แม้สติจะดับวูบไปแม้ลมหายใจจะจางหาย แม้หัวใจจะหยุดเต้น แต่กาลเวลายังคงหมุนเวียนเปลี่ยนผัน
ทว่าด้วยเหตุผลบางประการสติที่เคยวูบดับไปของหลงและลมหายใจที่เหือดหายกลับฟื้นคืนมาอีกครั้ง
อืม!!! เสียงพึมพำดังมาจากลำคอของร่างที่นอนไม่ได้สติมาเนิ่นนานทว่าร่างดังกล่าวกลับไม่สามารถลืมตาได้
เมื่อสติเริ่มแจ่มชัดอีกครั้งเ้าของร่างจึงคิดว่าตนคงนอนเป็ผักอยู่ในโรงพยาบาลใกล้บ้านแน่นอน
‘หืม!! เรายังไม่ตายหรอเนี่ย ว่าแต่ทำไมโรงพยาบาลเงียบจังเลย’แม้จะเพียงนึกคิดแต่เ้าของร่างก็คิดด้วยความดีใจที่ตนยังไม่ตาย แต่ที่น่าแปลกใจก็คือความเงียบที่อยู่รอบตัว
หลังจากพยายามอยู่นานในที่สุดเปลือกตาที่ปิดสนิทของหลงก็เปิดขึ้น ทว่าเมื่อดวงตาปรับสภาพได้หลงก็ต้องแปลกใจกับภาพตรงหน้าที่ได้พบเห็น
“ทะ ที่นี่ไม่ใช่โรงพยาบาลหรอ ทะ ทำไมมันขาวไปหมดเลยล่ะ หรือ หรือว่าเราตายแล้วงั้นหรอทะ ทำไม ทำไมชีวิตเราต้องเป็แบบนี้ด้วย ฮึก ฮื่อ ฮื่อ ฮื่อ” หลังจากได้สติกลับคืนมา หลงก็ได้แต่นอนพร่ำเพ้อและตัดพ้อกับชีวิตของตน
ทั้งที่ตนพึ่งจะได้เห็นหน้าพ่อในรอบห้าปีทั้งที่จะได้ขอโทษที่ตนทำให้พ่อผิดหวัง ทั้งที่จะได้กอดพ่อแล้วแท้ๆ แต่ตนกลับไม่มีโอกาสนั้นอีกแล้วยิ่งคิดน้ำตาของหลงก็ยิ่งหลั่งไหลออกมาจากดวงตาทั้งสองข้าง
จากนี้ตนคงไม่ได้มีโอกาสได้พบหน้าพ่อแม่ น้องสาว ลุง ป้า ยัยเจนและทุกคนที่รู้จักอีกแล้ว หลังจากหลงนอนร้องไห้กับตนเองอยู่นานจนไม่สามารถนับวันเวลาได้ร่างบุรุษที่แสนบอบบางก็ทอดถอนลมหายใจออกมา
“เฮ้อ!!” เสียงถอนหายใจของหลงดังขึ้นหลังจากทำใจในสิ่งที่ตนประสบพบเจอมาได้แล้ว
ทั้งยังคิดว่าการที่ตนจากมาแบบนี้ก็คงเป็ทางเลือกที่ดีเหมือนกันอาจจะเป็ความคิดที่เห็นแก่ตัวแต่หลงคิดว่าหากไม่ใช่เพราะตนเกิดมาเป็แบบนี้พ่อก็ไม่ต้องมาโกรธและเกลียดตน แม่ก็ไม่ต้องมาทะเลาะกับพ่อเื่ของตนทุกวัน
“ตายไปแบบนี้ก็ดีเหมือนกัน พ่อกับแม่จะได้ไม่ต้องมาทุกข์ใจเพราะเราอีกหลงขอให้พ่อกับแม่มีความสุขนะชาติหน้ามีจริงขอให้หลงได้เกิดเป็ลูกพ่อกับแม่อีกครั้งหลงจะไม่ทำให้พ่อกับแม่ผิดหวังในตัวหลงแบบนี้อีกแล้ว” พูดจบหลงก็ลุกขึ้นนั่งพร้อมกับสอดส่ายสายตามองไปรอบตัว
