“จริงดิพี่ โห…พี่แม่งโคตรป๋าเลย” อั๋นยิ้มกว้างอย่างจริงใจก่อนจะเดินลึกเข้าไปในร้านที่เรียงรายไปด้วยชั้นวางของเก่าๆ
ระหว่างที่กำลังเดินเลือกหาของขบเคี้ยวอยู่นั้นสายตาของเขาก็เผลอเหลือบไปเห็นหญิงสาวคนหนึ่ง ซึ่งน่าจะเป็หลานสาวของยายเพ็ญกำลังนั่งไขว่ห้างอยู่บนเก้าอี้พลาสติกดูละครหลังข่าวจากทีวีเครื่องเล็กที่ตั้งอยู่มุมร้าน
ท่าทางของเธอดูเบื่อๆแต่สิ่งที่อั๋นสังเกตเห็นคือ สายตาของเธอที่ควรจะจับจ้องอยู่ที่หน้าจอกลับชำเลืองมองออกมาทางหน้าเคาน์เตอร์เป็ระยะ...และทุกครั้งสายตาคู่นั้นจะหยุดนิ่งอยู่ที่ร่างสูงใหญ่ของเด่นที่ยืนเปลือยอกคุยกับยายเพ็ญอย่างสบายอารมณ์
อั๋นรู้ดีแก่ใจว่าคนที่ดึงดูดสายตาของหญิงสาวคนนั้นไม่ใช่ตัวเขาอย่างแน่นอน
จู่ๆความรู้สึกโหวงๆ คล้ายโดนมองข้ามก็แล่นปราดขึ้นมาในใจอย่างไม่มีสาเหตุเขาเม้มปากแน่น ละสายตาจากภาพนั้นก่อนจะเดินเลี่ยงไปเปิดตู้แช่เครื่องดื่มที่ส่งเสียงหึ่งๆ อยู่มุมร้าน
ทันใดนั้นแสงไฟสีขาวภายในตู้ก็สาดส่องกระทบใบหน้าของเด็กหนุ่มเขาก้มหน้าควานหาอะไรบางอย่างทำแก้เก้อแล้วหยิบไอศกรีมรสสตรอว์เบอร์รีออกมาหนึ่งแท่ง
“ไอ้อั๋น! ใครสั่งใครสอนให้มึงกินเหล้าแล้วตามด้วยของหวานระวังจะเมาเร็วจนอ้วกแตกนะมึง!” เสียงเตือนของเด่นดังขึ้น
ทว่าอั๋นกลับทำเป็ไม่ได้ยินเขาหันหลังให้ ฉีกซองไอศกรีมออกอย่างแรง แล้วกัดมันคำโต
ความเย็นเฉียบและรสหวานของสตรอว์เบอร์รีพลันแล่นขึ้นสมองก่อนที่ร่างสูงโปร่งจะเดินกระแทกเท้าเบาๆ ไปคว้าถุงเบียร์กับถุงน้ำแข็งจากเคาน์เตอร์แล้วเดินกลับไปนั่งรอที่เบาะหลังจักรยานด้านนอกร้านอย่างเงียบๆทิ้งให้คนพี่ได้แต่ยืนส่ายหัวอย่างระอาใจ
“ผมไปก่อนนะครับยาย”ร่างสูงโบกมือล่ำลายายเพ็ญที่ยืนยิ้มอยู่หลังเคาน์เตอร์ ก่อนจะเดินออกมาจากร้าน
เมื่อเห็นคนที่ซ้อนท้ายยังคงนั่งรออยู่บนจักรยานเขาก็เดินตรงเข้ามาโดยไม่พูดอะไรมือหนาฉวยเอาเฉพาะถุงพลาสติกที่ใส่ขวดเบียร์จากมือของอีกฝ่ายไปอย่างรวดเร็วจัดการนำไปวางไว้ที่ตะกร้าหน้ารถอย่างมั่นคง
“ของมันมีราคา กูไม่ไว้ใจให้คนเมาถือหรอก เดี๋ยวทำตกแตกหมดกันพอดี” เด่นพูดพึมพำก่อนจะะโขึ้นคร่อมจักรยานแล้วออกตัวปั่นทันที
“โห่พี่! ใครเมากัน!” คนที่โดนหาว่าเมาหัวเราะคิกคักเอนตัวไปข้างหน้าเล็กน้อย พูดใกล้ๆ กับแผ่นหลังกว้าง
“กลัวผมเมื่อยมือก็บอกมาเถอะน่าไม่ต้องมาทำปากแข็ง” เขาพูดจบก็ยัดไอศกรีมเข้าปากด้วยอารมณ์ที่ดีขึ้นส่วนถุงน้ำแข็งเขาก็ยังคงถือไว้ในมืออย่างระมัดระวัง
ในขณะที่รถสองล้อกำลังเคลื่อนกลับไปยังทิศทางเดิมสายตาของอั๋นยังคงมองแผ่นหลังกว้างที่เคลื่อนไหวขึ้นลงตามจังหวะการปั่นจักรยานนั้นแล้วก็เงียบไปครู่หนึ่ง
จิตใจที่สับสนในภาวะมึนเมาของเขากำลังประมวลผลความรู้สึกที่หลากหลายความตื่นเต้น ความหวั่นไหว และความหงุดหงิดที่เกิดขึ้นเมื่อครู่...
