อิ้งฟางเดินไปหยุดอยู่ข้างกู่เจิง ก่อนจะทดลองเล่นดูเบาๆ สีหน้าอิ้งฟางถึงกับถอดสี กู่เจิงนี้มีปัญหา !!! อิ้งเย่วได้ยินเสียงทำนองกู่เจิงสายตากระตุกวูบ คิ้วคู่สวยขมวดชนกันแน่น อิ้งเย่วรู้ได้ทันทีเลยว่ามีคนจงใจใช้อุบายเล่ห์เหลี่ยมทำลายสายกู่เจิงเป็แน่
อิ้งฟางนางฉลาดไม่น้อย นางรู้ดีว่ากู่เจิงมีปัญหา อิ้งฟางสังเกตุกู่เจิงดูอีกครั้ง ทันใดนั้น นางก็เห็นมีรอยตัดเล็กๆ แต่พอมองดูดีๆ รอยนั้นลึกมาก หมายความว่ามีใครบางคนใช้ของมีคมอย่างเช่น มีด ดาบ ตัดสายกู่เจิงนี้
ช่างร้ายเสียจริง หากอิ้งฟางไม่ทันได้สังเกตุ เกรงว่าเมื่อดีดไปถึงกลางบทเพลง สายกู่เจิงอาจขาดได้ทุกเมื่อ หากเป็เช่นนั้นก็เท่ากับว่าการแข่งขันของนางจะต้องจบลงที่นี่ และเสี่ยงต่อการถูกกล่าวร้ายว่าทำลายกู่เจิงของฝ่าาเสียหาย
สายกู่เจิงขาด เท่ากับว่าไม่มีหลักฐาน ? ยิงปืนเดียวได้นกสองตัว ช่างร้ายนัก ใครกันที่เป็คนลงมือทำกับนางเช่นนี้?
“ฝ่าาเพคะ กู่เจิงนี้หม่อมฉันพบว่ามีคนแตะต้องมันแล้วเพคะ” อิ้งฟางรีบคุกเข่าทูลฮ่องเต้เื่กู่เจิงทันที
“เ้าว่าอย่างไรนะ ?!” เสียงทุ้มเอ่ยถามอย่างประหลาดใจ ฝ่าาไม่พอพระทัยเป็อย่างยิ่ง มีคนแตะต้องกู่เจิงเท่ากับว่าการรักษาความปลอดภัยในวังหลวงไม่ดี
อิ้งฟางรู้สึกกลัวเล็กน้อยเมื่อทูลให้ฝ่าาทรงทราบเื่นี้ นางมิกล้าแม้แต่จะเงยหน้าขึ้นมองด้วยซ้ำ อิ้งฟางผายมือไปตรงกู่เจิงแล้วเอ่ยขึ้นว่า
“ฝ่าาตรวจสอบได้เพคะ กู่เจิงนี้ถูกใครบางคนใช้ของมีคมตัดสายเพคะ หากไม่สังเกตุดีๆ มิอาจรู้ได้เพคะ”
“กั๋วเหริน นำมันมาให้ข้า” กั๋วเหรินเดินลงไปเอากู่เจิงขึ้นมาให้ฝ่าาตรวจดู
“บังอาจนัก !!! นำตัวคนที่เฝ้ากู่เจิงมา!!!” ฝ่าาทรงกริ้วไม่น้อย
อิ้งเย่วนั่งคิดอยู่ครู่นาน จุดประสงค์ของคนที่คิดร้ายต่ออิ้งฟางคืออยากจะให้อิ้งฟางอับอายขายหน้า สุดท้ายแล้วไม่เพียงแต่จะต้องตกรอบ แต่อาจจะถูกขับไล่ออกจากวังด้วย โหดร้ายไปกว่านั้นอาจจะไม่มีตระกูลลู่อยู่อีกเป็แน่
สิ่งหนึ่งที่อิ้งเย่วสงสัย คนที่คิดร้ายรู้ได้อย่างไรว่าอิ้งฟางจะเลือกกู่เจิงเพื่อแข่งในรอบนี้ คิดอยู่ครู่นานอิ้งเย่วก็ยังคิดไม่ออกว่าเป็ฝีมือของใคร
นางกำนัลที่เฝ้าเครื่องดนตรีถูกลากตัวมาจับนั่งคุกเขาลงที่พื้นต่อหน้าทุกคน
“ฝ่าาเพคะ ไว้ชีวิตบ่าวด้วยเพคะ บ่าวไม่เห็นผู้ใดเข้าใกล้กู่เจิงเลยนะเพคะ”
“เ้าจะอธิบายเื่นี้ว่าอย่างไร?! ไยกู่เจิงจึงมีสภาพเช่นนี้?!” ด้วยอารมณ์โกรธฮ่องเต้จับกู่เจิงปาลงไปที่พื้นอย่างแรง
“บ่าว ... บ่าวไม่ทราบเพคะ”
“เ้าไม่รู้อย่างนั้นหรือ ?!! ทหาร!!! จับตัวนางไปเฆี่ยนห้าสิบที!!! แล้วจับนางไปขังไว้!!!”
