ราชันย์จอมเวทย์ชิงหลง

    ตอนที่ 16 แหวนมังกร

    หลังจากที่ชิงฮุยหลงรับรู้ได้ถึงการเปลี่ยนแปลงขึ้นกับทุกคน ก็ลุกเดินออกมาด้านนอกห้อง ก็พบกับตงเสี่ยวและฟงหมิงที่เดินออกมาจากกระท่อมของพวหเขา จึงได้ยิ้มทักทายก่อนจะเอ่ยถามด้วยความยินดี"พวกเจ้าทั้ง2พลังปราณเพิ่มขึ้นมาพอสมควรเลยนะ ""คารวะนายท่านฮุยหลง ที่พลังของพวกข้าเพิ่มขึ้นก็เพราะยาที่นายน้อยมอบให้เมื่อวานนี้ เพียง 1 เม็ดยา ก็เพิ่มพลังปราณให้ถึงเพียงนี้อย่างกับฝึกมา10ปี เลยทีเดียว" "ฮ่าๆ ฮ่าๆ ข้าก็พึ่งทะลวงระดับเหมือนกัน ""หืม..ระดับปราณฟ้า ยินดีด้วยนายท่าน" ทั้งสองกล่าวยินดี ถ้าพลังอยู่ระดับปราณฟ้าก็มีเพียงไม่กี่คนที่ไปถึงสำหรับเมืองเล็กๆอย่างเช่นเมืองหมอกนภา ถ้าไปที่เมืองหลวงระดับพลังย่อมเทียบกันไม่ได้"วันนี้พวกเจ้าทั้งสองจะเข้าเมืองหมอกนภาก็ช่วยดูแลลูกชายข้าด้วยล่ะ""เอ่อ..ข้าว่าคงเป็นตรงข้ามกันน่ะ นายน้อยนั้นลึกลับเกินไป เพียงแค่ยืนเฉยๆก็สามารถสังหารคนได้ถ้าต้องการ"ชิงฮุยหลงสะดุ้งทันที เมื่อได้ยิน เขาลืมไปว่าเคยเกิดเรื่องแบบนี้ขึ้น           "อาา..ข้าลืมไปเลย"ทั้งสามยืนนิ่งเหมือนคิดอะไรอยู่แต่ก็ไม่มีใครพูดออกมา ชิงหลงลืมตาตื่นขึ้นมาและรีบลุกออกจากเตียงเดินออกมาข้างนอกกระท่อมก็พบกับท่านพ่อกับท่านลุงทั้งสองก็กล่าวทักทายออกไป"คารวะท่านพ่อ พวกท่านมายืนทำอะไรตรงนี้อย่างนั้นรึ""พ่อแค่มายืนรับอากาศบริสุทธิ์ยามเช้ากับทั้งสองคนก็เท่านั้นเอง ฮ่าๆ ฮ่าๆ" "วันนี้ลูกจะเข้าไปในเมืองหมอกนภาเพื่อทำการซื้อขายคฤหาสน์กับร้านค้าที่พูดคุยกันก่อนหน้านี้ บอกท่านแม่ด้วยนะท่านพ่อว่าข้าไปในเมืองแล้ว""ลูกจะไม่กินอาหารก่อนรึ""ไม่เป็นไรท่านพ่อ ลูกอยากทำธุระให้เสร็จก่อน ค่อยกินที่โรงเตี๊ยมใบหลิวก็ได้""เอาอย่างนั้นก็ได้ เดี๋ยวพ่อบอกแม่เจ้าให้เอง" ชิงฮุยหลงเดินจากไปก่อนที่ทั้งสองจะกล่าวถามออกมา"นายน้อยจะไปเดี๋ยวนี้เลยรึ ""ใช่แล้ว ถ้าเสร็จเรื่องเร็วก็จะได้ย้ายกันเร็วมันไม่ดีหรอ"โอะ! จริงอย่างที่นายน้อยว่าชิงหลงสร้างวาปเกจขึ้นมาทันที