ไม่ว่าหลงจะมองไปทางไหนก็พบแต่สีขาวโพลนไม่ว่าพื้นที่ตนนั่งอยู่หรือบนฟ้าที่อยู่เหนือหัวแม้แต่รอบตัวก็ไม่สามารถมองเห็นสิ่งใดนอกจากสีขาว
“แล้วนี่เราจะต้องไปทางไหนต่อเนี่ย นี่มันนรกหรือ์หรือว่าจะเป็ทางเชื่อมทั้งสองที่”พูดจบหลงก็ลุกขึ้น พร้อมกับมองหาสิ่งที่สามารถบอกเส้นทางหรืออะไรก็ได้ที่ไม่ใช่สีขาว
อีกด้านหนึ่งมีบุรุษรูปงามที่เหนือล้ำกว่าบุรุษใดในโลกหล้า กำลังนั่งดูการกระทำของหลงผ่านภาพที่ปรากฏอยู่ใจกลางเมฆหมอกสีทอง
“กลับมาอยู่ในที่ที่เ้าควรอยู่เสียที เฮ้อ! หากในตอนนั้นข้าไม่ปล่อยให้เ้าดำเ้าด่างลงไปวิ่งเล่นในดินแดนแห่งนั้น จนทำให้เ้าต้องพลาดหลุดเข้าไปในช่องว่างแห่งห้วงเวลาที่บิดเบี้ยวเ้าก็คงไม่ต้องมาเจอเื่ราวแบบนี้หรอก เอาล่ะ! ถือว่านี่เป็ค่าไถ่โทษที่ข้าจะมอบให้เ้าละกัน”พูดจบชายหนุ่มรูปงามก็หายไป ราวกับไม่เคยมีตัวตนอยู่ตรงนั้นมาก่อน
กลับมาทางด้านหลงตอนนี้เ้าตัวกำลังเดินไปข้างหน้าอย่างไร้จุดหมายทั้งที่ไม่สามารถรับรู้ได้ว่าเส้นทางที่ตนก้าวเดินไปนั้นมีจุดหมายหรือไม่แต่เ้าตัวก็เลือกที่ก้าวเดินไปข้างหน้าเรื่อยๆ
ในขณะที่หลงกำลังจะก้าวเดินต่อไปด้านหน้าของหลงก็ปรากฏรอยแยกพร้อมกับมีเมฆหมอกสีทองลอยออกมา เห็นดังนั้นหลงก็เผลอยิ้มออกมาด้วยความดีใจที่ได้เห็นอะไรที่ไม่ใช่สีขาว
แม้ไม่รู้ว่าหมอกสีทองตรงหน้าคืออะไรแต่หลงกลับรับรู้ได้ว่าเมฆหมอกตรงหน้าไม่มีอันตรายแน่นอน ทั้งยังเป็เมฆหมอกที่สวยงามที่สุดที่ตนเคยพบเห็น
ด้วยความอยากรู้อยากเห็นหลงจึงยกมือขวาขึ้นแล้วยื่นเข้าไปใจกลางกลุ่มเมฆหมอกสีทองตรงหน้า ทันทีที่มือจมหายเข้าไปในเมฆหมอกสีทองหลงก็ััได้ถึงบางสิ่งที่นุ่มนวลแต่ก็แข็งแกร่งไม่น้อย
ััที่หลงรับรู้ได้นั้นราวกับตุ๊กตานุ่มๆ ที่เคยกอดนอนทุกคืน แต่เป็ััที่เบาสบายและนุ่มมือ ทำให้หลงเผลอลูบมือไปมาซ้ายทีขวาทีจนมือน้อยๆ ซุกเข้าไปในรอยแยกที่เป็ชั้นๆ แล้วไปสะดุดกับตุ่มตอเล็กๆ ตุ่มหนึ่ง
แต่ไม่ทันที่หลงจะได้ััมันอีกครั้งกลับมีเสียงนุ่มทุ้มน่าฟังดังออกมาจากกลุ่มเมฆหมอกสีทอง
“เ้าจะลูบอีกนานไหม” ได้ยินดังนั้นร่างของหลงก็ชะงักงันพร้อมกับจ้องมองเข้าไปในเมฆหมอกสีทอง เพราะตนมัวเพลิดเพลินกับการัั โดยไม่รู้ตัวเลยว่าเมฆหมอกสีทองจางหายไปตอนไหน
