หลังจากข้อตกลงในวันนั้น ก็แทบจะไม่ได้เจอหน้ากันเลยก็ว่าได้ เพราะเ้าเด็กต้องเข้ากรุงเทพ เพื่อตกลง ประชุมเื่งาน แม้ว่าจะกลับมาอยู่บ้าน แต่ก็ยังไม่ได้เต็มร้อย การเดินทางขึ้นเหนือล่องใต้ บรีบงาน รับงาน จึงมีอยู่เสมอๆ จะมีแค่วันจะไปกรุงเทพ เ้าเด็กซื้อกาแฟมาส่งที่ สำนักงานของร้าน แล้วก็เดินทาง แต่เสียงไลน์ ดังไม่ขาดสวย
Si_TS : ทานข้าวยังคะ
ND : อืม
---------
Si_TS : ทานข้าวเที่ยงยังคะ
ND : อืม
Si_TS : ขอซื้อได้ไหมอ่ะ
ND : ?
Si_TS : อืม อ่ะ ขายกี่บาท พิมพ์ไรไป อืมมมมมม ![]()
ND : งานยุ่งค่ะ ทานแล้ว ดูแลตัวเอง ขับรถดีดี
Si_TS : หู้ยยยย คิดถึงนะนะ
ND :อืม
Si_TS : คิดถึงเค้ามั้ย
ND :อืม
โอ้ย !! ตกหลุมเ้าเด็กจนได้
Si_TS :เดียวทำงานเสร็จจะรีบไปฟัด --ไม่ใช่ ไปหานะคะ
ND :อืม
เฮ้ยยยย เสียรู้เ้าเด็กอีกแล้ว
ตลอดหลายวันที่ไม่อยู่ด้วยกัน ไม่เจอหน้ากัน สิ่งที่หนูดีคุ้นชินคือ ตอนเช้า มีคนทักมา
มอร์นิ่ง กินข้าวยัง? เหนื่อยหรือเปล่า ? คิดถึง? เป็ห่วง ฝันดี กินน้ำเยอะๆ และฝันดีก่อนนอน
หนูดีอยู่คนเดียวมานาน ถึงจะไม่ลำบากเื่เงินๆทองๆเหมือนคนอื่น แต่ก็ใช้ชีวิตคนเดียวมานานั้แ่เสีย พ่อ แม่ ไปหมด รู้สึกดี อบออุ่นขึ้นมาอย่างประหลาด
แม้การโทรแบบได้ยินเสียง หรือ วีดีโอคอล จะน้อย เพราะต่างฝ่ายต่างวุนวายเื่งาน ในตอนกลางวัน แต่ก่อนนอน เ้าเด็กก็อ้อนขอเห็นหน้าได้ยินเสียงทุกเช้า หรือสิ่งที่หนูดี ไม่เคยทำกับใครก็มี
Si_TS : โทรปลุกเค้าหน่อยนะคะ ทำงานดึกกลัวไม่ตื่นไปคุยกับลูกค้า
ND : กี่โมง?
Si_TS : 8.30 เช้าค่ะ
ND : ok
------------------------ 2 อาทิตย์ผ่านไป ------------------
สิ : เค้าหิวข้าว
หนูดี : ไปกินสิคะ
สิ : โหหหห เค้ายังไม่กินข้าวั้แ่กลับมาถึง รีบเอาของฝากมาให้ ข้าวเที่ยงยังไม่ได้กิน รอกินด้วย โหหหหหห
เสียอ้อนน่าสงสาร พร้อมส่งสายตาเหมือนหมามองเ้านาย
หนูดี : จะกินอะไรหึ ทำงานอยู่นิ แล้วก็ปกติ ข้าวเย็นไม่ค่อยกิน มันอ้วน
สิ : หมูกระทะคะ
หนูดี : ไม่เอา อ้วน ผมพึ่งสระ
สิ : ข้าวต้มนะ
หนูดี : โอเค รอสัก 20 นาทีนะ
-----------------------------------
ณ.ร้านข้าวต้มในเมือง 2 สาวเดินเข้าไปในร้าน ก่อนจะเลือกโต๊ะนั่ง ก็ได้ยินเสียงเรียก
"คุณอรดี ไม่เจอตั้งนาน มาทานข้าวเหรอครับ สบายดีนะครับ"
หนูดี : สวัสดีท่านรอง มาทานข้าวหรือคะ สบายดีคะ
