“จะเป็ไปได้หรือ?”ความสงสัยเกิดขึ้นภายในใจเ้าของโรงประมูล
“โอสถขวดนี้ราคาอยู่ที่ 10000 ผลึกศิลา มีใคร้าเพิ่มราคาโอสถขวดนี้หรือไม่”เสียงของพิธีกรผู้ดำเนินรายการดังขึ้น
“10000ผลึกศิลาครั้งที่หนึ่ง 10000ผลึกศิลาครั้งที่สอง 10000ผลึกศิลาครั้งที่สาม ปิดการขาย โอสถขวดนี้เป็ของนายน้อยห้องพิเศษ
“เหมา เ้าเอาผลึกศิลานี้ไปรับโอสถขวดนั้นมา ข้ายกโอสถขวดนั้นให้เ้า แล้วทำให้พวกที่ปากดีหุบปากที” ศิรพูดกับเหมาที่กำลังยืนอ่าปากค้างั้แ่เข้ามาอยู่ในมุมหนึ่งของห้อง
ั้แ่เข้ามาในโรงประมูลเหมาก็ได้รู้อะไรหลายอย่าง เขาตะลึงั้แ่แรกจนตอนนี้ไม่ได้พัก เขาได้เจอเ้าของโรงประมูลผู้ลึกลับ ได้รู้ว่าน้องชายที่เขาเข้าไปกอดคอหน้าจุดรวมพลคือนายน้อยตระกูลใหญ่อันดับหนึ่งของเมือง เขาจึงยืนตัวแข็งอยู่ในมุมหนึ่งของห้องั้แ่เข้ามาจนศิรเรียกใช้เขา
“ครั้งแรกนี้ข้าจะไม่ถามถึงค่าส่วนลด เพราะข้า้าตอกหน้าคนพวกนั้น”ศิรพูดขึ้นหลังจากที่เ้าของโรงประมูลเอ่ยจบ
“จะว่าไปข้าก็เริ่มเมื่อยมือแล้วสิ เหมาถ้าเ้ายังไม่มาเอาไปข้าจะเตะเ้าจากตรงนี้ลงไปกลางเวที เร็ว!!” ศิรบ่น ขู่ และลงท้ายประโยคด้วยเสียงตวาด
“คะ...ครับนายน้อย ข้าจะรีบไปเดียวนี้” เพราะศิรตวาดทำให้เหมาใกลัว อีกทั้งจากตรงนี้ไปถึงเวทีก็ไม่ใช่ระยะทางที่ใกล้เลย ถ้าโดนเตะไปจากตรงนี้เหมาคงต้องรักษาแผลเป็เดือนแน่
เหมาวิ่งไปหน้าเวที ดีที่เขายังจำคำสั่งที่ศิรสั่งได้ ทำให้่ที่เขากำลังวิ่งไปเขาก็คิดแผนการไปด้วยว่าจะทำยังไงกับโอสถขวดนี้ดี
เหมามาถึงบนเวทีเขาก็ยื่นแหมนมิติที่มีผลึกศิลา10000ก้อนให้พิธีกรตรวจสอบ หลังจากพิธีกรตรวจสอบเสร็จเข้าก็เอาผลึกศิลาออกมาใส่ไปที่แหวนมิติอีกวงแล้วส่งแหวนมิติเดิมให้เหมาพร้อมกับขวดโอสถ
“นี้ขอรับคุณชาย ท่านสามารถเช็คโอสถภายในขวดได้เลย”พิธีกรกล่าวกับเหมา
“อืม!! อีกอย่างข้าไม่ใช่คุณชายหรอก ข้าแค่มารับโอสถแทนนายน้อยเท่านั้น”
ก่อนที่เหมาจะเดินจากไป เขาเปิดขวดเทเอาโอสถออกมาหนึ่งเม็ดโยนเข้าปากแล้วเคี้ยวเล่นทันที เหมาทำเหมือนกำลังเคี้ยวเม็ดถั่วพลางกำลังเดินลงจากเวที
“นั่นเขาทำอะไร เขารู้หรือไม่ที่เขาทำลงไปจะทำให้โอสถนั้นสูญเปล่า”
“ไม่ใช่แค่นั้น เขาบอกมารับโอสถให้นายน้อยไม่ใช่หรือ แล้วที่เขาทำแบบนี้หมายความว่ายังไง”
แขกที่มาร่วมประมูลส่งเสียงวิจารณ์และออกความเห็นกันมาหลากหลาย
