ตอน 11 แต่งกับข้าเ้าจะได้เพียงกาย
ณ จวนสกุลโม่
ยามรุ่งเช้า พิธีมงคลถูกจัดแต่งเตรียมพร้อมไว้อย่างดิบดีด้วยฐานะที่กลับมามั่งคั่งยิ่งใหญ่ที่สุดในลั่วหยางแทนสกุลหรง
ทำให้งานมงคลของจวนโม่ครั้งนี้มีขุนนางขั้นผู้ใหญ่หลายท่านมาร่วมยินดี รวมถึงแขกจากต่างบ้านแดนเมืองเดินทางมาเป็สักขีพยาน
ทว่าครั้งนี้ตาเฒ่าหรงตือโส่วจะพลาดได้อย่างไรเื่ตีหน้าซื่อกล่าวความเท็จ ปั้นน้ำเป็ตัว แสร้งทำดีต่อหน้าคนอื่นเขาถนัดนัก
อีกทั้งถือโอกาสเข้านอกออกในซอกแซกสกุลโม่หวังสำรวจเส้นทางทุกซอกทุกมุมเพื่อรอเตรียมก่อการใหญ่ในอนาคต
ณ โถงงานพิธีมงคล ในจวนโม่
"เ้าสาวมาแล้วเ้าค่า"เสียงสาวใช้ขานกล่าวต่อแขกในงานและเ้าบ่าว
ทันทีที่เสียงขานกล่าวสิ้นสุดลงฝั่งเ้าบ่าวอย่างโม่เติ้งถูที่กำลังง้วนอยู่กับการต้อนรับแขกก็ต้องหยุดชะงักรีบหันหน้ากลับมาแต่สิ่งที่อยู่เบื้องหน้าแทบทำให้เข้าหัวใจหยุดเต้น แม้จะมีผ้าแดงปิดหน้าความงดงามที่เติ้งถูมองนางสวมชุดแดงเสน่ห์แผ่ซ่าน...มันเป็สิ่งที่เขาวาดฝันเอาไว้ั้แ่แรกพบนางในวัยแปดขวบ
ทุกอย่างราวฝันไป คล้ายกับว่าห้วงเวลาหยุดหมุนชั่วขณะเหมือนโลกนี้ทั้งใบโรยไปด้วยกลีบกุหลาบมีเพียงนางกับเขาในวันแต่งงาน
"ท่านแม่ทัพขอรับท่านไม่เดินไปจูงมือเ้าสาวเสียหน่อยหรือขอรับ"ชิวเยี่ยเห็นผู้เป็นายนิ่งตัวแข็งทื่อ จึงต้องมาสะกิดเรียกสติกันหน่อย
"อ่ะ อ๊ะ ขอโทษทีทุกท่านข้าเองเพิ่งแต่งงานเป็ครั้งแรก อาจจะทำอะไรไม่ค่อยถูกไม่ค่อยควรทุกท่านโปรดอภัยและชี้แนะด้วย" เติ้งถูโค้งคำนับขอบคุณทุกคนที่มาร่วมยินดีในงานมงคลก่อนจะก้าวเดินไปรับเ้าสาวเติ้งถูผู้นี้ไม่ลืมที่จะโค้งคำนับให้แก่ว่าที่ภรรยาอย่างเต็มใจโดยไม่สนใครจะมองว่าด้อยเกียรติ
สิ่งที่เติ้งถูทำ ถือเป็เื่แปลกใหม่ที่ชายหนุ่มในเมืองไม่เคยมีใครทำมาก่อน เสียงปรบมือยินดีเงียบเชียบลดลงอย่างมากเพราะรู้สึกไม่เห็นด้วยกับการกระทำของเขา
