ตอนที่ 22 แอ่นอกรับ
“องค์ชายนี่เป็อัจฉิยะจริงๆ”
จิมกล่าวอย่างชื่นชม
“นั่นสิวิธีขององค์ชายช่วยให้พวกเราแข็งแกร่งขึ้นมาก”
“อ๊าก!!! แกเบาๆสิวะจ๊อบ”
แจ๊คร้องลั่นเพราะตอนนี้เขาถูกจ๊อบเอามีดเสียบแขนอยู่
“โทษทีๆพอดีใส่แรงเยอะไปนิด”
จ๊อบทำหน้าเหมือนสำนึกผิดแต่กลับใส่พลังทำลายเพิ่มอีกเล็กน้อยจนแจ๊คสูดปาก
ตอนนี้ทีมจ่าเวสกำลังทำตามที่ราดิชใช้อยู่ทั้งออกวิ่งสุดกำลังจนค่าสถานะสาย SP ของพวกเขาเติบโตขึ้นมากตอนนี้พวกเขามาหยุดพักกันและเริ่มใช้วิธีทรมานอื่นกัน
“ไหนๆใครอยากได้ต้านการทุบตีมั่ง”
เป็จ่าเวสที่ถามขึ้นด้วยรอยยิ้มเหี้ยมเกรียม
“ไม่ครับ!!!”
ทั้งสี่คนตอบพร้อมกันโดยไม่ต้องนัดหมาย
“เริ่มจากแกก่อนเลยแล้วเ้าจิม”
จ่าเวสไม่รอให้จิมตอบรับหรือไม่แต่เขาพุ่งไปหาจิมก่อนจะเริ่มใช้ค้อนที่ไม่รู้แกไปเอามาจากไหนระดมทุบจิมท่ามกลางเสียงร้องโอดโอยขอความช่วยเหลือ
“อย่าทำผมเลยจ่า...ผมผิดไปแล้ว”
“นี่คือการฝึกแกต้องอดทนไว้”
จ่าเวสยังคงทุบไปตามตัวจิมอย่างต่อเนื่องแน่นอนว่าจ่าไม่ได้ทุบเอาตาย แต่แค่ทำให้น่วมพอประมาณ พอเห็นว่าจิมทนไม่ไหวแล้วก็เปลี่ยนเป้าหมายไปหาคนอื่นที่เหลืออีกสามคนก็มีชะตากรรมไม่ต่างจากจิมเช่นกัน
แต่ละคนถูกทุบจนน่วมไปทั้งตัวแต่พวกเขากลับไม่มีใครร้องไห้โวยวายแต่อย่างใดเพราะสกิลของพวกเขาอัพกันรัวๆเลยตอนนี้เนื่องจากจ่าเวสมีสกิลเพิ่มพลังการทุบตีขั้นสูงอยู่ทำให้การทุบแต่ละครั้งรุนแรงมากแต่จ่าแกก็ควบคุมแรงไว้ได้อย่างดีไม่ให้พวกนี้ตายแน่นอน
“งั้นต่อไปเรามาเพิ่มความต้านไฟกันนะ”
จิมรีบกล่าวขึ้นและไม่รอให้มีเสียงตอบรับเขาเริ่มร่ายเวทและยิงลูกไฟใส่ทุกคน ทำให้ที่เหลือวงแตกทันทีก่อนที่เขาจะเพิ่มความแรงของเวทมนตร์มากขึ้น แต่คนที่โดนมากเป็พิเศษคือจ่าเวส
“เฮ้ยๆทำไมลูกไฟส่วนใหญ่มาที่ข้าคนเดียววะ”
จ่าเวสโวยวายลั่นเพราะตัวเองมีลูกไฟเข้ามาหกจากสิบลูกเสมอขณะที่อีกสามคนแบ่งรับที่เหลือไป
“ก็จ่าเลเวลเยอะนี่ต้องใช้ลูกไฟเยอะถึงจะเพิ่มค่าความเชี่ยวชาญได้”
จิมบอกโดยไม่ลดจำนวนลูกไฟแต่อย่างใดถือเป็การเอาคืนจ่าเวสที่แกล้งทุบตนอย่างหนักหน่วงกว่าคนอื่นแม้เลเวลสกิลของตนจะเพิ่มมากกว่าเพื่อนร่วมทีมก็ตาม แต่จิมก็เจ็บใจอยู่ไม่น้อย
