หลังจากตามครูประจำชั้นเข้าไปในห้องพริมากับยามาได้นั่งโต๊ะเรียนคู่กัน แรกๆตอนพริมาเข้ามาใหม่ๆ เด็กหญิงเป็ที่สนใจของหลายๆ คน เพราะเด็กบางคนไม่เคยเห็นลูกครึ่งจริงๆมาก่อน
“เธอเป็ลูกครึ่งอะไรอ่ะ?”เด็กคนหนึ่งถามพริมา เด็กหญิงตอบคำถามเพื่อนแบบที่ตอบยามา
“พ่อเธอต้องหล่อมากแน่ๆเลย” พริมาไม่รู้จะตอบอย่างไร เพราะหล่อนก็ไม่เคยเจอพ่อจริงๆ เหมือนกัน
“ลูกแก้วสวยได้แม่ย่ะแม่นางน่ะสวยหยั่งกะดารา” ยามาช่วยตอบคำถามแทนเพื่อน เมื่อเห็นสีหน้าของพริมา
“งั้นเธอก็ต้องพูดภาษาอังกฤษเก่งมากๆ เลยน่ะสิ”คำถามนี้หนักกว่าเื่พ่อเสียอีก พริมามาอยู่เมืองไทยั้แ่ 2 ขวบหล่อนฟังภาษาอังกฤษ พอได้บ้าง แต่พูดแทบไม่ได้เลยมาตรฐานภาษาของหล่อนต่ำกว่าเด็กไทยหลายๆคนในวัยเดียวกันด้วยซ้ำ และเป็เื่น่าอายอยู่เหมือนกันที่เป็ลูกครึ่ง แต่พูดภาษาอังกฤษไม่ได้...ภาษาไทยบางทียังสับสน
“โอ้ย! พอๆถ้าใครถามอีกฉันจะคิดคำถามละ 20 สงสัยวันนี้จะได้ค่าขนมเยอะอยู่ไม่รู้จะอยากรู้กันไปทำไม” เจอยามาเหวี่ยงใส่วงจึงแตก แต่พอได้คุยได้รู้จักทุกคนก็รู้ว่ายามาแค่ปากร้ายแต่ความจริงหล่อนเป็คน มีน้ำใจ การบ้าน(ถ้าทำ) หล่อนก็จะให้เพื่อนลอกเสมอ ส่วนใหญ่ยามาจะไม่ทำการบ้าน แต่สอบทีไรหล่อนได้คะแนนเกือบเต็มทุกทีหลายคนก็เป็ลูกค้ายามาในการขอลอกการบ้าน การจะโดนเหวี่ยงหรือบ่นบ้างนิดๆ หน่อยๆ จึงถือเป็เื่เล็กน้อย ส่วนพริมาหล่อนเรียนพอไปวัดไปวาหรือจะเรียกได้ว่าเส้นยาแดงผ่าแปด...อีกนิดเดียวก็ตก เด็กหญิงเก่งวิชาการเรือนที่เป็วิชาเลือกเสรีหล่อนชอบทำอาหารและขนม ครั้งหนึ่งยามาเคยตามไปเรียนด้วย แต่เด็กหญิงทำออกมากินไม่ได้เลยสักอย่างทั้งๆ ที่เรียนอยู่พร้อมกัน ทำเหมือนกันแต่ทำไมรสชาติและหน้าตาของขนมมันถึงได้ต่างกันนัก พริมาก็ไม่เข้าใจเหมือนกัน
“ปลาทูก็คิดว่ามันเป็สูตรทางเคมีสิสัดส่วนผสมกันให้ลงตัวแบบ นั้นแหละ”พริมาพยายามหาหนทางที่เพื่อนน่าจะนำมาประยุกต์ใช้ดัดแปลงกับการทำขนมเพื่อให้ออกมาดูดีและกินได้
“ก็เพราะคิดว่ามันเป็วิทยาศาสตร์ไง เลยลองใส่โน่นนิดนี่หน่อย แต่มันออกมากินไม่ได้” ยามาเกาหัวหล่อนไม่เข้าใจ แค่ใส่สิ่งที่ชอบมากเกินจากสูตรแค่นิดเดียว ทำไมขนมถึงออกมาไม่ได้เื่ตามแบบที่อาจารย์สอน
