[นิยายแปล] Logging 10000 Years into the Future - เทพไร้พ่าย ลุยเดี่ยวอนาคตหมื่นปี【จบ】

    เล่มที่ 2 บทที่ 56 คนนั้น ช่างน่ากลัวเหลือเกิน (1)

            “รีบเอาภาพจากกล้องวงจรปิดมาเร็วเข้า!”

            ตงฉิงเสวี่ยเร่งเร้า ดวงตาจับจ้องอยู่ที่หน้าจอขนาดใหญ่ไม่วางตา

            ฉินเซ่าจวินไม่ทันได้ใส่ใจกาแฟที่หกเลอะมือเขา รีบเช็ดลวกๆ บนเสื้อผ้า ก่อนจะเร่งมือเปิดภาพจากกล้องวงจรปิด

            เมื่อภาพจากทางเดินหมายเลข 12 ปรากฏขึ้นบนหน้าจออย่างสมบูรณ์ แม้แต่คนมากประสบการณ์อย่างพวกเขาก็ยังอดไม่ได้ที่จะหรี่ตาลงเล็กน้อย สีหน้าแวบหนึ่งถึงกับเลื่อนลอย

            ในภาพจากทางเดินหมายเลข 12 สิ่งที่เห็นคือกลุ่มเด็กหนุ่มสาวมีสีหน้าซีดเผือด หลบซ่อนตัวสั่นเทาอยู่ตามมุมห้อง

            หนึ่งในนั้นถึงกับหมดสติล้มลงกับพื้น

            ทุกคนจ้องมองไปยังทิศทางเดียวกันด้วยสีหน้าหวาดผวา ราวกับคนธรรมดาที่ได้เห็นสัตว์ประหลาดในภาพยนตร์

            เมื่อมองตามสายตาของพวกเขาไป ตงฉิงเสวี่ยและฉินเซ่าจวินก็ได้เห็นภาพความพังพินาศ

            หุ่นเชิดจักรกลถูกทำลายกระจัดกระจายอยู่ทั่วพื้น ซากแขนขาและชิ้นส่วนต่างๆ หล่นเกลื่อนกลาด

            เมื่อซูมภาพเข้าไป ตงฉิงเสวี่ยและฉินเซ่าจวินก็เห็นร่องรอยบาดแผลน่าสยดสยองบนตัวหุ่นเชิดจักรกล รวมถึงบนกำแพงโดยรอบ

            กำแพงทางเดินที่สร้างจากเหล็กกล้าบริสุทธิ์ กลับมีรอยบุ๋มลึกลงไปเป็นหลุมๆ...

            สภาพโดยรวมของทางเดิน ราวกับถูกสัตว์ประหลาดที่น่าสะพรึงกลัวอาละวาดใส่

            “บัดซบ!”

            สีหน้าของตงฉิงเสวี่ยเริ่มไม่สู้ดีนัก

            หุ่นเชิดจักรกลระดับสองมีราคาสูงมาก การที่เสียหายพร้อมกันมากมายขนาดนี้ แถมยังไม่ใช่ความเสียหายโดยทั่วไป แต่เกือบจะเทียบเท่ากับการสูญเสียทั้งหมด

            นี่นับเป็นการสูญเสียทางการเงินครั้งใหญ่ เพราะหุ่นเชิดจักรกลระดับสองชุดนี้เพิ่งจะถูกจัดซื้อเข้าประจำการในฐานทัพ

            “เวรเอ๊ย!”

            ฉินเซ่าจวินอดไม่ได้ที่จะอุทานออกมา “การจะทำลายหุ่นเชิดจักรกลระดับสองให้ย่อยยับขนาดนี้ แม้แต่นักสู้ระดับสามก็ยังทำไม่ได้ ต้องมีค่าพลังการต่อสู้ระดับสี่ถึงจะทำได้ รุ่นนี้มีตัวประหลาดแบบนั้นด้วยเหรอ?”