แต่ทว่าตอนนี้ดวงตาน้อยๆของหลงกำลังเบิกกว้าง พร้อมกับปากที่อ้าค้างจนผึ้งสามารถบินเข้าไปทำรังได้ ด้วยความใทำให้สติสะตังของหลงเลื่อนลอยแต่มือน้อยๆ ยังคงวางแหมะอยู่บนอกแกร่งของสิ่งมีชีวิตหนุ่มรูปงามตรงหน้า
ใช่แล้วสิ่งมีชีวิตตรงหน้าหลงก็คือบุรุษหนุ่มรูปงามที่มีใบหน้าหล่อเหลาริมฝีปากสีชมพูระเรื่อที่บางเบา จมูกคมสันได้รูป ทั้งยังมีดวงตาสีทองประกายเจิดจ้าทันทีที่สบตากับดวงตาสีทองคู่นั้นพลันใบหน้าของหลงก็เห่อร้อนขึ้นมาทันที
ด้วยความอับอายหลงจึงก้มหน้างุดด้วยความรวดเร็ว แต่เมื่อเห็นว่ามือน้อยๆ ของตนยังคงวางอยู่บนอกแกร่งของคนตรงหน้าหลงก็ชักมือกลับด้วยความรวดเร็ว
“ขะ ขอโทษครับ ขอโทษครับ ขอโทษครับ” หลงพูดขึ้นมาด้วยน้ำเสียงสั่นเครือพลางยกมือขึ้นไหว้ขอโทษขอโพยคนตรงหน้า เพราะเกรงว่าการกระทำของตนจะทำให้คนตรงหน้าไม่พอใจแล้วกระทืบตนได้
“หืม! ข้าไม่กระทืบเ้าหรอก” ทันทีที่ได้ยินน้ำเสียงนุ่มทุ้มน่าฟังของคนตรงหน้าอาการร้อนรนของหลงก็มลายหายไปแทบจะทันที
“ห๊ะ! อะ อะเอ่อครับ ขอโทษครับเมื่อกี้ผมไม่ได้ตั้งใจ ตะ ต้องขอโทษด้วยนะครับ” หลงพูดขึ้นด้วยน้ำเสียงตะกุกตะกัก พร้อมกับก้มหน้าไม่กล้าสบตากับชายหนุ่มตรงหน้า
เมื่อเห็นท่าทางหลงชายหนุ่มก็ยกยิ้มขึ้นมาด้วยความขบขัน หากหลงเงยหน้าขึ้นมาในตอนนี้ต้องตกตะลึงกับรอยยิ้มของคนตรงหน้าแน่นอน
“ไม่ต้องกลัวข้าหรอก เ้าคงมีเื่ที่อยากรู้มากมายสินะ มานั่งคุยกันก่อนสิ”สิ้นเสียงของชายหนุ่มก็ปรากฏโต๊ะหนึ่งตัวพร้อมกับเก้าอี้สองตัว
จากนั้นชายหนุ่มก็เดินไปนั่งเก้าอี้พลางเรียกให้หลงนั่งลงบนเก้าอี้อีกตัว แม้จะใกับภาพที่ปรากฏตรงหน้า แต่หลงก็ยอมทำตามคำพูดของชายหนุ่มด้วยความยินยอมพร้อมใจเมื่อหลงนั่งลงแล้วชายหนุ่มตรงหน้าก็พูดขึ้น
“เ้ารู้ใช่ไหมว่าเ้ามาที่นี่ได้ยังไง” ได้ยินดังนั้นหลงก็ได้แต่พยักหน้าพลางจ้องมองใบหน้าของชายหนุ่มตรงหน้าด้วยความตะลึงลาน
ั้แ่ตนเกิดมาจนอายุสิบแปดปีตนยังไม่เคยเห็นใครที่มีใบหน้าหล่อเหลาเท่าคนตรงหน้ามาก่อนขนาดดารานักร้องดังก็ยังเทียบไม่ติดเลยแม้แต่น้อย
ในขณะที่หลงเผลอตัวจ้องมองใบหน้าบุรุษหนุ่มตรงหน้าอยู่ใช่ว่าบุรุษรูปงามจะไม่รู้แต่เ้าตัวไม่ใส่ใจมากกว่า
