เยว่ชิงกลับมาอยู่ที่เรือนเล็กดังเดิม เสียงสายลมพัดโหมจากด้านนอก เป็สัญญาณที่บอกว่าหิมะกำลังจะตกลงมาอีกครั้ง ใบหน้าซีดพยายามที่จะฝืนร่างกายของตนเองไว้ พิษของมนต์ดำนี้รุนแรงนัก เมื่อมันไม่ได้กลืนกินจิตใจของผู้ที่ ผลข้างเคียงก็อย่างที่เห็นในตอนนี้ เยว่ชิงเ็ปไปถึงขั้วหัวใจราวกับว่ามันกำลังแตกสลาย
“ทำไมเล่าเยว่ชิง!”
“ทำไมเ้าต้องฝืนกายให้ทุกข์ทรมาน เ้าอยากแก้แค้น อยากเป็พวกชั่วช้าอยู่แล้วไม่ใช่รึ!” นี่เป็เสียงของห้วงจิตมืด พวกมันพยายามทำให้เยว่ชิงยินยอมอ่อนตาม ความสกปรกมักมาพร้อมความวิบัติเสมอ
“เยว่ชิง! เยว่ชิงเป็ตัวแทนของซื่ออิง พวกเราชอบซื่ออิงที่จิตใจหนักแน่น”
“หุบ! ปาก!”
ความเ็ปแล่นแปลบมาเป็ระยะ เยว่ชิงเค้นเสียงรอดไรฟันออกมา ดวงตาสีชามองหิมะสีขาวที่เริ่มโปรยปรายลงมา จิตของเยว่ชิงในเวลานี้หากไม่มีพุทธองค์หลี่จิ้หยางคอยช่วย เขาคงได้กลายเป็ปีศาจชั่วร้ายไม่ต่างกับไป๋ซื่ออิง
ปึงงง! ประตูห้องถูกเปิดออกอย่างแรง!
เป็จื่อหลิงที่ทำหน้าตาเฉยเมยไร้ชีวิตจิตใจ เดินเลยผ่านเยว่ชิงที่นั่งอยู่ราวกับเป็อากาศธาตุ
“จื่อหลิง!!”
“...”
“เ้ากลับมาเสียที! ซื่ออิงปล่อยเ้ามาหรือ? นี่จื่อหลิงช่วยตั้งสติหน่อยได้ไหม!!!”
กลับมีเพียงความเฉยชาไม่รับรู้ในสิ่งที่เยว่ชิงพูด จิตของจื่อหลิงโดนสะกดไว้ที่ไหนสักที่ ในร่างนี้มีเพียงกายิญญาเปล่า ไร้ซึ่งดวงจิตที่เคยมี แบบนี้ไม่ต่างอะไรกับหุ่นเชิดเลยสักนิด
“จื่อหลิง! กลับมานะ! ข้าบอกให้เ้าตื่นขึ้นมาอย่างไร!!”
เขาพยายามเขย่าตัวของจื่อหลิงที่เลื่อนลอย ทว่าความพยายามของเยว่ชิงก็ยังไม่สูญเปล่า เมื่อจื่อหลิงหันมาสบสายตาอย่างเชื่องช้า พร้อมกับรอยยิ้มชวนขนลุก
“เยว่ชิง...เยว่ชิง...” จื่อหลิงเอ่ยด้วยน้ำเสียงชวนขบขัน
“ซื่ออิง!”
“มาเล่นสนุกกันไหม? ใครหาของเจอก่อนถือว่าเป็ผู้ชนะ”
“ของอะไร!?”
“อืม...อย่างเช่นเคล็ดวิชาที่หลี่จิ้งหยางซุกซ่อน แลกกับการปล่อยจื่อหลิงไป” ซื่ออิงยื่นข้อเสนอผ่านทางร่างของจื่อหลิง เยว่ชิงกำมือแน่นอย่างคนไม่สบอารมณ์
“ข้าไม่รู้!”
“เ้าย่อมรู้อยู่แล้วเยว่ชิง หากทบทวนความทรงจำที่เคยมี เ้าพบเคล็ดวิชานี้แล้วก่อนหน้า”
“...”
ไป๋เยว่ชิงไม่รู้เลยว่าซื่ออิงกำลังเล่นาประสาทอะไรกันแน่ ในสมองของเขามีเพียงเื่ราวในวันตายของตนเอง ไม่เคยมีเื่อื่นใดก่อนหน้านี้มาก่อน ราวกับว่าจิตใต้สำนึกล้วน้าให้เขาจดจำแต่ความคับแค้นที่สุมอยู่ในอก
“ซื่ออิง! เ้าอยากได้เคล็ดวิชาไปทำไมกัน? มันไม่ใช่ของเ้า!”