“ถ้าเป็ขนมไทยก็พอได้นะปลาทูดัดแปลงใส่อะไรบางอย่างมากกว่าสูตรได้ตามชอบแต่ถ้าเป็เบเกอรี่ลูกแก้วการันตีได้เลยว่าเสียของแน่นอนปลาทูจะเติมอะไรเพิ่มสุ่มสี่สุ่มห้าไม่ได้” ความถนัดมันสอนกันยากจริงๆถ้าให้ยามาไปเรียนหนังสือ แก้โจทย์เคมีหรือคณิตศาสตร์รับรองว่าใช้เวลาไม่นานแต่ทำอาหารนี่หล่อนยอมใจจริง ๆ
หลังจากเพื่อนๆ หายตื่นเต้นกับลูกครึ่งแล้วยามาก็น่าสนใจไม่แพ้กัน การที่เด็กผู้หญิงจะตัดผมทรงสกินเฮดนั้นย่อมมีคำถามมากมายตามมา และยามาดูไม่ใส่ใจหรือแยแสแม้แต่น้อย เด็กหญิงตอบคำถามทุกคนเพียงแต่ว่า คำตอบที่หล่อนให้เพื่อนๆ นั้นแทบจะไม่เหมือนกันเลยสักครั้งเดียว
“ทำไมเธอตัดผมทรงนี้ล่ะ”มาริสาถามขึ้นั้แ่ครั้งแรกที่พวกหล่อนเข้ามารายงานตัวในห้องหล่อนเป็หัวหน้าห้องและเป็คนกล้าคิดกล้าทำและหล่อนจะถามทุกอย่างที่สงสัยเสมอไม่เว้นแม้แต่อาจารย์ถ้าวิชาไหนหล่อนไม่เข้าใจหล่อนจะถามจนบางครั้งอาจารย์เองก็เหนื่อยใจ
“ฉันแก้บนน่ะสิ!รู้ไหมว่าฉันอยากเรียนโรงเรียนนี้ั้แ่ ม.1 เลยนะ แต่สอบเข้าไม่ได้ฉันก็เลยไปบนเล่นขำๆ ว่าถ้าได้เข้าโรงเรียนนี้ฉันจะไปโกนหัวแก้บนล่ะตอนแรกก็ว่าจะไม่ไปแก้บนหรอกนะ แต่เชื่อไหม? เ้าแม่ท่านเฮี้ยนจริงๆเข้าฝันฉันติดๆ กันเป็เดือนเลยล่ะ สุดท้ายก็เลยต้องยอมหั่นผม...เอ่อเรียกว่าโกนหัวแก้บนกันไปเลยดีกว่า” ยามาเล่าเื่เป็ตุเป็ตะยิ่งเห็นเพื่อนสนใจหล่อนยิ่ง “เล่นใหญ่” พริมาได้แต่ยืนฟังนิ่งไม่กล้าขัดงานนี้คงมีแต่หล่อนคนเดียวกระมังที่รู้ที่มาของทรงผมนี้ดี เด็กหญิงเห็นมาริสา...เ้าของคำถามนั้นไม่พูดอะไรสักคำได้แต่ตั้งใจฟัง พริมาเห็นมาริสานั่งเลิกคิ้วขมวดคิ้วสลับกันไปมาตลอดเวลาที่ฟังยามาเล่าอย่างลืมตัวรวมถึงเพื่อนหลายคนก็เชื่อตามที่ยามาพูดกันอย่างจริงจัง พริมาไม่กล้ามอง...หล่อนเสมองไปทางอื่นเพราะถ้าหล่อนยังคงมองหน้าเพื่อนๆ ต่อ มีหวังหลุดขำแล้วทำเสียเื่กันไปใหญ่แน่ๆมีครั้งหนึ่งเด็กผู้ชายข้างห้องมาล้อทรงผมของยามาพริมาคิดไว้แล้วว่าจะต้องเกิดเื่แน่ๆ เพราะยามาไม่ยอมใคร และเด็กหญิงเอาคืนได้อย่างเจ็บแสบจริงๆ
“เธออยากรู้ใช่ไหมว่าทำไมฉันถึงต้องโกนหัวแบบนี้?” ศิวกรนั่งนิ่ง เขานั่งอยู่ที่โต๊ะประจำของตัวเองตอนเด็กหญิงเดินเข้าห้องมาห้องของยามาคือห้อง 5 แต่ศิวกรอยู่ห้อง 1เด็กหญิงเดินผ่านมา 4 ห้องเพื่อมาหาเขาอย่างตั้งใจ
