บ้านของพบรัก
ในตอนดึกวันนั้นเมื่อพบรักกลับถึงบ้าน ก็ตรงดิ่งไปยังห้องทำงานเล็กๆบนโต๊ะทำงานมีแฟ้มเอกสารวางกอง พบรักนั่งเหม่ออยู่หน้าจอคอมพิวเตอร์แต่ไม่ได้โฟกัสที่งานเลย ภาพที่เพิ่งได้เจอกับตฤณภัสยังคงวนเวียนอยู่ในหัว
พบรักนั่งเหม่อเหมือนกลับว่าเธอดำดิ่งสู่ความจำที่ไม่อาจลืมในหัวกลับเต็มไปด้วยคำถามที่ไม่เคยได้รับคำตอบในอดีตภาพความทรงจำเก่าเริ่มย้อนกลับเข้ามา
เสียงหัวเราะสดใสดังแว่วไปทั่วสนามหญ้าเล็กๆ หน้าโรงเรียนพบรักวิ่งหนีชายหนุ่มที่คอยวิ่งตามอยู่ไม่ห่าง
“หยุดวิ่งเถอะครับคุณแฟน เดี๋ยวได้หกล้มจนได้”
ตฤณภัสเอ่ยยิ้มๆพลางก้าวยาวๆไล่ตาม ก่อนจะคว้าแขนเธอได้สำเร็จ
“ใครแฟนนาย??”
พบรักทำแก้มป่อง พยายามแกะมือเขาออกแต่ดวงตากับพราวระยิบระยับเต็มไปด้วยความสุข
“ก็คุณไง!!!”
เขาตอบสั้นๆราวกับความจริงนั้น ไม่้าคำอธิบายใดๆ แล้วก้มลงกระซิบข้างหูเธอ
“ทั้งชีวิตฉันมีไว้เพื่อรักเธอแค่คนเดียว....คือเธอ พบรัก”
หัวใจเธอสั่นไหวระรัวความอบอุ่นท่วมท้นจนแทบจะล้นออกมา แต่เธอก็ยังทำปากแข็ง ตีไหล่เขาเบาๆ
“ปากหวานระวังจะเบื่อกันก่อนแล้วกัน”
เขาหัวเราะเสียงดังดึงเธอเข้ามากอดไว้แน่นท่ามกลางสายตาคนรอบข้างและเสียงเชียร์แซวของเพื่อนๆ
กาลเวลาหมุนผ่านไป.......
ความรักของทั้งคู่แบ่งบาน มั่นคง จนใครๆต่างก็อิจฉาแต่ไม่คาดคิดเลยว่า ....คำพูดไม่กี่คำ และภาพที่เห็นเพียงเสี้ยววินาทีจะสามารถทำลายทุกอย่างได้ในพริบตา
ย้อนกลับไปเมื่อสิบปีก่อน........วันนั้นฝนตกหนักพบรักได้อยู่กับเพื่อนหญิง 1 คน ชาย 2 คน ในห้องพักหน้ามหาวิทยาลัยหลังจากเลิกเรียนตฤณภัสซึ่งเรียนอยู่คนละที่ได้กลับมาถึงห้องพักและเปิดประตูเข้ามาจังหวะเดียวกันกับที่เพื่อนชายเป็คนเดินไปจะเปิดประตู และเพื่อนหญิงได้ลงไปซื้อของกินข้างล่าง( จังหวะนรกสุดๆ) ทำให้ตฤณภัสเข้าใจผิดเธอและเดินจากเธอไปโดยที่เธอถือทิฐิที่มีอยู่ในใจ ไม่เอ่ยปากรั้งหรืออธิบายใดๆตลอดระยะเวลาสิบปีที่ผ่านมา
พบรัก: พึมพำกับตัวเอง ขณะที่ค่อยๆหลับตาลง
“สิบปี.....นายไม่เคยอธิบายอะไรไม่เคยกลับมาเลย แค่เดินจากไปเงียบๆ แล้วคิดว่าฉันจะลืมเื่ทั้งหมดได้ง่ายๆเหรอชั้นรอให้นายกลับมาถามไถ่ แต่นายกลับหายไปโดยไม่มีแม่แต่คำร่ำลากัน”
