เพราะรักเล่นกล

    เพราะรักเล่นกล ตอนที่ ๔ ทำให้เข้าใจ

    นิยายรักเล่นกลวนเวียนใจ   เพราะรักเล่นกล     เขียนโดย..   สลักกานต์

    ตอนที่ ๔

    ทำให้เข้าใจ

            “พี่ๆ จะฝึกกันต่อหรือจะกลับบ้านกันครับ”   ชลวิทย์ถามและมองสบตาทุกคน  

            ซึ่งส่วนใหญ่ก็อยากฝึกต่อ  แต่ก็มีบางคนที่จำเป็๲ต้องกลับบ้านก่อน  

            เมื่อคนที่ต้องกลับบ้านก่อน.. กลับไปแล้ว   ชลวิทย์ ฝุ่นดิน ปณาลี ปฐวี และต้นน้ำก็ฝึกต่อ  การฝึกแบบฝึกหัดกระจกเงากันเองคราวนี้  ชลวิทย์ไม่ยอมคู่กับต้นน้ำเลย เขาอ้างว่าตอนที่ครูโชนำฝึก  เขาต้องคู่กับต้นน้ำมามากเกินพอแล้ว  ตอนนี้เขาขอฝึกกับคืนอื่นบ้าง  

            ต้นน้ำหน้าเสีย แต่ก็ไม่กล้าพูดอะไร

            แรกๆ   ฝุ่นดิน ปณาลีและปฐวีก็รู้สึกไม่ดีที่ต้องเปลี่ยนคู่ฝึก  แต่พอพวกเขาลองเปลี่ยนคู่ฝึกกันไปมา  พวกเขาก็เรียนรู้และเข้าใจแบบฝึกหัดนี้มากขึ้น   จึงช่วยกันอธิบายให้ต้นน้ำเข้าใจ..ว่าการเปลี่ยนคู่ฝึกมันมีประโยชน์มากจริงๆ  

            พวกเขาสลับคู่ฝึกกันไปจนแทบหมดแรง  ทุกคนรู้สึกเลยว่า..เข้าใจสิ่งที่ครูโชพร่ำสอนมากยิ่งขึ้น  พวกเขาจึงแยกย้ายกันกลับบ้าน      

            “พี่ฝุ่นพี่ลีครับ”  ชลวิทย์ชวนคุย   “พี่สองคนกลับบ้านยังไงครับ”   

            “แท็กซี่จ้ะ” ฝุ่นดินตอบ  

            “บ้านพี่อยู่ใกล้ๆ บ้านพี่ฝุ่น เลยกลับกะพี่ฝุ่นจ้ะ”   ปณาลีขยายความ  

            “งั้นวันนี้ให้ผมไปส่งนะครับ”   ชลวิทย์พูดพร้อมกับยิ้มให้อย่างจริงใจ  

            ฝุ่นดินกับปณาลีมองหน้ากัน แล้วก็พยักหน้าให้ชลวิทย์  

            “ไปครับ”   ชลวิทย์เดินนำออกจากห้องไปเพื่อไปที่รถของเขา   สองสาวเดินตามไปติดๆ

            ..  

            ต้นน้ำเดินออกมาจากห้องน้ำ เข้ามาในห้องฝึก ก็เห็นแค่ปฐวียืนอยู่คนเดียว ก็แปลกใจ   “อ้าว... สามคนนั่นล่ะ”  

            “ไปแล้ว”   วีตอบตรงๆสั้นๆ  “เหลือวีคนเดียวที่รอต้นน้ำอยู่”  เขาพยายามทำคะแนนให้ต้นน้ำเห็นใจ

            ต้นน้ำอึ้งไป .. ทำไมวันนี้ดูอะไร อะไรจะเป็๲ใจให้เขาห่างชลวิทย์จริงๆ .. คิดได้เท่านั้น  ต้นน้ำก็เห็นปฐวียืนรอเขาที่ประตูห้อง  ต้นน้ำจึงรีบเดินออกจากห้องไป   “ไป.. กลับบ้านกัน”

            ..

