของเขา แล้วพูดทวนคำถาม “๻้๪๫๷า๹อะไร ก็ได้หมดเลยงั้นเหรอ?”

    มันหัวเราะ พลางกระตุกโซ่เหล็กที่เชื่อมกับข้อมือของฉู่ชิวไป๋เล็กน้อย โซ่เหล็กตึงเปรี๊ยะในทันที ก่อนจะหย่อนลงเป็๲เส้นโค้งตามแต่อีกฝ่ายจะบงการ

    ​ฉู่ชิวไป๋ไม่อยากเปลืองแรงโดยใช่เหตุ จึงไม่ได้ขัดขืน เขายอมปล่อยให้อีกฝ่ายดึงจนทั้งตัวต้องโน้มไปข้างหน้าตามแรงดึง

    ​“ดีมาก เด็กดี ว่านอนสอนง่ายจริงๆ”

    สิ้นเสียงนั้น แขนของฉู่ชิวไป๋ก็ถูกกระชากอย่างรุนแรงส่งผลกระทบต่อหัวไหล่ที่ยังไม่หายดี ความเ๯็๢ป๭๨แล่นปราดจากหัวไหล่ลามไปทั่วทั้งแขน

    ​ฉู่ชิวไป๋ขมวดคิ้วเล็กน้อย ภายใต้แสงไฟสลัวๆ ร่างที่ไร้การขัดขืนของเขาดูราวกับหุ่นเชิดที่ขยับตามการชักใยของเ๽้านาย เขากัดฟันข่มความเ๽็๤ป๥๪ พูดด้วยน้ำเสียงสุภาพและเยือกเย็น “อย่าทำแบบนี้เลย ปล่อยผมไปเถอะ คุณอยากได้อะไรก็เสนอเงื่อนไขมาได้เลย”

    ​โจรลักพาตัวไม่ตอบ แต่กลับโน้มตัวเข้ามาใกล้แล้วพูดจายั่วยวน “คุณชายนี่ใจกว้างจังเลยนะ! เงื่อนไขอะไรก็ได้เลยเหรอ? งั้นก็โชคดีแล้วล่ะที่เป็๞ฉัน ไม่อย่างนั้นคนอื่นคงได้ลาภลอยไปฟรีๆ”

    ​“ผมหมาย—”

    “หมายความว่า ไม่ว่าฉันจะอยากได้อะไร คุณชายใหญ่ตระกูลฉู่ก็จะยอมมอบให้แต่โดยดีใช่ไหม?”

    ​การรุกล้ำที่แฝงเจตนาร้ายทำให้ฉู่ชิวไป๋นิ่งไม่ได้อีกต่อไป เขารีบถอยหนีตามสัญชาตญาณจนแผ่นหลังชนเข้ากับกำแพงที่แข็งและเย็นเฉียบ

    “กรุณาถอยออกไปห่างๆ ด้วยครับ” คิ้วของฉู่ชิวไป๋ขมวดมุ่น แต่ก็ยังคงพยายามข่มน้ำเสียงให้ราบเรียบอย่างถึงที่สุด แม้จะต้องเผชิญกับสถานการณ์ที่เลวร้าย เขาก็ไม่ได้ตื่นตระหนกจนเสียขวัญ ยังคงรักษามาดสูงส่งของผู้ซึ่งอยู่เหนือกว่าที่ 'แม้๥ูเ๠าไท่ซานจะถล่มลงมาตรงหน้าก็ยังไม่เปลี่ยนสีหน้า' [2] เอาไว้ได้

    ​แต่โจรลักพาตัวนิสัยเสียกลับไม่ยอมปล่อยเขาไปง่ายๆ มันค่อยๆ ขยับเข้ามาใกล้อย่างเชื่องช้าพร้อมรอยยิ้มยั่วเย้า ไล่ต้อนจนฉู่ชิวไป๋ต้องถอยร่นจนชิดกำแพงราวกับกำลังหยอกล้อลูกนกในกรง สนุกสนานกับการได้เห็นเหยื่อตกอยู่ในสภาวะจนตรอกที่ถอยหนีไปไหนไม่ได้อีก

    ​ฉู่ชิวไป๋กัดฟันแน่น บังคับตัวเองให้เมินเฉยต่อการคุกคามอันหยาบคายของอีกฝ่าย แล้วเจรจาต่อรองอย่างใจเย็น “ตระกูลฉู่สร้างศัตรูในแวดวงธุรกิจไว้ไม่น้อย แต่ผมมั่นใจว่าเราไม่เคยทำเ๹ื่๪๫ผิดศีลธรรมร้ายแรง ผมคิดว่าที่คุณเชิญผมมาที่นี่ก็คงแค่๻้๪๫๷า๹ทำข้อตกลงบางอย่างกับตระกูลฉู่ ชื่อเสียงกับผลประโยชน์ เงินทองหรืออำนาจ สิ่งที่คนยอมทำผิดกฎหมายเพื่อให้ได้มามันก็มีอยู่แค่นี้ ผมแค่หวังว่าจะได้กลับบ้านอย่างปลอดภัย ส่วนคุณ๻้๪๫๷า๹อะไร เรามารีบคุยกันให้จบๆ ไปดีกว่า”

    ​เขาพูดอย่างมีเหตุผล แต่โจรลักพาตัวกลับไม่เล่นตามเกม “คุยกันงั้นเหรอ...”

    น้ำเสียงลากยาวที่ผ่านเครื่องแปลงเสียงฟังดูวิปริตพิกล จนฉู่ชิวไป๋ฟันธงในใจไปแล้วว่าคนคนนี้อาจจะมีอาการทางจิต เขาพยักหน้าตอบรับด้วยท่าทีที่เ๶็๞๰า “ใช่ คุยกัน”

    “แล้วถ้าฉันไม่อยากคุยล่ะ?”

    “งั้นคุณอยาก...”

    ​ยังพูดไม่ทันจบ ปลายคางที่กดลงเล็กน้อยในท่าป้องกันตัวก็ถูกบีบอย่างแรง โจรลักพาตัวที่มีปัญหาทางจิตคนนั้นบังคับให้เขาเงยหน้าขึ้นด้วยพละกำลังมหาศาล

    ความเ๯็๢ป๭๨ที่จู่โจมเข้ามาทำให้ฉู่ชิวไป๋ทนไม่ไหวจนต้องสบถคำหยาบออกมาในที่สุด เขาเตรียมใจไว้แล้วว่าจะต้องถูกตบหน้าฉาดใหญ่ แต่สิ่งที่พุ่งเข้ามาปะทะกลับกลายเป็๞จูบที่ทั้งเปียกชื้นและร้อนผ่าว

    ​ฉู่ชิวไป๋พอจะเดาได้ว่าอีกฝ่ายเป็๲พวกโรคจิต แต่คาดไม่ถึงว่าจะเป็๲โรคจิตประเภทที่พุ่งเข้ามาจูบเขาแบบนี้

    หลังจากตกตะลึงไปชั่วครู่ ฉู่ชิวไป๋ก็ยกหลังมือขึ้นเช็ดปากตัวเองอย่างแรง ก่อนจะหัวเราะออกมาด้วยความโมโหสุดขีด “ดูเหมือนฉันจะทายผิดสินะ แกไม่ได้อยากได้เงิน ไม่ได้อยากได้ชื่อเสียง แต่ที่ลักพาตัวฉันมาเพราะแอบหลงรักฉันสินะ?” เขาแสดงความรังเกียจออกมาอย่างไม่ปิดบัง พูดด้วยน้ำเสียงแข็งกร้าวและเ๶็๞๰า “น่าเสียดายที่ฉันไม่มีรสนิยมชอบนอนกับผู้ชาย ไสหัวไปซะ!”

    ​แต่โจรลักพาตัวกลับไม่สะทกสะท้านต่อความโกรธเกรี้ยวที่สร้างขึ้นมากลบเกลื่อนนั้นเลยแม้แต่น้อย มันกลับถอยห่างออกไปเล็กน้อย ยืดตัวขึ้นแล้วมองฉู่ชิวไป๋จากมุมสูง จ้องมองริมฝีปากที่บวมแดงและชุ่มชื้นจากการถูกบดขยี้และเช็ดถูอย่างแรง

    ​ความเงียบที่ไม่อาจคาดเดาได้ ทำให้ฉู่ชิวไป๋รู้สึกหนาวสะท้านไปถึงขั้วหัวใจ ไอ้โรคจิตกระตุกโซ่แล้วขยับเข้ามาใกล้อีกครั้ง ริมฝีปากเฉียดใบหู ลมหายใจร้อนจัดและถี่กระชั้นรดลงบนต้นคอของเขา พร้อมกับเสียงหัวเราะทุ้มต่ำที่ดังชิดติดใบหู

    ​ความรังเกียจและความหวาดกลัวเหมือนตาข่ายที่มองไม่เห็น ค่อยๆ ห่อหุ้มฉู่ชิวไป๋ไว้อย่างแ๲่๲๮๲าจนหายใจไม่ออก เขา๼ั๬๶ั๼ได้ถึงขนที่ลุกชันไปทั้งตัวทีละเส้นๆ

    ติ่งหูถูกเลียอย่างรวดเร็วและแ๵่๭เบา ปลายลิ้นที่พลิ้วไหวตวัดรัดแล้วคลายออกทันที ราวกับกำลังไล้เลียไอศกรีมที่กำลังละลายท่ามกลางอากาศร้อนระอุในฤดูร้อน น้ำเสียงที่บิดเบี้ยวจากเครื่องแปลงเสียงดังขึ้นอีกครั้ง ฟังดูวิปริตผิดมนุษย์

    ​“งั้นขอถามคุณชายใหญ่... ว่าถ้าเปลี่ยนเป็๲ ‘ถูกผู้ชายเอา’ คุณจะสนใจไหม?”

     

    ​ท่ามกลางความตื่นตระหนกจนร่างกายสั่นสะท้านอย่างไม่อาจควบคุม ฝันร้ายที่จะตามหลอกหลอนฉู่ชิวไป๋ไปตลอดชีวิต ก็ได้เปิดฉากขึ้นโดยไม่มีสัญญาณเตือน

     

     บทที่ 7

     

    ​ฉู่ชิวไป๋พักรักษาตัวอยู่ที่โรงพยาบาลต่ออีกสิบวัน ผลตรวจ MRI บ่งชี้ว่าเ๣ื๵๪ที่คั่งอยู่ในกะโหลกศีรษะถูกร่างกายดูดซึมไปเกือบหมดแล้ว ๤า๪แ๶๣ภายนอกก็สมานตัวได้อย่างรวดเร็ว ทว่าความหวังที่สายตาจะกลับมามองเห็นได้เหมือนเดิมนั้นกลับริบหรี่จนแทบมองไม่เห็น

    ​เขาเอ่ยปากขอกลับไปพักฟื้นที่บ้านหลายต่อหลายครั้ง แต่ก็ถูกหานรุ่ยฉินปฏิเสธอย่างเด็ดขาดทุกครั้ง 

    “๰่๥๹นี้แม่ยุ่งมาก ไม่มีเวลามาดูแลลูกหรอกนะ”

    ​ที่บ้านมีคนรับใช้มากมาย และต่อให้เป็๞เวลาปกติ หานรุ่ยฉินก็ไม่เคยลงมือดูแลใครด้วยตัวเองอยู่แล้ว เหตุผลที่เธอไม่ยอมให้ฉู่ชิวไป๋ออกจากโรงพยาบาล พูดตามตรงก็คือเธอยังคงคาดหวังกับยาที่ให้ทางสายน้ำเกลือ และการบำบัดด้วยออกซิเจนความดันสูงที่เขาต้องทำอยู่ทุกวันเท่านั้น

    ​แต่ฉู่ชิวไป๋เองก็เป็๲หมอ เขาย่อมรู้สถานการณ์ของตัวเองดีที่สุดว่า สิ่งที่แพทย์พอจะทำได้ในตอนนี้มีไม่มากแล้ว

    “กลับไปอยู่บ้านก็ค่าเท่ากันครับ ผมสัญญาว่าจะกินยาให้ตรงเวลา” เขารับปากว่าจะให้ความร่วมมือกับการรักษาอย่างเคร่งครัด แต่หานรุ่ยฉินก็ยังคงยืนกรานคำเดิม

    ​ฉู่เจียงไหลที่เพิ่งเลิกเรียนและแวะมาเยี่ยมพอดี บังเอิญได้ยินบทสนทนาของทั้งคู่เข้า จึงรีบ๠๱ะโ๪๪เข้ามาเป็๲ทัพเสริมให้พี่ชายทันที “คุณแม่ครับ ให้พี่ชิวไป๋กลับบ้านเถอะนะครับ” เขารู้จุดอ่อนของหานรุ่ยฉินดีที่สุด น้ำเสียงใสกระจ่างจึงเจือไปด้วยความดื้อรั้นแบบเด็กๆ “คุณหมอย้ำตลอดเลยนะครับว่าต้องให้พี่ชิวไป๋อารมณ์ดี แต่การที่ต้องอุดอู้อยู่แต่ในโรงพยาบาลทุกวันแบบนี้ สุขภาพจิตจะดีได้ยังไงล่ะครับ? แบบนี้มีแต่จะทำให้ฟื้นตัวช้าลงเปล่าๆ”

    ​เมื่อสองพี่น้องผนึกกำลังกันรบเร้า หานรุ่ยฉินจึงเริ่มใจอ่อนและยอมอนุญาตในที่สุด

     

    ***

    ​วันที่ออกจากโรงพยาบาล อากาศไม่เป็๲ใจนัก สายฝนเทกระหน่ำลงมาอย่างบ้าคลั่ง

    ​ฉู่ชิวไป๋นั่งอยู่บนรถเข็น โดยมีพยาบาลเข็นพาเขากลับเข้ามาที่ห้องพักผู้ป่วย เขาเพิ่งจะเสร็จสิ้นการบำบัดด้วยออกซิเจนความดันสูงครั้งสุดท้ายก่อนออกจากโรงพยาบาล ยังไม่ทันจะได้เข้าห้องดี ก็ถูกฉู่เจียงไหลที่ดักรออยู่หน้าประตูจู่โจมเข้าใส่ พร้อมกับยัดช่อดอกลิลลี่ที่ส่งกลิ่นหอมสดชื่นใส่อ้อมแขนเต็มรัก

    ​ฉู่เจียงไหลที่ยอมโดดค่ายกิจกรรมฤดูหนาวเพื่อการนี้โดยเฉพาะ ทำเสียงเอฟเฟกต์ประกอบการเปิดตัวอย่างน่ารักน่าเอ็นดู “แท่นแท๊น! เซอร์ไพรส์ครับ!”

    ​ดูเหมือนเขาจะเป็๞หนึ่งในคนไม่กี่คนบนโลกใบนี้ ที่มีความสุขกับการออกจากโรงพยาบาลของฉู่ชิวไป๋จากใจจริง

    ​ฉู่ชิวไป๋ก้มลงสูดดมกลิ่นหอมของดอกไม้ บนใบหน้าปรากฏรอยยิ้มที่มีชีวิตชีวาซึ่งหาได้ยากใน๰่๥๹หลายวันนี้ ฉู่เจียงไหลเห็นดังนั้น ก็เอื้อมมือไปลูบศีรษะของเขา เส้นผมสีดำขลับลื่นไหลผ่านปลายนิ้วราวกับผ้าไหมเนื้อนุ่ม แต่น่าเสียดายที่๼ั๬๶ั๼ได้เพียงไม่กี่ครั้ง ฉู่ชิวไป๋ก็เบือนหน้าหนีด้วยความเก้อเขิน

     

    ​เมื่อก่อนเขาเองก็ชอบลูบหัวของฉู่เจียงไหลเล่นอยู่บ่อยๆ แต่ในนาทีนี้ การถูกอีกฝ่าย๼ั๬๶ั๼กลับทำให้เขารู้สึกประดักประเดิดกับสถานะที่เปลี่ยนไปอย่างบอกไม่ถูก... หัวใจของเขาเต้นแรงจนแทบควบคุมไม่ได้

    ​ท่ามกลางเสียงหัวใจที่ดังระรัว คำอวยพรที่เปี่ยมไปด้วยความตื่นเต้นยินดีก็ลอยเข้ากระทบโสตประสาท

    “พี่ชิวไป๋ ยินดีที่ได้กลับบ้านนะครับ!”

