ตอนที่ 13 กำหนดแผน (1)
“ท่านอ๋อง เลิกล้อเล่นเถอะพ่ะย่ะค่ะ...”
มู่ชิวอึ้งไปเล็กน้อย ในที่สุดก็อดหัวเราะพลางส่ายหน้าไม่ได้ ถอนหายใจเบาๆ อย่างจนปัญญา “ทูลท่านอ๋องตามตรง กระหม่อมเองก็เคยลองตั้งข้อสันนิษฐานตามความคิดของพวกเขา แต่ยังคงไม่ได้ข้อสรุปที่แน่ชัด อาจเพราะกระหม่อมเข้าถึงความคิดของพวกเขามิได้...”
“นั่นเป็เพราะเ้ามักคิดรอบคอบเกินไปอยู่เสมอ หากพวกเขาทำไปตามความคิดของเ้า เกรงว่าข้าคงถูกเล่นงานจนตายไปแล้ว”
ซ่งจื่อเฉินตบแขนของมู่ชิวเบาๆ แสยะยิ้มเล็กน้อย แววตาดุดันขึ้นปราดหนึ่ง “พวกเราสองคนเป็พี่น้องร่วมมารดา ข้าเป็คนโง่เขลา แต่เขากลับฉลาดกว่าข้าแค่ไม่เท่าไร เ้ามองเขาฉลาดเกินไป กลับกลายเป็การยกย่องด้วยซ้ำ...”
ยามนี้มาลองคิดดู หลายเื่ที่ซ่งจื่อเซวียนทำอันที่จริงก็ใช่ว่าจะไร้ช่องโหว่ ทว่าตอนนั้นเขาไว้ใจพี่ใหญ่ที่แสนดีของตนมาก แม้ความจริงจะอยู่ตรงหน้าก็ไม่เคยเห็นอย่างชัดเจน พาตัวเองก้าวเข้าไปอยู่ในเงื้อมมือของคนผู้นั้นทีละก้าว
เื่ที่ตัวเขาทำ เดิมทีก็ควรแบกรับผลที่ตามมาด้วยตัวเอง ทว่ามู่ชิวกลับถูกเขาลากเข้ามาเกี่ยวข้อง ทั้งๆ ที่มองทุกอย่างทะลุปรุโปร่ง เดาทุกอย่างออกหมด แต่กลับเดินเข้าสู่หนทางที่ตายไปพร้อมกับเขาอย่างเปิดเผย ตอนนั้นมู่ชิวตายในอ้อมกอดของเขา จะหนาวเหน็บและเ็ปสักเท่าไร เคยเสียใจกับการเสียสละทั้งชีวิตเช่นนี้หรือไม่...
“ท่านอ๋องทรงพระปรีชายิ่ง เมื่อก่อนแค่ไม่เคยนึกถึงเื่พวกนี้ก็เท่านั้น”
เขายังคงเหม่อลอย ทันใดนั้นกลับได้ยินเสียงอ่อนโยนอันคุ้นเคยของคนผู้นั้น พลันเงยหน้าขึ้น ครั้นแล้วก็สบกับสายตาอ่อนโยนเจือรอยยิ้มคู่นั้น “อำนาจในการวางแผนเปลี่ยน แผนชั่วร้ายแอบแฝง เดิมทีท่านอ๋องก็ไม่ใช่คนที่ควรคิดมากเื่พวกนี้ เื่ที่ท่านอ๋องควรคิดคือทำอย่างไรถึงจะใช้กองทัพที่อยู่ในมือรบชนะาได้อย่างงดงาม ทำอย่างไรถึงจะล่อซยงหนูเข้ามาติดกับได้...”
“คำพูดดีๆ มีไม่ใช้ เรียกล่อซยงหนูเข้ามาติดกับอะไรกัน เห็นๆ อยู่ว่าควรใช้การศึกมิหน่ายเล่ห์ถึงจะถูก”
ถูกดวงตาอมยิ้มคู่นั้นมองมา หัวใจที่ถูกความรู้สึกผิดกดทับจนหายใจไม่คล่องราวกับผ่อนคลายลงไม่น้อย ซ่งจื่อเฉินส่ายหน้ายิ้ม จากนั้นก็มองมู่ชิวแล้วพูดอย่างจริงจัง “มู่ชิว ข้าไม่อยากทำผิดซ้ำซาก และไม่อยากถูกปิดบังจนไม่รู้เื่อะไรอยู่ตลอด เ้าเองก็อย่าตามใจข้ามากนัก หากข้าทำสิ่งใดผิดไป เ้าก็ตำหนิข้าออกมาตามตรงได้ ข้าจะฟังแน่นอน”
“ท่านอ๋องตรัสเกินไปแล้วพ่ะย่ะค่ะ”
เขาพูดจริงจัง มู่ชิวกลับแค่ยิ้มอย่างจนปัญญา กุมขมับพลางถอนหายใจ “สถานการณ์ในตอนนี้คือ...อันที่จริงกระหม่อมก็ไม่ได้ดีไปกว่าท่านอ๋อง จนกระทั่งถึงตอนนี้กระหม่อมก็ยังเดาแผนของฝ่ายนั้นไม่ถูก ทำได้เพียงแก้ไปทีละเปลาะ แต่ป้องกันไว้ก่อนไม่ได้ ก็กลุ้มใจอยู่มากเช่นกัน...”
