‘โครม’เสียงอะไรบางอย่างดังมาจากด้านนอกจึงทำให้ผู้ที่กำลังควบคุมสติไม่ได้ต้องหยุดชะงักไปชั่วขณะ
“คุณเป็นอะไรไหมครับ”
“ช่วยด้วย ช่วยด้วยใครก็ได้ช่วยด้วย”ชายหนุ่มรัวกำปั้นไปยังแผ่นไม้กระดานด้านบนและร้องตะโกนออกมาอย่างบ้าคลั่ง เพื่อหวังว่าคนที่อยู่ด้านนอกจะได้ยินและเข้ามาช่วยตนให้หลุดออกไปจากตรงนี้เพราะยิ่งอยู่ในนี้นานมากเพียงใดความหวาดกลัวก็ยิ่งเข้าแทรกซึมภายในจิตใจจนแทบจะกลายเป็นบ้าไปทุกวินาทีแถมกลิ่นเหม็นเน่าอันแสนจะสะอิดสะเอียนจากศพที่อยู่ด้านข้างก็ทำให้อยากจะสำรอกออกมาทุกครั้งที่หายใจ
“ตะโกนให้ตายก็ไม่มีใครได้ยินหรอกถ้าฉันไม่อนุญาต”วิญญาณสาวพูดด้วยน้ำเสียงเย็นยะเยือกก่อนจะหัวเราะคิกคักด้วยความพึงพอใจเพราะในที่สุดก็ได้จัดการตัวต้นเหตุที่ทำให้เธอต้องตายเสียทีถ้าไม่มีชายหนุ่มร่างบอบบางที่อยู่ด้านนอกเป็นสื่อกลางคงจะไม่สามารถทำอะไรแบบนี้ได้
“ช่วยด้วย ช่วยด้วยใครก็ได้ช่วยด้วย” พนักงานหนุ่มไม่สนใจในคำพูดของวิญญาณสาวกลับร้องโวยวายเสียงดังยิ่งกว่าเดิม
“ถ้าไม่หยุด แกได้ตายอยู่ในนี้จริงๆ แน่” คำขู่ของวิญญาณสาวได้ผลพนักงานหนุ่มเม้มริมฝีปากแน่นโดยมีเพียงแค่เสียงร้องหงิง ๆพร้อมน้ำตาที่ไหลซึมออกมาด้วยความกลัวว่าจะไม่ได้ออกไปอย่างคนเป็น
“อยากออกไปจากตรงนี้ไหมล่ะ”วิญญาณสาวกระซิบเบา ๆ ข้างหูทำให้ผู้ฟังรู้สึกขนหัวลุกซู่ แต่ก็รีบพยักหน้าตอบรับในข้อเสนอนั้น“พูดความจริงมาซิว่าทำไมพวกแกต้องทำให้ฉันตาย”
“ผะ ผม มะไม่ได้ตั้งใจจะทำให้คุณตาย” ผู้กระทำความผิดพูดตะกุกตะกักพร้อมเสียงสะอึกสะอื้นเคล้าน้ำตาเพราะรู้แล้วว่าวินาทีแห่งความเป็นความตายช่างอยู่ใกล้เพียงแค่ปลายจมูกเท่านั้น
ถ้ารู้ว่าผลลัพธ์จะต้องมาเจอกับเรื่องอะไรแบบนี้คงจะไม่ทำตามคำสั่งของเสี่ยตั้งแต่แรกยิ่งคิดก็ยิ่งรู้สึกว่าตนกำลังตกนรกแทนเสี่ยทั้งที่ยังมีลมหายใจภาพการกระทำความผิดทั้งหลายบนความทุกข์ของหญิงสาวผู้ที่ต้องมาตอบสนองความต้องการทางกามอารมณ์ของชายผู้มักมากผุดเข้ามาวนเวียนอยู่ในสมองยิ่งทำให้รู้สึกว่าตนได้ทำผิดมากเพียงใด
“ฉันถามว่าทำไมต้องทำให้ฉันตายฉันทำอะไรให้แก” เสียงดังก้องด้วยแรงโกรธสะเทือนไปยังกระดูกหูชั้นในจนเลือดของผู้กระทำความผิดไหลซึมออกมาจากรูหู
“สะ สะเสี่ยเขาสั่งให้ผมวางยาในน้ำ ตะ แต่ผมไม่ได้ตั้งใจจะทำให้คุณตาย”
“ไอ้คนเห็นแก่เงิน”
“ผะ ผมผิดเอง ผะผมเห็นแก่เงิน ผมขอโทษ ผมไม่ได้ตั้งใจจะให้คุณตาย ปล่อยผมไปเถอะ…”
“ไอ้ชั่วนั่นจะต้องได้รับโทษ…โทรเรียกมันมาที่นี่สิ แล้วฉันจะปล่อยแกไป”
แม้จะจงรักภักดีต่อเสี่ยพงษ์ศักดิ์มากเพียงใดแต่ถ้าเป็นหนทางเดียวที่จะทำให้ตนเองรอดก็คงต้องทำพนักงานหนุ่มหยิบโทรศัพท์ออกมาจากกระเป๋ากางเกงอย่างทุลักทุเลแต่มือที่สั่นเทาสามารถกดเบอร์โทรศัพท์ได้อย่างรวดเร็วเพราะจำหมายเลขที่เป็นเสมือนอู่ข้าวอู่น้ำได้อย่างขึ้นใจ
“มีอะไรไอ้กรเงินหมดอีกแล้วเหรอ” ปลายสายพูดด้วยน้ำเสียงสดใส แสดงออกว่ากำลังอารมณ์ดี
“สะ เสี่ยครับ…”กรยังไม่ทันพูดจบเสี่ยพงษ์ศักดิ์ก็ชิงพูดเสียก่อน
“ดีแล้วที่แกโทรมาฉันจะโทรไปบอกแกอยู่พอดีว่าเดี๋ยวฉันจะเข้าไป และแกก็เตรียมของให้พร้อมนะไอ้กรแล้วก็ไม่ต้องใช้ยาให้แรงเหมือนคราวก่อนนะ เดี๋ยวจะตายกันไปอีกคนฉันไม่อยากต้องมาแก้ปัญหาอีก เข้าใจไหม”
“คะ ครับเสี่ย”
“แล้วแกมีอะไรโทรมาหาฉันทำไม”
“คะ คือ ไม่มีอะไรครับแค่จะถามว่าเสี่ยจะเข้ามาบ้างไหม”
“เงินหมดล่ะสิเดี๋ยวฉันโอนเงินให้แกสักหน่อยก็แล้วกัน ถือว่าเป็นค่ายา” เมื่อปลายสายพูดจบก็วางสายทันที
“ไอ้เสี่ยนี่มันชั่วไม่เลิกจริงๆ อีกไม่นานมันจะต้องถูกลงโทษ ส่วนแกก็ต้องถูกลงโทษเหมือนกันไอ้คนเห็นแก่เงินเอ๊ะ! หรือว่าจะให้ตายตามฉันไปดีนะ” ร่างโปร่งแสงเคลื่อนขึ้นมาทับบนตัว ดวงตาแดงก่ำด้วยเลือดจ้องฝ่ายตรงข้ามด้วยความโกรธแค้นหยาดน้ำตาไหลออกมาเป็นเลือดลงสู่ใบหน้าผู้กระทำความผิด พร้อมทั้งแสยะยิ้มให้เล็กน้อย
“อย่า…”