“ฉันก็รู้อยู่แล้ว...เธอโกนผมแก้บนไม่ใช่เหรอ?”เขาบอกตามที่ได้ยินมาจากเพื่อนห้องอื่นๆ แน่นอนตามปกติเด็กย้ายมาใหม่กลางเทอมก็น่าสนใจอยู่แล้วแต่ด้วยรูปลักษณ์ของ “เด็กใหม่” ยิ่งเพิ่มความน่าสนใจเข้าไปอีก
“ความจริงแล้วไม่ใช่หรอก”พูดมาถึงตรงนี้ยามาน้ำตาหยดแหมะ พริมาใหล่อนไม่คิดว่ายามาจะจิตใจอ่อนไหวขนาดนี้ แต่ก็เข้าใจเพื่อนดี กว่าผมจะยาว เป็ปกติยามาคงจะโดนเพื่อนๆล้อไปอีกหลายเดือน ยิ่งเป็เด็กผู้ชายวัยนี้ด้วยแล้วการล้อเลียนคนอื่นให้ได้รับความอับอายขายหน้าถือเป็เื่สนุกอย่างยิ่ง
“ความจริงแล้วฉันเป็มะเร็ง...ต้องไปทำคีโมจนผมร่วงสุดท้ายเลยต้องโกนหัวแบบนี้แหละ” คราวนี้ไม่ใช่แค่ศิวกรเท่านั้นเพื่อนคนอื่นในห้องเริ่มเงียบ พวกเขาตั้งใจฟัง เพียงแต่ไม่เข้ามาถามหรือหันมามองให้เป็ที่สะดุดตา พริมาเหลือบมองเพื่อนรักตอนนี้เด็กหญิงเริ่มไม่แน่ใจว่ายามาพูดจริงหรือไม่ เพราะยามา “เล่นใหญ่”ขนาดน้ำตาไหลมาเป็สาย พริมาเห็นเพื่อนป้ายน้ำตาแล้วพูดต่อ
“ฉันไม่ได้อยากจะบอกใครหรอกแต่ก็ไม่รู้ว่าจะอยู่ไปได้อีกนานแค่ไหน เลยไม่อยากให้เข้าใจผิดกันไปใหญ่เพราะถ้าฉันตายไปอาจจะมีบางคนรู้สึกผิด ที่ครั้งหนึ่งเคยล้อเลียนคนป่วยเป็มะเร็งใกล้ตายให้ได้รับความอับอาย” พริมาเห็นศิวกรหน้าซีด เขาคงคิดไม่ถึงว่ายามาจะป่วยด้วยโรคร้ายแรงแบบนี้พริมาคิดว่าศิวกรเองก็ไม่น่าจะใช่เด็กที่ร้ายกาจอะไรมากมาย เขาดูสลดจริงๆ ไม่ใช่แค่สลดเท่านั้นตอนนี้เขาอับอาย...สายตาของเพื่อนในห้องที่มองมา ไม่มีใครด่าออกเสียงแต่สายตาที่ส่งมานั้นก็เกินพอ ยามาเดินหน้าเศร้ากลับห้อง โดยมีพริมาตามไปติดๆ เด็กห้อง 1 ไม่ได้ตามออกมา เพียงแต่ยืนมองพวกหล่อนเดินออกมาเงียบๆ พริมามองเพื่อน...หล่อนมีเื่ต้องคุยกับเพื่อนอีกยาว แต่เมื่อพ้นเขตห้อง 1 มาได้ระยะพอสมควรแล้วเด็กหญิงเห็นยามายิ้มร่า...ยิ้มชนิดที่ปากจะฉีกถึงหูเลยทีเดียว
“ปลาทู!!!ลูกแก้วว่าคราวนี้ปลาทูเล่นแรงเกินไปนะ” พริมาเข้าใจได้ทันทีเมื่อเห็นหน้าเพื่อนยามาเล่นละครฉากใหญ่เข้าให้แล้ว
“ไม่แรงหรอก...ถ้าไม่เล่นไม้นี้ไอ้พวกนี้มันก็ไม่หยุดหรอกนะไอ้คนพวกนี้น่ะ มันหาเหยื่อสนองปมด้อยตัวเอง ถ้าลองมันได้เหยื่อแล้วรับรองมันไม่ปล่อยไปง่ายๆหรอก มันจะล้อแบบนี้ไปอีกหลายเดือน แต่มันเลือกเหยื่อผิดไงล่ะฉันน่ะนักล่าในคราบเหยื่อย่ะ” ยามายักไหล่ หล่อนร่ายยาวถึงละครบอร์ดเวย์ฉากสำคัญว่ามีเหตุผลอะไรที่หล่อนต้อง “เล่นใหญ่” เกินจริงขนาดนี้