“เ้าจะมองหน้าข้าอีกนานไหม แล้วก็ไม่ต้องพูดครับกับข้าหรอก ข้ารู้ว่าจิตใจที่แท้จริงเ้าเป็ยังไงทำตัวตามสบายเถอะ” ได้ยินดังนั้นหลงก็สะดุ้งสุดตัว
“คะ ค่ะ” พูดจบหลงก็ส่งยิ้มเจิดจ้าออกมาจนทำให้ชายหนุ่มตรงหน้าชะงักงัน แต่ก็เพียงแค่เสี้ยวพริบตาเท่านั้น
“มาเข้าเื่กันเถอะ ที่ข้ามาหาเ้าเพราะตัวเ้าในโลกเดิมนั้นหมดอายุขัยไปแล้วด้วยเหตุผลบางอย่างทำให้เ้าหลุดเข้ามายังดินแดนว่างเปล่าแห่งนี้” ได้ยินดังนั้น คิ้วดกดำของหลงก็ขมวดเข้าหากันด้วยความงุนงง
แต่หลงก็เลือกที่จะรอฟังอยู่เงียบๆเพื่อทำความเข้าใจกับคำพูดของชายหนุ่มตรงหน้า
“ข้ารู้ว่าเ้ามีคำถามมากมายแต่รู้ไปก็ใช่จะช่วยอะไรได้ เมื่อเ้าเข้ามายังดินแดนว่างเปล่าแห่งนี้มีทางให้เ้าเลือกเพียงสองทางเท่านั้น”เมื่อหลงได้ยินดังนั้นก็เอ่ยถามขึ้นมาด้วยความสงสัย
“ทางเลือก? ทางเลือกอะไรกันหนูตายไปแล้วยังมีสิทธิ์เลือกด้วยหรอคะ” ได้ยินดังนั้นชายหนุ่มก็ยกยิ้มขึ้น
“หากเป็คนอื่นย่อมไม่มีสิทธิ์แต่กับเ้านั้นไม่” เมื่อหลงได้ยินสิ่งที่ชายหนุ่มพูดก็ยิ่งงุนงงเข้าไปอีก
“หมายความว่ายังไงกันคะพี่ชายจะบอกว่าหนูมีสิทธิ์เลือกแต่คนอื่นไม่มีสิทธิ์ที่จะเลือกหรอว่าแต่พี่ชายจะให้หนูเลือกอะไร ไม่ใช่ให้เลือกว่าจะไปนรกหรือ์หรอกนะคะ”หลงพูดขึ้นด้วยความสงสัยพลางคิดว่าสิ่งที่คนตายเลือกก็คงมีอยู่เพียงสองสิ่งนี้เท่านั้น
“ใช่! แต่ไม่ใช่นรกหรือ์หรอกหากตัวตนของเ้าหลงเข้าไปยังดินแดนทั้งสอง ก็มีแต่จะทำให้ดินแดนทั้งสองเสียสมดุลเท่านั้น”ยิ่งได้ฟังหลงก็ยิ่งไม่เข้าใจ
แต่มีสิ่งหนึ่งที่หลงเข้าใจก็คือไม่ว่าจะเป็นรกหรือ์ก็ไม่ต้อนรับคนอย่างตนคิดได้แบบนั้นใบหน้าของหลงก็เศร้าหมองลงทันที
“ไม่ใช่อย่างที่เ้าคิดหรอกเดิมทีตัวตนของเ้าหาใช่คนของโลกใบนี้ไม่” ทันทีที่ได้ยินคำพูดของคนตรงหน้า หลงก็รีบพูดขึ้นมาด้วยความใ
“มะหมายความว่ายังไงกันคะ”
“หมายความอย่างที่ข้าพูดนั่นแหละ เดิมทีเ้าเป็คนของอีกโลกหนึ่งแต่ด้วยเหตุการณ์บางอย่างทำให้เ้าหลุดเข้าไปในช่องว่างแห่งห้วงเวลาที่บิดเบี้ยวแล้วหลุดไปยังโลกที่เ้าพึ่งจากมาส่วนทางเลือกที่ข้าบอกไปคือเ้าจะเลือกกลับไปเป็ิญญาเร่ร่อนยังโลกที่เ้าพึ่งจากมาหรือกลับไปยังโลกเดิมที่เ้าสมควรอยู่” ได้ยินดังนั้นหลงก็หยุดชะงัก แล้วครุ่นคิดอยู่นาน
