ตอนที่ 15 เป้าหมายหลักและเป้าหมายรอง
ก่อนหน้านั้น
“แกหมายความว่ายังไง”แมรี่ตะคอกใส่คอนเนอร์
“ฉันจะบอกแต่เธอต้องปล่อยฉันไป” คอนเนอร์ทำใจแข็งต่อรองกับแมรี่ เขาเองก็ไม่ใช่คนธรรมดา ไม่อย่างนั้นคงไม่สามารถอยู่รอดมาได้ยาวนานขนาดนี้
แววตาของคอนเนอร์จริงจังอย่างมาก
แต่แล้วแมรี่กลับลดปืนลงก่อนจะคว้าคอเสื้อลากคอนเนอร์ตรงไปยังหลุมยุบ
“ไม่ ๆ เดี๋ยวแมรี่ฉันเคยช่วยชีวิตเธอไว้ลืมแล้วเหรอ ไม่นะ เธอทำแบบนี้กับฉันไม่ได้ ฉันยังช่วยอดาลินไว้ด้วย”
แมรี่หยุดเท้าชะงักก่อนจะมองคอนเนอร์ด้วยแววตาโกรธแค้น“แกไม่ควรพูดชื่อของเธอ”
พูดจบแมรี่ก็ลากคอนเนอร์ตรงไปยังหลุมยุบต่อก่อนจะผลักอีกฝ่ายไปจนสุดของชายขอบพร้อมกับยกปืนขึ้นมาเล็ง โดยไม่พูดอะไรสักคำ
“บัดซบฉันช่วยชีวิตพวกแกสองคนนะ พวกเธอมันสมควรตายแล้ว ถุย!พวกแกควรตาย ๆ ไปให้หมดนั่นแหละ แมรี่ยัยแก่สารเลวถ้าแกฆ่าฉัน เด็กนั่น...แกจะไม่ได้เจอเด็กนั้นอีกตลอดไป”คอนเนอร์เผยธาตุแท้ออกมาทันที
คอนเนอร์รู้ว่าผู้หญิงคนนี้ใจแข็งมากและไม่สามารถรองได้แต่ว่าเธอก็มีจุดอ่อน
หลังจากเสียลูกสาวไปแมรี่ก็ตกอยู่ในความมืดมาตลอด จนกระทั่งอดาลินและไทเลอร์ปรากฏตัวขึ้น
ตอนนี้เหลือแค่ไทเลอร์แล้วดังนั้นยิ่งทำให้จุดอ่อนนี้ใหญ่มากขึ้น การเสียหนึ่งในสองไปอาจจะยังไม่น่ากลัวแต่การเสียทุกอย่างไปนั้นมันคือสิ่งที่เลวร้ายมาก เธอจะต้องตกลงไปในความมืดนั้นอีกครั้ง
การเข้าใจในผู้คนก็เป็ส่วนหนึ่งในความสามารถของคอนเนอร์ไม่อย่างนั้นตาแก่ที่ไม่ได้เป็แม้แต่นักสู้จะควบคุมลูกน้องและอยู่รอดมาจนถึงตอนนี้ได้ยังไง
ในเมื่อใช้การต่อรองไม่ได้คอนเนอร์ก็มีแผนสำรอง
“ฉันไม่ได้โง่ที่มาหาเธอโดยที่ไม่มีการเตรียมพร้อมไว้หรอกนะพวกที่ประกาศจับ้าเด็กคนนั้น ฉันอยากช่วยเธอจริง ๆ จึงล่อเธอออกมา เธอควรขอบใจฉันมากกว่าที่ไม่ให้เธอโดนพวกนั้นฆ่าตาย”คอนเนอร์เล่าความจริงออกไป
“แกมันสัตว์เดรัจฉานเด็กคนนั้นแกเป็คนช่วยทำคลอดเขาออกมานะ” แมรี่ที่ได้ยินเืขึ้นหน้าทันที
“แล้วยังไง โลกใบนี้มันบ้าคลั่งขึ้นเรื่อย ๆสัตว์ก็เริ่มเปลี่ยนเป็สัตว์อสูรมากขึ้น แข็งแกร่งขึ้น อีกไม่นานโลกภายนอกก็จะอันตรายขึ้นแต่ว่าในกำแพงพวกเขายังปลอดภัย ฉันแก่แล้ว ถ้ายังอยู่ที่นี่ต่อไปสักวันจะต้องตาย”
คอนเนอร์ระบายความยากลำบากของตัวเองออกมา
“นายควรจะตายนายควรจะตายมาตั้งนานแล้ว นายหลบอยู่หลังทุกคนในหมู่บ้านนายหลอกใช้พวกเขาให้หาอาหาร หลายคนตายเพราะนาย กี่คนแล้วที่นายหลอกให้ไปตายอดาลินก็...” แมรี่เงียบไม่พูดต่อ ดวงตาเหมือนจะระลึกถึงความหลัง ก่อนที่เธอจะกลับมามีแววตาดุร้ายและยกปืนขึ้น“ไปตายซะ”
“เดี๋ยวก่อน ถ้าเธอฆ่าฉันเธอจะหาพวกนั้นไม่เจอพวกนั้นไม่ได้อยู่ที่เมือง...”