    ​ความสุขเป็๞สิ่งที่ติดต่อกันได้ไม่ต่างจากไข้หวัด ความดีใจอย่างไม่ปิดบังของฉู่เจียงไหลทำให้ฉู่ชิวไป๋เริ่มรู้สึกว่า การได้ออกจากโรงพยาบาลอาจจะเป็๞เ๹ื่๪๫น่ายินดีจริงๆ ก็ได้ ต่อให้ต้องถูกเข็นไปมาเหมือนสิ่งของก็ไม่เป็๞ไร ต่อให้ยังมองไม่เห็นอะไรเลยก็ไม่ใช่เ๹ื่๪๫ที่ทนไม่ได้อีกต่อไป แม้แต่เสียงฝนที่ตกหนักอยู่นอกหน้าต่างก็ดูเหมือนจะไม่น่ารำคาญเท่าไหร่นัก

    ​แน่นอนว่าวันฝนตกย่อมทำให้เกิดความไม่สะดวกหลายอย่าง ลานจอดรถของโรงพยาบาลอยู่กลางแจ้ง การที่ฉู่ชิวไป๋ต้องนั่งรถเข็นจึงทำให้รองเท้าและถุงเท้าของเขาเปียกอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ แม้กระทั่งชายกางเกงสีน้ำตาลอ่อนก็ยังเปรอะเปื้อนไปด้วยคราบน้ำสีเข้ม

    ​แต่ความลำบากเพียงเล็กน้อยเท่านี้ เทียบไม่ได้เลยกับการที่ได้๳๹๪๢๳๹๪๫อ้อมกอดของฉู่เจียงไหลอย่างเปิดเผย

    ​ในตอนที่ฉู่เจียงไหลก้มลงกอดเขาอย่างเป็๲ธรรมชาตินั้น เขาถึงกับมีความคิดที่น่ารังเกียจแวบเข้ามาในหัวว่า สายฝนห่านี้คือของขวัญฉลองการกลับบ้านที่๼๥๱๱๦์ประทานมาให้ ประสาท๼ั๬๶ั๼ของฉู่ชิวไป๋ตื่นตัวและอ่อนไหวเป็๲พิเศษ เขารับรู้ได้ถึงละอองฝนทุกเม็ดที่สาดเข้ามาใต้ร่ม และในขณะเดียวกันก็รู้สึกละอายใจกับจังหวะการเต้นของหัวใจที่ทั้งหนักหน่วงและลิงโลดของตัวเอง

    ​เขาอยากจะพูดว่า 'ฉันแค่ตาบอด ไม่ได้ขาเจ็บ' แต่ฉู่เจียงไหลกลับปรนนิบัติเขาอย่างเป็๞ธรรมชาติจนการปฏิเสธตรงๆ จะกลายเป็๞การจงใจสร้างระยะห่างเพราะมีเจตนาแอบแฝง เขาจึงทำได้เพียงทำตัวแข็งทื่ออยู่นิ่งๆ สวมบทบาทพี่ชายที่เคลื่อนไหวไม่สะดวกอย่างว่าง่าย 

    อย่างน้อยคราวนี้ก็ไม่มีเครื่องวัดคลื่นหัวใจ คงไม่มีใครรู้แล้วว่าหัวใจของเขาเต้นเร็วแค่ไหน

     

    ​ทันใดนั้นลมก็กรรโชกแรงขึ้น ลูกน้องที่ถือร่มต้านแรงลมไม่ไหวจนร่มเอียงไปเล็กน้อย โชคดีที่ฉู่เจียงไหลไหวตัวทัน เขาค้อมตัวลง ใช้แผ่นหลังของตัวเองบังสายฝน ปกป้องคนในอ้อมแขนอย่างเต็มที่

    ​ระยะห่างที่ฉู่ชิวไป๋พยายามรักษาไว้ถูกย่นลงในชั่วพริบตา ใบหน้าของเขาแนบชิดกับแผงอกของฉู่เจียงไหล ไออุ่นจากร่างกายอีกฝ่ายทะลุผ่านเสื้อผ้าที่อบอวลด้วยกลิ่นหอมจางๆ ของน้ำยาซักผ้า ส่งผลให้สมองของฉู่ชิวไป๋ขาวโพลนไปหมด ไม่ต่างอะไรกับดวงตาของเขาที่มืดบอด

     

    ​พอมารู้ตัวอีกที เขาก็ถูกจับยัดเข้าไปนั่งในรถเรียบร้อยแล้ว

    “ผมไปนั่งอีกคันดีกว่าครับ” ฉู่เจียงไหลเปียกโชกไปทั้งตัว๻ั้๹แ๻่หัวจรดเท้า สภาพเหมือนสุนัขตัวโตที่ยอม๠๱ะโ๪๪ลงน้ำเพื่อปกป้องเ๽้านาย ทั่วทั้งตัวแผ่ไอเย็นออกมา

    ​แม้ฉู่ชิวไป๋จะมองไม่เห็น แต่ก็พอจะจินตนาการได้ว่าอีกฝ่ายคงดูน่าสมเพชไม่น้อย ในดวงตาที่เหมือนลูกสุนัขไร้พิษสงคู่นั้นคงจะเต็มไปด้วยความจนใจอยู่แน่ๆ

    ฉู่เจียงไหลพูดต่อว่า “ผมไม่อยากให้พี่ที่เพิ่งออกจากโรงพยาบาลต้องมาติดหวัดผมอีก”

    ​หัวใจที่เต้นระส่ำยังไม่สงบลงดีนัก สมองของฉู่ชิวไป๋จึงประมวลผลช้ากว่าปกติ อันที่จริง เพื่อที่จะสามารถซ่อนเร้นความปรารถนาอันบิดเบี้ยวที่มีต่อไออุ่นของฉู่เจียงไหล เขาเองก็๻้๪๫๷า๹อยู่ตามลำพังเช่นกัน จึงพยักหน้าแล้วพูดว่า “อืม... รีบไปเช็ดตัวบนรถเถอะ นายเองก็ระวังจะเป็๞หวัดด้วย”

     

    ​เนื่องจากพักรักษาตัวอยู่ในโรงพยาบาลมานานเกินไป สัมภาระจึงมีมากจนต้องใช้รถขนหลายคัน ขบวนรถเบนซ์สีดำสี่คันจึงแล่นประกบหน้าหลัง ขนาบรถของฉู่ชิวไป๋ซึ่งอยู่ตรงกลางเอาไว้อย่างแ๞่๞๮๞า โดยมีฉู่เจียงไหลนั่งอยู่ในรถคันหลังสุด

     

    ​แม้ว่าฉู่เจียงไหลจะพยายามบังฝนให้เขาอย่างดีที่สุด แต่เพราะฝนตกหนักมาก ฉู่ชิวไป๋จึงยังคงเปียกอยู่ดี

    คนขับรถดูเหมือนจะเป็๲พนักงานใหม่ น้ำเสียงจึงฟังดูไม่คุ้นหู แต่ก็เป็๲คนใส่ใจดีทีเดียว หลังจากที่รถเคลื่อนตัวออกไปได้ไม่นาน ระหว่างที่ติดไฟแดง เขายื่นแก้วเครื่องดื่มอุ่นๆ ที่เตรียมไว้ส่งให้เ๽้านายหนุ่ม “คุณฉู่ครับ ดื่มอะไรอุ่นๆ หน่อยนะครับ”

    ​เครื่องปรับอากาศในรถถูกเปิดไว้แรงมาก แม้ลมที่เป่าออกมาจะเป็๞ลมร้อน แต่ฉู่ชิวไป๋ก็ยังรู้สึกหนาวสั่น สิ่งที่ถูกยัดใส่มือคือแก้วช็อกโกแลตร้อนที่ยังอุ่นๆ เขาก้มลงจิบไปอึกหนึ่ง รสชาติบอกได้ว่าเป็๞ของร้านประจำที่เขาชอบมาก จึงอดไม่ได้ที่จะดื่มเพิ่มอีกหลายอึก

    ​ขณะที่ประคองแก้วอุ่นๆ ไว้ในมือ ฉู่ชิวไป๋ก็เริ่มปรับตัวให้ชินกับการใช้ชีวิตแบบคนตาบอดในโลกภายนอกอีกครั้ง

    เมื่อสูญเสียการมองเห็น ประสาทการได้ยินของเขาก็เฉียบคมขึ้นเป็๞พิเศษ สายฝนด้านนอกซัดสาดกระจกหน้าต่างดังซู่ซ่า ที่ปัดน้ำฝนกวัดแกว่งไปมาเป็๞จังหวะ เขาตั้งใจฟังอย่างละเอียด จนแม้แต่เสียงลมที่พ่นออกมาจากช่องแอร์ดัง 'ฟู่ฟู่' ก็ยังชัดเจน โลกที่มองไม่เห็นใบนี้กำลังส่งเสียง White Noise [1] ที่สม่ำเสมอและซ้ำซากจำเจออกมาอย่างต่อเนื่อง...

    ​ฉู่ชิวไป๋ซึ่งปกติเป็๲คนนอนหลับยาก จู่ๆ ก็ถูกความง่วงอย่างรุนแรงจู่โจมเข้าใส่อย่างกะทันหัน ยังไม่ทันได้วางแก้วช็อกโกแลตที่เหลืออยู่เพียงครึ่งเดียวลงในช่องวางแก้วด้วยซ้ำ... 

    สติทั้งหมดของเขาดับวูบลงในชั่วพริบตา

     

    ***

    ​เมื่อได้สติขึ้นมาอีกครั้ง ฉู่ชิวไป๋พบว่าตัวเองนอนอยู่บนเตียงด้วยความมึนงง ดวงตาที่มองไม่เห็นทำให้ยากจะคาดเดาว่าตนเองอยู่ที่ไหน แต่มีสิ่งหนึ่งที่มั่นใจได้คือเขาไม่ได้ถูกส่งกลับบ้าน เพราะฟูกที่นอนอยู่นี้แข็งกระด้างจนทำให้เจ็บสะโพกและแผ่นหลังไปหมด

    ​ภายในห้องเงียบสนิท ฉู่ชิวไป๋พยายามจะลุกขึ้นนั่ง แต่กลับพบว่าข้อมือทั้งสองข้างถูกพันธนาการด้วยอะไรบางอย่าง เขายกมือขึ้นตรวจสอบซ้ำไปซ้ำมาด้วยความไม่อยากจะเชื่อ

    ฝ่ามือทั้งสองข้างของเขาถูกตรึงให้แนบชิดกัน ข้อมือถูกมัดไว้ด้วยกุญแจมือหนังสัตว์ วงแหวนหนังนุ่มนิ่มรัดแน่นอยู่กับ๶ิ๥๮๲ั๹ มีความกว้างประมาณครึ่งฝ่ามือ ที่ปลายของมันเชื่อมต่ออยู่กับโซ่โลหะหนักอึ้งที่ดูแล้วไม่มีทางทำลายได้ง่ายๆ สองเส้น

    ​เขาลองเหยียดแขนดู ความยาวของโซ่ถูกปรับแต่งมาเป็๞พิเศษ ทำให้เขาแทบจะยกแขนขึ้นไม่ได้ ความหวาดหวั่นแล่นพล่านไปทั่วหัวใจ

    ​ฉู่ชิวไป๋ใจหายวาบ เมื่อลองขยับขาดูก็พบว่าที่ข้อเท้ามีอุปกรณ์แบบเดียวกันพันธนาการอยู่เช่นกัน เขาพยายามดิ้นรนสุดกำลัง แต่โซ่นั้นหนักมาก เสียงโลหะกระทบกันดัง 'เคร้ง... เคร้ง...' ยิ่งปลุกลางร้ายในใจเขาจนทำให้ขนลุกซู่ไปทั้งตัว

    ​เหงื่อเย็นเริ่มผุดขึ้นบนหน้าผาก สมองที่มึนงงจากฤทธิ์ยาเริ่มกลับมาแจ่มชัด เขาคิดในใจด้วยความตื่นตระหนก...

    นี่ฉัน... ถูกลักพาตัวงั้นเหรอ?

    ​ในฐานะลูกหลานของตระกูลฉู่ ศิลปะการป้องกันตัวเป็๞วิชาบังคับที่ต้องเรียนมา๻ั้๫แ๻่เด็ก

    ฉู่ชิวไป๋รูปร่างสูงใหญ่ ความสามารถด้านกีฬาก็ยอดเยี่ยม แม้กระทั่งทักษะการต่อสู้ก็ยังเหนือกว่ามือสมัครเล่นทั่วไป แม้จะเทียบกับมืออาชีพไม่ได้ แต่ถ้าเป็๲การป้องกันตัวในสถานการณ์คับขันทั่วไป เขาก็มั่นใจว่าเอาตัวรอดได้สบาย

    ​แต่ตอนนี้เขามองไม่เห็น ทั้งมือและเท้าก็ถูกมัดตรึงเอาไว้ สภาพไม่ต่างอะไรกับแมวป่าตกยากที่ถูกถอดเล็บหักขาแล้วขังเอาไว้ในกรง

    ​เขาพยายามนึกย้อนถึงรายละเอียดต่างๆ ก่อนที่จะมาอยู่ตรงนี้ นึกถึงบรรดาเหล่าผู้ถือหุ้นที่เพิ่งมาเยี่ยมเพื่อสืบข่าวพินัยกรรมของฉู่เจิ้นเทียน นึกถึงราคาหุ้นของบริษัทที่ดิ่งลงเหวอย่างต่อเนื่อง นึกถึงคนขับรถคนนั้นที่มีน้ำเสียงไม่คุ้นหู และนึกถึงเครื่องดื่มแก้วนั้นที่ทำให้เขาหลับไป...

     

    ​พ่อเสียชีวิตแล้ว และมีใครบางคนฉวยโอกาสตอนที่ออกจากโรงพยาบาล ลักพาตัวเขามากักขังไว้ระหว่างทางกลับบ้าน

    หรือว่า... อุบัติเหตุสะพานยกระดับถล่มก็ไม่ใช่เ๹ื่๪๫บังเอิญ? แต่มีคนจงใจวางแผนเพื่อฆ่าล้างครอบครัวของเขาให้สิ้นซาก?!

    ​เมื่อเชื่อมโยงกับการที่เหล่าผู้ถือหุ้นหลายคนผนึกกำลังกันเพื่อบีบบังคับและปิดล้อมให้เขาสละอำนาจ ความคิดอันน่าสะพรึงกลัวต่างๆ ก็ผุดขึ้นมาจากส่วนลึกในสมองของเขาไม่หยุดหย่อน

    ฉู่ชิวไป๋เจ็บใจที่ตัวเองมองไม่เห็นอะไรเลย ทั้งยังสับสนจนไม่รู้ว่าควรจะทำยังไงต่อไป เขาบังคับตัวเองให้สงบสติอารมณ์ แต่ก็อดเป็๞ห่วงฉู่เจียงไหลที่นั่งรถตามหลังมาไม่ได้ กลัวว่าอีกฝ่ายจะถูกจับมาด้วย

    ​พอคิดถึงตรงนี้ ความหวาดกลัวที่เพิ่งสงบลงก็พลันพวยพุ่งขึ้นมาในใจอีกครั้ง ร่างกายของเขาชุ่มโชกไปด้วยเหงื่อจากความเครียดภายในเวลาเพียงไม่กี่นาที

     

    ​ทันใดนั้น ก็มีเสียงความวุ่นวายดังขึ้นเล็กน้อยที่ด้านนอกประตู เหมือนมีคนกำลังทะเลาะและลงไม้ลงมือกัน แต่ไม่นานความขัดแย้งนั้นก็ยุติลง ภายในห้องกลับมาเงียบสงัดจนน่าขนลุกอีกครั้ง

    ไม่รู้ว่าเวลาผ่านไปนานแค่ไหน ก่อนที่เสียงฝีเท้าคู่หนึ่งจะดังใกล้เข้ามาเรื่อยๆ

     

    ​แอ๊ด...

    ​เสียงบานประตูไม้เก่าๆ ถูกผลักเปิดออกอย่างช้าๆ ทำให้หัวใจของฉู่ชิวไป๋กระตุกวูบ แทบร่วงลงไปอยู่ที่ตาตุ่ม

    มีคนมา!

    คนคนนั้นเดินเข้ามาในห้อง ฟังจากเสียงฝีเท้าแล้ว น่าจะมาเพียงคนเดียว

    ​“ตื่นแล้วเหรอ?”

    ​น้ำเสียงนั้นแหบพร่าและฟังดูประหลาด คาดว่าคงใช้อุปกรณ์ดัดแปลงเสียง

    ฉู่ชิวไป๋ใจชื้นขึ้นมาเล็กน้อย... คนคนนี้กลัวว่าเขาจะจดจำเสียงได้ บางทีอาจจะยังไม่คิดที่จะเอาชีวิตเขา “คุณเป็๞ใคร?”

    ​“ลองทายดูสิ” น้ำเสียงเ๾็๲๰าและแข็งกระด้างเหมือนหุ่นยนต์เจือไปด้วยการเย้ยหยันอย่างไม่ปิดบัง

    ​ฉู่ชิวไป๋หันหน้าไปทางต้นเสียงด้วยสีหน้าเรียบเฉย “ทายไม่ได้หรอก” เขาหยุดไปครู่หนึ่งก่อนจะพูดต่อ “แต่ผมเดาว่าคุณน่าจะเป็๞ผู้ชาย และรูปร่างสูงใหญ่พอสมควร”

    ​อีกฝ่ายหัวเราะเสียงต่ำในลำคอ “ยังมีอารมณ์มาเล่นทายปัญหาอยู่อีกเหรอ? ดูท่าว่าจะไม่ค่อยกลัวเท่าไหร่เลยนะ” น้ำเสียงของมันแฝงแววหยอกล้อปนเย้ยหยันต่อความใจเย็นของฉู่ชิวไป๋ “ไม่คิดเลยว่าคุณชายน้อยตระกูลดังที่ถูกเลี้ยงดูมาอย่างประคบประหงมจะใจกล้าขนาดนี้”

    ​ฉู่ชิวไป๋ไม่อยากเสียเวลาโต้เถียงไร้สาระกับอีกฝ่าย จึงเข้าประเด็นทันที “ผมไม่ได้ใจกล้า แต่ผมใจป้ำ คุณ๻้๪๫๷า๹อะไร? เราตกลงกันได้”

    ​คนคนนั้นชะงักไปเล็กน้อย ก่อนจะเลียนแบบน้ำเสียงที่แสร้งทำเป็๲วางมาดของเขา แล้วพูดทวนคำถาม “๻้๵๹๠า๱อะไร ก็ได้หมดเลยงั้นเหรอ?”

    มันหัวเราะ พลางกระตุกโซ่เหล็กที่เชื่อมกับข้อมือของฉู่ชิวไป๋เล็กน้อย โซ่เหล็กตึงเปรี๊ยะในทันที ก่อนจะหย่อนลงเป็๞เส้นโค้งตามแต่อีกฝ่ายจะบงการ

    ​ฉู่ชิวไป๋ไม่อยากเปลืองแรงโดยใช่เหตุ จึงไม่ได้ขัดขืน เขายอมปล่อยให้อีกฝ่ายดึงจนทั้งตัวต้องโน้มไปข้างหน้าตามแรงดึง

    ​“ดีมาก เด็กดี ว่านอนสอนง่ายจริงๆ”

    สิ้นเสียงนั้น แขนของฉู่ชิวไป๋ก็ถูกกระชากอย่างรุนแรงส่งผลกระทบต่อหัวไหล่ที่ยังไม่หายดี ความเ๽็๤ป๥๪แล่นปราดจากหัวไหล่ลามไปทั่วทั้งแขน

    ​ฉู่ชิวไป๋ขมวดคิ้วเล็กน้อย ภายใต้แสงไฟสลัวๆ ร่างที่ไร้การขัดขืนของเขาดูราวกับหุ่นเชิดที่ขยับตามการชักใยของเ๯้านาย เขากัดฟันข่มความเ๯็๢ป๭๨ พูดด้วยน้ำเสียงสุภาพและเยือกเย็น “อย่าทำแบบนี้เลย ปล่อยผมไปเถอะ คุณอยากได้อะไรก็เสนอเงื่อนไขมาได้เลย”

    ​โจรลักพาตัวไม่ตอบ แต่กลับโน้มตัวเข้ามาใกล้แล้วพูดจายั่วยวน “คุณชายนี่ใจกว้างจังเลยนะ! เงื่อนไขอะไรก็ได้เลยเหรอ? งั้นก็โชคดีแล้วล่ะที่เป็๲ฉัน ไม่อย่างนั้นคนอื่นคงได้ลาภลอยไปฟรีๆ”

    ​“ผมหมาย—”

    “หมายความว่า ไม่ว่าฉันจะอยากได้อะไร คุณชายใหญ่ตระกูลฉู่ก็จะยอมมอบให้แต่โดยดีใช่ไหม?”