ทีมจ่าเวสใช้การฝึกฝนนี้สลับกับออกไปสังหารสัตว์อสูรตอนหลังพวกเขาเริ่มใช้มีดอาบยาพิษหรือสารอัมพาตผลัดกันแทงด้วยนอกจากจิมที่ใช้เวทไฟแล้วเวทรักษาของเจ๊คที่ใช้รักษาทุกคนมาตลอดก็เลเวลเพิ่มขึ้นมาเช่นกัน
แต่นั่นก็เป็แค่จุดเริ่มต้นเท่านั้นเพราะจ่าเวสมักสรรหาวิธีทรมานลูกทีมวิธีใหม่มาใช้เสมอบางครั้งก็ไปขอยืมตัวผู้ใช้เวทหน่วยอื่นและส่งจิมไปแลกตัวมาเพื่อเพิ่มความต้านทานซึ่งวิธีการนี้เป็ที่นิยมของหน่วยมากเพราะแต่ละทีมมักจะมีผู้ใช้เวทประจำอยู่หน่วยละคน พวกเขาล้วนฝึกเวทมนตร์ธาตุใดธาตุหนึ่งเป็หลัก
ดังนั้นถ้า้าความต้านทานธาตุอื่นที่คนของหน่วยตัวเองให้ไม่ได้ก็ต้องไปเอาตัวผู้ใช้เวทหน่วยอื่นที่ใช้เวทคนละธาตุมาเท่านั้นอย่างเช่นจิมที่ถูกแลกตัวไปอยู่ทีมจ่าบ๊อบและทางจ่าบ๊อบส่งผู้ใช้เวทธาตุสายฟ้ามาแลกเปลี่ยนนั่นเอง
เื่นี้รู้ไปถึงหูคาตันเข้าจนใจตอนแรกเขาสงสัยและเมื่อได้ฟังรายละเอียดจากทุกหน่วย ก็ลองมาทำกับตัวเองบ้างตอนนี้ในมือของคาตันคือมีดอาบยาพิษร้ายแรง เป็พิษรุนแรงขั้นห้าซึ่งเท่ากับสกิลต้านสถานะผิดปกติของเขา สำหรับคาตันเองก็มีฉายาผู้ปกครองเช่นกันจึงมีสกิลต้านสถานะผิดปกติด้วย
ฉึก!!!
“อึก!!”
พิษร้ายเริ่มเล่นงานคาตันแต่เขาก็กันฟันทนปล่อยให้สกิลทำงานไป ใช้เวลาอยู่นานกว่าสกิลจะพัฒนาขึ้นเขาทำแบบนี้จนพิษถูกขจัดไปได้ก็ค่าความเชี่ยวชาญเพิ่มขึ้น
“องค์ชายช่างเป็อัจฉริยะจริงๆที่ทรงคิดค้นวิธีแบบนี้ได้ ขนาดตัวข้าที่ค่าความเชี่ยวชาญขึ้นได้ยากมากก็ยังมีสกิลที่เลเวลเพิ่มได้อีก ฮ่ะๆ”
คาตันครึ้มอกครึ้มใจมากและถ้าใครเดินผ่านห้องของเขาก็จะได้เสียงสูดปากหรือเสียงร้องโอดโอยอยู่ตลอดเพราะคาตันกำลังทรมานตัวเองอยู่ เื่นี้ทำให้หลายคนกลัวไม่กล้าผ่านแถวนั้นอีกเพราะคิดว่าคาตันกำลังทรมานนักโทษอยู่หรือเปล่า
จนกระทั่งมีคนไปบอกจักรพรรดิโรนัลด์จนพระองค์ต้องมาถามด้วยตัวเองว่าเกิดอะไรขึ้นพอคาตันเล่าเื่ทั้งหมดให้ฟัง โรนัลด์ก็หัวเราะลั่นอย่างอารมณ์ดี
“ฮ่าๆๆๆ”
“ลูกชายเราเป็อัจฉริยะจริงๆที่คิดวิธีแบบนี้ได้”
เสียงหัวเราะอย่างเบิกบานสำราญใจของจักรพรรดิโรนัลด์ทำเอาทั้งนางกำนัลและทหารต่างหวาดกลัวว่าเกิดอะไรขึ้นเพราะหลังจากพบคาตันแล้วพระองค์ก็กลับออกมาอย่างอารมณ์ดีและสั่งไม่ให้คนไปรบกวนคาตันอีก