“ฮือๆๆ บ่าวถูกใส่ร้ายเพคะ ฝ่าาโปรดไว้ชีวิตบ่าวด้วย ฮึกๆๆ ”
นางกำนัลคนนั้นถูกลากออกไปท่ามกลางความสงสัยของทุกคน อิ้งเย่วได้แต่คิดว่าไยฝ่าาถึงได้โง่เขลาเช่นนี้ ดูก็รู้ว่านางกำนัลผู้นั้นถูกใส่ร้าย อยู่ๆ นางกำนัลผู้นั้นจะหาเื่ใส่ตัวทำไมกัน
คงเป็เพียงการเชือดไก่ให้ลิงดูกระมัง เป็การเตือนให้คนที่คิดร้ายได้รู้ได้เห็น หากคนที่คิดร้ายพุ่งเป้าไปที่อิ้งฟาง คนๆ นั้นก็คงอยู่ภายในงานนี้เพื่อดูผลที่ตามมา
“แข่งต่อ !!!” ฮ่องเต้เอ่ยเสียงเข้มสีหน้าอารมณ์อิ้งเย่วยากที่จะคาดเดาได้จริงๆ ว่าฝ่าากำลังคิดอะไรอยู่
ขันทีได้นำเอาเครื่องดนตรีใหม่มาให้อิ้งฟาง ครานี้คือหร่วนหรือเรียกอีกชื่อว่าผีผาฉิน อิ้งฟางรู้สึกผิดหวังเล็กน้อย เครื่องดนตรีที่นางชอบที่สุดคือกู่เจิงมิใช่หร่วน แต่ก็ยังดีกว่าที่ใช้เครื่องดนตรีที่เสียหายไปแล้ว อิ้งฟางทดลองดีดดูได้ยินเสียงก้องกังวานดีถึงกับถอนหายใจอย่างโล่งอก
อิ้งฟางเล่นบทเพลงที่คนทั่วไปยากที่จะเล่นได้ นางเล่นอย่างใจเย็น สงบนิ่ง เสียงหร่วนลุ่มลึกไพเราะทำให้ทุกคนเพลิดเพลินไปกับมัน อิ้งฟางเล่นบทเพลงควบคู่ไปกับเสียงร้องอันแสนหวานของนาง เนื้อหาบทเพลงนี้ซ่อนความรู้สึกภายในใจของอิ้งฟางไว้
อิ้งฟางไม่รู้ว่าองค์รัชทายาทจะรับรู้ซึ้งถึงบทเพลงนี้หรือไม่ ? อิ้งฟางเงยหน้ามองไปที่ิเจ๋อด้วยสายตาที่เต็มเปี่ยมไปด้วยความรักใคร่ ทุกคนรับรู้ได้ว่าในใจของอิ้งฟางมีบุรุษที่ชอบอยู่แล้ว หากสังเกตุดูอีกทีจะรู้ได้ว่าบุรุษที่อิ้งฟางให้ใจไปคือองค์รัชทายาท
อิ้งเย่วได้แต่คร่ำครวญอยู่ในใจ ‘ท่านพี่อย่าเป็เช่นนั้นเลย ท่านพี่ควรจะรู้นะว่างองค์รัชทายาทเป็บุรุษที่เืเย็น โเี้อำมหิต องค์รัชทายาทคิดถึงแต่อำนาจไม่ใช่บุรุษที่จะรักใครก็ได้’
องค์รัชทายาทแคว้นเหออิงนั่งอยู่ข้างบนมองลงไปข้างล่างอย่างประหลาดใจ สตรีที่เปี่ยมไปด้วยจิติญญา นางกล้าที่จะสารภาพรักกับคนที่นางรักเช่นนี้หรือ ? จะมีสตรีคนใดที่จะกล้าทำอย่างนางได้?
