“เ้าของบ้านเขาไล่แล้ว เอาไว้คุยกันคราวหน้าก็ได้ครับน้องทราย” นพดลเอ่ยปลอบพลางส่งสายรู้ทันให้คนที่เป็ทั้งเพื่อนทั้งเ้านาย ก่อนจะขอตัวกลับพร้อมกับบิดาที่เดินกลับเข้ามาหลังดูแลความเรียบร้อยภายในบ้านเสร็จพอดี
หลังนพดลกลับไปแล้วธันย์ชนกก็แยกตัวกลับขึ้นมาบนห้องนอนส่วนตัว หญิงสาวใช้เวลาที่ได้อยู่คนเดียวนั่งทบทวนเื่ราวต่างๆ ในชีวิตใน่หนึ่งเดือนที่ผ่านมา
ทั้งโดนคนรักและเพื่อนสนิทหักหลัง โดนแขกในบาร์ที่เธอทำงานอยู่ดูถูกสารพัดซ้ำยังแสดงความกักขฬะด้วยการลวนลามอีก ไหนจะเกือบโดนพ่อเลี้ยงปล้ำจนถูกมารดาไล่ออกจากบ้าน และลงท้ายด้วยการถูกบิดาแท้ๆ หลอกมาขายให้กับเ้าพ่อกาสิโน
ในวัยเยาว์พ่อของเธอเคยบอกไว้ว่า ‘ธันย์ชนก’ แปลว่า ผู้เลี้ยงดูบิดา เพราะแบบนี้หรือเปล่าท่านถึงได้นำเธอมาขายเพื่อนำเงินไปใช้จ่าย ยิ่งคิดถึงธันย์ชนกก็ยิ่งเ็ป
ทำไมชีวิตเธอมันถึงได้บัดซบอย่างนี้หนอ หญิงสาวได้แต่ถอนหายใจหนัก ทำไมเธอจำต้องยอมรับสภาพชีวิตที่ตัวเองไม่เคยได้เลือกเองเลย ถึงภายนอกเธอจะแสดงออกว่าไม่เป็ไร แต่ภายในใจของเธอมันกำลังแหลกสลาย
ไม่รู้ว่านั่งอยู่นานเท่าไหร่ กว่าที่ธันย์ชนกจะยอมลุกขึ้นไปอาบน้ำ หวังให้สายน้ำเย็นช่วยลดไฟที่สุ่มอยู่ในอกให้ทุเลาเบาบางลง
“คุณเข้ามาได้ยังไง” ธันย์ชนกถามเสียงขุ่นเมื่อออกมาจากห้องน้ำแล้วพบว่ามีผู้ชายตัวโตมานั่งอยู่ที่ปลายเตียง หญิงสาวอยากจะหนีกลับเข้าไปในห้องน้ำอีกครั้ง แต่ก็ไม่รู้ว่าจะเข้าไปเอาชุดนอนที่เตรียมเอาไว้ได้อย่างไร ในเมื่อมันกองอยู่ข้างๆ จุดที่เขานั่ง จึงยืนหันรีหันขวางอย่างทำตัวไม่ถูก
‘หุ่นน่าฟัดอย่างนี้สิน่า ถึงได้ต้องวิ่งหนีไอ้พวกหื่นกามหัวซุกหัวซุนมาพึ่งพิงเขา’
สายตาคมกวาดมองร่างเล็กบางภายใต้ผ้าขนหนูผืนน้อย เธอสูงราวหนึ่งร้อยหกสิบเิเหรืออาจจะไม่ถึงด้วยซ้ำ เพราะเธอตัวเล็กกว่าเขาที่สูงหนึ่งร้อยแปดสิบหกเิเอยู่มาก ผิวของเธอขาวดูเรียบลื่นน่าัั และดูสุขภาพดี หน้าอกอวบอิ่ม รับกับเอวคอดกิ่ว และสะโพกผาย เรียวขาเนียนที่โผล่พ้นขอบผ้านั้นเนียนละเอียด จนสิงหาต้องแอบกลืนน้ำลายเหนียวๆ ลงคอ
“คุณออกไปก่อนได้ไหมคะ” สิงหาได้สติหลังได้ยินเสียงหวานเอ่ยไล่
“ไล่? ”