“นี่ท่านกำลังทำอะไร ท่านกำลังทำให้โอสถนั้นเสียของท่านรู้หรือไม่”พิธีกรเห็นเหมาทำเช่นนั้นก็ร้องทักขึ้นมา
“ข้ารู้ แต่นายน้อยของข้า้าให้ข้ามาบอกพวกปากดีที่ไม่มีเงินทั้งหลายว่า ขนาด10000ผลึกศิลาท่านยังเอามาโยนสำหรับค่าเม็ดถั่วพวกนี้ให้ข้าได้ แล้วพวกที่ปากดีมีปัญญาทำแบบนายน้อยของข้าหรือไม่ ที่นี่มันาของคนมี อย่าเอาปากและตำแหน่งมาอวดเบ่งเพื่อไม่ให้คนอื่นทำการประมูล เข้าใจ๊!!” เหมาตอบกลับไปอย่างไม่ใส่ใจ
คำพูดของเหมาแม้จะไม่ได้เสียงดัง แต่เนื่องจากเขาอยู่ใกล้พิธีกรและพิธีกรก็กำลังถือไมค์เพื่อทำตามหน้าที่ของเขา ทำให้เสียงของเหมาดังกังวานทั่วทั้งโรงประมูล ผู้ที่เคยดูถูก และข่มขู่ศิรกัดฟันแน่นด้วยความอับอายและโกรธแค้น ความวุ่นวายจึงบังเกิด
“ฮ่า ฮ่า ฮ๋า!! ข้าชักถูกใจเ้าแล้วสิเหมา ต่อไปนี้เ้ามาติดตามข้าแล้วกันนะ”ศิรหัวเราะออกมาเสียงดังแล้วะโบอกเหมาให้มาติดตามเขา
“หึ!! ส่งคนไปสืบมาว่าไอ้เด็กนี่มันเป็ใคร ข้าจำทำให้มันรู้สำนึกที่มันบังอาจหักหน้าข้า”แขกห้องหนึ่งสั่งลูกน้องไปสืบเื่ราวของศิร
“จะเอาอย่างนี้ใช่ไหมไอ้หนู!! ส่งยอดฝีมือระดับก่อเกิดไปดักรอหน้าโรงประมูลซะ” ชายอีกห้องกัดฟันสั่งลูกน้องให้ไปดักรอศิรหน้าโรงประมูล
“เป็วัยรุ่นที่เืร้อนอะไรขนาดนี้ กล้าต่อล้อต่อเถียงกับแขกพวกนั้น ช่างกล้าเสียจริงสงสัยหลังจากงานประมูลจบคงมีโชว์ให้ดูต่อสินะ” แขกอีกคนกล่าวอย่างชอบใจ เขาไม่ได้เป็ส่วนหนึ่งกับกลุ่มคนที่ข่มขู่ศิร การกระทำของศิรและเหมาเขาจึงไม่ได้รับผลกระทบอะไร
“แขกผู้มีเกียรติทุกท่าน ของชิ้นต่อไปที่เรานำมาประมูลคือดาบเพลิงขั้นก่อเกิดระดับกลาง ความสามารถของมันนั้นก็ตามชื่อ สำหรับท่านฝึกวิชาเพลิงเป็หลักเห็นทีจะพลาดไม่ได้ งั้นข้าขอเปิดประมูลด้วยราคา 10000 ผลึกศิลา” หลังจากเหมาเดินเคี้ยวเม็ดยาจากไป พิธีกรก็เริ่มประกาศของชิ้นต่อไปในการประมูล
“ไอ้บ้าที่ไหนเอาดาบขั้นก่อเกิดมาประมูลกัน มันไม่เต็มใช่ไหม”
“นั่นดาบขั้นก่อเกิดเลยนะ ไอ้หมอนั้นไม่บ้าก็คงจะโง่มาก”
“แต่นั้นมันก็ดีแล้วไม่ใช่หรือ ข้าจะเอาดาบขั้นก่อเกิดนี้ไปเป็สมบัติประจำตระกูลข้า ฮ่า ฮ่า”
เกิดเสียงฮือฮาภายในโรงประมูลผู้คนต่าง้าดาบเพลิงขั้นก่อเกิด ต้องเข้าใจว่าอาวุธขั้นก่อเกิดถ้าไม่ใช่ตระกูลใหญ่แทบจะไม่มีให้เห็นเลย ดาบเล่มนี้จึงเป็ที่้าของผู้เข้าร่วมการประมูล
“ข้าขอเสนอ 12000 ผลึกศิลา” ไม่นานก็มีผู้เริ่มประมูลออกมา