            ฉินเซ่าจวินหันไปมองตงฉิงเสวี่ย

            ตงฉิงเสวี่ยก้มลงพลิกดูข้อมูล

            “ทางเดินหมายเลข 12 ถูกจัดให้เป็นการประเมินของนักเรียนจากเมืองชิงหยวน ปีนี้ไม่น่าจะมีใครโดดเด่นเป็นพิเศษนี่...”

            “หรือว่าจะมีใครแอบแฝงเข้ามา?”

            ตงฉิงเสวี่ยขมวดคิ้ว ต้องการจะหยิบโทรศัพท์บนโต๊ะเพื่อตรวจสอบ แต่ก็รีบวางลงอย่างรวดเร็ว

            “ช่างมันเถอะ ไปดูเองก็รู้เรื่อง”

            ตงฉิงเสวี่ยเริ่มหงุดหงิด “เจ้าหน้าที่ดูแลทางเดินหมายเลข 12 ตายกันหมดแล้วหรือไง? หุ่นเชิดจักรกลถูกทำลายไปมากมายขนาดนั้น กลับไม่มีใครออกมาห้ามปราม...”

            พูดได้ครึ่งทางก็ต้องหยุดชะงัก

            ตงฉิงเสวี่ยและฉินเซ่าจวินสบตากัน ทั้งสองเกือบจะนึกถึงความเป็นไปได้พร้อมกัน

            บางที เจ้าหน้าที่ผู้รับผิดชอบในการดูแลทางเดินหมายเลข 12 ไม่ใช่ไม่ออกมาห้ามปราม แต่ถึงออกมาก็ไม่มีความสามารถที่จะหยุดยั้งได้

            เมื่อนึกถึงภาพที่น่าสยดสยองที่เห็นเมื่อครู่....

            หัวใจของตงฉิงเสวี่ยเต้นแรงขึ้นมาทันที

            “ไปที่ทางเดินหมายเลข 12! เร็วเข้า!”

            ทั้งสองรีบร้อน วิ่งออกจากห้องบัญชาการอย่างรวดเร็ว

            ...

            “โครม”

            หุ่นเชิดจักรกลถูกพลังลึกลับมหาศาลเหวี่ยงกระเด็นออกไปอย่างแรง ล้มลงกับพื้น

            ดวงตาของหุ่นเชิดจักรกลส่องประกายสีแดง พยายามลุกขึ้นยืนอย่างทุลักทุเล บริเวณหน้าอกมีรอยบุ๋มลึกเข้าไปหลายเซนติเมตร

            เซี่ยหลินจ้องมองหุ่นเชิดจักรกลตัวนั้นอย่างระแวดระวัง จนกระทั่งแน่ใจว่ามันเป็นเหมือนกับหุ่นเชิดจักรกลตัวก่อนหน้านี้ คือเมื่อถูกโจมตีครั้งหนึ่งแล้วจะไม่โจมตีอีก เธอจึงค่อยๆ ถอนหายใจอย่างโล่งอก

            นี่คือหุ่นเชิดจักรกลตัวสุดท้าย

            นั่นหมายความว่า การประเมินเข้าค่ายฝึกอบรมของเธอครั้งนี้ถือว่าผ่านแล้ว

            เซี่ยหลินรีบเดินไปยังทางออก เมื่อใกล้ถึงทางออก เธอหยุดฝีเท้าลง มองไปยังทิศทางด้านหลังอย่างครุ่นคิด

            พลังจิตของเธอบอกว่า มีคนซ่อนตัวอยู่ที่นั่น

            คนที่นำพาความรู้สึกอันตรายอย่างรุนแรงมาให้เธอนั้น ความแข็งแกร่งอย่างน้อยต้องอยู่ในระดับสาม

            “ไม่ออกมาขัดขวางฉัน แสดงว่าไม่ได้อยู่ในการประเมิน น่าจะเป็นเจ้าหน้าที่ผู้ดูแลการประเมินอะไรทำนองนั้น...”