“เมื่อกี้ลูกแก้วเห็นปลาทูร้องไห้ด้วย”พริมายังไม่จบ
“อันนั้นเสียใจจริง...มีอย่างที่ไหนมาล้อทรงผมของเด็กผู้หญิงไม่เห็นรึไงว่ามันไม่ได้ถูกตัดแบบปกติ คนสติดีที่ไหนเค้าเอามาล้อกัน”เื่นี้พริมาเห็นด้วย หล่อนจึงไม่ได้เซ้าซี้เพื่อนต่อ
“น้ำตาที่ไหลนั่นก็จากก้นบึ้งของหัวใจ”พูดถึงน้ำตา แต่คนที่เสียน้ำตากลับยิ้มอย่างไม่คิดจะปกปิด
“ปลาทูนี่น่ากลัวชะมัด! ลูกแก้วไม่กล้าทำอะไรให้ปลาทูโกรธหรอก สยอง!”เด็กหญิงทำท่าขนลุกขนพอง พลันคิดถึงศิวกรว่าเขาจะโดนสังคมประณามไปอีกนานขนาดไหน หลังจากนั้นก็มีข่าวลือออกมาต่างๆนาๆ ว่าความจริงแล้วยามาอาจจะเป็เด็กผู้ชาย...ที่ใช้เส้นสายใส่ชุดนักเรียนหญิงหรือข่าวลือที่ว่าบ้านของยามานั้นถูกไฟไหม้...เด็กหญิงรอดตายมาได้อย่างหวุดหวิดจากกองเพลิง...แต่ก็ต้องเสียผมให้กับกองไฟ(อันนี้พริมาคิดว่ามันต้องใช้จินตนาการแบบสุดๆที่จะกุข่าวเื่นี้ออกมาได้) พริมาไม่แน่ใจว่าข่าวลือ ที่ออกมานั้นเป็ความคิดสร้างสรรค์ของยามาเองที่สนุกในการแต่งเื่ราวต่างๆเป็ตุเป็ตะทุกครั้งที่มีคนถามเกี่ยวกับทรงผมของหล่อนหรือไม่ แต่เพราะข่าวลือเื่ต่างๆของยามานี่แหละที่ทำให้พริมารอดจากการหมายหัวมาได้อย่างหวุดหวิด เดิมทีตอนที่พวกหล่อนย้ายมาใหม่ๆ ข่าวลือไปเร็วั้แ่วันแรกว่ามีเด็กฝรั่งผู้หญิงหน้าตาน่ารักย้ายมา จนใครๆ ก็สนใจอยากมาเห็นกับตา หนึ่งในนั้นคืออัปสรามินตราเด็กผู้หญิงตัวดำร่างใหญ่ที่ไม่มีใครกล้าแหยม อัปสรามินตราอยู่ชั้นม.3 หล่อนเป็รุ่นพี่พริมาและยามา 1 ปี ด้วยที่บ้านรวยและเ้าตัวก็ดูเหมือนจะใจปล้ำใช่เล่นหล่อนซื้อขนมแจกเพื่อนๆ และคนที่หล่อนถูกใจอยู่บ่อยๆ จึงทำให้มีสมุนอยู่มากถ้ามีใครที่ทำให้หล่อนขัดตาอำนาจเงินในมือก็สามารถจัดการได้อย่างง่ายดายเด็กหญิงเป็คนมั่นใจในตัวเองมาก ถ้าหล่อนหมายตาใครแล้ว เด็กเ่าั้ต้องอยู่ในกำมือของหล่อนแต่ถ้าใครไม่ยอม หล่อนจะแกล้งให้ลำบากจนหนำใจแล้วถึงจะปล่อยไป ข่าวของพริมานี้เองทำให้อัปสรามินตราขัดใจเป็อย่างมาก เพราะหล่อนไม่เป็ที่สนใจอีกต่อไป(ซึ่งปกติก็คิดไปเองว่าเป็)