"มาทานข้าวกับที่ทำงานครับ นั่งด้วยกันไหมครับ มากับใครครับสะดวกหรือเปล่า
หนูดี : มากับหลานคะ ตามสบาย ขอตัวนะคะ
หนูดีเดินตามเ้าเด็กไปโต๊ะด้านใน หลังจากเ้าตัว ตอบว่ามากับหลาน รู้แหละว่าอีกคนเกิดอาการผิดปกติ รีบเดินไปหาโต๊ะว่างด้านในร้าน ทั้งที่ปกติชอบนั่งนอกร้าน
หนูดี : กินอะไร
สิ : นึกว่าต้องกินคนเดียว
หนูดี : ไร้สาระนะ กองช่างเขาสั่งของที่ร้าน ก็รู้จักกัน ถ้าจะมางอน หน้าหงิกหน้างอ ก็ต้องทำทั้งวันแหละ น้าเป็แม่ค้าทำธุระกิจ ต้องรู้จักคนเยอะ จะกินหรือเปล่าข้าว ถ้าไม่กินก็กลับ
เ้าเด็กรีบหยิบเมนูมาดูเปลี่ยนเื่ กลัวไม่ได้กินข้าว เพราะรีบกลับมาหาคนน้า และกลัวเสียบรรยากาศ
สิ : ขอโทษ!ค่ะ เค้านอยด์ไม่ได้เหรอคะ มันน้อยใจ หลานงี้ คุยกับคนอื่น เพราะมาก กับเค้าเสียงห้วน กว่าจะคะแต่ละคำ
หนูดี : เราคุยกันแล้วนะคะ ตกลงกันแล้ว คุยแบบผู้ใหญ่คุยกัน ไม่ใช่เด็ก หรือไม่ใช่ผู้ใหญ่นะเรา
เ้าเด็กตีมึน รีบเรียกเด็กในร้าน พร้อมสั่งอาหาร
สิ : เค้าจะกินหมูสับผัดหนำเลี๊ยบ ผัดกุยช่ายขาวหมูกรอบ ยำปลาสลิต เอาอะไรดีคะ
หนูดี : เอาอะไรมาซดร้อนๆ 1 อย่างพอแล้วค่ะ
เ้าเด็กหันไปสั่ง เด็กในร้านต่อ ว่า
สิ : เอาต้มจืดสาหร่าย ข้าวต้ม 2 ข้าวสวย 1
หนูดี : กิน 2 ข้าวเหรอเรา
สิ : ผสมกันคะ แล้วจะพอดี เหมือเราไง
//-///
หนูดี : เหมือนยังไง
สิ : ก็กินข้าวสวย มันก็หนักท้องไป กินข้าวต้มมันก็ไม่อยู่ท้อง ผสมผสมกัน มันจะพอดี เหมือนวัย 42 -24 เราไง
หนูดี : ไปเรื่อย ไปเปลื่อย
...
ระหว่างที่รออาหาร แม้กระทั้งนั่งทานข้าว ก่อนออกจากร้าน จะมีคนรู้จักคนน้า เข้ามาทักทาย เป็ระยะ ทำให้เ้าเด็กเข้าใจแบบเห็นตัวอย่างว่า ถ้าจะมัวหน้างอคอหักเป้นปลาทู ก็ต้องงอนเอง หายเอง แถมคะแนนคงลดลงอีก เลยได้เพียงแต่ ยกมือไหว้ เมื่อถูกแนะนำว่าเป็หลาน จากที่พบวันนี้ ทั้งผู้หญิง ผู้ชาย ทอม ต่างมีส่งสายตาหวาน แบบมองออกเลยอยู่ 4-5 คน เนี้ยอะนะ คน 42
สิ สิ!! สิจริงๆ ด้วย เจอะกันอีกแล้ว
คนน้าหันไปมอง คนถูกมองยกมือขึ้นไหว้สวัสดี จำได้ว่าเพื่อนเ้าเด็กคนนี้ ชื่อผึ้ง คิดในใจ
"อ้อ! เ้าหน้าที่สาธารณะสุข ตานิเยิ้มหวานเชียว ชิ ไหว้ฉัน คงว่าฉันแก่ ละสอชิ" ถ้าปกติ ก็คงเป็เด็กมารยาทดี แต่ตอนนี้ อารมณ์คนน้า หงุดหงิดอย่างบอกไม่ถูก
สิ : อ้าวผึ้ง มาทานข้าวเหรอ