            ชลวิทย์ออกตัวขณะที่กำลังขับรถ   “ที่จริง ผมขับรถได้นานแล้วนะครับ  แต่ไม่ค่อยได้ขับในกรุงเทพฯ  ๰่๥๹นี้ต้องวิ่งงาน  ที่บ้านเลยอยากให้ผมใช้รถมือสองเก่าๆแบบนี้ไปก่อน  พอใช้คล่อง  จึงค่อยออกรถที่อยากได้”  

            “ไม่ต้องพูดขนาดนั้นก็ได้ พี่กับพี่ลีนั่งรถแท็กซี่มาเยอะ ดูออกว่าชลขับรถเป็๞ ไม่ใช่เพิ่งหัด”   ฝุ่นดินตอบให้ชลสบายใจ   

            “ที่พี่ไม่ได้ชวนคุย ไม่เกี่ยวกะชลขับรถดีหรือไม่ดี แต่พี่สองคนกำลังเครียดที่ต้องเขียนงานคืนนี้  ส่งพรุ่งนี้ตะหาก”   ลีสารภาพ แล้วเลยพูดกะฝุ่นต่อ   “คืนนี้ต้องนอนบ้านเธอแน่ๆ เลย” 

            “ก็ว่างั้นแหละ”   

            ชลวิทย์ถอนหายใจ  “ผมก็เกร็ง  คิดว่าพี่ๆกลัวการขับรถของผม”   

            ทั้งสามยิ้มให้กัน และพูดคุยกันมากขึ้น  แล้วฝุ่นดินก็บอกทางเข้าหมู่บ้านไปจนถึงหน้าบ้านของเธอ   แต่ฝุ่นดินไม่ได้ให้ชลวิทย์เลี้ยวรถเข้าไปส่งในตัวบ้าน   เธอเลือกให้ชลวิทย์จอดรถที่หน้ารั้วบ้าน แล้วเธอก็ลงรถหน้าบ้านเหมือนลงแท็กซี่   แล้วเดินเข้าตัวบ้านกับปณาลี  

            ชลวิทย์มองตัวบ้านของฝุ่นดิน ที่มันควรเรียกว่า.. คฤหาสน์..มากกว่าบ้าน นี่ขนาดมองในความมืด ยังเห็นความโอ่อ่า อลังการทั้งตัวบ้านและบริเวณสนามหญ้าโดยรอบคฤหาสน์นั่น  

            ..

            การที่ชลวิทย์ขับรถมือสองเก่าๆ มาส่งฝุ่นดินที่หน้าบ้าน   มิได้รอดพ้นสายตาท่านส.ส.มนต์ชัยผู้เป็๲พ่อของฝุ่นดิน  การที่มีเด็กหนุ่มขับรถเก่าๆมาส่งลูกสาวคนเดียวถึงหน้าบ้าน เป็๲การกระตุ้นให้ท่านส.ส.ต้องดำเนินการบางอย่างที่เขาเคยตั้งใจไว้นานแล้ว

            นั่นก็คือ.. การหาคู่แต่งงานที่เหมาะสมให้ฝุ่นดิน!! 

             

            การฝึกการแสดงเบื้องต้นในวันนี้ก็เป็๞ไปด้วยดี   อาจารย์เตโชพอใจมากจึงให้ทุกคนพักเหนื่อยกันสักครู่  

            “ครูครับ ครั้งที่แล้ว พอครูกลับไปพวกผมลองฝึกกันเอง แต่สลับคู่กันไปมา มันก็เข้าใจได้มากขึ้นนะครับ”   ชลวิทย์ชวนอาจารย์เตโชคุย  

            ทั้งต้นน้ำ ฝุ่นดิน ปฐวี ปณาลีพอได้ยินชลเปิดประเด็น ก็เฮกันเข้ามาสนับสนุนคำพูดชลวิทย์ว่าจริงอย่างนั้นอย่างนี้

            “แล้วที่เธอว่า.. เข้าใจได้มากขึ้นน่ะยังไงล่ะ”   อาจารย์เตโชถามคนเปิดประเด็น

            “ก็.. พอเปลี่ยนคนมันต้องดูคนใหม่แบบดูไปหมดทั้งตัวและรอบตัวเลยครับ”  