ก่อนจะก้าวเดินเข้าไป ทั้งสองก็ก้าวตามเข้ามาหลังจากที่ชิงหลงเข้าไปแล้ว ทั้งสามก็ได้มาโผล่ที่ป่านอกเขตเมืองเหมือนเดิม แล้วค่อยเดินออกจากป่ามามุ่งตรงไปที่สำนักงานเจ้ากรมเมืองทันที ตลอดทางเดินไปผู้คนต่างจำได้ดีว่า เด็กน้อยตรงหน้านั้นเป็นใคร สายตาทุกคู่จ้องมองด้วยความชื่นชม "ดูเหมือนว่านายน้อยจะมีคนรู้จักเยอะน่าดูเลยนะ ขอรับ""ฮ่าๆ ฮ่าๆ อย่างนั้นหรอ ข้าไม่ค่อยสนใจพวกชื่อเสียงเหล่านี้ซักนิด มันจะทำให้ข้าวุ่นวายน่ะสิ"ขณะที่กำลังเดินคุยกันไปอยู่นั้น ตงเสี่ยวกับฟงหมิงก็รู้สึกได้ว่ามีคนกำลังจับตาดูพวกเขาอยู่ แต่ก็ไม่ได้กล่าวอะไรออกมา และเดินทำตัวปกติพูดคุยกับนายน้อยของตน จนเดินมาถึงหน้าสำนักงานเจ้ากรมเมือง ที่ด้านหน้ามีทหารยืนคุ้มกันอยู่ทั้งสองฝั่งประตู เมื่อทหารเห็นชิงหลงกับคนทั้งสองก็กล่าวถามทันที"พวกท่านมาติดต่อเรื่องอะไรอย่างนั้นรึ?""นายน้อยของข้ามาซื้อคฤหาสน์ที่คุยไว้เมื่อวาน" ฟงหมิงตอบกลับไป"ถ้าอย่างนั้นเชิญด้านในเลย" ทหารคุ้มกันทั้งสองเมื่อสอบถามเสร็จก็ให้ผ่านเข้าไปได้"เมื่อวานยังไม่เห็นคุมเข้มขนาดนี้เลยนิ มีอะไรเกิดขึ้นรึไงกัน" ตงเสี่ยวกล่าวคำออกมา เมื่อมาถึงห้องทำงานของเจ้ากรมเมือง ก็เห็นพนักงานเข้ามาต้อนรับก่อนจะเชิญไปนั่งที่โต๊ะรับแขกก่อนจะเดินจากไป และกลับมาอีกทีกับกาน้ำชาและเจ้ากรมเมือง กงซุนจ้าน"ข้ารอพวกท่านอยู่เลยไม่นึกว่าจะมากันเร็วขนาดนี้" "พอดีนายน้อยของพวกเราอยากจะมาติดต่อซื้อขายให้เสร็จเร็วๆน่ะ""อย่างนั้นหรอกรึ งั้นก็มาทำสัญญาซื้อขายกันเลยเพื่อไม่ให้เสียเวลา"กงซุนจ้านจ้องมองเด็กน้อยตรงหน้าก่อนจะหันไปมองตงเสี่ยวกับฟงหมิง ก่อนจะกล่าวถามว่า"นายน้อยของพวกท่านต้องการทำสัญญาด้วยตนเองรึ" "มีอะไรอย่างงั้นหรอผู้อาวุโส หรือว่าเด็กน้อยอย่างผู้เยาว์ไม่สามารถซื้อคฤหาสน์ด้วยตนเองได้" ชิงหลงกล่าวถามออกมาทันทีกงซุนจ้านสะดุ้งโหยงทันที เมื่อได้ยินคำกล่าวของชิงหลง ซึ่งมันก็ไม่มีกฎอยู่แล้วว่าห้ามผู้เยาว์ซื้อขายคฤหาสน์ตราบใดที่พวกเขามีเงิน มีอำนาจ"ไม่ใช่อย่างนั้น