“ข้าให้ 13000 ผลึกศิลา”
“ข้า 15000 ผลึกศิลา”
ไม่นานราคาดาบเพลิงขั้นก่อเกิดก็พุ่งขึ้นมาจนราคาอยู่ที่ 29000 ผลึกศิลา
“ข้าตัวแทนจากตระกูลห้านขอปิดการเสนอราคาดาบเพลิงเล่มนี้ที่ 30000 ผลึกศิลา โปรดทุกท่านเห็นแก่หน้าตระกูลห้าน มอบดาบเล่มนี้ให้เราเถิด” นายน้อยจากตระกูลห้านเสนอราคาและบอกตระกูลของตนที่เป็ตระกูลอันดับสองเพื่อให้ผู้อื่นถอนตัวจากการเสนอราคาดาบเพลิงขั้นก่อเกิด
“40000 ผลึกศิลา” ทันทีที่นายน้อยตระกูลห้านกล่าวจบศิรก็เสนอราคาออกไปทันทีโดยไม่สนใจเลยว่านายน้อยห้านพูดอะไรออกมา เนื่องจากตระกูลศินั้นคือตระกูลอันดับหนึ่งของเมืองศิลาแห่งนี้เขายังจะต้องกลัวอะไรอีก
“เ้าเสนอราคาตัดหน้าข้าแบบนี้คิดจะหักหน้าข้าใช่ไหม? เ้า้าจะมีปัญหากับตระกูลห้านงั้นรึ?”นายนอยตระกูลห้านยืนด่ามาทางศิรทันทีทั้งยังขู่ศิรต้วยตระกูลของตนอีก
“อะไรกัน? เขาไม่รู้หรือว่าตระกูลห้านคือตระกูลอันดับสองรองจากตระกูลศิ”
“เขาไปหาเื่นายน้อยห้านแบบนี้ข้าว่าเ้านั้นคงออกจากที่นี่ไม่ครบ 32 แน่”
“หรือนายน้อยคนนั้นจะมาจากตระกูลใหญ่เมืองอื่น”
เสียงซุบซิบดังขึ้นภายในโรงประมูล ผู้คนต่างใที่มีคนกล้าเสนอราคาตัดหน้าตระกูลห้าน เพราะแม้ว่าตระกูลห้านจะเป็ตระกูลอันดับสอง แต่ก็มีอำนาจไม่ต่างจากตระกูลศิมากเท่าไหร่ การที่ศิรกล้าเสนอราคาตัดหน้านายน้อยห้าน ผู้คนจึงคิดว่าศิรมาจากตระกูลใหญ่เมืองอื่น
“หึ!! หน้าตระกูลห้านใหญ่ขนาดนั้นเลยหรือ เป็ตระกูลอันดับสองของเมืองศิลาไม่ใช่หรือ แค่เพิ่มให่มากกว่า 40000 ศิลา แค่นั้นตระกูลห้านไม่มีปัญญาหรือ ช่างยากจนซะจริง สำหรับข้าแค่นี้ไม่ทำให้ขนข้าล่วงหรอกนะ” ศิรพูดประชดประชันใส่นายน้อยตระกูลห้านอย่างไม่ไว้หน้าเลยสักนิด
“ถ้าเ้าอยากจะเล่นนักก็ได้ 42000 ผลึกศิลา”นายน้อยตระกูลห้านพูดออกไป
“48000”ศิรพูดออกไปทันทีหลังจากนายน้อยตระกูลห้านกล่าวจบ
“50000 ผลึ....”นายน้อยห้านพูดยังไม่จบก็โดนขัดจังหวะ
“เดี๋ยวก่อนนายน้อย ราคาดาบเล่มนี้ไม่ควรจะเกิน 45000 ผลึกศิลา หากท่านใช้ผลึกศิลาแบบนี้ข้าว่าท่านผู้นำตระกูลคง…”บ่าวรับใช้ข้างกายนายน้อยตระกูลห้านกลับขัด
“เนื่องจากนายน้อยตระกูลห้านกล่าวออกมาแล้ว ตอนนี้ราคาดาบเล่มนี้จึงอยู่ที่ 50000 ผลึกศิลา มีผู้ร่วมประมูลท่านใด้าเพิ่มราคาหรือไม่” พิธีกรกล่าวออกมาหลังจากที่นายน้อยห้านพูดไม่จบประโยค