ทำให้ทุกคนได้แต่เก็บความสงสัยนี้เอาไว้เพราะไม่มีใครกล้าไปถามทั้งสองคนว่าเกิดอะไรขึ้นกันแน่แต่เสียงก็ยังดังเล็ดลอดจากห้องของคาตันอยู่เสมอจนผู้คนหวาดผวาและไม่ไปหาเขาอีกถ้าไม่จำเป็
มหาวงกตไดดาลอส
ราดิชยังคงทรมานตัวเองต่อไปตลอดทางเดินนั้นนอกจากเวลาพักผ่อนแล้ว เขาจะทรมานตัวเองตลอดและหลังผ่านการทรมานมาหลายรอบ เขาก็เดินทางมาได้เกือบครึ่งทางที่จะไปชั้นสองแล้วตอนนี้เขาอยู่ในเส้นทางย่อยสายหนึ่ง
-ค่าความเชี่ยวชาญถึงระดับสกิล ระดับความเร็วในการฟื้น SPLV 8 เพิ่มเป็ LV 9
-ค่าความเชี่ยวชาญถึงระดับ สกิล ลดระดับการใช้SP LV 8 เพิ่มเป็ LV 9
-ค่าความเชี่ยวชาญถึงระดับ สกิล การโต้ตอบฉันพลัน LV 6 เพิ่มเป็LV 7
-ค่าความเชี่ยวชาญถึงระดับ สกิลความอดทน LV 6 เพิ่มเป็ LV 7
-ค่าความเชี่ยวชาญถึงระดับ สกิลเคลื่อนไหวสามมิติ LV 7 เพิ่มเป็ LV 8
“ดูเหมือนค่าความเชี่ยวชาญจะถูกเก็บสะสมไว้ต้องรอเลเวลอัพถึงจะเพิ่มขึ้นอีก”
ราดิชที่หยุดพักก็เริ่มลงมือกินเนื้อกวางอีกเขาทราบดีว่าการฝึกแบบนี้มีขีดจำกัดอยู่ ต่อให้เก็บสะสมค่าความเชี่ยวชาญมากแค่ไหนมันก็สะสมได้ถึงจุดหนึ่งก็จะไม่เลื่อนเลเวลสกิลอีกถ้าอยากเลื่อนเลเวลสกิลก็ต้องไปเพิ่มเลเวลตัวเองเสียก่อน
ดังนั้นหลังจากนี้เขาจะเริ่มไล่ล่าสังหารสัตว์อสูรแล้วโดยจะไล่ไปจนถึงทางลงชั้นสองเลยทีเดียวตอนนี้ทางเดินที่แยกเข้ามานั้นมันมีลักษณะที่ขยายกว้างออกไปเขาใช้ประสาทััลองดูก็พบว่าความกว้างของมันน้อยกว่าทางหลักไม่เท่าไรดังนั้นมันจึงเป็ทางที่กว้างมากทีเดียว
หลังฟื้นฟูค่าSP มาได้ระดับหนึ่งเขาก็เริ่มมุ่งหน้าต่อไปตอนนี้เนื้อกวางได้หมดลงแล้ว รวมถึงเนื้อสัตว์อสูรอื่นด้วยต่อไปนี้เขาจะต้องออกล่าอย่างจริงจัง เพราะค่า SP สีแดงนั้นไม่ได้ฟื้นฟูเองตามธรรมชาติมีแต่ต้องกินอาหารเข้าไปเท่านั้น
ส่วนสกิลฟื้นฟูSP จะช่วยฟื้นฟูเกจ SP สีเหลืองทำให้เขาเคลื่อนไหวได้ต่อเนื่อง ส่วนลดระดับการใช้ SP ก็คือลดการใช้ SP ในการเคลื่อนไหวและการใช้สกิลมีผลทั้งสองเกจ
เขาเคลื่อนไหวด้วยการก้าวไปบนอากาศะโไปมาเพิ่มความเชี่ยวชาญสกิลเส้นทางนี้ค่อนข้างเงียบ เพราะั้แ่เข้ามายังไม่เจอแม้กระทั่งกบหรือกิ้งก่าเลยสักตัวจนกระทั่งเขาเข้าไปลึกมากก็ััได้ว่าทางด้านซ้ายเขามีซอกที่มีสัตว์อสูรอยู่
