เมื่อพิจารณาถึงสถานการณ์ปัจจุบันของตัวเองแล้วตอนนี้เธอไม่รู้จักใครที่นี้เลย ที่จะนำสินค้าของเธอไปขายได้ ดังนั้นเธอต้องวางแผนที่จะทำให้สินค้าของเธอเป็สินค้าที่ขายส่งให้กับห้างร้านขนาดเล็กใหญ่และหาตัวแทนจำหน่ายเท่านั้น ดังนั้นเธอจึงได้ทำรายชื่อห้างร้านรวมถึงตลาดสดที่เธอ้าที่จะส่งสินค้าให้พวกเขา โดยเท่าที่เธอหาข้อมูลมานั้น สินค้า ประเภท สบู่ ยาสระผม ยาสีฟัน เสื้อผ้า ของเล่น รวมถึงอาหารสดประเภทต่างๆ ยังคงเป็สินค้าที่หายากในยุคนี้ แต่ด้วยความที่เธอตัวคนเดียวสินค้าที่เป็ประเภทอาหารสดเธอจะยังไม่นำออกมาขาย แต่จะเสนอขายสินค้าประเภทของใช้ในชีวิตประจำวันให้กับทางห้างและตลาดสดดูก่อน โดยเธอได้นำตัวอย่างสินค้าที่จะเสนอขายไปด้วย อย่างละ 10 ชิ้น
เมื่อออกจากบ้านใหญ่เธอกลับมาที่บ้านตัวเองแล้วเตรียมอาหารเที่ยงสำหรับเด็กๆ และได้เตรียมเผื่อบ้านใหญ่ด้วยเลย โดยเธอได้เอาขาหมูพะโล้หม้อใหญ่ออกมาและอกไก่ชุบแป้งทอดออกมาใส่ตะกร้าแล้วเดินออกไปที่บ้านใหญ่พร้อมพวกเด็กๆ อีกครั้ง
ซึ่งเธอได้คุยกับเด็กๆ แล้วว่าวันนี้จะไปรับของที่คุณยายคุณตาส่งมาให้ ดังนั้นจึงให้พวกเขาไปอยู่ที่บ้านคุณปู่คุณย่ารอเธอกลับมา ตอนแรกเด็กๆ งอแงอยากไปด้วยให้ได้แต่เธอไม่อนุญาตและได้สัญญาว่าคราวหน้าจะพาไปในเมืองด้วย และจะซื้อขนมมาฝากพวกเขาด้วย ดังนั้นเด็กๆ จึงได้ยินยอมไปอยู่บ้านใหญ่
เมื่อจัดการธุระกับเด็กๆ เรียบร้อยเธอจึงตรงไปที่บ้านผู้ใหญ่เพื่อดูว่ามีรถที่จะเข้าไปในเมืองหรือไม่ เนื่องจากหมู่บ้านหลีฮวาของเธอนั้นห่างจากตัวเมืองจู่ไห่เพียง20 กม.เท่านั้นซึ่งถ้าใครอยากจะเดินก็สามารถทำได้ แต่เธอไม่้าที่เดินไกลขนาดนั้น เมื่อไปถึงหลีอันเล่อลูกชายของผู้ใหญ่กำลังจะขับรถแทรกเตอร์เข้าไปในเมืองพอดี เหลือที่ว่างอยู่ 2 ที่สุดท้ายเมื่อเธอขึ้นไปนั่งก็ได้เวลาออกเดินทางพอดี
“สะใภ้รองบ้านเฉินจะเข้าเมืองรึ” ป้าหวังหัวหน้าสมาคมช่างเมาท์ประจำหมู่บ้านเริ่มชวนคนนั้นคนนี้คุยตามประสาคนชอบเมาท์มอย
หยางชิงโม่กำลังคิดว่าจะทำอย่างไรให้ชาวบ้านไม่สงสัยว่าทำไมอยู่ๆบ้านเธอและครอบครัวถึงได้ดีขึ้นกว่าแต่ก่อนเร็วเช่นนี้รวมถึงหาคนที่จะมาเป็ตัวแทนจำหน่ายสินค้าของเธอด้วย...