            อาจารย์เตโชยิ้ม  “เค้าเรียกว่า ‘awareness’คือการรับรู้ทุกอย่างรอบตัวของนักแสดง”  

            “ครูขาขอจดก่อนนะคะ”  ปณาลีขอครูโช

            “เธอจะจดไปทำไมเหรอลี”  ครูโชถาม  “คิดว่าจะมีในข้อสอบเหรอ?”   คำถามนี้ทำให้ทุกคนต้องยิ้มแห้งๆ และวางปากกาและกระดาษทันที  

            “ทำไมครูไม่ให้จดล่ะครับ”  เป็๞ชลวิทย์อีกแล้ว ที่กล้าออกปากถามครูโช 

            “ก็.. มันควรจะฝึกให้เข้าใจ ทำจนเข้าใจและใช้ได้ในชีวิตประจำวันสิ”  ครูโชตอบชัดๆ   “จดไว้ จำได้ท่องได้ แต่ทำไม่ได้ ก็เป็๲นักแสดงห่วยๆ เพราะมัวแต่จด มัวแต่ท่อง แต่ไม่ฝึก”  

            ตอนนี้ พวกเด็กปี๑ รู้แล้วว่าทำไมรุ่นพี่ๆจึงบอกว่าครูโชดุมาก จนไม่มีใครกล้าเข้าใกล้ 

            แต่ไม่ใช่สำหรับชลวิทย์ เขายิ้มรับ   “ผมเข้าใจแล้วครับครู ผมจะเป็๲นักแสดงที่ดีผมจะฝึกให้หนัก จะฝึกจนสิ่งที่ครูสอนมันเข้าไปอยู่ในตัวผมตลอดเวลา”  

            “ดีมาก”   ครูโชอดที่จะชื่นชมไม่ได้   “ที่จริงการสลับคู่ฝึกในแบบฝึกหัดกระจกเงาถือเป็๞ขั้นที่ ๒ ของแบบฝึกหัดนี้ ผมตั้งใจจะให้ฝึกวันนี้พอดี”

            “งั้นฝุ่นกะเพื่อนๆ ขอฝึกแบบฝึกหัดกระจกเงาแบบเปลี่ยนคู่เลยนะคะ”  

            “ได้”  ครูโชตอบสั้นๆ   “ทุกคน.. ตั้งใจฝึกให้ดีมองให้เห็นและรู้สึกกับมัน  รู้สึกกับทุกอย่างของคนที่เราฝึกด้วย”  

            ทุกคนรีบจับคู่กันฝึก  

            “ใครอยากให้ฉันดูการฝึกให้ก็ยกมือนะ ฉันจะเดินไปดู”   ครูโชบอกทุกคน

            แล้วเด็กๆ ก็เริ่มฝึกกันอย่างจริงจัง

            ..

            อาจารย์เตโชมองชลวิทย์ .. ไอ้เด็กคนนี้ทำให้เตโชนึกถึงใครบางคน.. ความกล้าที่จะพูด กล้าที่จะถาม กล้าที่จะลอง กล้าที่จะขอทำตามสิ่งที่ตนรู้สึก.. ช่างเหมือน .. ใครคนนั้นเสียจริง

            เตโชลอบยิ้มกับตัวเอง ..กระบวนการคิดที่คล้ายกันแบบนี้ .. การกระทำที่แทบไม่ต่างกันอย่างนี้ ..การกล้าที่จะเลือกในสิ่งที่ตนมั่นใจ .. ช่างเหมือนกับ.. ไม้ .. คนที่เตโชรักจนสุดหัวใจ    

             

            “ถามจริง ต้นน้ำเธอรู้สึกไงกะน้องชลกันแน่”  ฝุ่นดินเปิดประเดินตรงๆ  

            “เออ.. ใช่ ใช่”   ปณาลีผสมโรงด้วย

            “ฉัน.. ฉัน..”   ต้นน้ำก็ไม่กล้าพูดออกมาจึงบ่ายเบี่ยงไปอีกเ๹ื่๪๫   “แล้วเธอสองคนไม่ชอบเหรอหล่อก็หล่อ น่ารักก็น่ารัก”  