            เซี่ยหลินคาดเดาในใจ

            เซี่ยหลินเอื้อมมือเปิดประตูทางออก แสงสว่างสาดส่องเข้ามาจากภายนอก

            หัวใจของเธอจึงค่อยคลายความกังวลลงอย่างสมบูรณ์

            เซี่ยหลินเดินออกมาจากประตูเล็กๆ

            เธอพบว่า บริเวณด้านนอกมีทหารในชุดเครื่องแบบสีน้ำเงินล้อมอยู่เป็นจำนวนมาก

            แต่คนเหล่านี้เห็นได้ชัดว่าไม่ได้มุ่งเป้ามาที่เธอ แต่ละคนแสดงสีหน้าตึงเครียด ราวกับเผชิญหน้ากับศัตรูร้าย จ้องมองไปยังทิศทางด้านข้างอย่างไม่วางตา

            เซี่ยหลินมองไปยังทิศทางนั้นด้วยความสงสัย

            เธอเห็นประตูเล็กๆ อีกบานหนึ่ง

            ในขณะที่เซี่ยหลินกำลังสงสัยอยู่นั้น

            “เอี๊ยดอ๊าด”

            ประตูเล็กถูกเปิดออกจากด้านใน

            ทันทีที่ประตูบานเล็กเปิดออก เซี่ยหลินที่รับรู้ได้อย่างรวดเร็วก็สัมผัสได้ถึงความตึงเครียดอย่างเห็นได้ชัดของผู้คนที่ล้อมอยู่หน้าประตูบานเล็ก

            ราวกับหวาดกลัวและตื่นตระหนกต่ออะไรบางอย่าง

            ความอยากรู้อยากเห็นผลักดันให้เซี่ยหลินปลดปล่อยพลังจิตออกมา และสำรวจเข้าไปในประตูอย่างระมัดระวัง

            ทันใดนั้น ร่างกายของเซี่ยหลินก็แข็งทื่อ

            เธอ “เห็น” คนคนหนึ่งผ่านพลังจิต

            คนคนนี้กำลังลากใครบางคนอยู่

            เห็นได้ชัดว่าคนคนนั้นรับรู้ถึงการมีอยู่ของเซี่ยหลินเหมือนกัน

            ในความมืดมิด คนคนนั้นค่อยๆ ยื่นร่างออกมาครึ่งตัว เผยให้เห็นใบหน้าที่หล่อเหลา ซึ่งยังคงมีร่องรอยของคราบเลือดสีแดงสด

            เป็นเด็กหนุ่มที่มีอายุพอๆ เธอ

            เซี่ยหลินจ้องมองดวงตาของเด็กหนุ่มอย่างเหม่อลอย

            เธอสัมผัสได้ถึงอุณหภูมิที่ยังไม่ทันได้จางหายไปจากดวงตาที่ใสกระจ่างราวกับคริสตัลคู่นั้น รวมถึงความเย็นยะเยือกที่ลึกล้ำกว่า

            “วูบ”

            ในชั่วพริบตา พลังจิตของเซี่ยหลินราวกับหนวดปลาหมึกที่ตกใจกลัว หดตัวกลับมาอย่างรวดเร็ว ห่อหุ้มร่างของเธอไว้ทั้งหมด

            นี่คือปฏิกิริยาตอบสนองโดยสัญชาตญาณ ราวกับมือที่ถูกไฟลวกแล้วจะรีบดึงกลับมา สัตว์ที่สัมผัสได้ถึงอันตรายก็จะหลบหนีโดยไม่รู้ตัว...

            “ปัง!”

            เซี่ยหลินรีบหดตัวกลับเข้าไปในประตูบานเล็กที่เพิ่งเดินออกมา และปิดประตูทางออกลงอย่างแรง

            ร่างทั้งร่างของเธอพิงอยู่กับประตู หน้าอกของเธอกระเพื่อมขึ้นลงอย่างรุนแรง หัวใจเต้น “ตึกตัก” อย่างรวดเร็ว

            ในขณะนี้ ในหัวของเซี่ยหลินเหลือเพียงความคิดเดียวที่วนเวียนอย่างบ้าคลั่ง

            คนนั้น ช่างน่ากลัวเหลือเกิน...

    คล้ายกับเรื่อง[นิยายแปล] Logging 10000 Years into the Future - เทพไร้พ่าย ลุยเดี่ยวอนาคตหมื่นปี【จบ】 ที่คุณอ่าน