เหตุนี้นายน้อยตระกูลห้านจึงหน้าซีดทันทีเนื่องจากราคานี้มันคงโดนพ่อของมันทุบตีแน่หากรู้ว่าประมูลดาบเพลิงเล่มนี้ในราคา 50000 แต่มันก็ยังหวังว่าศิรจะเสนอราคาขึ้นไปอีก มันจึงหันไปทางให้องที่ศิรกำลังนั่งอยู่
"หากเก่งแค่ปากก็ควรถอยออกไป หากอยากได้ดาบเพลิงขั้นก่อเกิดก็ลองเสนอราคามา" นายน้อยห้านกล่าวยัวยุศิรให้ประมูลราคาต่อ มันหวังเพียงว่าศิรจะเสนอราคาครั้งต่อไปแล้วมันก็จะหยุด
“แค่เพิ่มผลึกศิลาเอง นายน้อยตระกูลห้านคิดว่าข้าจะไม่กล้างั้นรึ…”ศิรพูดแล้วหยุดคิด่หนึ่ง
‘เสร็จข้าแน่ เ้าช่างโดนหลอกง่ายซะจริง ฮ่า ฮ่า ฮ่า’นายน้อยห้านคิดอย่างสะใจ
แต่ในความเป็จริงศิรยังไม่ได้เสนอราคาประมูลออกไปจนเวลาผ่านไปครึ่งชั่วยาม(1 ชั่วโมง)ศิรก็ยังไม่ยอมเสนอราคา
“เอิ่ม...นายน้อยห้องพิเศษท่านนั้น้าจะเสนอราคาต่อหรือไม่ขอรับ” พิธีกรถามออกมาเพราะเห็นว่าศิรไม่ยอมเพิ่มราคาหลังจากที่กล่าวกับนายน้อยห้านไปแล้วก็เงียบเลย
“โอ้..งั้นข้าขอถามท่านหนึ่งอย่างได้ไหมท่านผู้ดำเนินรายการ ท่าน้าจะซื้อของอะไรที่ราคาเกินจริงหรือไม่? ท่านคิดว่าข้าจะซื้อของที่ราคา 45000 ด้วยราคาที่มากกว่างั้นหรือ ถ้าข้าซื้อข้าไม่โง่ข้าคงบ้ามาก จริงไหมนายน้อยห้าน ฮ่าฮ่าฮ่า(ขำแบบสะใจ)” ศิรตอบกลับพิธรกรกลับไป ทั้งยังไม่ลืมถากถางนายน้อยห้านให้โกรธแค้นและอับอายที่นายน้อยห้านประมูลดาบเพลิงด้วยราคาที่สูงลิ่ว
“เห้อ...ข้าคงไม่มีหวังที่จะประมูลอะไรกลับไปได้สินะ ดูจากการกระทำของนายน้อยท่านนั้น ถ้าอยากได้อะไรก็คงต้องประมูลโดยไม่อ้างตระกูลหรือผู้อยู่เบื้อหลังเรา ไม่งั้นเราคงต้องจ่ายราคาเกินจริงแน่นอน”นายน้อยจากขุมอำนาจหนึ่งกล่าวซุบซิบกลับเพื่อน
“ข้าเองก็คิดอย่างเ้า ถ้าเราอยากได้อะไรคงต้องใช่ผลึกศิลาประมูลเอาโดนไม่อ้างขุมอำนาจสินะ”ชายอีกคนกล่าวตอบกลับไป
นายน้อยตระกูลห้านได้แต่โกรธแค้นที่ศิรหรอกด่าทั้งยังหลอกตนให้ประมูลดาบเพลิงในราคาที่สูงกว่าตลาดกำหนด แต่พอคิดได้ว่าถ้าบิดาของตนรู้เข้าก็หน้าซีดขึ้นมาทันที
“นายน้อย เราจะทำยังไงกันดีล่ะขอรับ ผลึกศิลาที่เราเตรียมมาก็มีไม่มาก ถ้าเราจ่ายค่าดาบ ข้าน้อยคิดว่าเราคงเหลือผลึกศิลาไปจ่ายของที่เข้าร่วมประมูลอย่างต่อไปแน่ๆ” ลูกน้อยของนายน้อยห้านกล่าวออกมาด้วยความกังวล
“หึหึหึ!!! แล้วจะทำไม ตอนนี้มืดแล้วไม่ใช่รึ ข้าคิดอะไรไม่ออกแล้ว ตอนนี้ข้างคงต้องพอไว้แค่นี้ แล้วเจอกันอีกตอนหน้านะ” Good bye……....