“แน่ใจหรือ?”
“...”
“คิดว่าเคล็ดวิชานพเคราะห์เจ็ดดารา เป็ของผู้ใดกันเล่า? ที่หลี่จิ้งหยางจะต้องเก็บซ่อนมันขนาดนี้ เขาเก็บซ่อนจากใครกัน? หากสมองของเ้าไม่ได้กลวงก็คงมองออก”
“ถึงจะเป็ของเ้า! ขะ –”
“อย่าปฏิเสธเลยจะดีกว่าเยว่ชิง เ้ามีทางเลือกอย่างนั้นรึ? ข้าสามารถส่งจื่อหลิงไปเยือนยมโลกในพริบตา หรือเ้าจะลองดูก่อนก็ได้ไม่ว่ากัน”
“ซื่ออิง!!!”
เขาอยากสาดพลังดาราดับกำจัดซื่ออิงทิ้งไปให้สิ้นซาก นับวันไป๋ซื่ออิงทำตัวไม่ต่างกับปีศาจในอเวจี ต่ำช้าและเลวทรามไม่หยุด แต่การที่เขาไม่ยอมให้พวกมันควบคุมจิต ทำให้มนต์ดำพวกนี้ทำงานได้อย่างไม่เต็มที่ และมันก็ลอบแต่จะคอยทำร้ายเยว่ชิงอยู่ตลอดเวลา
“ข้าไม่เคยพบเคล็ดวิชาที่ว่ามา!”
“หืม?”
เยว่ชิงยกยิ้มเมื่อเห็นดวงตากลมโตของจื่อหลิงเบิกขึ้นเล็กน้อย แต่แท้จริงแล้วเป็ซื่ออิง “ข้าเคยบอกเ้าแล้วอย่างไรจื่อหลิง ว่าข้ายอมเป็ศัตรูกับทั้งยุทธภพเพื่อพุทธองค์”
“โอ่...ซาบซึ้งที่สุด น้ำตาข้าเกือบไหลออกมาเลยล่ะ” ซื่ออิงพูดด้วยน้ำเสียงเย้ยหยัน
“อย่างนั้นรึ!”
เพียะ!
ใบหน้าของจื่อหลิงหันไปตามแรงตบของเยว่ชิง นิ่งค้างอยู่อย่างนั้นจนเยว่ชิงต้องจับให้หันกลับมาสบตา “ขืนเ้าพูดจาพล่อยขึ้นมาอีก ข้าจะส่งเ้าไปเยือนยมโลกเอง!”
“ฮ่าฮ่า มันต้องแบบนี้สิเยว่ชิง แบบนี้แหละที่ข้า้า”
เสียงลิงโลดชอบใจจากซื่ออิงนั้นไม่ต่างจากเสียงของปีศาจ เขาไม่มีทางยอมให้เคล็ดวิชาตกถึงมือของซื่ออิง และเขาเองก็จะไม่มีวันยอมอยู่เบื้องล่างของซื่ออิงอย่างเด็ดขาด การที่จิติญญาทั้งสองกลับคืนเป็หนึ่งเดียวกัน จะเป็เพียงแค่ฝันลมแล้งของซื่ออิงเท่านั้น
“ถ้าข้าเจอเคล็ดวิชาเมื่อไร เ้าได้สนุกแน่ซื่ออิง”
“หือ? ทำไมหรือ?”
“เคล็ดวิชานพเคราะห์เจ็ดดาราคงต่ำทรามพอกับเ้า แลกมาด้วยการทรยศหักหลัง และความชั่วร้ายนับหมื่นพันที่ยากจะพูดได้หมด เ้าใช้มันกักขังพุทธองค์เพื่อรอวันที่เ้าสมหวังดังใจ”
“สมกับเป็จิตของข้า เ้าฉลาดมากถึงเพียงนี้”
“อย่าหวังเลยซื่ออิง”
ไป๋ซื่ออิงกระตุกยิ้มผ่านทางร่างของจื่อหลิง เขานึกขันเวลาที่เห็นเยว่ชิงคิดแต่เื่ปกป้องหลี่จิ้งหยาง “เ้าไม่รู้ความลับของเคล็ดวิชานพเคราะห์เจ็ดดารานี้”
“...”
“ผู้จะต้องอยู่วนเวียนเฝ้ารักษา จนกว่าเ้าของที่แท้จริงจะมารับมันกลับคืนไป”
“จะบอกว่านี่คือเหตุผลที่เ้าอยากได้? เ้าทำเพื่อพุทธองค์อย่างนั้นรึ?”