“ไปเรียกตัวมันมาที่ห้องหน่อยสิ!”อัปสรามินตราสั่งสมุนให้ไปตาม พริมามาพบ หล่อนอยากเห็นกับตาว่าเด็กนั่นหน้าตาเป็อย่างไรเพียงครู่เดียว พริมาก็ถูกพาตัวมาถึงชั้นม.3 เด็กหญิงเดินตามมาอย่างงงๆ แน่นอนยามาตามมาด้วย แม้จะขัดใจสมุนอัปสรแค่ไหนก็ตามแต่เด็กหญิงยืนยัน
“ได้ไง! ฉันก็เด็กใหม่เหมือนกัน ทำไมรุ่นพี่ถึงลำเอียงพาไปคนเดียวล่ะ”ยามาพูดเสียงดังจนเพื่อนๆ รอบข้างหันมามองแต่บางคนก็รู้จักสมุนอัปสรดีจึงไม่อยากยุ่ง ได้แต่ยืนมองเฉย ๆ
“เอ้า! ตามใจจะไปด้วยกันก็ได้” หนึ่งในสมุนอัปสรบอก...ถ้ายื้อกันอยู่อย่างนี้ จะเป็ที่สนใจมากเกินไป
อัปสรามินตรานั่งรออยู่แล้วตอนที่ยามากับพริมาเดินมาถึงที่ห้อง หล่อนกวาดตามอง ”เด็กใหม่” ั้แ่หัวจรดเท้าพริมายังไม่ค่อยจะเข้าใจนัก แต่ยามานั้นความรู้สึกไว หล่อนตั้งท่ารออยู่แล้ว
“สงสัยจะโดนรับน้องซะแล้ว”เด็กหญิงกระซิบบอกพริมา แต่ระหว่างที่กำลังลองเชิงกันอยู่นั้น สมุนอัปสรคนอื่นๆซุบซิบกัน หนึ่งในนั้นเข้าไปกระซิบบางอย่างกับอัปสรามินตรา “อัปสร” รับข้อมูล แต่สายตาก็ยังจับจ้องไปที่เด็กใหม่ไม่วางตาเหมือนหล่อนกำลังวิเคราะห์บางอย่างตามข้อมูลที่ได้รับพริมากับยามาไม่ได้ยินที่พวกนั้นคุยกัน แต่ดูเหมือนพวกเขาจะถกเถียงอะไรกันสักอย่าง
“มันจะมีใครดวงซวยซ้ำซ้อนได้มากมายขนาดนั้นเลยเหรอ?” อัปสรสรามินตราถามสมุนจากข้อมูลที่ได้รับ
“จริงๆ ฉันไปสืบมาแล้ว ทุกคนพูดตรงกันหมดเลย”สมุนยืนยัน
“เห็นเขาว่ากันว่าความจริงแล้วมันเป็ผู้ชายแต่ใจมันเป็ผู้หญิง พ่อมันรับไม่ได้ ก็เลยจะเผามันพร้อมกับบ้านมันรอดได้มาได้แต่ก็ต้องเสียผมให้กับกองไฟแล้วตอนนี้มันก็ป่วยเป็มะเร็งระยะสุดท้าย ส่วนเด็กฝรั่งนั่นก็คู่ขามันนั่นแหละ...ตัวติดกันตลอด” สมุนอัปสรเล่าเื่ที่หล่อนได้ยินมาให้ลูกพี่ฟังดูเหมือนเื่ของยามาเวอร์ชั่นล่าสุดที่พวกนี้ได้ยินมาจะรวมเอาทุกเื่ที่ยามาเคยโม้ไว้มายำรวมเป็เื่เดียวกันได้อย่างไม่น่าเชื่อ
“ความจริงฉันก็ไม่ใช่คนใจไม้ไส้ระกำอะไรขนาดนั้นหรอกนะถ้ามันป่วยขนาดนั้น มันก็้าคนดูแล...ให้มันมีเพื่อนบ้างปล่อยกลับห้องไปแล้วกัน เดี๋ยวมันมาตายคาห้อง คนจะหาว่าฉันใจร้ายเปล่าๆ” อัปสรามินตราแสดงความมีน้ำใจอย่างสุดๆเมื่อตกลงกับสมุนได้แล้วก็หันไปคุยกับพริมาและยามาพริมาสังเกตตอนนี้สายตาอัปสรามินตราที่มองพวกหล่อนดูดีขึ้นกว่าเดิม