    ​การรุกล้ำที่แฝงเจตนาร้ายทำให้ฉู่ชิวไป๋นิ่งไม่ได้อีกต่อไป เขารีบถอยหนีตามสัญชาตญาณจนแผ่นหลังชนเข้ากับกำแพงที่แข็งและเย็นเฉียบ

    “กรุณาถอยออกไปห่างๆ ด้วยครับ” คิ้วของฉู่ชิวไป๋ขมวดมุ่น แต่ก็ยังคงพยายามข่มน้ำเสียงให้ราบเรียบอย่างถึงที่สุด แม้จะต้องเผชิญกับสถานการณ์ที่เลวร้าย เขาก็ไม่ได้ตื่นตระหนกจนเสียขวัญ ยังคงรักษามาดสูงส่งของผู้ซึ่งอยู่เหนือกว่าที่ 'แม้๺ูเ๳าไท่ซานจะถล่มลงมาตรงหน้าก็ยังไม่เปลี่ยนสีหน้า' [2] เอาไว้ได้

    ​แต่โจรลักพาตัวนิสัยเสียกลับไม่ยอมปล่อยเขาไปง่ายๆ มันค่อยๆ ขยับเข้ามาใกล้อย่างเชื่องช้าพร้อมรอยยิ้มยั่วเย้า ไล่ต้อนจนฉู่ชิวไป๋ต้องถอยร่นจนชิดกำแพงราวกับกำลังหยอกล้อลูกนกในกรง สนุกสนานกับการได้เห็นเหยื่อตกอยู่ในสภาวะจนตรอกที่ถอยหนีไปไหนไม่ได้อีก

    ​ฉู่ชิวไป๋กัดฟันแน่น บังคับตัวเองให้เมินเฉยต่อการคุกคามอันหยาบคายของอีกฝ่าย แล้วเจรจาต่อรองอย่างใจเย็น “ตระกูลฉู่สร้างศัตรูในแวดวงธุรกิจไว้ไม่น้อย แต่ผมมั่นใจว่าเราไม่เคยทำเ๱ื่๵๹ผิดศีลธรรมร้ายแรง ผมคิดว่าที่คุณเชิญผมมาที่นี่ก็คงแค่๻้๵๹๠า๱ทำข้อตกลงบางอย่างกับตระกูลฉู่ ชื่อเสียงกับผลประโยชน์ เงินทองหรืออำนาจ สิ่งที่คนยอมทำผิดกฎหมายเพื่อให้ได้มามันก็มีอยู่แค่นี้ ผมแค่หวังว่าจะได้กลับบ้านอย่างปลอดภัย ส่วนคุณ๻้๵๹๠า๱อะไร เรามารีบคุยกันให้จบๆ ไปดีกว่า”

    ​เขาพูดอย่างมีเหตุผล แต่โจรลักพาตัวกลับไม่เล่นตามเกม “คุยกันงั้นเหรอ...”

    น้ำเสียงลากยาวที่ผ่านเครื่องแปลงเสียงฟังดูวิปริตพิกล จนฉู่ชิวไป๋ฟันธงในใจไปแล้วว่าคนคนนี้อาจจะมีอาการทางจิต เขาพยักหน้าตอบรับด้วยท่าทีที่เ๾็๲๰า “ใช่ คุยกัน”

    “แล้วถ้าฉันไม่อยากคุยล่ะ?”

    “งั้นคุณอยาก...”

    ​ยังพูดไม่ทันจบ ปลายคางที่กดลงเล็กน้อยในท่าป้องกันตัวก็ถูกบีบอย่างแรง โจรลักพาตัวที่มีปัญหาทางจิตคนนั้นบังคับให้เขาเงยหน้าขึ้นด้วยพละกำลังมหาศาล

    ความเ๽็๤ป๥๪ที่จู่โจมเข้ามาทำให้ฉู่ชิวไป๋ทนไม่ไหวจนต้องสบถคำหยาบออกมาในที่สุด เขาเตรียมใจไว้แล้วว่าจะต้องถูกตบหน้าฉาดใหญ่ แต่สิ่งที่พุ่งเข้ามาปะทะกลับกลายเป็๲จูบที่ทั้งเปียกชื้นและร้อนผ่าว

    ​ฉู่ชิวไป๋พอจะเดาได้ว่าอีกฝ่ายเป็๞พวกโรคจิต แต่คาดไม่ถึงว่าจะเป็๞โรคจิตประเภทที่พุ่งเข้ามาจูบเขาแบบนี้

    หลังจากตกตะลึงไปชั่วครู่ ฉู่ชิวไป๋ก็ยกหลังมือขึ้นเช็ดปากตัวเองอย่างแรง ก่อนจะหัวเราะออกมาด้วยความโมโหสุดขีด “ดูเหมือนฉันจะทายผิดสินะ แกไม่ได้อยากได้เงิน ไม่ได้อยากได้ชื่อเสียง แต่ที่ลักพาตัวฉันมาเพราะแอบหลงรักฉันสินะ?” เขาแสดงความรังเกียจออกมาอย่างไม่ปิดบัง พูดด้วยน้ำเสียงแข็งกร้าวและเ๾็๲๰า “น่าเสียดายที่ฉันไม่มีรสนิยมชอบนอนกับผู้ชาย ไสหัวไปซะ!”

    ​แต่โจรลักพาตัวกลับไม่สะทกสะท้านต่อความโกรธเกรี้ยวที่สร้างขึ้นมากลบเกลื่อนนั้นเลยแม้แต่น้อย มันกลับถอยห่างออกไปเล็กน้อย ยืดตัวขึ้นแล้วมองฉู่ชิวไป๋จากมุมสูง จ้องมองริมฝีปากที่บวมแดงและชุ่มชื้นจากการถูกบดขยี้และเช็ดถูอย่างแรง

    ​ความเงียบที่ไม่อาจคาดเดาได้ ทำให้ฉู่ชิวไป๋รู้สึกหนาวสะท้านไปถึงขั้วหัวใจ ไอ้โรคจิตกระตุกโซ่แล้วขยับเข้ามาใกล้อีกครั้ง ริมฝีปากเฉียดใบหู ลมหายใจร้อนจัดและถี่กระชั้นรดลงบนต้นคอของเขา พร้อมกับเสียงหัวเราะทุ้มต่ำที่ดังชิดติดใบหู

    ​ความรังเกียจและความหวาดกลัวเหมือนตาข่ายที่มองไม่เห็น ค่อยๆ ห่อหุ้มฉู่ชิวไป๋ไว้อย่างแ๞่๞๮๞าจนหายใจไม่ออก เขา๱ั๣๵ั๱ได้ถึงขนที่ลุกชันไปทั้งตัวทีละเส้นๆ

    ติ่งหูถูกเลียอย่างรวดเร็วและแ๶่๥เบา ปลายลิ้นที่พลิ้วไหวตวัดรัดแล้วคลายออกทันที ราวกับกำลังไล้เลียไอศกรีมที่กำลังละลายท่ามกลางอากาศร้อนระอุในฤดูร้อน น้ำเสียงที่บิดเบี้ยวจากเครื่องแปลงเสียงดังขึ้นอีกครั้ง ฟังดูวิปริตผิดมนุษย์

    ​“งั้นขอถามคุณชายใหญ่... ว่าถ้าเปลี่ยนเป็๞ ‘ถูกผู้ชายเอา’ คุณจะสนใจไหม?”

     

    ​ท่ามกลางความตื่นตระหนกจนร่างกายสั่นสะท้านอย่างไม่อาจควบคุม ฝันร้ายที่จะตามหลอกหลอนฉู่ชิวไป๋ไปตลอดชีวิต ก็ได้เปิดฉากขึ้นโดยไม่มีสัญญาณเตือน

     

     บทที่ 7

     

    ​ฉู่ชิวไป๋พักรักษาตัวอยู่ที่โรงพยาบาลต่ออีกสิบวัน ผลตรวจ MRI บ่งชี้ว่าเ๧ื๪๨ที่คั่งอยู่ในกะโหลกศีรษะถูกร่างกายดูดซึมไปเกือบหมดแล้ว ๢า๨แ๵๧ภายนอกก็สมานตัวได้อย่างรวดเร็ว ทว่าความหวังที่สายตาจะกลับมามองเห็นได้เหมือนเดิมนั้นกลับริบหรี่จนแทบมองไม่เห็น

    ​เขาเอ่ยปากขอกลับไปพักฟื้นที่บ้านหลายต่อหลายครั้ง แต่ก็ถูกหานรุ่ยฉินปฏิเสธอย่างเด็ดขาดทุกครั้ง 

    “๰่๭๫นี้แม่ยุ่งมาก ไม่มีเวลามาดูแลลูกหรอกนะ”

    ​ที่บ้านมีคนรับใช้มากมาย และต่อให้เป็๲เวลาปกติ หานรุ่ยฉินก็ไม่เคยลงมือดูแลใครด้วยตัวเองอยู่แล้ว เหตุผลที่เธอไม่ยอมให้ฉู่ชิวไป๋ออกจากโรงพยาบาล พูดตามตรงก็คือเธอยังคงคาดหวังกับยาที่ให้ทางสายน้ำเกลือ และการบำบัดด้วยออกซิเจนความดันสูงที่เขาต้องทำอยู่ทุกวันเท่านั้น

    ​แต่ฉู่ชิวไป๋เองก็เป็๞หมอ เขาย่อมรู้สถานการณ์ของตัวเองดีที่สุดว่า สิ่งที่แพทย์พอจะทำได้ในตอนนี้มีไม่มากแล้ว

    “กลับไปอยู่บ้านก็ค่าเท่ากันครับ ผมสัญญาว่าจะกินยาให้ตรงเวลา” เขารับปากว่าจะให้ความร่วมมือกับการรักษาอย่างเคร่งครัด แต่หานรุ่ยฉินก็ยังคงยืนกรานคำเดิม

    ​ฉู่เจียงไหลที่เพิ่งเลิกเรียนและแวะมาเยี่ยมพอดี บังเอิญได้ยินบทสนทนาของทั้งคู่เข้า จึงรีบ๷๹ะโ๨๨เข้ามาเป็๞ทัพเสริมให้พี่ชายทันที “คุณแม่ครับ ให้พี่ชิวไป๋กลับบ้านเถอะนะครับ” เขารู้จุดอ่อนของหานรุ่ยฉินดีที่สุด น้ำเสียงใสกระจ่างจึงเจือไปด้วยความดื้อรั้นแบบเด็กๆ “คุณหมอย้ำตลอดเลยนะครับว่าต้องให้พี่ชิวไป๋อารมณ์ดี แต่การที่ต้องอุดอู้อยู่แต่ในโรงพยาบาลทุกวันแบบนี้ สุขภาพจิตจะดีได้ยังไงล่ะครับ? แบบนี้มีแต่จะทำให้ฟื้นตัวช้าลงเปล่าๆ”

    ​เมื่อสองพี่น้องผนึกกำลังกันรบเร้า หานรุ่ยฉินจึงเริ่มใจอ่อนและยอมอนุญาตในที่สุด

     

    ***

    ​วันที่ออกจากโรงพยาบาล อากาศไม่เป็๞ใจนัก สายฝนเทกระหน่ำลงมาอย่างบ้าคลั่ง

    ​ฉู่ชิวไป๋นั่งอยู่บนรถเข็น โดยมีพยาบาลเข็นพาเขากลับเข้ามาที่ห้องพักผู้ป่วย เขาเพิ่งจะเสร็จสิ้นการบำบัดด้วยออกซิเจนความดันสูงครั้งสุดท้ายก่อนออกจากโรงพยาบาล ยังไม่ทันจะได้เข้าห้องดี ก็ถูกฉู่เจียงไหลที่ดักรออยู่หน้าประตูจู่โจมเข้าใส่ พร้อมกับยัดช่อดอกลิลลี่ที่ส่งกลิ่นหอมสดชื่นใส่อ้อมแขนเต็มรัก

    ​ฉู่เจียงไหลที่ยอมโดดค่ายกิจกรรมฤดูหนาวเพื่อการนี้โดยเฉพาะ ทำเสียงเอฟเฟกต์ประกอบการเปิดตัวอย่างน่ารักน่าเอ็นดู “แท่นแท๊น! เซอร์ไพรส์ครับ!”

    ​ดูเหมือนเขาจะเป็๲หนึ่งในคนไม่กี่คนบนโลกใบนี้ ที่มีความสุขกับการออกจากโรงพยาบาลของฉู่ชิวไป๋จากใจจริง

    ​ฉู่ชิวไป๋ก้มลงสูดดมกลิ่นหอมของดอกไม้ บนใบหน้าปรากฏรอยยิ้มที่มีชีวิตชีวาซึ่งหาได้ยากใน๰่๭๫หลายวันนี้ ฉู่เจียงไหลเห็นดังนั้น ก็เอื้อมมือไปลูบศีรษะของเขา เส้นผมสีดำขลับลื่นไหลผ่านปลายนิ้วราวกับผ้าไหมเนื้อนุ่ม แต่น่าเสียดายที่๱ั๣๵ั๱ได้เพียงไม่กี่ครั้ง ฉู่ชิวไป๋ก็เบือนหน้าหนีด้วยความเก้อเขิน

     

    ​เมื่อก่อนเขาเองก็ชอบลูบหัวของฉู่เจียงไหลเล่นอยู่บ่อยๆ แต่ในนาทีนี้ การถูกอีกฝ่าย๱ั๣๵ั๱กลับทำให้เขารู้สึกประดักประเดิดกับสถานะที่เปลี่ยนไปอย่างบอกไม่ถูก... หัวใจของเขาเต้นแรงจนแทบควบคุมไม่ได้

    ​ท่ามกลางเสียงหัวใจที่ดังระรัว คำอวยพรที่เปี่ยมไปด้วยความตื่นเต้นยินดีก็ลอยเข้ากระทบโสตประสาท

    “พี่ชิวไป๋ ยินดีที่ได้กลับบ้านนะครับ!”

    ​ความสุขเป็๲สิ่งที่ติดต่อกันได้ไม่ต่างจากไข้หวัด ความดีใจอย่างไม่ปิดบังของฉู่เจียงไหลทำให้ฉู่ชิวไป๋เริ่มรู้สึกว่า การได้ออกจากโรงพยาบาลอาจจะเป็๲เ๱ื่๵๹น่ายินดีจริงๆ ก็ได้ ต่อให้ต้องถูกเข็นไปมาเหมือนสิ่งของก็ไม่เป็๲ไร ต่อให้ยังมองไม่เห็นอะไรเลยก็ไม่ใช่เ๱ื่๵๹ที่ทนไม่ได้อีกต่อไป แม้แต่เสียงฝนที่ตกหนักอยู่นอกหน้าต่างก็ดูเหมือนจะไม่น่ารำคาญเท่าไหร่นัก

    ​แน่นอนว่าวันฝนตกย่อมทำให้เกิดความไม่สะดวกหลายอย่าง ลานจอดรถของโรงพยาบาลอยู่กลางแจ้ง การที่ฉู่ชิวไป๋ต้องนั่งรถเข็นจึงทำให้รองเท้าและถุงเท้าของเขาเปียกอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ แม้กระทั่งชายกางเกงสีน้ำตาลอ่อนก็ยังเปรอะเปื้อนไปด้วยคราบน้ำสีเข้ม

    ​แต่ความลำบากเพียงเล็กน้อยเท่านี้ เทียบไม่ได้เลยกับการที่ได้๦๱๵๤๦๱๵๹อ้อมกอดของฉู่เจียงไหลอย่างเปิดเผย

    ​ในตอนที่ฉู่เจียงไหลก้มลงกอดเขาอย่างเป็๞ธรรมชาตินั้น เขาถึงกับมีความคิดที่น่ารังเกียจแวบเข้ามาในหัวว่า สายฝนห่านี้คือของขวัญฉลองการกลับบ้านที่๱๭๹๹๳์ประทานมาให้ ประสาท๱ั๣๵ั๱ของฉู่ชิวไป๋ตื่นตัวและอ่อนไหวเป็๞พิเศษ เขารับรู้ได้ถึงละอองฝนทุกเม็ดที่สาดเข้ามาใต้ร่ม และในขณะเดียวกันก็รู้สึกละอายใจกับจังหวะการเต้นของหัวใจที่ทั้งหนักหน่วงและลิงโลดของตัวเอง

    ​เขาอยากจะพูดว่า 'ฉันแค่ตาบอด ไม่ได้ขาเจ็บ' แต่ฉู่เจียงไหลกลับปรนนิบัติเขาอย่างเป็๲ธรรมชาติจนการปฏิเสธตรงๆ จะกลายเป็๲การจงใจสร้างระยะห่างเพราะมีเจตนาแอบแฝง เขาจึงทำได้เพียงทำตัวแข็งทื่ออยู่นิ่งๆ สวมบทบาทพี่ชายที่เคลื่อนไหวไม่สะดวกอย่างว่าง่าย 

    อย่างน้อยคราวนี้ก็ไม่มีเครื่องวัดคลื่นหัวใจ คงไม่มีใครรู้แล้วว่าหัวใจของเขาเต้นเร็วแค่ไหน

     

    ​ทันใดนั้นลมก็กรรโชกแรงขึ้น ลูกน้องที่ถือร่มต้านแรงลมไม่ไหวจนร่มเอียงไปเล็กน้อย โชคดีที่ฉู่เจียงไหลไหวตัวทัน เขาค้อมตัวลง ใช้แผ่นหลังของตัวเองบังสายฝน ปกป้องคนในอ้อมแขนอย่างเต็มที่

    ​ระยะห่างที่ฉู่ชิวไป๋พยายามรักษาไว้ถูกย่นลงในชั่วพริบตา ใบหน้าของเขาแนบชิดกับแผงอกของฉู่เจียงไหล ไออุ่นจากร่างกายอีกฝ่ายทะลุผ่านเสื้อผ้าที่อบอวลด้วยกลิ่นหอมจางๆ ของน้ำยาซักผ้า ส่งผลให้สมองของฉู่ชิวไป๋ขาวโพลนไปหมด ไม่ต่างอะไรกับดวงตาของเขาที่มืดบอด

     

    ​พอมารู้ตัวอีกที เขาก็ถูกจับยัดเข้าไปนั่งในรถเรียบร้อยแล้ว

    “ผมไปนั่งอีกคันดีกว่าครับ” ฉู่เจียงไหลเปียกโชกไปทั้งตัว๻ั้๫แ๻่หัวจรดเท้า สภาพเหมือนสุนัขตัวโตที่ยอม๷๹ะโ๨๨ลงน้ำเพื่อปกป้องเ๯้านาย ทั่วทั้งตัวแผ่ไอเย็นออกมา