ข้าแค่ไม่เคยเห็นเด็กน้อยอายุเท่าเจ้ามาทำแบบนี้ก็เท่านั้นเอง""ผู้เยาว์อยากได้บ้านซักหลังเอาไว้ให้ท่านพ่อกับท่านแม่ได้พักอาศัยยามแก่ชรา มันก็เป็นหน้าที่อย่างหนึ่งของบุตรที่ต้องค่อยดูแล ถึงผู้เยาว์จะยังอายุน้อย แต่ก็สามารถเลี้ยงดูตนเองได้แล้ว ท่านไม่ต้องกังวล""หืม..เลี้ยงดูตนเองได้แล้ว" กงซุนจ้านถึงกับตะลึงในคำพูดของเด็กน้อยตรงหน้า "น่าตกใจจริงๆเขาไม่เหมือนเด็กน้อยเลยซักนิด ทุกคำกล่าวล้วนบ่งบอกว่า เขาไม่ใช้เด็กธรรมดา แม้แต่เด็กวัยเดียวกันยังคิดไม่ได้ด้วยซ้ำ" กงซุนจ้านคิดในใจ"ถ้าอย่างนั้นเรามาทำสัญญาซื้อขายกันต่อเลยก็แล้วกัน คฤหาสน์ราคา 700 เหรียญทองคำขาว และนี่เป็นใบสัญญา เมื่อจ่ายเงินแล้วก็จะเป็นของเจ้าทันที""แล้วร้านค้าล่ะ ผู้อาวุโส ผู้เยาว์ก็ต้องการซื้อเหมือนกัน""หืม..เจ้าต้องการร้านค้าด้วยอย่างนั้นรึ" "ใช่แล้ว ขอรับ"นี่เป็นสัญญาร้านค้า ราคา 8หมื่นเหรียญทอง ชิงหลงก็นำเงินออกมาจากแหวนมิติ จำนวน 7ล้าน8หมื่นเหรียญทอง ซึ่งชิงหลงยังไม่ได้แลกให้เป็นเหรียญทองคำขาวนั้นเองกงซุนจ้านจ้องมองแหวนมิติที่นิ้วของชิงหลงด้วยความคิดคำนึงถึงเรื่องที่บรรพบุรุษรุ่นก่อนเล่าต่อกันมาจนมาถึงรุ่นของกงซุนจ้านที่ได้รับฟังมาเหมือนกันว่า สมัยก่อนได้มีสัตวอสูรที่แข็งแกร่งมาบุกโจมตีอาณาจักรต้าหลัวจนทำให้อาณาจักเกือบล่มสลาย เพราะพระราชาได้ทำการต่อสู้กับเหล่าสัตว์อสูรร่วมกับเหล่าทหารและอีกหลายตระกูล การปะทะกันนานต่อเนื่องถึง 3 วัน ก็ได้รับชัยชนะ แต่ก็ต้องแลกมาด้วยความสูญเสียที่มากล้น พระราชานามว่า เหยียนต้าหลัว ได้พาองครักษ์และแม่ทัพออกไปปะทะผู้นำทัพของสัตว์อสูร เก๋อผิงซาง และไม่กลับมาอีกเลยซึ่งแหวนมิติมังกรสีทองที่ชิงหลงสวมใส่อยู่นั้นก็เป็นแหวนของราชา เหยียนต้าหลัว เพื่อเป็นการแสดงความเคารพต่อพระราชา เหยียนต้าหลัว จึงได้ใช้ชื่อของพระราชามาตั้งเป็นชื่ออาณาจักร จนถึงทุกวันนี้อยู่ๆท่าทีของเจ้ากรมเมืองก็เปลี่ยนไปอย่างกระทันหัน ลุกขึ้นพรวดพาดก่อนจะกล่าวถามชิงหลงว่า"เจ้าไปได้แหวนมิตินั่นมาจากที่ใด พอจะบอกกล่าวแก่ข้าได้หรือไม่""หืม..