“ดิฉันยังแต่งตัวไม่เรียบร้อย คุณออกไปก่อนเถอะค่ะ” ธันย์ชนกพยายามใจเย็นให้มากที่สุด เพราะการอยู่กับเ้าของกรรมสิทธิ์ในตัวเธอในสภาพแบบนี้ไม่น่าจะเป็ผลดีเท่าไหร่
สิงหาหยิบชุดนอนขาสั้นแบบผ้ายึดข้างตัวส่งให้คนแต่งตัวไม่เรียบร้อย “ความจริงทรายไม่ใส่ผมก็ไม่ติด”
“แต่ฉันติด” หญิงสาวแวดอย่างลืมตัว “คุณออกไปจากห้องของฉันเลยนะ” ทั้งที่เป็คนใจเย็นมาโดยตลอดแต่กลับต้องมาหมดความอดทนกับจอมเผด็จการ
“บ้านผม”
“แต่คุณยกห้องนี้ให้เป็ห้องส่วนตัวของฉันแล้ว” หญิงสาวยังคงเถียง หน้าใสงอง้ำ
“ที่นี่ทุกตารางนิ้วเป็ของผม รวมถึงทุกตารางนิ้วของทรายด้วยลืมไปแล้วหรือไง” เ้าของเกาะบอกเสียงเข้ม
คนบ้าอำนาจเอ๊ย ธันย์ชนกต่อว่าในใจพลางเอื้อมมือหมายจะไปกระตุกชุดในมือหนา แต่ทว่า…
“ว้าย! ”
ร่างเล็กเซถลาเข้ามาปะทะกับอกแกร่งตามแรงดึงของคนบ้าอำนาจ มือหนาข้างหนึ่งโอบรอบเอวเล็กก่อนดันแผ่นหลังบอบบางให้อีกฝ่ายขยับเข้ามาแนบชิดจนรู้สึกได้ถึงก้อนเนื้อนุ่มนิ่มที่กำลังบดเบียดอยู่กับอกแกร่งของเขา
มุมปากของสิงหากระตุกขึ้นเล็กน้อย ใบหน้าหล่อเหลาโน้มต่ำลงมาใกล้จนกระทั่งปลายจมูกโด่งฝังลงกับแก้มเนียนใสสูดกลิ่นกายหอมเข้าปอด เขาชอบกลิ่นหอมจากตัวเธอมันทำให้จิตใจของเขาไม่เป็สุข ทำให้เขาหงุดหงิดงุ่นง่านจนอยากจะขยับเข้ามาใกล้ แล้วดอมดมกลิ่นหอมจากเนื้อตัวของเธออยู่ตลอดเวลา
“อย่าค่ะ” มือเล็กของคนห้ามพยายามดึงชายเสื้อนอนของเขาออกไปด้านหลัง หวังให้มันช่วยรั้งเขาให้ออกห่างจากเธอ แต่กลับไม่เป็ผล
“ทำไม ขอตรวจสินค้าหน่อยไม่ได้หรือไง” เสียงแหบห้าวกระซิบที่ริมหูร่างเล็ก อย่างเอาแต่ใจ
“คุณสัญญาแล้วว่าจะให้เวลา” ธันย์ชนกท้วง
สิงหาชะงักขัดใจจึงยอมเงยหน้าจากลำคอขาวมาถามเสียงดุ “ทำไมไม่เรียกพี่ แล้วแทนตัวเองว่าทรายเหมือนที่คุยกับนพ”
หญิงสาวส่ายหน้าแทนคำตอบ เธอเองก็ไม่รู้เหมือนกัน ทั้งที่ปกติเธอเป็คนสนิทกับคนง่าย อาจจะเป็เพราะเขาคือคนที่เธอซื้อมาด้วยเงินมั้ง
“ไปแต่งตัวเถอะจะได้พักผ่อน” สุดท้ายเป็เขาที่ตัดใจ ไม่อยากเร่งรัดเธอมากนัก
ธันย์ชนกรับเสื้อผ้ามาจากมือหนาและหายเข้าไปในห้องน้ำอีกครั้ง ก่อนจะกลับมายืนหันรีหันขวางอยู่หน้าเตียงนอนเมื่อคนตัวโตยึดครองที่นอนของเธอไปกว่าครึ่ง หญิงสาวขอถอนคำพูดที่บอกว่าเขาให้พื้นที่ส่วนตัวกับเธอ