เขาลองเข้าไปในทางเดินนั้นเข้าไปได้ไม่ไกลมันก็เริ่มขยายออกกว้างขึ้นจนกลายเป็โพรงถ้ำขนาดใหญ่ที่นั่นเขาพบฝูงสัตว์อสูรฝูงหนึ่ง เ้าพวกกวางเ้าเก่านั่นเองฝูงนี้มีจำนวนกว่าสามสิบตัวได้
ราดิชพลันหยุดและพุ่งไปหลบหลังหินใหญ่ก้อนหนึ่งเขาชะโงกหน้าออกไปเพื่อดูพวกมัน สิ่งที่เขาสนใจไม่ใช่พวกกวางแต่เป็สิ่งที่พวกมันกำลังเล็มกินอยู่มากกว่า มีต้นหญ้าชนิดหนึ่งขึ้นอยู่เป็จำนวนมากที่ด้านหนึ่งของโพรง
เห็นได้ชัดว่าพื้นที่บริเวณนี้เป็ส่วนที่แยกออกมาเป็โพรงถ้ำจากทางหลักและน่าจะเป็รังของพวกกวางด้วย ด้วยสกิลส่องทางไกลที่เขามีทำให้มองเห็นสิ่งที่พวกมันกำลังกินอยู่ได้อย่างชัดเจน
ลักษณะคล้ายต้นหญ้าทั่วไปทว่าใบกลับยาวเรียว สีใบเป็เขียวเหลื่อมปนน้ำเงินเข้มถ้าััให้ดีจะพบว่ามันมีไอพลังเวทอยู่ล้อมรอบเขาประเมินหญ้าพวกนั้นเพื่อยืนยันสิ่งที่เขาคิด
หญ้าฟูกัส
-มีคุณสมบัติฟื้นฟูมานาได้และยังรักษาอาการผิดปกติได้ เป็สมุนไพรหายากที่พบได้ในบางพื้นที่เท่านั้นนอกจากนี้ถ้าใช้อย่างถูกวิธีมันจะช่วยยกระดับการฟื้นฟูมานาได้
“เป็หญ้าฟูกัสจริงๆ!!”
หญ้าฟูกัสถ้าไม่สังเกตให้ดีจะคิดว่ามันเป็ต้นหญ้าทั่วไปต้องเป็คนที่มีััพลังเวทระดับสูงแบบเขา และมีประสาทััที่แยกแยะพวกมันได้ รวมถึงมีสกิลประเมินระดับสูงพอด้วยและการที่เขาประเมินหญ้าฟูกัสสำเร็จก็ทำให้เขาได้รับผลตอบแทน
-ค่าความเชี่ยวชาญถึงระดับสกิล ประเมิน LV 7 เพิ่มเป็ LV 8
“สกิลประเมินถึงกับเลเวลเพิ่ม???”
“ไม่นึกว่าเราจะพบขุมทรัพย์ในที่แบบนี้สมุนไพรระดับรีเจนดารีกลับเป็แค่อาหารกวาง ช่างเสียของจริงๆข้าจะเก็บพวกมันให้หมดและนำมาใช้ประโยชน์เอง ฮ่ะๆ”
ราดิชวางแผนชั่วร้ายที่จะหญ้าฟูกัสเหล่านี้ทั้งหมดแต่ก่อนอื่นต้องล่อพวกกวางออกมาก่อนเพราะถ้าไปต่อสู้ตรงนั้นอาจทำลายสมุนไพรแสนล้ำค่านี้ได้โชคดีที่หญ้าพวกนั้นขึ้นอยู่ด้านในสุดดังนั้นเขาจะล่อพวกกวางออกมาตรงทางเข้าและสังหารพวกมัน
“ถือโอกาสเพิ่มความต้านไฟไปด้วยแล้วกันแต่มันช่างขัดกับนิสัยตัวข้าจริงๆที่ต้องมายืนรับดาเมจจากเวทไฟของพวกกวาง”
ราดิชถือโอกาสเก็บความเชี่ยวชาญไปด้วยและด้วยพลังทนทานที่สูงมากของเขา คาดว่าเวทมนตร์ของพวกกวางทำดาเมจเขาได้ไม่มากเขาพุ่งออกไปเผชิญหน้ากับพวกกวาง พร้อมยิงเวทน้ำ ส่งบอลน้ำไปยังกวางตัวที่ห่างจากที่สุด
ตูม!!