ขณะที่จักรยานกำลังเคลื่อนตัวไปตามถนนลูกรังที่มืดมิดจู่ๆ เ้าของเสียงทุ้มก็โพล่งพูดขึ้นมาทำลายความเงียบ
“เอาจริงๆนะไอ้อั๋น...ไอ้งานเด็กดริ๊งก์ที่มึงพูดถึงเมื่อกี๊...กูว่าแม่งน่าสนใจอยู่ว่ะดูแล้วเงินมันท่าจะดีจริงๆ”
คำพูดนั้นเหมือนก้อนหินที่โยนลงในบ่อน้ำนิ่งความคิดฟุ้งซ่านของอั๋นสลายหายไปทันที เขารู้สึกเหมือนมีกระแสไฟฟ้าแล่นผ่านร่าง
“เออ! ใช่เลยพี่! ผมลืมไปเลยว่าพี่กำลังหางานทำอยู่พอดี!” เด็กหนุ่มรีบพูดด้วยความตื่นเต้นอย่างเห็นได้ชัด
“ถ้าหน้าตาหล่อๆแบบพี่ แถมหุ่นล่ำบึ้กขนาดนี้ ได้ไปเป็เด็กดริ๊งก์ที่ร้านนั้นนะผมรับรองได้เลยว่าพี่รวยเละแน่ๆ! สาวๆ ได้ต่อคิวจองตัวกันตรึม!” เสียงชมเชยจากใจจริงหลุดออกจากปากเขาโดยไม่ต้องย้ำคิด
“ฮ่าๆๆ ทำไมวะ...กูหล่อถึงขนาดนั้นเลยรึไง” เสียงหัวเราะทุ้มๆลอยมาจากด้านหน้า มันเป็เสียงหัวเราะที่เจือความพึงพอใจอย่างปิดไม่มิด
“ก็เออดิพี่!” คนที่ซ้อนท้ายยืนยันเสียงหนักแน่นเอนตัวไปข้างหน้าจนแผงอกแนบชิดกับแผ่นหลังกว้างััได้ถึงความร้อนจากผิวกายและกล้ามเนื้อที่เกร็งขึ้นเล็กน้อยตามจังหวะการปั่น
“พี่ไม่รู้ตัวเลยเหรอว่าพี่แม่งโคตรจะหล่อเลยอ่ะ!”