ผึ้ง : ใช่ๆ มากับเพื่อนๆรุ่นเราแหละ ที่ยังทำงานแถวนี้ มาทักทายเพื่อนหน่อย นั่งริมสวนตรงนู้นกลุ่มใหญ่ๆ
เ้าเด็กหันมามองหล่อน ก่อนจะตอบเพื่อนๆไปว่า
สิ : เราไม่สะดวกอ่ะ มากับน้าหนูดี ไว้โอกาสหน้าได้หรือเปล่า
ผึ้ง : เราดึงสิเข้ากลุ่มแล้วนะ แต่สิไม่ตอบ เขานัดกันในกลุ่มรุ่น
------ แหมมมมม ได้ๆๆๆ คนน้าคิดในใจ ---
หนูดี : ไปหาเพื่อนๆก่อนก็ได้ เดียวน้าเดินไปซื้อของใช้เซเว่น รอ
พูดจบไม่รอคำตอบ แต่ที่รู้สึก คือตัวเองก็น้อยใจ กับคำนำหน้าว่า "น้า" เข้าให้แล้ว เริ่มเข้าใจว่า เ้าเด็กรู้สึกยังไง ตอนที่ตัวเองบอกคนอื่นว่า หลาน
--------------------- 20 นาที ผ่านไป-------------------------
เ้าเด็กเดินตามมาหาคนน้าที่ร้านสะดวกซื้อ เจอะคนน้านั่งอยู่เคาน์เตอร์ที่ทางร้านจัดไว้
สิ : กลับบ้านเราเถอะคะ
หนูดี : บ้านใครคะ บ้านใครบ้านมันค่ะวันนี้
สิ : นอนด้วยไม่ได้เหรอคะ
หนูดีสังเกตุเห็นว่า เ้าเด็กกลับมา หน้าแดงหูแดง
หนูดี : แป้บเดียวดื่มมาเหรอคะ (พร้อมเอามือสองข้างขี้นจับแก้ม และคอเ้าเด็ก)
สิ : เพื่อให้ยก ไป 2- 3 แก้วคะ ป่ะ กลับบ้านกันค่ะ
หนูดี : เอากุนแจรถมา น้าจะขับ
สิ : เค้าไม่เมา 3-4 แก้วเอง
หนูดี : ไหน บอก 2-3 เอามาให้น้าขับค่ะ รู้มัย นอกจากจะถูกตำรวจจับเป่า ติดคุกเสียบเวลา เสียเงินค่าปรับ เสี่ยงเกิดอุบัติเหตุแล้ว ถ้า เราเจ็บกัน 2 คน ก็เราทำตัวเอง อีกคนดื่ม อีกคนไม่ห้าม ถ้าเราไปชนคนอื่น เราไม่มีความรับผิดชอบสังคม และจะบาปนะคะ
สิ : โห เนี้ยละข้อดี มี ผู้ใหญ่เป็ว่าที่แฟน
หนูดี : เพ้อเจ้อ เอามาค่ะ น้าไปส่งบ้านนะ แล้วเดียวน้าเอารถกลับ พรุ่งนี้ค่อยมาเอารถ กลับมาบ้านจากไปทำงานหลายวัน พ่อ แม่คิดถึง อย่าไปนอนที่อื่นให้ผู้ใหญ่เป็ห่วงนะ "เด็กดี"
สิ : โห "เด็กดี" คำเดียวยอมทุกอย่างเลยคะ
พูดจบก็ยื่นกุนแจรถให้ พร้อมกับเดินตามคนน้าออกไปนอกร้านเดินไปลานจอดรถ ระหว่างทาง เ้าเด็กทั้งโอบไหล่ แต่โดนคนหน้าปัดออก แต่ไม่หยุด กอดคอจากด้านหลัง ก็โดนสบัด จนเ้าเด็กไปควงแขนซบไหล่ แล้วบอกเวียนหัว คนหน้าถึงยอมให้เดินแบบนั้นจนถึงรถ
แต่ ไม่มีใครสังเกตุว่า มีคนเดินตามเ้าเด็ก ออกมาั้แ่ร้านข้าวต้มหวังจะมาพูดคุยเดินมาส่ง แต่ไม่ทัน มองตามทั้ง 2 คน และเกิดความสงสัยในความสัมพันธ์ ของทั้งคู่อยู่อีกมุมหนึ่ง
ผึ้ง ( หวังว่าคงไม่ใช่อย่างที่คิดนะ)
-----------------------