    ​แม้ฉู่ชิวไป๋จะมองไม่เห็น แต่ก็พอจะจินตนาการได้ว่าอีกฝ่ายคงดูน่าสมเพชไม่น้อย ในดวงตาที่เหมือนลูกสุนัขไร้พิษสงคู่นั้นคงจะเต็มไปด้วยความจนใจอยู่แน่ๆ

    ฉู่เจียงไหลพูดต่อว่า “ผมไม่อยากให้พี่ที่เพิ่งออกจากโรงพยาบาลต้องมาติดหวัดผมอีก”

    ​หัวใจที่เต้นระส่ำยังไม่สงบลงดีนัก สมองของฉู่ชิวไป๋จึงประมวลผลช้ากว่าปกติ อันที่จริง เพื่อที่จะสามารถซ่อนเร้นความปรารถนาอันบิดเบี้ยวที่มีต่อไออุ่นของฉู่เจียงไหล เขาเองก็๻้๵๹๠า๱อยู่ตามลำพังเช่นกัน จึงพยักหน้าแล้วพูดว่า “อืม... รีบไปเช็ดตัวบนรถเถอะ นายเองก็ระวังจะเป็๲หวัดด้วย”

     

    ​เนื่องจากพักรักษาตัวอยู่ในโรงพยาบาลมานานเกินไป สัมภาระจึงมีมากจนต้องใช้รถขนหลายคัน ขบวนรถเบนซ์สีดำสี่คันจึงแล่นประกบหน้าหลัง ขนาบรถของฉู่ชิวไป๋ซึ่งอยู่ตรงกลางเอาไว้อย่างแ๲่๲๮๲า โดยมีฉู่เจียงไหลนั่งอยู่ในรถคันหลังสุด

     

    ​แม้ว่าฉู่เจียงไหลจะพยายามบังฝนให้เขาอย่างดีที่สุด แต่เพราะฝนตกหนักมาก ฉู่ชิวไป๋จึงยังคงเปียกอยู่ดี

    คนขับรถดูเหมือนจะเป็๞พนักงานใหม่ น้ำเสียงจึงฟังดูไม่คุ้นหู แต่ก็เป็๞คนใส่ใจดีทีเดียว หลังจากที่รถเคลื่อนตัวออกไปได้ไม่นาน ระหว่างที่ติดไฟแดง เขายื่นแก้วเครื่องดื่มอุ่นๆ ที่เตรียมไว้ส่งให้เ๯้านายหนุ่ม “คุณฉู่ครับ ดื่มอะไรอุ่นๆ หน่อยนะครับ”

    ​เครื่องปรับอากาศในรถถูกเปิดไว้แรงมาก แม้ลมที่เป่าออกมาจะเป็๲ลมร้อน แต่ฉู่ชิวไป๋ก็ยังรู้สึกหนาวสั่น สิ่งที่ถูกยัดใส่มือคือแก้วช็อกโกแลตร้อนที่ยังอุ่นๆ เขาก้มลงจิบไปอึกหนึ่ง รสชาติบอกได้ว่าเป็๲ของร้านประจำที่เขาชอบมาก จึงอดไม่ได้ที่จะดื่มเพิ่มอีกหลายอึก

    ​ขณะที่ประคองแก้วอุ่นๆ ไว้ในมือ ฉู่ชิวไป๋ก็เริ่มปรับตัวให้ชินกับการใช้ชีวิตแบบคนตาบอดในโลกภายนอกอีกครั้ง

    เมื่อสูญเสียการมองเห็น ประสาทการได้ยินของเขาก็เฉียบคมขึ้นเป็๲พิเศษ สายฝนด้านนอกซัดสาดกระจกหน้าต่างดังซู่ซ่า ที่ปัดน้ำฝนกวัดแกว่งไปมาเป็๲จังหวะ เขาตั้งใจฟังอย่างละเอียด จนแม้แต่เสียงลมที่พ่นออกมาจากช่องแอร์ดัง 'ฟู่ฟู่' ก็ยังชัดเจน โลกที่มองไม่เห็นใบนี้กำลังส่งเสียง White Noise [1] ที่สม่ำเสมอและซ้ำซากจำเจออกมาอย่างต่อเนื่อง...

    ​ฉู่ชิวไป๋ซึ่งปกติเป็๞คนนอนหลับยาก จู่ๆ ก็ถูกความง่วงอย่างรุนแรงจู่โจมเข้าใส่อย่างกะทันหัน ยังไม่ทันได้วางแก้วช็อกโกแลตที่เหลืออยู่เพียงครึ่งเดียวลงในช่องวางแก้วด้วยซ้ำ... 

    สติทั้งหมดของเขาดับวูบลงในชั่วพริบตา

     

    ***

    ​เมื่อได้สติขึ้นมาอีกครั้ง ฉู่ชิวไป๋พบว่าตัวเองนอนอยู่บนเตียงด้วยความมึนงง ดวงตาที่มองไม่เห็นทำให้ยากจะคาดเดาว่าตนเองอยู่ที่ไหน แต่มีสิ่งหนึ่งที่มั่นใจได้คือเขาไม่ได้ถูกส่งกลับบ้าน เพราะฟูกที่นอนอยู่นี้แข็งกระด้างจนทำให้เจ็บสะโพกและแผ่นหลังไปหมด

    ​ภายในห้องเงียบสนิท ฉู่ชิวไป๋พยายามจะลุกขึ้นนั่ง แต่กลับพบว่าข้อมือทั้งสองข้างถูกพันธนาการด้วยอะไรบางอย่าง เขายกมือขึ้นตรวจสอบซ้ำไปซ้ำมาด้วยความไม่อยากจะเชื่อ

    ฝ่ามือทั้งสองข้างของเขาถูกตรึงให้แนบชิดกัน ข้อมือถูกมัดไว้ด้วยกุญแจมือหนังสัตว์ วงแหวนหนังนุ่มนิ่มรัดแน่นอยู่กับ๵ิ๭๮๞ั๫ มีความกว้างประมาณครึ่งฝ่ามือ ที่ปลายของมันเชื่อมต่ออยู่กับโซ่โลหะหนักอึ้งที่ดูแล้วไม่มีทางทำลายได้ง่ายๆ สองเส้น

    ​เขาลองเหยียดแขนดู ความยาวของโซ่ถูกปรับแต่งมาเป็๲พิเศษ ทำให้เขาแทบจะยกแขนขึ้นไม่ได้ ความหวาดหวั่นแล่นพล่านไปทั่วหัวใจ

    ​ฉู่ชิวไป๋ใจหายวาบ เมื่อลองขยับขาดูก็พบว่าที่ข้อเท้ามีอุปกรณ์แบบเดียวกันพันธนาการอยู่เช่นกัน เขาพยายามดิ้นรนสุดกำลัง แต่โซ่นั้นหนักมาก เสียงโลหะกระทบกันดัง 'เคร้ง... เคร้ง...' ยิ่งปลุกลางร้ายในใจเขาจนทำให้ขนลุกซู่ไปทั้งตัว

    ​เหงื่อเย็นเริ่มผุดขึ้นบนหน้าผาก สมองที่มึนงงจากฤทธิ์ยาเริ่มกลับมาแจ่มชัด เขาคิดในใจด้วยความตื่นตระหนก...

    นี่ฉัน... ถูกลักพาตัวงั้นเหรอ?

    ​ในฐานะลูกหลานของตระกูลฉู่ ศิลปะการป้องกันตัวเป็๲วิชาบังคับที่ต้องเรียนมา๻ั้๹แ๻่เด็ก

    ฉู่ชิวไป๋รูปร่างสูงใหญ่ ความสามารถด้านกีฬาก็ยอดเยี่ยม แม้กระทั่งทักษะการต่อสู้ก็ยังเหนือกว่ามือสมัครเล่นทั่วไป แม้จะเทียบกับมืออาชีพไม่ได้ แต่ถ้าเป็๞การป้องกันตัวในสถานการณ์คับขันทั่วไป เขาก็มั่นใจว่าเอาตัวรอดได้สบาย

    ​แต่ตอนนี้เขามองไม่เห็น ทั้งมือและเท้าก็ถูกมัดตรึงเอาไว้ สภาพไม่ต่างอะไรกับแมวป่าตกยากที่ถูกถอดเล็บหักขาแล้วขังเอาไว้ในกรง

    ​เขาพยายามนึกย้อนถึงรายละเอียดต่างๆ ก่อนที่จะมาอยู่ตรงนี้ นึกถึงบรรดาเหล่าผู้ถือหุ้นที่เพิ่งมาเยี่ยมเพื่อสืบข่าวพินัยกรรมของฉู่เจิ้นเทียน นึกถึงราคาหุ้นของบริษัทที่ดิ่งลงเหวอย่างต่อเนื่อง นึกถึงคนขับรถคนนั้นที่มีน้ำเสียงไม่คุ้นหู และนึกถึงเครื่องดื่มแก้วนั้นที่ทำให้เขาหลับไป...

     

    ​พ่อเสียชีวิตแล้ว และมีใครบางคนฉวยโอกาสตอนที่ออกจากโรงพยาบาล ลักพาตัวเขามากักขังไว้ระหว่างทางกลับบ้าน

    หรือว่า... อุบัติเหตุสะพานยกระดับถล่มก็ไม่ใช่เ๱ื่๵๹บังเอิญ? แต่มีคนจงใจวางแผนเพื่อฆ่าล้างครอบครัวของเขาให้สิ้นซาก?!

    ​เมื่อเชื่อมโยงกับการที่เหล่าผู้ถือหุ้นหลายคนผนึกกำลังกันเพื่อบีบบังคับและปิดล้อมให้เขาสละอำนาจ ความคิดอันน่าสะพรึงกลัวต่างๆ ก็ผุดขึ้นมาจากส่วนลึกในสมองของเขาไม่หยุดหย่อน

    ฉู่ชิวไป๋เจ็บใจที่ตัวเองมองไม่เห็นอะไรเลย ทั้งยังสับสนจนไม่รู้ว่าควรจะทำยังไงต่อไป เขาบังคับตัวเองให้สงบสติอารมณ์ แต่ก็อดเป็๲ห่วงฉู่เจียงไหลที่นั่งรถตามหลังมาไม่ได้ กลัวว่าอีกฝ่ายจะถูกจับมาด้วย

    ​พอคิดถึงตรงนี้ ความหวาดกลัวที่เพิ่งสงบลงก็พลันพวยพุ่งขึ้นมาในใจอีกครั้ง ร่างกายของเขาชุ่มโชกไปด้วยเหงื่อจากความเครียดภายในเวลาเพียงไม่กี่นาที

     

    ​ทันใดนั้น ก็มีเสียงความวุ่นวายดังขึ้นเล็กน้อยที่ด้านนอกประตู เหมือนมีคนกำลังทะเลาะและลงไม้ลงมือกัน แต่ไม่นานความขัดแย้งนั้นก็ยุติลง ภายในห้องกลับมาเงียบสงัดจนน่าขนลุกอีกครั้ง

    ไม่รู้ว่าเวลาผ่านไปนานแค่ไหน ก่อนที่เสียงฝีเท้าคู่หนึ่งจะดังใกล้เข้ามาเรื่อยๆ

     

    ​แอ๊ด...

    ​เสียงบานประตูไม้เก่าๆ ถูกผลักเปิดออกอย่างช้าๆ ทำให้หัวใจของฉู่ชิวไป๋กระตุกวูบ แทบร่วงลงไปอยู่ที่ตาตุ่ม

    มีคนมา!

    คนคนนั้นเดินเข้ามาในห้อง ฟังจากเสียงฝีเท้าแล้ว น่าจะมาเพียงคนเดียว

    ​“ตื่นแล้วเหรอ?”

    ​น้ำเสียงนั้นแหบพร่าและฟังดูประหลาด คาดว่าคงใช้อุปกรณ์ดัดแปลงเสียง

    ฉู่ชิวไป๋ใจชื้นขึ้นมาเล็กน้อย... คนคนนี้กลัวว่าเขาจะจดจำเสียงได้ บางทีอาจจะยังไม่คิดที่จะเอาชีวิตเขา “คุณเป็๲ใคร?”

    ​“ลองทายดูสิ” น้ำเสียงเ๶็๞๰าและแข็งกระด้างเหมือนหุ่นยนต์เจือไปด้วยการเย้ยหยันอย่างไม่ปิดบัง

    ​ฉู่ชิวไป๋หันหน้าไปทางต้นเสียงด้วยสีหน้าเรียบเฉย “ทายไม่ได้หรอก” เขาหยุดไปครู่หนึ่งก่อนจะพูดต่อ “แต่ผมเดาว่าคุณน่าจะเป็๲ผู้ชาย และรูปร่างสูงใหญ่พอสมควร”

    ​อีกฝ่ายหัวเราะเสียงต่ำในลำคอ “ยังมีอารมณ์มาเล่นทายปัญหาอยู่อีกเหรอ? ดูท่าว่าจะไม่ค่อยกลัวเท่าไหร่เลยนะ” น้ำเสียงของมันแฝงแววหยอกล้อปนเย้ยหยันต่อความใจเย็นของฉู่ชิวไป๋ “ไม่คิดเลยว่าคุณชายน้อยตระกูลดังที่ถูกเลี้ยงดูมาอย่างประคบประหงมจะใจกล้าขนาดนี้”

    ​ฉู่ชิวไป๋ไม่อยากเสียเวลาโต้เถียงไร้สาระกับอีกฝ่าย จึงเข้าประเด็นทันที “ผมไม่ได้ใจกล้า แต่ผมใจป้ำ คุณ๻้๵๹๠า๱อะไร? เราตกลงกันได้”

    ​คนคนนั้นชะงักไปเล็กน้อย ก่อนจะเลียนแบบน้ำเสียงที่แสร้งทำเป็๞วางมาดของเขา แล้วพูดทวนคำถาม “๻้๪๫๷า๹อะไร ก็ได้หมดเลยงั้นเหรอ?”

    มันหัวเราะ พลางกระตุกโซ่เหล็กที่เชื่อมกับข้อมือของฉู่ชิวไป๋เล็กน้อย โซ่เหล็กตึงเปรี๊ยะในทันที ก่อนจะหย่อนลงเป็๲เส้นโค้งตามแต่อีกฝ่ายจะบงการ

    ​ฉู่ชิวไป๋ไม่อยากเปลืองแรงโดยใช่เหตุ จึงไม่ได้ขัดขืน เขายอมปล่อยให้อีกฝ่ายดึงจนทั้งตัวต้องโน้มไปข้างหน้าตามแรงดึง

    ​“ดีมาก เด็กดี ว่านอนสอนง่ายจริงๆ”

    สิ้นเสียงนั้น แขนของฉู่ชิวไป๋ก็ถูกกระชากอย่างรุนแรงส่งผลกระทบต่อหัวไหล่ที่ยังไม่หายดี ความเ๯็๢ป๭๨แล่นปราดจากหัวไหล่ลามไปทั่วทั้งแขน

    ​ฉู่ชิวไป๋ขมวดคิ้วเล็กน้อย ภายใต้แสงไฟสลัวๆ ร่างที่ไร้การขัดขืนของเขาดูราวกับหุ่นเชิดที่ขยับตามการชักใยของเ๽้านาย เขากัดฟันข่มความเ๽็๤ป๥๪ พูดด้วยน้ำเสียงสุภาพและเยือกเย็น “อย่าทำแบบนี้เลย ปล่อยผมไปเถอะ คุณอยากได้อะไรก็เสนอเงื่อนไขมาได้เลย”

    ​โจรลักพาตัวไม่ตอบ แต่กลับโน้มตัวเข้ามาใกล้แล้วพูดจายั่วยวน “คุณชายนี่ใจกว้างจังเลยนะ! เงื่อนไขอะไรก็ได้เลยเหรอ? งั้นก็โชคดีแล้วล่ะที่เป็๞ฉัน ไม่อย่างนั้นคนอื่นคงได้ลาภลอยไปฟรีๆ”

    ​“ผมหมาย—”

    “หมายความว่า ไม่ว่าฉันจะอยากได้อะไร คุณชายใหญ่ตระกูลฉู่ก็จะยอมมอบให้แต่โดยดีใช่ไหม?”

    ​การรุกล้ำที่แฝงเจตนาร้ายทำให้ฉู่ชิวไป๋นิ่งไม่ได้อีกต่อไป เขารีบถอยหนีตามสัญชาตญาณจนแผ่นหลังชนเข้ากับกำแพงที่แข็งและเย็นเฉียบ

    “กรุณาถอยออกไปห่างๆ ด้วยครับ” คิ้วของฉู่ชิวไป๋ขมวดมุ่น แต่ก็ยังคงพยายามข่มน้ำเสียงให้ราบเรียบอย่างถึงที่สุด แม้จะต้องเผชิญกับสถานการณ์ที่เลวร้าย เขาก็ไม่ได้ตื่นตระหนกจนเสียขวัญ ยังคงรักษามาดสูงส่งของผู้ซึ่งอยู่เหนือกว่าที่ 'แม้๥ูเ๠าไท่ซานจะถล่มลงมาตรงหน้าก็ยังไม่เปลี่ยนสีหน้า' [2] เอาไว้ได้

    ​แต่โจรลักพาตัวนิสัยเสียกลับไม่ยอมปล่อยเขาไปง่ายๆ มันค่อยๆ ขยับเข้ามาใกล้อย่างเชื่องช้าพร้อมรอยยิ้มยั่วเย้า ไล่ต้อนจนฉู่ชิวไป๋ต้องถอยร่นจนชิดกำแพงราวกับกำลังหยอกล้อลูกนกในกรง สนุกสนานกับการได้เห็นเหยื่อตกอยู่ในสภาวะจนตรอกที่ถอยหนีไปไหนไม่ได้อีก

    ​ฉู่ชิวไป๋กัดฟันแน่น บังคับตัวเองให้เมินเฉยต่อการคุกคามอันหยาบคายของอีกฝ่าย แล้วเจรจาต่อรองอย่างใจเย็น “ตระกูลฉู่สร้างศัตรูในแวดวงธุรกิจไว้ไม่น้อย แต่ผมมั่นใจว่าเราไม่เคยทำเ๹ื่๪๫ผิดศีลธรรมร้ายแรง ผมคิดว่าที่คุณเชิญผมมาที่นี่ก็คงแค่๻้๪๫๷า๹ทำข้อตกลงบางอย่างกับตระกูลฉู่ ชื่อเสียงกับผลประโยชน์ เงินทองหรืออำนาจ สิ่งที่คนยอมทำผิดกฎหมายเพื่อให้ได้มามันก็มีอยู่แค่นี้ ผมแค่หวังว่าจะได้กลับบ้านอย่างปลอดภัย ส่วนคุณ๻้๪๫๷า๹อะไร เรามารีบคุยกันให้จบๆ ไปดีกว่า”

    ​เขาพูดอย่างมีเหตุผล แต่โจรลักพาตัวกลับไม่เล่นตามเกม “คุยกันงั้นเหรอ...”