"ทุกท่านหญิงเดียวที่ข้าจะคำนับก็คือนางเท่านั้นมิใช่ว่าข้า้าลดเกียรติให้ด้อยกว่าสตรีทุกนางต่อไปนี้ไม่ว่าเื่น้อยใหญ่ในเรือน ให้นางเป็ใหญ่ทั้งหมดส่วนข้านั้นมีหน้าที่กระทำตนเพื่อแผ่นดินปกป้องฝ่าาหวังว่าทุกท่านจะยอมรับการตัดสินใจของข้า"
"เคารพเมียนั้นเจริญทุกราย " เติ้งถูเปล่งคำพูดพวกนั้นออกมาอย่างหนักแน่นพร้อมกล่าวชัดถ้อยชัดคำต่อหน้าแขกในงานว่าจะขอดีและยอมนางแต่เพียงผู้เดียวชั่วชีวิต
"หึ คิดหรือ ว่าทำดีกับข้าต่อหน้าผู้อื่นแล้วข้าจะนิ่งนอนใจเติ้งถู เ้าตบตาได้แค่กับผู้อื่นเท่านั้น สำหรับข้าแล้วธาตุแท้ของเ้าข้าฝังมันไว้ลึกก้นใจ" จิ่นเฟยคิดในใจพร้อมบีบมือแน่น
พูดจบประโยค เติ้งถูก้าวไปข้างหน้าเข้าหานางอย่างภาคภูมิยื่นมือให้นางจับประคองอย่างเต็มใจ
ทั้งสองเข้าพิธีแต่งงานกันตามฤกษ์มงคลงานแต่งดำเนินไปอย่างเรียบง่ายไม่เร่งร้อน หลังจากคำนับฟ้าดินเสร็จตามธรรมเนียมเ้าสาวต้องไปรอในเรือนหอ ส่วนเ้าบ่าวต้องรอส่งแขกจนกว่าจะกลับไป
หลายชั่วยามผ่านไป ตะวันเริ่มลับขอบฟ้าจะว่าวันนี้เป็วันที่เติ้งถูมีความสุขในชีวิตก็ว่าได้
ในที่สุดเขาก็ส่งแขกกลับไปจนหมด เวลาที่ชายหนุ่มรอคอยก็มาถึงสามีผู้มอมเมาเดินโซเซไปยังเรือนหอ หวังปลุกปล้ำร่วมรักกับภรรยามือใหม่
ทันทีที่เปิดประตูเข้าไปกลิ่นเหล้าแรงคลุ้ง โม่เติ้งถูผู้นิ่งนอนใจหารู้ไม่ว่าหลิวจิ่นเฟยนางนี้ยังไม่คิดรามือง่ายๆ
เบื้องหน้าเป็สตรีสุดที่รักในดวงใจสวมผ้าคลุมหน้าสีแดงปักเลี่ยมทองลายดอกโบตั๋น อาภรณ์สีแดงสดกระชากใจเย้ายวนความเสน่ห์หายิ่งในคืนแต่งงาน
ระหว่างที่นั่งรอหลังขดหลังแข็ง อย่างใจจดใจจ่อเมียสุดที่รักเตรียมเซอร์ไพรไว้รอนานแล้วใต้อาภรณ์สีแดงยาวเฟื้อยซุกซ่อนด้วยกริดเล็กที่คมคายเพียงเฉือดเนื้อไม่ออกแรงก็เพียงพอสำหรับเฉือนใจใครหนึ่งคน
มือน้อยๆที่กำกริดแน่น เตรียมพุ่งใส่สามีเสมอๆ
"ฮูหยินของข้าหากมีกลิ่นสุราหนาคลุ้งสร้างความรำคาญใจให้แก่เ้า ข้าต้องขออภัย" เติ้งถูพูดพร่ำพลางเดินเข้าใกล้นางอย่างไม่ได้ระวังตัว