“เห็นน้องๆ เพิ่งมาใหม่ พี่ก็เลยอยากรู้จักเดี๋ยวพี่จะให้พี่ๆ คนอื่นพาไปทัวร์ชั้น ม.3 นะเพราะเดี๋ยวอีกไม่กี่เดือนข้างหน้าน้องๆ ก็ต้องขึ้นมาอยู่ บนนี้กันแล้ว” อัปสรามินตราแนะนำเต็มที่หล่อนถามชื่อของเด็กหญิงทั้งสองพร้อมแนะนำสมุนอัปสรให้พวกของพริมารู้จักระหว่างนั้นยามากระซิบบอกพริมา
“ตอแหลฉิบหาย”พริมาใช้ข้อศอกกระทุ้งเพื่อนเป็สัญญาณบอกให้เงียบ
“ขอบคุณพี่อัปสรมากนะคะที่เมตตาลูกแก้วไม่นึกเลยว่าเด็กที่โรงเรียนนี้จะน่ารักกว่าโรงเรียนเก่าของลูกแก้วซะอีก”ยามาเบะปาก แต่หล่อนก็ยั้งทันไม่พูดอะไรให้เสียเื่
“นาฬิกาสวยดีนะ”อัปสรามินตราสังเกตทุกอย่างตลอดเวลาที่สนทนากัน ั้แ่หัวจรดเท้าแต่ที่สะดุดตามากที่สุดคือนาฬิกาของพริมามันเป็รุ่นลิมิเต็ดอิดิชั่นที่แพงและหายากที่สุดขนาดหล่อนเองอยากได้ยังหาไม่ได้เลย ยามามองตาม หล่อนเองก็สังเกตว่าพริมามักใส่ของใหม่และตามแฟชั่นเสมอหล่อนสังเกตั้แ่วันที่เจอกันครั้งแรกแล้ว เสื้อผ้าของเพื่อนหล่อนนั้นไม่ธรรมดาแต่ดูเหมือนเ้าตัวจะไม่รู้จักด้วยซ้ำ
“แม่ให้มาค่ะ แม่บอกว่า Fมาจากในเน็ต ลูกแก้วก็ไม่รู้จักหรอกค่ะ แต่เห็นว่ามันสวยดีเลยใส่” พริมาพูดจริงของในตัวหล่อนทุกอย่างภารดีหามาให้ทั้งสิ้น อัปสรามินตราแค่รับฟังหล่อนรับรู้ได้เด็กนี่ไม่ธรรมดา เผลอๆ รวยระดับเดียวกับหล่อนดูไปก่อนแล้วกันบางทีอาจได้ประโยชน์มากกว่าที่จะเป็ศัตรูกัน
“ถ้าลูกแก้วมีอะไรก็มาปรึกษาพี่ได้เสมอนะ ไม่ต้องเกรงใจ”อัปสรามินตรา เสนอตัวความจริงดูใกล้ๆ แล้วเด็กนี่ก็ไม่ได้น่ารักอะไรมากมายขนาดนั้นหรอก แต่เพราะเป็ของแปลก่นี้ก็เลยเป็ที่น่าสนใจเป็ธรรมดาเป็อันว่าจบเื่กับผู้มีอิทธิพลในโรงเรียนยามาบอกพริมาขณะที่ทั้งสองคนกำลังเดินกลับไปที่ห้องเรียน
“นึกว่าจะมีเื่ซะแล้ว...สุดยอด!มีแบบนี้จริงๆ ด้วยแฮะ เคยเห็นแต่ในหนังแต่แก๊งส์นางฟ้าในหนังน่าดูกว่าแก๊งส์นางฟ้าในชีวิตจริงซะอีกนะปลาทูว่านางฟ้านางนี้ คงจะโดนรามสูรฟาดสายฟ้าใส่เข้าไปเต็มๆ จนดำเป็ตอตะโก ฟาดแรงถึงตายจนนางฟ้าขึ้นอืดได้ขนาดนี้ เพื่อนนางฟ้ารึก็ใจดำไม่เอาไปฌาปนกิจซะที”พริมาคิดภาพตาม หล่อนยอมใจจริงๆ ยามาช่างจินตนาการหล่อนมักพูดอะไรได้เป็เื่เป็ราวเสมอ