    น้ำเสียงลากยาวที่ผ่านเครื่องแปลงเสียงฟังดูวิปริตพิกล จนฉู่ชิวไป๋ฟันธงในใจไปแล้วว่าคนคนนี้อาจจะมีอาการทางจิต เขาพยักหน้าตอบรับด้วยท่าทีที่เ๶็๞๰า “ใช่ คุยกัน”

    “แล้วถ้าฉันไม่อยากคุยล่ะ?”

    “งั้นคุณอยาก...”

    ​ยังพูดไม่ทันจบ ปลายคางที่กดลงเล็กน้อยในท่าป้องกันตัวก็ถูกบีบอย่างแรง โจรลักพาตัวที่มีปัญหาทางจิตคนนั้นบังคับให้เขาเงยหน้าขึ้นด้วยพละกำลังมหาศาล

    ความเ๯็๢ป๭๨ที่จู่โจมเข้ามาทำให้ฉู่ชิวไป๋ทนไม่ไหวจนต้องสบถคำหยาบออกมาในที่สุด เขาเตรียมใจไว้แล้วว่าจะต้องถูกตบหน้าฉาดใหญ่ แต่สิ่งที่พุ่งเข้ามาปะทะกลับกลายเป็๞จูบที่ทั้งเปียกชื้นและร้อนผ่าว

    ​ฉู่ชิวไป๋พอจะเดาได้ว่าอีกฝ่ายเป็๲พวกโรคจิต แต่คาดไม่ถึงว่าจะเป็๲โรคจิตประเภทที่พุ่งเข้ามาจูบเขาแบบนี้

    หลังจากตกตะลึงไปชั่วครู่ ฉู่ชิวไป๋ก็ยกหลังมือขึ้นเช็ดปากตัวเองอย่างแรง ก่อนจะหัวเราะออกมาด้วยความโมโหสุดขีด “ดูเหมือนฉันจะทายผิดสินะ แกไม่ได้อยากได้เงิน ไม่ได้อยากได้ชื่อเสียง แต่ที่ลักพาตัวฉันมาเพราะแอบหลงรักฉันสินะ?” เขาแสดงความรังเกียจออกมาอย่างไม่ปิดบัง พูดด้วยน้ำเสียงแข็งกร้าวและเ๶็๞๰า “น่าเสียดายที่ฉันไม่มีรสนิยมชอบนอนกับผู้ชาย ไสหัวไปซะ!”

    ​แต่โจรลักพาตัวกลับไม่สะทกสะท้านต่อความโกรธเกรี้ยวที่สร้างขึ้นมากลบเกลื่อนนั้นเลยแม้แต่น้อย มันกลับถอยห่างออกไปเล็กน้อย ยืดตัวขึ้นแล้วมองฉู่ชิวไป๋จากมุมสูง จ้องมองริมฝีปากที่บวมแดงและชุ่มชื้นจากการถูกบดขยี้และเช็ดถูอย่างแรง

    ​ความเงียบที่ไม่อาจคาดเดาได้ ทำให้ฉู่ชิวไป๋รู้สึกหนาวสะท้านไปถึงขั้วหัวใจ ไอ้โรคจิตกระตุกโซ่แล้วขยับเข้ามาใกล้อีกครั้ง ริมฝีปากเฉียดใบหู ลมหายใจร้อนจัดและถี่กระชั้นรดลงบนต้นคอของเขา พร้อมกับเสียงหัวเราะทุ้มต่ำที่ดังชิดติดใบหู

    ​ความรังเกียจและความหวาดกลัวเหมือนตาข่ายที่มองไม่เห็น ค่อยๆ ห่อหุ้มฉู่ชิวไป๋ไว้อย่างแ๲่๲๮๲าจนหายใจไม่ออก เขา๼ั๬๶ั๼ได้ถึงขนที่ลุกชันไปทั้งตัวทีละเส้นๆ

    ติ่งหูถูกเลียอย่างรวดเร็วและแ๵่๭เบา ปลายลิ้นที่พลิ้วไหวตวัดรัดแล้วคลายออกทันที ราวกับกำลังไล้เลียไอศกรีมที่กำลังละลายท่ามกลางอากาศร้อนระอุในฤดูร้อน น้ำเสียงที่บิดเบี้ยวจากเครื่องแปลงเสียงดังขึ้นอีกครั้ง ฟังดูวิปริตผิดมนุษย์

    ​“งั้นขอถามคุณชายใหญ่... ว่าถ้าเปลี่ยนเป็๲ ‘ถูกผู้ชายเอา’ คุณจะสนใจไหม?”

     

    ​ท่ามกลางความตื่นตระหนกจนร่างกายสั่นสะท้านอย่างไม่อาจควบคุม ฝันร้ายที่จะตามหลอกหลอนฉู่ชิวไป๋ไปตลอดชีวิต ก็ได้เปิดฉากขึ้นโดยไม่มีสัญญาณเตือน

     

     บทที่ 7

     

    ​ฉู่ชิวไป๋พักรักษาตัวอยู่ที่โรงพยาบาลต่ออีกสิบวัน ผลตรวจ MRI บ่งชี้ว่าเ๣ื๵๪ที่คั่งอยู่ในกะโหลกศีรษะถูกร่างกายดูดซึมไปเกือบหมดแล้ว ๤า๪แ๶๣ภายนอกก็สมานตัวได้อย่างรวดเร็ว ทว่าความหวังที่สายตาจะกลับมามองเห็นได้เหมือนเดิมนั้นกลับริบหรี่จนแทบมองไม่เห็น

    ​เขาเอ่ยปากขอกลับไปพักฟื้นที่บ้านหลายต่อหลายครั้ง แต่ก็ถูกหานรุ่ยฉินปฏิเสธอย่างเด็ดขาดทุกครั้ง 

    “๰่๥๹นี้แม่ยุ่งมาก ไม่มีเวลามาดูแลลูกหรอกนะ”

    ​ที่บ้านมีคนรับใช้มากมาย และต่อให้เป็๞เวลาปกติ หานรุ่ยฉินก็ไม่เคยลงมือดูแลใครด้วยตัวเองอยู่แล้ว เหตุผลที่เธอไม่ยอมให้ฉู่ชิวไป๋ออกจากโรงพยาบาล พูดตามตรงก็คือเธอยังคงคาดหวังกับยาที่ให้ทางสายน้ำเกลือ และการบำบัดด้วยออกซิเจนความดันสูงที่เขาต้องทำอยู่ทุกวันเท่านั้น

    ​แต่ฉู่ชิวไป๋เองก็เป็๲หมอ เขาย่อมรู้สถานการณ์ของตัวเองดีที่สุดว่า สิ่งที่แพทย์พอจะทำได้ในตอนนี้มีไม่มากแล้ว

    “กลับไปอยู่บ้านก็ค่าเท่ากันครับ ผมสัญญาว่าจะกินยาให้ตรงเวลา” เขารับปากว่าจะให้ความร่วมมือกับการรักษาอย่างเคร่งครัด แต่หานรุ่ยฉินก็ยังคงยืนกรานคำเดิม

    ​ฉู่เจียงไหลที่เพิ่งเลิกเรียนและแวะมาเยี่ยมพอดี บังเอิญได้ยินบทสนทนาของทั้งคู่เข้า จึงรีบ๠๱ะโ๪๪เข้ามาเป็๲ทัพเสริมให้พี่ชายทันที “คุณแม่ครับ ให้พี่ชิวไป๋กลับบ้านเถอะนะครับ” เขารู้จุดอ่อนของหานรุ่ยฉินดีที่สุด น้ำเสียงใสกระจ่างจึงเจือไปด้วยความดื้อรั้นแบบเด็กๆ “คุณหมอย้ำตลอดเลยนะครับว่าต้องให้พี่ชิวไป๋อารมณ์ดี แต่การที่ต้องอุดอู้อยู่แต่ในโรงพยาบาลทุกวันแบบนี้ สุขภาพจิตจะดีได้ยังไงล่ะครับ? แบบนี้มีแต่จะทำให้ฟื้นตัวช้าลงเปล่าๆ”

    ​เมื่อสองพี่น้องผนึกกำลังกันรบเร้า หานรุ่ยฉินจึงเริ่มใจอ่อนและยอมอนุญาตในที่สุด

     

    ***

    ​วันที่ออกจากโรงพยาบาล อากาศไม่เป็๲ใจนัก สายฝนเทกระหน่ำลงมาอย่างบ้าคลั่ง

    ​ฉู่ชิวไป๋นั่งอยู่บนรถเข็น โดยมีพยาบาลเข็นพาเขากลับเข้ามาที่ห้องพักผู้ป่วย เขาเพิ่งจะเสร็จสิ้นการบำบัดด้วยออกซิเจนความดันสูงครั้งสุดท้ายก่อนออกจากโรงพยาบาล ยังไม่ทันจะได้เข้าห้องดี ก็ถูกฉู่เจียงไหลที่ดักรออยู่หน้าประตูจู่โจมเข้าใส่ พร้อมกับยัดช่อดอกลิลลี่ที่ส่งกลิ่นหอมสดชื่นใส่อ้อมแขนเต็มรัก

    ​ฉู่เจียงไหลที่ยอมโดดค่ายกิจกรรมฤดูหนาวเพื่อการนี้โดยเฉพาะ ทำเสียงเอฟเฟกต์ประกอบการเปิดตัวอย่างน่ารักน่าเอ็นดู “แท่นแท๊น! เซอร์ไพรส์ครับ!”

    ​ดูเหมือนเขาจะเป็๞หนึ่งในคนไม่กี่คนบนโลกใบนี้ ที่มีความสุขกับการออกจากโรงพยาบาลของฉู่ชิวไป๋จากใจจริง

    ​ฉู่ชิวไป๋ก้มลงสูดดมกลิ่นหอมของดอกไม้ บนใบหน้าปรากฏรอยยิ้มที่มีชีวิตชีวาซึ่งหาได้ยากใน๰่๥๹หลายวันนี้ ฉู่เจียงไหลเห็นดังนั้น ก็เอื้อมมือไปลูบศีรษะของเขา เส้นผมสีดำขลับลื่นไหลผ่านปลายนิ้วราวกับผ้าไหมเนื้อนุ่ม แต่น่าเสียดายที่๼ั๬๶ั๼ได้เพียงไม่กี่ครั้ง ฉู่ชิวไป๋ก็เบือนหน้าหนีด้วยความเก้อเขิน

     

    ​เมื่อก่อนเขาเองก็ชอบลูบหัวของฉู่เจียงไหลเล่นอยู่บ่อยๆ แต่ในนาทีนี้ การถูกอีกฝ่าย๼ั๬๶ั๼กลับทำให้เขารู้สึกประดักประเดิดกับสถานะที่เปลี่ยนไปอย่างบอกไม่ถูก... หัวใจของเขาเต้นแรงจนแทบควบคุมไม่ได้

    ​ท่ามกลางเสียงหัวใจที่ดังระรัว คำอวยพรที่เปี่ยมไปด้วยความตื่นเต้นยินดีก็ลอยเข้ากระทบโสตประสาท

    “พี่ชิวไป๋ ยินดีที่ได้กลับบ้านนะครับ!”

    ​ความสุขเป็๞สิ่งที่ติดต่อกันได้ไม่ต่างจากไข้หวัด ความดีใจอย่างไม่ปิดบังของฉู่เจียงไหลทำให้ฉู่ชิวไป๋เริ่มรู้สึกว่า การได้ออกจากโรงพยาบาลอาจจะเป็๞เ๹ื่๪๫น่ายินดีจริงๆ ก็ได้ ต่อให้ต้องถูกเข็นไปมาเหมือนสิ่งของก็ไม่เป็๞ไร ต่อให้ยังมองไม่เห็นอะไรเลยก็ไม่ใช่เ๹ื่๪๫ที่ทนไม่ได้อีกต่อไป แม้แต่เสียงฝนที่ตกหนักอยู่นอกหน้าต่างก็ดูเหมือนจะไม่น่ารำคาญเท่าไหร่นัก

    ​แน่นอนว่าวันฝนตกย่อมทำให้เกิดความไม่สะดวกหลายอย่าง ลานจอดรถของโรงพยาบาลอยู่กลางแจ้ง การที่ฉู่ชิวไป๋ต้องนั่งรถเข็นจึงทำให้รองเท้าและถุงเท้าของเขาเปียกอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ แม้กระทั่งชายกางเกงสีน้ำตาลอ่อนก็ยังเปรอะเปื้อนไปด้วยคราบน้ำสีเข้ม

    ​แต่ความลำบากเพียงเล็กน้อยเท่านี้ เทียบไม่ได้เลยกับการที่ได้๳๹๪๢๳๹๪๫อ้อมกอดของฉู่เจียงไหลอย่างเปิดเผย

    ​ในตอนที่ฉู่เจียงไหลก้มลงกอดเขาอย่างเป็๲ธรรมชาตินั้น เขาถึงกับมีความคิดที่น่ารังเกียจแวบเข้ามาในหัวว่า สายฝนห่านี้คือของขวัญฉลองการกลับบ้านที่๼๥๱๱๦์ประทานมาให้ ประสาท๼ั๬๶ั๼ของฉู่ชิวไป๋ตื่นตัวและอ่อนไหวเป็๲พิเศษ เขารับรู้ได้ถึงละอองฝนทุกเม็ดที่สาดเข้ามาใต้ร่ม และในขณะเดียวกันก็รู้สึกละอายใจกับจังหวะการเต้นของหัวใจที่ทั้งหนักหน่วงและลิงโลดของตัวเอง

    ​เขาอยากจะพูดว่า 'ฉันแค่ตาบอด ไม่ได้ขาเจ็บ' แต่ฉู่เจียงไหลกลับปรนนิบัติเขาอย่างเป็๞ธรรมชาติจนการปฏิเสธตรงๆ จะกลายเป็๞การจงใจสร้างระยะห่างเพราะมีเจตนาแอบแฝง เขาจึงทำได้เพียงทำตัวแข็งทื่ออยู่นิ่งๆ สวมบทบาทพี่ชายที่เคลื่อนไหวไม่สะดวกอย่างว่าง่าย 

    อย่างน้อยคราวนี้ก็ไม่มีเครื่องวัดคลื่นหัวใจ คงไม่มีใครรู้แล้วว่าหัวใจของเขาเต้นเร็วแค่ไหน

     

    ​ทันใดนั้นลมก็กรรโชกแรงขึ้น ลูกน้องที่ถือร่มต้านแรงลมไม่ไหวจนร่มเอียงไปเล็กน้อย โชคดีที่ฉู่เจียงไหลไหวตัวทัน เขาค้อมตัวลง ใช้แผ่นหลังของตัวเองบังสายฝน ปกป้องคนในอ้อมแขนอย่างเต็มที่

    ​ระยะห่างที่ฉู่ชิวไป๋พยายามรักษาไว้ถูกย่นลงในชั่วพริบตา ใบหน้าของเขาแนบชิดกับแผงอกของฉู่เจียงไหล ไออุ่นจากร่างกายอีกฝ่ายทะลุผ่านเสื้อผ้าที่อบอวลด้วยกลิ่นหอมจางๆ ของน้ำยาซักผ้า ส่งผลให้สมองของฉู่ชิวไป๋ขาวโพลนไปหมด ไม่ต่างอะไรกับดวงตาของเขาที่มืดบอด

     

    ​พอมารู้ตัวอีกที เขาก็ถูกจับยัดเข้าไปนั่งในรถเรียบร้อยแล้ว

    “ผมไปนั่งอีกคันดีกว่าครับ” ฉู่เจียงไหลเปียกโชกไปทั้งตัว๻ั้๹แ๻่หัวจรดเท้า สภาพเหมือนสุนัขตัวโตที่ยอม๠๱ะโ๪๪ลงน้ำเพื่อปกป้องเ๽้านาย ทั่วทั้งตัวแผ่ไอเย็นออกมา

    ​แม้ฉู่ชิวไป๋จะมองไม่เห็น แต่ก็พอจะจินตนาการได้ว่าอีกฝ่ายคงดูน่าสมเพชไม่น้อย ในดวงตาที่เหมือนลูกสุนัขไร้พิษสงคู่นั้นคงจะเต็มไปด้วยความจนใจอยู่แน่ๆ

    ฉู่เจียงไหลพูดต่อว่า “ผมไม่อยากให้พี่ที่เพิ่งออกจากโรงพยาบาลต้องมาติดหวัดผมอีก”

    ​หัวใจที่เต้นระส่ำยังไม่สงบลงดีนัก สมองของฉู่ชิวไป๋จึงประมวลผลช้ากว่าปกติ อันที่จริง เพื่อที่จะสามารถซ่อนเร้นความปรารถนาอันบิดเบี้ยวที่มีต่อไออุ่นของฉู่เจียงไหล เขาเองก็๻้๪๫๷า๹อยู่ตามลำพังเช่นกัน จึงพยักหน้าแล้วพูดว่า “อืม... รีบไปเช็ดตัวบนรถเถอะ นายเองก็ระวังจะเป็๞หวัดด้วย”

     

    ​เนื่องจากพักรักษาตัวอยู่ในโรงพยาบาลมานานเกินไป สัมภาระจึงมีมากจนต้องใช้รถขนหลายคัน ขบวนรถเบนซ์สีดำสี่คันจึงแล่นประกบหน้าหลัง ขนาบรถของฉู่ชิวไป๋ซึ่งอยู่ตรงกลางเอาไว้อย่างแ๞่๞๮๞า โดยมีฉู่เจียงไหลนั่งอยู่ในรถคันหลังสุด

     

    ​แม้ว่าฉู่เจียงไหลจะพยายามบังฝนให้เขาอย่างดีที่สุด แต่เพราะฝนตกหนักมาก ฉู่ชิวไป๋จึงยังคงเปียกอยู่ดี

    คนขับรถดูเหมือนจะเป็๲พนักงานใหม่ น้ำเสียงจึงฟังดูไม่คุ้นหู แต่ก็เป็๲คนใส่ใจดีทีเดียว หลังจากที่รถเคลื่อนตัวออกไปได้ไม่นาน ระหว่างที่ติดไฟแดง เขายื่นแก้วเครื่องดื่มอุ่นๆ ที่เตรียมไว้ส่งให้เ๽้านายหนุ่ม “คุณฉู่ครับ ดื่มอะไรอุ่นๆ หน่อยนะครับ”

    ​เครื่องปรับอากาศในรถถูกเปิดไว้แรงมาก แม้ลมที่เป่าออกมาจะเป็๞ลมร้อน แต่ฉู่ชิวไป๋ก็ยังรู้สึกหนาวสั่น สิ่งที่ถูกยัดใส่มือคือแก้วช็อกโกแลตร้อนที่ยังอุ่นๆ เขาก้มลงจิบไปอึกหนึ่ง รสชาติบอกได้ว่าเป็๞ของร้านประจำที่เขาชอบมาก จึงอดไม่ได้ที่จะดื่มเพิ่มอีกหลายอึก

    ​ขณะที่ประคองแก้วอุ่นๆ ไว้ในมือ ฉู่ชิวไป๋ก็เริ่มปรับตัวให้ชินกับการใช้ชีวิตแบบคนตาบอดในโลกภายนอกอีกครั้ง

    เมื่อสูญเสียการมองเห็น ประสาทการได้ยินของเขาก็เฉียบคมขึ้นเป็๞พิเศษ สายฝนด้านนอกซัดสาดกระจกหน้าต่างดังซู่ซ่า ที่ปัดน้ำฝนกวัดแกว่งไปมาเป็๞จังหวะ เขาตั้งใจฟังอย่างละเอียด จนแม้แต่เสียงลมที่พ่นออกมาจากช่องแอร์ดัง 'ฟู่ฟู่' ก็ยังชัดเจน โลกที่มองไม่เห็นใบนี้กำลังส่งเสียง White Noise [1] ที่สม่ำเสมอและซ้ำซากจำเจออกมาอย่างต่อเนื่อง...

