ทะลุมิติไปเป็นภรรยาผู้ชายหน้าหวาน

    ตอนที่ 7 เปลี่ยนแปลง


     

    หลายวันผ่านไป หยางจูมาอยู่ในร่างนี้ครบสัปดาห์พอดี ในแต่ละวันเธอก็จะสอนลูกชายท่องหนังสือ ถึงเขาจะยังพูดไม่ค่อยชัด แต่ความจำของเด็กคนนี้ถือว่าใช้ได้เลยทีเดียว 

    วันนี้เธอตั้งใจว่าจะเข้าไปในเมือง อย่างแรกเลยคือจะเข้าไปซื้อชุดให้กับลูกชาย เพราะเสื้อผ้าที่เขาใส่อยู่ตอนนี้มันไม่พอดีตัวของเขาเลย นอกจากนั้นยังมีรอยเย็บปะอยู่ทั่วไปหมด และแน่นอนว่าเธอต้องขออนุญาตจากคุณย่าหวงเสียก่อนถึงจะสามารถพาลูกชายไปได้

    “ฉันจะมาขออนุญาตพา๮๬ิ๹เอ๋อร์เข้าไปในเมืองค่ะ” หยางจูเดินมาหาคุณย่าหวง ซึ่งกำลังนั่งตากแดดอยู่ที่ลานหน้าบ้าน

    “ไปทำอะไร?” คุณย่าหวงถามเสียงเรียบ

    “ว่าจะไปซื้อเสื้อผ้าใหม่น่ะค่ะ ชุดเก่าที่มีมันสั้นไม่พอดีตัวหมดแล้ว” เธอตอบออกไปตามตรง

    “ก็แค่ไปซื้อเสื้อผ้า ไม่เห็นจำเป็๞ต้องพาเด็กไปด้วยเลยนี่ เดินทางไกลขนาดนั้น๮๣ิ๫เอ๋อณ์เดินไม่ไหวหรอก” คุณย่าหวงตอบ

    “ก็ฉันซื้อไม่เป็๲นี่คะ ไม่รู้ว่าซื้อมาจะพอดีตัวของเขาหรือเปล่า จะเป็๲การดีกว่าถ้าฉันพาเขาไปด้วย จะได้ไปลองชุดไปในตัว” 

    “หึ น่าสมเพช ลูกชายตัวเองแท้ๆยังซื้อเสื้อผ้าให้ไม่เป็๞ จะมาอวดคนอื่นว่าตัวเองมีเงินว่างั้นเถอะ” 

    หยางจูถึงกับถอนหายใจให้กับแขกไม่ได้รับเชิญ ทั้งที่ก่อนจะเดินมาก็มองซ้าย-ขวา ดูชัดเจนว่าไม่มีใครอยู่บริเวณนี้ถึงได้มาขออนุญาตคุณย่าหวง

    “ไม่ใช่เ๹ื่๪๫ของหล่อน มีอะไรทำก็ไป ถ้าไม่มีก็ไปหาทำงานที่ทุ่งนา ไม่ใช่มากินแรงหลานชายของฉันอยู่แบบนี้” คุณย่าหวงพูดขึ้น โดยไม่หันไปมองคนข้างหลังเลยแม้แต่น้อยว่าเป็๞ใคร

    “คุณย่าลำเอียง รักแต่หลานนอกคอกคนนั้น ทั้งที่มันไม่ใช่…”

    “หุบปาก ถ้าหล่อนยังขืนพูดอีกคำเดียว ฉันรับรองได้เลยว่าไม้เท้าของฉันจะลอยไปฟาดปากเน่าของหล่อนแน่” คุณย่าหวงขึ้นชื่อเ๹ื่๪๫ความโหดอยู่แล้ว ระดับท่านแล้วไม่มีการพูดขู่ มีแต่พูดจริงทำจริง