เทียนหยู เหลือบไปมองบุรุษที่อิ้งฟางแอบชอบ องค์รัชทายาทิเจ๋อไม่แม้แต่จะปรายตามองนางด้วยซ้ำ สายตาของิเจ๋อจับจ้องเพียงสตรีผู้นั้น
ลู่อิ้งเย่ว น้องสาวของนาง น่าเสียดายกับรักอันบริสุทธิ์ของนางเสียจริง หลังจากที่การแสดงจบลง เสียงปรบมือชื่นชมดังก้องไปทั่ว
“คุณหนูอิ้งฟางช่างกล้าเสียจริง กล้าซ่อนความรู้สึกแอบรักองค์รัชทายาทไว้ในบทเพลง เ้าคิดเหรอว่าองค์รัชทายาทจะมีใจให้เ้า ? ”
“เกี่ยวอะไรกับคุณหนูหลานเฟินเหรอเ้าคะ ข้าเห็นว่ามีบางคนอยากจะทำอย่างข้าก็มิอาจทำได้”
หลานเฟินจ้องอิ้งฟางตาเขม็ง อิ้งฟางช่างร้ายนักที่กล้าดูถูกคนอย่างนาง เื่กู่เจิงอิ้งฟางพอจะรู้ว่าเป็ฝีมือของใคร ไม่ผิด !!! เป็ฝีมือของหลานเฟิน เพราะอยากจะรู้ว่าอิ้งฟางถนัดเครื่องดนตรีอะไร หลานเฟินจึงได้ล้วงข้อมูลนี้จากสาวใช้สนิทของอิ้งฟาง หลังจากนั้นหลานเฟินแกล้งสดุดล้ม ชณะที่นางกำนัลในวังกำลังเดินถือกู่เจิงเข้ามาในงาน จังหวะที่นางกำนัลไม่ทันได้สงเกตุ หลานเฟินจึงใช้มีดสั้นตัดสายกู่เจิง
หลานเฟินไม่อยากจะเชื่อว่าอิ้งฟางจะฉลาดกล้าทูลกับฝ่าาเื่กู่เจิง หญิงงามคนต่อไปที่จะขึ้นแสดงก็คือหลานเฟิน
“บุตรสาวของท่านแม่ทัพเฟินดูสง่าแข็งแกร่งยิ่ง” ฮ่องเต้เอ่ยคำชมสีหน้ายิ้มแย้มแตกต่างจากเมื่อครู่มาก
อิ้งเย่วกระตุกยิ้มที่มุมปาก ที่ฝ่าาเอ่ยชมเช่นนั้นไยนางจะไม่รู้ว่าฝ่าาคิดอะไรอยู่ คงอยากจะให้หลานเฟินเป็พระชายาขององค์รัชทายาทสินะ หากเป็เช่นนั้นจริง กองกำลังทหารเฟินที่มีอยู่ไม่น้อยต้องอยู่ใต้อำนาจฝ่าาเป็แน่
หากองค์รัชทายาทิเจ๋อรู้ความคิดของฮ่องเต้คงไม่ปล่อยให้เหยื่อหลุดมือไปหรอกนะ เสียงพิณดังก้องกังวาน บทเพลงเอ่ยถึงการเสียสละของเหล่าหทารที่ออกศึกาในครานั้น อิ้งเย่วมองหลานเฟินตากระปริบ นางไม่ธรรมดาจริงๆ หลานเฟินเห็นทุกคนต่างให้ความสนใจชื่นชมตน ในใจก็แอบสะใจยิ่งที่ตนเอาชนะอิ้งฟางได้
หลิวกุ้ยเฟยจับจ้องไปที่หลานเฟิน นางเป็สตรีที่มากความสามารถก็จริงแต่หลานเฟินยิ่งยโสเกินไป หากนางมิใช่บุตรสาวของท่านแม่ทัพเฟิน นางไม่มีทางอยู่ในสายตาฝ่าาเป็แน่