หยางชิงโม่หันไปยิ้มหวานหยดให้ป้าหวังแล้วเริ่มกระจายข่าวเกี่ยวกับ ‘ญาติที่อยู่เซียงไฮ’ ของเธอทันที
“ใช่ค่ะป้าหวังพอดีญาติที่อยู่ทางใต้ เซียงไฮ้นะค่ะเขาทำโรงงานสินค้าพวก สบู่ ยาสีฟัน น้ำยาล้างจาน อะไรพวกนี้ เขาเห็นว่าทางเราสินค้าพวกนี้ยังหายากอยู่ ญาติผู้พี่ของฉันก็เลยส่งมาให้ฉันไว้ใช้นะค่ะ วันนี้ก็เลยจะไปรับที่ไปรษณีย์ค่ะ เห็นบอกสินค้าที่ทางโรงงานเขาผลิตขายดีมากจริงๆ เพราะห้างใหญ่ๆ ทางเซียงไฮ้ให้โรงงานของญาติฉันส่งเข้าไปขายในห้างของพวกเขาด้วย ฉันเองก็อดตื่นเต้นไม่ได้อยากไปรับเองที่ไปรษณีย์จะได้ลองใช้เร็วๆ นะค่ะ เดียวถ้าได้มาแล้วจะแบ่งให้ป้าหวังใช้ดูนะคะว่ามันจะดีหรือเปล่า"
"ไอหยา...จะทำแบบนั้นได้อย่างไรสะใภ้รองบ้านเฉิน ของพวกนั้นเขาส่งมาให้เธอใช้มิใช่รึ? ป้าหวังปฎิเสธเล็กน้อย
"ออ…เื่นั้นเอง คือแบบนี้ค่ะป้าหวัง" หยางชิงโม่หันหน้าไปเมาท์กับป้าหวังอย่างจริงจัง
"ทางญาติของฉันเขาเคยบอกอยากได้ตัวแทนขายของให้เขาทางเมืองเราเหมือนกันนะค่ะ แต่ฉันก็จนใจเพราะไม่รู้จักใครเลย ป้าก็รู้ว่าฉันมาอยู่ที่นี่ได้อย่างไร และอีกอย่างสามีของฉันก็ไม่ค่อยได้กลับมาเยี่ยมบ้านเลย ถ้าอย่างไร ถ้าพี่ชายหวังเยี่ยกับพี่เขยมู่ไป่สนใจอยากเป็ตัวแทนขายฉันก็จะได้แนะนำให้ค่ะ"
อย่าคิดว่า‘ป้าหวัง’ จะเป็แค่หัวหน้าสมาคมเมาท์มอยในหมู่บ้านธรรมดาเท่านั้นนะ เพราะความจริงหวังเยี่ย ลูกชายและลูกเขยมู่ไป่ของป้าหวังเป็ถึงหัวหน้างานในโรงงานเหล็ก และรองผู้จัดการโรงงานผลิตเสื้อผ้าของรัฐเลยทีเดียว ดังนั้นฐานะของป้าหวังจึงมีแต่คน้าที่จะประจบเอาใจแกเพราะ้าที่จะให้ลูกหลานของตัวเองได้เข้าทำงานในโรงงานของรัฐ เพราะคนที่ทำงานโรงงานได้นั้นเท่ากับมี ‘ชามข้าวเหล็ก’ เอาไว้ที่บ้านแล้ว
แน่นอนว่า เื่สินค้าหายากอย่างพวก สบู่ ยาสีฟ้า น้ำยาต่างๆ พวกนี้ไปถึงหูของลูกชายและลูกเขยของแกแน่นอน ซึ่งพวกเขาถือเป็ชนชั้นกลางของสังคมและพวกเขาก็ยอม้าสินค้าเหล่านี้ไม่เอาไปใช้เองก็ขายได้ทั้งขายให้กับพนักงานเองหรืออาจจะมีเส้นสายที่ใหญ่โตกว่านั้นก็ได้....
ระหว่างที่เธอเมาท์กับป้าหวังเธอได้ 'พูดเสียงดัง' นิดหน่อยทำให้อู่ชิงชิง สะใภ้ใหญ่ตระกูลอู่ที่นั่งอยู่ข้างๆ หูกระดิกขึ้นมาทันที เพราะว่าสามีของเธอก็เป็พนักงานในโรงงานยาสูบของรัฐด้วยนะสิ ถ้าลูกชายและลูกเขยป้าหวังเป็ตัวแทนได้ทำไมสามีเธอจะเป็ไม่ได้ล่ะจริงมั้ย!! คิดได้เช่นนั้น อู่ชิงชิงจึงได้หันหน้ามามองสบตากับหยางชิงโมและส่งยิ้มหวานหยดตามมาทันที...
หยางชิงโม่ถึงได้บอกงั้ยว่ากำลังง่วงนอนก็มีคนส่งหมอนให้พอดี 55555....
--------------------------------------