บอลน้ำปะทะร่างเ้ากวางเคราะห์ร้ายจนะเิน้ำสาดกระจายแน่นอนว่าเ้ากวางเคราะห์ร้ายสิ้นชีพทันทีส่วนตัวที่อยู่ใกล้ก็โดนแรงะเิกระเด็นกระดอนาเ็กันถ้วนหน้า
“เฮ้ย!! เ้าพวกกวางหน้าโง่ แน่จริงมาจัดการข้าสิวะ”
ราดิชะโโหวกเหวกยั่วยุพวกมันแน่นอนว่าพวกกวางที่ถูกยั่วโมโหก็พากันกรูเข้ามาไม่สนความน่ากลัวของเขาเลยพวกมันมีตาสีแดงกร่ำด้วยความโกรธ ไหนจะพวกพ้องที่ตายไปและยังมีอีกหลายตัวที่เจ็บสาหัส
พวกกวางหลายตัวเริ่มร่ายเวทส่งลูกไฟเข้าโจมตีถ้าเป็ปกติราดิชต้องหลบ แต่คราวนี้เขากลับวิ่งแอ่นอกไปรับลูกไฟเ่าั้เองซึ่งดาเมจก็น้อยมาก แม้จะโดนไปนับสิบลูกก็ไม่ได้ทำให้พลังชีวิตลดลงเท่าใด แถมมันฟื้นฟูคืนมาได้เร็วเสียด้วย
กวางชุดแรกพุ่งเอาเขาดาบเข้าเสียบเขาราดิชยอมให้พวกมันเสียบเข้ามา ก่อนจะตวัดดาบตัดคอพวกมันเรียงตัวถึงอย่างไรพลังป้องกันเขาก็สูงมาก ดาเมจที่เกิดขึ้นจากพวกมันไม่มากพอจะทำให้เขาเจ็บหนักถ้าปล่อยไว้สักครู่พลังชีวิตก็กลับมาเต็มแล้ว
เขาเคลื่อนไหวเข้ารับการโจมตีจากลูกไฟและรับการแทงจากพวกกวางก่อนจะลงมือฆ่ามันในดาบเดียวทีแรกพวกกวางก็งงว่าทำไมไอ้บ้านี่ถึงยอมถูกแทง แต่เมื่อเห็นเขาทำแบบนั้นไม่หยุดพวกมันที่ไม่ได้มีสติปัญญามากนักก็เลิกสนใจ และพุ่งเข้าใส่เขาต่อ
ราดิชรับการโจมตีทั้งหมดเอาไว้พลางสูดปากด้วยความเจ็บแม้จะมีสกิลลดทอนความเ็ปแต่ความแสบร้อนลูกไฟนั้นยังััตราตรึงใจเขาไม่รู้ลืมร่างกายของเขาเต็มไปด้วยาแจากการถูกแทงและรอยไหม้ของลูกไฟ
แต่ราดิชก็ไม่ได้สนใจอาการาเ็แค่นี้เขาเดินหน้ารับการโจมตีพวกนี้เอาไว้แต่ถ้าพลังชีวิตเหลือน้อยก็ถอยออกมาร่ายเวทรักษาเสียทีนึง ก่อนเข้าไปสู้ใหม่เขาอยู่ท่ามกวางฝูงกวางที่ทั้งแทง ทั้งยังยิงเวทใส่เขาอย่างต่อเนื่องราวกับ้าระบายความแค้นให้เพื่อนที่ตายไป
ราดิชสังหารพวกมันไปทีละตัวอย่างใจเย็นเพราะ้าเก็บเนื้อกวางไว้กิน และยังต้องคอยถอยล่อให้พวกมันออกจากหญ้าฟูกัสด้วยหลังจัดการพวกที่เข้าประชิตตัวได้ ก็เหลือกวางอีกสิบกว่าตัวที่ยิงเวทใส่เขาอยู่