            “ไม่อะ ฉันไม่ชอบแบบนี้”   ลีตอบตรงๆ 

            “ฝุ่นก็ไม่ยอมมีความรักอยู่แล้วฝุ่นต้องได้แสดงเป็๞จูเลียตก่อน”  

            “แล้ว....”   ต้นน้ำลากเสียงเหมือนจะถามว่า .. แล้วหลังจากนั้นล่ะเธอจะว่าไง  

            ฝุนดินยิ้มให้เพื่อน   “ฝุ่นไม่ชอบผู้ชายแบบน้องชล  ชัดเจนพอมั้ย?”  

            ต้นน้ำยิ้ม

            “แล้วตกลงเธอจะว่าไง”   ลีถามคาดคั้นเอากับต้นน้ำ

            “ชอบก็จีบเลยสิ  ต้นน้ำ”  ฝุ่นบอกเพื่อน   “มัวแต่ไม่กล้าพูดไม่กล้าทำอะไรอยู่อย่างนี้  ระวังมอคอปอดอนะ” 

            ต้นน้ำงง   “คืออะไรอะ”

            สองสาวพูดเสียงดังฟังชัดพร้อมกันและทำหน้าล้อเลียนต้นน้ำไปด้วย  “หมาคาบไปแดก” 

            ต้นน้ำได้แต่วิ่งไล่ตีเพื่อนสาว   สองสาววิ่งหนีไปก็ล้อเลียนมอคอปอดอกับต้นน้ำไป  สามเพื่อนรักต่างวิ่งหนีวิ่งไล่กันไปอย่างมีความสุข  

             

            ต้นน้ำพยายามเข้าหาชลวิทย์ในแบบที่เธอคิดว่าดี  จนไม่ได้สังเกตบ้างเลยว่า..ชลวิทย์หงุดหงิดกับสิ่งที่เขาทำมากเพียงใด  

            หากต้นน้ำ ‘awareness’ กับทุกอย่างรอบตัว อย่างที่อาจารย์เตโชสอน  ต้นน้ำก็คงเข้าใจหัวอกชลวิทย์มากกว่าที่เป็๲อยู่นี้  

            และ..เพราะชลวิทย์ ‘awareness’กับทุกอย่างรอบตัว เขาจึงเป็๞เด็กที่ทำอะไรก็ถูกที่ถูกเวลาจนเป็๞ที่รักของพี่ทุกคน

            ที่ชลวิทย์ไม่๱ะเ๤ิ๪อารมณ์กับสารพัดสิ่งที่ต้นน้ำพยายามทำให้เขา  ก็เพราะเขา ‘awareness’ กับทุกอย่างรอบตัวจนรู้ว่าต้นน้ำทำไปเพราะชอบเขา 

             

            “มาหากูถึงที่บ้านแบบนี้  แสดงว่า.. ทะเลาะกับ ‘นิ’มาอีกล่ะสิ”  ภูริช หรือ ริด เพื่อนสนิทของชลวิทย์ทักเขาทันทีที่เห็นชลยืนอยู่ที่ประตูรั้วบ้านทาวเฮาร์ของตนพร้อมกับเดินไปเปิดประตูรั้วบ้านให้  

            “ไม่ใช่เ๹ื่๪๫นั้นหรอก”   ชลปฏิเสธ พร้อมกับเดินตามหลังภูริชเข้าบ้าน  

            “มามา มา วันนี้ไม่มีใครอยู่บ้านกูพอดี ถ้าจะเมาก็ได้เลยนะเพื่อน”  

            “ถ้าเมาก็ต้องรอให้ส่างก่อน ถึงจะกลับบ้านได้”  ชลพูดไป ก็เซ็งตัวเองไป  “ถ้าเมาเข้าบ้าน หรือเข้าบ้านแบบตัวมีกลิ่นเหล้านะ  ได้ทะเลาะกะนิ สมใจมึงเลยล่ะทีนี้”  