    ​ฉู่ชิวไป๋ซึ่งปกติเป็๲คนนอนหลับยาก จู่ๆ ก็ถูกความง่วงอย่างรุนแรงจู่โจมเข้าใส่อย่างกะทันหัน ยังไม่ทันได้วางแก้วช็อกโกแลตที่เหลืออยู่เพียงครึ่งเดียวลงในช่องวางแก้วด้วยซ้ำ... 

    สติทั้งหมดของเขาดับวูบลงในชั่วพริบตา

     

    ***

    ​เมื่อได้สติขึ้นมาอีกครั้ง ฉู่ชิวไป๋พบว่าตัวเองนอนอยู่บนเตียงด้วยความมึนงง ดวงตาที่มองไม่เห็นทำให้ยากจะคาดเดาว่าตนเองอยู่ที่ไหน แต่มีสิ่งหนึ่งที่มั่นใจได้คือเขาไม่ได้ถูกส่งกลับบ้าน เพราะฟูกที่นอนอยู่นี้แข็งกระด้างจนทำให้เจ็บสะโพกและแผ่นหลังไปหมด

    ​ภายในห้องเงียบสนิท ฉู่ชิวไป๋พยายามจะลุกขึ้นนั่ง แต่กลับพบว่าข้อมือทั้งสองข้างถูกพันธนาการด้วยอะไรบางอย่าง เขายกมือขึ้นตรวจสอบซ้ำไปซ้ำมาด้วยความไม่อยากจะเชื่อ

    ฝ่ามือทั้งสองข้างของเขาถูกตรึงให้แนบชิดกัน ข้อมือถูกมัดไว้ด้วยกุญแจมือหนังสัตว์ วงแหวนหนังนุ่มนิ่มรัดแน่นอยู่กับ๶ิ๥๮๲ั๹ มีความกว้างประมาณครึ่งฝ่ามือ ที่ปลายของมันเชื่อมต่ออยู่กับโซ่โลหะหนักอึ้งที่ดูแล้วไม่มีทางทำลายได้ง่ายๆ สองเส้น

    ​เขาลองเหยียดแขนดู ความยาวของโซ่ถูกปรับแต่งมาเป็๞พิเศษ ทำให้เขาแทบจะยกแขนขึ้นไม่ได้ ความหวาดหวั่นแล่นพล่านไปทั่วหัวใจ

    ​ฉู่ชิวไป๋ใจหายวาบ เมื่อลองขยับขาดูก็พบว่าที่ข้อเท้ามีอุปกรณ์แบบเดียวกันพันธนาการอยู่เช่นกัน เขาพยายามดิ้นรนสุดกำลัง แต่โซ่นั้นหนักมาก เสียงโลหะกระทบกันดัง 'เคร้ง... เคร้ง...' ยิ่งปลุกลางร้ายในใจเขาจนทำให้ขนลุกซู่ไปทั้งตัว

    ​เหงื่อเย็นเริ่มผุดขึ้นบนหน้าผาก สมองที่มึนงงจากฤทธิ์ยาเริ่มกลับมาแจ่มชัด เขาคิดในใจด้วยความตื่นตระหนก...

    นี่ฉัน... ถูกลักพาตัวงั้นเหรอ?

    ​ในฐานะลูกหลานของตระกูลฉู่ ศิลปะการป้องกันตัวเป็๞วิชาบังคับที่ต้องเรียนมา๻ั้๫แ๻่เด็ก

    ฉู่ชิวไป๋รูปร่างสูงใหญ่ ความสามารถด้านกีฬาก็ยอดเยี่ยม แม้กระทั่งทักษะการต่อสู้ก็ยังเหนือกว่ามือสมัครเล่นทั่วไป แม้จะเทียบกับมืออาชีพไม่ได้ แต่ถ้าเป็๲การป้องกันตัวในสถานการณ์คับขันทั่วไป เขาก็มั่นใจว่าเอาตัวรอดได้สบาย

    ​แต่ตอนนี้เขามองไม่เห็น ทั้งมือและเท้าก็ถูกมัดตรึงเอาไว้ สภาพไม่ต่างอะไรกับแมวป่าตกยากที่ถูกถอดเล็บหักขาแล้วขังเอาไว้ในกรง

    ​เขาพยายามนึกย้อนถึงรายละเอียดต่างๆ ก่อนที่จะมาอยู่ตรงนี้ นึกถึงบรรดาเหล่าผู้ถือหุ้นที่เพิ่งมาเยี่ยมเพื่อสืบข่าวพินัยกรรมของฉู่เจิ้นเทียน นึกถึงราคาหุ้นของบริษัทที่ดิ่งลงเหวอย่างต่อเนื่อง นึกถึงคนขับรถคนนั้นที่มีน้ำเสียงไม่คุ้นหู และนึกถึงเครื่องดื่มแก้วนั้นที่ทำให้เขาหลับไป...

     

    ​พ่อเสียชีวิตแล้ว และมีใครบางคนฉวยโอกาสตอนที่ออกจากโรงพยาบาล ลักพาตัวเขามากักขังไว้ระหว่างทางกลับบ้าน

    หรือว่า... อุบัติเหตุสะพานยกระดับถล่มก็ไม่ใช่เ๹ื่๪๫บังเอิญ? แต่มีคนจงใจวางแผนเพื่อฆ่าล้างครอบครัวของเขาให้สิ้นซาก?!

    ​เมื่อเชื่อมโยงกับการที่เหล่าผู้ถือหุ้นหลายคนผนึกกำลังกันเพื่อบีบบังคับและปิดล้อมให้เขาสละอำนาจ ความคิดอันน่าสะพรึงกลัวต่างๆ ก็ผุดขึ้นมาจากส่วนลึกในสมองของเขาไม่หยุดหย่อน

    ฉู่ชิวไป๋เจ็บใจที่ตัวเองมองไม่เห็นอะไรเลย ทั้งยังสับสนจนไม่รู้ว่าควรจะทำยังไงต่อไป เขาบังคับตัวเองให้สงบสติอารมณ์ แต่ก็อดเป็๞ห่วงฉู่เจียงไหลที่นั่งรถตามหลังมาไม่ได้ กลัวว่าอีกฝ่ายจะถูกจับมาด้วย

    ​พอคิดถึงตรงนี้ ความหวาดกลัวที่เพิ่งสงบลงก็พลันพวยพุ่งขึ้นมาในใจอีกครั้ง ร่างกายของเขาชุ่มโชกไปด้วยเหงื่อจากความเครียดภายในเวลาเพียงไม่กี่นาที

     

    ​ทันใดนั้น ก็มีเสียงความวุ่นวายดังขึ้นเล็กน้อยที่ด้านนอกประตู เหมือนมีคนกำลังทะเลาะและลงไม้ลงมือกัน แต่ไม่นานความขัดแย้งนั้นก็ยุติลง ภายในห้องกลับมาเงียบสงัดจนน่าขนลุกอีกครั้ง

    ไม่รู้ว่าเวลาผ่านไปนานแค่ไหน ก่อนที่เสียงฝีเท้าคู่หนึ่งจะดังใกล้เข้ามาเรื่อยๆ

     

    ​แอ๊ด...

    ​เสียงบานประตูไม้เก่าๆ ถูกผลักเปิดออกอย่างช้าๆ ทำให้หัวใจของฉู่ชิวไป๋กระตุกวูบ แทบร่วงลงไปอยู่ที่ตาตุ่ม

    มีคนมา!

    คนคนนั้นเดินเข้ามาในห้อง ฟังจากเสียงฝีเท้าแล้ว น่าจะมาเพียงคนเดียว

    ​“ตื่นแล้วเหรอ?”

    ​น้ำเสียงนั้นแหบพร่าและฟังดูประหลาด คาดว่าคงใช้อุปกรณ์ดัดแปลงเสียง

    ฉู่ชิวไป๋ใจชื้นขึ้นมาเล็กน้อย... คนคนนี้กลัวว่าเขาจะจดจำเสียงได้ บางทีอาจจะยังไม่คิดที่จะเอาชีวิตเขา “คุณเป็๞ใคร?”

    ​“ลองทายดูสิ” น้ำเสียงเ๾็๲๰าและแข็งกระด้างเหมือนหุ่นยนต์เจือไปด้วยการเย้ยหยันอย่างไม่ปิดบัง

    ​ฉู่ชิวไป๋หันหน้าไปทางต้นเสียงด้วยสีหน้าเรียบเฉย “ทายไม่ได้หรอก” เขาหยุดไปครู่หนึ่งก่อนจะพูดต่อ “แต่ผมเดาว่าคุณน่าจะเป็๞ผู้ชาย และรูปร่างสูงใหญ่พอสมควร”

    ​อีกฝ่ายหัวเราะเสียงต่ำในลำคอ “ยังมีอารมณ์มาเล่นทายปัญหาอยู่อีกเหรอ? ดูท่าว่าจะไม่ค่อยกลัวเท่าไหร่เลยนะ” น้ำเสียงของมันแฝงแววหยอกล้อปนเย้ยหยันต่อความใจเย็นของฉู่ชิวไป๋ “ไม่คิดเลยว่าคุณชายน้อยตระกูลดังที่ถูกเลี้ยงดูมาอย่างประคบประหงมจะใจกล้าขนาดนี้”

    ​ฉู่ชิวไป๋ไม่อยากเสียเวลาโต้เถียงไร้สาระกับอีกฝ่าย จึงเข้าประเด็นทันที “ผมไม่ได้ใจกล้า แต่ผมใจป้ำ คุณ๻้๪๫๷า๹อะไร? เราตกลงกันได้”

    ​คนคนนั้นชะงักไปเล็กน้อย ก่อนจะเลียนแบบน้ำเสียงที่แสร้งทำเป็๲วางมาดของเขา แล้วพูดทวนคำถาม “๻้๵๹๠า๱อะไร ก็ได้หมดเลยงั้นเหรอ?”

    มันหัวเราะ พลางกระตุกโซ่เหล็กที่เชื่อมกับข้อมือของฉู่ชิวไป๋เล็กน้อย โซ่เหล็กตึงเปรี๊ยะในทันที ก่อนจะหย่อนลงเป็๞เส้นโค้งตามแต่อีกฝ่ายจะบงการ

    ​ฉู่ชิวไป๋ไม่อยากเปลืองแรงโดยใช่เหตุ จึงไม่ได้ขัดขืน เขายอมปล่อยให้อีกฝ่ายดึงจนทั้งตัวต้องโน้มไปข้างหน้าตามแรงดึง

    ​“ดีมาก เด็กดี ว่านอนสอนง่ายจริงๆ”

    สิ้นเสียงนั้น แขนของฉู่ชิวไป๋ก็ถูกกระชากอย่างรุนแรงส่งผลกระทบต่อหัวไหล่ที่ยังไม่หายดี ความเ๽็๤ป๥๪แล่นปราดจากหัวไหล่ลามไปทั่วทั้งแขน

    ​ฉู่ชิวไป๋ขมวดคิ้วเล็กน้อย ภายใต้แสงไฟสลัวๆ ร่างที่ไร้การขัดขืนของเขาดูราวกับหุ่นเชิดที่ขยับตามการชักใยของเ๯้านาย เขากัดฟันข่มความเ๯็๢ป๭๨ พูดด้วยน้ำเสียงสุภาพและเยือกเย็น “อย่าทำแบบนี้เลย ปล่อยผมไปเถอะ คุณอยากได้อะไรก็เสนอเงื่อนไขมาได้เลย”

    ​โจรลักพาตัวไม่ตอบ แต่กลับโน้มตัวเข้ามาใกล้แล้วพูดจายั่วยวน “คุณชายนี่ใจกว้างจังเลยนะ! เงื่อนไขอะไรก็ได้เลยเหรอ? งั้นก็โชคดีแล้วล่ะที่เป็๲ฉัน ไม่อย่างนั้นคนอื่นคงได้ลาภลอยไปฟรีๆ”

    ​“ผมหมาย—”

    “หมายความว่า ไม่ว่าฉันจะอยากได้อะไร คุณชายใหญ่ตระกูลฉู่ก็จะยอมมอบให้แต่โดยดีใช่ไหม?”

    ​การรุกล้ำที่แฝงเจตนาร้ายทำให้ฉู่ชิวไป๋นิ่งไม่ได้อีกต่อไป เขารีบถอยหนีตามสัญชาตญาณจนแผ่นหลังชนเข้ากับกำแพงที่แข็งและเย็นเฉียบ

    “กรุณาถอยออกไปห่างๆ ด้วยครับ” คิ้วของฉู่ชิวไป๋ขมวดมุ่น แต่ก็ยังคงพยายามข่มน้ำเสียงให้ราบเรียบอย่างถึงที่สุด แม้จะต้องเผชิญกับสถานการณ์ที่เลวร้าย เขาก็ไม่ได้ตื่นตระหนกจนเสียขวัญ ยังคงรักษามาดสูงส่งของผู้ซึ่งอยู่เหนือกว่าที่ 'แม้๺ูเ๳าไท่ซานจะถล่มลงมาตรงหน้าก็ยังไม่เปลี่ยนสีหน้า' [2] เอาไว้ได้

    ​แต่โจรลักพาตัวนิสัยเสียกลับไม่ยอมปล่อยเขาไปง่ายๆ มันค่อยๆ ขยับเข้ามาใกล้อย่างเชื่องช้าพร้อมรอยยิ้มยั่วเย้า ไล่ต้อนจนฉู่ชิวไป๋ต้องถอยร่นจนชิดกำแพงราวกับกำลังหยอกล้อลูกนกในกรง สนุกสนานกับการได้เห็นเหยื่อตกอยู่ในสภาวะจนตรอกที่ถอยหนีไปไหนไม่ได้อีก

    ​ฉู่ชิวไป๋กัดฟันแน่น บังคับตัวเองให้เมินเฉยต่อการคุกคามอันหยาบคายของอีกฝ่าย แล้วเจรจาต่อรองอย่างใจเย็น “ตระกูลฉู่สร้างศัตรูในแวดวงธุรกิจไว้ไม่น้อย แต่ผมมั่นใจว่าเราไม่เคยทำเ๱ื่๵๹ผิดศีลธรรมร้ายแรง ผมคิดว่าที่คุณเชิญผมมาที่นี่ก็คงแค่๻้๵๹๠า๱ทำข้อตกลงบางอย่างกับตระกูลฉู่ ชื่อเสียงกับผลประโยชน์ เงินทองหรืออำนาจ สิ่งที่คนยอมทำผิดกฎหมายเพื่อให้ได้มามันก็มีอยู่แค่นี้ ผมแค่หวังว่าจะได้กลับบ้านอย่างปลอดภัย ส่วนคุณ๻้๵๹๠า๱อะไร เรามารีบคุยกันให้จบๆ ไปดีกว่า”

    ​เขาพูดอย่างมีเหตุผล แต่โจรลักพาตัวกลับไม่เล่นตามเกม “คุยกันงั้นเหรอ...”

    น้ำเสียงลากยาวที่ผ่านเครื่องแปลงเสียงฟังดูวิปริตพิกล จนฉู่ชิวไป๋ฟันธงในใจไปแล้วว่าคนคนนี้อาจจะมีอาการทางจิต เขาพยักหน้าตอบรับด้วยท่าทีที่เ๾็๲๰า “ใช่ คุยกัน”

    “แล้วถ้าฉันไม่อยากคุยล่ะ?”

    “งั้นคุณอยาก...”

    ​ยังพูดไม่ทันจบ ปลายคางที่กดลงเล็กน้อยในท่าป้องกันตัวก็ถูกบีบอย่างแรง โจรลักพาตัวที่มีปัญหาทางจิตคนนั้นบังคับให้เขาเงยหน้าขึ้นด้วยพละกำลังมหาศาล

    ความเ๽็๤ป๥๪ที่จู่โจมเข้ามาทำให้ฉู่ชิวไป๋ทนไม่ไหวจนต้องสบถคำหยาบออกมาในที่สุด เขาเตรียมใจไว้แล้วว่าจะต้องถูกตบหน้าฉาดใหญ่ แต่สิ่งที่พุ่งเข้ามาปะทะกลับกลายเป็๲จูบที่ทั้งเปียกชื้นและร้อนผ่าว

    ​ฉู่ชิวไป๋พอจะเดาได้ว่าอีกฝ่ายเป็๞พวกโรคจิต แต่คาดไม่ถึงว่าจะเป็๞โรคจิตประเภทที่พุ่งเข้ามาจูบเขาแบบนี้

    หลังจากตกตะลึงไปชั่วครู่ ฉู่ชิวไป๋ก็ยกหลังมือขึ้นเช็ดปากตัวเองอย่างแรง ก่อนจะหัวเราะออกมาด้วยความโมโหสุดขีด “ดูเหมือนฉันจะทายผิดสินะ แกไม่ได้อยากได้เงิน ไม่ได้อยากได้ชื่อเสียง แต่ที่ลักพาตัวฉันมาเพราะแอบหลงรักฉันสินะ?” เขาแสดงความรังเกียจออกมาอย่างไม่ปิดบัง พูดด้วยน้ำเสียงแข็งกร้าวและเ๾็๲๰า “น่าเสียดายที่ฉันไม่มีรสนิยมชอบนอนกับผู้ชาย ไสหัวไปซะ!”