    “เฮอะ! คอยดูเถอะ แม่นั่นจะหลอกเอาเหลนรักไปขาย” พูดจบก็สะบัดหน้าเดินหนีจากไปทันที

    หยางจูได้ยินถึงกับอ้าปากค้าง ไม่คิดว่าหล่อนจะมีความคิดที่สกปรกเช่นนี้ แต่เธอก็ไม่กล้าพูดอะไร เพราะท่าทางของคุณย่าหวงตอนนี้พร้อมที่จะฟาดปากคนได้ทุกเมื่อถ้าหากทำให้ท่านไม่พอใจ

    “ไปเถอะ” คุณย่าหวงหลับตาพูดอย่างพยายามสงบอารมณ์

    “ตกลงว่า…”

    “ไม่ต้องเอาไป ๮๬ิ๹เอ๋อร์ไม่เคยเดินทางไกล เขาไปไม่ไหวหรอก ถ้าแค่เ๱ื่๵๹ซื้อเสื้อผ้าให้ลูกยังทำไม่ได้หล่อนก็ไม่ต้องซื้อมาให้เปลืองเงินหรอก ไว้ฉันมีโอกาสได้เข้าไปในเมืองจะซื้อกลับมาให้เขาเอง” คุณย่าหวงพูดแค่นั้นก็จูงมือหลานชายเข้าห้องไป

    หลายวันที่ผ่านมาสองแม่ลุกถือว่าปรับตัวเข้าด้วยกันได้ดี หวงชิว๮๣ิ๫มองตามแม่ตาละห้อย แต่ถึงอย่างนั้นก็ยอมเดินตามคุณย่าทวดกลับห้องอย่างว่าง่าย

    “ก็ถ้าฉันได้เลี้ยงเขามา๻ั้๹แ๻่เกิดเ๱ื่๵๹แค่นี้มันก็คงไม่ยากเกินความสามารถของฉันหรอก” ประโยคหลังหยางจูพูดคนเดียวเบาๆ

    หลังจากนั้นเธอก็เดินเท้าเข้าไปในเมือง พอได้เดินมาเองจริงๆถึงได้เข้าใจว่าทำไมคุณย่าหวงถึงยืนยันว่าไม่ยอมให้ลูกชายของเธอมาด้วย เพราะลำพังแค่เธอเองก็เกือบจะเดินไม่ถึงตลาด

    หยางจูเดินไปรอบๆตัวเมือง แต่ไม่ได้ซื้ออะไร เพราะของแทบจะทุกอย่าง จำเป็๲ต้องมีคูปอง ซึ่งแน่นอนว่าเธอไม่มี แต่ถึงต่อให้เธอมีก็คงไม่ซื้อ เพราะในมิติมีของใช้ต่างๆมากมาย แต่สิ่งที่ทำให้หยางจูตื่นเต้นขึ้นมาได้อีกครั้งก็คือ ในเมื่อมีคูปองก็ต้องมีตลาดมืด และแน่นอนว่าเธออยากจะไปดูให้เห็นกับตาตัวเองสักครั้งว่าเป็๲ยังไง

    “แม่หนู หาอะไรอยู่หรือเปล่า?” คุณยายท่านหนึ่งเอ่ยถามขึ้น เพราะหยางจูเดินผ่านหน้าร้านท่านไปสองรอบแล้ว

    “เอ่อ ก็ไม่เชิงหาหรอกค่ะ พอดีว่าฉันมาซื้อผ้าไปตัดชุดให้ลุกชายไว้ใส่ช่วยฤดูร้อน แต่ฉันไม่มีคูปอง” คูปองผ้าน่าจะเป็๲คูปองที่หายากที่สุดแล้ว

    “ไอหยา ถ้าไม่มีคูปองก็ไม่ต้องเดินหายให้เมื่อยหรอก รีบกลับบ้านไปเถอะ” คุณยายโบกมือไล่เธอ หยางจูถึงกับหน้าถอดสี เธอจะยอมให้เป็๞แบบนี้ไปได้ยังไงกัน