แต่ยังไม่ทันที่คอนเนอร์พูดจบตอนนั้นเองพื้นดินก็เหมือนจะสั่นเบา ๆ ก่อนจะค่อย ๆ ยุบตัว แมรี่รีบถอยออกมาทันที
พื้นบริเวณรอบปากหลุมในทิศทางที่รถพวกเขาจอดอยู่นั้นพังถล่มลงไปมันเกิดขึ้นเพราะพวกซอมบี้ได้กลิ่นเืจากศพและเกิดการคุ้มคลั่ง พวกมันพากันขุดดินจนขอบของหลุมยุบพังทลายลงไป
ที่จริงดินใต้ขอบของหลุมยุบถูกขุดจนเป็โพลงมาสักพักแล้วการมาและการต่อสู้ของแมรี่กับคอนเนอร์เป็แค่การเร่งให้มันถล่มเร็วขึ้นเท่านั้น
“ไม่นะ แมรี่พาฉันออกไป”คอนเนอร์พยายามคลานหนี แต่จะทันได้อย่างไร ดินยุบลงไปทันที ขณะที่คอนเนอร์กรีดร้องขอให้ช่วย
“อดาลิน...” นั่นคือสิ่งสุดท้ายที่คอนเนอร์พยายามจะบอกก่อนจะตกลงไปใส่ซอมบี้ด้านล่าง ซอมบี้ที่หิวกระหายมาหลายปีฉีกกินร่างของคอนเนอร์จนไม่เหลือแม้แต่กระดูกในเวลาแค่ไม่กี่วินาทีเท่านั้น
การยุบตัวของดินนั้นแผ่ขยายรวดเร็วจนรถคอนเนอร์และอีกสองศพก็ตกลงไปด้วย
ว๊ากกกก+++
เสียงซอมบี้คำรามลั่นทั่วทั้งบริเวณก่อนที่พื้นดินจะสั่นไหวเบา ๆ ซอมบี้ที่ยังรอดจากดินที่ถูกทับต่างก็พากันวิ่งขึ้นมาจากบริเวณที่ดินถล่มลงไปซึ่งมันลาดเอียงพอให้ซอมบี้ปีนขึ้นมาได้แล้ว
ฝูงซอมบี้นับร้อย ๆหลุดพ้นออกมาได้มันก็พร้อมจะไล่ล่า โดยเฉพาะเวลากลางคืนที่พวกมันดุร้ายอย่างมาก
แมรี่ที่ถอยหนีออกมาวิ่งขึ้นไปบนรถของลูกน้องคอนเนอร์ที่จอดรถทิ้งไว้ก่อนที่เธอจะขับตรงกลับบ้านอย่างรวดเร็ว
เมื่อกลับมาถึงบ้านแมรี่ก็พบว่าเกิดการต่อสู้ขึ้นและประตูบ้านก็ถูกะเิไปแล้ว เธอเห็นแสงไปที่ชั้นสองและเห็นว่าชั้นล่างมีทหารหัวทองกำลังถือปืนเข้าไปด้านในห้องนั่งเล่น
แมรี่เหยียบคันเร่งเพิ่มความเร็วเต็มที่พุ่งผ่านช่องกำแพงที่พังตรงเข้าไปชนใส่ทหารหัวทองที่ทำได้แค่หันกลับมามองก่อนรถจะพุ่งเข้าไปอัดกระแทกตัวอีกฝ่ายไว้ติดกับกำแพงตายไป
“โฮกกกก”
ตอนนั้นก็มีเสียงเหมือนกับสัตว์ร้ายคำรามมาจากชั้นสองของบ้าน