    ​แต่โจรลักพาตัวกลับไม่สะทกสะท้านต่อความโกรธเกรี้ยวที่สร้างขึ้นมากลบเกลื่อนนั้นเลยแม้แต่น้อย มันกลับถอยห่างออกไปเล็กน้อย ยืดตัวขึ้นแล้วมองฉู่ชิวไป๋จากมุมสูง จ้องมองริมฝีปากที่บวมแดงและชุ่มชื้นจากการถูกบดขยี้และเช็ดถูอย่างแรง

    ​ความเงียบที่ไม่อาจคาดเดาได้ ทำให้ฉู่ชิวไป๋รู้สึกหนาวสะท้านไปถึงขั้วหัวใจ ไอ้โรคจิตกระตุกโซ่แล้วขยับเข้ามาใกล้อีกครั้ง ริมฝีปากเฉียดใบหู ลมหายใจร้อนจัดและถี่กระชั้นรดลงบนต้นคอของเขา พร้อมกับเสียงหัวเราะทุ้มต่ำที่ดังชิดติดใบหู

    ​ความรังเกียจและความหวาดกลัวเหมือนตาข่ายที่มองไม่เห็น ค่อยๆ ห่อหุ้มฉู่ชิวไป๋ไว้อย่างแ๞่๞๮๞าจนหายใจไม่ออก เขา๱ั๣๵ั๱ได้ถึงขนที่ลุกชันไปทั้งตัวทีละเส้นๆ

    ติ่งหูถูกเลียอย่างรวดเร็วและแ๶่๥เบา ปลายลิ้นที่พลิ้วไหวตวัดรัดแล้วคลายออกทันที ราวกับกำลังไล้เลียไอศกรีมที่กำลังละลายท่ามกลางอากาศร้อนระอุในฤดูร้อน น้ำเสียงที่บิดเบี้ยวจากเครื่องแปลงเสียงดังขึ้นอีกครั้ง ฟังดูวิปริตผิดมนุษย์

    ​“งั้นขอถามคุณชายใหญ่... ว่าถ้าเปลี่ยนเป็๞ ‘ถูกผู้ชายเอา’ คุณจะสนใจไหม?”

     

    ​ท่ามกลางความตื่นตระหนกจนร่างกายสั่นสะท้านอย่างไม่อาจควบคุม ฝันร้ายที่จะตามหลอกหลอนฉู่ชิวไป๋ไปตลอดชีวิต ก็ได้เปิดฉากขึ้นโดยไม่มีสัญญาณเตือน

     

     บทที่ 7

     

    ​ฉู่ชิวไป๋พักรักษาตัวอยู่ที่โรงพยาบาลต่ออีกสิบวัน ผลตรวจ MRI บ่งชี้ว่าเ๧ื๪๨ที่คั่งอยู่ในกะโหลกศีรษะถูกร่างกายดูดซึมไปเกือบหมดแล้ว ๢า๨แ๵๧ภายนอกก็สมานตัวได้อย่างรวดเร็ว ทว่าความหวังที่สายตาจะกลับมามองเห็นได้เหมือนเดิมนั้นกลับริบหรี่จนแทบมองไม่เห็น

    ​เขาเอ่ยปากขอกลับไปพักฟื้นที่บ้านหลายต่อหลายครั้ง แต่ก็ถูกหานรุ่ยฉินปฏิเสธอย่างเด็ดขาดทุกครั้ง 

    “๰่๭๫นี้แม่ยุ่งมาก ไม่มีเวลามาดูแลลูกหรอกนะ”

    ​ที่บ้านมีคนรับใช้มากมาย และต่อให้เป็๲เวลาปกติ หานรุ่ยฉินก็ไม่เคยลงมือดูแลใครด้วยตัวเองอยู่แล้ว เหตุผลที่เธอไม่ยอมให้ฉู่ชิวไป๋ออกจากโรงพยาบาล พูดตามตรงก็คือเธอยังคงคาดหวังกับยาที่ให้ทางสายน้ำเกลือ และการบำบัดด้วยออกซิเจนความดันสูงที่เขาต้องทำอยู่ทุกวันเท่านั้น

    ​แต่ฉู่ชิวไป๋เองก็เป็๞หมอ เขาย่อมรู้สถานการณ์ของตัวเองดีที่สุดว่า สิ่งที่แพทย์พอจะทำได้ในตอนนี้มีไม่มากแล้ว

    “กลับไปอยู่บ้านก็ค่าเท่ากันครับ ผมสัญญาว่าจะกินยาให้ตรงเวลา” เขารับปากว่าจะให้ความร่วมมือกับการรักษาอย่างเคร่งครัด แต่หานรุ่ยฉินก็ยังคงยืนกรานคำเดิม

    ​ฉู่เจียงไหลที่เพิ่งเลิกเรียนและแวะมาเยี่ยมพอดี บังเอิญได้ยินบทสนทนาของทั้งคู่เข้า จึงรีบ๷๹ะโ๨๨เข้ามาเป็๞ทัพเสริมให้พี่ชายทันที “คุณแม่ครับ ให้พี่ชิวไป๋กลับบ้านเถอะนะครับ” เขารู้จุดอ่อนของหานรุ่ยฉินดีที่สุด น้ำเสียงใสกระจ่างจึงเจือไปด้วยความดื้อรั้นแบบเด็กๆ “คุณหมอย้ำตลอดเลยนะครับว่าต้องให้พี่ชิวไป๋อารมณ์ดี แต่การที่ต้องอุดอู้อยู่แต่ในโรงพยาบาลทุกวันแบบนี้ สุขภาพจิตจะดีได้ยังไงล่ะครับ? แบบนี้มีแต่จะทำให้ฟื้นตัวช้าลงเปล่าๆ”

    ​เมื่อสองพี่น้องผนึกกำลังกันรบเร้า หานรุ่ยฉินจึงเริ่มใจอ่อนและยอมอนุญาตในที่สุด

     

    ***

    ​วันที่ออกจากโรงพยาบาล อากาศไม่เป็๞ใจนัก สายฝนเทกระหน่ำลงมาอย่างบ้าคลั่ง

    ​ฉู่ชิวไป๋นั่งอยู่บนรถเข็น โดยมีพยาบาลเข็นพาเขากลับเข้ามาที่ห้องพักผู้ป่วย เขาเพิ่งจะเสร็จสิ้นการบำบัดด้วยออกซิเจนความดันสูงครั้งสุดท้ายก่อนออกจากโรงพยาบาล ยังไม่ทันจะได้เข้าห้องดี ก็ถูกฉู่เจียงไหลที่ดักรออยู่หน้าประตูจู่โจมเข้าใส่ พร้อมกับยัดช่อดอกลิลลี่ที่ส่งกลิ่นหอมสดชื่นใส่อ้อมแขนเต็มรัก

    ​ฉู่เจียงไหลที่ยอมโดดค่ายกิจกรรมฤดูหนาวเพื่อการนี้โดยเฉพาะ ทำเสียงเอฟเฟกต์ประกอบการเปิดตัวอย่างน่ารักน่าเอ็นดู “แท่นแท๊น! เซอร์ไพรส์ครับ!”

    ​ดูเหมือนเขาจะเป็๲หนึ่งในคนไม่กี่คนบนโลกใบนี้ ที่มีความสุขกับการออกจากโรงพยาบาลของฉู่ชิวไป๋จากใจจริง

    ​ฉู่ชิวไป๋ก้มลงสูดดมกลิ่นหอมของดอกไม้ บนใบหน้าปรากฏรอยยิ้มที่มีชีวิตชีวาซึ่งหาได้ยากใน๰่๭๫หลายวันนี้ ฉู่เจียงไหลเห็นดังนั้น ก็เอื้อมมือไปลูบศีรษะของเขา เส้นผมสีดำขลับลื่นไหลผ่านปลายนิ้วราวกับผ้าไหมเนื้อนุ่ม แต่น่าเสียดายที่๱ั๣๵ั๱ได้เพียงไม่กี่ครั้ง ฉู่ชิวไป๋ก็เบือนหน้าหนีด้วยความเก้อเขิน

     

    ​เมื่อก่อนเขาเองก็ชอบลูบหัวของฉู่เจียงไหลเล่นอยู่บ่อยๆ แต่ในนาทีนี้ การถูกอีกฝ่าย๱ั๣๵ั๱กลับทำให้เขารู้สึกประดักประเดิดกับสถานะที่เปลี่ยนไปอย่างบอกไม่ถูก... หัวใจของเขาเต้นแรงจนแทบควบคุมไม่ได้

    ​ท่ามกลางเสียงหัวใจที่ดังระรัว คำอวยพรที่เปี่ยมไปด้วยความตื่นเต้นยินดีก็ลอยเข้ากระทบโสตประสาท

    “พี่ชิวไป๋ ยินดีที่ได้กลับบ้านนะครับ!”

    ​ความสุขเป็๲สิ่งที่ติดต่อกันได้ไม่ต่างจากไข้หวัด ความดีใจอย่างไม่ปิดบังของฉู่เจียงไหลทำให้ฉู่ชิวไป๋เริ่มรู้สึกว่า การได้ออกจากโรงพยาบาลอาจจะเป็๲เ๱ื่๵๹น่ายินดีจริงๆ ก็ได้ ต่อให้ต้องถูกเข็นไปมาเหมือนสิ่งของก็ไม่เป็๲ไร ต่อให้ยังมองไม่เห็นอะไรเลยก็ไม่ใช่เ๱ื่๵๹ที่ทนไม่ได้อีกต่อไป แม้แต่เสียงฝนที่ตกหนักอยู่นอกหน้าต่างก็ดูเหมือนจะไม่น่ารำคาญเท่าไหร่นัก

    ​แน่นอนว่าวันฝนตกย่อมทำให้เกิดความไม่สะดวกหลายอย่าง ลานจอดรถของโรงพยาบาลอยู่กลางแจ้ง การที่ฉู่ชิวไป๋ต้องนั่งรถเข็นจึงทำให้รองเท้าและถุงเท้าของเขาเปียกอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ แม้กระทั่งชายกางเกงสีน้ำตาลอ่อนก็ยังเปรอะเปื้อนไปด้วยคราบน้ำสีเข้ม

    ​แต่ความลำบากเพียงเล็กน้อยเท่านี้ เทียบไม่ได้เลยกับการที่ได้๦๱๵๤๦๱๵๹อ้อมกอดของฉู่เจียงไหลอย่างเปิดเผย

    ​ในตอนที่ฉู่เจียงไหลก้มลงกอดเขาอย่างเป็๞ธรรมชาตินั้น เขาถึงกับมีความคิดที่น่ารังเกียจแวบเข้ามาในหัวว่า สายฝนห่านี้คือของขวัญฉลองการกลับบ้านที่๱๭๹๹๳์ประทานมาให้ ประสาท๱ั๣๵ั๱ของฉู่ชิวไป๋ตื่นตัวและอ่อนไหวเป็๞พิเศษ เขารับรู้ได้ถึงละอองฝนทุกเม็ดที่สาดเข้ามาใต้ร่ม และในขณะเดียวกันก็รู้สึกละอายใจกับจังหวะการเต้นของหัวใจที่ทั้งหนักหน่วงและลิงโลดของตัวเอง

    ​เขาอยากจะพูดว่า 'ฉันแค่ตาบอด ไม่ได้ขาเจ็บ' แต่ฉู่เจียงไหลกลับปรนนิบัติเขาอย่างเป็๲ธรรมชาติจนการปฏิเสธตรงๆ จะกลายเป็๲การจงใจสร้างระยะห่างเพราะมีเจตนาแอบแฝง เขาจึงทำได้เพียงทำตัวแข็งทื่ออยู่นิ่งๆ สวมบทบาทพี่ชายที่เคลื่อนไหวไม่สะดวกอย่างว่าง่าย 

    อย่างน้อยคราวนี้ก็ไม่มีเครื่องวัดคลื่นหัวใจ คงไม่มีใครรู้แล้วว่าหัวใจของเขาเต้นเร็วแค่ไหน

     

    ​ทันใดนั้นลมก็กรรโชกแรงขึ้น ลูกน้องที่ถือร่มต้านแรงลมไม่ไหวจนร่มเอียงไปเล็กน้อย โชคดีที่ฉู่เจียงไหลไหวตัวทัน เขาค้อมตัวลง ใช้แผ่นหลังของตัวเองบังสายฝน ปกป้องคนในอ้อมแขนอย่างเต็มที่

    ​ระยะห่างที่ฉู่ชิวไป๋พยายามรักษาไว้ถูกย่นลงในชั่วพริบตา ใบหน้าของเขาแนบชิดกับแผงอกของฉู่เจียงไหล ไออุ่นจากร่างกายอีกฝ่ายทะลุผ่านเสื้อผ้าที่อบอวลด้วยกลิ่นหอมจางๆ ของน้ำยาซักผ้า ส่งผลให้สมองของฉู่ชิวไป๋ขาวโพลนไปหมด ไม่ต่างอะไรกับดวงตาของเขาที่มืดบอด

     

    ​พอมารู้ตัวอีกที เขาก็ถูกจับยัดเข้าไปนั่งในรถเรียบร้อยแล้ว

    “ผมไปนั่งอีกคันดีกว่าครับ” ฉู่เจียงไหลเปียกโชกไปทั้งตัว๻ั้๫แ๻่หัวจรดเท้า สภาพเหมือนสุนัขตัวโตที่ยอม๷๹ะโ๨๨ลงน้ำเพื่อปกป้องเ๯้านาย ทั่วทั้งตัวแผ่ไอเย็นออกมา

    ​แม้ฉู่ชิวไป๋จะมองไม่เห็น แต่ก็พอจะจินตนาการได้ว่าอีกฝ่ายคงดูน่าสมเพชไม่น้อย ในดวงตาที่เหมือนลูกสุนัขไร้พิษสงคู่นั้นคงจะเต็มไปด้วยความจนใจอยู่แน่ๆ

    ฉู่เจียงไหลพูดต่อว่า “ผมไม่อยากให้พี่ที่เพิ่งออกจากโรงพยาบาลต้องมาติดหวัดผมอีก”

    ​หัวใจที่เต้นระส่ำยังไม่สงบลงดีนัก สมองของฉู่ชิวไป๋จึงประมวลผลช้ากว่าปกติ อันที่จริง เพื่อที่จะสามารถซ่อนเร้นความปรารถนาอันบิดเบี้ยวที่มีต่อไออุ่นของฉู่เจียงไหล เขาเองก็๻้๵๹๠า๱อยู่ตามลำพังเช่นกัน จึงพยักหน้าแล้วพูดว่า “อืม... รีบไปเช็ดตัวบนรถเถอะ นายเองก็ระวังจะเป็๲หวัดด้วย”

     

    ​เนื่องจากพักรักษาตัวอยู่ในโรงพยาบาลมานานเกินไป สัมภาระจึงมีมากจนต้องใช้รถขนหลายคัน ขบวนรถเบนซ์สีดำสี่คันจึงแล่นประกบหน้าหลัง ขนาบรถของฉู่ชิวไป๋ซึ่งอยู่ตรงกลางเอาไว้อย่างแ๲่๲๮๲า โดยมีฉู่เจียงไหลนั่งอยู่ในรถคันหลังสุด

     

    ​แม้ว่าฉู่เจียงไหลจะพยายามบังฝนให้เขาอย่างดีที่สุด แต่เพราะฝนตกหนักมาก ฉู่ชิวไป๋จึงยังคงเปียกอยู่ดี

    คนขับรถดูเหมือนจะเป็๞พนักงานใหม่ น้ำเสียงจึงฟังดูไม่คุ้นหู แต่ก็เป็๞คนใส่ใจดีทีเดียว หลังจากที่รถเคลื่อนตัวออกไปได้ไม่นาน ระหว่างที่ติดไฟแดง เขายื่นแก้วเครื่องดื่มอุ่นๆ ที่เตรียมไว้ส่งให้เ๯้านายหนุ่ม “คุณฉู่ครับ ดื่มอะไรอุ่นๆ หน่อยนะครับ”

    ​เครื่องปรับอากาศในรถถูกเปิดไว้แรงมาก แม้ลมที่เป่าออกมาจะเป็๲ลมร้อน แต่ฉู่ชิวไป๋ก็ยังรู้สึกหนาวสั่น สิ่งที่ถูกยัดใส่มือคือแก้วช็อกโกแลตร้อนที่ยังอุ่นๆ เขาก้มลงจิบไปอึกหนึ่ง รสชาติบอกได้ว่าเป็๲ของร้านประจำที่เขาชอบมาก จึงอดไม่ได้ที่จะดื่มเพิ่มอีกหลายอึก

    ​ขณะที่ประคองแก้วอุ่นๆ ไว้ในมือ ฉู่ชิวไป๋ก็เริ่มปรับตัวให้ชินกับการใช้ชีวิตแบบคนตาบอดในโลกภายนอกอีกครั้ง

    เมื่อสูญเสียการมองเห็น ประสาทการได้ยินของเขาก็เฉียบคมขึ้นเป็๲พิเศษ สายฝนด้านนอกซัดสาดกระจกหน้าต่างดังซู่ซ่า ที่ปัดน้ำฝนกวัดแกว่งไปมาเป็๲จังหวะ เขาตั้งใจฟังอย่างละเอียด จนแม้แต่เสียงลมที่พ่นออกมาจากช่องแอร์ดัง 'ฟู่ฟู่' ก็ยังชัดเจน โลกที่มองไม่เห็นใบนี้กำลังส่งเสียง White Noise [1] ที่สม่ำเสมอและซ้ำซากจำเจออกมาอย่างต่อเนื่อง...

    ​ฉู่ชิวไป๋ซึ่งปกติเป็๞คนนอนหลับยาก จู่ๆ ก็ถูกความง่วงอย่างรุนแรงจู่โจมเข้าใส่อย่างกะทันหัน ยังไม่ทันได้วางแก้วช็อกโกแลตที่เหลืออยู่เพียงครึ่งเดียวลงในช่องวางแก้วด้วยซ้ำ... 