ปกติระหว่างการต่อสู้ก็สามารถได้รับความเชี่ยวชาญจนสกิลเลเวลอัพได้แต่จนถึงตอนนี้เขายังไม่ได้ยินเสียงนั่นแสดงว่าเขาต้องรอจนจบการต่อสู้หรือไม่ก็ให้เลเวลอัพเสียก่อนถึงทำให้ค่าความเชี่ยวชาญที่เก็บสะสมไว้ถูกนำมาใช้งาน
ราดิชก้าวเข้าไปหาพวกกวางที่ระดมยิงเวทใส่เขาไม่หยุดทีละตัวเขาจัดการพวกมันทีละตัวอย่างไม่รีบร้อนจนกระทั่งเหลือกวางกลุ่มสุดท้ายที่เหมือนจะรู้ตัวว่าสู้ไม่ได้และคิดจะหนีนั่นแหละถึงทำให้เขาเคลื่อนไหว
ราดิชพุ่งตามพวกมันไปและไล่ปลิดชีพพวกมันจนหมดไม่เหลือแม้แต่ตัวเดียวและเข้าไปจัดการพวกกวางที่าเ็จากบอลน้ำะเิของเขาจนหมด การต่อสู้นี้ไม่ได้กินแรงเขาแต่ก็ทำให้เขาได้รับความเ็ปจากอันตรายอยู่ ตอนนี้พลังชีวิตเขาเหลือไม่ถึงครึ่งเขาไม่ได้รักษาตัวเองเพราะััได้ว่าในโพรงถ้ำและด้านนอกไม่มีสัตว์อสูรตัวไหนอยู่อีก
-ค่าความเชี่ยวชาญถึงระดับ สกิลต้านการทะลุทะลวง LV 3 เพิ่มเป็ LV 4
“ขึ้นมาแค่สกิลเดียวเองเฮ้อ...”
“หญ้าฟูกัสเอ๋ยจงมาเป็พลังให้ข้าเสียดีๆ”
ราดิชยิ้มเหมือนคนบ้าขณะเข้าไปใกล้หญ้าฟูกัสที่ขึ้นอยู่เต็มไปหมดเขาค่อยๆเก็บพวกมันทีละต้นอย่างระมัดระวังแน่นอนว่าเขาจะไม่เหลือต้นหญ้าไว้ที่นี้แม้แต่ต้นเดียว ถ้าโชคดีมีเมล็ดหล่นอยู่มันก็จะงอกมาอีกครั้งแต่ถ้าไม่มีเมล็ดหล่นอยู่ก็คงไม่เห็นพวกมันตรงที่นี่อีก
หญ้าฟูกัสมากมายถูกเขาเก็บเข้าแหวนมิติอย่างเบามือขณะเดียวกันพลังชีวิตและมานาของเขาก็ฟื้นฟูกลับมาจนเต็ม ตอนนี้ในโพรงถ้ำไม่เหลืออะไรอยู่เลยทั้งหญ้าฟูกัสและศพกวางผู้แสนอร่อย พวกมันถูกราดิชกวาดไปจนหมด
เขากลับออกมาทางหลักและติดต่อสอบถามไปยังหน่วยพิเศษว่ามีใครมีอุปกรณ์ปรุงยาติดตัวมาบ้างซึ่งมีคนพกมันมาด้วย เขาจึงออกปากขอยืม ซึ่งทางนั้นก็ยินดีให้ยืมหลังแจ้งตำแหน่งไปเขาก็ไม่มีอะไรทำนอกจากรอ จึงเตร็ดเตร่แถวนั้นเพื่อหาเหยื่อต่อไปและแล้วเขาก็คลายข้อสงสัยได้ว่าทำไมแถวนี้ไม่มีสัตว์อสูรเลย