            ภูริชยิ้มให้เพื่อน   “ไม่เมา ก็ไม่เมา”

            “กูว่า..กูไม่น่าไปเล่นซีรีย์วายนั่นเลยว่ะ”  พูดไปก็หนักใจไป   “แม่ง!! มีแต่ผู้ชายมาชอบ”  

            “ใจเย็นเพื่อนใจเย็น”   ภูริชปลอบ   “ตอนนั้น.. ที่มึงยอมรับเล่น..เพราะต้องเอาเงินไปช่วยที่บ้านนี่ กูจำได้”  

            “ก็ใช่  แต่กูไม่คิดว่าผลมันจะทำให้  เค้ามองว่ากูเป็๞แบบในซีรีย์ด้วยนี่นา”   ชลวิทย์ระบายอย่างอัดอั้นตันใจ   “กูอุตส่าได้ไปเรียนการแสดงกะครูเก่งๆ ก็ยังมีคนแบบนั้นมาตามกวนใจกูอยู่ทุกที” 

            “กูว่า..ทำใจเหอะว่ะชล มึงยังต้องใช้ความเป็๲ซีรีย์นั่นหาเงินอีกนานนะ  หงุดหงิด หัวเสียไป ก็ช่วยอะไรไม่ได้”   ภูริชพูดไปก็มีอารมณ์ไม่พอใจไปด้วย   “พอมึงไปออกงานกะไอ้ลมคู่จิ้นมึง  เดี๋ยวมันก็กอดมึง.. จูบมึงอีก แล้วมึงจะบอกคนที่เห็นมึงยิ้มรับกับจูบผู้ชาย  ว่ากูแมนเต็มร้อย.. งั้นเหรอ?”  

            คำพูดภูริชโดนใจชลวิทย์อย่างจัง..!!

            หากเป็๲ในยามปกติ  ชลวิทย์คงต้องถามเพื่อนว่า..แล้วทำไมมึงต้องใส่อารมณ์ขนาดนั้นด้วย? แต่ในภาวะที่ชลสับสนอยู่เช่นนี้ เขาไม่ได้รู้สึกอะไรกับอารมณ์ที่เพื่อนแสดงออก

            ชลวิทย์รู้สึกกับคำพูดเพื่อนเต็มๆจึงนั่งนิ่ง .. อึ้ง .. ไปไม่เป็๞ท่าเลยทีเดียว 

            ก็..สิ่งที่ภูริชพูดถึง อีกไม่กี่วันนี้ก็จะเกิดขึ้นอีกครั้ง ในงานมีทติ้ง ‘รักเล่นกล..ชลเล่นลม’แน่ๆ 

             

            “ฝุ่น..เธอต้องไปกับฉันนะ”   ต้นน้ำอ้อนเพื่อนรักเขาอยากไปงานมีทติ้งของชลวิทย์  “ถ้าเธอไปด้วย  ฉันจะลองขอบัตรสต๊าฟแบบพิเศษจากน้องเค้า”  

            “อย่าอ้างฉันถึงฉันไม่ไป เธอก็ขออยู่ดี”  

            “แต่ถ้าเธอไปด้วย  ฉันก็ออกปากขอจากน้องชลง่ายขึ้น โอกาสได้บัตรสต๊าฟแบบพิเศษก็มีมากขึ้นนะฝุ่น”   ต้นน้ำทั้งอ้อนทั้งกอดเพื่อน   “ถ้าได้บัตรนะ  เราก็เข้าเดินดูงานพวกเค้าที่หลังเวทีได้เลยนะความรู้พวกนั้นไม่มีในห้องเรียนนะเธอ”

            “ทำไมฉันต้องใจอ่อนกับเธอทุกที”

            “ก็เธอเป็๲เพื่อนรักของฉันนี่”  

            แล้วต้นน้ำก็ไปขอบัตรสต๊าฟแบบพิเศษกับชลวิทย์อย่างที่บอกฝุ่นดินไว้   ถึงชลวิทย์จะไม่ชอบต้นน้ำเท่าใดนักแต่แค่การขอบัตรสต๊าฟแบบพิเศษแค่นี้ ชลวิทย์ให้ได้อยู่แล้ว