“ละแล้วโลกที่หนูจากมานั้นเป็โลกยังไงหรอคะ” หลงถามขึ้นมาด้วยความสงสัย หากจะให้ตนกลับไปยังโลกที่ตนไม่คุ้นเคยชีวิตใหม่ของตนก็คงลำบากไม่น้อย
“ไปถึงเ้าก็จะรู้เอง”ชายหนุ่มพูดขึ้นด้วยรอยยิ้ม แม้ชายหนุ่มที่อยู่ตรงหน้าจะไม่ตอบคำถามของตน แต่ทันทีที่หลงเห็นรอยยิ้มนั้นก็รีบพูดขึ้นมาทันที
“ปะ ไป ไปค่ะ ไปเดี๋ยวนี้เลยค่ะ” เมื่อเห็นท่าทางของหลงชายหนุ่มก็ยกยิ้มขึ้นมาด้วยความพึงพอใจ เมื่อหลงได้เห็นรอยยิ้มนั้นอีกครั้งก็ตาพร่ามัวใบหน้าเห่อร้อนขึ้นมาด้วยความรวดเร็ว
“ต้องแบบนี้สิ แล้วเ้ามีอะไรจะถามอีกไหม” ได้ยินดังนั้นหลงก็หยุดคิดครู่หนึ่งก่อนจะพูดขึ้น
“ละแล้วหนูจะมีครอบครัวที่ดีในโลกใบนั้นไหมคะ”หลงถามขึ้นมาด้วยความไม่มั่นใจ หากให้ตนกลับไปยังโลกใบนั้น พร้อมกับครอบครัวที่ไม่ยอมรับหรือรักตนก็ไม่มีความหมายอะไรที่ตนจะต้องกลับไป
ทางด้านชายหนุ่มเมื่อได้ยินความคิดของหลงก็ยกยิ้มขึ้นมา
“ไว้เ้าไปถึงก็จะรู้เอง มีคำถามอีกไหม”
“เอ่อ!” หลงเมื่อได้ยินคำตอบของคนตรงหน้าก็ไม่รู้จะไปต่อยังไง
“เมื่อเ้าไม่มีคำถาม ก็ได้เวลาไปแล้วล่ะ” พูดจบชายหนุ่มก็ลุกขึ้นยืนแล้วสะบัดมือคราหนึ่งไม่นานด้านหน้าของชายหนุ่มก็ปรากฏช่องว่างขึ้นกลางอากาศ พร้อมกับมีเมฆหมอกสีทองลอยล่องออกมา
เมื่อเห็นการกระทำของคนตรงหน้าหลงก็อ้าปากค้างแม้จะคิดไว้แล้วว่าคนตรงหน้าต้องไม่ธรรมดา แต่ก็อดไม่ได้ที่จะตื่นใ
ทันทีที่เห็นเมฆหมอกสีทองลอยออกมา พร้อมกับรวมตัวกันเกิดเป็กลุ่มเมฆหมอกสีทองที่มีลักษณะคล้ายประตูหลงก็รับรู้ได้ทันทีว่าประตูนี้คงจะส่งตนไปยังโลกแห่งใหม่
จากนั้นหลงจึงเดินไปยังประตูตรงหน้าแต่ไม่ทันที่จะได้ก้าวเข้าไปชายหนุ่มรูปงามก็พูดขึ้นมาอีกครั้ง
“ข้าลืมเื่สำคัญไปเลยก่อนเ้าจะกลับไปยังโลกใบนั้น ข้าให้เ้าขออะไรก็ได้จากข้าหนึ่งอย่าง”ได้ยินดังนั้นหลงก็หยุดชะงัก พร้อมกับพูดขึ้นทันทีโดยไม่ต้องคิดสิ่งใด
“ถ้าอย่างนั้นหนูขอชีวิตที่สงบสุขละกันค่ะ”ทันทีที่ได้ยินคำขอของหลง ชายหนุ่มก็ชะงักค้างไปชั่วขณะ
“ข้าว่าเ้าควรขออะไรที่มันอยู่ในขอบเขตพลังของข้านะคำขอแบบนั้นแม้แต่พระผู้เป็เ้าก็ยังให้เ้าไม่ได้เลย”ชายหนุ่มพูดขึ้นเพราะตนไม่รู้จะตามคำขอของหลงยังไง