“ไทเลอร์!”แมรี่ราวกับคุ้นเคยกับเสียงคำรามนั้นเป็อย่างมาก เธอรีบคว้าปืนลงจากรถและวิ่งขึ้นไปที่ชั้นสองโดยไม่ทันสังเกตุถึงแมวน้อยที่มองทุกอย่างด้วยความตกตะลึง
แมวน้อยมองแมรี่ที่วิ่งหายไปก่อนจะมีเสียงปืนยิงกันอย่างต่อเนื่อง ก่อนจะหันไปมองศพของทหารหัวทองตาเดียวที่ค่ำหน้าตายอยู่หน้ารถเืไหลไปทั่วทั้งพื้น
“ฉันต้องไปจากที่นี่”
ตอนนี้ไม่มีใครควบคุมสถานการณ์อะไรได้ทั้งนั้นแมวน้อยคิดแต่ว่าตนเองต้องออกไปจากที่นี่ให้ได้ เขาไม่รู้ว่าแมรี่ที่ขึ้นไป้าจะช่วยไทเลอร์ได้ไหมหรือว่าทหารโม่งดำพวกนี้เหลือกันอยู่กี่คน แต่ดูแล้วน่าจะมีอีกหลายคน
ซึ่งทั้งแมรี่และทหารโม่งดำพวกนั้นต่างก็เป็ตัวอันตรายทั้งนั้น
แมวน้อยมองไปยังทางออกที่ประตูแต่แล้วเขากลับััได้ถึงการสั่นเบา ๆ ที่พื้นและเสียงโหยหวนที่มากับสายลมยอดไม้สั่นไหวมาแต่ไกล ๆ
สัญชาตญาณร้องเตือนเขาว่าอันตรายกำลังมา
แมวน้อยไม่ลังเลเลือกจะมุดใต้ท้องรถและออกไปอีกทางหนึ่งแทนเป็กำแพงที่ถูกะเิทำลายจนผนังพักและเผยให้เห็นด้านหลังของบ้าน
แมวน้อยอยู่กับไทเลอร์มานานรู้ว่าหลังบ้านมีทางให้หนี มันไปที่หลุมศพของแม่ไทเลอร์ได้
“เจ็บฉิบหายเลยเหมี้ยว...”แมวน้อยกัดฟันฝืนร่างกายตัวเองวิ่งหนีออกไป
ขณะเดียวกันค่าประสบการณ์จากทักษะต่างๆ ของแมวน้อยก็เพิ่มขึ้นเรื่อย ๆ แต่เขาไม่มีเวลาไปตรวจสอบมัน
แมวน้อยฝืนร่างกายที่เหมือนจะฉีกออกจากกันเป็ชิ้นๆ วิ่งออกไปที่หลังบ้านได้สำเร็จ แต่แล้วในตอนนั้นเองที่หน้าต่างชั้นสองของบ้านมีเสียงหน้าต่างแตกดังเพล้ง!
เงา ๆ หนึ่งก็พุ่งผ่านเหนือหัวของแมวน้อยตกลงที่พื้น
แมวน้อยมองด้วยความตกตะลึงเพราะสิ่งที่ตกลงมากลับไม่ใช่มนุษย์ แม้จะมีรูปร่างเหมือนมนุษย์แต่มันกลับเต็มไปด้วยเส้นขน กรงเล็บ ใบหน้าเหมือนกับหมาป่า
ทว่าแมวน้อยกลับคุ้นเคยสิ่งที่อยู่ตรงหน้านี้อย่างมาก
“ไทเลอร์!!!”