ทุกวันภารดีจะมารับ พริมากลับบ้านแน่นอนเด็กหญิงแนะนำยามา ให้แม่รู้จักแม่หล่อนยิ้มร่าถูกชะตาสาวน้อยที่ตัดผมทรงสกินเฮดคนนี้ ไม่เบาพริมาปรามเพื่อนก่อนว่าอย่าไปหลอกอำแม่หล่อนเข้าเป็อันขาด ส่วนยามาก็ชอบนั่งมองแม่ของพริมาหล่อนบอกว่าภารดีสวยมองอย่างไร ก็ไม่เบื่อเล่นเอาถูกใจคนชมถึงขนาดพาไปเลี้ยงข้าวเลี้ยงขนมอยู่บ่อยๆ บ้านของยามาอยู่เลยบ้านพริมาไปหลายซอยถือว่าไกลกันพอสมควร แต่บางวันถ้าแม่ของยามาติดงานหล่อนจะมาอยู่กับพริมา และให้แม่มารับที่บ้านเพื่อนใหม่จนเป็กิจวัตร
ยามาเรียกภารดีว่าพี่ไม่ได้เรียกแม่แบบพริมา หล่อนบอกว่าภารดียังดูเด็กกว่าเด็กหลายคนในโรงเรียนเสียอีกจะให้เรียกแม่ก็แปลกๆ
“ดูไอ้อ้วนดำนั่นดิ!”ยามาชี้ให้พริมาดูอัปสรามินตรา ความจริงยามาไม่ใช่คนที่ชอบล้อปมด้อยของคนอื่น แต่กับเด็กหญิงคนนั้นหล่อนชอบแกล้งเด็กที่ตัวเล็กกว่า พริมาเองก็เคยโดนหมายหัวมาแล้ว
“น่ะ...ฉันว่าหน้ามันแก่กว่าพี่พิมพ์อีกนี่อยู่แค่ ม.3 เองนะ หน้าหยั่งกะคนอายุ 40ไม่รู้มันไปเอาความมั่นใจมาจากไหนว่ามันสวย เป็ที่หมายปองของผู้ชายในโรงเรียน”ฟังเพื่อนวิจารณ์คนอื่นพริมาแทบสำลักน้ำ หล่อนทำหน้าไม่ถูกไม่รู้จะขำหรือจะห้ามเพื่อนดีแต่ก็ไม่ได้เกินไปกว่าที่ ยามาพูดเลยอัปสรามินตราหน้าแก่จริงๆ
ทุกวันศุกร์ ยามาจะชอบมานอนที่บ้านพริมาเด็กหญิงทั้งสองนั่งคุยเล่นกันอยู่ตรงเล้าไก่ที่สวนหลังบ้าน พริมาอวดไก่ของหล่อนที่ตอนนี้ขันเก่งขึ้นทุกวัน หล่อนอวดว่าหล่อนกับพ่อเลี้ยงช่วยกันฝึกมันจนมันเริ่มจะเชื่อฟังคำสั่งบ้างแล้ว ยามาไม่ค่อยชอบสัตว์นักแต่ดูเหมือนสัตว์จะชอบหล่อน เพราะถ้าเด็กหญิงมาบ้านพริมา และมาดูไก่ทีไรมันจะเดินตามยามาทุกที จนพริมาบ่นน้อยใจว่าไก่ของหล่อนปันใจเสียแล้ว
“นี่ใช่ไหมที่เขาว่าเ้าชู้ไก่แจ้มันน่าน้อยใจจริงเชียว” หล่อนพยายามจะเข้าไปอุ้มมัน แต่มันไม่ยอม เดินหนีตลอด
“นี่มันรองเท้าแตะรุ่นใหม่ที่กำลังดังอยู่ตอนนี้นี่นา”ยามาเหลือบไปเห็นรองเท้าของเพื่อน หล่อนลองสวมรองเท้าของพริมาแต่มันเล็ก...ยัดลงไปได้แค่ครึ่งเดียว
“ลูกแก้วไม่รู้จักหรอกแม่ซื้อมาให้”ดูเหมือนเด็กหญิงจะไม่ค่อยได้สนใจในการแต่งตัวของตัวเองนัก ปกติหล่อนจะใส่ทุกอย่างที่ภารดีหามาให้ไม่ชอบเลือกเองให้แม่เลือกให้สวยกว่า และของที่มีอยู่ทั้งหมดของหล่อน แม่หล่อนเป็คนซื้อหามาให้ทั้งสิ้นยามาสังเกตตลอด เพราะหล่อนชอบแต่งตัว ชอบตามแฟชั่นจึงเห็นว่าเพื่อนของหล่อนคนนี้ใส่ของใหม่เสมอ และเป็ของดี ของแพง บางรุ่นเป็ Limited edition ด้วยซ้ำไม่รู้ภารดีทำงานอะไร...หรือว่าอาจจะได้เงินมาจากผัวใหม่ที่อยู่บ้านหลังใหญ่นี่ก็ได้ยามานึกสงสัยแต่หล่อนไม่เคยถาม