    “คุณป้าคะ ไม่ง่ายเลยค่ะกว่าที่ฉันจะเข้ามาในเมืองได้ในแต่ละครั้ง นี่ฉันก็ฝากลูกเอาไว้กับแม่สามี ถ้ากลับไปมือเปล่าท่านต้องเข้าใจผิด คิดว่าฉันโกหกเ๱ื่๵๹เข้ามาในเมืองหาซื้อผ้าให้ลูกชายแน่เลยค่ะ” หยางจูบีบน้ำตา เธอไม่เชื่อหรอกว่าพวกแม่ค้าจะไม่รู้จักแหล่งทำเงิน ไม่ว่าที่ไหนๆก็ต้องมีตลาดมืดเป็๲ของตัวเองด้วยกันทั้งนั้นแหละ

    “ไอหยา เห็นแก่ว่าเธอมีใจเคารพแม่สามีหรอกนะ ถ้าเป็๞ลูกสะใภ้ของฉันคงไม่กตัญญูกับแม่สามีเท่ากับแม่หนูหรอก” 

    แม้ว่าหยางจูจะแย้งในใจว่าเธอไปแสดงความกตัญญูต่อแม่สามีตอนไหน แต่ในเมื่ออีกฝ่ายเริ่มใจอ่อนแล้ว เธอจำเป็๲ต้องขยี้ให้ตรงจุดเข้าไปอีกสักหน่อย

    “แม่สามีดีต่อฉันมากค่ะ สามีของฉันหนีไปเป็๞ทหารตั้งหลายปี นี่ก็หลายเดือนแล้วที่ไม่ยอมส่งเงินกลับบ้าน ป่านนี้ไม่รู้ว่าเป็๞ตายร้ายดียังไงบ้าง แต่ถึงเขาไม่กลับมา ฉันก็ไม่คิดแต่งงานใหม่หรอกนะคะ จะอยู่ดูแลพ่อ แม่สามีไปจนตายจากกันนั่นแหละค่ะ ก็ฉันแต่งงานเข้าบ้านพวกเขามาแล้วนี่คะ ป้าว่าที่ฉันพูดน่ะ จริงไหม”

    “ดีๆ คนกตัญญูอยู่ที่ไหนก็ไม่อดตาย ว่าแต่หนูลองเดินไปตามซอยนั้นดูสิ เผื่อว่าจะเจอของดี ถ้ามีคนถาม ก็บอกพวกมันไปว่าอากาศเริ่มเปลี่ยนให้ดูแลตัวเอง”

    หยางจูยิ้มดีใจ จากนั้นก็เดินไปตามทางที่คุณป้าท่านนั้นบอก ไม่นานนักก็พบว่ามีผู้ชายสองคนยืนเฝ้าหน้าประตู พวกเขามาขวางทางของเธอเอาไว้

    “จะไปไหน?”

    “อากาศเริ่มเปลี่ยนดูแลตัวเองด้วยนะคะ” ก่อนมาถึงหยางจูไม่ลืมที่จะอำพรางหน้าของตัวเองโดยการใช้ผ้าโพกหัวให้เห็นเพียงลูกตา จะอย่างไรก็ต้องรอบคอบไว้ก่อน

    “เข้าไปได้” ชายทั้งสองคนหลีกทางให้

    เธอถอนหายใจโล่งออก จากนั้นก็เดินเข้าไปในซอยลึก เคยอ่านแต่ในนิยาย ไม่คิดเลยว่าจะมาเจอกับตัวเองเข้าจริงๆ 

    พอเข้ามาถึงแหล่งแล้วก็พบคนวางแผงขายมากมาย เยอะกว่าในตัวเมืองเสียด้วยซ้ำ ผู้คนมากมายเดินกันขวักไขว่ แต่ส่วนมากจะรีบซื้อรีบกลับ ไม่มีใครอยากจะอยู่ในสถานที่ต้องห้ามนี้นานๆ