[ประเมิน ชีวิตทดลองเผ่าไลแคน(ยังไม่สมบูรณ์) ไลแคนเด็กที่ยังไม่ตื่นเผ่าพันธุ์อย่างสมบูรณ์และพึ่งเริ่มกลายร่างยังไม่สามารถควบคุมสติและร่างกายได้ จึงตกอยู่ในความบ้าคลั่งและสัญชาตญาณดิบเถื่อนโฮสต์จงระวัง อีกฝ่ายอันตรายและเก่งกว่าโฮสต์มาก นอกจากนี้อีกฝ่ายยัง้าน้ำยาพลังงานในการตื่นเผ่าพันธุ์อย่างสมบูรณ์]
แม้จะรู้มาก่อนแล้วว่าไทเลอร์ไม่ใช่มนุษย์และเป็ไลแคนแต่พอได้เจอกับตัวจริงก็พบว่ายิ่งกว่าที่อ่านมา ไทเลอร์กลายเป็ไลแคน
ตามตำนานหรือเกมที่แมวน้อยเคยเล่นมาก่อนนั้น
ไลแคนมาจากพวกสายเืเป็หลักหรืออาจมาจากการโดนสาปให้เป็มนุษย์หมาป่าก็ได้ซึ่งจะสามารถกลายร่างได้และเมื่อกลายร่างแล้วจะยังสามารถรักษาสตินึกคิดของมนุษย์ไว้ได้ไม่ได้สูญเสียไปเหมือนกับพวกมนุษย์หมาป่าและกลายร่างได้ตาม้า
ส่วนมนุษย์หมาป่านั้นเกิดจากการโดดกัดหรือข่วนเหมือนกับเชื้ออย่างหนึ่งและจะกลายร่างตอนพระจันทร์เต็มดวง ไม่มีสติของมนุษย์เหลืออยู่
แมวน้อยไม่คิดว่าจะได้เห็นตำนานอยู่ตรงหน้า
โลกใบนี้มันกำลังบิดเบี้ยวขึ้นเรื่อยๆ หรือว่ามันคือสิ่งที่มีอยู่ก่อนแล้ว แต่ไม่ว่าจะอย่างไหนสิ่งนี้ก็เกิดขึ้นมาจากการทดลองของมนุษย์แม้แต่ระบบก็ยังบอกว่านี่คือชีวิตทดลอง
ไลแคนไทเลอร์มองมาที่แมวน้อยด้วยดวงตาที่ดุร้ายปากของมันมีน้ำลายผสมเืไหลหยดออกมา ชัดเจนว่าพึ่งจะฆ่าใครไป
เสียงปืนและะเิดังขึ้นมาจากชั้นสองจากนั้นก็มีทหารชุดดำสองคนในท่าทางคล่องแคล่วะโลงจากหน้าต่างตามมา
ไลแคนไทเลอร์หันหัวกลับวิ่งหนีทันที
“หัวหน้านั่นคือเป้าหมายหลักและแมวตัวนั้นเป็เป้าหมายรองของพวกเราครับ”ทหารโม่งดำรายงานอีกคนที่อยู่ข้าง ๆ
“ให้ที่เหลือตรึงศัตรูไว้นายไปตามจับเป้าหมายรอง ฉันจะจับเป้าหมายหลัก”
“ครับหัวหน้า”กล่าวจบก็รายงานไปทางวิทยุ
“ครับพวกเราจะตรึงศัตรูไว้ให้ได้”
“เพื่อเผ่าพันธุ์มนุษย์!”เสียงตอบกลับจากวิทยุสื่อสารดังขึ้นมา ้ายังเหลือคนอีก 2 คน ซึ่งต่างก็เป็นักสู้ระดับต่ำด้วยกันทั้งคู่
แมวน้อยเองก็ไม่คิดว่าตนเองจะตกเป็เป้าอีกครั้งซึ่งคนที่ชี้เป้าก็คือทหารโม่งดำที่อยู่กับทหารชายหัวทองตาเดียวในห้องใต้ดินจึงสามารถจดจำแมวน้อยได้
“เหมี้ยวววว!”
แมวน้อยสับขาเล็ก ๆของตัวเองวิ่งหนีอย่างสุดกำลังและทิศทางก็เป็ทางเดียวกับที่ไลแคนไทเลอร์หนีไป
ขณะที่สองคนนั้นไล่ตามมาติดๆ