“ฝ่าาเพคะ บุตรสาวท่านแม่ทัพเฟินมากความสามารถกว่าสตรีอื่นจริงๆ เพคะ”
“เ้าก็คิดเช่นนั้นหรือ ? ”
“เพคะฝ่าา” หลิวกุ้ยเฟยคลี่ยิ้มบางๆ หากไม่พูดเช่นนั้นจะให้นางพูดว่าอย่างไรกัน อย่างไรตำแหน่งพระชายาองค์รัชทายาทก็ต้องตกเป็ของหลานเฟิน ไยนางจะมีความคิดเห็นเช่นนั้นไม่ได้เล่า
หลังจากการแสดงจบลง เสียงปรบมือและคำชื่นชมไม่น้อยกว่าอิ้งฟางเลย หลานเฟินปรายตามองไปที่อิ้งฟางอย่างผู้ชนะ รายชื่อแสดงของอิ้งเย่วอยู่ตำแหน่งท้ายๆ ทำให้ทุกคนเริ่มจะเบื่อไม่อยากจะดูต่อแล้ว
ทันทีที่อิ้งเย่วเดินขึ้นไปด้วยชุดสีเขียวอ่อนโดดเด่นสะดุดตา ใบหน้าเรียวสวย ดวงตาเป็ประกายดุจดวงดาว ดอกบัวที่วาดอยู่บนหน้าผากมนของนางยิ่งทำให้นางมีเสน่ห์ดึงดูดมากขึ้น
ทุกคนมองไปที่อิ้งเย่วด้วยสายตาที่น่าทึ่ง แม้ว่านางจะไม่ใช่สตรีที่งดงามที่สุดในเมืองนี้ แต่มีบางอย่างในตัวนางที่ดึงดูดสายตาทุกคนทำให้พวกเขาไม่อาจละสายตาจากนางได้ ิเจ๋อที่จ้องนางอยู่ครู่นานถึงกับกระตุกยิ้มที่มุมปากอย่างชอบใจ ิเจ๋อรอนางตั้งนาน ดูการแสดงของหญิงงามคนอื่นๆ ทำให้เขาเบื่อจะแย่
‘อิ้งเย่ว ดวงใจของข้า อย่าทำให้ข้าผิดหวังล่ะ’ ทุกคนที่เห็นอิ้งเย่วหยิบเอาเครื่องดนตรีขึ้นมาถึงกับคิ้วขมวดสงสัย ไยนางถึงได้หยิบเอาเครื่องดนตรีที่เล่นยากเช่นนั้นมาเล่นเล่า อิ้งเย่วหยิบเอาสิ่งนั้นมาด้วยสีหน้าที่เรียบนิ่ง ก่อนจะนั่งลงอย่างใจเย็น อยู่ในยุคที่นางจากมานางต้องเรียนรู้มันทุกอย่าง แม้ว่าสิ่งที่นางต้องเรียนยากเย็นแสนเข็นเพียงใด นางฝึกฝนตัวเองจนร่างกายได้รับาเ็หนัก
ท่านชายหลี่บังคับให้นางเรียนเครื่องดนตรีโบราณทุกชนิด ให้นางเรียนจนกว่านางจะชำนาญ หากฝึกไม่ผ่าน ท่านชายหลี่ก็จะบังคับให้นางฝึกอยู่อย่างงั้นไม่ให้พัก
องค์ชายสี่หลิงหยุนขมวดคิ้วสงสัย ในใจเริ่มสนใจในตัวนางมากขึ้น นางเป็สตรีที่น่าค้นหาเสียจริง
“รัชทายาท ฝ่าาเลือกหลานเฟินให้เป็พระชายาท่านแล้ว ข้าเห็นว่าแม่นางผู้นั้นน่าสนใจดี ข้าคิดว่าจะขอฝ่าามอบราชโองการสมรสพระราชทานให้นางมาเป็พระชายาของข้า รัชทายาทมีความคิดเห็นว่าอย่างไร ? ”