แหวนมิตินี่อย่างนั้นหรอ ข้าได้รับมาจากโครงกระดูกที่ป่าพฤกษาทมิฬน่ะ มีอะไรอย่างนั้นหรอ""ป่าพฤกษาทมิฬอย่างนั้นรึ! ทำไมเด็กนี่ถึงได้เข้าไปในป่านั่นได้โดยไม่ได้รับอันตรายเลยล่ะ เจ้าเด็กนี่เป็นใครกันแน่ ข้าต้องถามให้รู้เรื่อง""เจ้ามาจากตระกูลไหนอย่างนั้นรึ" "ผู้เยาว์เคยมีตระกูล แต่ตอนนี้ไม่ เป็นเพียงคนธรรมดาเท่านั้น" "ช่างมันเถอะ ข้าอยากให้เจ้าพาข้าไปยังโครงกระดูกของแหวนที่เจ้าใส่หน่อยจะได้รึเปล่า ข้าจะเล่าความเป็นมาของแหวนนั่นให้เจ้าฟังเอง""อืม..ไม่มีปัญหา แต่ก่อนหน้านั้นผู้อาวุโสช่วยทำสัญญาซื้อขายให้เสร็จก่อนได้ไหม""ได้ๆ" กงซุนจ้านรีบจัดการเอกสารอย่างรวดเร็ว ไม่นานทุกอย่างก็เสร็จสิ้น "พวกท่านทั้งสองนำสัญญานี่ไป แล้วไปดูคฤหาสน์กับร้านค้าด้วยว่าเป็นยังไง เดี๋ยวข้ากับมา" ทราบแล้ว ขอรับ ทั้งสองรับใบสัญญาแล้วรีบไปยังคฤหาสน์ที่ซื้อแล้วทันที จากนั้นก็หันมาหา เจ้ากรมเมือง แล้วพูดว่า"ท่านพร้อมจะไปกันรึยังท่านผู้อาวุโส""แน่นอน ข้าพร้อมแล้ว เราจะไปโดยรถม้า..."เจ้ากรมเมืองกงซุนจ้านพูดยังไม่ทันจบ ชิงหลงก็สร้างประตูวาปขึ้นมา ก่อนจะก้าวเท้าเข้าไป เจ้ากรมเมืองกงซุนจ้านถึงกับอ้าปากค้างตาแทบถลนออกมา จนนิ่งค้างไปแล้ว"ท่านจะไม่ตามมารึไงกันท่านผู้อาวุโส" เสียงเรียกทำให้ได้สติกลับมา ก่อนจะรีบก้าวเท้าเดินตามเข้าไปเมื่ออกมาก็พบเข้ากับป่าหนาทึบ บรรยากาศน่าขนลุกเต็มไปด้วยอันตราย"เจ้าพาข้ามาที่ไหนกันทำไมมันถึงดูอันตรายขนาดนี้""ป่าพฤกษาทมิฬ ตรงที่มีโครงกระดูกที่ผู้เยาว์บอกไปก่อนหน้านี้"กงซุนจ้านกวาดสายตามองไปรอบๆก็พบเข้ากับเหล่าโครงกระดูกมากมายกองอยู่บนพื้น ก่อจะถามต่อว่า "แล้วโครงกระดูกที่เจ้าได้แหวนมังกรทองนั่นอยู่ตรงไหน"ชิงหลงจึงพาเดินไปยังโครงกระดูกที่ว่ามา กงซุนจ้านคุกเข่าของเขาลงกับพื้นก่อนจะเอ่ยเบาๆว่า

    "กระหม่อมกงซุนจ้านเป็นลูกหลานตระกูลที่เคยรับใช้ฝ่าบาทมานาน ได้มารับอัฐิของฝ่าบาทกลับไปยังพระราชวังต้าหลัวแล้ว พะยะค่ะ"