“เ้าไตร่ตรองรอบคอบเกินไป ส่วนข้าก็มักจะขาดความรอบคอบอยู่บ้างเสมอ หากพวกเราสองคนหารือกัน คิดว่าคงกำลังดี”
ซ่งจื่อเฉินเงียบไปเล็กน้อยแล้วพูดขึ้นมาด้วยความมั่นใจ มู่ชิวนึกไม่ถึงว่าเขาจะเสนอความคิดที่ไม่เหมือนใครเช่นนี้ออกมา อึ้งอยู่สักพักถึงหลุดหัวเราะ ไอเล็กน้อยพลางพยักหน้าต่อเนื่อง “พ่ะย่ะค่ะ มิสู้ลองดูสักตั้ง...”
“เ้าอยากหัวเราะก็หัวเราะ จะต้องทำเป็กระแอมเช่นนี้ด้วยรึ คำพูดของข้าน่าขบขันเพียงนั้นเชียว”
เห็นมู่ชิวหัวเราะพร้อมไอโขลกจนหายใจติดขัด ซ่งจื่อเฉินอดบ่นพึมพำไม่ได้ ทว่ายังคงช่วยลูบหลังให้เขาด้วยความระมัดระวัง “ค่อยๆ ไอ อย่าได้สำลักลมหนาวเข้าไปเชียว ประเดี๋ยวได้ไอไม่หยุด”
มู่ชิวไออยู่สักพักในที่สุดก็ดีขึ้น เช็ดน้ำตาที่คลออยู่ ใบหน้ากลับยังคงมีรอยยิ้มที่ไม่จางหายไป “ก็แค่รู้สึกว่าท่านอ๋องมีความคิดที่แปลกใหม่ เป็ความคิดที่คนปกติคาดมิถึง...ถ้าเอาอย่างที่ท่านอ๋องตรัส ท่านอ๋องคิดว่าพวกเขาจะใช้วิธีไหนลงมือหรือพ่ะย่ะค่ะ”
“ตามความคิดของข้ารึ”
ซ่งจื่อเฉินนึกไม่ถึงว่าจะถึงคราวตัวเองตอบคำถามเร็วขนาดนี้ จึงขานรับไปทันที ฉงนอยู่สักพักถึงเอ่ยขึ้น “ข้ายังคิดไม่ออก แต่ข้าว่าไม่มีทางคิดวิธีอย่างะเิูเาได้แน่ อย่างมากก็แค่ส่งคนจำนวนหนึ่งมาเป็ไส้ศึก และก็ไม่ต้องทำทัพแตก แค่ทำให้ข้าแตกคอกับทัพใหญ่ก็พอแล้ว...ที่นี่เต็มไปด้วยูเา จับข้าโยนลงหน้าผาที่ไหนสักที่ก็สะดวกทั้งนั้นมิใช่รึ”
เขาก็แค่คาดเดาส่งเดช สายตาของมู่ชิวกลับเปล่งประกาย ตบมืออย่างพอใจ “ความคิดของท่านอ๋องช่างปราดเปรื่องกว่ากระหม่อมนัก กระหม่อมพอมีความคิดแล้วพ่ะย่ะค่ะ”
“อะไรนะ”
ซ่งจื่อเฉินกะพริบตาปริบๆ ด้วยความฉงน แต่ไม่ว่าอย่างไรก็ไม่เข้าใจว่าตัวเองแสดงออกถึง ‘ความปราดเปรื่อง’ ตรงไหน จึงอดกระซิบถามไม่ได้ “มู่ชิว เ้าจะปลอบใจข้าก็ต้องมีขอบเขต อย่าเอาแต่ชมข้าไปเสียทุกเื่...”
“ท่านอ๋องเข้าพระทัยผิดแล้ว กระหม่อมคิดวิธีออกแล้วจริงๆ พ่ะย่ะค่ะ”
มู่ชิวยิ้มพลางส่ายหน้า ทันใดนั้นได้หันตัวลงจากม้า ส่งสัญญาณบอกให้ซ่งจื่อเฉินเดินไปคุยด้านข้าง ซ่งจื่อเฉินยังไม่ทันเข้าใจความคิดของมู่ชิว ทว่าก็ลงจากม้าเดินตามไปเช่นกัน “มีอะไรรึ มีวิธีอะไร ยังต้องพูดลับหลังพวกเขาด้วยหรือ”