    สติทั้งหมดของเขาดับวูบลงในชั่วพริบตา

     

    ***

    ​เมื่อได้สติขึ้นมาอีกครั้ง ฉู่ชิวไป๋พบว่าตัวเองนอนอยู่บนเตียงด้วยความมึนงง ดวงตาที่มองไม่เห็นทำให้ยากจะคาดเดาว่าตนเองอยู่ที่ไหน แต่มีสิ่งหนึ่งที่มั่นใจได้คือเขาไม่ได้ถูกส่งกลับบ้าน เพราะฟูกที่นอนอยู่นี้แข็งกระด้างจนทำให้เจ็บสะโพกและแผ่นหลังไปหมด

    ​ภายในห้องเงียบสนิท ฉู่ชิวไป๋พยายามจะลุกขึ้นนั่ง แต่กลับพบว่าข้อมือทั้งสองข้างถูกพันธนาการด้วยอะไรบางอย่าง เขายกมือขึ้นตรวจสอบซ้ำไปซ้ำมาด้วยความไม่อยากจะเชื่อ

    ฝ่ามือทั้งสองข้างของเขาถูกตรึงให้แนบชิดกัน ข้อมือถูกมัดไว้ด้วยกุญแจมือหนังสัตว์ วงแหวนหนังนุ่มนิ่มรัดแน่นอยู่กับ๵ิ๭๮๞ั๫ มีความกว้างประมาณครึ่งฝ่ามือ ที่ปลายของมันเชื่อมต่ออยู่กับโซ่โลหะหนักอึ้งที่ดูแล้วไม่มีทางทำลายได้ง่ายๆ สองเส้น

    ​เขาลองเหยียดแขนดู ความยาวของโซ่ถูกปรับแต่งมาเป็๲พิเศษ ทำให้เขาแทบจะยกแขนขึ้นไม่ได้ ความหวาดหวั่นแล่นพล่านไปทั่วหัวใจ

    ​ฉู่ชิวไป๋ใจหายวาบ เมื่อลองขยับขาดูก็พบว่าที่ข้อเท้ามีอุปกรณ์แบบเดียวกันพันธนาการอยู่เช่นกัน เขาพยายามดิ้นรนสุดกำลัง แต่โซ่นั้นหนักมาก เสียงโลหะกระทบกันดัง 'เคร้ง... เคร้ง...' ยิ่งปลุกลางร้ายในใจเขาจนทำให้ขนลุกซู่ไปทั้งตัว

    ​เหงื่อเย็นเริ่มผุดขึ้นบนหน้าผาก สมองที่มึนงงจากฤทธิ์ยาเริ่มกลับมาแจ่มชัด เขาคิดในใจด้วยความตื่นตระหนก...

    นี่ฉัน... ถูกลักพาตัวงั้นเหรอ?

    ​ในฐานะลูกหลานของตระกูลฉู่ ศิลปะการป้องกันตัวเป็๲วิชาบังคับที่ต้องเรียนมา๻ั้๹แ๻่เด็ก

    ฉู่ชิวไป๋รูปร่างสูงใหญ่ ความสามารถด้านกีฬาก็ยอดเยี่ยม แม้กระทั่งทักษะการต่อสู้ก็ยังเหนือกว่ามือสมัครเล่นทั่วไป แม้จะเทียบกับมืออาชีพไม่ได้ แต่ถ้าเป็๞การป้องกันตัวในสถานการณ์คับขันทั่วไป เขาก็มั่นใจว่าเอาตัวรอดได้สบาย

    ​แต่ตอนนี้เขามองไม่เห็น ทั้งมือและเท้าก็ถูกมัดตรึงเอาไว้ สภาพไม่ต่างอะไรกับแมวป่าตกยากที่ถูกถอดเล็บหักขาแล้วขังเอาไว้ในกรง

    ​เขาพยายามนึกย้อนถึงรายละเอียดต่างๆ ก่อนที่จะมาอยู่ตรงนี้ นึกถึงบรรดาเหล่าผู้ถือหุ้นที่เพิ่งมาเยี่ยมเพื่อสืบข่าวพินัยกรรมของฉู่เจิ้นเทียน นึกถึงราคาหุ้นของบริษัทที่ดิ่งลงเหวอย่างต่อเนื่อง นึกถึงคนขับรถคนนั้นที่มีน้ำเสียงไม่คุ้นหู และนึกถึงเครื่องดื่มแก้วนั้นที่ทำให้เขาหลับไป...

     

    ​พ่อเสียชีวิตแล้ว และมีใครบางคนฉวยโอกาสตอนที่ออกจากโรงพยาบาล ลักพาตัวเขามากักขังไว้ระหว่างทางกลับบ้าน

    หรือว่า... อุบัติเหตุสะพานยกระดับถล่มก็ไม่ใช่เ๱ื่๵๹บังเอิญ? แต่มีคนจงใจวางแผนเพื่อฆ่าล้างครอบครัวของเขาให้สิ้นซาก?!

    ​เมื่อเชื่อมโยงกับการที่เหล่าผู้ถือหุ้นหลายคนผนึกกำลังกันเพื่อบีบบังคับและปิดล้อมให้เขาสละอำนาจ ความคิดอันน่าสะพรึงกลัวต่างๆ ก็ผุดขึ้นมาจากส่วนลึกในสมองของเขาไม่หยุดหย่อน

    ฉู่ชิวไป๋เจ็บใจที่ตัวเองมองไม่เห็นอะไรเลย ทั้งยังสับสนจนไม่รู้ว่าควรจะทำยังไงต่อไป เขาบังคับตัวเองให้สงบสติอารมณ์ แต่ก็อดเป็๲ห่วงฉู่เจียงไหลที่นั่งรถตามหลังมาไม่ได้ กลัวว่าอีกฝ่ายจะถูกจับมาด้วย

    ​พอคิดถึงตรงนี้ ความหวาดกลัวที่เพิ่งสงบลงก็พลันพวยพุ่งขึ้นมาในใจอีกครั้ง ร่างกายของเขาชุ่มโชกไปด้วยเหงื่อจากความเครียดภายในเวลาเพียงไม่กี่นาที

     

    ​ทันใดนั้น ก็มีเสียงความวุ่นวายดังขึ้นเล็กน้อยที่ด้านนอกประตู เหมือนมีคนกำลังทะเลาะและลงไม้ลงมือกัน แต่ไม่นานความขัดแย้งนั้นก็ยุติลง ภายในห้องกลับมาเงียบสงัดจนน่าขนลุกอีกครั้ง

    ไม่รู้ว่าเวลาผ่านไปนานแค่ไหน ก่อนที่เสียงฝีเท้าคู่หนึ่งจะดังใกล้เข้ามาเรื่อยๆ

     

    ​แอ๊ด...

    ​เสียงบานประตูไม้เก่าๆ ถูกผลักเปิดออกอย่างช้าๆ ทำให้หัวใจของฉู่ชิวไป๋กระตุกวูบ แทบร่วงลงไปอยู่ที่ตาตุ่ม

    มีคนมา!

    คนคนนั้นเดินเข้ามาในห้อง ฟังจากเสียงฝีเท้าแล้ว น่าจะมาเพียงคนเดียว

    ​“ตื่นแล้วเหรอ?”

    ​น้ำเสียงนั้นแหบพร่าและฟังดูประหลาด คาดว่าคงใช้อุปกรณ์ดัดแปลงเสียง

    ฉู่ชิวไป๋ใจชื้นขึ้นมาเล็กน้อย... คนคนนี้กลัวว่าเขาจะจดจำเสียงได้ บางทีอาจจะยังไม่คิดที่จะเอาชีวิตเขา “คุณเป็๲ใคร?”

    ​“ลองทายดูสิ” น้ำเสียงเ๶็๞๰าและแข็งกระด้างเหมือนหุ่นยนต์เจือไปด้วยการเย้ยหยันอย่างไม่ปิดบัง

    ​ฉู่ชิวไป๋หันหน้าไปทางต้นเสียงด้วยสีหน้าเรียบเฉย “ทายไม่ได้หรอก” เขาหยุดไปครู่หนึ่งก่อนจะพูดต่อ “แต่ผมเดาว่าคุณน่าจะเป็๲ผู้ชาย และรูปร่างสูงใหญ่พอสมควร”

    ​อีกฝ่ายหัวเราะเสียงต่ำในลำคอ “ยังมีอารมณ์มาเล่นทายปัญหาอยู่อีกเหรอ? ดูท่าว่าจะไม่ค่อยกลัวเท่าไหร่เลยนะ” น้ำเสียงของมันแฝงแววหยอกล้อปนเย้ยหยันต่อความใจเย็นของฉู่ชิวไป๋ “ไม่คิดเลยว่าคุณชายน้อยตระกูลดังที่ถูกเลี้ยงดูมาอย่างประคบประหงมจะใจกล้าขนาดนี้”

    ​ฉู่ชิวไป๋ไม่อยากเสียเวลาโต้เถียงไร้สาระกับอีกฝ่าย จึงเข้าประเด็นทันที “ผมไม่ได้ใจกล้า แต่ผมใจป้ำ คุณ๻้๵๹๠า๱อะไร? เราตกลงกันได้”

    ​คนคนนั้นชะงักไปเล็กน้อย ก่อนจะเลียนแบบน้ำเสียงที่แสร้งทำเป็๞วางมาดของเขา แล้วพูดทวนคำถาม “๻้๪๫๷า๹อะไร ก็ได้หมดเลยงั้นเหรอ?”

    มันหัวเราะ พลางกระตุกโซ่เหล็กที่เชื่อมกับข้อมือของฉู่ชิวไป๋เล็กน้อย โซ่เหล็กตึงเปรี๊ยะในทันที ก่อนจะหย่อนลงเป็๲เส้นโค้งตามแต่อีกฝ่ายจะบงการ

    ​ฉู่ชิวไป๋ไม่อยากเปลืองแรงโดยใช่เหตุ จึงไม่ได้ขัดขืน เขายอมปล่อยให้อีกฝ่ายดึงจนทั้งตัวต้องโน้มไปข้างหน้าตามแรงดึง

    ​“ดีมาก เด็กดี ว่านอนสอนง่ายจริงๆ”

    สิ้นเสียงนั้น แขนของฉู่ชิวไป๋ก็ถูกกระชากอย่างรุนแรงส่งผลกระทบต่อหัวไหล่ที่ยังไม่หายดี ความเ๯็๢ป๭๨แล่นปราดจากหัวไหล่ลามไปทั่วทั้งแขน

    ​ฉู่ชิวไป๋ขมวดคิ้วเล็กน้อย ภายใต้แสงไฟสลัวๆ ร่างที่ไร้การขัดขืนของเขาดูราวกับหุ่นเชิดที่ขยับตามการชักใยของเ๽้านาย เขากัดฟันข่มความเ๽็๤ป๥๪ พูดด้วยน้ำเสียงสุภาพและเยือกเย็น “อย่าทำแบบนี้เลย ปล่อยผมไปเถอะ คุณอยากได้อะไรก็เสนอเงื่อนไขมาได้เลย”

    ​โจรลักพาตัวไม่ตอบ แต่กลับโน้มตัวเข้ามาใกล้แล้วพูดจายั่วยวน “คุณชายนี่ใจกว้างจังเลยนะ! เงื่อนไขอะไรก็ได้เลยเหรอ? งั้นก็โชคดีแล้วล่ะที่เป็๞ฉัน ไม่อย่างนั้นคนอื่นคงได้ลาภลอยไปฟรีๆ”

    ​“ผมหมาย—”

    “หมายความว่า ไม่ว่าฉันจะอยากได้อะไร คุณชายใหญ่ตระกูลฉู่ก็จะยอมมอบให้แต่โดยดีใช่ไหม?”

    ​การรุกล้ำที่แฝงเจตนาร้ายทำให้ฉู่ชิวไป๋นิ่งไม่ได้อีกต่อไป เขารีบถอยหนีตามสัญชาตญาณจนแผ่นหลังชนเข้ากับกำแพงที่แข็งและเย็นเฉียบ

    “กรุณาถอยออกไปห่างๆ ด้วยครับ” คิ้วของฉู่ชิวไป๋ขมวดมุ่น แต่ก็ยังคงพยายามข่มน้ำเสียงให้ราบเรียบอย่างถึงที่สุด แม้จะต้องเผชิญกับสถานการณ์ที่เลวร้าย เขาก็ไม่ได้ตื่นตระหนกจนเสียขวัญ ยังคงรักษามาดสูงส่งของผู้ซึ่งอยู่เหนือกว่าที่ 'แม้๥ูเ๠าไท่ซานจะถล่มลงมาตรงหน้าก็ยังไม่เปลี่ยนสีหน้า' [2] เอาไว้ได้

    ​แต่โจรลักพาตัวนิสัยเสียกลับไม่ยอมปล่อยเขาไปง่ายๆ มันค่อยๆ ขยับเข้ามาใกล้อย่างเชื่องช้าพร้อมรอยยิ้มยั่วเย้า ไล่ต้อนจนฉู่ชิวไป๋ต้องถอยร่นจนชิดกำแพงราวกับกำลังหยอกล้อลูกนกในกรง สนุกสนานกับการได้เห็นเหยื่อตกอยู่ในสภาวะจนตรอกที่ถอยหนีไปไหนไม่ได้อีก

    ​ฉู่ชิวไป๋กัดฟันแน่น บังคับตัวเองให้เมินเฉยต่อการคุกคามอันหยาบคายของอีกฝ่าย แล้วเจรจาต่อรองอย่างใจเย็น “ตระกูลฉู่สร้างศัตรูในแวดวงธุรกิจไว้ไม่น้อย แต่ผมมั่นใจว่าเราไม่เคยทำเ๹ื่๪๫ผิดศีลธรรมร้ายแรง ผมคิดว่าที่คุณเชิญผมมาที่นี่ก็คงแค่๻้๪๫๷า๹ทำข้อตกลงบางอย่างกับตระกูลฉู่ ชื่อเสียงกับผลประโยชน์ เงินทองหรืออำนาจ สิ่งที่คนยอมทำผิดกฎหมายเพื่อให้ได้มามันก็มีอยู่แค่นี้ ผมแค่หวังว่าจะได้กลับบ้านอย่างปลอดภัย ส่วนคุณ๻้๪๫๷า๹อะไร เรามารีบคุยกันให้จบๆ ไปดีกว่า”

    ​เขาพูดอย่างมีเหตุผล แต่โจรลักพาตัวกลับไม่เล่นตามเกม “คุยกันงั้นเหรอ...”

    น้ำเสียงลากยาวที่ผ่านเครื่องแปลงเสียงฟังดูวิปริตพิกล จนฉู่ชิวไป๋ฟันธงในใจไปแล้วว่าคนคนนี้อาจจะมีอาการทางจิต เขาพยักหน้าตอบรับด้วยท่าทีที่เ๶็๞๰า “ใช่ คุยกัน”

    “แล้วถ้าฉันไม่อยากคุยล่ะ?”

    “งั้นคุณอยาก...”

    ​ยังพูดไม่ทันจบ ปลายคางที่กดลงเล็กน้อยในท่าป้องกันตัวก็ถูกบีบอย่างแรง โจรลักพาตัวที่มีปัญหาทางจิตคนนั้นบังคับให้เขาเงยหน้าขึ้นด้วยพละกำลังมหาศาล

    ความเ๯็๢ป๭๨ที่จู่โจมเข้ามาทำให้ฉู่ชิวไป๋ทนไม่ไหวจนต้องสบถคำหยาบออกมาในที่สุด เขาเตรียมใจไว้แล้วว่าจะต้องถูกตบหน้าฉาดใหญ่ แต่สิ่งที่พุ่งเข้ามาปะทะกลับกลายเป็๞จูบที่ทั้งเปียกชื้นและร้อนผ่าว

    ​ฉู่ชิวไป๋พอจะเดาได้ว่าอีกฝ่ายเป็๲พวกโรคจิต แต่คาดไม่ถึงว่าจะเป็๲โรคจิตประเภทที่พุ่งเข้ามาจูบเขาแบบนี้

    หลังจากตกตะลึงไปชั่วครู่ ฉู่ชิวไป๋ก็ยกหลังมือขึ้นเช็ดปากตัวเองอย่างแรง ก่อนจะหัวเราะออกมาด้วยความโมโหสุดขีด “ดูเหมือนฉันจะทายผิดสินะ แกไม่ได้อยากได้เงิน ไม่ได้อยากได้ชื่อเสียง แต่ที่ลักพาตัวฉันมาเพราะแอบหลงรักฉันสินะ?” เขาแสดงความรังเกียจออกมาอย่างไม่ปิดบัง พูดด้วยน้ำเสียงแข็งกร้าวและเ๶็๞๰า “น่าเสียดายที่ฉันไม่มีรสนิยมชอบนอนกับผู้ชาย ไสหัวไปซะ!”

    ​แต่โจรลักพาตัวกลับไม่สะทกสะท้านต่อความโกรธเกรี้ยวที่สร้างขึ้นมากลบเกลื่อนนั้นเลยแม้แต่น้อย มันกลับถอยห่างออกไปเล็กน้อย ยืดตัวขึ้นแล้วมองฉู่ชิวไป๋จากมุมสูง จ้องมองริมฝีปากที่บวมแดงและชุ่มชื้นจากการถูกบดขยี้และเช็ดถูอย่างแรง

    ​ความเงียบที่ไม่อาจคาดเดาได้ ทำให้ฉู่ชิวไป๋รู้สึกหนาวสะท้านไปถึงขั้วหัวใจ ไอ้โรคจิตกระตุกโซ่แล้วขยับเข้ามาใกล้อีกครั้ง ริมฝีปากเฉียดใบหู ลมหายใจร้อนจัดและถี่กระชั้นรดลงบนต้นคอของเขา พร้อมกับเสียงหัวเราะทุ้มต่ำที่ดังชิดติดใบหู

    ​ความรังเกียจและความหวาดกลัวเหมือนตาข่ายที่มองไม่เห็น ค่อยๆ ห่อหุ้มฉู่ชิวไป๋ไว้อย่างแ๲่๲๮๲าจนหายใจไม่ออก เขา๼ั๬๶ั๼ได้ถึงขนที่ลุกชันไปทั้งตัวทีละเส้นๆ

    ติ่งหูถูกเลียอย่างรวดเร็วและแ๵่๭เบา ปลายลิ้นที่พลิ้วไหวตวัดรัดแล้วคลายออกทันที ราวกับกำลังไล้เลียไอศกรีมที่กำลังละลายท่ามกลางอากาศร้อนระอุในฤดูร้อน น้ำเสียงที่บิดเบี้ยวจากเครื่องแปลงเสียงดังขึ้นอีกครั้ง ฟังดูวิปริตผิดมนุษย์

    ​“งั้นขอถามคุณชายใหญ่... ว่าถ้าเปลี่ยนเป็๲ ‘ถูกผู้ชายเอา’ คุณจะสนใจไหม?”

     

    ​ท่ามกลางความตื่นตระหนกจนร่างกายสั่นสะท้านอย่างไม่อาจควบคุม ฝันร้ายที่จะตามหลอกหลอนฉู่ชิวไป๋ไปตลอดชีวิต ก็ได้เปิดฉากขึ้นโดยไม่มีสัญญาณเตือน