“เมื่อกี๊นี้ ตอนที่เราอยู่ที่ร้านยายเพ็ญ หลานสาวแกที่นั่งดูทีวีอยู่ยังแอบเหล่ตามองพี่ตาแทบไม่กระพริบ ผมเห็นกับตาตัวเองเต็มๆ!”เขาอ้างอิงหลักฐานที่เพิ่งประสบมาสดๆ ร้อนๆ เพื่อยืนยันคำพูดของตัวเอง
“เอางี้ดิพี่ เดี๋ยววันศุกร์หน้านี้เลย ผมจะพาพี่เข้าไปสมัครงานที่ร้านดูเจ๊เ้าของร้านแกใจดีจะตายไป รับรองได้เลยว่าถ้าแกได้เห็นหุ่นล่ำๆ ของพี่นะต้องรีบเซ็นสัญญาจ้างเข้าทำงานทันที”อั๋นเสนอแผนการด้วยน้ำเสียงที่เต็มไปด้วยความกระตือรือร้น
“แต่ว่า...ถ้าพี่ได้เข้าไปทำงานที่นั่นจริงๆ แล้วก็อย่าลืมช่วยเคลียร์ทางให้ผมด้วยนะ” เขาเปลี่ยนมาใช้เสียงที่เบาลงและออดอ้อนเอนตัวเข้าไปใกล้กว่าครั้งแรก
“เผื่อว่าปีหน้าผมเรียนจบม.หก แล้วจะได้เข้าไปทำงานหาเงินกับเขาบ้าง จะได้มีพรรคมีพวกไม่ต้องไปโดนไอ้พวกเด็กเก่าเ้าถิ่นขี้เก๊กทำตัวกร่างใส่” น้ำเสียงของเขาเจือความขุ่นเคืองอย่างชัดเจนเมื่อนึกถึงประสบการณ์เก่าๆ
“พูดถึงพวกแม่งแล้วขึ้นเลยว่ะพี่พวกมันคิดว่าตัวเองหล่อก็เลยชอบเบ่งข่มคนอื่นอยู่เรื่อย” เด็กหนุ่มบ่นพึมพำพลางกัดไอศกรีมคำโตด้วยความโมโห
เมื่อได้ยินเสียงใส่อารมณ์คนพี่ได้แต่หัวเราะในลำคอเบาๆ กับท่าทีที่เปลี่ยนไปมาของคนน้อง เขาไม่ได้ตอบอะไร ได้แต่ตั้งหน้าตั้งตาปั่นจักรยานฝ่าความมืดต่อไปจนกระทั่งถึงบ้านในที่สุด
และแล้วคืนนั้น...
ก็เป็ไปตามที่อั๋นคาดการณ์ไว้ไม่มีผิดเพี้ยน...
ภาพความทรงจำสุดท้ายของเขาก่อนที่ทุกอย่างจะดับวูบลงมันเป็เศษเสี้ยวของความรู้สึกที่ผสมปนเปกัน...
เสียงเปิดขวดเบียร์ขวดที่ห้าดัง‘ป๊อก!’ ตามด้วยเสียงฟองฟู่ที่ซาบซ่าน
“ชน!” เสียงยานคางของคนน้องดังขึ้นท่ามกลางเสียงเพลงที่ดังคลอจากทีวี
“ไอ้พี่เด่น...มึงแม่ง...เป็พี่ชาย...ที่ดีที่สุดของกูเลยว่ะ!”อั๋นพูดด้วยน้ำเสียงที่เริ่มจะอ้อแอ้เต็มที เขายกแก้วที่พร่องไปแล้วขึ้นสูง
“เออ! มึงก็...เป็น้องชาย...ที่ดีของกู” เด่นหัวเราะเสียงทุ้มในลำคอใบหน้าของเขาแดงก่ำภายใต้แสงไฟสลัว เขายกแก้วขึ้นชนกับของอั๋นเสียงดัง ‘แกร๊ง!’
รสชาติขมปนหวานของเบียร์ที่ไหลลื่นลงคอไม่ได้ช่วยให้รู้สึกสดชื่นอีกต่อไปแล้วแต่มันกลับทำให้โลกรอบตัวเริ่มหมุนช้าลง
อั๋นจำได้ว่าแขนข้างหนึ่งของเขาพาดอยู่บนไหล่กว้างของเด่นส่วนแขนของเด่นก็โอบรอบคอของเขาไว้อย่างไม่ถือตัวพวกเขานั่งเบียดกันอยู่บนโซฟาตัวเก่า ร้องเพลงลูกทุ่งที่เปิดจากแผ่นซีดีเสียงดังลั่นบ้านอย่างไม่เกรงใจใคร...
ไม่กี่นาทีต่อมาภาพใบหน้าของเด่นที่หัวเราะร่าจนตาหยีเริ่มพร่าเลือนเสียงพูดคุยของพวกเขาเริ่มจับใจความไม่ได้...