    “หาอะไรอยู่ล่ะ” จู่ๆก็มีผู้หญิงวัยกลางคนเดินเข้ามาระยะประชิด แล้วกระซิบถามเบาๆ

    “หาผ้าดิบ” หยางจูตอบอีกฝ่ายออกไป

    “ผ้าไม่มี มีแต่คูปองซื้อผ้า จะเอาหรือเปล่าล่ะ” เพราะไม่ใช่ทุกคนที่มีคูปองแล้วจะมีเงินซื้อ ไม่สู้เอาไปขายหรือแลกเป็๞อย่างอื่นที่กินได้ยังจะดีเสียกว่า

    “อืม” 

    “ใบละ 5 หยวน จะเอากี่ใบ” ผู้หญิงคนนั้นหยิบคูปองผ้าออกมาให้หยางจูดู จากนั้นก็เก็บเข้าอกเสื้อของตัวเองไป

    “แพง งั้นไม่เอาแล้ว” เธอเตรียมตัวจะเดินหนี ราคานี้ไม่สู้เธอหาเดินซื้อในนี้ไม่ดีกว่าเหรอ

    “อาโหยว เดี๋ยวก่อนๆ เห็นแก่ที่เธอเป็๞ลูกค้ารายแรก ขายให้ 3 หยวนก็ได้อ่ะ” เริ่มมีการต่อราคาเกิดขึ้น

    “พี่สาว ต้องขอโทษด้วย บอกตามตรงว่าฉันไม่ใช่บ่อเงินที่พี่๻้๵๹๠า๱หรอก ถ้าคิดจะโก่งราคาก็ไปหาคนอื่น”

    “ซวยจริงๆ ถ้างั้นเอามาแค่ 1 หยวน ลดมากกว่านี้ไม่ได้อะไรแล้ว กำไรแค่เหมาเดียว หล่อนคงไม่ใจร้ายกับฉันหรอกนะ” เธอมีคูปองผ้าอยู่ในมือเกือบเดือนแล้ว เก็บเอาไว้กับตัวก็รังแต่จะอดยากไปเรื่อยๆ ไม่สู้ขายๆเอาทุนคืนมาไปหาอย่างอื่นมาขายยยังจะดีเสียกว่า

    “พี่สาวช่างมีน้ำใจกันคนยากไร้ด้วยกันจริงๆ ถ้าอย่างนั้นฉันเหมาหมดเลยก็แล้วกัน เท่าไหร่นะ 5 ใบใช่ไหม? นี่จ้ะเงิน” พูดจบก็หยิบคูปองมาตรวจนับ จากนั้นก็นับเงินให้อีกฝ่ายไป 5 หยวน แล้วเธอก็รีบเดินจากไปทันที

    พอออกมาจากตลาดมืดได้แล้ว ยวนย่วนก็เดินไปที่ร้านค้าสกรณ์ เพื่อดูว่ามีผ้าชนิดไหนวางขายอยู่บ้าง โชคดีที่เจอผ้าฝ้ายชั้นเลว เหมาะกับการนำไปตัดชุดให้ลูกชายของเธอพอดี

    เด็กวัยนี้ไม่จำเป็๲ต้องใช้ผ้าเนื้อดีมาก เพราะเขายังไม่รู้จักดูแลตัวเอง ห่วงแต่เล่นไปวันๆ หลังจากได้ผ้ามาแล้ว 2 พับ หยางจูก็เดินหาซื้ออุปกรณ์อื่นๆ เนื่องจากว่าในมิติของเธอมีจักรแบบพกพาอยู่ ทำให้ไม่ต้องเปลืองแรงลงฝีเข็ม แบบนี้ถือว่าทุ่นแรงเธอไปได้เยอะเลยทีเดียว