ในใจก็ได้แต่ครุ่นคิด ‘ข้าจะให้พรยัยหนูนี่ยังไงล่ะเนี่ย เนื่องจากโลกที่ยัยหนูนี่จะไปมีแต่เื่วุ่นวายไม่เว้นวันความสงบหรอก็มีนะ แต่ไม่ใช่สำหรับเ้าหรอกยัยหนู’ หากหลงได้ยินความคิดของชายหนุ่ม รับรองได้เลยว่าเ้าตัวคงอยากกลับไปเป็ิญญาเร่ร่อนที่โลกเดิมแน่นอน
“พี่ชายคะ เป็อะไรไปคะ ถ้าไม่ได้ก็ไม่เป็ไรหรอกค่ะ หนูอาจจะขออะไรที่เกินไปจริงๆแต่สิ่งที่หนูปรารถนาที่สุดก็คือความสงบสุขและครอบครัวที่อบอุ่นเท่านั้นหากพี่ชายให้ไม่ได้ก็ไม่เป็ไรหรอกค่ะ” ทันทีที่ชายหนุ่มได้ยินคำพูดของหลงหางคิ้วคมเข้มก็กระตุกถี่รัว
พร้อมกับคิดว่าคนตรงหน้ากำลังดูถูกตนอยู่ทั้งที่ตนก็รู้อยู่แก่ใจว่าหลงไม่ได้หมายความอย่างที่ตนคิด แต่ด้วยศักดิ์ศรีและอำนาจที่ตนมีหากเื่นี้หลุดไปถึงคนอื่นตนคงเสียหน้าไม่น้อย
“สิ่งที่เ้าขอข้าคงให้ไม่ได้แต่ข้าจะชดเชยให้เ้าด้วยความรู้และพลังเศษเสี้ยวหนึ่งของข้าละกัน อย่างน้อยมันก็จะทำให้เ้าแข็งแกร่งขึ้นและช่วยให้เ้าใช้ชีวิตอย่างสงบได้” ‘บ้างล่ะนะ’ประโยคหลังชายหนุ่มได้แต่พูดในใจของตนเอง
เมื่อได้ยินคำพูดของชายหนุ่ม หลงก็แย้มยิ้มออกมาด้วยความดีใจ
“ขอบคุณค่ะพี่ชาย” เมื่อคนตรงหน้ายอมรับชายหนุ่มก็ชี้นิ้วมาพร้อมกับมีลำแสงสีทองพุ่งตรงไปยังหน้าผากระหว่างคิ้วของหลง
ด้วยความที่หลงยืนอยู่ด้านหน้าประตูสีทองและความรวดเร็วของลำแสงสีทองที่ชายหนุ่มปลดปล่อยออกมาจึงส่งร่างของหลงกระเด็นเข้าไปในประตูพร้อมกับสติของหลงที่ดับวูบไปอีกครั้ง
เมื่อเห็นดังนั้นชายหนุ่มก็ต้องอ้าปากค้างเพราะตนลืมไปว่าคนตรงหน้าในตอนนี้นั้นเป็แค่คนธรรมดาสามัญ
“ข้าให้พลังยัยเด็กนั่นมากไปรึเปล่าแต่ช่างเถอะ แค่พลังเศษเสี้ยวเดียวเอง อืม! เหมือนข้าลืมอะไรบางอย่างไปนะ”ชายหนุ่มพูดขึ้น พร้อมกับสลายประตูที่เกิดจากเมฆหมอกสีทอง
แต่ไม่ทันที่ชายหนุ่มจะได้กลับไปยังที่ที่จากมาก็นึกขึ้นได้ถึงสิ่งสำคัญที่ตนหลงลืมไป
“งานเข้าแล้วไง! ให้พลังยัยเด็กนั่นไปตั้งมากมายแต่ร่างกายในโลกนั้นกลับไม่สามารถใช้พลังได้ เฮ้อ! ช่วยแล้วก็ต้องช่วยให้ตลอดรอดฝั่งสินะ”ชายหนุ่มพูดขึ้นพลางถอนหายใจกับความสะเพร่าของตน
จากนั้นร่างกายของชายหนุ่มก็กลายเป็เมฆหมอกสีทอง ไม่นานก็จางหายไปจากดินแดนว่างเปล่าแห่งนี้ทันที