“ข้าจะไปทำเพื่อหลี่จิ้งหยางทำไมกัน ในเมื่อตอนจบเขาก็ต้องตายกลายเป็ผุยผงอยู่แล้ว”
“ว่าอะไรนะ!”
“ทางเดียวที่เขาจะยุติข้าและเคล็ดวิชานั้น คือต้องตายไปพร้อมกับมันอย่างไรเล่า ฮ่าฮ่า” ซื่ออิงหัวเราะเสียงแหลมแสบแก้วหู แต่เยว่ชิงไม่อาจเชื่อในสิ่งที่ซื่ออิงเอ่ยมาทั้งหมดลงได้
“เ้าไม่เชื่อ?”
“...”
“เดาว่าเ้าคงไม่อยากให้เขาตายใช่ไหม? ก็แค่คืนเคล็ดวิชามาให้ข้า เพียงเท่านี้ทุกอย่างก็จะ –”
เพียะ!
ก่อนที่ซื่ออิงจะพูดจบประโยค เยว่ชิงก็ตบลงไปบนใบหน้านั้นซ้ำที่เดิม จนมองเห็นโลหิตไหลซึมข้างมุมปากที่แตก แววตาสีชาจดจ้องใบหน้าของสหายที่มีซื่ออิงคอยควบคุม
“คนที่ตายคือเ้า! อย่าเอ่ยวาจาพล่อยอย่างไร ข้าก็เตือนแล้วนี่!”
“มาดูกันเยว่ชิง ว่าข้าหรือเ้าที่จะชนะกัน”
“หึหึ!” เยว่ชิงส่งเสียงอยู่ในลำคอ ริมฝีปากแสยะยิ้มเมื่ออีกฝ่ายเอ่ยท้าทาย “ทีแรกข้าคิดว่าจะลากพุทธองค์ลงอเวจีไปพร้อมกัน ทว่าตอนนี้ข้าเกิดเปลี่ยนใจแล้วซื่ออิง”
“...”
“ข้าจะลากคนรักเ้าลงอเวจี ให้เขาสลายเป็ผุยผงอย่างที่เ้าพูดเมื่อครู่ ข้าจะเปลี่ยนคนผู้นั้นให้เหลือเพียงชื่อ และหากเขากับเ้าคือบุพเพที่์จัดสรร ข้าจะเอาตัวเองเข้าขวางทางของพวกเ้า!”
“...”
“อย่าคิดว่าข้าไม่รู้แผนการของเ้าซื่ออิง เขาจะไม่มีวันได้พบเจอเ้า เพราะคนที่เขากำลังตามหาคือข้า! ข้าที่เ้าพร่ำบอกว่าเป็เพียงตัวแทนของเ้า!”
ปลายคางของจื่อหลิงถูกเยว่ชิงจับขึ้นมาให้สบตา เห็นเพียงความสั่นไหวในดวงตาของอีกฝ่าย
“เ้าทำไม่สำเร็จหรอกเยว่ชิง เขาไม่ใช่คนโง่!”
“พุทธองค์หลี่จิ้งหยางก็ไม่ใช่คนโง่ ที่เขายอมปลอบประโลมิญญาเ้าในทุกวัน เพียงหวังให้เ้ากลับใจคิดได้ก็เท่านั้น”
“ข้าไม่้า!!!!! ข้าไม่้าให้เขามาปลอบประโลมข้า!! เ้าอย่าโง่ไปหน่อยเลยเยว่ชิง”
คำพูดของเยว่ชิงคงทำให้ซื่ออิงเสียสติไม่น้อย จุดอ่อนของไป๋ซื่ออิงก็คือคนรักนี่เอง เยว่ชิงเพียงยกยิ้มน้อยส่งมอบกลับ เขาสังเวชชีวิตของซื่ออิงไม่ต่างกับตัวเอง
“ฟังสิ่งที่ข้าอยากบอกต่อไปนี้ให้ดี ถือว่าเป็ของตอบแทนที่เ้าแบ่งจิตออกจนข้าถือกำเนิด”
“...” แววตาของซื่ออิงมีเพียงความระส่ำระส่าย น่าเสียดายที่เยว่ชิงต้องพูดผ่านร่างของจื่อหลิง เขาอยากพูดต่อหน้ามากกว่า ใบหน้าจิ้มลิ้มโน้มลงไปมองตาของซื่ออิงผ่านสายตาของจื่อหลิง
“คนรักของเ้านั้นข้าพบเจอเขาแล้วล่ะซื่ออิง”
สดับเพียรหมื่นภพชาติ