และเขาก็จำได้ว่าตัวเองกำลังจะยกแก้วขึ้นดื่มเป็ครั้งสุดท้ายก่อนที่ภาพทุกอย่างจะตัดลงสู่ความมืดสนิท
เด่นกระพริบตาปริบๆพยายามปรับโฟกัสที่พร่ามัว เขาเขย่าหัวแรงๆ เพื่อไล่ความมึนงงที่เกาะกุมสมองอยู่แต่ดูเหมือนจะไม่ช่วยอะไรมากนัก
“ไอ้อั๋น...มึง...จะกินอีกป่าววะ...ถ้าจะกินอีกต้องไปเป็เพื่อนกูเคาะร้านยายเพ็ญอีกรอบ”เขาหันไปถามคนน้องที่นั่งอยู่ข้างๆ แต่ก็พบเพียงความเงียบ
ในตอนนี้ร่างโปร่งของกำลังอั๋นนอนฟุบหน้าอยู่กับเก้าอี้ไม้เตี้ยๆแขนข้างหนึ่งเหยียดออกไปข้างหน้า ปลายนิ้วแทบจะแตะขวดเบียร์ที่ว่างเปล่าเขาหลับสนิทไปแล้วโดยสมบูรณ์
“เห้ย...หลับแล้วเหรอวะ” เด่นพึมพำกับตัวเอง เขาลองใช้นิ้วจิ้มที่แก้มของคนน้องเบาๆแต่ก็ไม่มีปฏิกิริยาตอบสนองใดๆ นอกจากเสียงครางงึมงำในลำคอ
เด่นถอนหายใจยาวเขามองสภาพของอั๋นสลับกับบันไดไม้ที่ทอดตัวขึ้นไปยังชั้นสองด้วยสายตาครุ่นคิดที่หนักอึ้งเพราะฤทธิ์แอลกอฮอล์
‘ถ้าปล่อยมันนอนตรงนี้พรุ่งนี้ไอ้เดียวตื่นมาเห็น กูโดนด่าหูชาแน่...’ เขากำลังตัดสินใจในฐานะพี่ชายที่โตกว่าเขาควรจะมีความรับผิดชอบ
“เออ...เดี๋ยวกู...แบกขึ้นไปส่งก็ได้” เด่นพึมพำก่อนจะค่อยๆพยุงร่างที่หนักอึ้งของตัวเองให้ลุกขึ้นยืนอย่างทุลักทุเลโลกทั้งใบหมุนคว้างไปชั่วขณะ แต่เขาก็ยังกัดฟันสู้
เขาเดินโซเซไปย่อตัวลงข้างๆอั๋น พยายามจะช้อนร่างที่ไร้สติของเด็กหนุ่มขึ้นมาพาดบ่า
“อึ๊บ!”
ร่างกำยำพยายามออกแรงยก...แต่ร่างกายที่เมาจนแทบจะยืนไม่ไหวของเขากลับไม่ให้ความร่วมมืออั๋นที่ตัวอ่อนปวกเปียกเหมือนตุ๊กตาผ้านั้นหนักเกินกว่าที่เขาจะรับไหวในสภาพนี้
เด่นพยายามอีกครั้งเป็ครั้งสุดท้ายแต่เพราะความเมาที่เข้าครอบงำสติและเรี่ยวแรงจนหมดสิ้นเขาทำได้เพียงยกร่างของอั๋นให้ลอยขึ้นจากพื้นได้ไม่กี่นิ้วก่อนที่ขาของเขาเองจะสั่นระริกและหมดแรงลงในที่สุดร่างของทั้งสองทรุดฮวบลงไปกองกับพื้นข้างๆ กัน
“แม่งเอ๊ย...ไม่ไหวว่ะ”
สิ้นเสียงสบถอย่างยอมจำนนร่างสูงใหญ่ก็ทิ้งตัวลงนอนแผ่หลาอยู่บนพื้นปูนข้างๆ ร่างที่หลับใหลไปก่อนแล้ว
แสงสีฟ้าเทาจากจอโทรทัศน์ที่เปิดทิ้งไว้ยังคงกะพริบวูบวาบสาดส่องให้เห็นภาพของขวดเบียร์ที่ล้มระเนระนาด เศษขนมที่กระจัดกระจายและร่างกายของชายหนุ่มสองคนที่นอนหายใจอย่างสม่ำเสมออยู่ท่ามกลางความพินาศนั้น...