ิเจ๋อไม่แสดงสีหน้าใดๆ แต่ภายในใจเดือดดาลยิ่ง
“เ้าจะรีบร้อนไปไหน คัดเลือกยังไม่จบเลย ข้าบอกเ้าแล้วไม่ใช่หรือ ว่านางจะต้องมาเป็พระชายาของข้า”
อิ้งเย่วนางคือผู้หญิงของเขา อิ้งเย่วเริ่มการแสดงของตน หลิงหยุนกำลังจะแหย่ประสาทิเจ๋อต่อ แต่เห็นอิ้งเย่วเริ่มการแสดงแล้วจึงหันไปสนใจนางแทน อิ้งเย่วก้มศรีษะลงเล็กน้อย ดูเ็าแต่สง่ายิ่ง การเล่นดนตรีของนางแตกต่างจากอิ้งฟางและหลานเฟินมาก บทเพลงของอิ้งเย่วสื่อถึงอารมณ์ภายในใจของนางเสียมากกว่า
เนื้อเพลงที่อิ้งเย่วร้องออกมาทำให้ทุกคนถึงกับอ้าปากค้าง สตรีพึ่งจะอายุเพียงสิบเจ็บสิบแปดหนาวไยถึงได้มีความคิดลึกซึ้งเช่นนั้น บทเพลงพูดถึงความรู้สึกที่มีต่อแผ่นดินและใต้หล้า ทำให้ทุกคนจดจ่อกับบทเพลงของนางจนคิดว่านางคือสตรีที่อยู่ในบทเพลงนั้น
ิเจ๋อมองใบหน้าราวกับนางฟ้าของอิ้งเย่วไม่ละสายตา นางทำให้เขาทึ่งได้จริงๆ แต่ทำไม ... เขาถึงได้รับรู้ถึงความเ็ปในบทเพลงนั้น ิเจ๋ออยากจะจับมือนางไม่ปล่อย นางคือสตรีที่คู่ควรอยู่เคียงข้างเขาตลอดไป
ฮ่องเต้พอพระทัยกับบทเพลงของนางยิ่ง อิ้งเย่วเล่นพิณอย่างไพเราะ ก่อนที่นางจะตัดสินใจเล่นบทเพลงนี้ นางคิดไว้แล้วว่าอย่างไรก็ต้องให้ทุกคนได้รับรู้ถึงความรู้สึกของนาง ทุกคนหาว่านางเป็สตรีที่โง่เขลาอย่างนั้นหรือ วันนี้นางจะทำให้ทุกคนได้เห็นว่าสตรีอย่างนางมากความสามารถเพียงใด
อิ้งเย่วไม่ได้อยากจะนั่งตำแหน่งพระชายาองค์รัชทายาท แต่นางแค่อยากจะทวงคืนสิ่งที่นางควรจะได้มา อิ้งฟางกลัว รู้สึกกลัวน้องสาวของตัวเองมาก อิ้งเย่วเล่นบทเพลงกับความรู้สึกคนดูเช่นนั้น อิ้งเย่วไม่ใช่น้องสาวคนเดิมของตนอีกต่อไป
หลานเฟินทั้งโกรธทั้งแค้น ตนลืมขวากหนามชิ้นใหญ่นี้ไปได้อย่างไรกัน หลานเฟินไม่คิดว่าอิ้งเย่วนางจะร้ายกาจเพียงนี้ ไม่ว่าอย่างไรนางก็ไม่อาจลากอิ้งเย่วตกต่ำได้ ทันทีที่การแสดงจบลง อิ้งเย่วลืมตาขึ้น บรรยากาศเงียบกริบไม่มีแม้แต่เสียงปรบมือหรือชื่นชมใดๆ เลย ทุกคนยังตกอยู่ในภวังค์บทเพลงนั้นของนางอยู่ ทันใดนั้น ....