(เสียงหัวเราะดังเบาๆแต่แฝงไปด้วยความขมขื่น)
“ฉันเกลียดนาย......แต่ฉันก็เกลียดตัวเองมากกว่าที่ยังสั่นไปทั้งหัวใจ หวั่นไหวทุกความรู้สึกทุกความทรงจำที่หลั่งไหลเข้ามาไม่ขาดสายเพียงแค่..........สบตานายเพียงครั้งเดียว”
น้ำตาของพบรักค่อยๆรินไหลหยดลงบนสมุดจดงานเธอรีบเช็ดออกแต่ไม่ทัน ยิ่งเช็ดมากเท่าไหร่น้ำตาหยดแล้วหยดเล่าไม่มีทีท่าว่าจะหยุดลงง่ายๆ พบรักทำได้แค่เพียงเดินไปปิดไฟแล้วล้มตัวลงนอนทั้งๆที่ยังอยู่ในชุดเดิมเสียงสายฝนเบาๆที่โปรยปรายอยู่ข้างนอกเหมือนคอยทับถมความทรงจำให้ถาโถมเข้ามาเป็ระลอกคลื่นลูกแล้วลูกเล่า หมดแล้วความเข้มแข็งที่พยายามแสดงออกต่อหน้าผู้คนมากมายมาตลอดเหลือเพียงภาพผู้หญิงอ่อนแอ ที่ร้องไห้กอดตัวเองเพียงลำพัง
ฝั่งของตฤณภัส
ขับกลับบ้านมาด้วยหัวใจที่กระตุกเล็กน้อยภาพความทรงจำเก่าๆหลั่งไหลเข้ามาพร้อมกับคำถามที่เกิดขึ้นมาในความคิดเหมือนทุกๆครั้งที่ผ่านมาที่เผลอไปนึกถึงเธอ“ทำไม??? ทำไมตอนนั้นเธอไม่เลือกที่จะเดินตามมาอธิบาย เพียงแค่เธออธิบายก็พร้อมที่จะยอมรับ แม้สิ่งที่เธอพูดออมาจะเป็เื่จริงหรือไม่ก็ตาม”ตฤณภัสหลุดเข้าไปในห้วงความทรงจำที่ลึก ภาพที่เขาเห็นบาดตาบาดใจมีใครบางคนที่ไม่ใช่คนรักของตัวเองเดินออกมาจากห้อง โดยที่ไม่รู้เลยว่าพบรักอยู่กับใครบ้าง แล้วเหตุใด คนที่ออกมารับเขาไม่ใช่คนรักของตัวเองแล้วจะให้เขาทนเห็นภาพเ่าั้ได้อย่างไร
ตฤณภัส: พยายามตั้งสติและขับรถกลับให้ถึงบ้าน
เมื่อถึงบ้านตฤณภัส เข้าห้องนอนนั่งนิ่งอยู่บนเตียงที่เข้าชอบมากที่สุด เป็พื้นที่ที่ปลอดภัย เป็เซฟโซนของเขาแต่วันนี้ความรู้สึกที่เกิดขึ้นทำให้เขาไม่ได้รู้สึกแบบนั้นอีกต่อไปใจเขาพร่ำคิดว่า ถ้า...มีเธออยู่ตรงนี้ คงมีความอบอุ่น หวามหวาน เกิดขึ้นในหัวใจและทำให้เขาไม่รู้สึกโดดเดี่ยวอย่างที่ผ่านมา แต่อีกใจหนึ่ง กลับคิดว่า ถ้าเธออยู่เธอจะทำให้เขารู้สึกเจ็บซ้ำๆแบบเดิมหรือไม่พร้อมกับมีเสียงในหัวที่ปนความเจ็บแค้นเล็กๆ “ที่ผ่านมาเธอไม่เคยคิดที่จะอธิบายไม่เคยคิดที่จะตามหาเขาเลย แล้วทำไมเขาจะต้องไปนึกถึงความรู้สึกเธอด้วย” แต่ในใจลึกๆแล้วก็ยังโหยหาที่อยากรู้ความจริงที่เกิดขึ้นอยู่ดี