"ตายซะเถอะ!!!"จิ่นเฟยเผยกริดด้ามเล็กออกจากปลายอาภรณ์เล็งใส่กลางขั้วหัวใจของสามี
"ห่ะ!!! แม้แต่คืนแต่งงานของเราเ้าก็จะเอาชีวิตสามีเสียแล้วหรือมันคงจะเร็วเกินไปหากจะปล่อยให้ภรรยายอดรักของข้าเป็หม้ายั้แ่วันแรก" เติ้งถูไหวตัวทัน เอียงตัวหลบกริดได้ทัน แต่ทว่าเขาถูกปลายกริดเฉือดต้นแขนซ้ายเล็กน้อย
"วันนี้เป็วันที่ข้ามีความสุขที่สุดข้าไม่อยากทำให้มันต้องเสียบรรยากาศมากไปกว่านี้ เป็เด็กดี เชื่อฟัง"เติ้งถูที่ปั้นหน้าร้ายๆใส่นาง กระชากบีบมือนางแน่น กระทั่งกริดนั่นหลุดมือ
"คิดจะสังหารข้า มันไม่ง่ายนักหรอก"เติ้งถูกระชากผ้าคลุมหน้าของนางออกอย่างแรงวินาทีนั้นสายตาของเขาสบตากันโดยบังเอิญ
แน่นอนว่าโม่เติ้งถูผู้คลั่งรัก ต้องตกอยู่ในห้วงภวังค์อีกครั้งหัวใจของเขาพองโตอย่างบอกไม่ถูก ถึงแม้ว่านางจะร้ายแสนร้ายก็ตาม
จิ่นเฟยใช้โอกาสนี้ รีบโน้มตัวลงเก็บกริดขึ้นมาอย่างว่องไวเสียบแทงลงเน้นๆจังๆตรงกลางอก
"จิ่นเฟย ข้ารักเ้าปานดวงใจเหตุใดเ้ามักบีบให้ข้าต้องร้ายเสมอ" โชคดีที่เขาไม่ได้เป็อะไรพวกความเคยชินในตำแหน่งแม่ทัพใหญ่ ทำให้เขาสวมเกราะทองที่ฝ่าามอบให้จนเป็นิสัย
"ถุ้ย!!! ข้าหลิวจิ่นเฟย ไม่เคยบีบให้ผู้ใดต้องร้ายมีแต่เ้าต่างหากที่บีบให้ข้าต้องร้าย สกุลหลิวของข้าต้องสิ้นก็เพราะเ้าจะให้ข้ายิ้มหน้าระรื่นอยู่ได้เยี่ยงไร" จิ่นเฟยตบหน้าเติ้งถูหลายฉาดพร้อมถุยถ่มน้ำลาย
"ปล่อยนะ !!! ปล่อย!!!" เติ้งถูไม่พูดอะไรเพราะเขาพยายามข่มอารมณ์ไว้ จากที่เมาๆอยู่ ทำเอาซะจนส่างเมาเพื่อแสดงถึงความบริสุทธิ์ใจ เขาจำเป็ต้องออกแรงลากนางไปยังที่ที่หนึ่ง
ณ ตำหนักบรรพชน
"เ้าพาข้ามาที่นี่ทำไมกัน!"จิ่นเฟยพยายามถามด้วยความเป็กังวลใจ...
ทันทีที่ประตูเปิดออก เผยให้เห็นกระถางธูปเทียน และป้ายิญญาของเหล่าบรรพบุรุษสกุลโม่ถึงแม้นางจะเป็ม้าดีดกะโหลก ก็ยังพอรู้ว่าอะไรควรไม่ควรสำรวมกิริยา
จิ่นเฟยที่ดื้อดึงกลับสงบนิ่ง...