“รองเท้าแตะนี่ เห็นง่อยๆแบบนี้ราคาสามสี่พันเลยนะ” ยามายังพยายามยัดเท้าอีกข้างใส่ดูแต่เพราะเท้าคนละไซส์จึงใส่ได้แค่ครึ่งเดียว ภาพที่เห็นจึงดูตลกที่สองเท้าของยามาใส่รองเท้าอยู่ครึ่งหนึ่งส่วนอีกครึ่งอยู่บนพื้น พริมาไม่ได้ตอบ หล่อนแค่ยืนยิ้มขำท่าทางของเพื่อนนี่ถ้ายามาใส่ได้หล่อนจะยกให้
“แล้วพี่พิมพ์เค้าทำงานอะไรเหรอ?ปลาทูเห็นบางวันก็ไม่ไปทำงาน บางวันก็เลิกเร็ว...งานสบายชะมัด”คราวนี้เพื่อนพริมาหันมาสนใจกระเป๋าผ้าสีฟ้าสดใสที่วางอยู่แทนแต่เท้าก็ยังสวมรองเท้าแบบครึ่งเดียวอยู่ หล่อนลองสะพายกระเป๋าแล้วยืนโพสท่าเหมือนนางแบบในนิตยสารเล่นเอาคนนั่งมองอยู่หัวเราะขำเพื่อนเสียยกใหญ่
“อืม...แม่เป็ผู้จัดการน่ะ” พริมาตอบยิ้มๆ
“ชอบไหมกระเป๋านี่?แม่เพิ่งซื้อมาให้เมื่อวาน ปลาทูเอาไปสิ” ยามาทำตาเหลือกนี่ถ้าใครไม่รู้จักคงคิดว่าพริมาใช้เงินซื้อเพื่อนหรือดูถูกหล่อนแน่ๆ แต่เด็กหญิงรู้ว่าเพื่อนของหล่อนพูดจริงพริมาไม่เคยหวงของหรืออวดของใหม่ ของพวกนี้ถ้าหล่อนไม่สังเกตเองก็คงไม่เห็นด้วยซ้ำ
“โอ้ย! กระเป๋านี่หนักเลยแพงกว่าร้องเท้าสองเท่า” คราวนี้คนที่ทำตาโตเป็เพื่อนของยามาแทนหล่อนเอากระเป๋าจากยามามาพลิกดู และเหมือนพริมาจะเพิ่งเคยสังเกตหรือพินิจกระเป๋าในมือเป็ครั้งแรกด้วยซ้ำ
“โห...ทำไมแพงแบบนี้ นี่มันกระเป๋าผ้าเองนะ”พริมาที่ตอนนี้ก้มมองรองเท้าแตะและกระเป๋าผ้าสลับกันหล่อนกำลังใช้สมองอันน้อยนิดคิดคำนวณราคาของของสองสิ่งตรงหน้า
“เกือบหมื่นเลยเหรอ...”สงสัยต่อไปนี้จะต้องใช้ของให้คุ้มค่าและใช้อย่างระวังมากขึ้นกว่าเดิมซะแล้วก่อนนี้หล่อนไม่เคยถามแม่เลยว่าของที่แม่ซื้อมาราคาเท่าไหร่ แม่ให้ใช้อะไรก็ใช้แต่ต่อไปนี้คงต้องถาม
“กระเป๋าไม่ชอบอ่ะ อยากได้รองเท้ามากกว่าเอาไปต่อส้นให้มันยาวขึ้นได้ไหมนะ?” พริมาขำความคิดของเพื่อน หล่อนไม่เหงาเลย ั้แ่ย้ายมาอยู่ที่นี่และย้ายมาโรงเรียนใหม่หล่อนได้เจอกับยามา และเพราะเพื่อนหล่อนคนนี้...ยามาทำให้พริมายิ้มและขำได้ตลอด