“คุณจะนอนที่นี่เหรอคะ”
“อือฮือ…”
“งั้นเดี๋ยวดิฉันไปนอนที่ห้องแขกฟากโน้นก็ได้”
“นอนด้วยกันนี่แหละ” เขาบอกง่ายๆ ก่อนลุกขึ้นมาจับจูงร่างเล็กที่กำลังขืนตัวพร้อมส่ายหน้าปฎิเสธ แล้วกดเธอลนั่งบนเตียงนอน
“ผมไม่ทำอะไรทรายหรอกน่า เหนื่อยมาทั้งวันแล้ว”
“แต่ว่า…”
“นอนเถอะ พรุ่งนี้จะพาไปซื้อของ เห็นปลั่งบอกว่าทรายมีเสื้อผ้ามาไม่กี่ชุด”
แหงละก็เธอกะว่าจะมาหาพักอยู่กับบิดาแค่สามสี่วัน ไม่ได้เตรียมตัวมาเพื่อถูกขายเสียหน่อย นี่พ่อบ้านของเขาคงเป็คนรายงานล่ะสิ ในเมื่อปลั่งเป็คนให้คนจากทางรีสอร์ตมาจัดห้องให้เธอ
“ฉันใช้เท่าที่มีก็ได้ค่ะ” เธอบอกพลางขืนตัวไม่ให้หงายลงบนเตียงตามแรงกดของเขาแต่ก็ไม่เป็ผล
“ผมไม่ชอบให้ผู้หญิงของผมไม่สวย” สิงหาขยับผ้าห่มขึ้นมาห่มให้คนช่างเถียงแล้วชี้หน้าซ้ำเมื่อคนตัวเล็กทำท่าจะลุกขึ้นมา ก่อนเดินอ้อมมาล้มตัวลงนอนอีกฝั่งของเตียงแล้วจัดการลากร่างบอบบางมาไว้ในอ้อมกอด โดยไม่สนใจอาการขัดขืนของอีกฝ่าย
เมื่อรู้ว่าดิ้นไปก็เหนื่อยเปล่า ธันย์ชนกจึงหยุดดิ้นแล้วเปลี่ยนเป็พลิกตัวนอนหันหลังให้เขาแทน และเพราะความอัดอั้นและความเ็ป ผิดหวังที่สั่งสมมาเนิ่นนาน น้ำตาที่เลยถูกสั่งให้หยุดไหลก็กลับมาไหลรินอีกครั้งอย่างห้ามไม่อยู่
แม้นจะไร้เสียงสะอึกสะอื้น แต่อาการสั่นน้อยๆ ของร่างเล็กบอบบางในอ้อมกอด
“ร้องไห้ทำไม” เสียงทุ้มถามอย่างเอื้ออาทร ก่อนจับคนในอ้อมกอดพลิกตัวให้หันหน้ามาหากัน
“ไม่ต้องร้อง ต่อไปนี้จะไม่มีใครมาทำอะไรทรายได้อีก อยู่กับผมทรายจะปลอดภัย”
คิ้วเรียวขมวดเข้าหากันทันทีที่ได้ยินคำพูดหนักแน่นจากคนตัวสูง เขาพูดทำนองนี้มาสองครั้งแล้วนะ สถานการณ์ที่เธอเป็อยู่ตอนนี้ ธันย์ชนกมองไม่เห็นว่าจะมีใครมาทำอันตรายอะไรเธอ
นอกจากเขา…
“ทำไมฉันต้องมีใครมาทำอะไรด้วยคะ”
สิงหาไม่ได้ตอบคำถามของเธอ ชายหนุ่มทำเพียงกดริมฝีปากลงบนหน้าผากนูน ก่อนที่จะกดศีรษะมนเข้าแนบสบกับอกแกร่งแล้วกระชับวงแขนให้แน่นขึ้น พลางเอ่ยปลอบ
“นอนซะ คนเก่งของผม”
***
อีคุณสิงห์ถึงจะเอาแต่ใจยังไง แต่ก็ยังห่วงน้องนะคะ
รี้ดขา...ชอบไม่ชอบยังไงเม้นต์มาคุยกันได้นะคะ นักเขียนเหงา