"นี่จวนสกุลโม่ มีผู้ล่วงลับมากมายขนาดนั้นเลยหรือ"จิ่นเฟยเบิ่งตามองด้วยความประหลาดใจ
"ผู้ล่วงลับมีมากโขแต่ป้ายิญญาที่อยู่เบื้องหน้านั้น เป็ท่านแม่กับท่านพ่อของข้า"
"ท่านพ่อ ท่านแม่ั้แ่ที่ท่านจากไป เติ้งถูไม่มีวันใดที่สงบใจ กระทั่งวันนี้เติ้งถูได้มีนางข้างกาย นับเป็ครั้งแรกที่ข้าสงบใจลงได้แบบที่ไม่เคยเป็มาก่อน"เติ้งถูนั่งลุกเข่าลงทำความเคารพป้ายิญญา
"วันนี้เติ้งถูพานางมาคำนับท่านสตรีผู้นี้เป็คนเดียวที่ข้าจะยอมตายแทนได้" เติ้งถูพูดไปพลางมองนางด้วยสายตาอันหวานซึ้ง ไม่ทันไรน้ำตาลูกผู้ชายเอ่อนองจากเบ้าตา
"ท่านพ่อ ท่านแม่ ข้าคิดถึงท่านเหลือเกิน... วางใจเถอะ ผู้ใดที่สังหารท่านข้าจะกำราบมันให้หมด"
"เหตุใด เติ้งถูผู้นี้ถึงได้อ่อนโยนขนาดนั้น ข้ารู้สึกว่า ภายในใจของเขามีเื่มากมาย"จิ่นเฟยเริ่มใจอ่อน มีความรู้สึกเห็นอกเห็นใจเติ้งถูขึ้นมาบ้าง
"สุรามงคลของข้า ขอคารวะแด่ท่าน" เติ้งถูเทเหล้ามงคลใส่จอกยกขึ้นเหนือหัว เทราดหน้าป้ายบรรพชน สื่อให้ถึงดวงิญญาที่อยู่ลับตา
"หลิวจิ่นเฟย ข้ารู้ว่ายังไงเ้าก็มองข้าเป็ผู้ร้าย...คืนนี้ข้าไม่ร้องขออะไรต่อเ้า...สิ่งเดียวที่ข้าจะขอ.... ก็มีเพียงขอให้เ้าช่วยเคารพพ่อแม่ของข้าด้วย" เติ้งถูยื่นจอกสุรามงคลให้นาง แววตามที่มองนางสื่อถึงการอ้อนวอน
"เอาเถอะ ต่อให้ข้าจะเกลียดขี้หน้าเ้าขนาดไหน แต่บรรพบุรุษของเ้าไม่ได้มีส่วนเกี่ยวข้องด้วยข้าจิ่นเฟยไม่ได้โง่เขลาเบาปัญญา ถึงขั้นแยกดีชั่วถูกผิดไม่ได้"
จิ่นเฟยเหลือกตามองบน กลอกตาไปมา จำใจรับจอกเหล้าจากเติ้งถู คำนับป้ายิญญาแต่โดยดี
"ห่ะ จิ่นเฟย...ที่แท้เ้าก็ยอมใจอ่อนให้ข้าบ้างแล้ว " เติ้งถูเห็นท่าทีว่านอนสอนง่ายของนาง ก็ลืมตัวไปชั่วขณะพุ่งตัวกระโจนหานางฉับพลัน จนนางล้มลงไม่เป็ท่า
ในห้องบรรพชนที่กลิ่นควันหนาคลุ้ง สองสามีภรรยานอนลงทับกันบนพื้นไม้เย็นๆ
เติ้งถูไม่สนใจฟ้าดิน บรรจงปากฝากรอยจูบบนริมฝีปากนางอย่างนุ่มนวล...
จิ่นเฟยรู้สึกใมาก ดื้อดึงตึกๆ นางผลักเติ้งถูออกอย่างแรง กระทั่งตั้งหลักได้ลุกขึ้นยืนผลักประตูวิ่งหนีไป
"ท่านพ่อ ท่านแม่ ข้าได้ให้ท่านเป็สักขีพยานของข้าในครั้งนี้เป็ที่เรียบร้อย"เติ้งถูยั้งเข่าชันขึ้นนั่ง มืออีกข้างค้ำพื้น มืออีกข้างยกขึ้นลูบริมฝีปากของตน พร้อมแสยะยิ้มออกมาตรงมุมปาก