“ดีมาก”
“สุดยอดมาก ข้าไม่เคยได้ฟังบทเพลงซึ้งเช่นนี้มาก่อน”
“ดีเยี่ยมเลยคุณหนูอิ้งเย่ว เ้าเป็สตรีที่เก่งเสียจริง”
การแข่งขันรอบสองสิ้นสุดลง เหล่าหญิงงามต้องพักอยู่ในวังหลวงหนึ่งคืน การแข่งขันรอบสุดท้ายจะจัดขึ้นตอนเช้าของอีกวัน ระหว่างที่เดินไปตำหนักอันเฟิง อิ้งฟางเงียบครุ่นคิดอะไรบางอย่าง
“เหมยเม่ย เ้าไม่เคยพบองค์รัชทายาทจริงๆ หรือ ? ” อิ้งเย่วสะดุ้งโหยงใก่อนจะพยักหน้าเบาๆ
“เคยพบเ้าค่ะ” อิ้งเย่วไม่คิดที่จะปิดบังอิ้งฟางเลยแม้แต่น้อย สีหน้าอิ้งฟางเปลี่ยนไปทันที
“เพราะเหตุใดกัน? เ้าก็รู้ว่าข้าคิดเช่นไรกับองค์รัชทายาทไม่ใช่หรือ? ”
อิ้งฟางไม่เข้าใจว่าทำไมองค์รัชทายาทถึงมองอิ้งเย่วด้วยสายตาที่รักใคร่เช่นนั้น อิ้งเย่วขมวดคิ้วสงสัย นางไม่เข้าใจว่าอิ้งฟางเป็อะไรกันแน่
“เหมยเม่ย เ้าไม่เห็นข้าอยู่ในสายตาใช่หรือไม่? เ้ามีความสามารถเช่นนั้นไยเ้าถึงไม่เคยบอกให้ข้ารู้เลย เ้าหลอกข้าใช่หรือไม่? ”
“ท่านพี่ ฟังข้าอธิบายก่อน ไม่ใช่อย่างที่ท่านพี่คิดนะ”
“ข้าไม่อยากฟังอะไรทั้งนั้น !!!” หยาดน้ำใสเอ่อล้นดวงตาคู่สวยของอิ้งฟาง นางไม่อยากฟังคำพูดจากปากของอิ้งเย่วอีกแล้ว รีบวิ่งออกไปจากตรงนั้นทันที
“ท่านพี่ ...” อิ้งเย่วเดินตามอิ้งฟางไปแต่ก็ไม่ทัน อิ้งเย่วรู้สึกสับสนไปหมด เื่นี้สักวันนึงก็ต้องเกิดขึ้นไม่ใช่หรือ อิ้งฟางคิดว่านางหลอกลวงอยากจะองค์รัชทายาทอย่างนั้นหรือ
หญิงงามแต่ละคนจะได้พักแยกแต่ละห้อง อิ้งเย่วยังรู้สึกผิดเื่เมื่อตอนเย็น จึงเดินไปพบอิ้งฟางที่เรือนพักของนาง แต่อิ้งฟางก็ไม่ยอมออกมาพบตน ขอโอกาสได้อธิบายไยท่านพี่ถึงไม่ยอม เพราะอารมณ์ไม่ดีอิ้งเย่วจึงออกไปเดินเล่นที่สวนดอกไม้ในวัง มองขึ้นไปบนท้องฟ้าเห็นพระจันทร์เต็มดวง แสงจันทร์ทอแสงนวลตา รู้สึกสงบใจยิ่ง
สงบอย่างนั้นหรือ? ในราชสำนักจะสงบสุขได้อย่างไรกัน อิ้งเย่วมัวแต่คิดอะไรไปเรื่อยเลยไม่รู้ตัวว่ามีใครบางคนกำลังแอบหลบอยู่ข้างหลังตน รู้สึกตัวอีกทีเอวบางของนางก็ถูกแขนแกร่งของใครบางคนสวมกอดแน่นแทบหายใจไม่ออก ลมหายใจร้อนรดที่แก้มนวลของนางเบาๆ อิ้งเย่วหันไปดูจึงได้รู้ว่าเป็ใคร
“องค์รัชทายาท”
“อืมมม” ิเจ๋อสวมกอดแน่น ร่างกายเยือกเย็นจนร่างบางสั่นระริก คิดถึงเื่เมื่อตอนเย็น อิ้งเย่วก็โกรธมากหันไปจ้องหน้าิเจ๋อตาเขม็ง
“ปล่อยหม่อมฉันนะเพคะ !!! ชายหญิงไม่ควรมาทำอะไรเช่นนี้นะเพคะ!!!”
เื่เป็แบบนี้ก็เพราะเขาคนเดียวเลย หากเขาไม่เอาแต่จ้องนางเช่นนั้น อิ้งฟางคงไม่โกรธนางเช่นนี้ ิเจ๋อขมวดคิ้วแน่นไม่เข้าใจว่านางโกรธอะไรตนอยู่ ิเจ๋อผละจากร่างบางแล้วผลักนางออกห่างอย่างแรงจนร่างบางล้มหน้าทิ่มไปที่พื้น
“อ๊ากกกกก” อิ้งเย่วร้องขึ้นด้วยความเ็ป
‘อี่ตาบ้านี่ กล้าดียังไงผลักฉันหน้าทิ่มพื้นอย่างนี้ หากฉันตายไปนะ ฉันจะไม่มีวันให้อภัยนายแน่ คอยดู’