            ชลวิทย์พาฝุ่นดินกับต้นน้ำเข้าไปหลังเวทีงานมีทติ้งแฟนคลับ  และเอาบัตรสต๊าฟชนิดพิเศษที่ทั้งสองเดินไปได้ทุกที่ให้   ฝุ่นดินกับต้นน้ำจึงได้เดินดูไปรอบๆ  

            แล้ว.. ทั้งสองก็แปลกใจที่เห็นแฟนคลับชื่นชมชื่นชอบทั้งชลและลม จนกลายเป็๞คลั่งไคล้

            ทุกคนกรี๊ดกร๊าดชอบใจ  เวลาที่.. ‘ลม’นภดลคู่จิ้นของชลวิทย์กอดเขา  และที่พี้คที่สุด กรี๊ดดังที่สุด .. ก็คือตอนที่ .. ลมจูบปากชล  

            ..

            “ถามจริง!!  เวลาที่นายสองคนจูบกันแบบนั้น  ในใจ.. ไม่รู้สึกอะไรเลยเหรอ”   ต้นน้ำถามชลกับลมเมื่อพวกมานั่งคุยกันในมุมส่วนตัว ที่หลังเวที 

            “ไม่มีไรหรอกพี่”   ลมตอบง่ายๆ  “พวกเขาชอบให้ผมจูบกะไอ่ชล  ผมก็จูบ ก็เท่านั้น”  

            “แล้ว.. ในใจเธอล่ะ”   ต้นน้ำถามต่อ  

            “ก็ไม่มีอะไรนี่พี่”   ลมตอบสบายๆ  “พวกเขาอยากเห็นผมสองคนกอดกัน จูบกัน ตอบบทสัมภาษณ์หวานๆ เว่อร์ๆ ใส่กัน  ผมก็ทำ .. แค่นี้..เงินก็เข้ากระเป๋าเป็๞หมื่นแล้วพี่” 

            ขณะที่ลมพูดให้ต้นน้ำฟัง   ฝุ่นดินสังเกตเห็นชลวิทย์มีอาการแปลกๆ ..ราวกับมีเ๱ื่๵๹สับสนในใจ ..หรือไม่ได้พอใจกับสิ่งที่ตนทำไปบนเวทีเมื่อครู่  

            “พี่รู้ไหม?   แค่ผมกับไอ้ชลออกงานแบบนี้เดือนละห้าหกงาน ก็มีเงินเข้ากระเป๋าเป็๞แสนแล้วนะพี่ บางเดือนผมได้เงินกันคนละสองสามแสนก็มีนะ แค่กอดแค่จูบแค่นี้เอง แล้วพี่จะให้ผมคิดมากทำไมล่ะ”  ลมแสดงเหตุผล ที่เขาคิดว่าหนักแน่นที่สุด และดีที่สุดของเขา 

            “ไอ้ลมมันมีแฟนผู้หญิงเป็๲ตัวเป็๲ตนแล้วพี่ต้นน้ำ”   ชลวิทย์อยากมีส่วนร่วมในวงสนทนา

            “เรียกเมียดีกว่าเพื่อน”   ลมบอกชลคล้ายๆ กับเกทับ  แล้วหันหน้ามาคุยโวกะต้นน้ำต่อ   “พี่กลัวผมจะเป็๞เกย์เหรอพี่”   แล้วมันก็หัวเราะ   “ตอนออกงาน ผมจูบกะไอ้ชล กอดไอ้ชล  พอกับบ้าน ก็เอากะเมียทุกที  แล้วยังงี้ผมจะเป็๞เกย์มั้ยพี่”   

            คำพูดที่แสนตรงของลมทำให้ทุกคนไม่กล้าถามอะไรต่อ

            ชลมองลมเป็๞ฮีโร่ของตนเอง  เขาอยากจะใช้ชีวิตแมนๆ แบบลม   โดยที่ชลไม่รู้เลยว่า.. ที่ลมพูดมานั้นแทบหาความจริงไม่ได้เลย

    จบตอน ๔