ภาพทั้งหมดค่อยๆพร่ามัวลง โฟกัสเลือนหายไปทีละน้อยจนในที่สุดก็กลายเป็เพียงเงามืด...รอคอยแสงแรกของวันใหม่และพายุลูกใหญ่ที่จะตามมา
…
เช้าวันรุ่งขึ้น...
เดียวค่อยๆลืมตาขึ้นมาอย่างช้าๆสิ่งแรกที่เขารู้สึกคือความปลอดโปร่ง...อาการไข้ที่รุมเร้าเขามาทั้งคืนดูเหมือนจะทุเลาลงไปมากแล้วเขารู้สึกสบายตัวขึ้นอย่างน่าประหลาดใจ จึงค่อยๆ พยุงร่างของตัวเองลุกจากเตียงตั้งใจว่าจะลงไปหาอะไรอุ่นๆ ดื่มที่ชั้นล่าง
แต่ทันทีที่เขาเปิดประตูห้องนอนออกไป...กลิ่นเหม็นเปรี้ยวของแอลกอฮอล์ที่หมักหมมผสมกับกลิ่นบูดของอาเจียนก็ลอยคละคลุ้งขึ้นมาแตะจมูกอย่างรุนแรงจนเขาต้องรีบยกมือขึ้นปิด
ร่างเล็กขมวดคิ้วมุ่นความรู้สึกดีๆ เมื่อครู่หายวับไปกับตา
เขาก้าวลงบันไดอย่างระแวดระวังแต่ละย่างก้าวที่เหยียบลงบนไม้เก่าๆทำให้เกิดเสียงลั่นเอี๊ยดอ๊าดที่ดังผิดปกติในความเงียบของยามเช้า
และเมื่อเท้าของเขาััพื้นชั้นล่าง...ดวงตาของเขาก็เบิกกว้างขึ้นด้วยความใระคนโมโหสุดขีด!
สภาพห้องนั่งเล่นชั้นล่างของเขาในตอนนี้ไม่ต่างอะไรไปจากสมรภูมิรบหลังพายุทอร์นาโดถล่ม!
ขวดเบียร์สีชาเปล่าๆกลิ้งเกลื่อนกลาดอยู่บนพื้น บางขวดยังมีฟองแห้งๆ ติดอยู่ก้นขวดแก้วสองใบพลิกคว่ำอยู่ในแอ่งเบียร์ที่เหนียวเหนอะหนะบนโต๊ะไม้เศษเปลือกเม็ดแตงโมและถั่วลิสงกระจายไปทั่วทุกแห่งหนราวกับถูกโปรยทาน
และที่เลวร้ายที่สุดคือคราบอาเจียนกองใหญ่ที่แห้งกรังเป็ดวงๆอยู่บนพื้นปูนเย็นเฉียบ...
ดวงตาของเดียวไล่สำรวจความพินาศตรงหน้าก่อนจะไปหยุดอยู่ที่ร่างสองร่างที่นอนกองอยู่บนพื้นข้างๆ โซฟา
พี่ชายของเขานอนหงายโดยมีเพียงผ้าขาวม้าผืนเดียวพาดอยู่บนตักอย่างิ่เหม่ส่วนเพื่อนสนิทตัวดีของเขาก็นอนขดตัวอยู่ปลายโซฟาในสภาพเปลือยท่อนบน...มือข้างหนึ่งของยังคงวางแปะอยู่บนหน้าท้องของพี่ชายเขาราวกับเป็หมอนข้าง!
เดียวสูดหายใจเข้าลึกพยายามระงับอารมณ์ที่กำลังเดือดพล่าน ใบหน้าที่เคยซีดเซียวจากพิษไข้บัดนี้กลับแดงก่ำขึ้นมาด้วยความโกรธมือทั้งสองข้างของเขากำแน่นจนข้อนิ้วขาวซีด...พายุลูกใหม่กำลังจะก่อตัวขึ้นในไม่ช้านี้อย่างแน่นอน